• No results found

แผนการจ ดการความร (Knowledge Management Action Plan) คณะว ศวกรรมศาสตร และเทคโนโลย ว ทยาล ยอ นเตอร เทคลาปาง ป 2556

N/A
N/A
Protected

Academic year: 2021

Share "แผนการจ ดการความร (Knowledge Management Action Plan) คณะว ศวกรรมศาสตร และเทคโนโลย ว ทยาล ยอ นเตอร เทคลาปาง ป 2556"

Copied!
17
0
0

Loading.... (view fulltext now)

Full text

(1)

แผนการจัดการความรู้

(Knowledge Management Action Plan)

คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี

วิทยาลัยอินเตอร์เทคล าปาง

ปี 2556

(2)

ค าน า

คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดด าเนินการเรียนการสอนในหลักสูตร เทคโนโลยีบัณฑิต ตั้งแต่ปีการศึกษา 2551 โดยมุ่งเน้นผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ความช านาญในเชิงช่างด้าน เทคโนโลยี ซึ่งการด าเนินการจัดการเรียนการสอนมีองค์ประกอบหลายอย่างที่จะท าให้การเรียนการสอน มีประสิทธิภาพ องค์ประกอบที่ส าคัญอย่างหนึ่งคือ แผนการจัดการความรู้ ทางคณะวิศวกรรมศาสตร์และ เทคโนโลยี จึงมีการก าหนดแนวทางในการพัฒนานโยบายและแผนการปฏิบัติในระบบการจัดการความรู้ ของคณะขึ้นมา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการและกิจกรรมต่าง ๆ ของคณะ โดยเน้นที่การให้ ความส าคัญกับการใช้ประโยชน์จากความรู้และการบริหารความรู้ในการด าเนินงานต่อไป คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี 31 มีนาคม 2557

(3)

สารบัญ

ค าน าสารบัญส่วนที่ 1 ความหมายของ KM 1 หลักการและเหตุผลในการจัดการความรู้ 2 นโยบายการจัดการความรู้ 2 ขอบเขตการจัดการความรู้ 3 เป้าหมาย 3 ปัจจัยที่จะน าไปสู่ความส าเร็จ 3 แนวคิดการจัดการความรู้ 4 ส่วนที่ 2 การด าเนินงาน 5 วงจรเกี่ยวกับความรู้และการพัฒนาต่อยอดความรู้ 5 แผนปฏิบัติการจัดการความรู้ 6 การติดตามประเมินผล 9 ตัวชี้วัดที่ส าคัญ 9 เครื่องมือที่ใช้ในการวัดผล 9 ส่วนที่ 3 สรุปการจัดองค์ความรู้เรื่อง “เทคนิคการจัดท าแผนบทเรียน” 10 สรุปการจัดองค์ความรู้เรื่อง “การเขียนบทความจากงานวิจัย” 12 ส่วนที่ 4 ประมวลภาพกิจกรรม 14

(4)

