• No results found

แนวค ด เก ยวก บการตรวจสอบการด าเน นงาน

N/A
N/A
Protected

Academic year: 2021

Share "แนวค ด เก ยวก บการตรวจสอบการด าเน นงาน"

Copied!
15
0
0

Loading.... (view fulltext now)

Full text

(1)

แนวคิด

เกี่ยวกับการตรวจสอบการดําเนินงาน

การตรวจสอบการดําเนินงาน (Performance Audit) คืออะไร การตรวจสอบการดําเนินงานคือการตรวจสอบที่มุงเนนตรวจสอบผลสัมฤทธิ์ของงาน (Result) เพื่อให ทราบวาผลผลิต (Output) และผลลัพธ (Outcome) เปนไปตามวัตถุประสงคและเปาหมายที่กําหนดไว หรือไมการดําเนินงานโครงการและการใชทรัพยากรเปนไปอยางมีประสิทธิภาพประสิทธิผลประหยัด และคุมคาหรือไมรวมถึงการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวของ ทําไมตองตรวจสอบผลการปฏิบัติงาน เพื่อใหผูบริหารไดรับทราบขอมูลผลการดําเนินงานโครงการวาขอเท็จจริงที่เกิดขึ้น (Condition) จากการ ดําเนินงาน/ผลการดําเนินงานมีความแตกตางจากหลักเกณฑ (Criteria) การดําเนินงาน/ผลผลิต/ผลลัพธที่ กําหนดไวหรือไมถามีขอแตกตางระหวาง Condition กับ Criteria จะเกิดปญหา/ผลกระทบ (Effects) ใดบาง ที่จะเปนความเสี่ยงสําคัญในการดําเนินงานและสาเหตุ (Cause) มาจากอะไรที่ทําใหเกิดปญหา/ผลกระทบ เหลานั้นเพื่อจะไดใหขอเสนอแนะ (Recommendation) แนวทางการปรับปรุงแกไขใหมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ความหมายการตรวจสอบการดําเนินงาน การตรวจสอบการดําเนินงาน (Performance Audit) เปนการตรวจสอบที่เนนผลของการดําเนินงาน ที่เกิดขึ้นจริงในระหวางดําเนินการและหรือที่แลวเสร็จวาเปนไปตามวัตถุประสงคและเปาหมายที่กําหนดไวใน แผนงานงาน/โครงการหรือไมมีประสิทธิภาพและคุมคาเพียงใดโดยใหความสําคัญกับผลงานที่เกิดขึ้นทั้งใน เชิงปริมาณคุณภาพและการใชทรัพยากรภายใตระยะเวลาที่กําหนด การตรวจสอบการดําเนินงานจะทําใหหัวหนาสวนราชการทราบถึงผลการดําเนินงานตามแผนงาน งาน/โครงการที่อาจมีความเสี่ยงเปนผลใหการดําเนินงานเบี่ยงเบนไปจากที่กําหนดรวมทั้งปญหาอุปสรรคหรือ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นและมีผลตอความสําเร็จของการดําเนินงานตลอดจนแนวทางหรือมาตรการในการ ปรับปรุงแกไขการดําเนินงานซึ่งขอมูลตางๆดังกลาวเปนขอมูลที่สําคัญตอการตัดสินใจของหัวหนาสวน ราชการในการปรับเปลี่ยนกลยุทธในการดําเนินงานทั้งระยะสั้นและระยะยาวไดทันกาลอันจะชวยใหการ ดําเนินงานของสวนราชการนั้นๆประสบผลสําเร็จอยางมีประสิทธิภาพตามเปาหมายที่กําหนด

(2)

วัตถุประสงค การตรวจสอบการดําเนินงานมีวัตถุประสงคดังตอไปนี้ 1. เพื่อใหทราบวาผลการดําเนินงานบรรลุผลสําเร็จตามวัตถุประสงคและเปาหมายของแผนงาน งาน/โครงการที่กําหนดไวอยางมีประสิทธิผลประสิทธิภาพประหยัดและปฏิบัติถูกตองตามกฎหมายระเบียบ ขอบังคับระบบวิธีการและหรือมาตรฐานการปฏิบัติงานที่กําหนดไวหรือไมอยางไร 2. เพื่อใหทราบถึงผลลัพธหรือผลกระทบที่เกิดขึ้นมาจากการดําเนินงานของสวนราชการนั้นๆ 3. เพื่อติดตามผลการดําเนินงานของสวนราชการใหเปนไปตามแผนงานงาน/โครงการที่กําหนด ไวตลอดจนประสิทธิภาพในการดูแลรักษาทรัพยสินของทางราชการ 4. เพื่อใหขอสังเกตขอคิดเห็นและหรือขอเสนอแนะในการปรับปรุงแกไขการดําเนินงานตาม แผนงานงาน/โครงการของสวนราชการใหเปนไปอยางมีประสิทธิภาพประสิทธิผลและบรรลุผลสัมฤทธิ์ของ งานตามเปาหมายที่กําหนด ประโยชน การตรวจสอบผลการดําเนินงานมีประโยชนดังตอไปนี้ 1. ชวยใหการบริหารแผนงานงาน/โครงการและการดําเนินงานตามแผนงานงาน/ โครงการของ สวนราชการบรรลุผลตามวัตถุประสงคและเปาหมายอยางมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและหรือลดความเสี่ยงตอการ ไมบรรลุผลสัมฤทธิ์ของงาน 2. ชวยใหผูบริหารและผูปฏิบัติงานไดทราบถึงความกาวหนาผลสําเร็จของงานผลกระทบปญหา อุปสรรคและขอเสนอแนะในการปรับปรุงแกไขการดําเนินงานตามแผนงานงาน/โครงการใหมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลประหยัดและบรรลุผลสัมฤทธิ์ของงานตามเปาหมายที่กําหนด 3. ชวยทําใหการใชทรัพยากรของประเทศเปนไปอยางมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชนแก ประชาชนอยางแทจริง 4. ชวยสงเสริมใหเกิดกระบวนการกํากับดูแลที่ดี 5. เปนสัญญาณเตือนภัยลวงหนาใหกับผูบริหารและลดความเสี่ยงที่จะทําใหงานไมสําเร็จตาม แผนงานงาน/โครงการ

