• No results found

ความสาค ญของการประเม น และการเตร ยมความพร อมสาหร บการร บตรวจประเม น

N/A
N/A
Protected

Academic year: 2021

Share "ความสาค ญของการประเม น และการเตร ยมความพร อมสาหร บการร บตรวจประเม น"

Copied!
30
0
0

Loading.... (view fulltext now)

Full text

(1)

ความส าคัญของการประเมิน

และการเตรียมความพร้อมส าหรับการรับตรวจประเมิน

โดย ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.จอมจิน จันทรสกุล คณะกรรมการก ากับประเมินผล และรับรองมาตรฐาน การเลี้ยงและใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ สถาบันพัฒนาการด าเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ (สพสว.) ส านักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.)
(2)

การประเมิน

การประเมิน: การพิจารณาและวัดคุณค่าของกิจการใดๆ ตาม วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ : วัดคุณค่าหรือผลความก้าวหน้าของการด าเนินการ การประเมินการก ากับดูแลการเลี้ยงและใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ของ สถาบัน : เป็นการประเมินการด าเนินงานการเลี้ยงและใช้สัตว์เพื่องาน ทางวิทยาศาสตร์ของสถาบันว่าเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ (มคกส.)
(3)

ความส าคัญของการประเมิน

เพื่อท าให้เกิดความเชื่อมั่นได้ว่าการด าเนินงานการเลี้ยงและใช้สัตว์ของสถาบัน สอดคล้องหรือเป็นไปตาม มคกส.

ท าให้เกิดความมั่นใจได้ในผลงานวิจัยที่ใช้สัตว์ฯ ที่มีการด าเนินงานการเลี้ยงและ ใช้สัตว์ฯ เป็นไปตาม มคกส.

ท าให้เกิดการยอมรับทั้งในและต่างประเทศ

ท าให้ผู้บริหารและ คกส. ตระหนักในหน้าที่ความรับผิดชอบในการก ากับดูแล และการพัฒนาการเลี้ยงและใช้สัตว์ฯ ของสถาบันให้ได้ตามมาตรฐานที่ก าหนด

เพื่อให้การด าเนินงานการเลี้ยงและใช้สัตว์ฯ เป็นไปตาม พ.ร.บ. สัตว์เพื่องาน ทางวิทยาศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๕๘
(4)

การตรวจประเมินโดยคณะกรรมการก ากับประเมินผล

และรับรองมาตรฐานการเลี้ยงและใช้สัตว์ของสถาบัน (คปร.)

วัตถุประสงค์ของการตรวจประเมิน

๑.

เพื่อให้ค าแนะน าในการด าเนินการของผู้บริหารสถาบันและ คกส. เกี่ยวกับการก ากับดูแลการเลี้ยงและใช้สัตว์ของสถาบัน

๒.

เพื่อให้การรับรองมาตรฐานคณะกรรมการก ากับดูแลการเลี้ยงและ ใช้สัตว์ของสถาบัน (มคกส.)
(5)

เกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติ

ของผู้ที่จะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจประเมิน

๑. เป็นหรือเคยเป็นคณะกรรมการก ากับ ประเมินผลและรับรองมาตรฐานการ เลี้ยงและใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ (คปร.) ๒. เป็นผู้ที่ทาง คปร. พิจารณาเห็นชอบให้เป็นผู้ตรวจประเมินของ สพสว.วช. หรือ ๓. เป็นหรือเคยเป็น คกส. และผ่านการฝึกอบรมหลักสูตร การตรวจประเมิน คณะกรรมการก ากับดูแลการเลี้ยงและใช้สัตว์ของสถาบัน พร้อมทั้งผ่าน การเป็นผู้สังเกตการณ์แล้วไม่น้อยกว่า ๓ ครั้ง
(6)

องค์ประกอบคณะผู้ตรวจประเมิน

๑. องค์ประกอบของคณะผู้ตรวจประเมิน

-

หัวหน้าคณะผู้ตรวจประเมิน ผู้ตรวจประเมิน รวมกันทั้งหมดไม่เกิน ๕ คน

-

ให้หัวหน้าคณะผู้ตรวจประเมิน เลือกผู้ตรวจประเมินผู้ใดผู้หนึ่งเป็น เลขานุการ และให้มีเจ้าหน้าที่สพสว.วช. เป็นผู้ช่วยเลขานุการ

-

ทั้งนี้ในการปฏิบัติงานของคณะผู้ตรวจประเมินอาจอนุญาตให้ ผู้สังเกตการณ์ติดตามไปด้วยก็ได้
(7)

คุณสมบัติของคณะผู้ตรวจประเมินเป็นไปตามที่ก าหนด

ดังนี้

๑) หัวหน้าคณะผู้ตรวจประเมิน

๒) เลขานุการคณะผู้ตรวจประเมิน

๓) ฝ่ายเลขานุการคณะผู้ตรวจประเมิน

๔) ผู้ตรวจประเมิน

๕) ผู้สังเกตการณ์

(8)

การตรวจประเมิน ประกอบด้วย ๖ ประเด็น ดังต่อไปนี้

๑.