ส่วนที่ 1

1. ความหมาย KM เป็นเครื่องมือหนึ่งที่ใช้จัดการกระบวนการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน เพื่อให้ได้มาซึ่ง ข้อมูลและน ามาประมวลผลเป็นสารสนเทศที่เป็นความรู้ พัฒนาความรู้ให้ทันสมัย เป็นแหล่งขุมปัญญา และน าความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร ตลอดจนการเผยแพร่ความรู้การจัดการความรู้ (Knowledge Management - KM) คือ การน าเอาความรู้มาจัดเก็บอย่างเป็นระบบ สามารถน ามาเผยแพร่ หรือน ากลับมาใช้ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อเป็นประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาองค์การให้มีความเจริญก้าวหน้า ประเภทของความรู้ มี 2 อย่าง คือ 1.1 ความรู้แบบชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) คือ ความรู้ที่เห็นได้ชัดเจนเป็นรูปธรรม เป็น ความรู้ที่ได้มาจากการเรียนในห้องเรียน การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง ความรู้ที่อยู่ในต ารา เช่น พวกหลัก วิชา หรือทฤษฎีทั้งหลายอันได้จากการวิเคราะห์ สังเคราะห์ ผ่านกระบวนการพิสูจน์ กระบวนการวิจัย จึง เรียกว่าความรู้ชัดแจ้ง 1.2 ความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในตัวคน (Tacit Knowledge) คือ เป็นสิ่งที่เห็นไม่ชัด เป็นความรู้ที่เกิดจาก การฝึกฝนการปฏิบัติงานจนเกิดทักษะและกลายเป็นความช านาญเชี่ยวชาญ จึงเป็นประสบการณ์ติดตัว ของแต่ละบุคคล เป็นความรู้ที่เกิดจากวิจารณญาณปฏิภาณไหวพริบ เป็นเทคนิคเฉพาะตัวบุคคล เปรียบเทียบระหว่างความรู้ 2 อย่าง Exlicit Tacit - วิชาการ หลักวิชา - ภูมิปัญญา เคล็ดวิชา - ทฤษฎี - ปฏิบัติ ประสบการณ์ - มาจากการวิจัย การสังเคราะห์ - มาจากวิจารณญาณ การใช้ ปฏิภาณ ไหวพริบ - เป็นกฎเกณฑ์ วิธีการผ่านการพิสูจน์ - เป็นเทคนิคเฉพาะตัว เป็นลูกเล่น ของแต่ละคน

(5)

2. หลักการและเหตุผลในการจัดท าแผนการจัดการความรู้ สืบเนื่องจากทางวิทยาลัยอินเตอร์เทคล าปางมีนโยบายการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ดังนั้น เพื่อให้คณะวิศวกรรมศาสตร์มีลักษณะเป็นคณะแห่งการเรียนรู้อย่างสม่ าเสมอ โดยรับรู้ข้อมูลข่าวสารและ สามารถประมวลผลความรู้ในด้านต่าง ๆ เพื่อน ามาประยุกต์ใช้ใน การปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเหมาะสมต่อสถานการณ์ รวมทั้งต้องส่งเสริมและพัฒนาความรู้ ความสามารถ สร้างวิสัยทัศน์ และ ปรับเปลี่ยนทัศนคติของอาจารย์ในสังกัดให้เป็นบุคลากรที่มีประสิทธิภาพ และมีการเรียนรู้ร่วมกัน ดังนั้น คณบดี จึงมีนโยบายการจัดท าแผนการจัดการความรู้ (KM Action Plan) เพื่อใช้เป็นแนวทางในการ บริหารจัดการความรู้ของบุคลากร ในคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาลัยอินเตอร์เทคล าปาง ให้มีเวทีที่ใช้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันและกัน แบ่งปันประสบการณ์ที่ดีร่วมกัน ดังนั้นเพื่อให้เป็นไป ตามแนวทางดังกล่าว จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการการจัดการองค์ความรู้ ของบุคลากรคณะ วิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อรับผิดชอบควบคุมการด าเนินงานด้านกิจกรรมการจัดการองค์ ความรู้ ซึ่งในปี 2556 นี้ ได้พิจารณาก าหนดนโยบาย ขอบเขตการจัดการความรู้ (KM Focus Area) เป้าหมาย และกระบวนการ และจัดท าแผนให้สอดคล้องกับประเด็นยุทธศาสตร์อย่างเป็นรูปธรรมอันจะ น าไปสู่สัมฤทธิผล ในการด าเนินงานของคณะให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามแผนการด าเนินงานดังรายการ ต่อไปนี้ 3. นโยบายการจัดการความรู้ เพื่อให้การจัดการความรู้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาลัย อินเตอร์เทคล าปาง จึงวางแนวนโยบายไว้ ดังนี้ 3.1 ส่งเสริมและพัฒนาความรู้ในองค์กรเพื่อให้เกิดเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ 3.2 สนับสนุนให้มีการประมวลความรู้ในองค์กรในด้านต่างๆเพื่อน ามาประยุกต์ใช้ในการ ปฏิบัติงานเพื่อความถูกต้อง รวดเร็วและเกิดประสิทธิภาพการท างานที่สูงขึ้น 3.3 ส่งเสริมให้อาจารย์มีส่วนร่วมผลักดันการจัดการความรู้ในองค์กรและเกิดการเรียนรู้ ร่วมกัน 3.4 ส่งเสริมและพัฒนากระบวนการจัดการความรู้ให้เป็นส่วนหนึ่งของการท างานปกติและ สอดคล้องกับแผนการจัดการความรู้ในระดับวิทยาลัย 3.5 ใช้เทคโนโลยีเพื่อการสร้างและเชื่อมโยงความรู้การจัดเก็บและเชื่อมโยงฐานข้อมูล ความรู้ 3.6 จัดระบบการติดตามประเมินผลการจัดการความรู้ที่มีประสิทธิภาพ

