Pharmacy Student Rx’24 Khon Kaen University
รวบรวมขอสอบ MCQ
(Multiple Choice Question)
คําชี้แจง
ข้อสอบ MCQ ก่อนปี 2549 จะออกเป็น case โดยแบ่งสอบ 2 วัน วันละ 10 case
รวม 2 วัน 20 case ออก case ละ 15 ข้อ ทั้งหมด 300 ข้อ
ข้อสอบ MCQ หลังปี 2549 ออกเป็น case เช่นเดียวกัน โดยแบ่งสอบ 2 วัน วันละ
15 case รวม 2 วัน 30 case ออก case ละ 10 ข้อ ทั้งหมด 300
และข้อสอบจะแบ่งออกเป็น 4 ชุด คือ A,B,C,D ซึ่งแตกต่างกันที่การเรียงข้อสอบ
ป้องกันการลอกข้อสอบ
Pharmacy Student Rx’24 Khon Kaen University
กรณีศึกษาเรื่อง เบาหวาน (สภาเภสัชกรรม) ผูปวยชายไทยอายุ 60 ป รูปรางอวนมาพบ เภสัชกรเพื่อขอเปลี่ยนยารักษาเบาหวาน เนื่องจากมี อาการหนามืดคลายจะเปนลม หลังจากทํางานหนัก โดย แจงวา โดยทั่วไปจะไมมีอาการดังกลาว แตหากทํางาน หนักจะมีอาการดังกลาวเกิดขึ้นทุกครั้ง เมื่อตรวจสอบยาแลวพบวายาที่ผูปวยไดรับคือ Glibenclamide 1 tab OD โดยรับประทานยาเปนระยะเวลา 1 ป แลวไปตรวจระดับ น้ําตาลในเลือดที่โรงพยาบาลเมื่อ 2 สัปดาหที่ แลวพบวาอยูในเกณฑที่ควบคุมได 1. ทานคิดวาผูปวยรายนี้นาจะเปนเบาหวานชนิดใดมาก ที่สุด 1 เปนเบาหวานชนิดที่ 1 (Type 1 DM) เพราะผูปวยได ยาชนิดรับประทาน ผูปวยอวนและอายุมาก 2 เปนเบาหวานชนิดที่ 1 (Type 1 DM) เพราะไดยา รับประทาน ผูปวยมีอาหารหนามืดคลายจะเปน ลม 3 เปนเบาหวานชนิดที่ 2 (Type 2 DM) เพราะไดยา รับประทานผูปวยอวนและอายุมาก 4 เปนเบาหวานชนิดที่ 2 (Type 2 DM) เพราะไดยา รับประทานผูปวยมีอาการหนามืด 5 ขอมูลไมเพียงพอตอการระบุชนิดของโรค 2 .ขอใดกลาวถูกตองเกี่ยวกับโรคเบาหวาน 1 ผูปวยสวนใหญเปนเบาหวานชนิดที่ 1 (Type 1 DM) ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของความทนตอ ระดับน้ําตาล 2 ผูปวยสวนใหญเปนเบาหวานชนิดที่ 2 (Type 2 DM) ซึ่งเกิดจากการขาดอินซูลิน 3 ผูปวย Type 2 DM เกิดภาวะ ketoacidosis ไดบอย มาก 4 เบาหวานเปนโรคที่ไมสามารถรักษาใหหายขาดได 5 เบาหวานเปนโรคที่รักษาใหหายขาดไดแตกลับเปนซ้ํา อีกได 3. ทานจะเปลี่ยนยาใหกับผูปวยรายนี้หรือไมเพราะเหตุ ใด 1 เปลี่ยนยาใหเพราะอาการหนามืดเปนลม มีอันตราย มากในผูสูงอายุ 2 เปลี่ยนยาใหเพราะระดับน้ําตาลในเลือดของผูปวยอยู ในเกณฑที่ดี 3 ไมเปลี่ยนยาใหเพราะอาการที่เกิดขึ้นสามารถหายเอง ได 4 ไมเปลี่ยนยาใหเพราะยาที่ใชใหผลในการรักษาดีแลว แตใหคําแนะนําในการรับประทานยาและ การปฏิบัติตัวเพิ่มเติม 5 ขอมูลไมเพียงพอ ตองทราบระดับน้ําตาลในเลือด แลวจึงพิจารณา 4 .ผูปวยใหขอมูลเพิ่มเติมวา เคยใชยาที่ผลิตในประเทศ ยี่หออื่นแทน ยาที่เคยใชและถามวา นาจะเปนสาเหตุให เกิดอาการหนามืดคลายจะเปนลม ดังกลาวหรือไม 1 ไมเกี่ยว เพราะยาที่จําหนายในประเทศไทยตองมี คุณภาพผานเกณฑมาตรฐานขั้นต่ําเหมือนกัน 2 ไมเกี่ยว เพราะ ยาที่ผลิตในประเทศไทยเหมาะสมกับ คนไทยมากกวา 3 เกี่ยว เพราะยาที่ผลิตในประเทศไทยไมคอยได มาตรฐาน 4 เกี่ยว เพราะ ยาที่ผลิตในประเทศไทยมีปริมาณยา สูงกวาตางประเทศ 5 เกี่ยว เพราะยาที่ผลิตจากตางประเทศมีคุณภาพสูง กวายาที่ผลิตในประเทศไทยตัวอย่าง MCQ ของสภาเภสัชกรรม
Pharmacy Student Rx’24 Khon Kaen University
5. หากมีขอมูลเพิ่มเติมและมีความจําเปนตองเปลี่ยน ยาใหกับผูปวยทานคิดวายาตัวใดเหมาะสมกับผูปวย สูงอายุ ที่มีรูปรางอวน 1 Metformin 2 Chlorproplamide 3 Gliclazide 4 Tolbutamide 5 Insulin 6. ผูปวยรายนี้ ตองระวังในการรับประทานผักชนิดใด ดังตอไปนี้ 1 ยอดสะเดา 2 กระเทียม 3 ดอกแค 4 ผลมะระขี้นก 5 ใบขี้เหล็ก 7. ในฐานะที่ทานเปนเภสัชกรโรงพยาบาลแหงนี้ ทานต องการผลิตยาสมุนไพรลดน้ําตาลในเลือดเพื่อจําหนาย ในโรงพยาบาล ในรูปแคปซูลและยาชง ทานคิดวา รูปแบบของสมุนไพรทั้งสองชนิดนี้ เหมือนหรือแตกตาง กัน ตามขอกฎหมายของไทย 1 เหมือนกันทั้งสมุนไพรในรูปแคปซูล กับรูปชาชง เป นยาแผนโบราณ 2 เหมือนกัน ทั้งสมุนไพรในรูปแคปซูล กับรูปชาชง เป นยาสมุนไพร 3 เหมือนกัน ทั้งสมุนไพรในรูปแคปซูล กับรูปชาชง เป นอาหาร 4 ไมเหมือนกัน สมุนไพรในรูปแคปซูล เปนยาแผน โบราณ สวนรูปชาชง เปนอาหาร 5 ไมเหมือนกัน สมุนไพรในรูปแคปซูล เปนยาแผน โบราณ สวนรูปชาชงเปนยาสมุนไพร 8 หากผูปวยรายนี้ตองการดูแลสุขภาพตนเองใหดีขึ้น คําแนะนําในการอดบุหรี่สําหรับผูปวยควรเปนเชนใด 1 ควรอดบุหรี่ทันที เพราะจะไดปองกันโรคถุงลมโปงพอง 2 หามอดบุหรี่ เพราะจะทําใหระดับ nicotine ลดลง กระทันหัน ทําใหอารมณแปรปรวน 3 ควรคอยๆ ลดปริมาณบุหรี่ที่สูบ เพื่อปองกันอาการ ถอนยา 4 ปรึกษาแพทยกอนอดบุหรี่ เพื่อปรับระดับยาให เหมาะสม 5 เพื่อใหไดผลดีที่สุด ควรใช nicotine ชนิดหมากฝรั่ง ควบคูไปดวย 9. เมื่อนํายาเม็ดจํานวน 10 เม็ดมาทําการควบคุม คุณภาพ ในหัวขอ uniformity of unit dosage form พบวาน้ําหนักเฉลี่ยของเม็ดยาเทากับ 125 มิลลิกรัม คา s (sample standard deviation) เทากับ 5 อยากทราบวา คา RSD(relative standard deviation) จะเทากับเทาไร 1. 2% 2. 3% 3. 4% 4. 5% 5. 6% 10. จากโครงสรางของยา glibenclamide เพราะเหตุใด ยาจึงออกฤทธิ์ไดนาน 1. สามารถหมุนแสง polarized ได 2. สามารถวิเคราะหไดโดยวิธี HPLC-UV detection 3. หมูซัลโฟนทําใหโครงสรางมีความเปนกรด 4. หมูยูเรียทําใหโครงสรางมีความเปนเบส 5. วงแหวนอะโรมาติกดานปลาย ซึ่งมีหมูคลอโรในตํา แหนง para กับ methoxy ทําใหยาถูกเมตาบอไลซ โดยกระบวนการออกซิเดชันไมไดPharmacy Student Rx’24 Khon Kaen University
