การเขียนรายงานการศึกษาเชิงคุณภาพ
รศ.ดร.อมรรัตน รัตนสิริ ภาควิชาเวชศาสตรชุมชน คณะแพทยศาสตรความสําคัญของการเขียนรายงาน
รายงานเปนหลักฐานสําคัญที่แสดงถึงการเสร็จสมบูรณ ของการดําเนินการศึกษา/การวิจัย และเปนสื่อที่เผยแพรสาระ องคความรูตางๆ จากการทําการศึกษา/การวิจัย
ความแตกตางระหวางรายงานการศึกษา
/
วิจัยเชิงคุณภาพ
และเชิงปริมาณ
- รายงานการศึกษา/การวิจัยเชิงคุณภาพมักจะมีความ ยาวมากกวาเชิงปริมาณ เนื่องจากหลักฐานที่ใชอธิบาย ปรากฏการณสวนใหญคือ คํา ขอความตางๆ ซึ่งรวมถึง กรณีศึกษาซึ่งมีจํานวนขอมูลมาก - เกณฑการประเมินงานศึกษา/วิจัยเชิงคุณภาพ ตาง จากเชิงปริมาณ เนื่องจากทั้ง 2 ประเภท อยูบนพื้นฐานปรัชญา ที่ตางกัน และมีวิธีการเสาะแสวงหาความรูตางกัน- เกณฑที่เหมาะสมที่สุด สําหรับการประเมินงานวิจัย เชิงคุณภาพ คือ ความเขมงวด (Rigor) และความสอดคลอง (Relevance)/ความไวใจได (Credibility) ซึ่งเทียบไดกับความ ตรง (Validity) และความเที่ยง (Reliability) ในงานวิจัยเชิง ปริมาณ
โครงสรางของการรายงานการศึกษา/วิจัยเชิงคุณภาพ โดยทั่วไปใชแบบฟอรมคลายคลึงกับเชิงปริมาณ กลาวคือ ประกอบดวย 4 สวน คือ สวนนํา เนื้อเรื่อง สรุป และอางอิง ดังนี้
สวนนํา
ประกอบดวย ปกใน บทคัดยอ กิตติกรรมประกาศ คํานํา สารบัญ โดยมีสาระสังเขปดังนี้การเขียนรายงานการศึกษา
/
วิจัยเชิงคุณภาพ
1. ปกใน เปนหนา ที่ตอจากปก มีการเขียนชื่อเรื่อง ชื่อผูศึกษา/วิจัย แหลงทุน เลขที่ ISBN สถานที่พิมพรายงาน เปนตน 2. บทคัดยอ เปนสาระสังเขปของสวนเนื้อหาทั้งหมด บทคัดยอนี้ ไมควรยาวเกิน 1 หนากระดาษ A4 และควรมีทั้ง บทคัดยอภาษาไทยและภาษาอังกฤษ 3. กิตติกรรมประกาศ เปนหนา ที่ผูวิจัยเขียนแสดง ความขอบคุณผูที่ใหความชวยเหลือ สนับสนุนใหการศึกษา/ วิจัยสําเร็จ
4. คํานํา เปนสวนที่กลาวถึงความเปนมา มูลเหตุจูงใจ ใหเกิดการศึกษา/วิจัย และประโยชนของการศึกษา/วิจัย รายงานบางเลมไดรวมคํานํา และคําขอบคุณไวดวยกัน โดยตัด หนากิตติกรรมประกาศออก 5. สารบัญเปนบัญชีหัวเรื่องตางๆ ที่ประกอบอยูใน รายงานนั้นๆ พรอมทั้งมีเลขหนากํากับไว ในสารบัญเรื่องอาจ แสดงการแบงบทตางๆ หรืออาจแสดงหัวขอยอยภายในบท ดวยก็ได
6. สารบัญตาราง เปนรายงานการแสดงตารางตางๆ และมีเลขหนากํากับไว
สวนเนื้อเรื่อง
