ค ำอธิบำยและกำรวิเครำะห์ของฝ่ำยจัดกำรส ำหรับผลกำรด ำเนินงำนไตรมำสที่ 3 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยำยน 2561 12 พฤศจิกำยน 2561 PB – IR/18-00004 12 พฤศจิกายน 2561 เรื่อง ขอน าส่งงบการเงิน และค าอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ส าหรับงวดสามเดือนสิ้นสุด วันที่ 30 กันยายน 2561 (“ไตรมาสที่ 3”) ของบริษัท แพลน บี มีเดีย จ ากัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) เรียน กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทางฝ่ายจัดการของบริษัทฯ ขอน าส่งเอกสารดังต่อไปนี้ 1. ส าเนางบการเงินรวมและงบการเงินเฉพาะกิจการ ส าหรับงวดสามเดือนสิ้นสุด วันที่ 30 กันยายน 2561 (ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ) 2. ค าอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการส าหรับผลการด าเนินงาน ส าหรับงวดสามเดือนสิ้นสุด วันที่ 30 กันยายน 2561 (ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ) 3. รายงานสรุปผลการด าเนินงาน แบบฟอร์ม F45-3 ส าหรับผลการด าเนินงาน ส าหรับงวดสามเดือนสิ้นสุด วันที่ 30 กันยายน 2561 (ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ) จึงเรียนมาเพื่อทราบ ขอแสดงความนับถือ (ดร. พินิจสรณ์ ลือชัยขจรพันธ์) กรรมการผู้มีอ านาจลงนาม เลขานุการบริษัทฯ โทรศัพท์: +66 2 530-8053 โทรสาร: +66 2 530-8057
ค ำอธิบำยและกำรวิเครำะห์ของฝ่ำยจัดกำรส ำหรับผลกำรด ำเนินงำนไตรมำสที่ 3 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยำยน 2561 12 พฤศจิกำยน 2561 1.บทสรุปโดยผู้บริหาร 1.1 บทสรุปผลประกอบการประจ าไตรมาส 3 ปี 2561 รายได้รวมของบริษัทเท่ากับ 1,201.1 ล้านบาท เติบโต 52.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน EBITDA เท่ากับ 432.3 ล้านบาท เติบโต 45.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ก าไรสุทธิ เท่ากับ 178.0 ล้านบาท เติบโต 18.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หน่วย: ล้านบาท ไตรมาส 3/2560 ไตรมาส 3/2561 % เปลี่ยนแปลง (YoY) รายได้รวม 788.6 1,201.1 52.3% EBITDA 297.3 432.3 45.4% ก าไรสุทธิ 150.1 178.0 18.6% 1.2 บทสรุปรายละเอียดที่ส าคัญอื่นๆ บริษัทสร้างยอดขายและก าไรสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งกิจการมาโดยมีรายได้ 1,201.1 ล้านบาท เติบโต 52.3% และก าไร 178.0 ล้านบาท เติบโต 18.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เป็นการเติบโตจากสื่อ ทุกประเภทโดยเฉพาะสื่อโฆษณาดิจิตอลที่มีการรับรู้รายได้จากจอบริเวณหน้าห้าง Central World และสื่อ โฆษณาในสนามบินที่มีการพัฒนาสื่อโฆษณาดิจิตอลใหม่กว่า 300 จอ นอกจากนั้นยังเป็นผลมาจากการ ควบรวมงบการเงินกับบริษัท บีเอ็นเค48 ออฟฟิศ จ ากัด (“บีเอ็นเค48”) อีกด้วย o บริษัทพัฒนาสื่อโฆษณาให้มีความหลากหลายและครอบคลุมอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ก าลังการ ผลิตสื่อ (Media Capacity) ในไตรมาส 3 ปี 2561 เพิ่มขึ้น 13.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี ก่อนหน้า แม้จะมีการเพิ่มก าลังการผลิตสื่ออย่างต่อเนื่องแต่บริษัทยังคงได้รับการตอบรับจาก ตลาดเป็นอย่างดี ส่งผลให้ในไตรมาสนี้บริษัทมีอัตราการใช้สื่อ (Utilization rate) เพิ่มสูงขึ้นเป็น 74.4% บริษัทมีก าไรสุทธิเพิ่มขึ้น 18.