ทางด้านการขนส่งทางน้ํา
ให้มีการเชื่อมต่อกับระบบการขนส่งอื่นๆ
ทั้งการขนส่งผู้โดยสาร
และสินค้า
ท่าเรือ
อู่คานเรือ
รวมทั้งการจัดระเบียบการสัญจรทางน้ํา
การควบคุมดูแลรักษาสภาพแวดล้อมทางน้ําให้ปราศจากมลภาวะ
โดย
จท
.
มีอํานาจ
หน้าที่ในการควบคุม
และบริการงานด้านการคมนาคมขนส่งทางน้ํา
เช่น
การเดินเรือ
การลําเลียงการขนส่งทางน้ํา
การนําร่อง
การขอจดทะเบียนเรือ
หรือการประกอบกิจการขนส่งทางน้ํา
ซึ่งในปัจจุบันการขนส่งทางน้ํายังเป็นที่นิยม
เนื่องจากสามารถบรรทุกสินค้าในแต่ละครั้งได้เป็นจํานวนมาก
และประหยัดค่าใช้จ่าย
กลุ่มสถิติวิเคราะห์
สํานักแผนงาน
จึงได้จัดเก็บข้อมูล
เกี่ยวกับการขนส่งสินค้าบริเวณเมืองท่าชายทะเล
ทั้งเรือค้าต่างประเทศ
และเรือค้าชายฝั่ง
ขาเข้า
–
ขาออก
ที่ด่านศุลกากร
วัตถุประสงค์
1.
เพื่อทราบข้อมูล
จํานวน
/
ขนาดของเรือ
ประเภท
/
ปริมาณสินค้า
และจุดต้นทาง
–
ปลายทางของสินค้า
แยกตามประเภทเรือ
(
เรือค้าต่างประเทศ
/
เรือค้าชายฝั่ง
ขาเข้า
-
ขาออก
)
2.
เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาในการวางแผนพัฒนาระบบการขนส่งทางน้ําของประเทศ
ให้ได้มาตรฐาน
ได้รับ
ความสะดวก
ปลอดภัย
และประหยัดค่าใช้จ่าย
ในการขนส่งสินค้าให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ใช้บริการมากที่สุด
คุ้มรวม
เรือค้าต่างประเทศ
และเรือค้าชายฝั่งที่แจ้ง
เข้า
–
ออก
ณ
ด่านศุลกากรบริเวณเมืองท่าชายทะเล
จํานวน
21
ด่าน
คือ
1.
ด่านคลองใหญ่
(KHLONG YAI )
จ
.
ตราด
(TRAT)
2.
ด่านมาบตาพุด
(MAPTAPUD)
จ
.
ระยอง
(RAYONG)
3.
ด่านแหลมฉบัง
(LAEM CHABANG)
จ
.
ชลบุรี
(CHON BURI)
4.
ด่านฉะเชิงเทรา
(CHACHOENGSAO)
จ
.
ฉะเชิงเทรา
(CHACHOENGSAO)
5.
ด่านสมุทรปราการ
(SAMUT PRAKAN )
จ
.
สมุทรปราการ
(SAMUT PRAKAN)
6.
ด่านสมุทรสาคร
(SAMUT SAKHON )
จ
.
สมุทรสาคร
(SAMUT SAKHON)
7.
ด่านสมุทรสงคราม
(SAMUT SONGKHRAM)
จ
.
สมุทรสงคราม
(SAMUT SONGKHRAM)
8.
ด่านเกาะหลัก
(KOLAK)
จ
.
ประจวบคีรีขันธ์
(PRACHUAP KHIRIKHAN)
9.
ด่านชุมพร
(CHUMPHON)
จ
.
ชุมพร
(CHUMPHON)
10.
ด่านบ้านดอน
(BANDON)
จ
.
สุราษฎร์ธานี
(SURAT THANI )
11.
ด่านเกาะสมุย
(KO SAMUI)
จ
.
สุราษฎร์ธานี
(SURAT THANI )
12.
ด่านนครศรีธรรมราช
(NAKHON SI THAMMARAT)
จ
.