กรณีศึกษาเรื่องเบาหวาน
สตรีชื่อ นางศรีเวียงอายุ 50 ป มารานยาที่ ภก.ประชา ปฏิบัติงาน โดยแจงวาอยากไดยาแอสไพริน จํานวน 100 เม็ด จากการซักประวัติ พบวา นางศรีเวียงมี โรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูงและโรคความดันโลหิตสูง แพทยสั่งใหทานยาเม็ดแอสไพรินมา 2 เดือนแลว 1. ยาที่ตองจายใหนางศรีเวียงและแนะนําวิธีรับประทาน คือ 1. ขนาด 60 มก.วันละครั้ง 2. ขนาด 60 มก. วันละ 3 ครั้ง 3. ขนาด 60 มก. ทุก 4-6 ชม. 4. ขนาด 325 มก.วันละครั้ง 5. ขนาด 600 มก.วันละครั้ง 2. กลไกการออกฤทธิ์ของยาเม็ดแอสไพรินในการ ปองกันการเกิด stroke คือ 1. ขยายหลอดเลือด 2. ทําใหหัวใจบีบตัวไดดีขึ้น 3. ทําใหเกล็ดเลือดบางลง (blood thinner) 4. ปองกันการจับตัวกันของลิ่มเลือด 5. ลดความเขมขนของเลือด 3. นางศรีเวียงเลาใหฟงวา ครั้งที่แลวซื้อยาจากรานยา แหงหนึ่ง ยาเม็ดมีกลิ่นฉุนมาก ทานอธิบายวาอาจ เนื่องจากยาอาจมีการเสื่อมสลายหากเก็บไมดี การ เสื่อมของแอสไพรินเปนปฏิกิริยา 1. auto-oxidation ซึ่งเกิดมากเมื่อมีอากาศ หรือออกซิเจน 2. isomerization ใหรูปที่ไมออกฤทธิ์ 3. hydrolysis 4. liquefaction 5. photolysis 4. นางศรีเวียงบนวา เมื่อรับประทานยา ชวงหลังนี้มักมี อาการปวดทองบริเวณกระเพาะ ทานจะแนะนําอยางไรที่ เหมาะสมที่สุด 1. ใหเปลี่ยนยาเม็ดแอสไพรินเปน Paracetamol Tablets แทน 2. ใหรับประทานยาเม็ดแอสไพรินพรอมยา ลดกรด 3. ใหรับประทานยาเม็ดแอสไพรินพรอม อาหาร 4. เปลี่ยนเปน delayed-released tablets 5. ใหหยุดยาไปกอน แลวไปพบแพทย 5. ยาแอสไพรินที่อยูในรูป Buffered Aspirin นาจะมี ขอดีคือ 1. ลดการระคายเคือง 2. เพิ่มความคงตัว 3. เพิ่มการดูดซึม 4. ถูกเฉพาะขอ 1 และ 2 5. ถูกทั้งขอ 1, 2 และ 3 6. ที่ขวดบรรจุยาเม็ดแอสไพริน มีขอความวา Exp.Date : Oct 2003 หมายความวา ไมควรใชหลัง วันที่ 1. 30 กันยายน 2546 2. 1 ตุลาคม 2546 3. 15 ตุลาคม 2546 4. 31 ตุลาคม 2546 5. 1 พฤศจิกายน 2546Pharmacy Student Rx’24 Khon Kaen University
[HA]7. การเสื่อมสลายของยาเม็ดแอสไพรินมีลักษณะ ดังนี้
ลักษณะการเสื่อมสลาย ขอใดถูกตอง 1. apparent zero-order kinetics 2. zero-order kinetics
3. apparent first- order kinetics 4. first-order kinetics 5. second-order kinetics 8. ในการพิจารณาขอมูลความคงตัวของยา มีขอมูลดังนี้ จากกราฟนี้ ขอใดไมถุกตอง 1. การเสื่อมสลายของแอสไพรินมีคาขึ้นกับ อุณหภูมิ 2. กราฟใชทํานายอายุของยาได 3. Product A มีความคงตัวกวา Product B 4. กราฟนี้เรียกวา Arrhenius Plot 5. กราฟนี้ของสารสวนใหญมักมี slope เปน ลบเสมอ 9. อายุของยา (shelf-life) มักคํานวณระยะเวลาที่ยา สลายไปไมเกิน 1. 5 % 2. 10% 3. 15% 4. 20% 5. 50%
10. แอสไพรินเปน weak acid drug ซึ่งมีคา pKa
เทากับ 3 หากในกระเพาะอาหารมีคา pH เทากับ 1 จาก pH = pKa + log [A-] 1. ยาสวนใหญอยูในรูปไมแตกตัว และดูดซึม ไดดีในกระเพาะอาหาร 2. ยาสวนใหญอยูในรูปแตกตัว และดูดซึมได ดีในกระเพาะอาหาร 3. ยาสวนใหญอยูในรูปไมแตกตัว และดูดซึม ไดดีในลําไส (pH 6.8) 4. ยาสวนใหญอยูในรูปแตกตัว และดูดซึมได ดีในลําไส 5. ยาดูดซึมไดดีทั้งในกระเพาะอาหารและ ลําไส 11. หาก ภก.ประชาตองการเตรียม Aspirin Suspension สําหรับใชกับเด็ก มีความแรง 325 mg/tsp หากตองการ ตองการเตรียม 4 fl.oz. จะตองใช aspirin เทาใด 1. 2.6 g 2. 3.9 g 3. 7.8 g 4. 9.75 g 5. 39 g 12. ในการเตรียม Aspirin Suspension หากตองเติม สารบัฟเฟอร ปรับ pH ใหมี pH เทากับ 6.8 ภก.ประชา จะใชบัฟเฟอรใด
1. NaH2PO4 (pKa 7.21)/ Na2HPO4
2. Na2HPO4 (pKa 12)/ Na3PO4
3. Acetic acid (pKa 4.76)/ Sodium acetate 4. Boric acid (pKa 8.24)/Sodium borate
5. HCl/NaOH 0 concentration log k 1/T (deg K) k = degradation rate constant
T = absolute temperature A, B = Brands of products
Product A
Product B
Pharmacy Student Rx’24 Khon Kaen University
13. ในการเตรียม Aspirin Suspension หากตองการให ยาตกตะกอนไมเร็วเกินไป สารปรุงแตงที่ตองเติมคือ 1. glycerin 2. Tween 80 3. methylcellulose 4. aluminium chloride 5. sodium citrate 14. ตํารับ Aspirin Suspension ที่เตรียมแลวพบวาเมื่อ ตั้งทิ้งไวเปนกอนแข็ง เรียกปรากฏการณนี้วา 1. flocculation 2. lamination 3. creaming 4. coalescence 5. caking 15. นางศรีเวียงไดรับยา Enteric-coated Aspirin Tablets จํานวน 100 เม็ด ภก.ประชาไดใหคําแนะนําวิธี รับประทานยา มียกเวนขอใดที่ไมถูกตอง 1. หามเคี้ยว 2. หามหักแบงครึ่ง 3. ดื่มน้ําตามอยางนอย 1 แกว 4. รับประทานหลังอาหารทันที5.