(3)

แนวปฏิบัติการตรวจสอบการดําเนินงาน การตรวจสอบการดําเนินงานผูตรวจสอบภายในควรปฏิบัติตามกระบวนการตรวจสอบภายใน โดยจะเริ่มจากการวางแผนการตรวจสอบ (Audit Plan) ซึ่งผูตรวจสอบภายในควรทําการสํารวจขอมูลเบื้องตน ประเมินผลระบบการควบคุมภายในและประเมินความเสี่ยงเพื่อใหทราบวาสวนราชการมีความเสี่ยงในเรื่อง ใดบางและระดับสูงหรือต่ําเพียงใดแลวนําขอมูลที่ไดดังกลาวไปจัดทําแผนการตรวจสอบลําดับตอไปจัดทํา แผนการปฏิบัติงาน(Engagement Plan) ในแตละเรื่องที่กําหนดไวในแผนการตรวจสอบและปฏิบัติงาน ตรวจสอบตามแผนการปฏิบัติงานนั้นตลอดจนรายงานผลการปฏิบัติงานและติดตามผลการตรวจสอบ การตรวจสอบการดําเนินงานประกอบดวยขั้นตอนดังตอไปนี้ 1.การวางแผนการปฏิบัติงาน 2.การปฏิบัติงานตรวจสอบ 3.การรายงานและติดตามผล 1. การวางแผนการปฏิบัติงาน แผนการปฏิบัติงานเปนแผนที่ผูตรวจสอบภายในควรจัดทําไวลวงหนาวาจะตรวจสอบแผนงาน งาน/โครงการใดในประเด็นการตรวจสอบใดโดยใชขอมูลจากความเสี่ยงนโยบายขอมูลขาวสารจากผูบริหาร ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของสถานการณหรือสภาพแวดลอมของสวนราชการมาใชประกอบการพิจารณา จัดทําแผนการปฏิบัติงานเพื่อใหการปฏิบัติงานตรวจสอบบรรลุผลสําเร็จซึ่งแผนการปฏิบัติงานตรวจสอบการ ดําเนินงานมีสวนประกอบของแผนและขั้นตอนการวางแผนดังตอไปนี้ 1. ชื่อแผนงานงาน/โครงการที่จะตรวจสอบ 2. ประเด็นการตรวจสอบ 3. วัตถุประสงคการตรวจสอบ 4. ขอบเขตการตรวจสอบ 5. แนวทางการตรวจสอบประกอบดวย - เรื่องหรือประเด็นที่จะตรวจสอบยอย (ถามี) - วัตถุประสงคของการตรวจสอบยอย (ถามี) - เกณฑการตรวจสอบ - วิธีการตรวจสอบ - แหลงที่มาของขอมูล 6. ชื่อผูตรวจสอบภายในและระยะเวลาที่จะตรวจสอบ

(4)

7. ชื่อผูสอบทานและวันที่ที่สอบทาน (จะบันทึกเมื่อสอบทานเสร็จสิ้นแลว) 8. สรุปผลการตรวจสอบโดยยอและกระดาษทําการที่อางอิง (จะบันทึกเมื่อตรวจสอบเสร็จสิ้น แลว) ขั้นตอนการวางแผนการปฏิบัติงาน ผูตรวจสอบภายในควรวางแผนการปฏิบัติงานตรวจสอบการดําเนินงานแผนงานงาน/ โครงการ โดยมีขั้นตอนดังตอไปนี้ (1) กําหนดประเด็นการตรวจสอบ การกําหนดประเด็นการตรวจสอบเปนการกําหนดในเรื่องความเสี่ยงที่มีนัยสําคัญตอผลการ ดําเนินงานของสวนราชการซึ่งอาจไมบรรลุวัตถุประสงคหรือเปาหมายของแผนงานงาน/โครงการอยางมี ประสิทธิภาพประสิทธิผลโดยประเด็นการตรวจสอบผูตรวจสอบภายในอาจไดมาจากในขั้นตอนการวาง แผนการตรวจสอบหรือจากการสั่งการของหัวหนาสวนราชการหรือจากขอรองเรียนหรือจากสถานการณใดๆที่ ไดรับความสนใจจากสวนราชการหรือสาธารณชนซึ่งประเด็นการตรวจสอบสวนใหญที่พบโดยทั่วไปเชน - ผลการดําเนินงานลาชากวาที่กําหนดในแผนงานงาน/โครงการเชน - ผลผลิต/ผลงานไมเปนไปตามวัตถุประสงคหรือเปาหมายที่กําหนดไวในแผน งานงาน/โครงการ - ผลผลิต/ผลงานไมไดใชประโยชนเทาที่ควร หากขอมูลดังกลาวขางตนยังมีรายละเอียดไมเพียงพอที่จะนํามากําหนดประเด็นการตรวจสอบผู ตรวจสอบภายในควรทําการสํารวจขอมูลเพิ่มเติมโดยดําเนินการดังนี้ ก.รวบรวมขอมูลผูตรวจสอบภายในควรรวบรวมขอมูลตางๆที่เกี่ยวของกับแผนงานงาน/ โครงการที่จะตรวจสอบเพื่อใหทราบถึงหลักเกณฑ (Criteria) และขอเท็จจริง (Condition) บางสวนที่เกิดขึ้น เชน - รายละเอียดแผนงานงาน/โครงการที่จะตรวจสอบโดยรวบรวมไดจากเอกสารแผนกลยุทธของสวนราชการ และแผนการดําเนินงานขอมูลที่ควรรวบรวมและศึกษาเชนเหตุผลหรือความเปนมาวัตถุประสงคเปาหมาย ระยะเวลาดําเนินงานพื้นที่ดําเนินงานวงเงินงบประมาณที่จะดําเนินงานขั้นตอนหรือระบบการดําเนินงาน

ดัชนีวัดผลการดําเนินงาน (Key Performance Indicator) ผลผลิตประโยชนที่คาดวาจะไดรับเปนตน

- รายละเอียดงบประมาณที่ไดรับจัดสรรใหกับแผนงานงาน/โครงการตามเอกสารงบประมาณและตามแผนกล