ประกอบดวย บทนํา การทบทวน วรรณกรรม วิธีดําเนินการศึกษา/วิจัย และผลการศึกษา/วิจัย โดยมีสาระสังเขปดังนี้ 1. บทนํา เปนขอความที่แสดงใหเห็นถึงปญหา และ ความจําเปนที่จะตองศึกษา ทําใหผูอานเห็นประเด็นที่นาสนใจ และเขาใจวาทําไมตองศึกษา ศึกษาอยางไร ไดประโยชน อะไรบาง2. การทบทวนวรรณกรรม เปนขอเขียนที่เรียบเรียง เนื้อหาวิชาการงานวิจัยตางๆ ที่เกี่ยวของกับเรื่องที่ศึกษา ใน รายงานบางฉบับรวบรวมวรรณกรรมที่เกี่ยวของไวเปนหัวขอ หนึ่งของบทนํา บางฉบับแยกบทไวตางหาก 3. วิธีการศึกษา/วิจัย เปนการใหรายละเอียดของการ ดําเนินการศึกษา/วิจัย เชน วิธีการเขาสนาม เก็บขอมูล เลือก ผูใหขอมูล สัมพันธภาพระหวางผูศึกษา/นักวิจัยกับผูใหขอมูล การควบคุมคุณภาพของขอมูล เปนตน
4. ผลการศึกษา/วิจัย เปนขอเขียนที่แสดงถึงขอคนพบ ซึ่งมี 3 รูปแบบ คือ นําเสนอโดยไมมีขออภิปราย นําเสนอ โดยสอดแทรกการตีความ หรือนําเสนอโดยตีความและ อภิปรายในแตละประเด็นอยางละเอียด
สวนสรุป
ประกอบดวย อภิปรายผล สรุปผล และ ขอเสนอแนะ โดยมีสาระสําคัญดังนี้ 1. การอภิปรายผล เปนขอเขียนที่ประเมิน แปลผล และวิจารณผลการศึกษา/วิจัย2. สรุปผล เปนการกลาวถึงใจความสําคัญ ทุกขั้นตอน ของการศึกษา/วิจัย 3. ขอเสนอแนะ เปนประเด็นที่ผูศึกษา/วิจัยไดขอคิด ขณะดําเนินการศึกษา/วิจัย แลวมานําเสนอ ทั้งนี้ขอเสนอแนะ ตองเกี่ยวเนื่องกับสิ่งที่ปรากฏในการศึกษา/วิจัย เทานั้น
สวนอางอิง
ประกอบดวย เอกสารอางอิง หรือ บรรณานุกรม และภาคผนวก1. เอกสารอางอิง เปนบัญชีรายชื่อเอกสารที่ถูกนํามา อางอิงในเนื้อเรื่องของรายงานการศึกษา/วิจัย สวนบรรณานุกรม คือ บัญชีรายชื่อเอกสาร สิ่งตีพิมพ ตางๆที่มีเนื้อเรื่อง หรือสัมพันธกับเนื้อหาในรายงานการศึกษา/ วิจัยนั้นๆรายชื่อในบัญชีนี้รวมถึงเอกสารที่อางอิงในเนื้อเรื่อง ดวย วิธีการเขียนเอกสารอางอิง และบรรณานุกรมที่นิยมใช ในรายงานมี 2 ระบบคือ
1.1 ระบบนาม – ปที่ใชกันมากคือ ระบบ APA (American Psychological Association) เปนการใสชื่อผูแตง ป ที่พิมพ และหนังสือที่อางอิง ไวในวงเล็บตอทายขอความนั้น เชน (สมจิต หนุเจริญกุล 2541:2)
ในบัญชีรายชื่อ ใหเรียงลําดับตามอักษรผูแตงภาษาไทย ใชชื่อตน ภาษาอังกฤษใชชื่อสกุล ในการเรียงลําดับ โดยไมตอง ใสหมายเลขกํากับ
1.2 ระบบตัวเลข ที่นิยมกันคือ Vancouver Style เปน การใสหมายเลขเรียงลําดับที่อางอิงไวดานขวาเหนือขอความที่ อางอิงเชน โดยทั่วไปการอภิปรายผลการวิจัยจะตองแสดงให เห็นวาผูวิจัยไดใหความรูอะไรจากผลการวิจัยครั้งนี้1 ในรายการเอกสารอางอิงจะเรียงตามลําดับหมายเลข การอางอิง
2. ภาคผนวก เปนสาระในรายละเอียดในสวนเนื้อเรื่อง ที่ผูวิจัยเห็นวาไมจําเปนตองเอาไวในเนื้อหานั้นๆ แต จําเปนตองปรากฏในรายงาน นอกจากนี้ประวัติและผลงาน โดยสังเขปของผูวิจัยก็สามารถอยูในสวนของภาคผนวกได