การใช้โปรแกรม ZOTERO : การประยุกต์ใช้งานจริง
ยุวดี เพชระ1
โปรแกรม ZOTERO เป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่ใช้งานร่วมกับเว็บบราวเซอร์ Firefox, Chrome และ Safari ส าหรับการจัดเก็บข้อมูลที่สืบค้นได้จากฐานข้อมูลต่างๆ อาทิเช่น ฐานข้อมูลห้องสมุด ฐานข้อมูลออนไลน์ แหล่งข้อมูลบนอินเตอร์เน็ต ฯลฯ โดยรวบรวมรายการบรรณานุกรมหรือเอกสารอ้างอิงทั้งที่เป็นสาระสังเขปและ เอกสารฉบับเต็ม ซึ่งเป็นเอกสารชนิดต่างๆ เช่น ไฟล์ PDF รูปภาพ แฟ้มข้อมูล เว็บเพจ ลิงก์ (link) และไฟล์ชนิดอื่นที่ สืบค้นได้จากแหล่งข้อมูลบนอินเตอร์เน็ต ฯลฯ นอกจากนี้ยังสามารถแทรกรายการบรรณานุกรมเข้าไปในตัวเล่ม วิทยานิพนธ์ หรือรายงาน หรือบทความ ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว สามารถถ่ายโอนข้อมูลบรรณานุกรมที่เก็บไว้ใน ฐานข้อมูลส่วนตัว สร้างรูปแบบรายการบรรณานุกรมได้มาตรฐาน มีฐานข้อมูลเสมือนห้องสมุดส่วนตัวที่ไร้ขีดจ ากัด เป็นการจดบันทึกช่วยจ า มีเนื้อหา ประกอบด้วย การติดตั้งโปรแกรม Zotero หน้า 2 การติดตั้งplugins ใน Word หน้า 3 การสร้าง profile ข้อมูลส าหรับเก็บผลการสืบค้นสารสนเทศ หน้า 6 การสร้างกลุ่มหมวดหมู่หรือหัวข้อเรื่อง (Collection) หน้า 6 การน าข้อมูลเข้าสู่ ZOTERO หน้า 6 ฐานข้อมูลทรัพยากรห้องสมุด (KKU WebOPAC) หน้า 7 การน าข้อมูลจาก ISBN, DOI, PubMed ID หน้า 9 การน าข้อมูลจากฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ หน้า 10 การสืบค้นและน าข้อมูลจากฐานข้อมูล Scopus, Science Direct หน้า 10 การสืบค้นและน าข้อมูลจากฐานข้อมูล ProQuest หน้า 15 การน าข้อมูลเข้าด้วยตนเอง หน้า 17 การใส่รายการอ้างอิงใน Microsoft Word หน้า 18 การใส่รายการอ้างอิงท้ายเรื่อง หน้า 18 การใส่รายการอ้างอิงในเนื้อหาและท้ายเรื่องของเอกสาร Microsoft Word หน้า 19 1 บรรณารักษ์ ช านาญการพิเศษ ห้องสมุดคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น e-mail: [email protected] ปรับปรุงเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2556
การติดตั้งโปรแกรม Zotero
1. ติดตั้งโปรแกรม Firefox ภาษาอังกฤษ โดย download โปรแกรมได้จาก http://www.mozilla.org/
2. จากนั้นเข้าเว็บ www.zotero.org เพื่อติดตั้งโปรแกรม Zotero ดังนี้ คลิก “Free Download” 2.1 คลิก “download” Now” 2.3 คลิก “ยินยอม (allow)”
2.2 คลิก “Zotero 3.0 for firefox”
2.4 คลิก “Instrall Now (ติดตั้งเดี๋ยวนี้)”
ปรากฏ มุมขวาล่าง
การติดตั้ง plugins ในโปรแกรม Word
ไปที่หน้า download ของเว็บ www.zotero.org เพื่อติดตั้ง plugins โปรแกรม Zotero ในโปรแกรม Word ดังนี้
1. คลิก “Plugin for Word or LibreOffice”
2. คลิกที่ Microsoft Word
6. คลิก “เริ่มใหม่ทันที (Restart Now)”
