• No results found

1. เพ อการพ ฒนาโปรแกรมบทเร ยนเร อง การใช โปรแกรมไมโครซอฟต เว ร ด 2003 เบ องต น

N/A
N/A
Protected

Academic year: 2021

Share "1. เพ อการพ ฒนาโปรแกรมบทเร ยนเร อง การใช โปรแกรมไมโครซอฟต เว ร ด 2003 เบ องต น"

Copied!
7
0
0

Loading.... (view fulltext now)

Full text

(1)

สรุปผลการพัฒนาโปรแกรมบทเรียนรายวิชาคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีพื้นฐาน เรื่อง การใช้โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด 2003 พื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนจ าปาโมงวิทยาคาร อ าเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี ผลการพัฒนาโปรแกรมบทเรียน เรื่อง การใช้โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด 2003 เบื้องต้น กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ส าหรับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีขั้นตอนโดยสรุป ดังนี้ 1. ความมุ่งหมายของการศึกษาค้นคว้า 2. สมมุติฐานของการศึกษาค้นคว้า 3. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 4. เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า 5. วิธีด าเนินการศึกษา 6. การจัดกระท าข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูล 7. สรุปผล 8. อภิปรายผล 9. ข้อเสนอแนะ ความมุ่งหมายของการศึกษาค้นคว้า 1. เพื่อการพัฒนาโปรแกรมบทเรียนเรื่อง การใช้โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด 2003 เบื้องต้น กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2. เพื่อหาค่าดัชนีประสิทธิผลของการพัฒนาโปรแกรมบทเรียนเรื่อง การใช้โปรแกรม ไมโครซอฟต์เวิร์ด 2003 เบื้องต้น กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 1 3. เพื่อเปรียบเทียบคะแนนทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนของผู้เรียนด้วยการ พัฒนาโปรแกรมบทเรียน เรื่อง การใช้โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด 2003 เบื้องต้น กลุ่มสาระการ เรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 4. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการพัฒนาโปรแกรมบทเรียน เรื่อง การใช้ โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด 2003 เบื้องต้น กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1

(2)

สมมติฐานของการศึกษา คะแนนทางการเรียนด้วยการพัฒนาโปรแกรมบทเรียน เรื่อง การใช้โปรแกรมไมโครซอฟต์ เวิร์ด 2003 เบื้องต้น กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ก่อน เรียนและหลังเรียนแตกต่างกัน ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 1. ประชากร ได้แก่ผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนจ าปาโมงวิทยาคาร อ าเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานี เขต 4 ปีการศึกษา 2550 จ านวน 3 ห้อง รวมผู้เรียนทั้งหมด 101 คน 2. กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนจ าปาโมงวิทยาคาร อ าเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานี เขต 4 ปีการศึกษา 2550 จ านวน 1 ห้อง จ านวน 38 คน โดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling)

เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ ประกอบด้วย 1. โปรแกรมบทเรียน เรื่อง การใช้โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด 2003 เบื้องต้น กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 สร้างขึ้นโดยใช้โปรแกรม ส าเร็จรูป จ านวน 14 หน่วย 2. แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การใช้โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด 2003 เบื้องต้น กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เป็นแบบ ปรนัย 4 ตัวเลือก จ านวน 30 ข้อ 3. แบบวัดความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อโปรแกรมบทเรียน เรื่อง การใช้โปรแกรม ไมโครซอฟต์เวิร์ด 2003 เบื้องต้น กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 1 มีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) ตามวิธีของลิเคิร์ท ( Likert ) แบ่ง ระดับความพึงพอใจเป็น 5 ระดับ คือ พึงพอใจมากที่สุด พึงพอใจมาก พึงพอใจปานกลาง พึงพอใจ น้อย และพึงพอใจน้อยที่สุด จ านวน 1 ชุด ประกอบด้วย ข้อค าถาม 20 ข้อ

(3)

