เพรามาตร หันตรา
ที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
25 – 26 มิถุนายน 2555
การยื่นแบบแสดงรายการภาษี และ
หัวข้อการน าเสนอ
๑
๒
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2) ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่ บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ๓
ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่ บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ (ฉบับที่ ๒)๔
แบบแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายของโครงการ (บช. ๑)พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2)
มาตรา 103/7
มาตรา 103/8
มาตรา ๑๐๓/๗ ให้หน่วยงานของรัฐด าเนินการจัดท าข้อมูลรายละเอียด ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างโดยเฉพาะราคากลางและการค านวณราคากลาง ไว้ในระบบข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าตรวจดูได้ เพื่อประโยชน์ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ในกรณีที่มี การท าสัญญาระหว่างหน่วยงานของรัฐกับบุคคลหรือนิติบุคคลที่เป็นคู่สัญญากับ หน่วยงานของรัฐ ให้บุคคลหรือนิติบุคคลที่เป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐนั้น มีหน้าที่แสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่เป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ ต่อกรมสรรพากร นอกเหนือจากบัญชีงบดุลปกติที่ยื่นประจ าปี เพื่อให้มีการ ตรวจสอบเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินและการค านวณภาษีเงินได้ในโครงการที่เป็น คู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐดังกล่าวทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2)
ในกรณีที่ปรากฏจากการตรวจสอบหรือการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าบุคคลหรือนิติบุคคลใดที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตของเจ้าหน้าที่ของ รัฐ และกรณีมีความจ าเป็นที่จะต้องตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินหรือการช าระ ภาษีเงินได้ของบุคคลหรือนิติบุคคลนั้น แล้วแต่กรณี ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มี อ านาจประสานงานและสั่งให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องรับเรื่องดังกล่าวไป ด าเนินการตามอ านาจหน้าที่ แล้วให้หน่วยงานของรัฐนั้นมีหน้าที่รายงานผลการ ด าเนินการให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบต่อไป พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2)
นอกจากกรณีตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ในกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นสมควร เพื่อด าเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งอันเป็นการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต เนื่องจากการใช้อ านาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งคณะกรรมกา ร ป.ป.ช. เห็นสมควรในการก าหนดมาตรการเพื่อให้หน่วยงาน ของรัฐรับไปปฏิบัติ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอ านาจสั่งให้หน่วยงานของรัฐนั้น ด าเนินการไปตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ก าหนดมาตรการในเรื่องนั้นแล้วรายงาน ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบก็ได้ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2)
มาตรา ๑๐๓/๘ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีหน้าที่รายงานต่อ คณะรัฐมนตรีเพื่อสั่งการ ให้หน่วยงานของรัฐจัดท าข้อมูลเกี่ยวกับการ จัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๑๐๓/๗ วรรคหนึ่ง โดยหน่วยงานของรัฐจะต้อง ด าเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบในการด าเนินการดังกล่าว และให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีหน้าที่ ติดตามผลการด าเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีในกรณีดังกล่าวด้วย หน่วยงานของรัฐใดฝ่าฝืนหรือไม่ด าเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่า ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องมีความผิดทางวินัยหรือเป็นเหตุที่จะถูกถอดถอนจาก ต าแหน่งหรือต้องพ้นจากต าแหน่ง แล้วแต่กรณี (วรรคสอง) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2)