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า อัตราก าไรขั้นต้นและก าไร สุทธิลดลงมาอยู่ที่ 35.6% และ 14.7% ตามล าดับเนื่องจากการควบรวมธุรกิจใหม่ ถึงแม้ว่าอัตราก าไรขั้นต้น ของบริษัท บีเอ็นเค48 ออฟฟิศ ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่สูงกว่าธุรกิจปัจจุบัน แต่เนื่องจากด้วยวิธีการทางบัญชี ท าให้บริษัทรับรู้รายได้ทั้งจ านวนจาก BNK48 แต่รับรู้ก าไรตามสัดส่วนการถือหุ้น ส่งผลให้อัตราก าไรสุทธิ หลังหักส่วนของผู้ถือหุ้นที่ไม่มีอ านาจควรคุมคิดเป็น 10% ซึ่งต ่ากว่าอัตราก าไรสุทธิในธุรกิจปกติของ บริษัท พัฒนาการที่ส าคัญในไตรมาสที่ผ่านมาในการเพิ่มศักยภาพการให้บริการเพื่อรองรับการขยายตัวของ ความต้องการสื่อในอนาคต ได้แก่ o การเพิ่มคอนเทนท์ที่มีคุณภาพประเภทอีสปอร์ต โดยร่วมกับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย และ บริษัท Konami digital entertainment ผู้พัฒนาเกม Pro Evolution Soccer 2019 (PES 2019) เปิดตัว
ค ำอธิบำยและกำรวิเครำะห์ของฝ่ำยจัดกำรส ำหรับผลกำรด ำเนินงำนไตรมำสที่ 3 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยำยน 2561
12 พฤศจิกำยน 2561 การแข่งขัน Thai E-League Pro ซึ่งเป็นการแข่งขันอีสปอร์ตลีกอย่างเป็นทางการครั้งแรกของ
ประเทศไทย o การพัฒนาแพ็คเกจ Geofence โดยเป็นการน าสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัยและสื่อโฆษณาออนไลน์ มาขายร่วมกัน เป็นการน าจุดเด่นของสื่อทั้งสองประเภทมาผสมผสานกันเพื่อให้สามารถสื่อสาร กับผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นทั้งในเชิงกว้างและในเชิงลึก o การขยายสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัยในประเทศลาว โดยการพัฒนาสื่อโฆษณาบนรถตุ๊กตุ๊ก จ านวน 500 คัน ที่วิ่งผ่านจุดส าคัญต่างๆในประเทศลาว แนวโน้มธุรกิจของบริษัท ในปี 2561-2562 o ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2561 บริษัทคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมโฆษณาโดยรวมจะสามารถ กลับมาขยายตัวได้ดี จากประมาณการเติบโตของเศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะเติบโตสูงในอัตรา 4.2-4.7%1 นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกจากการเลือกตั้งในช่วงไตรมาส 1 ปี 2562 ดังนั้นบริษัทจึงมี ความมั่นใจว่าด้วยเครือข่ายสื่อของบริษัทที่หลากหลายและการเข้าไปท าธุรกิจการตลาดแบบมี ส่วนร่วม (Engagement Marketing) จะสามารถตอบโจทย์ทางการตลาดของเจ้าของสินค้าและบริการ ได้เป็นอย่างดี บริษัทจะยังคงสามารถขยายตัวได้ในอัตราที่สูงกว่าอุตสาหกรรม o ในไตรมาสที่ 3 ปี 2561 บริษัทได้เพิ่มคอนเทนท์ที่มีคุณภาพเพิ่มอีก 1 ประเภทคือ อีสปอร์ต โดยบริษัทได้รับสิทธิในการดูแลจัดการแข่งขัน Thai E-League Pro ซึ่งเป็นการแข่งขันลีกแบบมือ อาชีพของกีฬาอีสปอร์ตครั้งแรกในประเทศไทย ส่งผลท าให้ปัจจุบันบริษัทมีคอนเทนท์ที่มี คุณภาพ 3 ประเภท ได้แก่ คอนเทนท์ด้านกีฬา คอนเทนท์ด้านดนตรี และ คอนเทนท์ด้านอี สปอร์ต ซึ่งคอนเทนท์เหล่านี้จะช่วยให้บริษัทสามารถตอบโจทย์ของนักการตลาดในการสื่อสาร กับกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันตามที่นักการตลาดต้องการและส่งผลช่วยให้อัตราการใช้สื่อ (Utilization rate) ของบริษัทเพิ่มขึ้น o การขยายความครอบคลุมสื่อโฆษณาดิจิตอลในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัดอย่างต่อเนื่อง o การพัฒนาธุรกิจการตลาดแบบมีส่วนร่วม (Engagement Marketing) ทั้งจากคอนเทนท์ด้านกีฬาจาก สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย คอนเทนท์ด้านดนตรีจากวงเกิร์ลกรุ๊ป BNK48 และคอนเทนท์ ด้านอีสปอร์ตจาก Thai E-League Pro เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ของนักการตลาดในการสื่อสารกับ ผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ค ำอธิบำยและกำรวิเครำะห์ของฝ่ำยจัดกำรส ำหรับผลกำรด ำเนินงำนไตรมำสที่ 3 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยำยน 2561 12 พฤศจิกำยน 2561 2. ภาวะเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมสื่อโฆษณาที่มีผลต่อการด าเนินงาน เศรษฐกิจของไทยในไตรมาสที่ 3 ยังคงสามารถเติบโตได้ดีจากปัจจัยสนับสนุนต่างๆ อาทิ ภาคการส่งออกที่ ยังคงขยายตัวต่อเนื่องในอัตรา 3.02% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาจากการขยายตัวของการส่งออกสินค้าประเภท อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ เคมีภัณฑ์ เป็นต้น ด้านการท่องเที่ยวถึงแม้จะมีปัจจัยลบจากเหตุการณ์อุบัติเหตุเรือล่ม ที่จังหวัดภูเก็ตซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวในตลาดจีนซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดหลัก แต่จ านวน นักท่องเที่ยวโดยรวมแล้วยังเติบโตในอัตรา 1.93% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ด้านความเชื่อมั่นของ ผู้บริโภคอยู่ในระดับ 69.64 ซึ่งปรับตัวสูงขึ้นกว่าไตรมาสที่ผ่านมาซึ่งอยู่ในระดับ 67.5 ส่งผลให้ภาคการบริโภคของ เอกชนขยายตัวได้ดีในกลุ่มสินค้าคงทนโดยเฉพาะปริมาณการซื้อรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น 21.25% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่วนหนึ่งมาจากนโยบายรถคันแรกที่ผ่านมากว่า 5 ปี จึงส่งผลให้มีปริมาณการซื้อรถยนต์เพิ่มขึ้น ภาพรวมการบริโภค ภาคเอกชนขยายตัวได้ดียกเว้นในหมวดสินค้าไม่คงทน (อาหารและเครื่องดื่ม เป็นต้น) เนื่องจากเศรษฐกิจระดับฐานราก ยังขยายตัวในระดับต ่าและต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งเพื่อให้เม็ดเงินที่รัฐบาลใช้จ่ายในการกระตุ้นเศรษฐกิจกระจายสู่ผู้มี รายได้น้อยถึงปานกลาง และเมื่อรายได้กระจายถึงกลุ่มฐานรากแล้วจะส่งผลให้การบริโภคภาคเอกชนสามารถเติบโตได้ อย่างแข็งแกร่งมากขึ้น จากปัจจัยข้างต้นทางส านักงานเศรษฐกิจกระทรวงการคลังจึงได้ประมาณการเติบโตของ ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) ในปี 2561 ไว้ที่ 4.5% ซึ่งเติบโตลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีแรกที่ เติบโต 4.8% แต่ยังถือว่ายังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง จากภาวะเศรษฐกิจที่เติบโตในอัตราลดลงจึงส่งผลให้มูลค่าอุตสาหกรรมสื่อโฆษณาโดยรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยจากข้อมูลโดยบริษัท เดอะนีลสันคอมปะนี (ประเทศไทย) จ ากัด อุตสาหกรรมสื่อโฆษณาไตรมาส 3 ปี 2561มีมูลค่า รวม 26,586 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.6%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าสื่อโฆษณาโทรทัศน์จะเติบโต กว่า 6.2%เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา แต่สื่อสิ่งพิมพ์กลับลดลงถึง 16.4%จึงเป็นสาเหตุหลักที่ท าให้มูลค่า สื่อโฆษณาโดยรวมเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ด้านสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัยยังคงมีอัตราการขยายตัวดีกว่าภาพรวม อุตสาหกรรมสื่อโฆษณาโดยเติบโต 3.1% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เป็นการเติบโตจากสื่อโฆษณากลางแจ้ง สื่อโฆษณาขนส่งมวลชน และสื่อโฆษณาในห้างสรรพสินค้า โดยมีการเติบโตเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 3 ปี 2560 คิดเป็น 4.7% 1.2% และ 4.0% ตามล าดับ ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวในอัตราที่ลดลงและอุตสาหกรรมสื่อโฆษณาเติบโตเล็กน้อย แต่แพลนบียังคง สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งโดยมีรายได้ 1,201.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่าน มา จากความหลากหลายและครอบคลุมของสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัยของแพลนบี และการพัฒนาสื่อโฆษณาอย่าง ต่อเนื่องรวมถึงการขยายธุรกิจการตลาดแบบมีส่วนร่วม (Engagement Marketing) จึงส่งผลให้บริษัทมีก าไรสุทธิเท่ากับ 2ที่มา: ส านักงานเศรษฐกิจกระทรวงการคลัง 3ที่มา: ส านักงานเศรษฐกิจกระทรวงการคลัง 4ที่มา: ส านักงานเศรษฐกิจกระทรวงการคลัง 5ที่มา: ส านักงานเศรษฐกิจกระทรวงการคลัง