วิธีด าเนินการศึกษา เมื่อผู้พัฒนาได้ศึกษา วิเคราะห์หลักสูตร ค าอธิบายรายวิชา ก าหนดเนื้อหาให้สอดคล้องกับ ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง ก าหนดแบบทดสอบ ตลอดจนศึกษาเอกสารเกี่ยวกับการสร้างโปรแกรม บทเรียน การท าแบบทดสอบ แบบวัด และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง จนกระทั่งด าเนินการพัฒนาเครื่องมือใน การให้ความรู้ซึ่งได้แก่ โปรแกรมบทเรียน และเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบทดสอบ แบบวัดความพึงพอใจ จนเสร็จเรียบร้อยจึงได้น ามาทดลอง โดยน ามาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียน การสอนกับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนจ าปาโมงวิทยาคาร อ าเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี จ านวน 1 ห้องเรียน จ านวนนักเรียน 38 คน ในช่วงเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2551 ขั้นตอนในด าเนินการ มีดังนี้ การพัฒนาครั้งนี้ เป็นการพัฒนากึ่งทดลองกับกลุ่มตัวอย่าง เพื่อหาประสิทธิภาพในการใช้ โปรแกรมบทเรียน รายวิชาคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีพื้นฐาน เรื่องการใช้งานโปรแกรม ไมโครซอฟต์เวิร์ด 2003 เบื้องต้นโดยใช้ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ โรงเรียนจ าปาโมงวิทยาคาร อ าเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี มีขั้นตอน ดังนี้ 1. ท าแบบทดสอบก่อนเรียน โดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน (Pretest) รายวิชาคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีพื้นฐาน เรื่องการใช้งานโปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด 2003 เบื้องต้นที่ได้ผ่านการวิเคราะห์แล้ว จ านวน 30 ข้อ 2. ท าการทดลอง โดยท าการคัดลอกโปรแกรมบทเรียนลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ เนื่องจากมี ความสะดวกและเครื่องอ่านซีดีรอมบางเครื่องใช้งานไม่ได้ และให้ผู้เรียนกลุ่มตัวอย่างได้เรียนกับ โปรแกรมบทเรียน รายวิชาคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีพื้นฐาน เรื่องการใช้งานโปรแกรม ไมโครซอฟต์เวิร์ด 2003 เบื้องต้น จ านวน 14 ชั่วโมง และท าแบบทดสอบหลังเรียนแต่ละชั่วโมง โดยใช้รูปแบบการทดลองแบบ One Group Pre-test Post-test Design

3. ทดสอบหลังเรียน โดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กระท าเมื่อสิ้นสุดการ เรียนด้วยโปรแกรมบทเรียนทันที โดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน (Post-test) รายวิชา คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีพื้นฐาน เรื่องการใช้งานโปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด 2003 เบื้องต้นที่ได้ผ่านการวิเคราะห์แล้ว จ านวน 30 ข้อ 4. ให้ผู้เรียนตอบแบบวัดความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อโปรแกรมบทเรียนที่พัฒนาขึ้น โดย ใช้แบบวัดความพึงพอใจ จ านวน 20 ข้อ 5. น าผลการตอบของผู้เรียนมาวิเคราะห์หาค่าทางสถิติ ตามความมุ่งหมายของการผู้พัฒนา

(4)

การจัดกระท าข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูล ในการศึกษาครั้งนี้ ผู้พัฒนาได้ด าเนินการจัดกระท าและวิเคราะห์ข้อมูลตามล าดับ ดังนี้ 1. หาประสิทธิภาพของโปรแกรมบทเรียน เรื่อง ความการใช้โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด 2003 เบื้องต้น กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่มี ประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2. หาค่าดัชนีประสิทธิผลของโปรแกรมบทเรียน เรื่อง การใช้โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด 2003 เบื้องต้น กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 3. การเปรียบเทียบคะแนนทางการเรียนระหว่างคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนของผู้เรียน ที่เรียนด้วยโปรแกรมบทเรียนที่พัฒนาขึ้น 4. ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อบทเรียนคอมพิวเตอร์ มัลติมีเดีย ปฏิสัมพันธ์ เรื่อง การใช้โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด 2003 เบื้องต้น กลุ่มสาระการเรียนรู้การงาน อาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่พัฒนาขึ้น การวิเคราะห์ข้อมูล การพัฒนาโปรแกรมบทเรียน เรื่อง การใช้โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด 2003 เบื้องต้น กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 สรุปผลการศึกษาค้นคว้า พบว่า 1. โปรแกรมบทเรียน เรื่อง การใช้โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด 2003 เบื้องต้น กลุ่ม สาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ส าหรับผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ให้มีประสิทธิภาพ ตามเกณฑ์ 80 / 80 ซึ่งผลการทดลอง พบว่า ประสิทธิภาพของโปรแกรมบทเรียน มีค่าเท่ากับ 83.55/81.23 สูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 2. ดัชนีประสิทธิผลของโปรแกรมบทเรียน เรื่อง การใช้โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด 2003 เบื้องต้น กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ส าหรับผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เท่ากับ 0.6977 หรือร้อยละ 69.77 3. จากการศึกษาคะแนนทางการเรียนของผู้เรียนที่เรียนด้วยโปรแกรมบทเรียน เรื่อง การใช้โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด 2003 เบื้องต้น กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ส าหรับผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปรากฏว่า คะแนนทางการเรียนก่อนเรียน เฉลี่ย 80.21 (ร้อยละ 83.55 ) และคะแนนทางการเรียนหลังเรียน เฉลี่ย 24.37 (ร้อยละ 81.23) แตกต่างกันอย่างมีนัยส าคัญ ทางสถิติที่ .05

