1. ประวัติยอ พ.ศ. 2496 จัดรางระเบียบงานสารบรรณเปนครั้งแรก โดยมีพลเรือเอกหลวงชลธาร พฤติไกร เปนประธานคณะกรรมการ แบงเปน3 ตอน ตอนแรก วาดวยการรับเสนอสงและระบบการเก็บคนประกาศใชเมื่อ1 มกราคม 2497 ตอนสอง วาดวยแบบหนังสือในราชการ และมาตรฐานกระดาษ แบบพิมพ ประกาศใชเมื่อ 1 มกราคม 2497 ตอนสาม วาดวยหลักงานสารบรรณทั่วไประบบการเก็บตนแบบดัชนีการออกแบบบัตร ใหเหมาะสมกับงานเพื่อหาตัวเลขสถิติและการเขียนกราฟซึ่งคณะรัฐมนตรีเห็นชอบเมื่อ 3 มกราคม2498 พ.ศ. 2502 ไดมีการปรับปรุงระเบียบงานสารบรรณ พ.ศ. 2497 และ พ.ศ. 2498 โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อ 24 ธันวาคม 2506 และมีผลบังคับใชตั้งแตวันที่1 มกราคม2507 2. ความหมาย ตามระเบียบขอ 6 งานสารบรรณ หมายถึง “งานที่เกี่ยวกับการบริหารงานเอกสารเริ่มตั้งแตการจัดทํา การรับการสงการเก็บรักษาการยืมจนถึงการทําลาย” ในทางปฏิบัติ งานสารบรรณ หมายถึง “การบริหารงานเอกสารทั้งปวง ตั้งแต การคิดราง เขียน อาน แตง พิมพ จดทําสําเนา สงหรือสื่อขอความ รับบันทึก จดรายงานการประชุม สรุปยอเรื่องเสนอ สั่งการ ตอบ ทํา รหัส เก็บเขาที่ คนหา ติดตาม และทําลาย ทั้งนี้ ตองเปนระบบที่ใหความสะดวก รวดเร็ว ถูกตอง และมี ประสิทธิภาพเพื่อประหยัดเวลาแรงงานและคาใชจาย” 3. ชนิดของหนังสือ “หนังสือ” หมายความวาหนังสือราชการ “สวนราชการ” หมายถึง กระทรวง ทบวง กรม สํานักงาน หรือหนวยงานอื่นใดของรัฐ ทั้งใน ราชการบริหารสวนกลาง สวนภูมิภาค สวนทองถิ่น หรือในตางประเทศ และใหหมายความรวมถึง คณะกรรมการดวย “คณะกรรมการ” หมายถึง คณะบุคคลที่ไดรับมอบหมายจากทางราชการใหปฏิบัติงานในเรื่องใด ๆ และใหหมายความรวมถึงคณะอนุกรรมการคณะทํางานหรือคณะบุคคลอื่นที่ปฏิบัติงานในลักษณะเดียวกันดวย หนังสือราชการคือเอกสารที่เปนหลักฐานในราชการไดแก 1. หนังสือที่มีไปมาระหวางสวนราชการ 2. หนังสือที่สวนราชการมีไปถึงหนวยงานอื่นใดซึ่งมิใชสวนราชการหรือที่มีไปถึงบุคคลภายนอก 3. หนังสือที่หนวยงานอื่นใดซึ่งมิใชสวนราชการหรือที่บุคคลภายนอกมีมาถึงสวนราชการ 4. เอกสาร…
4. เอกสารที่ทางราชการจัดทําขึ้นเพื่อเปน หลักฐานในราชการ 5. เอกสารที่ทางราชการจัดทําขึ้นตามกฎหมายระเบียบหรือขอบังคับ หนังสือราชการมี6 ชนิด 1. หนังสือภายนอก 2. หนังสือภายใน 3. หนังสือประทับตรา 4. หนังสือสั่งการ 5. หนังสือประชาสัมพันธ 6. หนังสือที่เจาหนาที่ทําขึ้นหรือรับไวเปนหลักฐานราชการ หนังสือภายนอก คือ หนังสือติดตอราชการที่เปนแบบพิธี โดยใชกระดาษตราครุฑ เปนหนังสือติดตอระหวางสวน ราชการหรือสวนราชการมีถึงหนวยงานอื่นใดซึ่งมิใชสวนราชการหรือที่มีถึงบุคคลภายนอก หนังสือภายใน คือ หนังสือติดตอราชการที่เปนแบบพิธีนอยกวาหนังสือภายนอก เปนหนังสือติดตอภายในกระทรวง ทบวงกรมหรือจังหวัดเดียวกันใชกระดาษบันทึกขอความ ขอแตกตางระหวางหนังสือภายนอกและหนังสือภายใน หนังสือภายนอก หนังสือภายใน 1. ไป-มาเปนทางราชการ 2. ติดตอระหวางตําแหนงตอตําแหนง 3. ใชกระดาษตราครุฑ(หนา24) 4. สภาพหนังสือผูกมัดถาวรตลอดไป 5. รูปแบบหนังสือเปนแบบหนังสือลงนามเต็ม ฉบับและแบบประทับตรา 6. คําขึ้นตนประกอบดวยเรื่องเรียนอางถึง สิ่งที่สงมาดวย(ถามี) 7. หามใชคํายออักษรยอตองใชคําเต็มทั้งชื่อ สวนราชการวันเดือนป 8. คําลงทายใชขอแสดงความนับถือหรืออื่นๆ แลวแตกรณี 1. ไป-มาในเรื่องราชการ 2. ติดตอกับบุคคลผูดํารงตําแหนง 3. ใชกระดาษบันทึกขอความ(หนา25) 4. ไมผูกมัดเปลี่ยนแปลงได 5. ใชบันทึกแทน 6. คําขึ้นตนใชเรียนอางถึงหนังสือใสในขอความ 7. ใชคํายอของตําแหนงหรือสวนราชการวัน เดือนปได 8. ไมมีคําลงทาย หนังสือ…
หนังสือประทับตรา คือหนังสือประทับตราแทนการลงชื่อ ของหัวหนาสวนราชการระดับกรมขึ้นไป โดยให หัวหนาสวนราชการระดับกองหรือผูที่ไดรับมอบหมายจากหัวหนาสวนราชการระดับกรมขึ้นไป เปนผูรับผิดชอบ ลง ชื่อยอกํากับตราหนังสือประทับตราใชกระดาษตราครุฑ หนังสือสั่งการ มี3 ชนิดไดแกคําสั่งระเบียบและขอบังคับ คําสั่ง คือบรรดาขอความที่ผูบังคับบัญชาสั่งการใหปฏิบัติโดยชอบดวยกฎหมาย ระเบียบ คือบรรดาขอความที่ผูมีอํานาจหนาที่ไดวางไวโดยจะอาศัยอํานาจของกฎหมายหรือไมก็ได เพื่อถือเปนหลักปฏิบัติงานเปนการประจํา ขอบังคับ คือบรรดาขอความที่ผูมีอํานาจหนาที่กําหนดใหใชโดยอาศัยอํานาจของกฎหมายที่บัญญัติ ใหกระทําได คําสั่งระเบียบขอบังคับใชกระดาษตราครุฑ หนังสือประชาสัมพันธ มี3 ชนิดไดแกประกาศแถลงการณและขาว ประกาศ คือบรรดาขอความที่ทางราชการประกาศหรือชี้แจงใหทราบหรือแนะแนวทางปฏิบัติ แถลงการณ คือบรรดาขอความที่ทางราชการแถลง เพื่อทําความเขาใจในกิจการของทาง ราชการหรือเหตุการณหรือกรณีใดๆใหทราบชัดเจนโดยทั่วกัน ขาว คือบรรดาขอความที่ทางราชการเห็นสมควรเผยแพรใหทราบ ประกาศและแถลงการณใชประดาษตราครุฑ หนังสือที่เจาหนาที่ทําขึ้นหรือรับไวเปนหลักฐานในราชการ คือหนังสือที่ทางราชการทําขึ้นนอกจากที่ กลาวมาแลวทั้ง5 ชนิดหรือหนังสือที่หนวยงานอื่นใดซึ่งมิใชสวนราชการหรือบุคคลภายนอกมีมาถึงสวนราชการ และสวนราชการรับไวเปนหลักฐานทางราชการ มี 4 ชนิด คือ หนังสือรับรอง รายงานการประชุม บันทึก และหนังสืออื่น หนังสือรับรอง คือ หนังสือที่สวนราชการออกใหเพื่อรับรองแก บุคคล นิติบุคคล หรือหนวยงานเพื่อ วัตถุประสงคอยางหนึ่งอยางใดใหปรากฎแกบุคคลโดยทั่วไปไมจําเพาะเจาะจงใชกระดาษตราครุฑ รายงานการประชุม คือการบันทึกความคิดเห็นของผูมาประชุมผูเขารวมประชุมและมติของ ที่ประชุมไวเปนหลักฐานควรมีรายละเอียดดังนี้ 1. รายงานการประชุม 2. ครั้งที่ประชุม 3. วันเดือนปที่ประชุม 4. สถานที่ประชุม 5. ใครมาประชุมบาง 6. ใครไมมาประชุม 7.ใครเขารวมประชุมบาง 8. เริ่มประชุมเวลาใด 9. ขอความในรายงานการประชุม 10. เลิกประชุมเวลาใด 11. ชื่อผูรายงานการประชุม บันทึก…
บันทึก คือขอความซึ่งผูใตบังคับบัญชา เสนอตอผูบังคับบัญชา หรือผูบังคับบัญชาสั่งการ แกผูใตบังคับบัญชาหรือขอความที่เจาหนาที่หรือหนวยงานระดับต่ํากวาสวนราชการระดับกรมติดตอกันในการ ปฏิบัติราชการใชกระดาษบันทึกขอความมีหัวขอสําคัญดังนี้ 1. ชื่อหรือตําแหนงที่บันทึกถึง 2. สาระสําคัญของเรื่อง 3. ชื่อและตําแหนงของผูบันทึก หนังสืออื่น คือหนังสือหรือเอกสารอื่นใดที่เกิดขึ้นเนื่องจากการปฏิบัติงานของเจาหนาที่เพื่อ เปนหลักฐานในทางราชการ ซึ่งรวมถึง ภาพถาย ฟลม แถบบันทึกเสียง แถบบันทึกภาพดวย หรือหนังสือของ บุคคลภายนอกที่ยื่นตอเจาหนาที่และเจาหนาที่ไดรับเขาทะเบียนรับหนังสือของทางราชการแลว บทเบ็ดเตล็ด เปนสวนที่วาดวยหนังสือที่ตองปฏิบัติใหเร็วกวาปกติ หนังสือที่ตองปฏิบัติใหเร็วกวาปกติ เปนหนังสือที่ตองจัดสงและดําเนินการทางสารบรรณดวยความ รวดเร็วเปนพิเศษแบงเปน3 ประเภทคือ 1. ดวนที่สุด(ปฏิบัติทันทีที่ไดรับหนังสือ) 2. ดวนมาก(ปฏิบัติโดยเร็ว) 3. ดวน(ปฏิบัติเร็วกวาปกติเทาที่จะทําได) เรื่องราชการที่จะดําเนินการหรือสั่งการดวยหนังสือไดไมทันใหสงขอความทางเครื่องมือสื่อสาร เชน โทรเลข วิทยุโทรเลข โทรพิมพ โทรศัพท วิทยุสื่อสาร วิทยุกระจายเสียง หรือวิทยุโทรทัศน ผูสงและผูรับ บันทึกขอความไวเปนหลักฐาน หนังสือที่จัดทําขึ้นโดยปกติ ใหมีสําเนาคูฉบับเก็บไวที่ตนเรื่อง 1 ฉบับ และใหมีสําเนาเก็บไวที่ หนวยงานสารบรรณกลาง1 ฉบับ สําเนาหนังสือ ใหมีคํารับรองวา สําเนาถูกตอง โดยใหเจาหนาที่ตั้งแตระดับ 2 หรือเทียบเทาขึ้นไปซึ่ง เปนเจาของเรื่องลงลายมือชื่อรับรอง หนังสือเวียน คือ หนังสือที่มีถึงผูรับเปนจํานวนมาก มีใจความเดียวกัน ใหเพิ่มรหัสพยัญชนะว