มาตรการที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
๑. การเปิดเผยราคากลางและการค านวณราคากลางไว้ในระบบข้อมูล ทางอิเล็กทรอนิกส์ (อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี) ๒. บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐยื่นบัญชี แสดงรายรับรายจ่ายของโครงการต่อกรมสรรพากร (บังคับใช้วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๕)ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของ
โครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ ประกาศ ณ วันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๔
2. ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท า และแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ หมวด ๑ : บททั่วไป หมวด ๒ : การจัดท าบัญชีแสดงรายรับรายจ่าย หมวด ๓ : วิธีการยื่นบัญชีแสดงรายรับรายจ่าย หมวด ๔ : การตรวจสอบบัญชีแสดงรายรับรายจ่าย หมวด ๕ : มาตรการเพื่อให้หน่วยงานของรัฐปฏิบัติ
ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติเรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดท าและแสดงบัญชี รายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับ หน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๕๔” ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็นต้นไป 2. ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท า และแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ
ข้อ ๓ ในประกาศนี้ “คู่สัญญา” หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลที่เป็นคู่สัญญากับหน่วยงาน ของรัฐ “บัญชีแสดงรายรับรายจ่าย” หมายความว่า บัญชีแสดงรายการรับจ่ายเงินของ โครงการตามสัญญาที่บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของ รัฐต้องจัดท าและยื่นต่อกรมสรรพากร “หน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน องค์กรตามรัฐธรรมนูญ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. 2. ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท า และแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ
“สัญญา” หมายความว่า สัญญาทุกประเภทที่ท าขึ้นเพื่อด าเนินการตาม โครงการในการจัดหาพัสดุหรือการพัสดุและบริการไม่ว่าด้วยวิธีการจัดซื้อ หรือการจัดจ้างหรือให้ทุนสนับสนุนหรือวิธีอื่นใดของหน่วยงานของรัฐ และให้หมายความรวมถึงบันทึกข้อตกลงหรือบันทึกแนบท้ายสัญญา ซึ่งมีผลเป็นการแก้ไขสัญญาในส่วนที่เป็นสาระส าคัญด้วย “รายรับ” หมายความว่า จ านวนเงินที่คู่สัญญาได้รับจากหน่วยงานของรัฐ อันเนื่องจากการได้ปฏิบัติตามสัญญาหรือเกี่ยวเนื่องกับสัญญา หรือรายรับ อื่น ๆ ที่ก าหนดไว้ให้คู่สัญญาได้รับ “รายจ่าย” หมายความว่า จ านวนเงินที่คู่สัญญาได้จ่ายไปทั้งสิ้นเพื่อการ ปฏิบัติให้เป็นไปตามสัญญาหรือเกี่ยวเนื่องกับสัญญา 2. ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท า และแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ
ข้อ ๔ ให้ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ รักษาการตามประกาศนี้และให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติมีอ านาจตีความและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาที่เกิดขึ้นจาก การบังคับใช้ประกาศนี้ หมวด ๑ บททั่วไป ข้อ ๕ ให้คู่สัญญาตามสัญญาซึ่งมีมูลค่าตั้งแต่ห้าแสนบาทขึ้นไปจัดท าบัญชี แสดงรายรับรายจ่ายและยื่นต่อกรมสรรพากรตามแบบแนบท้ายประกาศนี้ การเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐตามวรรคหนึ่ง ให้นับแต่วันที่มีการ 2. ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท า และแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ
ข้อ ๖ กรณีที่คู่สัญญาไม่อาจปฏิบัติตามประกาศนี้ได้ เนื่องจากเป็น นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ และไม่มีตัวแทน หรือผู้แทนในประเทศ แต่มีการส่งมอบหรือให้บริการในประเทศ และหน่วยงานของรัฐได้ช าระเงินตามสัญญาให้แก่คู่สัญญาออกไป ต่างประเทศโดยตรง คณะกรรมการ ป.ป.ช. อาจก าหนด หลักเกณฑ์และวิธีการเพื่อให้คู่สัญญาปฏิบัติก็ได้ ข้อ ๗ ให้ส านักงาน ป.ป.ช. จัดให้มีการเชื่อมโยงข้อมูลตามประกาศนี้ ระหว่างกรมบัญชีกลางกรมสรรพากร และส านักงาน ป.ป.ช. 2. ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท า และแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ
หมวด ๒ : การจัดท าบัญชีแสดงรายรับรายจ่าย ข้อ ๘ ในการบันทึกรายรับรายจ่ายเพื่อจัดท าและแสดงบัญชีรายรับรายจ่าย ต่อกรมสรรพากรตามประกาศนี้ ให้คู่สัญญาบันทึกรายรับรายจ่ายที่เกิดขึ้น ในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีหรือรอบปีภาษีนั้นแล้วแต่กรณี โดยแยกเป็น รายโครงการตามสัญญา ข้อ ๙ เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบตามข้อ ๑๓ นอกจากคู่สัญญาต้อง จัดท าและแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายต่อกรมสรรพากรตามแบบแนบท้าย ประกาศนี้แล้ว ให้คู่สัญญาบันทึกบัญชีเป็นรายโครงการตามสัญญา โดยให้ เก็บและรักษาเอกสารหลักฐานประกอบไว้ ณ สถานประกอบการ หรือ ที่อยู่อาศัยของคู่สัญญาเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าห้าปีนับแต่วันสิ้นสุด ระยะเวลาสัญญา หรือจนกว่าการด าเนินการตามข้อ ๑๓ เสร็จสิ้น 2. ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท า และแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ
หมวด ๓ : วิธีการยื่นบัญชีแสดงรายรับรายจ่าย ข้อ ๑๐ ให้คู่สัญญายื่นบัญชีแสดงรายรับรายจ่ายต่อกรมสรรพากร โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามก าหนดระยะเวลา ดังต่อไปนี้ (๑) กรณีบุคคลธรรมดาเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ (ก) หากการรับจ่ายเงินตามสัญญาทั้งหมดเสร็จสิ้นภายใน ปีภาษีเดียวกัน ให้ยื่นพร้อมกับการยื่นช าระภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดาของปีภาษีนั้น (ข) หากการรับจ่ายเงินตามสัญญาทั้งหมดมิได้เสร็จสิ้น ภายในปีภาษีเดียวกัน ให้ยื่นบัญชีแสดงรายรับรายจ่ายซึ่ง ประกอบด้วยรายรับรายจ่ายที่เกิดขึ้นในแต่ละปีภาษีพร้อม 2. ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท า และแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ
(๒) กรณีนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ (ก) หากการรับจ่ายเงินตามสัญญาทั้งหมดเสร็จสิ้นภายในรอบระยะเวลาบัญชี เดียวกันให้ยื่นเมื่อสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชีพร้อมกับการยื่นช าระภาษีเงินได้ นิติบุคคลของรอบระยะเวลาบัญชีนั้น (ข) หากการรับจ่ายเงินตามสัญญาทั้งหมดมิได้เสร็จสิ้นภายในรอบระยะเวลา บัญชีเดียวกันให้ยื่นบัญชีแสดงรายรับรายจ่ายซึ่งประกอบด้วยรายรับรายจ่ายที่ เกิดขึ้นในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีพร้อมกับการยื่นช าระภาษีเงินได้นิติบุคคลของ รอบระยะเวลาบัญชีนั้น ให้คู่สัญญายื่นบัญชีแสดงรายรับรายจ่ายต่อกรมสรรพากรตาม (๑) และ (๒) จนกว่าจะสิ้นสุดภาระผูกพันตามสัญญา 2. ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท า และแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ
หมวด ๔ : การตรวจสอบบัญชีแสดงรายรับรายจ่าย ข้อ ๑๑ กรณีที่คู่สัญญาได้ยื่นบัญชีงบดุลประจ าปีหรือยื่นช าระภาษีเงินได้ของ บุคคลหรือนิติบุคคลแล้วแต่กรณี ให้กรมสรรพากรตรวจสอบว่าคู่สัญญาได้ยื่น บัญชีแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายด้วยหรือไม่ กรณีที่กรมสรรพากรตรวจพบว่า คู่สัญญารายใดไม่ยื่นบัญชีแสดงรายรับรายจ่าย ให้รายงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบ เพื่อด าเนินการตามอ านาจหน้าที่ต่อไป ข้อ ๑๒ กรมสรรพากรอาจน าบัญชีแสดงรายรับรายจ่ายของโครงการไป พิจารณาประกอบการตรวจสอบบัญชีงบดุลประจ าปีของนิติบุคคลหรือตรวจ ภาษีเงินได้ของบุคคลหรือนิติบุคคล แล้วแต่กรณีตามที่เห็นสมควรก็ได้ 2. ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท า และแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ
ข้อ ๑๓ ในกรณีที่ปรากฏจากการตรวจสอบหรือการไต่สวนของ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าคู่สัญญาใดที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตของ เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายไม่ถูกต้องครบถ้วนใน สาระส าคัญ หรือกรณีมีความจ าเป็นที่จะต้องตรวจสอบธุรกรรมทางการ เงินหรือการช าระภาษีเงินได้ของบุคคลหรือนิติบุคคลนั้น แล้วแต่กรณี ให้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ประสานงานและสั่งให้หน่วยงานของรัฐที่ เกี่ยวข้องรับเรื่องดังกล่าวไปด าเนินการตามอ านาจหน้าที่ แล้วให้ หน่วยงานของรัฐนั้นรายงานผลการด าเนินการให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบต่อไป หรือในกรณีจ าเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลของหน่วยงานหรือ สถาบันการเงินให้น าระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการ ทุจริตแห่งชาติว่าด้วยการเข้าถึงข้อมูลของหน่วยงานหรือสถาบันการเงิน มาใช้บังคับ 2. ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท า และแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ
หมวด ๕ : มาตรการเพื่อให้หน่วยงานของรัฐปฏิบัติ ข้อ ๑๔ เพื่อประโยชน์ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ในการ ด าเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งคู่สัญญาตามข้อ ๕ ให้หน่วยงานของรัฐต้อง ปฏิบัติตามความในหมวดนี้ ข้อ ๑๕ ให้หน่วยงานของรัฐก าหนดเงื่อนไขและคุณสมบัติของบุคคลหรือ นิติบุคคลที่จะเข้าเป็นคู่สัญญาและก าหนดให้คู่สัญญาต้องปฏิบัติ ดังนี้ (๑) บุคคลหรือนิติบุคคลที่จะเข้าเป็นคู่สัญญาต้องไม่อยู่ในฐานะ เป็นผู้ไม่แสดงบัญชีรายรับรายจ่าย หรือแสดงบัญชีรายรับรายจ่าย ไม่ถูกต้องครบถ้วนในสาระส าคัญ 2. ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท า และแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ
(๒) บุคคลหรือนิติบุคคลที่จะเข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ ซึ่งได้ด าเนินการจัดซื้อจัดจ้างด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government Procurement : e-GP) ตามข้อ ๑๖ ต้องลงทะเบียนในระบบอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่เว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (๓) คู่สัญญาต้องรับจ่ายเงินผ่านบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน เว้นแต่ การรับจ่ายเงินแต่ละครั้งซึ่งมีมูลค่าไม่เกินสามหมื่นบาทคู่สัญญาอาจรับจ่าย เป็นเงินสด ก็ได้ 2. ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท า และแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ
ข้อ ๑๗ ห้ามมิให้หน่วยงานของรัฐก่อนิติสัมพันธ์กับบุคคล หรือ นิติบุคคลซึ่งได้มีการระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อว่าเป็นคู่สัญญาที่ไม่ได้แสดง บัญชีรายรับรายจ่าย หรือแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายไม่ถูกต้องครบถ้วน ในสาระส าคัญ เว้นแต่บุคคลหรือนิติบุคคลนั้นจะได้แสดงบัญชีรายรับ รายจ่ายตามประกาศนี้ หรือได้มีการปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้อง และมีการสั่ง เพิกถอนรายชื่อจากบัญชีดังกล่าวแล้ว 2. ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท า และแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ
ข้อ ๑๖ ให้หน่วยงานของรัฐซึ่งด าเนินการจัดซื้อจัดจ้างด้วยระบบ อิเล็กทรอนิกส์(e-Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง บันทึกข้อมูลของคู่สัญญาที่ต้องแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายในระบบ อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวด้วย หน่วยงานของรัฐใดที่มิได้ด าเนินการจัดซื้อ จัดจ้างด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมบัญชีกลาง(e-Government Procurement : e-GP) ให้รายงานข้อมูลของคู่สัญญาที่ต้องแสดงบัญชี รายรับรายจ่ายต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. และกรมสรรพากร 2. ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท า และแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ
ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการ ที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ (ฉบับที่ ๒)
แก้ไขประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของ โครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ ดังนี้ “ข้อ ๒ ให้ยกเลิกความในข้อ ๒ แห่งประกาศ ฯและให้ใช้ความต่อไปนี้แทน ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็น ต้นไป เว้นแต่ข้อ ๕ วรรคหนึ่ง ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๖ เป็นต้นไป” ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความในบทนิยามค าว่า “หน่วยงานของรัฐ” และ “สัญญา” ในข้อ ๓ แห่งประกาศฯ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน 3. ประกาศ ฯเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่าย ของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ (ฉบับที่ ๒)
“หน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม ราชการ ส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หน่วยงาน ธุรการขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ หรือ หน่วยงานอื่นใดที่ด าเนินกิจการของรัฐตามกฎหมายและได้รับเงินอุดหนุน หรือเงิน หรือทรัพย์สินลงทุนจากรัฐ 3. ประกาศ ฯเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่าย ของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ (ฉบับที่ ๒)
สัญญา” หมายความว่า สัญญาใด ๆ ที่ท าขึ้นเพื่อด าเนินการตาม โครงการในการจัดหาพัสดุหรือการพัสดุไม่ว่าด้วยวิธีการซื้อหรือการจ้างหรือ วิธีอื่นใดของหน่วยงานของรัฐตามระเบียบส านักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการ พัสดุหรือระเบียบ ข้อก าหนด กฎ หรือข้อบังคับว่าด้วยการพัสดุของหน่วยงาน ของรัฐนั้น ๆ สัญญาสัมปทาน และสัญญาให้ทุนสนับสนุนของหน่วยงานของ รัฐเพื่อการวิจัยหรือเพื่อด าเนินกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง และให้หมายความ รวมถึงบันทึกข้อตกลงหรือบันทึกแนบท้ายสัญญา ซึ่งมีผลเป็นการแก้ไขสัญญา ในส่วนที่เป็นสาระส าคัญด้วย” 3. ประกาศ ฯเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่าย ของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ (ฉบับที่ ๒)
ข้อ ๔ ให้ยกเลิกความในข้อ ๖ แห่งประกาศคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และ วิธีการจัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือ นิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๕๔ และให้ใช้ ความต่อไปนี้แทน 3. ประกาศ ฯเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่าย ของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ (ฉบับที่ ๒)
“ข้อ ๖ ความในข้อ ๕ มิให้ใช้บังคับในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายเป็นหน่วยงานของรัฐ เว้นแต่เป็นหน่วยงาน ของรัฐซึ่งมีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคล (๒) คู่สัญญาเป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ และไม่มีตัวแทนหรือผู้แทนในประเทศ แต่มีการส่งมอบหรือให้บริการใน ประเทศ และหน่วยงานของรัฐได้ช าระเงินตามสัญญาให้แก่คู่สัญญาออกไป ต่างประเทศโดยตรง กรณีตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการ ป.ป.ช. อาจก าหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการเพื่อให้คู่สัญญาปฏิบัติก็ได้” 3. ประกาศ ฯเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่าย ของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ (ฉบับที่ ๒)
ข้อ ๕ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๐ แห่งประกาศคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และ วิธีการจัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือ นิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๕๔ และให้ใช้ ความต่อไปนี้แทน 3. ประกาศ ฯเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่าย ของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ (ฉบับที่ ๒)
Page 33 “ข้อ ๑๐ ให้คู่สัญญายื่นบัญชีแสดงรายรับรายจ่ายต่อกรมสรรพากร โดยวิธีการทาง อิเล็กทรอนิกส์ตามก าหนดระยะเวลา ดังต่อไปนี้ (๑) กรณีบุคคลธรรมดาเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ (ก) หากการรับจ่ายเงินตามสัญญาทั้งหมดเสร็จสิ้นภายในปีภาษี เดียวกัน ให้ยื่นพร้อมกับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ของปีภาษีนั้น (ข) หากการรับจ่ายเงินตามสัญญาทั้งหมดมิได้เสร็จสิ้นภายในปีภาษี เดียวกัน ให้ยื่นบัญชีแสดงรายรับรายจ่ายซึ่งประกอบด้วยรายรับรายจ่าย ที่เกิดขึ้นในแต่ละปีภาษีพร้อมกับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดาของปีภาษีนั้น (๒) กรณีนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ (ก) หากการรับจ่ายเงินตามสัญญาทั้งหมดเสร็จสิ้นภายในรอบ ระยะเวลาบัญชีเดียวกันให้ยื่นเมื่อสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชีพร้อมกับ การยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลของรอบระยะเวลาบัญชีนั้น 3. ประกาศ ฯเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่าย ของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ (ฉบับที่ ๒)