(5)

4. ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อโปรแกรมบทเรียน เรื่อง การใช้ โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด 2003 เบื้องต้น กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ส าหรับผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปรากฏว่า ผู้เรียนที่เรียนด้วยโปรแกรมบทเรียน เรื่อง การใช้ โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด 2003 เบื้องต้น มีความพึงพอใจที่มีต่อโปรแกรมบทเรียน โดยรวมอยู่ใน ระดับพึงพอใจมาก (X =4.32 , S.D. = 0.65) พิจารณารายข้อ พบว่า จากรายการข้อความของแบบ วัดความพึงพอใจ จ านวน 20 ข้อ ส่วนใหญ่อยู่ในระดับพึงพอใจมาก จ านวน 18 ข้อ และอยู่ใน ระดับพึงพอใจมากที่สุด จ านวน 2 ข้อ อภิปรายผล จากการพัฒนาโปรแกรมบทเรียน สามารถอภิปรายผลได้ดังนี้ 1. การพัฒนาโปรแกรมบทเรียน เรื่อง การใช้โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด 2003 เบื้องต้น กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพ ตามเกณฑ์ เท่ากับ 83.55/81.23 ซึ่งหมายความว่า โปรแกรมบทเรียนท าให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ ระหว่างคะแนนเฉลี่ยร้อยละ 83.55 และมีประสิทธิภาพในการเปลี่ยนแปลงผลการเรียนของผู้เรียน เฉลี่ยร้อยละ 81.23 แสดงว่า โปรแกรมบทเรียนที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพของผลลัพธ์สูงกว่าเกณฑ์ 80/80 (เผชิญ กิจระการ. 2544 : 44-45) ทั้งนี้เป็นเพราะโปรแกรมบทเรียนที่ผู้พัฒนาได้สร้างขึ้นได้ ผ่านขั้นตอนการวิเคราะห์หลักสูตรขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 วิเคราะห์หลักสูตรสถานศึกษาของ โรงเรียน วิเคราะห์ค าอธิบายรายวิชา เพื่อก าหนดเนื้อหา ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง แบบทดสอบ และ ได้รับการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาคุณภาพและความเหมาะสมด้านเนื้อหา ด้านการวัดผล ด้าน โปรแกรมคอมพิวเตอร์ นอกจากนั้นได้อาศัยหลักการออกแบบโปรแกรมบทเรียน ตามวิธีการและ ขั้นตอนที่ถูกต้อง (ไชยยศ เรืองสุวรรณ. 2546 : 84-89) โดยแบ่งเป็น 5 ขั้นตอนใหญ่ ๆ คือ การวิเคราะห์ การออกแบบ การพัฒนาบทเรียน การน าไปใช้/ทดลอง และการประเมินและปรับปรุง แก้ไข มีกระบวนการสร้างที่ผ่านการตรวจสอบความถูกต้องเหมาะสม ทั้งด้านการใช้ภาษา รูปแบบ โครงสร้างของสื่อแต่ละประเภทจากผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหา ด้านสื่อการเรียนรู้ และด้านการวัดผล แล้วน ามาปรับปรุงก่อนที่จะน าไปทดลองใช้กับนักเรียนที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างในการทดลอง และกลุ่ม ตัวอย่างที่ใช้ในการทดลองจริง และเนื่องจากโปรแกรมบทเรียนมีการออกแบบให้ใช้งานได้สะดวก สามารถเรียกใช้งานได้จากแผ่นซีดีรอมหรือไอคอนบนหน้าจอ โดยผู้เรียนสามารถเรียนรู้และก าหนด กิจกรรมได้ด้วยตนเอง นักเรียนสามารถเรียนรู้ไปตามแต่ละความสามารถของแต่ละบุคคล แล้วทราบ ข้อมูลย้อนกลับได้ทันที และสามารถเรียนซ ้าได้บ่อยๆ

(6)