คําแนะนําถูกตองหมดกรณีศึกษาเรื่องเบาหวาน
นางฉัตรา อายุ 35 ป เขามาพบเภสัชกรเพื่อขอซื้อยา ตามใบสั่งแพทยดังนี้Chlorpropamide 500 mg 1 tab bid # 60 เมื่อซักประวัติทราบวา นางฉัตราไดรับการ ตรวจวิเคราะหจากแพทยโดยละเอียดและพบวาเปน โรคเบาหวานและเปนการไดรับยาครั้งแรก 1. ในฐานะเภสัชกร ขอมูลใดที่จําเปนที่ตองไดรับจาก นางฉัตรากอนทําการจายยานี้ ก. ประวัติการแพยา ข. โรคประจําตัวอื่น ๆ ค. การอยูในภาวะตั้งครรภหรือใหนมบุตร ง. ระดับน้ําตาลในเลือดของนางฉัตรา จ. ประวัติการเปนโรคเบาหวานของบุคคลใน ครอบครัว 1. ขอ ก และ ข 2. ขอ ก, ข และ ค 3. ขอ ก, ข, ค และ ง 4. จําเปนตองไดรับขอมูลทุกขอกอนการ จายยา 5. เฉพาะขอ ก 2. จากขอมูลที่มีขางตน เภสัชกรควรจายยานี้ในขนาด ดังกลาวใหผูปวยหรือไม 1. ควรจายโดยไมมีขอสงสัย 2. ควรจายหลังจากวัดระดับน้ําตาลใน เลือดใหแกผูปวยที่รานขายยาใน ขณะนั้น 3. ไมควรจายและแนะนําใหผูปวย กลับไปพบแพทยใหม 4. จายยาใหแกผูปวยหลังจากปรับขนาด ยาเปน 500 mg qd 5. จายยาหลังจากติดตอแพทยเพื่อขอ ขอมูลเพิ่มเติมและปรับขนาดยา 3. ขนาดยา Chlorpropamide ที่เหมาะสมในการใช รักษาผูปวยโรคเบาหวานระยะเริ่มแรกไดแก 1. 500 mg bid 2. 500 mg qd 3. 250 mg bid 4. 100 mg tid 5. 100 mg qd 4. นางฉัตราจัดเปนผูปวยโรคเบาหวานเมื่อ 1. ระดับน้ําตาลในเลือดหลังจากอด อาหารมีคามากกวา 100 mg/dl 2. มีอาการหิวบอย และปสสาวะบอย 3. มีระดับน้ําตาลในเลือดมากกวา 200 mg/DL ในชวงเวลาใดก็ตามโดยไม คํานึงถึงระยะเวลาในการรับประทาน อาหารมื้อสุดทาย 4. ระดับน้ําตาลในเลือดหลังจากการผาน Oral glucose tolerance test หรือ OGT เปนเวลา 2 ชั่วโมงมีคามากกวา 150 mg/DL
Pharmacy Student Rx’24 Khon Kaen University
5. ถูกทุกขอ 5. กลไกการออกฤทธิ์ของยา Chlorpropamide ใน ผูปวยโรคเบาหวานไดแก 1. เพิ่ม Insulin resistance ในผูปวย 2. ลด Insulin resistance ในผูปวย 3. กระตุนการหลั่งของ Insulin ในผูปวย 4. ขอ 1 และ 3 ถูก 5. ขอ 2 และ 3 ถูก ตอมาประมาณ 2 สัปดาหหลังจากที่เภสัชกรไดจาย ยาใหแกนางฉัตราแลว นางฉัตราไดกลับมาพบเภสัชกร อีกเนื่องจากพบวามีอาการคลื่นไสอาเจียนมากทุกวัน หลังจากรับประทานยาจนทนไมไหว แตเมื่อวัดระดับ น้ําตาลในเลือดทันทีหลังตื่นนอนแลวพบวาอยูในระดับ 100 mg/dl จากการซักถามเพิ่มเติมทราบมาวานางฉัตรา ไปเลี้ยงฉลองกับเพื่อนเมื่อคืนและดื่มไวนไป 2 แกว 6. เภสัชกรควรใหคําแนะนําแกนางฉัตราเพื่อรักษา อาการคลื่นไสอาเจียนอยางไร 1. ใหผูปวยหยุดยาทันทีเนื่องจากมีอาการ แพยา 2. ใหเปลี่ยนขนาดยาเปน 50 mg qd 3. ใหผูปวยรับประทานยาหลังอาหาร 4. ใหผูปวยรับประทานยาลดอาการ คลื่นไสอาเจียนรวมดวย 5. ขอ 2 และ 3 ถูกตอง 7. อาการใดที่อาจเกิดขึ้นจากการที่ผูปวยไดรับยาใน ขนาดสูงเกินไป 1. อาการคลื่นไส อาเจียน 2. ระดับน้ําตาลในเลือดต่ํา 3. มือเทาสั่น หัวใจเตนเร็ว 4. ขอ 2 และ 3 ถูก 5. ขอ 1, 2 และ 3 ถูก 8. เภสัชกรควรใหคําแนะนําแกผูปวยเรื่องการดื่ม เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลรวมกับการรับประทานยานี้ อยางไร 1. แนะนําใหผูปวยดื่มไดตามปกติ 2. แนะนําใหผูปวยดื่มไดบางแตจํานวน นอยลง 3. แนะนําใหผูปวยหยุดดื่มจนกวาอาการ คลื่นไสอาเจียนจะหายไป 4. หากผูปวยตองการดื่มแอลกอฮอลให ดื่มอยางนอย 2 ชั่วโมงกอนหรือหลัง รับประทานยา 5. ใหผูปวยหยุดดื่มอยางเด็ดขาด หลังจากนั้นประมาณ 1 เดือน นางฉัตราไดกลับมาพบ เภสัชกรและนําใบสั่งยาใบใหมมาไดแก Tolbutamide 250 mg qd pc #30 เมื่อสอบถามขอมูลเพิ่มเติมพบวาแพทยตองการใหผูปวย เปลี่ยนยาเปนตัวใหมนี้และใหหยุดยาเดิมเนื่องจากผูปวย มีอาการบวมน้ําและ hyponatremia หลังจากรับประทาน ยา chlorpropamide 9. อาการบวมน้ําและ hyponatremia จากยา chlorpropamide เกิดจาก 1. Allergic Reaction 2. Toxic Reaction 3. Overdose 4. ผูปวยไมสามารถควบคุมการ รับประทานอาหารใหเหมาะสมได 5. เปนลักษณะเฉพาะจากการใชยานี้ 10. หลังจากการรับประทานยาตัวใหมนี้ไปเพียง 1 วัน นางฉัตราไดพบวาตนเองมีภาวะ hypoglycemia ตลอดเวลา เภสัชกรอาจคาดการณไดวาภาวะ hypoglycemia นี้มีสาเหตุหลักจาก 1. ขนาดยา Tolbutamide ที่ไดรับมีขนาด สูงเกินไป 2. มีการเสริมฤทธิ์กันระหวางยา chlorpropamide และ Tolbutamide เนื่องจากระยะเวลาในการออกฤทธิ์ของ ยา Tolbutamide เนิ่นนาน 3. เปนภาวะปกติของผูปวยโรคเบาหวาน เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงยา 4. ผูปวยอาจรับประทานอาหารไมตรง เวลา และมีอาการคลื่นไสอาเจียนที่เกิด จากผลขางเคียงจากยาPharmacy Student Rx’24 Khon Kaen University