(ข) หากการรับจ่ายเงินตามสัญญาทั้งหมดมิได้เสร็จสิ้น ภายในรอบระยะเวลาบัญชีเดียวกันให้ยื่นบัญชีแสดงรายรับรายจ่าย ซึ่งประกอบด้วยรายรับรายจ่ายที่เกิดขึ้นในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชี พร้อมกับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลของรอบ ระยะเวลาบัญชีนั้นให้คู่สัญญายื่นบัญชีแสดงรายรับรายจ่ายต่อ กรมสรรพากรตาม (๑) และ (๒) จนกว่าจะสิ้นสุด ภาระผูกพันตาม สัญญา” 3. ประกาศ ฯเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่าย ของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ (ฉบับที่ ๒)
ข้อ ๖ ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของข้อ ๑๑ แห่งประกาศ ฯ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “ข้อ ๑๑ กรณีที่คู่สัญญาได้ยื่นบัญชีงบดุลประจ าปีหรือยื่นแบบแสดง รายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล แล้วแต่กรณี ให้กรมสรรพากร ตรวจสอบว่าคู่สัญญาได้ยื่นบัญชีแสดงรายรับรายจ่ายด้วยหรือไม่” 3. ประกาศ ฯเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่าย ของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ (ฉบับที่ ๒)
ข้อ ๗ ให้ยกเลิกแบบแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายของโครงการที่แนบ ท้ายประกาศฯและให้ใช้แบบแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายของโครงการที่แนบ ท้ายประกาศนี้แทน ข้อ ๘ ในระหว่างที่ข้อ ๕ วรรคหนึ่ง แห่งประกาศคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการ จัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็น คู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๕๔ ยังไม่ใช้บังคับ ให้คู่สัญญาตาม สัญญาซึ่งมีมูลค่าตั้งแต่สองล้านบาทขึ้นไปจัดท าบัญชีแสดงรายรับรายจ่าย และยื่นต่อกรมสรรพากรตามแบบแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายของโครงการที่ แนบท้ายประกาศนี้ 3. ประกาศ ฯเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่าย ของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ (ฉบับที่ ๒)
ข้อ ๙ ในระหว่างที่การจัดท าระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อปฏิบัติตาม ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการ ที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๕๔ ยัง ไม่แล้วเสร็จ ให้คู่สัญญายื่นบัญชีแสดงรายรับรายจ่ายตามข้อ ๑๐ แห่ง ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่ บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นเอกสารต่อกรมสรรพากร 3. ประกาศ ฯเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่าย ของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ (ฉบับที่ ๒)
ข้อ ๑๐ ให้ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการ ทุจริตแห่งชาติรักษาการตามประกาศนี้
3. ประกาศ ฯเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่าย
สรุปสาระส าคัญของประกาศ ฯ
1. จัดท าและยื่นบัญชีแสดงรายรับรายจ่ายต่อกรมสรรพากร พร้อม การยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ 2. สัญญาที่ลงนามตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2555 มีมูลค่าสัญญาตั้งแต่ 2,000,000บาท ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการฯ 3. สัญญาที่ลงนามก่อน 1 เมษายน 2555 หากมีการแก้ไขสัญญาและ เพิ่มวงเงิน ต้องยื่นแบบแสดงบัญชีหลังจากวันที่ลงนามแก้ไข สัญญา 4. การจ่ายเงินของโครงการ หากเกิน 30,000 ต้องผ่านบัญชี กระแสรายวัน5. ต้องยื่นแบบแสดงบัญชี ฯ จนกว่าจะสิ้นสุดภาระผูกพันตามสัญญา 6. ต้องจัดเก็บเอกสารไว้ที่สถานประกอบการ 5 ปี หลังจากหมดประกัน 7. หากไม่ยื่นแบบแสดงบัญชี หรือยื่นขาดในสาระส าคัญ ให้ถือว่าเป็น ผู้ขาดคุณสมบัติที่จะเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ
เหตุผลและความจ าเป็นในการออกประกาศ
การจัดหาพัสดุของหน่วยงานรัฐใช้เงินของแผ่นดิน (งบประมาณ เงินกู้ เงินช่วยเหลือ หรือรายได้ของหน่วยงานรัฐ) การด าเนินการที่ผ่านมามีการทุจริตแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ท าให้รัฐเสียหาย มีการสมยอมในการเสนอราคา ไม่แข่งขันอย่างเป็นธรรม จ่ายเงินให้ เจ้าหน้าที่รัฐเพื่อให้ได้เป็นคู่สัญญา นักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนร่วมหรือสนับสนุนการท าความผิด ละเว้นไม่ปฏิบัติหน้าที่บทอาศัยอ านาจ