ขั้นตอนการตรวจประเมิน

๒.

ขอบเขตการตรวจประเมิน

๓.

รายละเอียดการตรวจประเมิน

๔.

การสรุปผลและแจ้งผลการตรวจประเมิน

๕.

การรับรองมาตรฐาน

๖.

การแจ้งผลการตรวจประเมิน และการออกใบรับรองมาตรฐาน
(9)

๑. ขั้นตอนการตรวจประเมิน

๑) สพสว.เชิญชวนและให้หน่วยงานที่มีการเลี้ยงและใช้สัตว์ฯ แจ้งความ จ านงขอรับการตรวจประเมิน มคกส. ภายใน ๒ เดือน ๒) สพสว.รวบรวมรายชื่อหน่วยงานเลี้ยงและใช้สัตว์ที่แจ้งความจ านง ขอรับการตรวจประเมิน เสนอต่อคปร. เพื่อพิจารณา ๓) คปร. พิจารณาและก าหนดหน่วยงานที่จะตรวจประเมิน ก าหนดวัน ตรวจประเมิน ๔) สพสว. แจ้งก าหนดวันตรวจประเมินให้หน่วยงานรับทราบ
(10)

๕) คปร. แต่งตั้งคณะผู้ตรวจประเมินและผู้สังเกตการณ์จากรายชื่อที่ขึ้น ทะเบียน ๖) คณะผู้ตรวจประเมินด าเนินการตรวจประเมิน ตามขั้นตอนที่ก าหนด ๗) สพสว. แจ้งผลการประเมินอย่างเป็นทางการให้แก่หน่วยงาน ๘) วช. ออกใบรับรองให้แก่หน่วยงานที่ผ่านการประเมิน ๙) คปร. ติดตามสถานภาพจากรายงานการด าเนินงานประจ าปีของ คกส. หลังการตรวจประเมิน/หลังการรับรองฯ เป็นประจ าทุกปี

(11)

๒. ขอบเขตการตรวจประเมิน

๑) คณะกรรมการก ากับดูแลการเลี้ยงและใช้สัตว์ของสถาบัน ตาม มคกส. ๒) ภาพรวมของการจัดการการเลี้ยงและใช้สัตว์ฯ ๓) โครงสร้างองค์กร บุคลากร และการพัฒนาบุคลากร ๔) แผนพัฒนาการเลี้ยงและใช้สัตว์ของสถาบัน และงบประมาณ ๕) การจัดการเอกสารและการบันทึกข้อมูล
(12)

๓. รายละเอียดการตรวจประเมิน

๓.๑ รูปแบบการตรวจประเมิน

๑) การตรวจประเมินชนิดเต็มรูปแบบ (Full inspection)

๒) การตรวจเพื่อติดตามผล (Follow-up inspection)

(13)

๓.๒ การเตรียมการของคณะผู้ตรวจประเมิน

๑) คปร. ก าหนดคณะผู้ตรวจประเมิน ก าหนดวันเดือนปีที่ตรวจประเมิน กรอกแบบฟอร์มก าหนดการตรวจประเมิน ๒) ส่งก าหนดการตรวจประเมินให้ผู้ขอรับการตรวจประเมินทราบล่วงหน้า อย่างน้อย ๑๕ วัน ๓) ตรวจสอบเอกสารข้อมูลของหน่วยงานที่ จะรับการตรวจประเมิน ๔) ประชุมคณะผู้ตรวจประเมิน เพื่อพิจารณาข้อมูลเบื้องต้นก่อนออกตรวจ ประเมิน ๕) คณะผู้ตรวจประเมินทุกคนรวมทั้งผู้สังเกตการณ์ ต้องลงนามในหนังสือ รับรองว่าด้วยการรักษาความลับ และหนังสือแสดงความไม่มีส่วนได้ ส่วนเสีย
(14)