(6)

4. ขอบเขตการจัดการความรู้ (KM Focus Area) ก าหนดขอบเขตทั้งหมดประกอบด้วย 4.1 ความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติงานด้านการเรียนการสอน 4.2 ความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติงานด้านการวิจัย 4.3 ความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการด้านการเงิน พัสดุ บุคคล ธุรการ 5. เป้าหมาย 5.1 อาจารย์ประจ าคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาลัยอินเตอร์เทคล าปางทุกท่าน 5.2 รวบรวมความรู้ ประสบการณ์ที่เป็น Tacit Knowledge ในตัวบุคลากรของคณะ วิศวกรรมศาสตร์ และความรู้ที่เป็น Explicit Knowledge ที่มีอยู่ทั้งจากแหล่งความรู้ภายใน และภายนอกองค์กร 5.3 จัดเวที กิจกรรม กระบวนการถ่ายทอดความรู้ภายในระหว่างอาจารย์ 5.4 ใช้เทคโนโลยีในเพื่อสร้างระบบการจัดเก็บและให้มีการเข้าถึงโดยสะดวก 5.5 สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในการจัดการความรู้ 6. ปัจจัยที่จะน าไปสู่ความส าเร็จ 6.1 ผู้บริหารให้ความส าคัญในการจัดการความรู้และผลักดันกระบวนการสู่ภาคปฏิบัติให้ ชัดเจน 6.2 การมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย 6.3 กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการพัฒนาต่อยอดที่ต่อเนื่อง 6.4 มีการน าเทคโนโลยีมาใช้ 6.5 มีกระบวนการวัดผล

(7)

7. แนวคิดการจัดการความรู้ คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาลัยอินเตอร์เทคล าปาง มุ่งด าเนินการจัดการความรู้ เพื่อให้สามารถสนองตอบการปฏิบัติงานให้ภารกิจหลักของคณะบรรลุเป้าหมาย คือกระบวนการและ เทคนิคการท างานการจัดการเรียนการสอน ซึ่งมีผู้เกี่ยวข้องคือ นักศึกษา อาจารย์และบุคลากรสาย สนับสนุน ดังนั้น ความรู้หลักๆ ที่เกี่ยวข้องจึงมีอย่างน้อย 2 หมวด คือ 7.1 ความรู้เพื่อการสนับสนุนภารกิจโดยตรงได้แก่ 7.1.1 ความรู้เกี่ยวกับขั้นตอนในการท างาน เช่น ขั้นตอนการปฏิบัติงานด้านบริหาร งาน บุคคล การเงิน การบัญชี การพัสดุ ระบบงานสารบรรณ การจัดท าแผนงาน การบริการการศึกษา การ ส่งเสริมงานวิจัย เป็นต้น 7.1.2 ความรู้เกี่ยวกับเทคนิคในการท างาน เช่น เทคนิคการสอน การเขียนแผน การ สอนการจัดเอกสารประกอบการสอน การเขียนต ารา การจัดท าหลักสูตร การเขียนโครงการ เพื่อขอรับ การสนับสนุนทุนวิจัย แหล่งทุนวิจัย เป็นต้น 7.2 ความรู้ที่มีความส าคัญในการพัฒนาองค์กรเช่น ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี และคอมพิวเตอร์ เป็นต้น