ยุทธ

- กฎหมายระเบียบและขอบังคับตางๆที่เกี่ยวของ - คูมือและหรือมาตรฐานการปฏิบัติงาน

(5)

- สภาพการดําเนินงานและผลการดําเนินงาน - ความเสี่ยงการบริหารความเสี่ยงรวมทั้งระบบการควบคุมภายใน - รายงานผลการประเมินระบบการควบคุมภายในและหรือรายงานผลการประเมินความเสี่ยงที่จัดทําโดยหนวย รับตรวจและหรือผูตรวจสอบภายใน - ผลการตรวจสอบของผูตรวจสอบภายในและหรือสํานักงานการตรวจเงินแผนดิน (ถามี) เปนตน ข.วิเคราะหขอมูลผูตรวจสอบภายในควรนําขอมูลที่รวบรวมไดมาศึกษาและวิเคราะหวาขอเท็จจริงที่เกิดขึ้น หรือสิ่งที่เปนอยูในการดําเนินงานมีความแตกตางกับหลักเกณฑหรือสิ่งที่ควรจะเปนตามแผนงานงาน/ โครงการหรือไมถามีขอแตกตางขอแตกตางที่เกิดขึ้นดังกลาวมีผลกระทบที่เปนตัวแปรสําคัญตอความสําเร็จ หรือความลมเหลวของแผนงานงาน/โครงการหรือไมถามีก็ควรนํามาพิจารณากําหนดเปนประเด็นการ ตรวจสอบ (2) กําหนดวัตถุประสงคการตรวจสอบ เมื่อผูตรวจสอบภายในไดประเด็นการตรวจสอบแลวตอไปควรกําหนดวัตถุประสงควาในประเด็นการ ตรวจสอบดังกลาวจะตรวจสอบเพื่อใหทราบขอเท็จจริงที่เกิดขึ้นแตกตางจากผลการดําเนินงานที่กําหนดไว อยางไรปญหาอุปสรรคและผลกระทบที่เกิดขึ้นรวมทั้งสาเหตุและขอเสนอแนะทั้งนี้วัตถุประสงคดังกลาว ควรสอดคลองกับวัตถุประสงคของแผนการตรวจสอบดวย (3) กําหนดขอบเขตการตรวจสอบ เมื่อกําหนดวัตถุประสงคการตรวจสอบที่สอดคลองกับประเด็นการตรวจสอบแลวขั้นตอนตอไปควร กําหนดขอบเขตการตรวจสอบที่สามารถบรรลุวัตถุประสงคการตรวจสอบดังกลาวโดยขอบเขตการตรวจสอบอาจ ครอบคลุมถึงระบบงานเอกสารหลักฐานรายงานบุคลากรสถานที่ระยะเวลาและทรัพยสินที่เกี่ยวของซึ่งควรให สอดคลองกับประเด็นการตรวจสอบที่กําหนดไวดวยทั้งนี้การกําหนดขอบเขตการตรวจสอบควรคํานึงถึง ทรัพยากรที่ใชในการตรวจสอบเชนอัตรากําลังความรูความสามารถและประสบการณของผูตรวจสอบภายใน ระยะเวลางบประมาณเปนตน (4) กําหนดแนวทางการตรวจสอบ ผูตรวจสอบภายในควรกําหนดแนวทางการตรวจสอบใหสามารถบรรลุวัตถุประสงคการตรวจสอบและ สอดคลองกับขอบเขตการตรวจสอบรวมทั้งครอบคลุมประเด็นการตรวจสอบดวยซึ่งแนวทางการตรวจสอบ ควรกําหนดใหชัดเจนและมีรายละเอียดเพียงพอที่จะปฏิบัติตามไดโดยแนวทางการตรวจสอบควรประกอบดวย เรื่องดังนี้ 4.1เกณฑการตรวจสอบควรกําหนดเปนมาตรฐานที่สมเหตุสมผลและสอดคลองกับสภาพการณที่พึงเปนไปได มีหลักการที่ดีและสามารถนําไปปฏิบัติไดรวมทั้งควรมีความยืดหยุนเกณฑการตรวจสอบควรกําหนดรวมกัน ระหวางผูตรวจสอบภายในกับหนวยรับตรวจเพื่อใหหนวยรับตรวจ

(6)

