โครงการอบรมสัมมนา
มาตรฐานการบัญชีครัวเรือน
มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์
ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2554
ก
คํานํา
การประเมินความพึงพอใจ การจัดโครงการอบรมสัมมนามาตรฐานการบัญชีครัวเรือน ในครังนีมีวัตถุประสงค์เพือทราบระดับความพึงพอใจ สภาพปัญหาทีแท้จริงในการให้บริการ จัดโครงการอบรมในครังนี โดยจะนําข้อมูลทีได้ไปเป็นแนวทางในการดําเนินการ พัฒนาในด้าน ต่างๆ ดังต่อไปนี ด้านหลักสูตรการอบรม ด้านวิทยากร และด้านสถานทีและสิงอํานวยความสะดวก ในหน่วยงานเพือให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้บริการ ตลอดจนข้อเสนอแนะของ ผู้ใช้บริการจะช่วยให้ผู้รับผิดชอบในแต่ละหน่วยงานได้รับข้อมูลเพือนําไปปรับปรุงได้อย่าง เหมาะสมต่อไป ขอขอบพระคุณ คณบดี คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ อาจารย์ ปาณิสรา คงปัญญา และรองคณบดีทุกฝ่ายทีสนับสนุนและส่งเสริมในการจัดอบรมและการ ประเมินผลโครงการในครังนีให้สําเร็จลุล่วงไปด้วยดี ขอขอบพระคุณ คณะทํางานทุกท่านทีให้ความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจในการทํางานอย่างดี ยิงทําให้การจัดโครงการอบรมในครังนีสําเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ขอขอบพระคุณ ผู้เข้ารับการอบรมทุกท่านทีให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามเพือ ประเมินโครงการในครังนี สุดท้ายนี หากมีข้อบกพร่องและข้อผิดพลาดประการใด ผู้เขียนขออภัยเป็นอย่างสูงใน ข้อบกพร่องและข้อผิดพลาดนัน หวังว่าการประเมินความพึงพอใจในการให้บริการจัดอบรม โครงการในครังนี คงจะเป็นประโยชน์อย่างยิงสําหรับหน่วยงานทีเกียวข้อง ผู้สนใจ ทีจะนําไปเป็น แนวทางในการจัดอบรมในครังต่อไป คณะผู้จัดทํา สิงหาคม 2554
บทสรุปผู้บริหาร
โครงการอบรมสัมมนามาตรฐานการบัญชีครัวเรือน จัดขึนเมือวันที 17 สิงหาคม พ.ศ. 2554 ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตําบลดงมูลเหล็ก อําเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีวัตถุประสงค์ 1. เพือให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้และสามารถจัดทําบัญชีครัวเรือนสําหรับตนเองและครอบครัว 2. เพือให้ผู้เข้ารับการอบรมได้มีการจดบันทึกรายรับ รายจ่ายในครอบครัวอย่างต่อเนืองและสมําเสมอ 3. เพือให้ผู้เข้ารับการอบรมทราบรายจ่ายของครอบครัวและจัดการบริหารด้านการเงินอย่างเป็นระบบ 4. เพือให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถนําข้อมูลทางบัญชีนีไปวางแผนในการประกอบอาชีพได้ ผู้เข้าร่วม โครงการในครังนีเป็นนักศึกษา ศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์และประชาชนทัวไป รวมทังสิน 50 คนรวมบรรลุตามเป้าหมายทีกําหนด วิทยากรบรรยายคือ อาจารย์บวรลักษณ์ เงินมา สรุปการประเมินโครงการในภาพรวมทุกด้านอยู่ในระดับมากทีสุด เมือพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านหลักสูตรการอบรมในภาพรวมมีระดับความคิดเห็นมากทีสุด 4.5000 ด้านวิทยากรในภาพรวมมี ระดับความคิดเห็นมากทีสุด 4.4950 ด้านสถานทีและสิงอํานวยความสะดวกมีความคิดเห็นในระดับมาก ทีสุด 4.3320 โดยจะนําข้อมูลทีได้ไปเป็นแนวทางในการดําเนินการ พัฒนา ปรับปรุงในด้านต่างๆ ต่อไป(อาจารย์ปาณิสรา คงปัญญา) คณบดีคณะวิทยาการจัดการ
