การทดสอบของแมนและว ทน ย (The Mann-Whitney U Test )
12
0
0
Full text
(2) กรณีที่เขียนไดวา หรือ. A B. AB. เปนการทดสอบแบบสองทิศทาง ( Two-Tailed ) สวนที่ เขียน. AB. เปนการทดสอบแบบทิศทางเดียว ( One-Tailed ). วิธีการทางสถิติ วิธีการทางสถิติ The Mann-Whitney U Test มีรายละเอียดดังนี้ กําหนดให กลุมตัวอยางที่ใชในการวิจัยมี 2 กลุม เปนกลุมที่เปนอิสระจากกัน ขอมูลในกลุมที่ 1 และ n2 คือจํานวนขอมูลในกลุมที่ 2 และกําหนดให. n1. คือจํานวน. n1 n2. วิธีการคํานวณคือ ในขั้นแรกรวมจํานวนขอมูลของทั้งสองกลุมใหเปนกลุมเดียวกันเสียกอน และ ให N คือ จํานวนขอมูลทั้งสองกลุมรวมกัน ดังนั้น. N n1 n2. ตอจากนี้ก็ใหจัดลําดับที่ หรือเรียงลําดับ. ที่ของขอมูลจากนอยไปมากเปนลําดับไป การเรียงลําดับที่นี้เมื่อเรียงเสร็จสิ้ นลงแลวใหเขียนแยกกลุมกันเพื่อ ความสะดวกในการนักอันดับที่ ดูตัวอยาง ตัวอยางการเรียงลําดับที่ของขอมูล ใหกลุม A มีคะแนน 3 ตัว หรือ. n1 3. คือ คะแนน 9, 11, 15. ใหกลุม B มีคะแนน 4 ตัว หรือ. n2 4. คือ คะแนน 6, 8, 10, 13. ผลของการเรียงลําดับที่จากนอยไปมากดังนี้ คือ 6, 8, 9, 10, 11, 13, 15 กําหนดชื่อกลุม A หรือกลุม B กํากับไวที่ตัวคะแนนดวย ผลเปนดังนี้ อันดับที่. 1 6 B. 2 8 B. 3 9 A. 4 10 B. 5 11 A. 6 13 B. 7 15 A.
(3) การคํานวณตอไปนี้ ตองการเฉพาะอันดับที่เทานั้น ใหแยกกลุมออกมาผลเปนดังนี้ กลุม B มีขอมูลอันดับที่ กลุม A มีขอมูลอันดับที่. 1 2 4 6 3 5 7. ให. WA. คือผลรวมของอันดับที่ ในกลุม A ดังนั้น. W A 3 5 7 15. ให. WB. คือผลรวมของอันดับที่ ในกลุม B ดังนั้น. WB 1 2 4 6 13. ขอสังเกต จํานวน. W A WB . N N 1 2. เมื่อ N คือจํานวนขอมูลทั้งสองกลุมรวมกัน. กลุมตัวอยางที่มีขนาดเล็ก n 10 กรณีที่กลุมตัวอยางมีขนาดเล็กๆ หรือ n 10 ใหใชตาราง J ในภาคผนวก เพื่อหาคาสถิติที่ใช เปนเกณฑหรือหาคาความนาจะเปนเพื่อใชเปรียบเทียบกับคา ที่ใชเปนระดับความนัยสําคัญของการวิจัย ตาราง J ไดแบงแยกเปนตารางยอยๆ ไวเปนประเภท ๆ ตามขนาดจํานวนกลุมตัวอยางทั้งสองกลุม หรือถา. m. และ n เปนขนาดของกลุมตัวอยางทั้งสองกลุม ตารางจะระบุคา. m ตั้งแต. 1 ถึง 10, n ตั้งแต. 1 ถึง 100kd คาความนาจะเปนจากตาราง (p) ใชเปนตัวเลขใชทดสอบสมมุติฐานแบบทิศทางเดียวไดเลย กรณีที่เปนการทดสอบสมมุติฐานสองทิศทาง ใหใช 2p เปนคาความนาจะเปนไปเปรียบเทียบกับ คา เชน. p .02. เปนการทดสอบทิศทางเดียว. 2 p .04. เปนการทดสอบสองทิศทาง. ตามตัวอยางที่ไดกลาวมาแลว มีคาตัวเลขที่ตองนําไปใชดังนี้ คือ m 3,. n 4,. W A W x 15. จากตาราง J เมื่อ p15 Wx ใหคา ถากําหนด. .05. คา. p . p .0286. ก็คัดคาน. H0. (เปนการทดสอบทิศทางเดียว).