2. ค่าดัชนีประสิทธิผลของโปรแกรมบทเรียน เรื่องการใช้โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด 2003 เบื้องต้น กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่พัฒนาขึ้น มีค่า เท่ากับ 0.6977 หมายความว่า หลังการเรียนรู้ด้วยโปรแกรมบทเรียนผู้เรียนมีความก้าวหน้าทาง การเรียนรู้สูงขึ้นคิดเป็นร้อยละ 69.77 ที่เป็นเช่นนี้อาจเนื่องมากจากนี้เป็นเพราะโปรแกรมบทเรียนที่ พัฒนาขึ้นเป็นสื่อที่ทันสมัย สามารถแสดงผลผ่านทางจอภาพเป็นแบบมัลติมีเดีย มีภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว วีดิโอ และเสียง ทั้งยังมีการประเมินผลที่หลากหลายและให้ผู้เรียนทราบผลในทันที สนองตอบต่อการเรียนรู้ตามความสามารถของแต่ละบุคคล และเรียนรู้ได้ตามความต้องการและ รวดเร็ว 3. จากการเปรียบเทียบคะแนนทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนของผู้เรียน ส าหรับผู้เรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่เรียนด้วยโปรแกรมบทเรียน เรื่อง การใช้โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด 2003 เบื้องต้น มีคะแนนทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนและมีความก้าวหน้าทางการเรียนอย่างมี นัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งเป็นไปตามสมมุติฐานที่ตั้งไว้ เนื่องจากโปรแกรมบทเรียน สามารถ น าเสนอได้ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวเพื่อถ่ายทอด เนื้อหาสาระหรือองค์ความรู้ที่มีในบทเรียน และ มีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามขั้นตอนที่สมบูรณ์โดยค านึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ตามความต้องการของตน และมีโอกาสฝึกฝนทักษะต่างๆ หรือเรียนในเรื่องที่ตน ไม่เข้าใจซ ้า ๆ กันหลายครั้ง โดยไม่เป็นตัวถ่วงเพื่อนในชั้นเรียนไว้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อน ามาใช้ใน การเรียนการสอนในรายวิชาคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นวิชาต้องอาศัยการฝึกฝนและได้ฝึกปฏิบัติ สามารถน าไป ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวันและศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น 4. ผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยโปรแกรมบทเรียน เรื่อง การใช้โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด 2003 เบื้องต้น ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 พบว่า ความพึงพอใจของ นักเรียนโดยรวมอยู่ในระดับพึงพอใจมาก (X = 4.32 , S.D. = 0.65) แสดงว่า นักเรียนมีความพึง พอใจต่อโปรแกรมบทเรียน อาจเนื่องจากโปรแกรมบทเรียนมีการตอบสนองและเร้าความสนใจ มีการโต้ตอบระหว่างนักเรียนกับคอมพิวเตอร์ (Interactive) ส่งผลให้บทเรียนน่าสนใจขณะเดียวกัน นักเรียนสามารถเรียนซ ้าได้บ่อย ๆ ตามต้องการ มีผลแสดงความก้าวหน้าทางการเรียนเป็นระยะ ๆ กระตุ้นความรู้ความจ าและความสนใจท าให้นักเรียนเกิดความสนุกสนานเพลิดเพลินในการเรียนรู้ นั่นเอง

(7)

ข้อเสนอแนะ จากผลการพัฒนาโปรแกรมบทเรียน เรื่อง การใช้โปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ด 2003 เบื้องต้น กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ผู้พัฒนา ขอเสนอแนะส าหรับผู้สนใจ ดังนี้ 1. ข้อเสนอแนะในการน าไปใช้ 1.1 การพัฒนาโปรแกรมบทเรียน ผู้พัฒนาควรศึกษาโครงสร้างของโปรแกรมและ คุณสมบัติเฉพาะของโปรแกรมที่จะน ามาสร้าง 1.2 การพัฒนาโปรแกรมบทเรียน ผู้พัฒนาควรด าเนินการทดลองในช่วงเวลาที่เหมาะสม ให้มีความต่อเนื่อง และควบคุมตัวแปรเกิน หรือตัวแปรแทรกซ้อนอื่น ๆ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อผล การศึกษาและความเชื่อมั่นของนวัตกรรมหรืองานวิจัยได้ 1.3 ควรท าการพัฒนาโปรแกรมบทเรียนที่พัฒนาขึ้น โดยการ Upload ขึ้นบนระบบ เครือข่ายในระยะยาวส าหรับการเรียนการสอนจริง ผู้พัฒนา นายสุรศักดิ์ พิมพ์ศรี ต าแหน่ง ครู วิทยฐานะ ช านาญการ โรงเรียนจ าปาโมงวิทยาคาร อ าเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุดรธานี เขต 4

References

Related documents

Equity capital raised Dividends paid Others Cash flow from financing Net change in cash.. Important

An object with mass 1 kg on a frictionless, horizontal surface is attached to the spring, pulled a distance 1m to the right to stretch the spring and released.. If wind energy is

การเริ่มเขาสูการทํางานของระบบ การใชงานระบบจะตองเขาสูการทํางานภายใตระบบปฏิบัติการ Linux กอน

2095 หลังจาก ถูกปกครองกดขี่มานานหลายร้อยปี และออกแบบโดยสถาปนิก ปอสนิกยา คอฟเลฟ(PostnikYakovlev) ด้วยความ

Rather, some symmetry in a mathematical result is often salient to us, and consequently, in those cases, a proof that traces the result back to a similar symmetry in the problem

Objectives: To determine the incidence of and risk factors for HIV acquisition in a cohort of HIV-uninfected partners from HIV discordant couples in Masaka, Uganda, and to establish

Save To

Thailand Flash Note... ก ก*+ก, CGR