สรุปการดําเนินงานทีมีการบูรณาการกับการเรียนการสอนและวิจัย
โครงการอบรมสัมมนามาตรฐานการบัญชีครัวเรือน จัดขึนเมือวันที 17 สิงหาคม พ.ศ. 2554 ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตําบลดงมูลเหล็ก อําเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีวัตถุประสงค์ 1. เพือให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้และสามารถจัดทําบัญชีครัวเรือนสําหรับตนเองและครอบครัว 2. เพือให้ผู้เข้ารับการอบรมได้มีการจดบันทึกรายรับ รายจ่ายในครอบครัวอย่างต่อเนืองและสมําเสมอ 3. เพือให้ผู้เข้ารับการอบรมทราบรายจ่ายของครอบครัวและจัดการบริหารด้านการเงินอย่างเป็นระบบ 4. เพือให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถนําข้อมูลทางบัญชีนีไปวางแผนในการประกอบอาชีพได้ ผู้เข้าร่วม โครงการในครังนีเป็นนักศึกษา ศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์และประชาชนทัวไป รวมทังสิน 50 คน จากโครงการอบรมในครังนี อาจารย์กนกพร สัญพึง ได้นําความรู้ ข้อมูลและ กระบวนการต่างๆ จากโครงการอบรมนําไปบูรณาการเข้ากับการการเรียนการสอน ในรายวิชา การ บัญชี 1 ในเรือง การวิเคราะห์รายการค้าและการบันทึกบัญชี(อาจารย์กนกพร สัญพึง) สาขาวิชาการบัญชี คณะวิทยาการจัดการ
หน้า คํานํา 1 2 2 2 2 ระยะเวลาในการประเมินโครงการ 2 ประโยชน์ทีได้รับจากการประเมิน 3 4 4 4 4 4 6 7 24 26 11 13 อภิปรายผล 15 16 17 ตัวแปร ประชากร วัตถุประสงค์ของการประเมิน หลักการและเหตุผล ประชากร วิธีดําเนินการประเมิน ตัวแปรทีศึกษา สรุปผลการประเมิน ภาคผนวก ข้อเสนอแนะ สรุป ส่วนที 2 ความต้องการให้มีการอบรมครังต่อไป ส่วนที 1 ความพึงพอใจของผู้ตอบแบบสอบถาม ผลการประเมิน สถิติทีใช้ในการวิเคราะห์ เครืองมือทีใช้ในการประเมิน วิธีการเก็บข้อมูล วิธีการเก็บข้อมูล
สารบัญ
หน้า ตารางที 1.1 แสดงระดับความคิดเห็น ด้านหลักสูตรการอบรม 8 ตารางที 1.2 แสดงระดับความคิดเห็น ด้านวิทยากร 9 ตารางที 1.3 แสดงระดับความคิดเห็น ด้านสถานทีและสิงอํานวยความสะดวก 10
โครงการอบรมสัมมนามาตรฐานการบัญชีครัวเรือน
หลักการและเหตุผล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเข้าพระราชหฤทัยในความเป็นไปของเมืองไทยและคนไทยอย่าง ลึกซึงและกว้างไกล ได้ทรงวางรากฐานในการพัฒนาชนบท และช่วยเหลือประชาชนให้สามารถพึงตนเองได้มี ความ " พออยู่พอกิน" และมีความอิสระทีจะอยู่ได้โดยไม่ต้องติดยึดอยู่กับเทคโนโลยีและความเปลียนแปลงของ กระแสโลกาภิวัฒน์ ทรงวิเคราะห์ว่าหากประชาชนพึงตนเองได้แล้วก็จะมีส่วนช่วยเหลือเสริมสร้างประเทศชาติ โดยส่วนรวมได้ในทีสุด พระราชดํารัสทีสะท้อนถึงพระวิสัยทัศน์ในการสร้างความเข้มแข็งในตนเองของ ประชาชนและสามารถทํามาหากินให้พออยู่พอกินได้ จากสภาวการณ์ปัจจุบันและปัญหาดังกล่าวทีเกิดขึนจึงทําให้เกิดความเข้าใจได้ชัดเจนในแนวพระราช