นครศรีธรรมราช
(NAKHON SI THAMMARAT)
13.
ด่านสิชล
( SI CHON )
จ
.
นครศรีธรรมราช
(NAKHON SI THAMMARAT)
14.
ด่านสงขลา
(SONGKHLA)
จ
.
สงขลา
(SONGKHLA)
15.
ด่านปัตตานี
(PATTANI)
จ
.
ปัตตานี
(PATTANI )
16.
ด่านตากใบ
(TAKBAI)
จ
.
นราธิวาส
(NARATHIWAT)
17.
ด่านระนอง
(RANONG)
จ
.
ระนอง
(RANONG)
18.
ด่านภูเก็ต
(PHUKET)
จ
.
ภูเก็ต
(PHUKET)
19.
ด่านกระบี่
(KRABI)
จ
.
กระบี่
(KRABI)
20.
ด่านกันตัง
(KANTANG)
จ
.
ตรัง
(TRANG)
21.
ด่านสตูล
(SATUN)
จ
.
สตูล
(SATUN)
การจัดเก็บข้อมูลจํานวนเรือ
และปริมาณสินค้าที่
เข้า
-
ออก
บริเวณเมืองท่าชายทะเลปี
2555
ได้ทําการเก็บ
รวบรวมข้อมูลจากด่านศุลกากรบริเวณเมืองท่าชายทะเล
โดยส่งเจ้าหน้าที่ของสํานักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาต่างๆ
ไปทําการจัดเก็บข้อมูล
ด้วยวิธีคัดลอกข้อมูลจากด่านศุลกากรที่อยู่ในคุ้มรวม
และนําส่งข้อมูลมาที่กลุ่มสถิติวิเคราะห์
สํานักแผนงาน
เพื่อแยกประเภทสินค้า
ทําการแปลงหน่วยข้อมูลให้อยู่ในหน่วยเดียวกัน
และจัดกลุ่มขนาดของเรือ
ที่ผ่าน
เข้า
–
ออก
แต่ละด่านศุลกากร
2.
การประมวลผล
ข้อมูลด่านศุลกากรที่ได้มาจะทําการรวบรวม
ตรวจสอบความครบถ้วนของข้อมูล
และทําการแปลง
หน่วยข้อมูลให้อยู่ในหน่วยเดียวกัน
เช่น
ค่าน้ํามันจากหน่วยลิตรแปลงเป็นหน่วยตัน
จากนั้นทําการบันทึกข้อมูลเข้า
ฐานข้อมูล
และประมวลผลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์
เพื่อทําการวิเคราะห์ข้อมูล
และจัดทําเป็นรายงานต่อไป
3.
สรุปผลข้อมูล
3.1
จํานวนเรือที่ทําการขนส่งสินค้า
(NUMBER OF VESSEL)
ที่มีการแจ้งเข้า
-
ออก
ตามด่านศุลกากร
บริเวณเมืองท่าชายทะเลในปี
2555
มีจํานวนทั้งสิ้น
133,394
เที่ยวลํา
จําแนกตามประเภทเรือ
ได้ดังนี้
เรือค้าต่างประเทศ
(INTERNATIONAL VESSEL)
เป็นเรือที่ทําการขนส่งสินค้าจากเมืองท่าประเทศต่างๆ
ทั่วโลกเข้ามาประเทศไทย
หรือเรือที่ทําการขนส่งสินค้าออกจากประเทศไทยไปปลายทางเมืองท่าประเทศต่างๆ
ทั่วโลก
โดยมีการแจ้งเข้า
–
ออก
ที่ด่านศุลกากรว่าเป็นเรือค้าต่างประเทศ
ซึ่งในปี
2555
มีจํานวนเรือเข้า
-
ออก
รวมทั้งสิ้น
75,713
เที่ยวลํา
(
ตาราง
ก
)
แยกเป็น
ขาเข้า
ขาออก
ได้ดังนี้
ขาเข้า
มีเรือแจ้งเข้าประเทศ