(4) คา. 2p . ก็คัดคาน. H0. (เปนการทดสอบสองทิศทาง). และในตาราง J มีสิ่งที่จะตองทํางความเขาใจดังนี้คือ pW x C L . คือพื้นที่ใตโคงจากซายมือสุด. . ถึง. CL. pCU W x . คือพื้นที่ใตโคงจากซายมือสุด. . ถึง. CU. และในตาราง J กําหนดไววา. mn. เมื่อหาคาความนาจะเปน p สําหรับการทดสอบ. สมมุติฐานการวิจัย H 0 ตัวอยางที่ 1 ครูคณิตศาสตรไดทําการทดสอบนักเรียนสองกลุมดวยแบบทดสอบวัดความสามารถทางดาน การคิดและแกปญหา ปรากฏผลเปนคะแนนดังนี้คือ กลุม A. คะแนน ( X ) 90 50 33 31. จํานวน. m4. กลุม B. คะแนน ( Y ) 58 44 55 25 62. จํานวน. n5. จงทดสอบสมมุติฐาน. H0. : นักเรียนทั้งสองกลุมมีความสามารถทางดานการคิดแกปญหาเทาๆกัน. วิธีทํา 1. นําคะแนนที่ไดมาจัดเรียงลําดับที่ ดังตารางแจกแจงความถี่ดังนี้คือ คะแนน. 25. 31. 33. 44. 50. 55. 58. 62. 90. อันดับที่. 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 2. 3. กลุม A กลุม B. 1 จากตาราง. 5 4. 6 6. 7. 8. m 4, W X 2 3 5 9 19. n 5, WY 1 4 6 7 8 26. 2. นําขอมูลจากตารางไปหาคาความนาจะเปนดังนี้คือ m 4, n 5. ตาราง J ภาผนวก เมื่อ. W X 19, pW X 19 .2778.
(5) 3. แสดงวา. นั่นคือ ยอมรับ. p . H0. กลุมตัวอยางใหญ n 10 เมื่อ. m 10 หรือ n 10. การยอมรับวาเมื่อ. m. และ. n. คาความนาจะเปนในตาราง J ไมมี ใหใชวิธีคิดอยางอื่นแทนโดยที่มี. มีคาเพิ่มมากขึ้นการแจกแจงของคา. WX. จะเปนรูปโคงปกติ มีคาเฉลี่ย. และความแปรปรวนดังนี้ Mean. WX . Variance. m N 1 2 2. WX . คา Z จะไดจากสูตร. Z. mn N 1 12. W X .5 WX. WX. Z จะมีการกระจายเปนโคงปกติ มีคาเฉลี่ยเทากับ 0 และความแปรปรวนเทากับ 1 ดังนั้นการทดสอบสมมุติฐานของการวิจัย จึงใชตาราง A หาคาความนาจะเปน ดูตัวอยาง ตัวอยาง ครูประจําชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 ไดทําการทดสอบนักเรียนสองกลุมดวยแบบทดสอบวัดความถนัด ทางการเรียน กลุมที่ 1 จํานวน 16 คน และกลุมที่ 2 จํานวน 33 คน ปรากฏผลดังนี้ กลุมที่ 1. 13 12 12 10 10 10 10 9 8 8 7 7 7 7 7 6. กลุมที่ 2. 17 16 15 15 15 14 14 14 13 13 13 12 12 12 12 11 11 10 10 10 8 8 8 6. จงทดสอบสมมุติฐาน. H0. H1. วิธีทํา 1. สมมติฐาน ;. : นักเรียนทั้งสองกลุมมีความถนัดทางการเรียนเทาๆกัน : นักเรียนกลุมที่ 2 มีความถนัดทางการเรียนสูงกวากลุมที่ 1. H0 :. นักเรียนทั้งสองกลุมมีความถนัดทางการเรียนเทาๆกัน. H1. : นักเรียนกลุมที่ 2 มีความถนัดทางการเรียนสูงกวากลุมที่ 1. 2. สถิติ ; The Mann-Whitney test.