ค ำอธิบำยและกำรวิเครำะห์ของฝ่ำยจัดกำรส ำหรับผลกำรด ำเนินงำนไตรมำสที่ 3 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยำยน 2561 12 พฤศจิกำยน 2561 178.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าโดยเป็นการท ารายได้และก าไรสูงสุดนับตั้งแต่ ก่อตั้งกิจการ ภาพรวมมูลค่าการใช้จ่ายอุตสาหกรรมสื่อโฆษณา ไตรมาส 3 ปี 2560 และ ไตรมาส 3 ปี 25616 (ล้านบาท) มูลค่าการใช้จ่ายในสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัยเติบโต เฉลี่ย 3.1% ในไตรมาส 3 ปี 2561 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และสื่อโฆษณาโดยรวมเติบโต 0.6% 6 ที่มา: บริษัทเดอะนีลสันคอมปะนี (ประเทศไทย) จ ากัด
ค ำอธิบำยและกำรวิเครำะห์ของฝ่ำยจัดกำรส ำหรับผลกำรด ำเนินงำนไตรมำสที่ 3 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยำยน 2561 12 พฤศจิกำยน 2561 3. พัฒนาการที่ส าคัญของบริษัทในไตรมาส 3 ปี 2561 บริษัทยังคงพัฒนาธุรกิจสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งความหลากหลายและความครอบคลุมของ สื่อโฆษณาที่ให้บริการ นอกจากนี้ยังเพิ่มประสิทธิภาพของสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัยในการเข้าถึงผู้บริโภคทั้งจากการ โฆษณาเชื่อมโยงไปพร้อมกับสื่อออนไลน์ และการน าเสนอคอนเทนท์ที่มีคุณภาพด้วยธุรกิจการตลาดแบบมีส่วนร่วม (Engagement Marketing) โดยมีรายละเอียดพัฒนาการที่ส าคัญดังนี้ o การพัฒนาแพ็คเกจ Geofence ซึ่งเป็นการน าสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัยและสื่อออนไลน์มาขายร่วมกัน เป็น การน าจุดเด่นของสื่อทั้งสองประเภทมาผสมผสานกันเพื่อให้สามารถสื่อสารกับผู้บริโภคได้อย่างมี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นทั้งในเชิงกว้างและในเชิงลึก
o การเปิดตัวการแข่งขันกีฬาอีสปอร์ตภายใต้ชื่อ Thai E-League Pro ซึ่งเป็นลีกการแข่งขันกีฬาอีสปอร์ตระดับ อาชีพอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย โดยได้รับความร่วมมือระหว่างสมาคมฟุตบอลแห่ง ประเทศไทย และ ผู้พัฒนาเกมชั้นน าจากประเทศญี่ปุ่น Konami ซึ่งเป็นผู้พัฒนาเกม Pro Evolution Soccer 2019 (PES2019) และจะเริ่มแข่งขันครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2561 โดยบริษัทแพลนบีจะเป็น ผู้บริหารลีกดังกล่าว ซึ่งถือเป็นการต่อยอดธุรกิจการตลาดแบบมีส่วนร่วม (Engagement Marketing) นอกเหนือจาก Sport Marketing และ Music Marketing ตามกลยุทธ์ของบริษัท เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่ม ผู้บริโภคในกลุ่มได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
o การขยายความครอบคลุมสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัย โดยในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา มีการขยายสื่อโฆษณา ประเภทภาพนิ่งขนาดใหญ่รวม 4 แห่งได้แก่ แยกกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี แยกประตูน ้า จังหวัด นครราชสีมา แยกโรงพยาบาล จังหวัดยโสธร และแยกวนารมย์ จังหวัด อุบลราชธานี
ค ำอธิบำยและกำรวิเครำะห์ของฝ่ำยจัดกำรส ำหรับผลกำรด ำเนินงำนไตรมำสที่ 3 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยำยน 2561 12 พฤศจิกำยน 2561 ตัวอย่างป้ายโฆษณาบริเวณแยกวนารมย์ จังหวัด อุบลราชธานี o บริษัทยังคงเดินหน้าขยายสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัยในภูมิภาคอาเซียน โดยมีการพัฒนาสื่อโฆษณาบน รถตุ๊กตุ๊กในเมืองเวียงจันทน์ ประเทศลาว จ านวน 500 คัน เพื่อเพิ่มความหลากหลายและครอบคลุมของ สื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัยในประเทศลาว
ค ำอธิบำยและกำรวิเครำะห์ของฝ่ำยจัดกำรส ำหรับผลกำรด ำเนินงำนไตรมำสที่ 3 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยำยน 2561 12 พฤศจิกำยน 2561 4. สรุปผลการด าเนินงาน 4.1 รายได้การให้บริการ บริษัทมีรายได้จากการให้บริการในไตรมาสที่ 3 ปี 2561 เท่ากับ 1,194.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.6% จากไตรมาส เดียวกันของปีก่อนหน้า โดยเป็นผลมาจากการพัฒนาสื่อโฆษณาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะสื่อโฆษณาประเภทดิจิตอล และสื่อโฆษณาในสนามบินที่มีการเติบโตสูง นอกจากนั้นยังเป็นผลมาจากการควบรวมงบการเงินของบริษัท บีเอ็นเค48 ออฟฟิศ โดยสรุปรายละเอียดรายได้แยกตามประเภทสื่อได้ดังนี้ 4.1.1 รายได้จากสื่อโฆษณาภาพนิ่ง (Static Media) เท่ากับ 225.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% เมื่อเทียบกับช่วง เดียวกันของปีก่อนหน้าสาเหตุหลักมาจากสภาพเศรษฐกิจที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องจึงส่งผลให้นักการตลาดใช้สื่อ โฆษณาประเภทภาพนิ่งเพื่อสร้าง Brand Awareness เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถจดจ าแบรนด์สินค้าและมีส่วนช่วยในการ ตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภค 4.1.2 รายได้จากสื่อโฆษณาดิจิตอล (Digital Media) เท่ากับ 481.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.9% เมื่อเทียบกับช่วง เดียวกันของปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาการรับรู้รายได้สื่อโฆษณาบริเวณหน้าหน้าสรรพสินค้า Central World ประกอบกับ Utilization rate ของสื่อโฆษณาดิจิตอลโดยรวมที่ปรับตัวสูงขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า 4.1.3 รายได้จากสื่อโฆษณาบนระบบขนส่งมวลชน (Transit Media) เท่ากับ 130.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% เมื่อ เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า เป็นผลมาจาก Utilization rate ปรับตัวสูงขึ้นจากปีที่ผ่านมา 4.1.4 รายได้จากสื่อภายในห้างสรรพสินค้า (Mall Media) เท่ากับ 37.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.6% จากปีก่อนหน้า เป็นผลจากอัตราการใช้สื่อที่ปรับตัวสูงขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า 4.1.5 รายได้จากสื่อในสนามบิน (Airport Media) เท่ากับ 53.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.7% จากปีก่อนหน้า เป็นผลมา จากการพัฒนาสื่อโฆษณาดิจิตอลแพ็คเก็จ Air Traveler Supreme ในสนามบินสุวรรณภูมิกว่า 300 จอ ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา
ค ำอธิบำยและกำรวิเครำะห์ของฝ่ำยจัดกำรส ำหรับผลกำรด ำเนินงำนไตรมำสที่ 3 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยำยน 2561 12 พฤศจิกำยน 2561 รายได้ ก าไรขั้นต้น และก าไรสุทธิไตรมาสที่ 3 ปี 2560 และ ไตรมาสที่ 3 ปี 2561 (ล้านบาท) รายได้ที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นผลมาจากพัฒนาสื่อโฆษณาอย่างต่อเนื่องของบริษัท และยังเป็นผลมาจากการควบรวมงบการเงินกับบริษัทบีเอ็นเค 48 ออฟฟิศ สาเหตุที่ท าให้อัตราการเติบโตของก าไรขั้นต้นและก าไรสุทธิเติบโตน้อยกว่ารายได้มาจากการรับรู้รายได้ทั้งจ านวนจาก BNK48 แต่รับรู้ก าไรตามสัดส่วนการถือหุ้นซึ่งแพลนบีถือหุ้น BNK 48 สัดส่วน 35% ส่งผลให้อัตราก าไรสุทธิหลังหักส่วนของผู้ถือหุ้นที่ไม่มีอ านาจ ควรคุมคิดเป็น 10% ซึ่งต ่ากว่าอัตราก