ดําริของ "เศรษฐกิจพอเพียง" ซึงได้ทรงคิดและตระหนักมาช้านาน เพราะหากเราไม่ไปพึงพา ยึดติดอยู่กับกระแส จากภายนอกมากเกินไป จนได้ครอบงําความคิดในลักษณะดังเดิมแบบไทย ๆ ไปหมด มีแต่ความทะเยอทะยาน บนรากฐานทีไม่มันคงเหมือนลักษณะฟองสบู่ วิกฤตเศรษฐกิจเช่นนีอาจไม่เกิดขึน หรือไม่หนักหนาสาหัสจน เกิดความเดือดร้อนกันถ้วนทัวเช่นนี ดังนัน"เศรษฐกิจพอเพียง" จึงได้สือความหมาย ความสําคัญในฐานะเป็น หลักการสังคมทีพึงยึดถือ จากแนวเศรษฐกิจแบบพอเพียงอันเนืองมาจากพระราชดําริดังกล่าวมาข้างต้นทําให้ ทางธนาคารเพือการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรได้คิดโครงการทีจะสนองพระราชดําริโดยการจัดทําโครงการ การจัดทําบัญชีครัวเรือนขึน ในปีพุทธศักราช 2548 จนถึงปัจจุบัน โดยการโฆษณาตามสือต่าง ๆไม่ว่าจะเป็นทาง โทรทัศน์ วิทยุกระจายเสียง สือหนังสือพิมพ์ รวมทังการเผยแพร่โดยเจ้าหน้าทีตามหมู่บ้านทัวทังประเทศ ปัจจุบันรัฐบาลมีนโยบายมุ่งเน้นแก้ไขปัญหาความยากจนของประชาชน คนส่วนใหญ่ซึงเป็นเกษตรกร มีรายได้ไม่เพียงต่อค่าใช้จ่าย ขาดเงินออม มีหนีสินในระบบและนอกระบบมากถึงแม้ภาคราชการและเอกชนจะ ส่งเสริมอาชีพเพือเพิมรายได้หรือขยายโอกาสก็ตาม แต่ในระดับครัวเรือนพบว่าเกษตรกรไม่มีข้อมูลสําหรับการ เตือนตนในเรืองการใช้จ่ายและวางแผนการประกอบอาชีพ การจัดทําบัญชีครัวเรือนจะเป็นระบบทีช่วยให้ครัวเรือนได้มีข้อมูลสําหรับวิเคราะห์ตนเอง เตือนตนเอง สร้างวินัยทางการเงิน สามารถมีเงินออมและการชําระหนีคืนในอนาคตได้และให้มีความรู้ในการจัดทําบัญชี สามารถแยกรายรับรายจ่ายได้และรู้รายได้รายจ่ายในการลงทุนประกอบอาชีพอันจะนํามาซึงความสําเร็จในการ ประกอบอาชีพอย่างยังยืน2 วัตถุประสงค์ของการประเมิน เพือประเมินความคิดเห็นของผู้เข้ารับการอบรมทีมีต่อโครงการอบรมสัมมนามาตรฐานการบัญชีครัวเรือน ประชากร ประชากรทีใช้ในการศึกษาและการประเมินครังนี ได้แก่ ผู้เข้ารับการอบรมเป็นนักศึกษา ศิษย์เก่าของ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์และประชาชนทัวไปรวมทังสินจํานวน 50 คน ตัวแปร ตัวแปรในการศึกษาและประเมินคือ ความคิดเห็นของผู้เข้ารับการอบรมทีมีต่อโครงการอบรม มีปัจจัยเบืองต้น อันได้แก่ ด้านหลักสูตรการอบรม ด้านวิทยากร ด้านสถานทีและสิงอํานวยความสะดวก วิธีการเก็บข้อมูล เก็บข้อมูลด้วยวิธีการแบบเจาะจง (Purposive Sampling) โดยเก็บข้อมูลจากผู้เข้ารับการอบรม โครงการอบรมสัมมนามาตรฐานการบัญชีครัวเรือน ระยะเวลาในการประเมินโครงการ กิจกรรมการดําเนินงาน 15 - 17 สิงหาคม 2554 18 - 24 สิงหาคม 2554 1. สรุปผลการประเมินระหว่าง การอบรม 2. สรุปผลการประเมินหลังการ อบรมจากแบบสอบถาม 3. สรุปผลการประเมินการอบรม อบรมสัมมนามาตรฐานการ บัญชีครัวเรือน 4. จัดทํารูปเล่มรายงานผล