5. ผูปวยวัดระดับน้ําตาลในเลือดตนเอง ผิดพลาด ภาวะ hypoglycemia ไมนา เกิดในขนาดยานี้ 11. เมื่อเปรียบเทียบ Duration of action ของยาในกลุม sulfonylureas พบวาสามารถเรียงลําดับไดดังนี้ 1. Chlorpropamide > Glyburide > Glipizide > Tolbutamide2. Tobutamide > Glipizide > Glyburide > Chlorpropramide
3. Glyburide > Tolbutamide > Glipizide > Chlorpropramide 4. Glipizide > Glyburide > Chlorpropramide > Tolbutamide 5. Tolbutamide > Chlorpropamide > Glyburide > Glipizide 12. นางฉัตราพบวาหลังจากรับประทานยาดังกลาวไป ชวงหนึ่งพบวามีอาการจุกเสียดแนนทอง นางฉัตรา ขอคําแนะนําจากเภสัชกรเกี่ยวกับสมุนไพรเพื่อ รักษาอาการดังกลาว ในฐานะเภสัชกรทานจะแนะนําใหนางฉัตรา ใชสมุนไพรตัวใดเพื่อรักษาอาการจุกเสียดแนน ทอง 1. ฟาทะลายโจร 2. ขมิ้นชัน 3. พญายอ 4. ชุมเห็ดเทศ 5. หญาหนวดแมว นางฉัตรากลาววาเมื่อเดือนที่แลวไปซื้อยา Tolbutamide จากรายยาอื่น ซึ่งเม็ดยาที่ไดมีลักษณะ แตกตางจากที่ไดรับครั้งนี้ และระดับน้ําตาลในเลือดจาก การรับประทานยาจากรานดังกลาวไมสามารถควบคุม ระดับน้ําตาลในเลือดไดดีนักแมวายาดังกลาวจะยังไม หมดอายุก็ตาม 13. ในฐานะที่ทานเปนเภสัชกรทานจะสามารถอธิบาย การออกฤทธิ์ของยาที่เปนชื่อสามัญเดียวกันแตผลิต จากบริษัทที่แตกตางกันไดดวยเหตุผลใด 1. ปริมาณยาที่มีอยูในเม็ดยาไมเทาเทียม กัน 2. กระบวนการในการผลิตยาเม็ดทั้ง 2 ชนิดแตกตางกัน 3. ยาที่ไดจากรานดังกลาวเปนยาปลอม 4. ขอ 1 และ 2 ถูก 5. ถูกทุกขอ 14. เนื่องจากยาที่ไดรับจากรานอื่นไมมีคุณภาพในการ รักษาเทาที่ควร นางฉัตรามีความเขาใจวายา ดังกลาวเปนยาปลอม ตามพระราชบัญญัติยากลาว ไววายาปลอมหมายถึงยาที่ผลิตขึ้นไมถูกตองตาม มาตรฐานถึงขนาดที่ปริมาณหรือความแรงของสาร ออกฤทธิ์ขาดหรือเกินกวารอยละเทาใดจากเกณฑ ต่ําสุดหรือสูงสุดซึ่งกําหนดไวในตํารับยาที่ขึ้น ทะเบียนไว 1. 5% 2. 10% 3. 15% 4. 20% 5. 25% 15. ในปตอมา นางฉัตราไมสามารถควบคุมอาการของ โรคเบาหวานไดดวยยาลดระดับน้ําตาลในเลือดแต เพียงอยางเดียว แพทยไดใหนางฉัตราไดรับ Insulin เพิ่ม โดยใหนางฉัตราไดรับชนิด NPH Insulin ซึ่ง เภสัชกรไดอธิบายใหนางฉัตราทราบวา Insulin ชนิดนี้มีการออกฤทธิ์แบบเนิ่นนาน ทานสามารถ อธิบายการออกฤทธิ์แบบเนิ่นนานของยานี้ได อยางไร 1. ยานี้เปนเกลือที่ไมละลายน้ํา 2. ยาดังกลาวอยูในกระสายยาที่เปนน้ํามัน 3. ตําแหนงที่ฉีดของยาทั้ง 2 ชนิดนี้แตกตาง กัน 4. ผูปวยมีการนวดคลึงบริเวณที่ฉีดแตกตาง กัน 5. ตัวยาอยูในรูปของสารประกอบเชิงซอน
Pharmacy Student Rx’24 Khon Kaen University
กรณีศึกษาเรื่องโรคติดเชื้อ
คุณแมมาขอซื้อยาแกทองเสี ยใหกับลูกอายุ 3 ป ที่รานยาเภสัชกรชุมชน เด็กมีอาการถายวันละ 3-4 ครั้ง ถายเหลวกวาปกติ แตไมเปนน้ํา เมื่อซักประวัติพบวา เด็กมีภาวะพรอง G6PD ไมเคยแพยา ขณะนี้เปนไข หวัดอยูเพิ่งไปพบแพทยและไดรับประทานยาที่แพทยให มาได 1 วัน เมื่อเภสัชกรขอดูยา คุณแมเด็กเลยนํายาใหดู มีดังนี้Erythromycin estolate suspension (125 mg/ 5 ml) 1 tsp x4 pc Dimetapp® elixir 1 tsp x3 pc Flemex® syrup 1 tsp x3 pc Paracetamol (120 mg/5ml) 1½ tsp q 4 hrs เวลามีไข 1. จากการซักประวัติและขอมูลการใชยา ทานคิดวา อาการทองเสียอาจเกิดจาก 1. ติดเชื้อแบคทีเรียในลําไส 2. ผลขางเคียงของยา Erythromycin estolate 3. ผลขางเคียงของยา Dimetapp elixir 4. ผลขางเคียงของยา Flemex syrup 5. ผลขางเคียงของยา Paracetamol 2. จากการพิจารณายาที่ใช ทานจะ 1. แนะนําใหผูปวยหยุดยาที่คิดวาเปนสาเหตุทําใหทอง เสียและกลับไปพบแพทย 2. แนะนําและจายผงเกลือแร 3. แนะนําและจายยาแกทองเสียที่ทําใหอุจจาระจับตัวเป นกอนเชน Kaolin pectin 4. แนะนําและจายยา Co-trimoxazole 5. แนะนําและจายยา Ciprofloxacin 3. ยาในขอใดตอไปนี้ที่ผูปวยพรองเอนไซม G6PD สามารถรับประทานได 1. Chloramphenicol 2. Sulfonamide 