- ดัชนีวัดผลการดําเนินงาน (Key Performance Indicators : KPI) และเกณฑการประเมินที่ใชในการบริหารงานและการปฏิบัติงานของสวนราชการเชน KPI คือรอยละ ของความพึงพอใจเกณฑการประเมินผลคือรอยละ 80 เปนตน - ผลการตรวจสอบในเรื่องที่คลายคลึงกันในอดีต - มาตรฐานที่ยอมรับไดของหนวยงานลักษณะเดียวกัน - แนวทางการปฏิบัติงานของหนวยงานสวนกลาง - มาตรฐานที่ดีที่ยอมรับทั่วไป - มาตรฐานของผูเชี่ยวชาญเฉพาะดาน - กฎหมายระเบียบขอบังคับ 4.2 วิธีการตรวจสอบเปนการระบุรายละเอียดขั้นตอนหรือวิธีการปฏิบัติงานตรวจสอบเพื่อใหไดมาซึ่งขอมูล หลักฐานตางๆที่ดีและเพียงพอในการสนับสนุนขอสรุปหรือขอคิดเห็นเกี่ยวกับขอตรวจพบที่ไดจากการ ตรวจสอบตามประเด็นการตรวจสอบที่กําหนดไวโดยควรกําหนดวิธีการตรวจสอบใหครอบคลุม 3 ขั้นตอน ใหญๆดังนี้ ก.ศึกษาขอมูลเกี่ยวกับเกณฑหรือสิ่งที่ควรจะเปน (Criteria) ตามแผนการดําเนินงานกระบวนการ ปฏิบัติงานและผลการดําเนินงาน ข.ตรวจสอบขอมูลหลักฐานและขอเท็จจริงที่เกิดขึ้นหรือสิ่งที่เปนอยู (Condition) ซึ่งเกี่ยวของกับการกําหนด แผนการดําเนินงานการปฏิบัติงานตามแผนและผลสัมฤทธิ์ของงาน ค.วิเคราะหเปรียบเทียบและหรือประเมินผลระหวางสิ่งที่ควรจะเปนตามขอก. และสิ่งที่เปนอยูตาม ขอข. เพื่อใหทราบระดับผลสัมฤทธิ์และความมีประสิทธิผลประสิทธิภาพของการดําเนินงานโดยแปล ความหมายจากเกณฑการตรวจสอบที่กําหนดไวตามขอ (4.1) ตลอดจนเพื่อใหทราบเกี่ยวกับสาเหตุ (Cause) ที่ ทําใหสิ่งที่เปนอยูแตกตางจากสิ่งที่ควรจะเปนซึ่งมีผลกระทบใดบาง (Effects) และควรมีขอเสนอแนะอยางไร (Recommendation) เพื่อจะไดแกไขปรับปรุงการดําเนินงานใหมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและบรรลุผลสําเร็จของงาน ตามเปาหมายที่กําหนดไว ในการปฏิบัติงานตรวจสอบผูตรวจสอบภายในสามารถตรวจสอบขอมูลหลักฐานและขอเท็จจริงที่เกิดขึ้นตาม ขอข. ไปพรอมกับการวิเคราะหเปรียบเทียบและหรือประเมินผลขอมูลตามขอค. การตรวจสอบการดําเนินงานเปนการตรวจสอบที่เนนผลการดําเนินงานซึ่งสามารถตรวจสอบไดในขั้นตอนของ การดําเนินงานดังนี้ 1) การตรวจสอบการปฏิบัติงานตามแผนการดําเนินงานเปนการตรวจสอบเพื่อใหทราบวาผลการปฏิบัติงานที่ เกิดขึ้นจริงในแตละขั้นตอนการดําเนินงานในระหวางการปฏิบัติงานเปนไป

(7)

2) การตรวจสอบผลสําเร็จของงานตามแผนการดําเนินงานเปนการตรวจสอบเพื่อใหทราบวาผลการปฏิบัติงาน ที่เกิดขึ้นหลังจากเสร็จสิ้นการปฏิบัติงานตามแผนการดําเนินงานเปนไปตามวัตถุประสงคและเปาหมายตามที่ กําหนดไวในแผนการดําเนินงานหรือไมอยางใด ในการตรวจสอบการดําเนินงานดังกลาวนอกจากจะตรวจสอบผลการดําเนินงานวาเปนไปตามวัตถุประสงคและ เปาหมายที่กําหนดไวในแผนการดําเนินงานหรือไมอยางไรผูตรวจสอบภายในควรตรวจสอบดวยวาแผนการ ดําเนินงานมีความสอดคลองกับนโยบายและแผนกลยุทธของสวนราชการหรือไมเพียงใดและแผนการดําเนินงาน มีการจัดทําอยางมีประสิทธิภาพหรือไมทั้งนี้การจัดทําแผนการดําเนินงานตางๆของสวนราชการหัวหนาสวน ราชการควรใหผูตรวจสอบภายในมีสวนรวมในการใหคําปรึกษาแนะนําเกี่ยวกับการจัดทําแผนการดําเนินงานดวย 4.3 แหลงที่มาของขอมูลเปนการระบุแหลงที่มาของขอมูลตางๆที่ใชในการตรวจสอบไดแกเอกสารหลักฐาน รายงานระบบงานบุคลากรและทรัพยสินเชนผังการจัดโครงสรางและขอบเขตงานที่ปฏิบัติคูมือการ ปฏิบัติงานตางๆรายงานตางๆระบบการปฏิบัติงานกฎหมายระเบียบขอบังคับมติคณะรัฐมนตรีประกาศ คําสั่งแบบสอบถามการสัมภาษณการสังเกตการณปฏิบัติงานของผูบริหารเจาหนาที่ปฏิบัติงานและผูที่ เกี่ยวของเปนตน เทคนิคที่ใชในการตรวจสอบการดําเนินงาน ในการกําหนดวิธีการตรวจสอบผูตรวจสอบภายในควรระบุเทคนิคการตรวจสอบเกี่ยวกับการคัดเลือก ขอมูลการวิเคราะหการประเมินผลและการบันทึกขอมูลที่ไดรับระหวางการปฏิบัติงานตรวจสอบโดยการ กําหนดเทคนิคการตรวจสอบควรกําหนดใหเหมาะสมกับเรื่องที่จะตรวจสอบในแตละกรณีเชน การสุมตัวอยาง เปนการเลือกขอมูลแตเพียงบางสวนที่ใชเปนตัวแทนของขอมูลทั้งหมดโดยคํานึงวาขอมูล ทั้งหมดมีโอกาสที่ไดรับเลือกเทาๆกัน การสอบทาน เปนการยืนยันความจริงความถูกตองความแมนยําความสมเหตุสมผลหรือความนาเชื่อถือของ ขอมูลเอกสารหลักฐานหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยการหาหลักฐานมายืนยันกับขอเท็จจริงที่ปรากฏอยู การคํานวณ เปนการทดสอบความถูกตองของการคํานวณตัวเลขตางๆที่เกี่ยวของกับการดําเนินงาน เชนการคํานวณตัวเลขคาใชจายตางๆในการดําเนินงานคํานวณระยะเวลาการดําเนินงานเปนตน การสอบถาม เปนการสอบถามผูที่เกี่ยวของเชนผูบริหารของหนวยรับตรวจเจาหนาที่ผูรับผิดชอบ โครงการที่ตรวจสอบผูปฏิบัติงานเปนตน

(8)