3 ประโยชน์ทีได้รับจากการประเมิน 1. เพือแสดงให้เห็นถึงเหตุผลทีชัดเจนของโครงการอันเป็นพืนฐานทีสําคัญของการตัดสินใจ ว่าลักษณะใดของโครงการมีความสําคัญมากทีสุด ซึงจะต้องทําการประเมินเพือการหา ประสิทธิผล และข้อมูลชนิดใดทีจะต้องเก็บรวบรวมไว้เพือการวิเคราะห์ 2. เพือรวบรวมหลักฐานความเป็นจริงและข้อมูลทีจําเป็นเพือนําไปสู่การพิจารณาถึง ประสิทธิผลของโครงการ 3. เพือการวิเคราะห์ข้อมูลและข้อเท็จจริงต่าง ๆ เพือนําไปสู่การสรุปผลของโครงการ 4. เพือการตัดสินใจว่าข้อมูลหรือข้อเท็จจริงใดทีสามารถนําเอาไปใช้ได้ 5. เพือสนับสนุนการตัดสินใจในการพัฒนาปรับปรุงโครงการให้มีประสิทธิภาพมากยิงขึน
4
วิธีดําเนินการประเมิน
การประเมินความคิดเห็น หลังเข้ารับการอบรมโครงการอบรมสัมมนามาตรฐานการบัญชีครัวเรือน ในครังนีเป็นการประเมินเชิงปริมาณ (Quantitative Assessment) ดําเนินการเก็บข้อมูลจากกลุ่มประชากร เพียงครังเดียว (one – shot – Posttest – only Design) โดยใช้แบบประเมิน (Questionnaire) แบบปลายปิด และปลายเปิดเป็นเครืองมือในการเก็บข้อมูล ประชากร ประชากรทีใช้ในการศึกษาและการประเมินครังนี ได้แก่ ผู้เข้ารับการอบรมเป็นนักศึกษา ศิษย์เก่าของ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์และประชาชนทัวไปรวมทังสินจํานวน 50 คน ตัวแปรทีศึกษา ตัวแปรในการศึกษาและประเมินคือ ความคิดเห็นของผู้เข้ารับการอบรมทีมีต่อโครงการอบรม มีปัจจัยเบืองต้น อันได้แก่ ด้านหลักสูตรการอบรม ด้านวิทยากร ด้านสถานทีและสิงอํานวยความสะดวก วิธีการเก็บข้อมูล เก็บข้อมูลด้วยวิธีการแบบเจาะจง (Purposive Sampling) โดยเก็บข้อมูลจากผู้เข้ารับการอบรม โครงการอบรมสัมมนามาตรฐานการบัญชีครัวเรือน เครืองมือทีใช้ในการประเมิน 1. เครืองมือทีใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบประเมิน ประกอบด้วย ตอนที 1 ความคิดเห็นของผู้ตอบแบบสอบถาม โครงการอบรมสัมมนามาตรฐานการบัญชี ครัวเรือน ประกอบด้วย
5 1.1 ด้านหลักสูตรการอบรม 1.1 ความเหมาะสมของหัวข้อเรืองกับหลักสูตร 1.2 ความรู้ความเข้าใจของท่านเกียวกับหลักสูตรนี ก่อนการอบรม 1.3 ความรู้ความเข้าใจของท่านเกียวกับหลักสูตรนี หลังการอบรม 1.4 ความเหมาะสมและประโยชน์ของเอกสารประกอบการอบรม 1.5 ความเหมาะสมของกําหนดการฝึกอบรมและระยะเวลา 1.6 การนําความรู้ทีได้รับไปใช้ประโยชน์ในการทํางาน 1.2 ด้านวิทยากร 2.1 การบรรยายชัดเจนเข้าใจง่าย 2.2 เทคนิควิธีการเหมาะสมกับเนือหา 2.3 สามารถตอบคําถามและข้อซักถามได้ชัดเจน 2.4 มีการสรุปเนือหาได้อย่างชัดเจน 1.3 ด้านสถานทีและสิงอํานวยความสะดวก 3.1 ความเหมาะสมของสถานทีและสิงแวดล้อม 3.2 ความเพียงพอของเอกสาร 3.3 เจ้าหน้าทีประสานงานและการอํานวยความสะดวก 3.4 บรรยากาศของการอบรม 3.5 ความเหมาะสมของสือ โสตทัศนูปกรณ์ ตอนที 2 ข้อเสนอแนะของผู้เข้ารับการอบรมในโครงการอบรมสัมมนามาตรฐานการบัญชีครัวเรือน การให้คะแนน คะแนน ความคิดเห็น 5 มากทีสุด 4 มาก 3 ปานกลาง 2 น้อย 1 ควรปรับปรุง