3. คลิก “Word for Windows Plugin 3.1.10”
4. คลิก “ยินยอม (Allow)”
5. คลิก “Install Now (ติดตั้งเดี๋ยวนี้)”
จากนั้นเข้าสู่โปรแกรม Microsoft Word จะปรากฏไอคอนการใช้งานของ Zotero ดังนี้ @ กรณี Microsoft Word 2003 จะปรากฏเมนูไอคอน Zotero
@ กรณี Microsoft Word 2007 จะปรากฏเมนูไอคอน Zotero ที่ Add-Ins
การเรียกใช้โปรแกรม คลิกที่ปุ่ม zotero ซึ่งอยู่ที่มุมขวาล่างของหน้าจอ
ส่วนที่ 2 รายการข้อมูล (Item)
ส่วนที่ 3 รายละเอียดรายการข้อมูล (Item Info)
โปรแกรม zotero ประกอบด้วยส่วนต่างๆ ดังนี้ ส่วนที่ 1 จะเป็นการจัดกลุ่มหรือหมวดหมู่ (Collection) ตามที่ต้องการ เช่น ต้องการจัดเก็บข้อมูลในเรื่อง การ บริหารโรงพยาบาล และเรื่องงานวิจัยเกี่ยวกับวิตามิน เป็นต้น แต่จะไม่ต้องการแยกเป็นหมวดหมู่ ทุกรายการที่สืบค้น ได้จะไปรวมกันอยู่ที่โฟลเดอร์ Library ทั้งหมด ส่วนที่ 2 เป็นรายการข้อมูล (Item) ที่สืบค้นและจัดเก็บทั้งหมดในโฟลเดอร์ ส่วนที่ 3 เป็นรายละเอียดรายการข้อมูล (Item Info) เรื่องนั้นๆ (ด้านขวา) บอกถึง ประเภทเอกสาร ชื่อเรื่อง ชื่อผู้ แต่ง บทคัดย่อ ปีพิมพ์เผยแพร่ แหล่งข้อมูล วันเดือนปีที่สืบค้น ฯลฯ ค าสั่งในการใช้งาน มีดังนี้ 1. เปิดโปรแกรม firefox และคลิกที่ค าว่า zotero ที่มุมขวาด้านล่าง 2. คลิกที่ และคลิกเลือก Preferences... จะปรากฏหน้าต่างใหม่ที่มีแถบ(Tab)ต่างๆ ดังนี้ 2.1. แถบ General ไม่ต้องก าหนดค่าใดๆ นอกจากต้องการปรับเปลี่ยนขนาดของ font และก าหนด จ านวนวันในการล้างรายการที่อยู่ในถังขยะ (Trash)
2.2. แถบ Sync ให้คลิกที่ Create Account เพื่อสร้างชื่อผู้ใช้ใน zotero server ส าหรับเก็บข้อมูล หลังจาก สร้าง Account เสร็จแล้ว ให้ป้อน User name และ Password ในช่องที่ก าหนด หากเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้งาน ร่วมกันหลายคน ไม่ต้องก าหนด หรือถ้าก าหนดไว้เพื่อใช้งานชั่วคราว ควรลบทิ้งทุกครั้งด้วย เพราะข้อมูลใน server จะถูกเปลี่ยนแปลงเมื่อมีผู้อื่นมาใช้งาน
2.3. แถบ Search และสังเกตที่ PDF indexing หากปรากฏข้อความว่า ยังไม่ได้ติดตั้ง pdftotext และ pdfinfo ให้คลิกที่ Check for installer เพื่อติดตั้งเครื่องมือทั้งสองตัว การติดตั้งเครื่องมือสองตัวนี้สามารถค้นหาใน text ของไฟล์ PDF ได้
2.4. แถบ Export คลิกเลือก Citation Styles ที่แถบย่อย Styles เพื่อเลือกรูปแบบการอ้างอิงตามที่ต้องการ หากไม่มีรูปแบบที่ต้องการให้คลิกที่ Get additional styles เพื่อติดตั้งเพิ่มเติม
2.5. แถบ Cite และแถบย่อย Word processor หากไม่มีข้อความว่า ได้ติดตั้ง zotero word extension ให้คลิก ที่ข้อความ Get word processor plug-ins เพื่อติดตั้ง กรณีที่ติดตั้งแล้ว แต่ไม่พบ zotero toolbar ใน Word processor ให้คลิก ที่ปุ่ม Reinstall Extension