๓.๓ ขั้นตอนการด าเนินงานของคณะผู้ตรวจประเมินเมื่อไปตรวจประเมิน ๑) หัวหน้าคณะผู้ตรวจประเมินแจ้งวัตถุประสงค์และขอบเขตการตรวจ ประเมิน ๒) ผู้บริหารหรือประธานคณะกรรมการก ากับดูแลฯ ของหน่วยงานผู้ขอรับ ประเมิน ชี้แจงสรุปภาพรวมของคณะกรรมการฯและสถานภาพการเลี้ยง และใช้สัตว์ของหน่วยงานฯ พร้อมทั้งน าเสนอเอกสารข้อมูลประกอบการ ตรวจประเมิน ๓) คณะผู้ตรวจประเมิน ด าเนินการตรวจหลักฐาน เอกสาร ข้อมูล ตาม มาตรฐาน มคกส. ๔) คณะผู้ตรวจประเมินตรวจเยี่ยมส านักงาน คกส. (และสถานที่เลี้ยงและ ใช้สัตว์) โดยผู้รับผิดชอบหน่วยงานหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายน าชม

(15)

๕) เมื่อตรวจประเมินเสร็จแล้ว คณะผู้ตรวจประเมินจะประชุมสรุปผล การตรวจประเมิน ตามแบบฟอร์ม และสรุปข้อบกพร่อง (ถ้ามี) ก่อนน าเสนอให้ที่ประชุมร่วมกับ คกส. ได้รับทราบในเบื้องต้น ๖) หัวหน้าคณะผู้ตรวจและประเมินแจ้งสรุปผลให้ผู้รับผิดชอบ หน่วยงานฯและคณะกรรมการก ากับดูแลการเลี้ยงและใช้สัตว์ของ สถาบันรับทราบผลการประเมิน และให้ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมได้ ๗) กรณีที่พบข้อบกพร่อง คณะผู้ตรวจประเมินจะต้องติดตามตรวจ ประเมินการแก้ไขข้อบกพร่อง ตามระยะเวลาที่ คปร. ก าหนด ๘) ในกรณีที่เป็นการตรวจประเมินการแก้ความบกพร่อง (ตรวจ ประเมินเพื่อติดตามผล) ให้บันทึกผลการตรวจประเมินในเอกสาร แบบฟอร์มบันทึกข้อบกพร่องฉบับเดิม

(16)

การเตรียมความพร้อมในการรับตรวจประเมิน

ขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมความพร้อมในการรับตรวจประเมิน

ขั้นตอนที่ ๑

คกส. จัดตั้งคณะท างานเตรียมความพร้อมฯ

องค์ประกอบของคณะท างาน

ควรมี คกส.อยู่ในคณะท างานด้วย

ควรมีเวลาให้กับการเตรียมความพร้อม

(17)

วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งคณะท างานเตรียมความพร้อม

๑. เพื่อศึกษาและท าความเข้าใจในมาตรฐาน มคกส. ๒. เพื่อท าการประเมินตนเองดูว่าในสถานะที่เป็นอยู่ในปัจจุบันมีความ แตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับเกณฑ์มาตรฐานในประเด็นใดบ้าง ๓. เพื่อหาสาเหตุของความไม่สอดคล้องและก าหนดแนวทางในการแก้ไข ๔. เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้และมีส่วนร่วมในการปรับปรุงแก้ไข ข้อบกพร่องต่างๆ ๕. ผู้บริหารได้รับทราบถึงสถานภาพและร่วมมือในการปรับปรุงแก้ไขในสิ่งที่ บกพร่อง
(18)

ขั้นตอนที่ ๒

คณะท างานเตรียมความพร้อมศึกษามาตรฐาน คกส. (มคกส.) สิ่งที่จะต้องศึกษาและท าความเข้าใจเกี่ยวกับ มคกส. คือ ๒.๑ ประเด็นที่ก าหนดไว้ในแต่ละมาตรฐาน ๒.๒ หลักฐานประกอบการพิจารณาในแต่ละประเด็น ๒.๓ หลักการพิจารณาให้คะแนนในแต่ละประเด็น (ABCD) ๒.๔ ความส าคัญของประเด็นนั้นๆ (Critical, Major, Minor)
(19)

มคกส:

แบ่งเป็น ๒ ส่วน

ส่วนที่ ๑ เกี่ยวกับสถาบัน (Institution)

- มี ๘ ประเด็น (มคกส. ๑-๑ ถึง มคกส. ๑-๘)

ศึกษาว่าสถาบันต้องท าอะไรบ้างเพื่อให้การเลี้ยงและใช้สัตว์มี ความสอดคล้องกับ มคกส. และสถาบันได้ท าสิ่งเหล่านั้นหรือไม่ เช่น

การก าหนดนโยบาย กฎระเบียบ และแผนงาน

การเผยแพร่ นโยบาย กฎระเบียบ
(20)

การแต่งตั้ง คกส. และสถานภาพของ คกส.

การจัดให้มีส านักงานของ คกส.

การให้การสนับสนุนการด าเนินงานของ คกส.