6 สถิติทีใช้ในการวิเคราะห์ สถิติทีใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลครังนี ได้แก่ ค่าเฉลีย (Average) และ ส่วนเบียงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) เกณฑ์การประเมิน เกณฑ์การประเมินระดับความคิดเห็นของผู้เข้ารับการอบรมทีมีต่อโครงการอบรมสัมมนามาตรฐาน การบัญชีครัวเรือน แบ่งออกเป็น 5 ระดับ คือ ค่าพิสัยของค่าเฉลียเท่ากับคะแนนสูงสุดลบคะแนนตําสุดหาร ด้วยช่วงชัน ดังนันจึงได้เกณฑ์การประเมินระดับความคิดเห็นในการอบรมดังนี:- ความคิดเห็น ค่าคะแนนเฉลีย มากทีสุด 4.21 – 5.00 มาก 3.41 – 4.20 ปานกลาง 2.61 – 3.40 น้อย 1.81 – 2.60 น้อยทีสุด 1.00 – 1.80
7
ผลการประเมิน
การประเมินความคิดเห็นของผู้เข้ารับการอบรมโครงการอบรมสัมมนามาตรฐานการบัญชีครัวเรือน ประเมินจากประชากรทังหมด 50 คน โดยใช้แบบประเมิน ในการประเมินชุดเดียวกันทัง 50 ชุด การนําเสนอ ผลการประเมินแบ่งเป็น 2 ส่วน ดังนี:- ส่วนที 1 ความคิดเห็นของผู้ตอบแบบประเมิน โครงการอบรมสัมมนามาตรฐานการบัญชีครัวเรือน แบ่งเป็น 3 ด้านดังนี:- 1. ด้านหลักสูตรการอบรม 2. ด้านวิทยากร 3. ด้านสถานทีและสิงอํานวยความสะดวก เกณฑ์การประเมินระดับความคิดเห็นของผู้ตอบแบบประเมิน แบ่งออกเป็น5 ระดับ จึงได้เกณฑ์ การประเมินระดับความคิดเห็นในการอบรมดังนี:- ความคิดเห็น ค่าคะแนนเฉลีย มากทีสุด 4.21 – 5.00 มาก 3.41 – 4.20 ปานกลาง 2.61 – 3.40 น้อย 1.81 – 2.60 น้อยทีสุด 1.00 – 1.808 ตารางที 1.1 แสดงระดับความคิดเห็นด้านหลักสูตรการอบรม ประเด็นวัดความคิดเห็น ค่าเฉลีย ส่วนเบียงเบน มาตรฐาน ระดับความ คิดเห็น 1.ความเหมาะสมของหัวข้อเรืองเกียวกับหลักสูตร 4.6000 0.6701 มากทีสุด 2.ความรู้ความเข้าใจของท่านเกียวกับหลักสูตร ก่อนการอบรม 4.0400 0.7548 มาก 3.ความรู้ความเข้าใจของท่านเกียวกับหลักสูตร หลังการอบรม 4.8200 0.3881 มากทีสุด 4.ความเหมาะสมและประโยชน์ของเอกสาร ประกอบการอบรม 4.3400 0.8234 มากทีสุด 5.ความเหมาะสมของกําหนดการฝึกอบรมและ ระยะเวลา 4.2800 0.8816 มากทีสุด 6.การนําความรู้ทีได้รับไปใช้ประโยชน์ในการ ทํางาน 4.9200 0.2740 มากทีสุด รวม 4.5000 0.6320 มากทีสุด จากตารางที 1.1 พบว่าความคิดเห็นของประชากรทีมีต่อโครงการโครงการอบรมสัมมนามาตรฐาน การบัญชีครัวเรือน ด้านหลักสูตรการอบรมในภาพรวมมีระดับความคิดเห็นมากทีสุด มีค่าเฉลียรวมเท่ากับ 4.5000 เมือพิจารณาเป็นรายประเด็นพบว่า การนําความรู้ทีได้รับไปใช้ประโยชน์ในการทํางานมากเป็น อันดับทีหนึงมีค่าเฉลีย 4.9200 รองลงมา ประเด็นความรู้ความเข้าใจของท่านเกียวกับหลักสูตรหลังการ อบรมมากเป็นอันดับทีสองมีค่าเฉลีย 4.8200 ประเด็นความเหมาะสมของหัวข้อเรืองเกียวกับหลักสูตรมาก เป็นอันดับทีสามมีค่าเฉลีย 4.6000 ประเด็นประเด็นความเหมาะสมและประโยชน์ของเอกสารประกอบการ อบรมเป็นอันดับทีสีมีค่าเฉลีย 4.3400 ประเด็นความเหมาะสมของกําหนดการฝึกอบรมและระยะเวลามาก เป็นอันดับทีห้ามีค่าเฉลีย 4.2800 และประเด็นความรู้ความเข้าใจของท่านเกียวกับหลักสูตร ก่อนการอบรม มากเป็นอันดับสุดท้าย มีค่าเฉลีย 4.0400