2.6. แถบ Advanced อาจเลือกก าหนดต าแหน่งที่ติดตั้งข้อมูลของ zotero ตามที่ต้องการก็ได้ และกรณีที่ไม่ แน่ใจว่าฐานข้อมูลของ zotero เสียหายหรือไม่ ก็สามารถตรวจสอบได้โดยคลิกที่ปุ่ม Check Database Integrity
การสร้าง profile ข้อมูลส าหรับเก็บผลการสืบค้นสารสนเทศ
คลิกที่ และคลิกเลือก Preferences.. มีวิธีการคือ คลิก Tab คลิกเลือก Custom คลิกปุ่ม Choose (โปรดเลือก) … สร้างหรือเลือก folder ที่จะจัดเก็บข้อมูล แล้วคลิก Select folder
การสร้างกลุ่มหมวดหมู่หรือหัวข้อเรื่อง (Collection) 1.คลิกที่ เพื่อสร้าง Collection ข้อมูล 2. พิมพ์ชื่อ Collection ที่ต้องการจัดเก็บข้อมูล เช่น เศรษฐศาสตร์การเกษตร
จะปรากฎ Collection ข้อมูลที่สร้าง การน าข้อมูลเข้าสู่ ZOTERO จากฐานข้อมูลทรัพยากรห้องสมุด (KKU WebOPAC) 1. ไปที่หน้าจอสืบค้นของ KKU WebOPAC 2. สืบค้นข้อมูล แล้วคลิกที่รายการผลการสืบค้นเพื่อดูรายละเอียด 3. ที่ช่อง URL จะปรากฏสัญลักษณ์ รูปหนังสือสีน้ าเงิน และเมื่อน าเมาส์ไปวางจะแสดงข้อความ Save to Zotero แล้วคลิกที่ รูปหนังสือสีน้ าเงิน เพื่อบันทึกรายการบรรณานุกรมเรื่องนั้นๆ 4. ที่มุมขวาล่างของหน้าจอ จะปรากฏข้อความแสดงรายการที่ก าลังบันทึก
กรณีวิทยานิพนธ์/รายงานการศึกษาอิสระ ให้เพิ่มเติมข้อมูลดังนี้
กรณีเป็นบทความวารสารภาษาไทย
1. เปลี่ยน field Item Type เป็น Thesis 2. ลบ Author มหาวิทยาลัยขอนแก่น ออก 3. ใน field Type พิมพ์ชื่อหลักสูตรวิทยานิพนธ์/รายงาน การศึกษาอิสระ เช่น รายงานการศึกษาอิสระปริญญา วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต 4. ใน field University พิมพ์ชื่อ สาขาวิชา คณะ มหาวิทยาลัย เช่น สาขาวิชาธุรกิจการเกษตร บัณฑิต วิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น
5. ใน field Call Number เพิ่มข้อมูล เลขเรียกหนังสือ
ส าหรับการค้นหาตัวเล่มต่อไป เช่น วพ HD ส829ก
ให้ด าเนินการเพิ่มข้อมูลในเขตข้อมูล (field) ดังนี้ 1. เปลี่ยน field Item Type เป็น Journal Article
2. ใน field Publication พิมพ์ชื่อวารสาร เช่น วารสาร บัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร 3. ใน field Volume พิมพ์หมายเลข ปีที่ของวารสาร 4. ใน field Issue พิมพ์หมายเลข ฉบับที่ของวารสาร เช่น 16 ฉบับพิเศษ 5. ใน field Pages พิมพ์หมายเลขหน้าของบทความ เช่น 125-130
กรณีหนังสือหรือรายงานการวิจัย
การน าข้อมูลจาก ISBN, DOI, PubMed ID
1.คลิกที่ (Add Item by Identifier) เพื่อน าข้อมูล
บรรณานุกรมเข้าจาก ISBN, DOI, PubMed ID
2.พิมพ์เลข ISBN หรือ DOI หรือ PubMed ID
ในช่อง เช่น ISBN 9781420072303 ของ หนังสือ
ใน field Contributor ให้เปลี่ยนเป็น Author