3. Quinine 4. Erythromycin 5. Aspirin 4. ถาเด็กที่มีภาวะพรองเอนไซม G6PD มาดวยอาการ ทองเสีย ไมมี ไข ถายเหลว วันละ 4-5 ครั้ง ยาตัวใดที่ ทานจะแนะนํา ใหรับประทานรวมกับการใชผงเกลือแร 1. Co-trimoxazole 2. Furazolidone+Kaolin+pectin 3. Lactobacillus 4. Norfloxacin 5. Amoxycillin 5. กลไกการออกฤทธิ์ตานจุลชีพของยาในขอใดตอไปนี้ที่ แตกตางจาก Erythromycin 1. Tetracycline 2. Gentamicin 3. Chloramphenicol 4. Roxithromycin 5. Ciprofloxacin 6. มียาหลายชนิดที่มีปฏิกิริยากับ Erythromycin จนอาจ เปนอันตรายได ยกเวน 1. Loratadine 2. Warfarin 3. Ketoconazole 4. Theophylline 5. Cimetidine 7. คาการละลายในน้ําของตัวยา erythromycin ในรูป ตางๆ เปนดังนี้ Erythromycin 2.1 mg/ml Erythromycin estolate 0.16 mg/ml
Erythromycin ethylsuccinate very slightly soluble in water Erythromycin stearate 0.33 mg/ml Erythromycin lactobionate 200 mg/ml จากขอมูลขางตน erythromycin ในรูปใดที่ใชในการ เตรียมยาฉีด 1. erythromycin 2. erythromycin estolate 3. erythromycin ethylsuccinate 4. erythromycin stearate 5. erythromycin lactobionate
Pharmacy Student Rx’24 Khon Kaen University
8. จากสูตรตํารับขางตน ขอใดถูกตอง 1. Rx A คงตัวเทาๆกับ Rx B 2. Rx A คงตัวกวา Rx B 3. ตํารับนี้เปนยาเตรียมรูปแบบยาน้ํา 4. tween80 ชวยเพิ่มการละลายตัวยาสําคัญ5. benzoic acid ออกฤทธิ์เปน preservative ไดดีถาปรับ pH ของตํารับใหเปนดาง
9. จากขอขางตนขอใดไมถูกตองเกี่ยวกับสวนประกอบ ของตํารับขางตน
1. methylcellulose ตองเตรียมเปน mucilage กอน 2. sodium lauryl sulfate ใชเปน wetting agent ของตัว ยาสําคัญ
3. aluminium chloride ใชเปน suspending agent 4. benzoic acid เตรียมเปนสารละลายโดยใชน้ํารอน เปนตัวทําละลาย
5. MP&PP เตรียมเปนสารละลายใน propylene glycol กอนใช 10. การโฆษณายา Erythromycin วา ฆาเชื้อแบคทีเรีย กระทําไดหรือไม เพราะอะไร 1. กระทําได เพราะไมมีขอหามใดในกฎหมายยา 2. กระทําได โดยกฎหมายยากําหนดใหตองขออนุญาต กอน 3. กระทําไมได เพราะการโฆษณาฆาเชื้อแบคทีเรีย เป นการโออวดสรรพคุณ 4. กระทําไมได เพราะกฎหมายยาหามโฆษณาโรคที่ รัฐมนตรีประกาศหามโฆษณา 5. กระทําไมได เพราะกฎหมายยาหามโฆษณาสรรพคุณ ยาอันตรายและยาควบคุมพิเศษ
Pharmacy Student Rx’24 Khon Kaen University
สถานการณที่ 1 นายมานะไปบริจาคเลือดที่ โรงพยาบาลแหงหนึ่ง ทางโรงพยาบาลขอใหตรวจ รางกายเพิ่มเติม แตนายมานะไมไปตรวจ การตรวจ รางกายของแพทย: ผูปวยมีรูปรางผอม ปอดมีเสียง ผิดปกติ 1. จากขอมูลที่กลาวมาทั้งหมด ทานคาดวานาย มานะเริ่มตนปวยเปนโรคอะไร a. วัณโรค ( tuberculosis) b. ปอดบวม (pneumonia) c. หนองใน (gonorrhoea) d. เชื้อราแคนดิดา (candidosis) e. เอดส ( HIV) 2. อานไมออก 3. ยา GPOvir ขององคการเภสัชกรรม ประกอบดวย a. Zidovudine + Didanosine + Ritronavir b. Stavudine + Lamivudine + Saquinavir c. Stavudine + Lamivudine + Nevirapine 4. อานไมออก 5. นายมานะไดรับยาจากแพทยและรับประทานยา ติดตอเปนเวลานาน พบวาทําใหมีน้ําตาลใน เลือดสูง ไขมันในเลือดสูง และ lipodystrophy ที่อวัยวะ อยากทราบวาเนื่องจากยาชนิดใด a. Abacavir b. Ritonavir c. Nevirapine d. Lamivudine e. Diravirdine 6. ฝาขาวที่เกิดขึ้นที่กระพุงแกม สามารถรักษา โดยใชยาชนิดใด a. Cotrimazole b. Nystatin c. Claritromycin 7. อานไมออก คนไขไดรับยาจากแพทยรวม 4 ชนิด ไดแก 1. zidovudine 100 mg 2. ritonavir 3. azithromycin tab 150 mg 4. rifampicin มีสูตรโครงสรางทางเคมีดังนี้ 1.zidovudine 2. ritonavir 3.azithromycin 4. rifampicinMCQ 1/2549
Pharmacy Student Rx’24 Khon Kaen University
8. จงบอกกลไกออกฤทธิ์ของ zidovudine a. Inhibit protein synthesis
b. Inhibit HIV protease
c. Inhibit HIV reverse transcriptase d. Inhibit thymidine kinase
e. Inhibit cell wall synthesis
9. พิจารณาโครงสรางของ Ritronavir ทานคิดวา ขอใดไมถูกตอง a. เมื่อใหยารวมกับอาหารจะออกฤทธิ์ชาลง b. ยามีการละลายน้ําต่ํา จึงดูดซึมไดไมดีเมื่อ เทียบกับ.... c. เนื่องจากเปน peptide-like จึงสลายตัวได งายใน...