การสัมภาษณ เปนการสัมภาษณผูที่เกี่ยวของกับงานตรวจสอบเพื่อใหไดมาซึ่งขอมูลที่เกี่ยวของในเบื้องตนซึ่ง ขอมูลที่ไดควรหาเอกสารหลักฐานอื่นๆยืนยันขอเท็จจริงตางๆที่ไดจากการสัมภาษณดวยผูตรวจสอบภายใน ควรพิจารณาถึงความรูและความเกี่ยวของในหนาที่ความรับผิดชอบการดําเนินงานของผูถูกสัมภาษณรวมทั้ง ศึกษาขอมูลเบื้องตนเกี่ยวกับเรื่องที่จะสัมภาษณเพื่อที่วาในระหวางการสัมภาษณนั้นหากขอมูลหลักฐานจาก การสัมภาษณไมสอดคลองกับขอมูลหรือขัดแยงกับขอมูลที่มีอยูผูสัมภาษณจะไดสืบหาขอมูลหลักฐานที่ ถูกตองหรือนาเชื่อถือมากกวาตอไป การสังเกตการณ เปนการสังเกตใหเห็นดวยตาในสิ่งที่ตองการทราบอยางระมัดระวังโดยใชความรู ความสามารถที่มีอยูรวมถึงการใชวิจารณญาณพิจารณาสิ่งที่ไดเห็นแลวบันทึกเหตุการณตางๆไวทั้งนี้การ สังเกตการณแบงไดเปน 2 ประเภทคือการสังเกตแบบไมมีสวนรวมหมายถึงการที่ผูตรวจสอบภายในพยายาม ไมเปดเผยตัวเองในการเขาสังเกตการณอาจมีเครื่องมือชวยเชนกลองถายรูปเครื่องบันทึกเสียงและการสังเกต แบบมีสวนรวมหมายถึงการที่ผูตรวจสอบภายในเขาไปมีสวนรวมในการสังเกตการณที่เกี่ยวของในระดับ ตางๆเชนเปนเพียงผูสังเกตการณหรือมีสวนรวมในกิจกรรมบางสวนหรือทั้งหมดเปนตนอยางไรก็ดีผลที่ได จากการสังเกตการณเปนเพียงขอมูลการปฏิบัติงานจริงในชวงเวลาที่สังเกตการณเทานั้นผูตรวจสอบภายในควร หาเอกสารหลักฐานอื่นมายืนยันเพื่อใหหนวยรับตรวจยอมรับผลการตรวจสอบของผูตรวจสอบภายใน การวิเคราะหเปรียบเทียบ เปนการศึกษาและเปรียบเทียบความสัมพันธและความเปลี่ยนแปลงของ ขอมูลตางๆวาเปนไปตามที่คาดหมายหรือเปนไปตามที่ควรหรือไมซึ่งอาจวิเคราะหเปรียบเทียบในเชิงปริมาณ เชนการวิเคราะหเปรียบเทียบขอมูลการใชงบประมาณในการดําเนินงานจริงกับประมาณที่กําหนดไวเปนตน หรือวิเคราะหเปรียบเทียบตามหลักเหตุผลเชนการวิเคราะหเปรียบเทียบการพัฒนาดานทักษะในการเลนกีฬา ระหวางกอนและหลังการกอสรางศูนยกีฬาแลวเสร็จอาจวัดไมไดวาเลนกีฬาเกงมากกวาเดิมเปนตัวเลขเทาใด แตสามารถวิเคราะหไดวามีทักษะมากขึ้นหรือไมเพียงใดเปนตนเครื่องมือที่ใชในการวิเคราะหขอมูลเชนการ

ใชผังกางปลา (Fish Bone Diagram) หรือการระดมความคิดหรือระดมสมอง (Brainstorming)

การประเมินผล เปนการเปรียบเทียบมาตรฐานและหรือหลักเกณฑที่กําหนดไวกับผลการปฏิบัติงานจริงวา เกิดผลตางหรือไมอยางไรถาเกิดผลตางควรพิจารณาถึงผลกระทบและสาเหตุที่เกิดขึ้นเพื่อเสนอขอคิดเห็นใน การปรับปรุงแกไขตอไปการประเมินผลมีหลายรูปแบบเชน Balance Scorecard (BSC) เปนการประเมินใน 4 ดานไดแกดานลูกคาดานการเงินดานกระบวนการภายในและดานการเรียนรูและเติบโต 2. การปฏิบัติงานตรวจสอบ เมื่อผูตรวจสอบภายในไดกําหนดแผนการปฏิบัติงานตรวจสอบการดําเนินงานของแผนงานงาน/โครงการและ ไดรับความเห็นชอบจากหัวหนาหนวยงานตรวจสอบภายในแลวผู

(9)