(6) 3. ระดับความมีนัยสําคัญ ; ให. .01 m 16 n 23 N m n 16 23 29. 4. การแจกแจงของคาสถิติ n 10. คา Z จะไดจากสูตร. Z. W X .5 WX. WX. คา Z มีการแจกแจงเปนโคงปกติดวยคา Mean = 0; Variance = 1 5. พื้นที่วิกฤติ การทดสอบแบบทิศทางเดียว ถาคา Z ที่คํานวณไดมีคามากกวาคา Z จาตาราง A เมื่อ. .01. แสดงวาคาความนาจะเปน. p . ก็คัดคาน. H0. 6. คํานวณ สรางตารางแจกแจงความถี่ใหมดังนี้ คะแนนกลุมที่ 1 (X). อันดับที่ในสองกลุม. 13 12 12 10 10 10 10 9 8 8 7 7 7 7 7 6. คะแนนกลุมที่ 2 (Y). 29.5 24.5 24.5 16 16 16 16 12 9.5 9.5 5 5 5 5 5 1.5. อันดับที่ในสองกลุม. 17 16 15 15 15 14 14 14 13 13 13 12 12 12 11 11 10 10 10 8 8 6. W X 200.0. 39 38 36 36 33 33 33 29.5 29.5 29.5 24.5 24.5 24.5 24.5 20.5 20.5 16 16 16 9.5 9.5 1.5. WY 580.0. สูตร. Z. W X .5 WX. WX.
(7) m N 1 1639 1 320 2 2 mn N 1 162339 1 1226.66 12 12 200 .05 320 120.5 3.41 Z 35.02 35.02 W X 200, WX . WX. แทนคาได. 35.02. 7. การสรุปผล จากตาราง A คา Z 3.41 ใหคาพื้นที่ใตโคงปกติ หรือคาความนาจะเปน แสดงวา p จึงคัดคาน H 0 และยอมรับ H 1. p .0003. กรณีที่ลําดับที่ ซ้ําๆกัน กรณีที่ลําดับที่ซ้ําๆกัน อาจมีผลทําใหคา Z ที่คํานวณไดเปลี่ยนคาไปเล็กนอย ทั้งเนื่องมาจากคา ความแปรปรวนอาจเปลี่ยนแปลงนั่นเอง ถาผูวิจัยตองการปรับคาความแปรปรวนใหม ใชสูตรดังนี้ . เมื่อ. 2 WX. . g t3 t mn N 3 N j N N 1 12 12 j 1. . คือจํานวนกลุมของลําดับที่ที่เปนกลุมซ้ํากัน t j คือจํานวนลําดับที่ในกลุมที่ j จากตัวอยางดูวิธีการปรับคาความแปรปรวน N m n, g. กลุมที่. คะแนน. อันดับที่. tj. 1 2 3 4 5 6 7 8 9. 6 7 8 10 11 12 13 14 15. 1.5 5 9.5 16 20.5 24.5 29.5 33 36. 2 5 4 7 2 6 4 3 3. g 9. g. แทนคาในสูตร j 1. t 3j t j 12. . 2 3 2 53 5 33 3 ... 12 12 12. .5 10 5 ... 2 70.5. . 2 WX. . g t3 t mn N 3 N j N N 1 12 12 j 1. .
(8) 2 WX. แทนคา Z ได. . 1623 39 3 39 70.5 3940 12. . .23584940 70.5. 33.88. 1639 1 2 33.88 200.5 320 33.88. 200 0.5 . Z. . Z. . Z. 3.527. จากตาราง A หาคา PZ 3.527 .00023 แสดงวา p เราจึงคัดคาน H 0 ขอสังเกต 1. คา Z ที่ปรับใหมจะใหคา p นอยกวาเดิม 2. การสรุปผลไมเปลี่ยนแปลง ตัวอยางการวิเคราะหโดยใช SPSS ผูวิจัยตองการทดสอบวาหลังจากที่จัดกิจกรรมพัฒนาผูเรียนแลวนักเรียนชายกับนักเรียนหญิงมีวินัย ในตนเอง ตางกันหรือไม โดยมีขอมูล ดังนี้ ชื่อ – สกุล 1. ด.ญ.เด็ดดวง 2. ด.ญ.จักรเพชร 3. ด.ญ.รัชนี 4. ด.ญ.ธีรกัญญา 5. ด.ช.ธีรดลย 6. ด.ช.รุจาภา 7. ด.ญ.สุภชัย 8. ด.ช.รุงระวี 9. ด.ช.สุภาพร 10. ด.ช.วิทยพัฒน 11.ด.ช.เมธี. ผลการวัดวินัยในตนเอง(50) 31 23 45 41 28 39 37 40 43 27 25.