d. ไมมี basic functionality จึงไม ionize ในทางเดินอาหาร e. ยามี polar functionality จึงละลายน้ําไดดี 10. เมื่อคนไขหักเม็ดยา Rifampin ซึ่งเปน white sugar-coated tablet พบวาในยาเม็ดเปนสีสม แดงทั้งเม็ด ทานจะอธิบายใหคนไขเขาใจ อยางไร a. ยาเสียเนื่องจาก air oxidation b. ยาเสียเนื่องจาก hydrolysis ของสวน hydrozone c. ยาไมเสีย เปนธรรมชาติของยาเม็ด ชนิดนี้ d. ยาเสียเนื่องจากความชื้นในอากาศ e. ยาไมเสีย สีที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากการ แตงสี สถานการณที่ 2 ผูปวยหญิงคู อายุ 24 ปมาปรึกษา ทานซึ่งเปนเภสัชกรประจํารานยา ผูปวยมีอาการตก ขาวมีสีขาวขุนคลายนม ไมมีกลิ่น มีอาการคัน บริเวณชองคลอดและอวัยวะ มีอาการมา 2 วันแลว ซักประวัติเพิ่มเติมแลวพบวาผูปวยไมมีประวัติแพยา 11. ผูปวยรายนี้ควรจะเปนโรคใด a. Bacterial vaginosis b. Candidiasis c. Gonorrhea d. Herpes genitalis e. Trichomoniasis 12. ทานควรใหการรักษาผูปวยรายนี้อยางไร a. ให Tinidazole ชนิดเหน็บชองคลอด แบบ single dose b. ให Metronidazole ชนิดเหน็บชอง คลอดแบบ single dose c. ให Clotrimazole ชนิดเหน็บชอง คลอดกอนนอน 7 วัน d. ให Ciprofloxacin ชนิดเหน็บชอง คลอดกอนนอน e. ให Cotrimoxazole ชนิดเหน็บชอง คลอดกอนนอน 13. ขอใดไมนาจะเปนสาเหตุของการติดเชื้อของขอ กอนหนานี้ a. รับประทานยา Tetracyclin 250 mg เปนเวลานาน b. รับประทานยาคุมกําเนิดเปนเวลา ติดตอกัน 3 เดือน c. ผูปวยอยูในระยะตั้งครรภ d. ผูปวยติดเชื้อจากเพศสัมพันธ e. ใชผลิตภัณฑสวนลางชองคลอดบอยๆ 14. ขอใดถูกตองเกี่ยวกับยาเม็ดเหน็บชองคลอด a. ตองจุมน้ํากอนใช b. ตองละลายน้ําแลวสวนลางชองคลอด c. เก็บในตูเย็นอุณหภูมิ 8-15 οc เทานั้น d. อาจใชเหน็บหรือใชอมก็ได e. เม็ดยาควรมีน้ําหนักไมเกินเม็ดละ 2g 15. หากตองการเตรียมยาเหน็บชองคลอด เภสัชกร ควรเลือกใช
a. Natural fat base b. Synthetic fat base c. Water soluble base d. Emulsion base e. Absorption base 16. หากผูปวยไมสะดวกที่จะใชยาเหน็บชองคลอด ทานจะจายยาอะไร a. Clotrimazole b. Cotrimoxazole c. Itraconazole d. Metronidazole
Pharmacy Student Rx’24 Khon Kaen University
17. อานไมออก 18. หากผูปวยรายนี้ยูในระหวางตั้งครรภ รูปแบบ ยาใดจึงเหมาะสม a. ยาครีม b. ยาเหน็บ c. ยารับประทาน d. ยาน้ําสวนชองคลอด e. ยาฉีด 19. ในชวงเวลาเดียวกันมีผูปวยหลายรอยรายที่มี อาการเหมือนผูปวยรายนี้มาปรึกษาทานที่ราน ยา จนทําใหทานสงสัยวาเชื้อ D อาจเปนสาเหตุ ของการเกิดโรค แตทานตองการวางแผน งานวิจัยทางเภสัชระบาดวิทยาเพื่อวิจัยวาเชื้อ D เปนสาเหตุ ทานคิดวาวิธีการศึกษาแบบใดที่ เหมาะสมที่สุด a. Case controlb. Randomized control study c. Case
d. Analysis of secular trend 20. หลังจากทานทํางานวิจัยโดยวิธีขางตน ทาน พบวาเชื้อ D เปนสาเหตุของการเกิดโรคจริง ทานจึงสงขอมูลดังกลาวไปบริษัทยาแหงหนึ่ง เพื่อใหผลิตยาชนิดใหมในการรักษาโรคนี้ บริษัทไดผลิตยาชนิดใหมชื่อวา Vanotab® บริษัทตองตัดสินใจตั้งราคายาโดยมีขอมูลดังนี้ วิธีใช ราคาตอ เม็ด ประสิทธิภาพ การรักษา ยา a 2x2pc 1 วัน 20 บาท 70% ยา Vanotab® 1 OD 1 วัน ? 90% จากขอมูลขางตน ทานคิดวาบริษัทยาจะตั้งราคา เทาไรจึงไมขาดทุน a. 90 บาทตอเม็ด b. 98 บาทตอเม็ด c. 100 บาทตอเม็ด d. 103 บาทตอเม็ด e. 110 บาทตอเม็ด สถานการณที่ 3 ผูปวยหญิงไทยคู อายุ 32 ป ไดรับ การวินิจฉัยวาปวยเปนโรคลมชักแบบ Partial seizure secondarily to generalized tonic-clonic seizure ไดรับการรักษาดวย Phenytoin sodium (100mg) 3 capsule hs มาพบแพทยตามนัด หลังจากรับประทานยาไปได 1 เดือนพบวาผูปวยไม มีอาการชัก แตเมื่อแพทยตรวจวัดความเขมขนของ ยา Phenytoin ในกระแสเลือดพบวามีระดับความ เขมขน 28 mg/L (เปาหมายของระดับความเขมขน ของยา Phenytoin ในการรักษาโรคลมชัก คือ 10-20 mg/L) 21. ขอใดกลาวไมถูกตองเกี่ยวกับการรักษาโรค ลมชัก a. แนะนําใหผูปวยหลีกเลี่ยงปจจัย กระตุนใหเกิดการชัก b. สามารถรักษาโรคลมชักบางชนิดได ดวยการผาตัด c. ควรใชยากันชักเฉพาะชวงที่ผูปวยมี อาการชักเทานั้น d. หากใชยากันชักชนิดเดียวกันจาก ผูผลิตยาที่ตางกัน... e. หากยากันชักชนิดแรกไมสามารถ ควบคุมอาการชักได ใหใชยาตัวอื่น หรือใชยา 2 ชนิดรวมกัน 22. ยากันชักขอใดที่มีกลไกการออกฤทธิ์เหมือนกับ Phenytoin Sodium a. Ethosuximide b. Diazepam c. Vigabutrin d. Carbamazepine e. Gabapentin 23. อาการไมพึงประสงคในขอใดที่สัมพันธกับระดับ Phenytoin ในกระแสเลือดของผูปวย a. Glugival hyperplasia b. Hepatitis c. Rash d. Ataxia e. Hyponatremia
Pharmacy Student Rx’24 Khon Kaen University