(8)

ส่วนที่ 2

1. การด าเนินงาน

คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาลัยอินเตอร์เทคล าปาง ด าเนินการจัดท าระบบการ จัดการองค์ความรู้ โดยใช้หลักการของกระบวนการจัดการองค์ความรู้ (Knowledge Management Process) และกระบวนการบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Management Process) ดังนี้

กระบวนการจัดการความรู้ (KM Process) มีกิจกรรมหลัก ได้แก่ 1.1 กิจกรรมการบ่งชี้ความรู้

• จัดท าทะเบียนรายการความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge : EK) และความรู้ ที่ฝังอยู่ในคน(Tacit Knowledge : TK)

• จัดท าคู่มือการใช้ความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge : EK) และความรู้ที่ฝังอยู่ ในคน (TacitKnowledge : TK) ที่ต้องใช้ในการปฏิบัติงาน 1.2 กิจกรรมการสร้างและแสวงหาความรู้ 1.3 กิจกรรมการจัดความรู้ให้เป็นระบบ 1.4 กิจกรรมการประมวลและกลั่นกรองความรู้ 1.5 กิจกรรมเข้าถึงความรู้ 1.6 กิจกรรมการแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้ 2. วงจรเกี่ยวกับความรู้และการพัฒนาต่อยอดความรู้ เนื่องจากกระบวนการในการจัดการองค์ความรู้เป็นการรวบรวมความรู้ ประสบการณ์ที่เป็น Tacit Knowledge ในตัวบุคคล และความรู้ที่เป็น Explicit Knowledge ที่มีอยู่ทั้งจากแหล่งความรู้ภายในและ ภายนอกองค์กร ดังนั้นการถ่ายถอดความรู้จึงต้องจัดให้เกิดกระบวนการที่ต่อเนื่องอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ตาม วงจรเกี่ยวกับความรู้และการพัฒนาต่อยอดความรู้

(9)

ชื่อสถาบันการศึกษา : คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาลัยอินเตอร์เทคล าปาง กลยุทธ์ที่ 1 : พัฒนาระบบจัดการศึกษาให้เป็นไปตามมาตรฐานการด าเนินการตามภารกิจของสถาบันอุดมศึกษาโดยเน้นการเรียนรู้ภาคปฏิบัติ (Practical learning) องค์ความรู้ที่จ าเป็น : 1. เทคนิคการจัดท าแผนบทเรียน และ 2. เทคนิคการเขียนบทความวิจัย ตัวชี้วัด (KPI) และเป้าหมาย ที่เลือกวัดการท า KM : ตัวชี้วัด เป้าหมายปี 2556  จ านวนรูปแบบด้านเทคนิควิธีการจัดท าเอกสารประกอบการสอน เรื่องเทคนิคการจัดท าแผนบทเรียน แบบฟอร์มการท าแผนบทเรียน 1 แบบ  จ านวนบทความจากงานวิจัย เรื่องการเขียนบทความจากผลงานวิจัย บทความจากงานวิจัยของผู้ที่มีผลงานวิจัย  จ านวนคณาจารย์ที่เข้าร่วมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านเทคนิคการจัดท าแผนบทเรียน และการเขียนบทความจากผลงานวิจัย 5 คน ที่ กิจกรรมการจัดการความรู้ ระยะเวลา ตัวชี้วัด เป้าหมาย กลุ่มเป้าหมาย ผู้รับผิดชอบ สถานะ หมายเหตุ 1 การระบุความรู้ที่จ าเป็น ประชุมคณะกรรมการบริหารคณะเพื่อวางแผนจัดการ ความรู้ด้านการเรียนการสอน การวิจัยและก าหนดหัวข้อ การจัดการองค์ความรู้ด้านการเรียนการสอน การวิจัย มิถุนายน 2556 ประเด็นการจัดการองค์ความรู้ด้าน การเรียนการสอน และด้านการวิจัย ประเด็นละ 1 ด้าน อาจารย์ คณะ วิศวกรรมศาสตร์ และเทคโนโลยี คณบดี 2 การสร้างและแสวงหาความรู้ ค้นคว้าและสืบค้นหาความรู้เกี่ยวกับด้านการเรียนการสอน และ การวิจัย ที่เกี่ยวข้อง และจากประสบการณ์ตรง กรกฎาคม 2556 เอกสารประกอบการสอน และ อาจารย์ที่มีผลงาน ตัวอย่างอย่างน้อย ประเด็นละ 1 ตัวอย่าง อาจารย์ คณะ วิศวกรรมศาสตร์ และเทคโนโลยี หัวหน้าสาขา 3. แผนปฏิบัติการการจัดการความรู้ แผนปฏิบัติการจัดการความรู้คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี ประจ าปี 2556