หนา เลขทะเบียนหนังสือสงและไมมีจุดหลัง ว ซึ่งกําหนดเปนเลขที่หนังสือเวียนโดยเฉพาะเริ่มตั้งแตเลข 1 เรียงเปนลําดับ ไปจนถึงสิ้นปปฏิทินหรือใชเลขที่ของหนังสือทั่วไปแบบหนังสือภายนอกอยางใดอยางหนึ่ง หนังสือภาษาตางประเทศ ใหใชกระดาษตราครุฑ 4. มาตรฐานตรา มาตรฐานตราครุฑสําหรับแบบพิมพ มี2 ขนาดคือ 1. ขนาดตัวครุฑ 3 เซนติเมตร 2. ขนาดตัวครุฑ 1.5 เซนติเมตร 5. การรางหนังสือ…
5. การรางหนังสือ การรางหนังสือ คือการเรียบเรียงขอความขั้นตนตามเรื่องที่จะแจงความประสงคไปยังผูรับ หรือผูที่ตองการทราบหนังสือนั้นกอนที่จะใชจัดทําเปนตนฉบับ เหตุที่ตองรางหนังสือ เพื่อใหมีการตรวจแกไขใหเหมาะสมถูกตองตามระเบียบแบบแผน เสียกอนเวนแตหนังสือที่เปนงานประจําปกติอาจไมตองเสนอรางตรวจแกก็ได หลักการรางหนังสือ คือ ผูรางจะตองรูและเขาใจใหแจมแจง แยกประเด็นที่เปนเหตุผลและความมุง หมายที่จะทําหนังสือนั้นโดยตั้งหัวขอเกี่ยวกับเรื่องที่จะรางวาอะไรเมื่อไหร ที่ไหนใครทําไม อยางไรเปนขอ ๆไว การรางใหขึ้นตนเริ่มใจความที่เปนเหตุกอน ตอไปจึงเปนขอความที่เปนความประสงคและขอตกลง ถามีหลายขอให แยกเปนขอ ๆ เพื่อใหจัดเจนและเขาใจงายความใดอางถึงบทกฎหมาย กฎขอบังคับระเบียบคําสั่ง หรือเรื่องตัวอยาง ตองพยายามระบุใหชัดเจน พอที่ฝายผูรับจะคนหามาตรวจสอบไดสะดวก การรางควรใชถอยคําสั้นแตเขาใจงาย พยายามใชคําธรรมดาที่ไมมีความหมายไดหลายทาง สํานวนที่ไมเหมาะสมสําหรับใชเปนสํานวนหนังสือไมควรใช ควรระวังอักขรวิธี ตัวสะกด การันตและวรรคตอนใหถูกตองขอสําคัญตองระลึกถึงผูที่จะรับหนังสือวาเขาใจถูกตอง ตามความประสงคที่มีหนังสือไป การรางหนังสือโตตอบ จะตองรางโดยมีหัวขอตามแบบที่กําหนดไวผูรางจะตองพิจารณาดวยวา หนังสือที่รางนั้นควรจะมีถึงใครบางหรือควรจะทําสําเนาใหใครทราบบางเปนการประสานงานแลวบันทึกไวในราง ดวยการอางเทาความตองพิจารณาวาเรื่องที่จะรางนี้ผูรับหนังสือทราบมากอนหรือไมถาเคยทราบมากอนแลวความ ตอนใดที่เปนเหตุก็ยอลงไดหรือถาเปนการตอบหนังสือที่ผูรับมีมาขอความที่เปนเหตุเพียงแตอางชื่อเรื่องก็พอการราง หนังสือไมวาจะรางถึงผูใดก็ตามใหใชถอยคําสุภาพและสมกับฐานะของผูรับถาเปนการปฏิเสธคําขอควรแจงเหตุผล ในการที่ตองปฏิเสธใหผูขอเขาใจ การรางหนังสือที่มีลักษณะเปนการสั่งการ ไมวาจะเปนหนังสือสั่งการตามระเบียบหรือรางเปน หนังสือราชการประเภทอื่นตองมีขอตกลงอันเปนเหตุเปนผลเชนเดียวกับการใชคําตองใหรัดกุมอยาเปดชองใหตีความ ไดหลายนัยซึ่งอาจทําใหเกิดการเขาใจผิดและควรใชถอยที่ผูรับคําสั่งสามารถปฏิบัติไดเพื่อใหคําสั่งนั้นไดผลสมความ มุงหมายขอความที่เปนเหตุในคําสั่งจะมีประโยชนในการชวยแสดงเจตนารมณของการสั่งใหชัดเพื่อสะดวกในการ ตีความเมื่อจําเปนและทําใหผูปฏิบัติรูความหมายชัดชวยใหปฏิบัติไดถูกตองและอาจพิจารณาแกไขปญหาไดเมื่อมี อุปสรรคกอนรางควรพิจารณาคนควาวามีกฎหมายใหอํานาจสั่งการไดแลวประการใดคําสั่งตองไมขัดกับกฎหมาย ระเบียบขอบังคับถาขัดกับคําสั่งเกาตองยกเลิกคําสั่งเกาเสียกอน การรางหนังสือประชาสัมพันธ เชน ประกาศ แถลงการณ และขาว จะตองรางตามแบบที่กําหนดไว สวนขอความตองสมเหตุสมผล เพื่อใหผูอานนึกคิดคลอยตามเจตนาที่ตองการ อยาใหมีขอขัดแยงกันในฉบับนั้น หรือ ขัดแยงกับฉบับกอนเวนแตเปนการแถลงแกทั้งนี้ควรใชถอยคําสุภาพ ดังนั้น….
ดังนั้น เพื่อความสะดวกในการเขียนราง ผูบังคับบัญชาอาจกําหนดตัวอยางใหถือเปนแนวทาง ปฏิบัติได แตเพื่อการประหยัด กระดาษรางจะใชกระดาษที่มีอยู แมแตกระดาษที่พิมพแลวหนาหนึ่งและไมใช อาจใช อีกหนาหนึ่งเปนกระดาษรางหนังสือก็ไดไมจําเปนตองใชแบบกระดาษรางโดยเฉพาะ ผูรางควรเขียนใหชัดเจน อานงาย เพื่อความสะดวกในการตรวจแกรางกอนพิมพ ถาจําเปนจะเขียน บรรทัดหนึ่งเวนบรรทัดหนึ่งก็ได การเขียนใหเวนเนื้อที่ของดานหนาบรรทัดประมาณ 2.5 เซนติเมตร ดานหลังบรรทัดประมาณ 2 เซนติเมตรเพื่อใชเปนที่สําหรับเขียนคําแนะนําในการพิมพ เมื่อรางเสร็จใหเสนอตัวรางและเรื่องประกอบที่สมบูรณขึ้นไปใหผูบังคับบัญชาตรวจรางและพิจารณา สั่งพิมพ เมื่อไดพิมพหนังสือฉบับนั้นและตรวจถูกตองแลว ไมจําเปนตองเก็บรักษากระดาษรางไว เวนแตเรื่อง สําคัญควรเก็บไวประกอบเรื่อง 6. หลักการเขียนจดหมายราชการ จดหมายราชการตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีวาดวยงานสารบรรณเรียกวา “หนังสือภายนอก” หมายถึง หนังสือที่มีไปมาระหวางสวนราชการ หรือจากหนวยราชการหนึ่งมีไปถึงหนวยราชการอื่น อาจจะมิใชสวน ราชการหรือบุคคลภายนอกเปนหนังสือติดตอราชการที่เปนแบบพิธีโดยใชกระดาษตราครุฑ กอนเขียนจดหมายราชการทุกครั้ง จะตองคํานึงถึง เขียนเรื่องอะไร เขียนถึงใคร เขียนทําไมเขียน อยางไร เขียนเรื่องอะไร นั้น เพื่อใหตรงเปาหมาย ไดสาระครบถวนตามที่ประสงค โดยการแจงและยอเรื่อง ลงหัวเรื่องของจดหมายไดรัดกุมถูกตองจัดวรรคตอนใหชัดเจนหากมีหลายกรณีที่จะกลาวถึงในจดหมายฉบับเดียวกัน เขียนถึงใคร การเขียนถึงใครนั้น เพื่อจะไดใชคําขึ้นตนสรรพนาม คําลงทาย ถอยคํา สํานวน เหมาะสมกับผูรับจดหมาย