าไรสุทธิในธุรกิจปกติของบริษัท รายได้ของบริษัทแยกตามประเภทสื่อ ไตรมาสที่ 3 ปี 2560 และ ไตรมาสที่ 3 ปี 2561 (ล้านบาท) รายได้ของสื่อดิจิตอล และสื่อในสนามบินของบริษัทยังคงเติบโตในอัตราที่สูงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลจากการขยายก าลัง การผลิตสื่ออย่างต่อเนื่องในปีที่ผ่านมา ในขณะที่สื่อโฆษณาประเภทอื่นๆ มีรายได้ที่เติบโตขึ้นจากอัตราการใช้สื่อโฆษณาที่สูงขึ้น จากการมุ่งขยายเครือข่ายสื่อโฆษณาในปัจจุบันพร้อมทั้งพัฒนาสื่อรูปแบบใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ ในช่วงปี 2557 ส่งผลให้ก าลังการผลิตสื่อ (Media Capacity) ส าหรับ ไตรมาส 3 ของปี 2561 เพิ่มขึ้นเป็น 1,246 ล้านบาท หรือสูงขึ้น 13.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ก าลังการผลิตสื่อ (Media Capacity) ในช่วงปี 2557 ถึง 2561 (ล้านบาท) บริษัทมีการลงทุนเพื่อพัฒนาสื่อใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มความสามารถในการสร้างรายได้ในอนาคต โดยมีอัตราการเติบโตของก าลังการ ผลิตสื่อรายปีเฉลี่ยตั้งแต่ปี 2557 ถึงปี 2560 เท่ากับ 29.0% และมีก าลังการผลิตสื่อในช่วง ไตรมาส 3 ปี 2561 เพิ่มขึ้น 13.4% จากช่วง เดียวกันของปีก่อนหน้า
ค ำอธิบำยและกำรวิเครำะห์ของฝ่ำยจัดกำรส ำหรับผลกำรด ำเนินงำนไตรมำสที่ 3 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยำยน 2561 12 พฤศจิกำยน 2561 4.2 ต้นทุน ค่าใช้จ่ายรวมของบริษัทส าหรับไตรมาส 3 ปี 2561 เท่ากับ 907.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.9% จากช่วงเดียวกันของ ปีก่อนหน้าสาเหตุหลักมาจากการควบรวมงบการเงินจากบีเอ็นเค48 และต้นทุนการให้บริการซึ่งเพิ่มขึ้นจากการขยาย พื้นที่ให้บริการในปีที่ผ่านมา รายละเอียดค่าใช้จ่ายประกอบด้วยส่วนต่างๆ ดังต่อไปนี้ 4.2.1 ต้นทุนการให้บริการ ส าหรับไตรมาส 3 ปี 2561 เท่ากับ 773.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.5% จากช่วงเดียวกัน ของปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากการควบรวมงบการเงินกับบริษัท บีเอ็นเค48 ออฟฟิศ และการขยายการให้บริการสื่อ ในช่วงที่ผ่านมาจึงส่งผลให้ค่าใช้จ่ายบางส่วนเพิ่มขึ้น อาทิเช่น ค่าเช่า ค่าเสื่อมราคา ค่าซ่อมบ ารุง เป็นต้น รวมถึง ค่าใช้จ่ายงานเปิดตัวจอดิจิตอลบริเวณหน้าห้าง CentralWorld ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้เกิดขึ้นประจ า ซึ่งหากไม่รวมต้นทุน ที่เพิ่มขึ้นจากการควบรวมงบการเงินจากบริษัท บีเอ็นเค48 ออฟฟิศ ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจะมีอัตราใกล้เคียงกับรายได้ที่ เพิ่มขึ้นของบริษัท ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบริษัทยังคงสามารถควบคุมต้นทุนในธุรกิจสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัยได้ดี 4.2.2 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริการ และค่าใช้จ่ายในการบริหารส าหรับไตรมาส 3 ปี 2561 เท่ากับ 134.1 ล้าน บาท เพิ่มขึ้น 8.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมาจากการจัดตั้งหน่วยงานใหม่เพื่อพัฒนาคอน เทนท์อีสปอร์ต และจากการควบรวมงบการเงินของบริษัทบีเอ็นเค48 ออฟฟิศ 4.3 ก าไร ในไตรมาสที่ 3 ปี 2561 บริษัทมีก าไรสุทธิ 178.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี ก่อนหน้า บริษัทมีอัตราก าไรขั้นต้นและก าไรสุทธิลดลงมาอยู่ที่ 35.6% และ 14.7% ตามล าดับ ถึงแม้ว่าอัตราก าไรขั้นต้น ของ บีเอ็นเค48 ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่สูงกว่าธุรกิจปัจจุบัน แต่เนื่องจากด้วยวิธีการทางบัญชี ท าให้บริษัทรับรู้รายได้ทั้ง จ านวนจาก BNK48 แต่รับรู้ก าไรตามสัดส่วนการถือหุ้นซึ่งแพลนบีถือหุ้น BNK 48 สัดส่วน 35% ส่งผลให้อัตราก าไรสุทธิ หลังหักส่วนของผู้ถือหุ้นที่ไม่มีอ านาจควรคุมคิดเป้น 10% ซึ่งต ่ากว่าอัตราก าไรสุทธิในธุรกิจปกติของบริษัท 4.4 ฐานะทางการเงินของบริษัท ณ 30 ก.