24. ยากันชักตัวใดมีผลเพิ่มระดับความเขมขนของ ยาซึ่งผานกระบวนการเมตาบอลิซึมจาก เอนไซมตัวเดียวกัน a. Phenytoin b. Valproate c. Phenobarbital d. Carbamazepine 25. ยาในขอใดหากรับประทานพรอมกับ phenytoin จะทําให phenytoin เพิ่มขึ้น a. Erythromycin b. Cimetidine c. Conjugated estrogen 26. เนื่องจาก phenytoin เปนยาที่ไมละลายน้ําจึง ไมควรใชสารใดตอไปนี้ a. Lactose b. Dextrose c. Calcium sulfate d. Pregelatinized starch e. Microcrystalline cellulose 27. สารชนิดใดที่สามารถชวยใหบรรจุยา phenytoin ลงแคปซูล a. Crospovidone b. Croscarmellose c. Sodium lauryl sulphate d. Sodium starch glycolate e. Colloidal silicone dioxide28. อานไมออก
29. โครงสรางของ phenytoin ขอใดไมถูกตองใน การวิเคราะห
a. ใช infrared spectroscopy (IR) ตรวจสอบหมู Benzene b. ใช infrared spectroscopy (IR)
ตรวจสอบหมู secondary amide
c. ใช infrared spectroscopy (IR) ตรวจสอบหมู carbonyl
d. ใช ultraviolet spectrometry (UV) ตรวจสอบหมู Benzene
e. ใช ultraviolet spectrometry (UV) ตรวจสอบหมู secondary amide 30. ขอใดไมใชชอบังคับของสภาเภสัชกรรมวาดวย ขอจํากัด...2540 เมื่อเภสัชกรจายยา Phenytoin ใหแกผูปวย a. คําแนะนําในการรับประทานอาหาร b. ขอบงใช c. วิธิการใช d. ผลขางเคียงที่อาจเกิดขึ้น e. ขอควรระวังในการใช สถานการณที่ 4 ผูปวยชาย นายสมคิดอายุ 50 ป
ไดรับการวินิจฉัยดวย Non-Small Cell Lung Cancer (NSCLC) Satge IV ซึ่งไมสามารถรักษาได ดวยการผาตัดไดและจะไดรับยาเคมีบําบัดดังนี้ คือ Cisplatin 100 mg/m2 IV drop over 1 hour on day 1
Etoposide 100 mg/m2 IV drip over 1 hour on day 1,2 ผูปวยหนัก 60 kg. สวนสูง 180 cm Surface area= 1.73 m2 การตรวจทางหองปฎิบัติการอื่นๆ เปน ปกติ 31. ขนาดยา Cisplatin ที่ผูปวยจะไดรับเปน มิลลิกรัมเทากับเทาใด a. 150 b. 175 c. 200 d. 225 e. 250 32. ยาใดตอไปนี้เหมาะสมที่สุดในการใชปองกัน Acute Emetic a. Ondansetron b. Dexamethasone c. Metoclopramide d. Ondansetron + Dexamethasone e. Metoclopramide + Dexamethasone
Pharmacy Student Rx’24 Khon Kaen University
33. กลไกการออกฤทธิ์ของยา Cisplatin คือ a. Akylating agent b. Topoisomerase II inhibitor c. Antimetabolite d. Intercalating agent e. Inhibitor of mitosis 34. ยา Cisplatin เปนยาที่มีผลพิษตอไตสูง (Nephrotoxicity) การปองกันสามารถทําได หลายประการตอไปนี้ ยกเวน a. การใหสารน้ําปริมาตรมากกอนและ หลังใหยา b. การใหสารละลายปริมาตรมากพรอม Magnesium c. การให Osmotic diuretic เชน Mannitol d. การเตรียม Cisplatin ดวยสารละลาย Sodium chloride 35. ตองการเตรียมยา etoposide เมื่อทานเปด ขอมูล stability : At temperature in D5W or NS in polyvinyl ≤ 0.2 mg/ml : 96 hours 0.4 - 0.21 mg/ml : 48 hours 0.6 - 0.41 mg/ml : 8 hours 1.0 - 0.61 mg/ml : 2 hours manufacturer does not recommended administration at conc. more than 0.4 mg/ml due to highly unpredictable time to precipitation หากทานเตรียมยา etoposide สําหรับนายสมคิด ในขนาดขางตน (100 mg/m2) ใน D5W ปริมาณ 500 ml โดยใชขอมูลเบื้องตน ยาจะมีความคงตัวได นานเทาไร เมื่อเก็บยาที่ผสมแลวไวที่อุณหภูมิหอง a. 96 ชม. b. 48 ชม. c. 8 ชม. d. 2 ชม. e. ไมสามารถบอกไดเนื่องจากขอมูลไม เพียงพอ 36. องคความรูในเรื่องปจจัยที่มีผลตอการใชยา สม่ําเสมอมีความสําคัญอยางมากในการที่เภสัช กรจะชวยใหผูปวยใชยาไดอยางสม่ําเสมอ ขอ ใดเปนความจริง a. ผูหญิงมีพฤติกรรมการใหความ รวมมือในการใชยาดีกวาผูชาย b. การเลือกใชยาบําบัดโดยการ รับประทานยาเพียงครั้งเดียวตอวันมี ผลทําใหผูปวยมีพฤติกรรมใหความ รวมมือตอการใชยา... c. ผูปวยสูงอายุมีพฤติกรรมใหความ รวมมือในการใชยาไมดีเทากับผูปวย วัยกลางคน d. คนมีการศึกษาสูงใหความรวมมือใน การใชยาดีกวาคนที่มีการศึกษาต่ํา e. การใหยาน้ํา (ถาทําได) จะทําให ผูปวยมีความรวมมือในการใชยา มากกวาการใชยาเม็ด 37. การดัดแปลงโครงสรางของ Cisplatin เพื่อใหมี พิษตอไตนอยลงทําใหไดยาใหมคือ a. Doxorubicin b. Cytarabine c. Melphalan d. Carboplatin e. Metrotrexate 38. กลไกการปลดปลอยตัวยาตามรูปตอไปนี้ a. Diffusion controlled b. Dissolution controlled c. Erosion controlled d. Osmotic controlled e. Ion exchange controlled39. รูปตอไปนี้แสดงลักษณะของไลโซมที่มีผนัง 2 ชั้น ของฟอสโฟไลปด ขอใดตอไปนี้ถูกตอง A + + + + + + + + + - - + - + +- - + - + + + + c B
Pharmacy Student Rx’24 Khon Kaen University