เขียนอยางไร การเขียนจดหมายราชการนั้นเปนสื่อความตองการ และความสัมพันธอันดีแลว นอกจากเปนเอกสารอางอิงเปนหลักฐานไดเวลานาน การเขียนจดหมายราชการ ตองใชกระดาษตราครุฑ (กระดาษขาว 60 กรัม ขนาด 21 มล.x297 มล) พิมพครุฑขนาดตัวครุฑสูง3 ซม. ดวยหมึกสีดํา สวนตาง ๆ ของจดหมายราชการ แยกเปน4 สวนคือ 1. หัวเรื่อง 2. เนื้อเรื่อง 3. จุดประสงคของเรื่อง 4. ทายเรื่อง ขอสังเกต…
ขอสังเกต - ในการเขียนหนังสือราชการ ถาไมไดอางถึงเรื่องที่เคยติดตอกันมากอนจะ ใชคําขึ้นตนวา ”ดวย” “เนื่องจาก” จะไมมีคําวา“นั้น” ในทายวรรค - สวนการเขียนหนังสือราชการที่มีการอางเรื่องเดิมที่เคยติดตอกันมาจะใชคําขึ้นตนวา “ตาม…..และลงทายวรรคดวยคําวา“นั้น” เสมอ ขอควรระวัง ในการเขียนหนังสือราชการที่ขึ้นตนดวยคําวา “ตาม…นั้น” มิใหตอความในวรรค 2 ดวย “จึง” เปนอัน ขาด เพราะการเขียนขึ้นตนดวย “ตาม…นั้น” เปนการทาวความเดิมเทานั้น ไมใชเปนการอางเหตุผล บังคับใหทํา ตาม ขอผิดพลาด ที่มักจะเกิดขึ้นของการเขียนหนังสือราชการ 1. เขียนอักษรยอของสวนราชการผิดหรือเขียนชื่อสวนราชการที่ออกหนังสือไมชัดเจน 2. เลือกใชชนิดของหนังสือไมถูกตอง เชน ติดตอภายในกระทรวงฯ เดียวกันจะตองใชกระดาษ บันทึกก็จะใชครุฑ 3. วางรูปแบบหนังสือสลับที่เชนเรื่องกับเรียนจะสลับที่กัน 4. เขียนคําวาอางถึงกับสิ่งที่สงมาดวยทั้งที่ไมมีความจําเปนที่จะใชเชนไมมีสิ่งที่สงมาดวย ก็ใสหรือไมตองมีการอางถึงก็อาง 5. เขียนขอความไมชัดเจนวกไปวนมาจนผูรับไมเขาใจและไมสามารถที่จะปฏิบัติตามได 6. เขียนคําขึ้นตนและคําลงทายไมถูกตองตามฐานะของผูรับ 7. ไมเขียนชื่อเต็มไวในวงเล็บใตลายมือชื่อของผูออกหนังสือ ทําใหผูเขียนไมทราบวาเปนหนังสือ ของใครลายมือชื่อใคร 8. อักษรยอประจํากระทรวง กรม จังหวัด รวมทั้งหนังสือเวียนที่ใช “ว” จะไมมีจุด สาเหตุที่ ระเบียบฯกําหนดไมใหใสจุดเพราะถาเขียนดวยมือจุดอาจจะกลายเปนตัวเลขได 7. การเขียนและการพิมพ การเขียนและการพิมพ หมายถึงการทําใหเกิดลายลักษณอักษรเปนขอความบนกระดาษ การเขียน สวนใหญจะใชในการรางหนังสือ จดรายงานการประชุมและใชในกรณีที่สวนราชการไมมีเครื่องพิมพดีด ลักษณะการเขียนทั่วไปจะตองเขียนใหอานและเขาใจงาย เอกสารบางลักษณะที่ตองเขียนเปนแบบพิเศษ เชน งานอาลักษณ ตองใชลายมือและตัวเขียน โดยเฉพาะ การพิมพ หมายถึง การพิมพโดยใชเครื่องพิมพ ปกติแลวงานใดที่เปนเอกสารทั่ว ๆ ไป สามารถใช เครื่องพิมพดีดเพื่อใหอานงายและสามารถทําสําเนาไดงาย ผูพิมพ….