Author ที่เป็นชื่อ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้เปลี่ยนเป็น และคณะ (ในกรณีที่ยังไม่ได้ดูในตัวเล่ม)
กรณีดูชื่อผู้แต่งจากตัวเล่ม พบว่า
* มีชื่อผู้แต่งตั้งแต่ 2 – 6 คน ให้ลบค าว่า และคณะ และเพิ่มชื่อผู้แต่งในรายการ Author * มีชื่อผู้แต่งมากกว่า 6 คน ให้เพิ่มชื่อผู้แต่งคนที่ 2-6 และค าว่า และคณะ เป็น Author ที่ 7 ด้วย
การน าข้อมูลจากฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
1. เข้าสู่ฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เช่น Wiley Online, ProQuest เป็นต้น 2. สืบค้นข้อมูล แล้วคลิกที่รายการผลการสืบค้นเพื่อดูรายละเอียด
3. ที่ช่อง URL จะปรากฏสัญลักษณ์ รูป folder สีเหลือง เมื่อน าเมาส์ไปวางจะแสดงข้อความ Save to Zotero... (ชื่อฐานข้อมูลที่สืบค้น) แล้วคลิกที่ รูป folder สีเหลือง เพื่อบันทึกรายการบรรณานุกรมเรื่องนั้นๆ
4. จะปรากฏหน้าจอให้เลือกรายการที่สืบค้น (เฉพาะที่ปรากฏบนหน้าเว็บ) โดยคลิกเลือกรายการที่ต้องการ จากนั้นคลิกปุ่ม ตกลง
5. ที่มุมขวาล่างของหน้าจอ จะปรากฏข้อความแสดงรายการที่ก าลังบันทึก
การสืบค้นและน าข้อมูลจากฐานข้อมูล Scopus, Science Direct
เมื่อได้ผลลัพธ์จากการสืบค้นข้อมูล จะมีวิธีการจัดเก็บผลการสืบค้น 2 วิธี ดังนี้ 1. วิธีการน าผลการสืบค้นเข้าสู่ Zotero แบบหลายรายการ มีขั้นตอนการคือ
ช่อง URL จะปรากฏสัญลักษณ์รูป folder สีเหลือง เมื่อน าเมาส์ไปวางจะแสดงข้อความ Save to Zotero... (ชื่อฐานข้อมูลที่สืบค้น) แล้วคลิกที่ รูป folder สีเหลือง เพื่อบันทึกรายการบรรณานุกรมเรื่องนั้นๆ
จะปรากฏหน้าจอ Select Items ให้ เลือกรายการที่สืบค้น (เฉพาะที่ปรากฏบนหน้าเว็บ) โดยคลิก เลือกรายการที่ต้องการในช่อง หรือเลือกทั้งหมด ให้คลิก Select All
จากนั้นคลิก ปุ่ม ตกลง
รายการที่เลือกจะเข้าสู่ Zotero ที่ folder ชื่อ Unfiled Items จากนั้นให้ท าการย้ายรายการไปยัง folder ที่ก าหนดไว้ครั้งแรก เช่น ย้ายไป folder ชื่อ Scopus เป็นต้น ซึ่งจะได้เฉพาะรายการบรรณานุกรม (Bibliographies record) เท่านั้น
การจัดเก็บ Fulltext รายการใดมี Fulltext จะต้องไปจัดเก็บ (save) อีกครั้งหนึ่ง มีวิธีการดังนี้
1) เมื่อได้ผลการสืบค้นข้อมูลคลิกที่ชื่อเรื่อง เพื่อเข้าสู่รายการบรรณานุกรมเรื่องนั้นๆ เพื่อท าการ download Fulltext จากนั้น คลิก download PDF
คลิกเลือกรายการแรก กด Ctrl + A เพื่อเลือก ทั้งหมด คลิกเมาส์ขวาค้างไว้ แล้วลากไปไว้ที่ Folder ชื่อ Scopus คลิกที่ชื่อเรื่อง คลิก Download PDF
ปรากฏหน้าจอการ Download เอกสารให้เติมข้อมูลดังนี้
- ส่วนที่ 1 Select PDF file naming ระบบจะก าหนดค่ามาแล้ว หาก ต้องการเปลี่ยนชื่อไฟล์ใหม่ ให้เลือกที่ ปุ่ม Create my own