a. สวน A คือ hydrophobic medium b. สวน B คือ hydrophilic medium c. สวน C คือ hydrophobic medium d. สวน B คือ ที่เก็บของยาที่ละลายใน ไขมัน e. สวน C คือ ที่เก็บของยาที่ละลายใน ไขมัน 40. การเตรียมยาเคมีบําบัดในรูปสารละลายเพื่อให ยาทางหลอดเลือดจะตองเตรียมยาที่ใดa. Clean room class 100,000 b. Clean room class 10,000 c. Clean room class 1,000 d. Horizontal laminar airflow hood e. Biological safety cabinet
สถานการณที่ 5 ชายอายุ 53 ป เปนโรคเบาหวานมา นาน 5 ป ไมสูบบุหรี่ ดื่มไวนวันละ 3-4 แกวทุกวัน มาพบ แพทยที่คลินิกผูปวยนอก ผลการตรวจรางกาย BP 138/88 mmHg HR 85 RR 18/min และผลทาง หองปฎิบัติการอื่นๆ ดังนี้ Total cholesterol (<240) 243 mg/dL Triglyceride (<200) 200 mg/dL HDL- C (>40) 33mg/dL FBS (<126) 135 mg% HbA1c (<7) 7.0% จากการซักประวัติเพิ่มพบวาบิดาเสียชีวิตดวยโรค Myocardial infarction เมื่ออายุ 53 ป พี่ชายเสียชีวิตดวย โรคเดียวกันนี้เมื่ออายุ 44 ป ยาที่กินอยูคือ Glibencarmide 10 mg BID 41. ผูปวยมีคา LDL- Cเทาไร a. 130 mg/dl b. 140 mg/dl c. 150 mg/dl d. 160 mg/dl e. 170 mg/dl
42. ขอใดไมใช major risk factor ตอการเกิด Coronary heart disease
a. บิดาเสียชีวิตดวย Myocardial infarction เมื่อ อายุ 53 ป b. พี่ชายเสียชีวิตดวย Myocardial infarction เมื่ออายุ 44 ป c. ดื่มไวน 2 แกวทุกวัน d. มีระดับ HDL-C 33 mg/dl e. ผูปวยเปนชายอายุ 53 ป 43. เปาหมายแรกในการรักษาภาวะ Hyperlipidemia ของผูปวย a. ลดระดับ Total cholesterol b. ลดระดับ Triglyceride c. เพิ่มระดับ HDL-C d. ลดระดับ LDL-C e. ลดระดับ Non-HDL-C 44. การรักษาผูปวยรายนี้จะตองลดระดับ LDL – C ใหไดเทาไร เพื่อปองกัน atherosclerosis a. < 100 mg/dl b. < 130 mg/dl c. < 160 mg/dl d. < 190 mg/dl e. < 200 mg/dl 45. ยาที่คนไขควรไดรับเพื่อใหไดผลตามเปาหมาย ตามขอขางตน a. ยากลุม Statin
b. ยากลุม bile acid segvegtrants c. ยากลุม nicotinic acid
d. ยากลุม fibric acid
e. ยากลุมplant sterols เชน sitosterol campesterol 46. ยาในกลุม Statin สามารถลดระดับ LDL-C ดวยกลไกใด a. ลดการสราง LDL-C receptor ที่ตับ b. ลดการสราง cholesterol และเพิ่ม จํานวน LDL-C receptor c. ลด enterohepatic recycling ของ cholesterol d. ลดการสราง VLDL e. ลดการสราง HDL
Pharmacy Student Rx’24 Khon Kaen University
Simvastatin Pravastatin 47. อานโจทยไมออก a. Cholestyramine ลดการดูดซึมยา Simvastatin เพราะ Simvastatin มี lactone ring ในโครงสราง b. Cholestyramine ลดการดูดซึมยา Pravastatin เพราะ Pravastatin มี carboxylic acid ในโครงสราง c. Simvastatin ลดการดูดซึมยา Cholestyramine d. Cholestyramine ไมมีผลตอการดูด ซึมยา Simvastatin และ Provastatin e. Cholestyramine เพิ่มการดูดซึมยา Simvastatin และ Provastatin 48. โครงสรางที่แสดงขางตนสัมพันธกับการออก ฤทธิ์ของยาอยางไร a. Pravastatin เปน prodrug b. Simvastatin และ Pravastatin เปน prodrug c. Pravastatin มีโครงสรางที่ออกฤทธิ์ใน รางกาย 2 โครงสราง คือ โครงสรางที่ เกิดการเชื่อมเปนวง lactone ring และรูปที่เปน carboxylic acid d. Simvastatin มีโครงสรางที่ออกฤทธิ์ คือ โครงสรางที่ lactone ring เปด e. Simvastatin และ Pravastatin ไมเปน prodrug 49. คณะกรรมการเภสัชกรรมและการบําบัดโรค ของโรงพยาบาลมีนโยบายใหมีกิจกรรม Drug use… ของกลุม statin ขอใดไมถูกตองเกี่ยวกับ วัตถุประสงคของกิจกรรมนี้ a. เพื่อปองกันปญหาจากยา b. เพื่อลดคาใชจายจากยาที่ไมจําเปน c. เพื่อใหมีกระบวนการใชยาที่เปน มาตรฐาน d. ...แนวทางการใชยาโดยสายวิชาชีพ e. เพื่อใหผูปวยมีสวนรวมกับทีมรักษาใน การวางแผนรักษาดวยยา 50. ในการเสนอเกณฑการประเมินการใชยากลุม statin เภสัชกรควร....หลักฐานทางวิชาการที่ นาเชื่อถือ งานวิจัยประเภทใดที่มีความ นาเชื่อถือมากที่สุดa. Cohort study , Case controlled study
b. Case report, Cross-sectional study c. Case controlled study,
Cross-sectional study
d. Meta-analysis, Randomized controlled study
e. Cross-sectional study, Randomized controlled study
สถานการณที่ 6 ชายไทยโสด อายุ 25 ป ปวยดวยโรค หืดมานาน 10 ป ตลอดเวลาที่ผานมาผูปวยรักษาดวย Salbutamol MDI เฉพาะเวลาที่มีอาการ ซึ่งสามารถ ควบคุมอาการของโรคไดดี เมื่อไมนานมานี้เริ่มมีอาการ รุนแรงขึ้นและทําใหตองตื่นนอนตอนกลางคืนเกือบทุกคืน เนื่องจากไอและหอบ 51. ขอใดไมใชเปาหมายการรักษาของผูปวยโรคหืด รายนี้ a. เพื่อใหสามารถดําเนินชีวิตไดปกติ b. เพื่อใหควบคุมอาการของโรคได c. เพื่อหลีกเลี่ยงอาการไมพึงประสงคอัน เนื่องมาจากยารับประทาน d. เพื่อปองกันการเกิดอาการเรื้อรัง e. เพื่อปองกันการทําลายเนื้อเยื่อปอด 52. ขอใดที่มีโอกาสนอยที่สุดในการกระตุนการเกิด อาการหอบหืด a. เดินขึ้นบันได 2 ชั้น b. อากาศรอน c. ขนแมว d. ฝุน e. ควันบุหรี่