1.รวบรวมขอมูล ผูตรวจสอบภายในควรตรวจสอบและรวบรวมขอมูลตางๆที่เกี่ยวของในระหวางการ ปฏิบัติงานตรวจสอบโดยขอมูลที่รวบรวมควรมีลักษณะสําคัญดังนี้ - ความถูกตองหรือเชื่อถือไดควรเปนขอมูลหลักฐานหรือขอเท็จจริงที่แสดงเนื้อหาตามที่ตองการอยาง ถูกตองตามความเปนจริงและมาจากแหลงที่นาเชื่อถือเชนใบเสร็จรับเงินที่ถูกจัดทําขึ้นมาอยางถูกตองตามเนื้อ งานที่เกิดขึ้นจริงเปนตน - ความเกี่ยวของหรือสัมพันธกับประเด็นการตรวจสอบควรเปนขอมูลหลักฐานหรือขอเท็จจริงที่มีสาระสําคัญ และตรงตามประเด็นการตรวจสอบที่กําหนดไวซึ่งจะชวยสนับสนุนในการสรุปผลการตรวจสอบ - ความเพียงพอตอการสรุปผลการตรวจสอบควรมีขอมูลหลักฐานหรือขอเท็จจริงในปริมาณหรือจํานวนที่เพียงพอ ตอการสรุปผลการตรวจสอบไดอยางสมเหตุสมผลหรือใชอางอิงใหมั่นใจถึงเหตุการณที่เกิดขึ้นซึ่งทุกคนสามารถ สรุปความเห็นไดอยางเดียวกันเชนการตรวจสอบการดําเนินงานวาเปนไปตามแผนการปฏิบัติที่กําหนดหรือไม ขอมูลรายงานผลการดําเนินงานของหนวยรับตรวจเพียงอยางเดียวอาจไมสามารถยืนยันถึงผลสําเร็จของงานไดซึ่ง ควรหาขอมูลหลักฐานเพิ่มเติมเชนภาพถายแสดงสภาพการดําเนินงานจริงรายงานผลการประเมินของหนวยงานที่ มีหนาที่ประเมินผลการปฏิบัติงานของสวนราชการขอมูลการสัมภาษณสังเกตการณปฏิบัติงานจริงของผู ตรวจสอบภายใน - ความมีประโยชนตอการปฏิบัติงานควรเปนขอมูลหลักฐานหรือขอเท็จจริงที่ชวยในการควบคุมและตัดสินใจของ ผูบริหารเพื่อใหการดําเนินงานของสวนราชการบรรลุเปาหมายที่กําหนดทั้งนี้ขอมูลควรมีความทันเวลาในการใช ประโยชนและความมีสาระสําคัญในการสรุปความคิดเห็นหรือตัดสินใจเชนระบบการควบคุมภายในที่จัดทําโดย สวนราชการรายงานผลการประเมินระบบการควบคุมภายในที่ประเมินโดยหนวยงานเองและหรือผูตรวจสอบ ภายในรายงานผลการบริหารความเสี่ยงของสวนราชการซึ่งขอมูลดังกลาวจะเปนประโยชนตอการแสดงวาการ ปฏิบัติงานของสวนราชการมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพเพียงใดและควรมีการปรับปรุงแกไขหรือไมอยางไร 2. วิเคราะหและประเมินผล เมื่อรวบรวมขอมูลเรียบรอยแลวผูตรวจสอบภายในควรนําขอมูลที่รวบรวมได ดังกลาวมาวิเคราะหและประเมินผลวาผลของสภาพการดําเนินงานที่เกิดขึ้นจริงมีความแตกตางกับแผนหรือ เกณฑหรือสิ่งที่ควรจะเกิดขึ้นหรือควรจะเปนสําหรับการดําเนินงานนั้นหรือไมโดยพิจารณาจากเกณฑการ ตรวจสอบที่กําหนดไวในแผนการปฏิบัติงานเพื่อใหทราบระดับการบรรลุผลสัมฤทธิ์และความมีประสิทธิภาพ ของการดําเนินงานทั้งนี้หากผลการดําเนินงานแตกตางจากแผนหรือเกณฑหรือสิ่งที่ควรจะเปนควรวิเคราะห ตอไปวาจะเกิดผลกระทบทั้งทางตรงและทางออมอยางไรบางและมีสาเหตุมาจากอะไรควรมีการปรับปรุง แกไขการดําเนินงานหรือไมอยางไร

(10)

3. สรุปประเด็นขอตรวจพบ ผูตรวจสอบภายในควรนําขอมูลที่วิเคราะหและประเมินผลไดมาสรุปวาจากการ ตรวจสอบไดขอเท็จจริงหรือขอตรวจพบอะไรบางในแตละประเด็นการตรวจสอบซึ่งควรสรุปเปนประเด็นขอ ตรวจพบใน 5 เรื่องดังนี้ 3.1 หลักเกณฑ/สิ่งที่ควรจะเปน (Criteria) คือสิ่งที่ใชเปนเกณฑในการเปรียบเทียบกับสภาพการ ดําเนินงานที่เกิดขึ้นจริงของแผนงานงาน/โครงการที่ตรวจสอบซึ่งสวนใหญไดแกเกณฑการตรวจสอบที่ กําหนดไวในแผนการปฏิบัติงานตรวจสอบ 3.2 ขอเท็จจริง/สิ่งที่เปนอยู (Condition) คือขอเท็จจริงที่ผูตรวจสอบภายในไดคนพบในการตรวจสอบ และไดรับการตรวจสอบแนชัดแลววาถูกตองและมีขอมูลหลักฐานสนับสนุน 3.3 ผลกระทบ (Effects) คือความเสี่ยง/ผลเสียหาย/ปญหาที่จะไดรับเนื่องจากสิ่งที่เปนอยูแตกตางไป จากสิ่งที่ควรจะเปนซึ่งควรระบุผลกระทบที่ชัดเจนวาเกิดจากการดําเนินงานนั้นโดยตรงหรือโดยออม ผลกระทบอาจเกิดขึ้นไดทั้งดานบวกและดานลบอยางไรก็ดีการพิจารณาผลกระทบนั้นมีสาระสําคัญที่ควร รายงานหรือไมนั้นอาจพิจารณาจากความมากนอยของผลกระทบความถี่ของผลกระทบที่เกิดขึ้นผลกระทบมี ขอบเขตของการเกิดกวางไกลเพียงใดและมีระยะเวลาในการเกิดผลกระทบมากนอยเพียงใด 3.4 สาเหตุ (Causes) คือเหตุผลของความแตกตางระหวางสิ่งที่ควรจะเปนกับสิ่งที่เปนอยูซึ่งควร พิสูจนใหแนชัดวาเกิดจากเหตุผลหรือสาเหตุที่แทจริงใดบางและมีความสําคัญหรือไมอยางไรเพื่อจะได นําไปสูขอเสนอแนะในการแกไขปญหาใหตรงกับสาเหตุที่เกิดขึ้นซึ่งสาเหตุที่เกิดปญหาสวนใหญมักเกิดจาก การไมมีระบบการควบคุมภายในที่ดีหรือมีระบบการควบคุมภายในแตไมปฏิบัติตามระบบที่กําหนดไว 3.5 ขอเสนอแนะ (Recommendation) คือขอคิดเห็น/ความเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงแกไขหรือพัฒนาการ ดําเนินงานใหมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นอันจะทําใหบรรลุผลสัมฤทธิ์ขอเสนอแนะควรสอดคลองและเปนเหตุ เปนผลสนับสนุนซึ่งกันและกันกับสาเหตุอยางไรก็ตามผูตรวจสอบภายในอาจขอความเห็น/ขอเสนอแนะ จากหนวยรับตรวจผูเชี่ยวชาญและหรือผูเกี่ยวของก็ไดเพื่อใหขอเสนอแนะนั้นมีคุณคาเปนที่ยอมรับของทุก ฝายที่เกี่ยวของและสามารถนําไปปฏิบัติไดขอเสนอแนะที่ดีควรมีลักษณะดังนี้ - ระบุใหชัดเจนวาอะไรที่จําเปนตองดําเนินการแกไขใครคือผูที่รับผิดชอบดําเนินการแกไขและระยะเวลา ที่จะแกไขใหแลวเสร็จ - เปนแนวทางการแกไขสาเหตุของปญหา / ผลกระทบที่เกิดขึ้นซึ่งสามารถแกไขปญหาและลดความเสี่ยง ได - สามารถปฏิบัติไดและทันตอเหตุการณ - ควรคํานึงถึงตนทุน / คาใชจายในการปรับปรุงแกไขใหเหมาะสมเปนไปไดและสอดคลองกับปญหา / ความเสี่ยง