การจัดการให้การเลี้ยงและใช้สัตว์ฯ ของสถาบัน

สอดคล้องกับจรรยาบรรณการใช้สัตว์เพื่องานทาง

วิทยาศาสตร์

การจัดการให้ความรู้แก่บุคลากร

(21)

ส่วนที่ ๒ เกี่ยวกับคณะกรรมการก ากับ

ดูแล

การเลี้ยงและการใช้สัตว์ เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ของสถาบัน (คกส)

(Institutional Animal Care and Use Committee, IACUC) - มี ๘ ประเด็นหลัก (มคกส ๒-๑ ถึง ๒-๘) ควรศึกษาข้อก าหนดเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ดังนี้

องค์ประกอบของคณะกรรมการ

การรักษาความลับ

การจัดท าแผนพัฒนา

การพิจารณาโครงการที่ใช้สัตว์
(22)

การจัดท าประกาศ วิธีการจัดการเกี่ยวกับการยื่นข้อเสนอ โครงการขอใช้สัตว์

การก าหนดหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาข้อเสนอโครงการ

การติดตามก ากับดูแลการด าเนินงานโครงการที่ได้รับการ รับรองแล้ว

การตรวจสอบการเลี้ยงและใช้สัตว์

การฝึกอบรมและศึกษาต่อเนื่อง
(23)

การพัฒนาบุคลากร

การเผยแพร่ความรู้ และประชาสัมพันธ์

การจัดท า SOPs

การประชุม คกส.

การรายงานผลการด าเนินงาน

การปฏิบัติตามกฎหมาย

การด าเนินการเกี่ยวกับข้อร้องเรียน

การก ากับดูแลและจัดระบบการบริหารงาน

การสื่อสารและการจัดการเอกสาร
(24)

ความส าคัญของการประเด็นการประเมิน

Critical = เป็นประเด็นที่มีความส าคัญมากหากไม่รีบด าเนินการแก้ไขให้ สอดคล้องกับเกณฑ์มาตรฐานที่ก าหนดจะมีผลต่อการเลี้ยงและใช้ สัตว์ฯ ได้มาก

Major defect = เป็นประเด็นที่มีความส าคัญรองลงมาจาก Critical แต่ควร ด าเนินการแก้ไขให้ดีขึ้น

(25)

แนวทางการพิจารณาให้คะแนน

A หมายถึง ด าเนินการครบถ้วนสมบูรณ์ B หมายถึง ด าเนินการแล้วแต่มีประเด็นเล็กๆน้อยๆซึ่งควรปรับปรุง ซึ่ง แม้ไม่ท าให้เสียหายในปัจจุบัน แต่หากปรับแก้ไขแล้วจะท า ให้สมบูรณ์ขึ้นและจะเป็นผลดีต่อไปในอนาคต โดยควรที่จะ ปรับแก้ให้สมบูรณ์ต่อไป C หมายถึง ด าเนินการแล้วแต่มีบางประเด็นที่ส าคัญที่จะต้องแก้ไข หาก ไม่แก้ไขจะท าให้เกิดการเสียหายต่อการด าเนินงาน D หมายถึง ไม่มีการด าเนินการใด ๆ
(26)

ขั้นตอนที่ ๓

คณะท างานเตรียมความพร้อมฯ จัดท า Check List เพื่อการตรวจประเมินตนเอง (Self-Evaluation)

มาตรฐาน ประเด็น ข้อบกพร่องหรือไม่สอดคล้อง ผลการประเมิน หมายเหตุ

(27)

ขั้นตอนที่ ๔

คณะท างานเตรียมความพร้อมฯ จัดการประชุมก่อนการประเมิน

เพื่อปรึกษาหารือและท าความเข้าใจเกี่ยวกับประเด็นต่างๆที่จะท า การประเมิน

จัดท าแผนงานการตรวจประเมินและความรับผิดชอบ

ทบทวนเกณฑ์การให้คะแนนหรือเกรด
(28)

ขั้นตอนที่ ๕

คณะท างานเตรียมความพร้อมฯ จัดการประชุมหลังการประเมิน

พิจารณาการให้คะแนน หรือเกรด ในแต่ละประเด็นของผู้

ประเมินแต่ละคน

(29)

ขั้นตอนที่ ๖

คณะท างานเตรียมความพร้อมฯ จัดการประชุมร่วมกับ คกส. เพื่อน าเสนอผลการประเมิน และก าหนดแนวทางในการแก้ไข ข้อบกพร่องหรือไม่สอดคล้อง

รับทราบผลการตรวจประเมิน

ก าหนดแผนงานในการแก้ไขข้อบกพร่อง

ก าหนดผู้รับผิดชอบ

ก าหนดงบประมาณ
(30)

ขั้นตอนที่ ๗

คณะท างานเตรียมความพร้อมฯ ตรวจติดตามผลการด าเนินการ แก้ไขข้อบกพร่อง

จัดท าแผนการตรวจติดตาม

References

Related documents