- ส่วนที่ 2 Download to ให้คลิกที่ Browse… เลือกโฟเดอร์ (ให้ จัดเก็บไว้ที่เดียวกับที่จัดเก็บ Profile ข้อมูล Zotero) เช่น D:\data@Zotero แล้วสร้าง folder ใหม่ คือ Fulltext จะปรากฏคือ D:\data@Zotero\fulltext
- คลิก Begin Download
- เมื่อ download ข้อมูลเรียบร้อยแล้ว จะปรากฏข้อความด้านล่าง
หรือที่ View at publisher เพื่อท าการ download Fulltext จะปรากฏหน้าจอด้านล่าง มีขั้นตอนดังนี้
คลิกที่ View at publisher
คลิก View PDF
คลิก ส่วนที่ 1 Select PDF file naming
หรือ
2) จากนั้นให้ท าการ attach ไฟล์ fulltext ในรายการบรรณานุกรมของ Zotero ไปที่ เมนู แฟ้ม (file) เลือก บันทึกหน้าเป็น... (save as…)
เลือกโฟเดอร์ (ให้จัดเก็บไว้ที่เดียวกับที่จัดเก็บ Profile ข้อมูล Zotero) เช่น D:\data@Zotero แล้วสร้าง folder ใหม่ คือ Fulltext จะปรากฏคือ D:\data@Zotero\fulltest
คลิก Save
2.1 คลิก New Child Attachment 2.2 เลือก Attach Link to File…
คลิกรายการ คลิกเมาส์ขวาค้างไว้ ลากไปไว้ที่ รายการ Assessing spatiotemporal patterns of multidrug-resistant and drug-sensitive tuberculosis in a South American setting
2. วิธีการน าผลการสืบค้นเข้าสู่ Zotero แต่ละรายการ มีขั้นตอนการคือ เมื่อได้ผลการสืบค้นข้อมูล ให้เลือกรายการที่ตรงกับความต้องการ จากนั้นคลิกที่ View at publisher ช่อง URL จะปรากฏสัญลักษณ์รูปหน้ากระดาษ ( ) ให้คลิกที่ไอคอน จะแสดงข้อความ Save to Zotero... (ชื่อฐานข้อมูลที่สืบค้น) รายการดังกล่าวจะเข้าสู่ Zotero พร้อมเอกสารฉบับเต็ม (Fulltext) คลิก View at publisher เมื่อ Attach เรียบร้อยแล้ว จะปรากฏ
การสืบค้นและน าข้อมูลจากฐานข้อมูล ProQuest
เมื่อได้ผลลัพธ์จากการสืบค้นข้อมูล จะมีวิธีการจัดเก็บผลการสืบค้น 2 วิธี ดังนี้ 1) วิธีการน าผลการสืบค้นเข้าสู่ Zotero แบบหลายรายการ มีขั้นตอนการคือ
ช่อง URL จะปรากฏสัญลักษณ์รูป folder สีเหลือง เมื่อน าเมาส์ไปวางจะแสดงข้อความ Save to Zotero... (ชื่อฐานข้อมูลที่สืบค้น) แล้วคลิกที่ รูป folder สีเหลือง เพื่อบันทึกรายการบรรณานุกรมเรื่องนั้นๆ จะปรากฏหน้าจอ Select Items ให้ เลือกรายการที่สืบค้น (เฉพาะที่ปรากฏบนหน้าเว็บ) โดยคลิก เลือกรายการที่ต้องการในช่อง หรือเลือกทั้งหมด ให้คลิก Select All จากนั้นคลิก ปุ่ม ตกลง
รายการบรรณานุกรม (Citation/Bibliographic record) ที่เลือกจะเข้าสู่ Zotero ที่ folder ชื่อ ProQuest (ที่ก าหนดไว้) 2) วิธีการน าผลการสืบค้นเข้าสู่ Zotero แต่ละรายการ มีขั้นตอนการคือ เมื่อได้ผลการสืบค้นข้อมูล ให้เลือกรายการที่ต้องการ จากนั้นคลิกที่ Citation/Abstract นั้นๆ ช่อง URL จะปรากฏสัญลักษณ์รูปหน้ากระดาษ ( ) ให้คลิกที่ไอคอน จะแสดงข้อความ Save to Zotero... (ชื่อฐานข้อมูลที่สืบค้น) คลิกที่ Citation/Abstract