ย. 2561 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 5,585.7 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากสิ้นปีก่อนหน้าคิดเป็น 33.0% จาก สินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นตามการขยายธุรกิจของบริษัท หนี้สิ้นของบริษัท เท่ากับ 1,434.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีก่อนหน้า 155.2% จากเจ้าหนี้ค่าก่อสร้างจากการ ขยายงานสื่อโฆษณาดิจิตอลในโครงการ Central World Connect และเพิ่มขึ้นจากเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นตามการขยายธุรกิจ และการเพิ่มขึ้นของยอดขาย
บริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 4,151.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีก่อนหน้า 14.1% ซึ่งเป็นผลมาจากก าไรสะสมที่ เพิ่มขึ้น
ค ำอธิบำยและกำรวิเครำะห์ของฝ่ำยจัดกำรส ำหรับผลกำรด ำเนินงำนไตรมำสที่ 3 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยำยน 2561 12 พฤศจิกำยน 2561 4.5 สภาพคล่องและกระแสเงินสด ณ สิ้นงวดบัญชีไตรมาส 3 ปี 2561 บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 526.1 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 84.5 ล้าน บาท จาก ณ สิ้นปีก่อนหน้า โดยในระหว่างงวดมีกระแสเงินสดจากการด าเนินงานสุทธิเท่ากับ 983.7 ล้านบาท กระแส เงินสดใช้ไปในกิจกรรมการลงทุนสุทธิเท่ากับ 722.4 ล้านบาท และกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมการจัดหาเงินสุทธิ เท่ากับ 176.2 ล้านบาท ทั้งนี้เงินสด ณ สิ้นงวดบัญชีของบริษัทมีจ านวนเพียงพอส าหรับการลงทุนขยายงานและโครงการ ต่างๆในอนาคต
ค ำอธิบำยและกำรวิเครำะห์ของฝ่ำยจัดกำรส ำหรับผลกำรด ำเนินงำนไตรมำสที่ 3 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยำยน 2561 12 พฤศจิกำยน 2561 5. อัตราส่วนทางการเงินที่ส าคัญ อัตราส่วนความสามารถในการท าก าไร ไตรมาส 3 2560 ไตรมาส 3 2561 ก าไรขั้นต้น7 (ร้อยละ) 37.3 35.6 EBITDA (ร้อยละ) 37.7 36.0 EBIT (ร้อยละ) 23.4 24.7 ก าไรสุทธิ (ร้อยละ) 19.0 14.8 ผลตอบแทนผู้ถือหุ้น8 (ร้อยละ) 17.8 18.3 อัตราส่วนสภาพคล่อง ไตรมาส 3 2560 ไตรมาส 3 2561 สภาพคล่อง (เท่า) 3.7 1.7 สภาพคล่องหมุนเร็ว9 (เท่า) 2.5 1.2 ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน) 106 83 ระยะเวลาช าระหนี้ (วัน) 80 114 อัตราส่วนแสดงประสิทธิภาพในการด าเนินงาน ไตรมาส 3 2560 ไตรมาส 3 2561 ผลตอบแทนจากสินทรัพย์8 (ร้อยละ) 15.1 14.6 การหมุนของสินทรัพย์ (เท่า) 0.8 1.0 อัตราส่วนวิเคราะห์นโยบายทางการเงิน ไตรมาส 3 2560 ไตรมาส 3 2561 หนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (เท่า) 0.15 0.35 7 ค านวณจากรายได้รวม 8 ค านวณโดยวิธีปรับปรุงค่าให้เป็นรายปี โดยใช้ข้อมูลไตรมาสนั้น x 4 9 (เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด+ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น)/หนี้สินหมุนเวียนรวม