มาตรา ๑๐๓/๗ ให้หน่วยงานของรัฐด าเนินการจัดท าข้อมูลรายละเอียด ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างโดยเฉพาะราคากลางและการค านวณราคากลาง ไว้ในระบบข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าตรวจดูได้ เพื่อประโยชน์ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ในกรณีที่มี การท าสัญญาระหว่างหน่วยงานของรัฐกับบุคคลหรือนิติบุคคลที่เป็นคู่สัญญากับ หน่วยงานของรัฐ ให้บุคคลหรือนิติบุคคลที่เป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐนั้น มีหน้าที่แสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่เป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ ต่อกรมสรรพากร นอกเหนือจากบัญชีงบดุลปกติที่ยื่นประจ าปี เพื่อให้มีการ ตรวจสอบเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินและการค านวณภาษีเงินได้ในโครงการที่เป็น คู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐดังกล่าวทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการในกรณีที่ปรากฏจากการตรวจสอบหรือการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าบุคคลหรือนิติบุคคลใดที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตของเจ้าหน้าที่ของ รัฐ และกรณีมีความจ าเป็นที่จะต้องตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินหรือการช าระ ภาษีเงินได้ของบุคคลหรือนิติบุคคลนั้น แล้วแต่กรณี ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มี อ านาจประสานงานและสั่งให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องรับเรื่องดังกล่าวไป ด าเนินการตามอ านาจหน้าที่ แล้วให้หน่วยงานของรัฐนั้นมีหน้าที่รายงานผลการ ด าเนินการให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบต่อไป พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2)
บทอาศัยอ านาจ
นอกจากกรณีตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ในกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นสมควร เพื่อด าเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งอันเป็นการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต เนื่องจากการใช้อ านาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งคณะกรรมกา ร ป.ป.ช. เห็นสมควรในการก าหนดมาตรการเพื่อให้หน่วยงาน ของรัฐรับไปปฏิบัติ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอ านาจสั่งให้หน่วยงานของรัฐนั้น ด าเนินการไปตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ก าหนดมาตรการในเรื่องนั้นแล้วรายงาน ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบก็ได้บทอาศัยอ านาจ
มาตรา ๑๐๓/๘ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีหน้าที่รายงานต่อ คณะรัฐมนตรีเพื่อสั่งการ ให้หน่วยงานของรัฐจัดท าข้อมูลเกี่ยวกับการ จัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๑๐๓/๗ วรรคหนึ่ง โดยหน่วยงานของรัฐจะต้อง ด าเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบในการด าเนินการดังกล่าว และให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีหน้าที่ ติดตามผลการด าเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีในกรณีดังกล่าวด้วย หน่วยงานของรัฐใดฝ่าฝืนหรือไม่ด าเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่า ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องมีความผิดทางวินัยหรือเป็นเหตุที่จะถูกถอดถอนจาก ต าแหน่งหรือต้องพ้นจากต าแหน่ง แล้วแต่กรณี (วรรคสอง)ใช้บังคับกับ
๑. บุคคลหรือนิติบุคคลที่เป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ บุคคลธรรมดา นิติบุคคล (ทั้งตามกฎหมายไทย , กฎหมายต่างประเทศ) ๒. หน่วยงานของรัฐ ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หน่วยงานอื่นของรัฐวันใช้บังคับ
ขอบเขตการใช้บังคับ
ผู้ที่มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายรับรายจ่าย
ใช้บังคับบุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งเข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงาน ของรัฐทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ เช่น หน่วยบริการรูปแบบพิเศษ