การน าข้อมูลเข้าด้วยตนเอง
1. คลิกที่ปุ่ม และเลือกประเภทเอกสารที่ต้องการเพิ่มเอกสารอ้างอิง เช่น Book, Journal Article, Thesis ฯลฯ ในที่นี้เอกสารเป็น Journal Article
2. กรอกรายละเอียดข้อมูลเอกสารอ้างอิงลงในส่วนที่ 3 ดังภาพ ชื่อเรื่อง (Title) ชื่อผู้แต่ง (Author) ชื่อวารสาร (Publication) ปีที่ (Volume) เลขหน้า (Pages) ปีพิมพ์เผยแพร่ (Date)
การใส่รายการอ้างอิงใน Microsoft Word
มี 2 วิธี คือ
วิธีที่ 1 การใส่รายการอ้างอิงท้ายเรื่อง มีขั้นตอนดังนี้
1. เลือกรายการข้อมูลบรรณานุกรมที่ต้องการ สามารถเลือกหลายรายการ เพื่อสร้างเป็นบรรณานุกรมไปวางไว้ ในเอกสาร Word
2. จากนั้นคลิกเมาส์ขวา ปรากฏเมนูค าสั่ง ให้เลือก Create Bibliography from Selected Items…
3. เลือกรูปแบบที่ต้องการอ้างอิง (Citation Style) เช่น American Psychological Association 6th edition (APA) และคลิก เลือก ท าส าเนาไปคลิปบอร์ด (Copy to Clipboard) จากนั้นคลิกปุ่ม ตกลง (OK)
4. แล้วน าไปวางในเอกสาร Word ดังภาพ
1. ลากเมาส์ระบายรายการที่ต้องการ
สร้างบรรณานุกรม
2. คลิกที่ Create Bibliography from Selected Items…
3.2 คลิก ท าส าเนาไปคลิปบอร์ด 3.1 คลิกเลือกรูปแบบการอ้างอิง
วิธีที่ 2 การใส่รายการอ้างอิงในเนื้อหาและท้ายเรื่องของเอกสาร Microsoft Word
1. เปิดหน้าเอกสารที่พิมพ์ข้อมูล Microsoft Word
2. จากนั้น ไปเมนู File Properties (ส าหรับ Microsoft Word 2003) หรือ เมนู Add-In (ส าหรับ Microsoft Word 2007) จะปรากฏไอคอนดังนี้
ปุ่มที่ 1 ใช้แทรก Citation
ปุ่มที่ 2 ใช้แก้ไข Citation ปุ่มที่ 5 ใช้ refresh
ปุ่มที่ 3 ใช้แทรก Bibliography ปุ่มที่ 6 ใช้แก้ไขเปลี่ยนแปลงรูปแบบการอ้างอิง ปุ่มที่ 4 ใช้แก้ไข Bibliography ปุ่มที่ 7 ใช้ Remove codes
คลิกปุ่ม ใช้แทรก Citation เพื่อแทรกการอ้างอิงในเนื้อหา รูปแบบการอ้างอิง ให้เลือก รูปแบบที่ต้องการ เช่น เลือก American Psychological Association 6th Edition เลือก Format Using เป็น
ฟิลด์ คลิกปุ่ม ตกลง(OK) จะปรากฏกรอบหน้าต่าง Zotero แล้วคลิกลูกศรชี้ลงข้างตัว เลือก Classic View จากนั้นปรากฏหน้าต่าง แล้วเลือก รูปแบบการอ้างอิง (Citation Style) เช่น เลือก American Psychological Association
American Psychological Association 6th Edition
คลิกเลือกรายการที่ต้องการอ้างอิง
คลิก ตกลง
3. จะปรากฏหน้าต่างแสดงรายการ Item ที่มีอยู่ใน Zotero ทั้งหมด ให้เลือก Item ที่ต้องการ แล้วคลิกปุ่ม ตกลง (OK) จะได้อ้างอิงแทรกในเนื้อหาตามต้องการ 4. เมื่อท ารายการอ้างอิงครบถ้วนแล้ว ในหน้าสุดท้ายหรือ หน้าเอกสารอ้างอิง แล้วพิมพ์หัวข้อ เอกสารอ้างอิง จากนั้นคลิกปุ่ม Insert Bibliography การอ้างอิงในส่วนเนื้อหา การอ้างอิงในส่วนท้าย เล่ม