9 ตารางที 1.2 แสดงระดับความคิดเห็นด้านวิทยากร ประเด็นวัดความคิดเห็น ค่าเฉลีย ส่วนเบียงเบน มาตรฐาน ระดับวัดความ คิดเห็น 1.การบรรยายชัดเจนเข้าใจง่าย 4.6400 0.6312 มากทีสุด 2.เทคนิควิธีการเหมาะสมกับเนือหา 4.4800 0.8142 มากทีสุด 3.สามารถตอบคําถามและข้อซักถามได้ชัดเจน 4.2600 0.8992 มากทีสุด 4.มีการสรุปเนือหาได้อย่างชัดเจน 4.6000 0.6701 มากทีสุด รวม 4.4950 0.7539 มากทีสุด จากตารางที 1.2 พบว่าความคิดเห็นของประชากรทีมีต่อโครงการอบรมสัมมนามาตรฐานการบัญชี ครัวเรือน ด้านวิทยากรในภาพรวมมีระดับความคิดเห็นมากทีสุดมีค่าเฉลียรวมเท่ากับ 4.4950 เมือพิจารณาเป็น รายประเด็นพบว่า ประเด็นเรืองการบรรยายชัดเจนเข้าใจง่ายมีความคิดเห็นมากเป็นอันดับหนึงโดยมีค่าเฉลีย 4.6400 ประเด็นเรืองมีการสรุปเนือหาได้อย่างชัดเจน มีความคิดเห็นมากเป็นอันดับสองมีค่าเฉลีย 4.6000 ประเด็นเรืองเทคนิควิธีการเหมาะสมกับเนือหามีความคิดเห็นมากเป็นอันดับสามมีค่าเฉลีย 4.4800 และ ประเด็นสามารถตอบคําถามและข้อซักถามได้ชัดเจนมีความคิดเห็นมากเป็นอันดับสุดท้ายมีค่าเฉลีย 4.2600 ตารางที 1.3 แสดงระดับความคิดเห็นด้านสถานทีและสิงอํานวยความสะดวก ประเด็นวัดความคิดเห็น ค่าเฉลีย ส่วนเบียงเบน มาตรฐาน ระดับวัดความ คิดเห็น 1.ความเหมาะสมของสถานทีและสิงอํานวย ความสะดวก 4.1600 1.0568 มาก 2.ความเพียงพอของเอกสาร 4.8800 0.3283 มากทีสุด 3.เจ้าหน้าทีประสานงานและการอํานวยความ สะดวก 4.0200 1.1516 มาก 4.บรรยากาศของการอบรม 4.6000 0.7559 มากทีสุด 5.ความเหมาะสมของสือ โสตทัศนูปกรณ์ 4.0000 1.2936 มาก รวม 4.3320 0.9172 มากทีสุด
10 จากตารางที 1.3 พบว่าความคิดเห็นของประชากรทีมีต่อโครงการอบรมสัมมนามาตรฐานการบัญชี ครัวเรือน ด้านสถานทีและสิงอํานวยความสะดวกมีความคิดเห็นในระดับมากทีสุดโดยมีค่าเฉลีย 4.3320 เมือ พิจารณาเป็นรายประเด็นพบว่า ความเพียงพอของเอกสาร มีความคิดเห็นมากเป็นอันดับหนึง โดยมีค่าเฉลีย 4.8800 รองลงมาประเด็นด้านบรรยากาศของการอบรมมีความคิดเห็นมากเป็นอันดับสอง มีค่าเฉลีย 4.6000 ประเด็นด้านความเหมาะสมของสถานทีและสิงอํานวยความสะดวกมีความคิดเห็นมากเป็นอันดับสาม มีค่าเฉลีย 4.1600 ประเด็นเจ้าหน้าทีประสานงานและการอํานวยความสะดวกมีความคิดเห็นมากเป็นอันดับสี มีค่าเฉลีย 4.0200 และประเด็นความเหมาะสมของสือ โสตทัศนูปกรณ์มีความคิดเห็นมากเป็นอันดับสุดท้าย มีค่าเฉลีย 4.0000 ส่วนที 2 ข้อเสนอแนะของผู้เข้ารับอบรมโครงการอบรมสัมมนามาตรฐานการบัญชีครัวเรือน 1. ต้องการเข้าร่วมอบรมในประเด็นเกียวกับสุขภาพอนามัย 2. ต้องการเข้าร่วมอบรมในประเด็นเกียวกับวิชาชีพ 3. ต้องการเข้าร่วมอบรมในประเด็นเกียวกับการพัฒนาผลผลิตเกษตรกรรม
11
สรุป
การประเมินในครังนีเพือประเมินความคิดเห็นของผู้เข้ารับการอบรมทีมีต่อโครงการอบรมสัมมนา มาตรฐานการบัญชีครัวเรือน ประชากร ประชากรทีใช้ในการศึกษาและการประเมินครังนี ได้แก่ ผู้เข้ารับการอบรมเป็นนักศึกษา ศิษย์เก่าของ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์และประชาชนทัวไปรวมทังสินจํานวน 50 คน ตัวแปรทีศึกษา ตัวแปรในการศึกษาและประเมินคือ ความคิดเห็นของผู้เข้ารับการอบรมทีมีต่อโครงการอบรม มีปัจจัยเบืองต้น อันได้แก่ ด้านหลักสูตรการอบรม ด้านวิทยากร ด้านสถานทีและสิงอํานวยความสะดวก วิธีการเก็บข้อมูล เก็บข้อมูลด้วยวิธีการแบบเจาะจง (Purposive Sampling) โดยเก็บข้อมูลจากผู้เข้ารับการอบรม โครงการอบรมสัมมนามาตรฐานการบัญชีครัวเรือน เครืองมือทีใช้ในการประเมิน 1. เครืองมือทีใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบประเมิน ประกอบด้วย ตอนที 1 ความคิดเห็นของผู้ตอบแบบสอบถาม โครงการอบรม ส่งเสริม การ ลด ละ เลิก อบายมุข ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ประกอบด้วย12 1.1 ด้านหลักสูตรการอบรม 1.1 ความเหมาะสมของหัวข้อเรืองกับหลักสูตร 1.2 ความรู้ความเข้าใจของท่านเกียวกับหลักสูตรนี ก่อนการอบรม 1.3 ความรู้ความเข้าใจของท่านเกียวกับหลักสูตรนี หลังการอบรม 1.4 ความเหมาะสมและประโยชน์ของเอกสารประกอบการอบรม 1.5 ความเหมาะสมของกําหนดการฝึกอบรมและระยะเวลา 1.6 การนําความรู้ทีได้รับไปใช้ประโยชน์ในการทํางาน 1.2 ด้านวิทยากร 2.1 การบรรยายชัดเจนเข้าใจง่าย 2.2 เทคนิควิธีการเหมาะสมกับเนือหา 2.3 สามารถตอบคําถามและข้อซักถามได้ชัดเจน 2.4 มีการสรุปเนือหาได้อย่างชัดเจน 1.3 ด้านสถานทีและสิงอํานวยความสะดวก 3.1 ความเหมาะสมของสถานทีและสิงแวดล้อม 3.2 ความเพียงพอของเอกสาร 3.3 เจ้าหน้าทีประสานงานและการอํานวยความสะดวก 3.4 บรรยากาศของการอบรม 3.5 ความเหมาะสมของสือ โสตทัศนูปกรณ์ ตอนที 2 ข้อเสนอแนะของผู้เข้ารับการอบรมในโครงการอบรมสัมมนามาตรฐานการบัญชีครัวเรือน การให้คะแนน คะแนน ความคิดเห็น 5 มากทีสุด 4 มาก 3 ปานกลาง 2 น้อย 1 ควรปรับปรุง
13 สถิติทีใช้ในการวิเคราะห์ สถิติทีใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลครังนี ได้แก่ ค่าเฉลีย (Average) และ ส่วนเบียงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) เกณฑ์การประเมิน เกณฑ์การประเมินระดับความคิดเห็นของผู้เข้ารับการอบรมทีมีต่อโครงการอบรมสัมมนามาตรฐาน การบัญชีครัวเรือน แบ่งออกเป็น 5 ระดับ คือ ค่าพิสัยของค่าเฉลียเท่ากับคะแนนสูงสุดลบคะแนนตําสุดหาร ด้วยช่วงชัน ดังนันจึงได้เกณฑ์การประเมินระดับความคิดเห็นในการอบรมดังนี:- ความคิดเห็น ค่าคะแนนเฉลีย มากทีสุด 4.21 – 5.00 มาก 3.41 – 4.20 ปานกลาง 2.61 – 3.40 น้อย 1.81 – 2.60 น้อยทีสุด 1.00 – 1.80 สรุปผลการประเมิน ด้านหลักสูตรการอบรม พบว่าความคิดเห็นของประชากรทีมีต่อโครงการโครงการอบรมสัมมนามาตรฐานการบัญชีครัวเรือน ด้านหลักสูตรการอบรมในภาพรวมมีระดับความคิดเห็นมากทีสุด มีค่าเฉลียรวมเท่ากับ 4.5000 เมือพิจารณา เป็นรายประเด็นพบว่า การนําความรู้ทีได้รับไปใช้ประโยชน์ในการทํางานมากเป็นอันดับทีหนึงมีค่าเฉลีย 4.9200 รองลงมา ประเด็นความรู้ความเข้าใจของท่านเกียวกับหลักสูตรหลังการอบรมมากเป็นอันดับทีสองมี ค่าเฉลีย 4.8200 ประเด็นความเหมาะสมของหัวข้อเรืองเกียวกับหลักสูตรมากเป็นอันดับทีสามมีค่าเฉลีย 4.6000 ประเด็นประเด็นความเหมาะสมและประโยชน์ของเอกสารประกอบการอบรมเป็นอันดับทีสีมี ค่าเฉลีย 4.3400 ประเด็นความเหมาะสมของกําหนดการฝึกอบรมและระยะเวลามากเป็นอันดับทีห้ามี