(10)

ที่ กิจกรรมการจัดการความรู้ ระยะเวลา ตัวชี้วัด เป้าหมาย กลุ่มเป้าหมาย ผู้รับผิดชอบ สถานะ หมายเหตุ 3 การจัดการความรู้ให้เป็นระบบ น าเสนอความรู้แก่คณาจารย์ภายในคณะที่มีประสบการณ์ในการ จัดท าแผนบทเรียน และ การเขียนบทความจากผลงานวิจัย สิงหาคม 2556 บุคลากรเข้าร่วมกิจกรรม ร้อยละ 90 อาจารย์ คณะ วิศวกรรมศาสตร์ และเทคโนโลยี คณบดี 4 การประมวลและกลั่นกรองความรู้ เสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่อง -เทคนิคการท าแผนบทเรียน -การเขียนบทความจากงานวิจัย เพื่อหาแนวปฏิบัติที่ดี สิงหาคม 2556 1.จ านวนรูปแบบด้านเทคนิค วิธีการสอนที่ดี เรื่อง การท า แผนบทเรียน 2. จ านวนบทความจากงานวิจัย 1 รูปแบบ 2 บทความ อาจารย์ คณะ วิศวกรรมศาสตร์ และเทคโนโลยี คณบดี 5 การเข้าถึงความรู้ -จัดท าเอกสารสารเผยแพร่ความรู้สู่คณาจารย์ กันยายน 2556 เอกสารเผยแพร่ 2 ประเด็นความรู้ อาจารย์ คณะ วิศวกรรมศาสตร์ และเทคโนโลยี อาจารย์นเรศ 6 การแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้ เสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่อง -เทคนิคการท าแผนบทเรียน -การเขียนบทความจากงานวิจัย หลังจากทดลองใช้เพื่อหาแนวปฏิบัติที่ดี กุมภาพันธ์ 2557 จ านวนอาจารย์ที่เข้าร่วม ร้อยละ 90 อาจารย์ คณะ วิศวกรรมศาสตร์ และเทคโนโลยี คณบดี

(11)

ที่ กิจกรรมการจัดการความรู้ ระยะเวลา ตัวชี้วัด เป้าหมาย กลุ่มเป้าหมาย ผู้รับผิดชอบ สถานะ หมายเหตุ 7 การเรียนรู้ น าผลสรุปการจัดการองค์ความรู้ทั้ง 2 ประเด็น ไปใช้ ประโยชน์สามารถปฏิบัติได้จริงมาจัดท ารายงานเป็นลาย ลักษณ์อักษรและเผยแพร่อย่างเป็นระบบ โดยผ่านระบบ เครือข่าย มีนาคม 2557 จ านวนองค์ความรู้ที่ได้ เผยแพร่ 2 ประเด็นองค์ ความรู้ บุคลากรวิทยาลัย อินเตอร์เทคล าปาง บุคคลทั่วไปที่สนใจ อาจารย์ นเรศ