(9) ชื่อ – สกุล 12. ด.ญ.นันทา 13. ด.ญ.ภควดี 14.ด.ญ.ปนัดดา 15. ด.ช.ชัยมงคล. ผลการวัดวินัยในตนเอง(50) 39 43 44 31. จากขอมูลผูวิจัยตองดําเนินการสรางไฟลขอมูล โดยมีตัวแปร 2 ตัวแปร ไดแก ตัวแปรเพศ และ วินัยในตนเอง ดังภาพ. กําหนดให 1 แทน เพศชาย และ 2 แทนเพศหญิง ขั้นตอนการวิเคราะหดวยโปรแกรม SPSS 1) เปดไฟลขอมูล Click Analyze. Nonparametric Tests. 2 Independent Samples. 2) เลือกตัวแปรตามที่ตองการทดสอบเขาไปในชอง Test Variable List และเลือกตัวแปรอิสระ(ตัว แปรแบงกลุม)เขาไปในชอง Grouping Variable ดังภาพ.
(10) 3) Click Define Groups… เพื่อกําหนดคาของแตละกลุม ในที่นี้กําหนดโดยใชตัวแลข 1 และ 2 ดังภาพ. 4) Click Continue จะกลับไปหนาจอเดิม ในสวนของTest Type ใหเลือก...ซึ่งเปนคาตั้งตนของ โปรแกรม จากนั้นClick. Option…. เพื่อขอผลการวิเคราะหที่เปนคาสถิติพื้นฐาน. (Descriptive) ดังภาพ. 5) Click Continue และ OKจะไดผลการวิเคราะหดังนี้. ผลการวิเคราะหนี้จะใหขอมูลเกี่ยวกับจํานวนกลุมตัวอยางในแตละกลุม ผลรวมอันดับ (Sum of Ranks)และคาเฉลี่ยอันดับ(Mean Rank)ในแตละกลุม ซึ่งจากขอมูลจะเห็นวากลุมเพศหญิงมีคาเฉลี่ยอันดับ สูงกวาเพศชาย.
(11) ผลการวิเคราะหนี้เปนสวนที่สําคัญ โดยพิจารณาที่คาสถิติMann-Whitney U Test ซึ่งมีคาเทากับ 4.50 และพิจารณาที่คาAsymp.Sig. ซึ่งมีคา .006 โดยนํามาเปรียบเทียบกับคาระดับนัยสําคัญทางสถิติ เพื่อที่จะสรุปผลการวิจัย จากผลการวิเคราะห พบวา คา Asymp.Sig. (.006) มีคานอยกวาระดับนัยสําคัญ (.05) นั่นหมายความวามีนัยสําคัญทางสถิติ ซึ่งสามารถสรุปผลการวิจัยไดวา หลังจากจัดกิจกรรมพัฒนา ผูเรียนแลวนักเรียนชายกับนักเรียนหญิงมีวินัยในตนเองแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 หรือในกรณีที่ผูวิจัยตั้งสมมุติฐานแบบมีทิศทาง(ทางเดียวหรือหางเดียว) คาAsymp.Sig. จะตองหารดวย 2 ดังนั้นคาSig.ที่จะใชเปรียบเทียบกับระดับนัยสําคัญจะมีคาเทากับ .006/2=.003 ซึ่งสามารถสรุปการวิจัยได วา หลังจากจัดกิจกรรมพัฒนาผูเรียนแลวนักเรียนหญิงมีวินัยในตนเองสูงกวาเพศชายอยางมีนัยสําคัญทาง สถิติที่ระดับ .05 (พิจารณาคาเฉลี่ยอันดับประกอบ.
(12) อางอิง ทรงศักดิ์ ภูสีออน. (2554). การประยุกตใช SPSS วิเคราะหขอมูลงานวิจัย. พิมพครั้งที่ 4. มหาสารคาม: โรงพิมพมหาวิทยาลัยมหาสารคาม. สํารวม จงเจริญ. (2548). การวิเคราะหเชิงสถิติแบบไมใชพารามิเตอร. พิมพครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: สํานักงานกิจการโรงพิมพ องคการสงเคราะหทหารผานศึก . อํานวย เลิศชยันตี. (2539). สถิตินอนพาราเมตริก. กรุงเทพฯ: โรงพิมพศิลสนองการพิมพ..
(13)
Related documents