ผูพิมพควรมีความระมัดระวังในการพิมพ กลาวคือ พิมพไมตก มีความรูในตัวสะกด การันต ตัวยอ และควรมีความรูรอบตัวนอกเหนือจากการพิมพหนังสืออีก เชน เขาใจขอความในหนังสือนั้น จัดวรรคตอนไดถูกตอง เมื่อจําเปนรูหลักภาษารูแบบหนังสือราชการชื่อสวนราชการชื่อและตําแหนงในวงราชการรูจักและอานลายมือผูราง ที่เกี่ยวของไดดี พิจารณาการใชกระดาษ วางรูปหนังสือ สามารถจัดลําดับและแบงงานใหเหมาะสม และรูจักรักษา เครื่องพิมพดีดใหสะอาดอยูในสภาพที่ใชการไดอยูเสมอ การพิมพหนังสือราชการภาษาไทย มีหลักเกณฑการพิมพดังนี้ 1. การพิมพหนังสือราชการที่ตองใชกระดาษตราครุฑแตใหมีคุณภาพเชนเดียวหรือใกลเคียง กับแผนแรก 2. การพิมพหัวขอตางๆใหเปนไปตามแบบหนังสือที่กําหนดไวในระเบียบ 3. การพิมพ1 หนากระดาษขนาดเอ4 โดยปกติใหพิมพ25 บรรทัดบรรทัดแรกของกระดาษ อยูหางจากขอบกระดาษดานบนประมาณ5 เซนติเมตร 4. การกั้นระยะในการพิมพ 4.1 ในบรรทัดหนึ่งใหตั้งจังหวะเคาะของพิมพดีดไว70 จังหวะเคาะ 4.2 ใหขั้นระยะหางจากขอบกระดาษดานซายมือประมาณ3 เซนติเมตรเพื่อความสะดวก ในการเก็บเขาแฟม 4.3 ตัวอักษรสุดทายควรหางจากขอบกระดาษดานขวาไมนอยกวา2 เซนติเมตร 5. ถาคําสุดทายของบรรทัดมีหลายพยางคไมสามารถพิมพจบคําในบรรทัดเดียวกันไดใหใช เครื่องหมายยัติภังค(-) ระหวางพยางค 6. การยอหนาซึ่งใชในกรณีที่จบประเด็นแลว จะมีการขึ้นขอความใหมใหเวนหางจากระยะ กั้นหนา10 จังหวะ 7. การเวนบรรทัดโดยทั่วไปจะตองเวนบรรทัดใหสวนสูงสุดของตัวพิมพและสวนต่ําสุดของตัว พิมพไมทับกัน 8. การเวนวรรค 8.1 การเวนวรรคโดยทั่วไปเวน2 จังหวะเคาะ 8.2 การเวนวรรคระหวางหัวขอเรื่องกับเรื่องใหเวน2 จังหวะเคาะ 8.3 การเวนวรรคในเนื้อหาเรื่องที่พิมพมีเนื้อหาเดียวกันใหเวน1 จังหวะถาเนื้อหาตางกัน ใหเวน2 จังหวะเคาะ 9. การพิมพหนังสือที่มีหลายหนาตองพิมพเลขหนาโดยใหพิมพตัวเลขหนากระดาษไวระหวาง เครื่องหมายยัติภังค(-) ที่กึ่งกลางดานบนของกระดาษหางจากขอบกระดาษทางซายมาประมาณ3 เซนติเมตร 10.การพิมพหนังสือที่มีความสําคัญและมีจํานวนหลายหนาใหพิมพคําตอเนื่องของขอความที่ จะยกไปพิมพหนาใหมไวดานลางทางมุมขวาของหนานั้นๆแลวตามดวย…(จุด3 จุด) โดยปกติใหเวนระยะหาง จากบรรทัด….