(12)

จัดการความรู้โดยมุ่งเน้นวัดผลส าเร็จ 3 ประเด็น คือ 4.1 ด้านระบบและกระบวนการจัดการความรู้ 4.2 ด้านผลลัพธ์ (Out put) 4.3 ด้านผลกระทบที่เป็นประโยชน์ (Out come) 5. ตัวชี้วัดที่ส าคัญ 5.1 จ านวนกิจกรรมที่เกิดขึ้นในกระบวนการจัดการความรู้ 5.2 จ านวนบุคลากรที่เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่าน 5.3 จ านวนข้อมูล ความรู้ที่ได้รับการถ่ายถอดและรวบรวมขึ้น 5.4 จ านวนช่องทางในการเข้าถึงองค์ความรู้ 6. เครื่องมือที่ใช้ในการวัดผล 6.1 การจัดประชุมเพื่อสรุปผลการด าเนินงาน 6.2 แบบส ารวจ / แบบประเมินโครงการ

(13)

ส่วนที่ 3

3.1 สรุปการจัดองค์กรความรู้ เรื่อง “เทคนิคการจัดท าแผนบทเรียน” จากการจัดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดการองค์ความรู้ เรื่องเทคนิคการจัดท าแผนบทเรียน โดย ให้ความหมายของค าว่าแผนบทเรียน หมายถึง เป็นเครื่องมือก าหนดเอาไว้ล่วงหน้าก่อนจัดการเรียนการ สอน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ อย่างมีเป้าหมาย แผนบทเรียนที่ใช้ในการเรียนการ สอนโดยทั่ว ๆ ไป เช่น วิชาทฤษฎีครั้งละ 3 ชั่วโมง ฝึกปฏิบัติ 5 ชั่วโมงโดยมีทฤษฎีหัวงาน 1 ชั่วโมงและ ปฏิบัติงานอีก 4 ชั่วโมง เป็นต้น เป็นแผนบทเรียนที่ใช้ส าหรับการสอนครั้งหนึ่ง ๆ จัดเป็นเครื่องมือ ส าคัญของผู้สอนในการใช้ประกอบการสอนรูปแบบเป็นเอกสารหรือสื่ออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในวิชาที่ อาจารย์สอน โดยได้น ามาแลกเปลี่ยนประสบการณ์การจัดท าแผนบทเรียนของอาจารย์ภายในคณะ วิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี ได้หัวข้อในเอกสารแผนบทเรียนประกอบด้วยองค์ประกอบส าคัญ 4 ส่วน ดังนี้ 1. วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม 2. การน าเข้าสู่บทเรียน 3. การปฏิบัติการ 4. สิ่งที่แนบมาด้วย . ทั้งนี้อาจใช้รูปแบบการเขียนเค้าโครงรายวิชาของโดยก าหนดหัวข้อบรรยาย ที่มีรายละเอียด ประกอบพอสมควร โดยจัดเป็นรูปแบบที่สวยงามและเรียบร้อย การเผยแพร่ อาจเป็นเอกสารที่จัดเป็นแบบประกอบอยู่ในเอกสารประกอบการสอน โดยใช้ ประกอบการสอนวิชาใดวิชาหนึ่งในหลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต มาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งภาคการศึกษา ซึ่งทางคณะได้สรุปรูปแบบของแผนบทเรียน ที่ประกอบด้วยองค์ประกอบ 4 ส่วน ข้างต้น ดังนี้

(14)

รายวิชา ระดับ เรื่อง/งาน เวลา นาที 1. วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม ก. ความสามารถ ข. รายละเอียดระบุไว้ใน….. 2. การน าเข้าสู่บทเรียน ก. อุปกรณ์ช่วยสอน ข. ค าถามประกอบ 3. การปฏิบัติการ เวลา (x นาที) หมายเลขวัตถุประสงค์ ขั้นสนใจปัญหา บรรยาย ขั้นศึกษาข้อมูล ถามตอบ สาธิต ขั้นพยายาม ขั้นส าเร็จผล กระดานด า หุ่นจ าลอง อุปกรณ์ แผ่นใส ช่วยสอน ของจริง แผ่นภาพ ใบงาน ใบทดสอบ 4. สิ่งที่แนบมาด้วย