(11)

- ควรเขียนในลักษณะสรางสรรคกอใหเกิดการปรับปรุงแกไขและเปนประโยชนตอหนวยรับตรวจ 4. บันทึกขอมูล ผูตรวจสอบภายในควรนําขอมูลที่ไดจากขั้นตอนที่ (1) – (3) มาบันทึกไวใน กระดาษทําการโดยใหมีรายละเอียดเพียงพอตอการสนับสนุนผลการตรวจสอบในรายงานผลการ ปฏิบัติงานที่เสนอตอหัวหนาสวนราชการทั้งนี้ผูตรวจสอบภายในควรบันทึกขอมูลที่สําคัญ/ จําเปนและ เกี่ยวของกับเรื่องที่ตรวจสอบและระมัดระวังมิใหมีการนําขอมูลที่ไมถูกตองไมสมบูรณหรือไมครบถวน มาบันทึกพรอมทั้งระบุแหลงที่มาของขอมูลไวดวย ผูตรวจสอบภายในควรควบคุมการเขาถึงขอมูลที่ไดจากการตรวจสอบโดยไมเปดเผยขอมูลในกระดาษทํา การใหบุคคลภายนอกทราบเวนแตไดรับอนุญาตจากหัวหนาสวนราชการหรือหลังจากไดมีการปรึกษาฝาย กฎหมายแลวนอกจากนี้กระดาษทําการควรเก็บรักษาใหสะดวกตอการคนหาและอยูในที่ปลอดภัยรวมทั้ง ระยะเวลาในการเก็บรักษาควรเปนไปตามระเบียบที่เกี่ยวของของทางราชการ 3. การรายงานและติดตามผล เมื่อผูตรวจสอบภายในไดปฏิบัติงานตามแผนการปฏิบัติงานแลวขั้นตอนตอไปผูตรวจสอบภายในควร รวบรวมขอมูลตางๆที่ไดจากการปฏิบัติงานตรวจสอบซึ่งไดบันทึกไวแลวในกระดาษทําการมาจัดทํา รายงานผลการปฏิบัติงานโดยสวนประกอบของรายงานและขั้นตอนการรายงานมีดังนี้ สวนประกอบของรายงานผลการปฏิบัติงาน รายงานผลการปฏิบัติงานตรวจสอบการดําเนินงานแบงออกเปน 2 สวนดังนี้ สวนที่ 1 บทสรุปสําหรับผูบริหาร เปนขอความโดยยอเกี่ยวกับผลการปฏิบัติงานตรวจสอบของผูตรวจสอบ ภายในซึ่งควรประกอบดวยเรื่องตอไปนี้ 1. ขอมูลทั่วไปเกี่ยวกับแผนงานงาน/โครงการที่ตรวจสอบเชนชื่อแผนงานงาน/ โครงการความเปนมา แผนการดําเนินงานงบประมาณเหตุผลความจําเปนที่ตองตรวจสอบเปนตนโดยจะกลาวเฉพาะที่สําคัญ และเกี่ยวของกับประเด็นการตรวจสอบ 2. ขอความทั่วไปเกี่ยวกับการปฏิบัติงานตรวจสอบเชนวัตถุประสงคการตรวจสอบขอบเขตและวิธีการ ตรวจสอบระยะเวลาที่ตรวจสอบเปนตน 3. สรุปผลการตรวจสอบและขอเสนอแนะเปนการสรุปผลการปฏิบัติงานตรวจสอบตามที่ไดสรุปประเด็น ขอตรวจพบไวโดยกลาวถึงหลักเกณฑหรือสิ่งที่ควรจะเปนขอเท็จจริงที่ตรวจพบหรือสิ่งที่เปนอยู ผลกระทบที่เกิดขึ้นสาเหตุของปญหาประเด็นความเสี่ยงการควบคุมที่สําคัญประเด็นของการกํากับดูแลที่ มีนัยสําคัญฯลฯรวมทั้งขอเสนอแนะของผูตรวจสอบภายในและหรือ

(12)