ค ำอธิบำยและกำรวิเครำะห์ของฝ่ำยจัดกำรส ำหรับผลกำรด ำเนินงำนไตรมำสที่ 3 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยำยน 2561 12 พฤศจิกำยน 2561 6. แนวโน้มและพัฒนาการของบริษัทในปี 2562 จากการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ปี 2561 ในอัตราสูงในระดับ 4.2-4.7%10 จึงส่งผลให้ ผู้ผลิตสินค้าและบริการมีความต้องการใช้สื่อโฆษณามากยิ่งขึ้นเพื่อสร้างโอกาสในการแข่งขันและเพิ่มยอดขายในช่วงที่ เศรษฐกิจมีการเติบโตที่สูง ซึ่งแนวโน้มความต้องการดังกล่าวยังคงสูงต่อเนื่องไปยังช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีถือเป็น ช่วงไฮซีซันของสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัย และคาดการณ์ว่าความต้องการสื่อโฆษณาในปี 2562 ยังคงเติบโตต่อเนื่อง จากการเลือกตั้งที่จะถูกจัดขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 1 ปี 2562 นอกจากนี้ จากการประมาณการของธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2562 จะเติบโตในอัตรา 4.1% ปัจจัยบวกเหล่านี้จึงจะส่งผลให้อุตสาหกรรมสื่อ โฆษณาจะสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นด้วยสื่อโฆษณาที่มีความหลากหลาย และครอบคลุมมากที่สุด ประกอบ กับธุรกิจการตลาดแบบมีส่วนร่วม (Engagement Marketing) จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของนักการตลาดได้เป็น อย่างดี และจะยังคงสามารถเติบโตได้สูงกว่าอุตสาหกรรมด้วยปัจจัยดังต่อไปนี้ การพัฒนาธุรกิจ Engagement Marketing อย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสาร สร้างความ ผูกพันระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค และช่วยเพิ่มความภักดีในแบรนด์ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่นักการตลาด ต้องการ โดยปัจจุบันบริษัทมีคอนเทนท์ที่มีคุณภาพ 3 ประเภทคือ กีฬา ดนตรี และอีสปอร์ต ในอนาคต จะมีการเพิ่มคอนเทนท์ประเภทอื่นๆเพื่อให้ครอบคลุมความสนใจของผู้บริโภคในทุกๆกลุ่มได้ นอกจากนั้นการที่บริษัทเป็นผู้บริหารและจัดการคอนเทนท์ที่มีคุณภาพนั้น จะช่วยให้บริษัทสามารถต่อ ยอดไปสู่ธุรกิจสื่อโฆษณาในช่องทางอื่นๆได้ โดยไม่จ ากัดเพียงแต่ธุรกิจสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัย เท่านั้น การพัฒนาแพ็คเกจ Geofence ด้วยการน าสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัยที่บริษัทมีอยู่ มาขายร่วมกับสื่อ โฆษณาออนไลน์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารให้แบรนด์สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้มากกว่าเดิม ทั้งในเชิงกว้างและในเชิงลึก โดยสื่อ Geofence จะช่วยขยายฐานการมองเห็นของผู้บริโภค เพิ่มความถี่ใน การมองเห็น และระบุกลุ่มเป้าหมายอย่างเฉพาะเจาะจงได้ (เช่น ระบุเพศ, อายุ, ความสนใจ) เป็นการน า จุดเด่นของสื่อทั้ง 2 ประเภทมารวมกัน ตอกย ้าข้อความที่แบรนด์ต้องการสื่อสาร และสามารถวัดผลได้ ชัดเจน ถือเป็นการลดจุดอ่อนของสื่อโฆษณานอกที่อยู่อาศัยในอีกทางหนึ่ง ทั้งนี้สื่อโฆษณานอกที่อยู่ อาศัยที่ถูกคัดเลือกมาพัฒนาแพ็คเกจนี้ ก็เป็นสื่อที่มีเอกลักษณ์เฉพาะที่ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายที่กลุ่มคน จ านวนมาก (Mass Market) แต่เป็นสื่อที่เจาะกลุ่มเฉพาะ (Target Market) ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนที่ท างานในเมือง กลุ่มนักเรียน/นักศึกษา กลุ่มนักท่องเที่ยว หรือกลุ่มผู้ซื้อของ ด้วยกลุ่มเป้าหมายที่แคบลงแต่ชัดเจนขึ้น ท าให้แพ็คเกจนี้นอกจากจะสร้างความแตกต่างในเชิงผลิตภัณฑ์สื่อแล้ว ยังสร้างความได้เปรียบทางด้าน ราคา ให้จับต้องได้มากขึ้นแม้กับกระทั่งผู้ค้ารายย่อยอีกด้วย บริษัทยังคงมีแผนในการขยายเครือข่ายสื่อโฆษณาดิจิตอลในท าเลยุทธศาสตร์ที่ส าคัญของพื้นที่กรุงเทพ เพิ่มเติมอีกมากกว่า 50 จอภาพ และยังมีแผนการขยายความครอบคลุมของสื่อโฆษณาดิจิตอลทั่ว 10ที่มา: ธนาคารแห่งประเทศไทย
ค ำอธิบำยและกำรวิเครำะห์ของฝ่ำยจัดกำรส ำหรับผลกำรด ำเนินงำนไตรมำสที่ 3 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยำยน 2561
12 พฤศจิกำยน 2561 ประเทศ Plan B TV Nationwide ให้ครอบคลุมมาทั่วประเทศเพื่อรองรับการเติบโตของหัวเมืองในต่างจังหวัด