14 ค่าเฉลีย 4.2800 และประเด็นความรู้ความเข้าใจของท่านเกียวกับหลักสูตร ก่อนการอบรมมากเป็นอันดับ สุดท้าย มีค่าเฉลีย 4.0400 สรุปได้ว่าความคิดเห็นของประชากรทีมีต่อโครงการอบรมสัมมนามาตรฐานการบัญชีครัวเรือน อยู่ใน ระดับมากทีสุด ด้านวิทยากร พบว่าความคิดเห็นของประชากรทีมีต่อโครงการอบรมสัมมนามาตรฐานการบัญชีครัวเรือน ด้าน วิทยากรในภาพรวมมีระดับความคิดเห็นมากมีค่าเฉลียรวมเท่ากับ 4.4950 เมือพิจารณาเป็นรายประเด็นพบว่า ประเด็นเรืองการบรรยายชัดเจนเข้าใจง่ายมีความคิดเห็นมากเป็นอันดับหนึงโดยมีค่าเฉลีย 4.6400 ประเด็น เรืองมีการสรุปเนือหาได้อย่างชัดเจน มีความคิดเห็นมากเป็นอันดับสองมีค่าเฉลีย 4.6000 ประเด็นเรืองเทคนิค วิธีการเหมาะสมกับเนือหามีความคิดเห็นมากเป็นอันดับสามมีค่าเฉลีย 4.4800 และประเด็นสามารถตอบ คําถามและข้อซักถามได้ชัดเจนมีความคิดเห็นมากเป็นอันดับสุดท้ายมีค่าเฉลีย 4.2600 สรุปความคิดเห็นของประชากรทีมีต่อโครงการอบรมสัมมนามาตรฐานการบัญชีครัวเรือน ด้านวิทยากร อยู่ในระดับมาก ด้านสถานทีและสิงอํานวยความสะดวก พบว่าความคิดเห็นของประชากรทีมีต่อโครงการอบรมสัมมนามาตรฐานการบัญชีครัวเรือน ด้าน สถานทีและสิงอํานวยความสะดวกมีความคิดเห็นในระดับมากโดยมีค่าเฉลีย 4.3320 เมือพิจารณาเป็นราย ประเด็นพบว่า ความเพียงพอของเอกสาร มีความคิดเห็นมากเป็นอันดับหนึง โดยมีค่าเฉลีย 4.8800 รองลงมา ประเด็นด้านบรรยากาศของการอบรมมีความคิดเห็นมากเป็นอันดับสอง มีค่าเฉลีย 4.6000 ประเด็นด้านความ เหมาะสมของสถานทีและสิงอํานวยความสะดวกมีความคิดเห็นมากเป็นอันดับสาม มีค่าเฉลีย 4.1600 ประเด็น เจ้าหน้าทีประสานงานและการอํานวยความสะดวกมีความคิดเห็นมากเป็นอันดับสี มีค่าเฉลีย 4.0200 และ ประเด็นความเหมาะสมของสือ โสตทัศนูปกรณ์มีความคิดเห็นมากเป็นอันดับสุดท้าย มีค่าเฉลีย 4.0000 สรุปความคิดเห็นของประชากรทีมีต่อโครงการอบรมสัมมนามาตรฐานการบัญชีครัวเรือน ด้านสถานที และสิงอํานวยความสะดวก อยู่ในระดับมากทีสุด
15 อภิปรายผล การประเมินความคิดเห็นโครงการอบรมสัมมนามาตรฐานการบัญชีครัวเรือน ในภาพรวม ด้าน หลักสูตรการอบรม ด้านวิทยากร และด้านสถานทีและสิงอํานวยความสะดวกอยู่ในเกณฑ์มากทีสุด จากผลการประเมินสอดคล้องกับผลการประเมินความพึงพอใจของผู้เข้ารับการอบรมทีมีต่อโครงการ การอบรมจัดทําแผนธุรกิจสู่ผู้ประกอบการ (SMEs) ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงทีพบว่าผู้เข้ารับการ อบรมโครงการมีความพึงพอใจอย่างมากในด้านหลักสูตรการอบรม ด้านวิทยากร ด้านสถานทีและสิงอํานวย ความสะดวก นอกจากนีเหตุผลทีทําให้ผลการประเมินโครงการมีความพึงพอใจในระดับมากทีสุดนัน เนืองจาก คณะผู้จัดอบรมมีการเตรียมเอกสาร อาหาร และสิงอํานวยความสะดวกไว้เป็นอย่างดี สถานทีในการอบรมมี บรรยากาศทีดี และหลักสูตรทีใช้ในการอบรมมีความทันสมัยตรงกับความต้องการของผู้เข้ารับการอบรมอีกทัง ยังนําความรู้ทีได้รับนําไปใช้ประโยชน์ได้จริงในชีวิตประจําวัน ข้อเสนอแนะ 1. ต้องการเข้าร่วมอบรมในประเด็นเกียวกับสุขภาพอนามัย 2. ต้องการเข้าร่วมอบรมในประเด็นเกียวกับวิชาชีพ 3. ต้องการเข้าร่วมอบรมในประเด็นเกียวกับการพัฒนาผลผลิตเกษตรกรรม
16