4. การติดตามผลเปนการกําหนดใหทราบถึงระยะเวลาที่จะติดตามผลการปรับปรุงแกไขของหนวยรับตรวจ ตามขอเสนอแนะของผูตรวจสอบภายในซึ่งระยะเวลาดังกลาวควรไดมีการหารือกับหนวยรับตรวจดวย สวนที่ 2 รายละเอียดผลการตรวจสอบ เปนรายละเอียดเกี่ยวกับผลการตรวจสอบโดยแยกตามประเด็นการ ตรวจสอบซึ่งควรประกอบดวยเรื่องดังนี้ 1. ผลการตรวจสอบประกอบดวยหลักเกณฑ/สิ่งที่ควรจะเปนขอเท็จจริง/สิ่งที่เปนอยูสภาพปญหา/ ผลกระทบและสาเหตุซึ่งควรเขียนเปนหัวขอโดยไมตองเขียนเปนพรรณาความเนื่องจากเนื้อหาอาจมี รายละเอียดมาก 2. ขอเสนอแนะของผูตรวจสอบภายใน 3. ความเห็นของหนวยรับตรวจ (ถามี) 4. คณะผูตรวจสอบภายใน การจัดทํารายงานผลการปฏิบัติงาน (1) รวบรวมขอมูล ผูตรวจสอบภายในควรรวบรวมขอมูลจากกระดาษทําการตางๆที่ไดบันทึกขอมูลผลการตรวจสอบและ สรุปประเด็นขอตรวจพบของแผนงานงาน/โครงการไวรวมทั้งสอบทานความถูกตองของขอมูลดังกลาว (2) คัดเลือกขอมูล ผูตรวจสอบภายในควรนําขอมูลที่รวบรวมไดมาพิจารณาจัดลําดับและคัดเลือกวาขอมูลตรวจพบใดของ แผนงานงาน/โครงการเปนปญหาที่มีความสําคัญและไมมีความสําคัญโดยรายงานผลการปฏิบัติงานควร รายงานเฉพาะขอตรวจพบที่เปนปญหาที่สําคัญสําหรับปญหาที่ไมมีความสําคัญควรชี้แจงใหหนวยรับตรวจ นําไปปรับปรุงแกไขใหถูกตองตอไป (3) รางรายงาน เมื่อไดคัดเลือกขอตรวจพบที่เปนปญหาสําคัญของแผนงานงาน/โครงการที่จะนําไปเขียนรายงานแลวผู ตรวจสอบภายในควรจัดทํารางรายงานขึ้นกอนเพื่อตรวจสอบความถูกตองและครบถวนของรายงานแลว นําไปหารือกับหนวยรับตรวจเพื่อหารือปญหาที่เกิดขึ้นหรืออาจจะเกิดขึ้นภายหลังและแลกเปลี่ยนความ คิดเห็นในการแกไขปญหาดังกลาวใหดีที่สุดตอหนวยรับตรวจซึ่งเปนการสรางสัมพันธภาพที่ดีระหวางผู ตรวจสอบภายในและผูรับตรวจและทําใหรายงานนําไปสูการปฏิบัติตามขอเสนอแนะไดอยางมี ประสิทธิภาพ

(13)

(4) เสนอรายงาน ผูตรวจสอบภายในควรปรับปรุงรางรายงานหลังจากที่ไดหารือกับหนวยรับตรวจและจัดทํารายงานฉบับ สมบูรณเพื่อเสนอตอหัวหนาสวนราชการเพื่อรับทราบขอเท็จจริงที่เกิดขึ้นและพิจารณาสั่งการตามที่ เห็นสมควรตอไป ปจจัยเสริมความสําเร็จของการรายงานผลการปฏิบัติงาน 1) รายงานในเรื่องที่มีความสําคัญและมีคุณคาตอสวนราชการรวมทั้งขอเสนอแนะตองเปนประโยชนและ สามารถนําไปปฏิบัติได 2) การตรวจสอบควรใหทุกฝายไดแสดงความคิดเห็นและมีสวนรวมในการตรวจสอบซึ่งจะชวยใหรายงาน เปนที่ยอมรับและจูงใจใหแกไขปญหารวมกัน 3) พิจารณาถึงประโยชนที่ผูใชรายงานจะไดรับเชนหัวหนาสวนราชการอานแลวสามารถเขาใจและสั่งการ ไดถูกตองหนวยรับตรวจอานแลวเขาใจและสามารถปฏิบัติตามขอเสนอแนะของผูตรวจสอบภายในได เปนตน 4) รายงานควรเขียนโดยคํานึงถึงหลักการเขียนรายงานที่ดีไดแกความถูกตองครบถวนชัดเจนเที่ยงธรรม รัดกุมสรางสรรคและรวดเร็ว 5) ผูตรวจสอบภายในควรเตรียมตัวและเตรียมหลักฐานอางอิงใหพรอมสําหรับคําถามหรือขอโตแยงที่มีตอ รายงานโดยจะตองแสดงออกถึงความเที่ยงธรรมเปนกลางและการปฏิบัติงานไดตามมาตรฐาน การติดตามผลการตรวจสอบ การติดตามผลการตรวจสอบเปนการติดตามผลการปรับปรุงแกไขปญหาของหนวยรับตรวจตามขอเสนอแนะ ในรายงานการปฏิบัติงานของผูตรวจสอบภายในซึ่งมีความสําคัญและจําเปนเนื่องจากจะทําใหทราบวาขอ ตรวจพบและขอเสนอแนะตามรายงานนั้นหัวหนาสวนราชการไดมีการสั่งการตามขอเสนอแนะดังกลาว หรือไมและหนวยรับตรวจไดปรับปรุงการดําเนินงานตามการสั่งการนั้นหรือไมอยางไรซึ่งขั้นตอนการ ติดตามผลมีดังนี้ (1) วางแผนการติดตามผล ผูตรวจสอบภายในที่มีหนาที่ติดตามผลควรวางแผนหรือจัดใหมีกระบวนการติดตามผลการตรวจสอบ เพื่อใหมั่นใจวาขอเสนอแนะเพื่อการปรับปรุงแกไขไดถูกตองนําไปปฏิบัติอยางมีประสิทธิภาพหรือ ผูบริหารไดจัดใหมีการบริหารความเสี่ยงดังกลาวแลวซึ่งควรกําหนดวิธีการติดตามผลใหสอดคลองกับเรื่อง ที่จะติดตามโดยคํานึงถึงปจจัยดังนี้ (1.1) สาระสําคัญของขอตรวจพบที่มีผลกระทบตอการดําเนินงานของสวนราชการ

References

Related documents

The determination of accurate photometric redshifts of galax- ies for redshifts up to at least two, is one the main challenges of the LSST survey. We have evaluated the impact

School nurses provide care for students with a wide variety of special health care needs.. The diagnosis was based on information provided to the APS nurses by the

Further, the observed relative default frequencies from all rating classes and all time periods contribute to the estimate of the default probability of each specific rating

The following objectives have been identified as required for a SaaS solution to support the human resources information system initiative:..  Be FedRAMP certified (or

Having taken account of all the representations made by Venus TV, Ofcom concluded that the breaches of the TV Advertising Code were repeated and sufficiently serious to refer

For disk writes, data starts in XBUS memory, is transferred over the HIPPI network back to XBUS memory, parity is computed, then the data and parity are written to the disk array..

In 2009, IT created the Classroom Technologies unit whose mission it is to provide our students, faculty, and the staff that support them access to the technology and services

ITA 101, 102: Beginning Italian – Change course numbers, prerequisites – Revise catalog text ITA 203, 204: Intermediate Italian – Change course numbers, prerequisites -