(15)

3.2 สรุปการแลกเปลี่ยนเรียนรู้งานวิจัยเรื่อง “การเขียนบทความจากงานวิจัย” ในปีการศึกษา 2556 คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี ได้แลกเปลี่ยนเรียนในประเด็น หัวข้อ “การเขียนบทความจากงานวิจัย” จากการสรุปผลการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สรุปหัวข้อส าคัญได้ดังนี้ 1. ต้องเป็นผู้ที่มีผลงานวิจัย 2. ต้องมีความตั้งใจ และมุ่งมั่น 3. ควรมีการเสาะแสวงหาความรู้อย่างสม่ าเสมอ 4. ควรมีผู้ทรงคุณวุฒิคอยให้ค าแนะ เริ่มต้นจากทางคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีได้ก าหนดให้มีการจัดการองค์ความรู้ด้าน การวิจัย จึงได้ก าหนดประเด็นหัวข้อคือ “การเขียนบทความจากงานวิจัย” โดยบุคลากรในคณะได้มี ประสบการณ์จากการเข้าร่วมอบรม จากนั้นจึงได้จัดสัมมนาการจัดการองค์ความรู้ในประเด็นดังกล่าวซึ่ง หลังจากได้มีการจัดการองค์ความรู้ครั้งที่ 1 ในภาคการศึกษาที่ 1 ในเดือนสิงหาคม อาจารย์จันทร์ขาว สายแปลง ได้เขียนบทความวิจัย เพื่อไปน าเสนอในการประชุมวิชาการครุศาสตร์อุตสาหกรรมระดับชาติ ครั้งที่ 6 วันที่ 28-29 สิงหาคม 2556 และได้น าประสบการณ์ตรงมาถ่ายทอดองค์ความรู้ในกับบุคลากร ในคณะ จากนั้นได้มี อาจารย์นพพันธ์ ศรีบุรี และอาจารย์นเรศ โรจนวุฒิธรรม ได้เขียนบทความวิจัย เพื่อไปน าเสนอในการประชุมวิชาการระดับชาติด้านวิทยาการและเทคโนโลยี ครั้งที่ 1 มหาวิทยาลัย นอร์ท-เชียงใหม่ ในวันที่ 23 พฤษภาคม 2557 ซึ่งจากการสัมมนาการจัดการองค์ความรู้ จึงได้สรุปว่ารูปแบบการเขียนส่วนใหญ่ต้อง เป็นไปตามรูปแบบของผู้จัดการประชุมวิชาการ แต่หลักๆ ก็จะประกอบไปด้วยองค์ประกอบของ “การ เขียนบทความวิจัยจากงานวิจัย” ได้ดังนี้ 1. ชื่อบทความ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ 2. ชื่อเจ้าของบทความและต้นสังกัดที่ติดต่อ 3. บทคัดย่อภาษาไทย และภาษาอังกฤษ 4. บทน า 5. วิธีการศึกษา 6. วิเคราะห์ข้อมูลและสรุปผล 7. ผลการศึกษา 8. อภิปรายผล 9. บทสรุปและข้อเสนอแนะ 10. เอกสารอ้างอิง

(16)

น าเอาเทคนิคที่ได้จากการจัดการองค์ความรู้ ทั้งสองเรื่องคือ 1. เทคนิคการท าแผนบทเรียน

2. การเขียนบทความวิจัยจากงานวิจัย

(17)

ส่วนที่ 4

ประมวลภาพกิจกรรมการจัดการองค์ความรู้คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี หัวข้อ เทคนิคการจัดท าแผนบทเรียน และการเขียนบทความวิจัยจากงานวิจัย

References

Related documents