จากบรรทัดสุดทาย3 ระยะบรรทัดพิมพ และควรจะตองมี ขอความของหนังสือเหลือไปพิมพในหนาสุดทายอยาง นอย2 บรรทัดกอนพิมพคําลงทาย 8. การทําสําเนาหนังสือ สําเนาหนังสือคือเอกสารที่จัดทําขึ้นเหมือนตนฉบับไมวาจะจัดทําจากตนฉบับสําเนาคูฉบับหรือจาก สําเนาอีกชั้นหนึ่ง ในกรณีมีความจําเปนตองใชเอกสารราชการนั้น ๆ เพิ่มขึ้น และเอกสารเหลานั้นไมไดจัดทําไวหลาย ฉบับ จําเปนตองจัดทําสําเนาขึ้นเพื่อใหเปนหลักฐานในการประกอบการพิจารณาของทางราชการ การทําสําเนาอาจทํา ไดหลายวิธีดังนี้ 1. วิธีคัดลอกออกจากตนฉบับคําตอคําใหถูกตองกับตนฉบับเดิม 2. วิธีถอดหรือจัดทําพรอมตนฉบับเชนพิมพตนฉบับพรอมสําเนาเดิมการใชกระดาษคารบอน 3. วิธีถายจากตนฉบับเชนการถายดวยเครื่องถายเอกสาร 4. วิธีสงภาพเอกสารดวยเครื่องมือสื่อสารเชนโทรสาร 5. วิธีอัดสําเนาดวยการทําใหหมึกที่กระดาษไขตนฉบับติดที่กระดาษสําเนา สําเนาแบงออกเปน 2 ประเภท คือ 1. “สําเนาคูฉบับ” เปนสําเนาที่จัดทําพรอมกับตนฉบับและเหมือนตนฉบับผูลงลายมือชื่อใน ตนฉบับจะลงลายมือชื่อ หรือลายมือชื่อยอไว และใหผูราง ผูพิมพและผูตรวจลงลายมือชื่อหรือลายมือชื่อยอไวที่ขาง ทายขอบลางดานขวาของหนังสือ ในกรณีที่มีการลงชื่อในกระดาษไขใหเจาหนาที่เจาของเรื่องลงลายมือชื่อกํากับในสําเนาคู ฉบับไวเปนหลักฐาน 2. “สําเนา” เปนสําเนาที่สวนราชการหรือเจาหนาที่จัดทําขึ้น สําเนานี้อาจทําขึ้นดวยการถาย คัดอัดสําเนาหรือดวยวิธีอื่นใดสําเนาชนิดนี้โดยปกติตองมีการรับรอง การรับรองสําเนา ใหมีคํารับรองวา “สําเนาถูกตอง” และใหเจาหนาที่ตั้งแตระดับ 2 หรือเทียบเทาขึ้น ไปซึ่งเปนเจาของเรื่องที่ทําสําเนานั้นลงลายมือชื่อรับรองพรอมทั้งลงชื่อตัวบรรจงตําแหนงและวันเดือนปที่รับรอง และโดยปกติใหมีคําวา“สําเนา” ไวที่กึ่งกลางหนาเหนือบรรทัดแรกของสําเนาหนังสือดวย ตัวอยาง สําเนาถูกตอง ลงชื่อ ดวงดี เจริญผล (นายดวงดีเจริญผล) เจาหนาที่ธุรการ2 1 มกราคม2541 หนังสือเวียน…
9. หนังสือเวียน
หนังสือเวียน คือ หนังสือที่มีถึงผูรับจํานวนมาก มีใจความอยางเดียวกันใหเพิ่มรหัสพยัญชนะ “ว” หนาเลข ทะเบียนหนังสือสง ซึ่งจะกําหนดเปนเลขที่หนังสือเวียนโดยเฉพาะเริ่มตั้งแต 1 เรียงเปนลําดับไปจนสิ้นปปฏิทินหรือ จะใชเลขที่ของหนังสือทั่วไปตามแบบหนังสือภายนอกก็ได