ตามด่านศุลกากรต่างๆ
จํานวน
37,592
เที่ยวลํา
แจ้งเข้าที่
ด่านระนองมากที่สุด
จํานวน
12,500
เที่ยวลํา
รองลงมาคือ
ด่านแหลมฉบัง
และด่านสงขลา
จํานวน
8,737
เที่ยวลํา
4,201
เที่ยวลํา
ตามลําดับ
และด่านที่มีการแจ้งเรือเข้าน้อยที่สุดคือ
ด่านนครศรีธรรมราช
จํานวน
56
เที่ยวลํา
(
ตาราง
ข
)
ในด้านของ
ขนาดเรือที่มีการแจ้งเข้ามากที่สุดคือ
ขนาด
0.01 - 40.00
ตันเนต
จํานวน
6,519
เที่ยวลํา
รองลงมาขนาด
40.01- 60.00
และขนาด
100.01- 500.00
ตันเนต
จํานวน
5,412
เที่ยวลํา
4,132
เที่ยวลํา
ตามลําดับ
และขนาดเรือที่มีการแจ้งเข้า
น้อยที่สุดคือ
ขนาด
60,000.01-75,000.00
ตันเนต
จํานวน
8
เที่ยวลํา
(
ตาราง
27.1)
เปรียบเทียบข้อมูลจํานวนเรือปี
2554
กับปี
2555
โดยภาพรวมพบว่าปี
2555
มีเรือแจ้งเข้าลดลง
จากปี
2554
จํานวน
2,746
เที่ยวลํา
คิดเป็นร้อยละ
6.81
ด่านที่มีจํานวนเรือแจ้งเข้าเพิ่มขึ้นทั้งหมด
9
ด่าน
จํานวน
746
เที่ยวลํา
ด่านที่มีเรือแจ้งเข้าเพิ่มขึ้นมากที่สุดคือ
ด่านคลองใหญ่
จํานวน
289
เที่ยวลํา
คิดเป็นร้อยละ
13.17
รองลงมาคือ
ด่านตากใบ
จํานวน
152
เที่ยวลํา
คิดเป็นร้อยละ
14.01
และด่านมาบตาพุด
จํานวน
119
เที่ยวลํา
คิดเป็นร้อยละ
3.38
ตามลําดับ
ส่วนด่านที่มีเรือแจ้งเข้าลดลงทั้งหมด
9
ด่าน
จํานวน
3,554
เที่ยวลํา
ด่านที่มีเรือแจ้งเข้าลดลงมากที่สุดคือ
ด่านระนองจํานวน
1,905
เที่ยวลํา
คิดเป็นร้อยละ
13.22 (
ตาราง
ข
)
ขาออก
มีเรือที่แจ้งออกจากประเทศตามด่านศุลกากรต่างๆ
จํานวน
38,121
เที่ยวลํา
แจ้งออกที่ด่านระนอง
มากที่สุด
จํานวน
12,669
เที่ยวลํา
รองลงมาคือ
ด่านแหลมฉบัง
และด่านสงขลา
จํานวน
9,077
เที่ยวลํา
4,208
เที่ยวลํา
ตามลําดับ
และด่านที่มีการแจ้งเรือออกน้อยที่สุดคือ
ด่านนครศรีธรรมราช
จํานวน
56
เที่ยวลํา
(
ตาราง
ข
)
ในด้านของ
ขนาดเรือที่มีการแจ้งออกมากที่สุดคือ
ขนาด
0.01 - 40.00
ตันเนต
จํานวน
6,543
เที่ยวลํา
รองลงมาขนาด
40.01- 60.00
และขนาด
5,000.01-10,000.00
ตันเนต
จํานวน
5,557
เที่ยวลํา
4,348
เที่ยวลํา
ตามลําดับ
และขนาดเรือที่มีการ
แจ้งออกน้อยที่สุดคือ
ขนาด
60,000.01-75,000.00
ตันเนต
จํานวน
34
เที่ยวลํา
(
ตาราง
27.1)
1,263
เที่ยวลํา
ด่านที่มีเรือแจ้งออกเพิ่มขึ้นมากที่สุดคือ
ด่านคลองใหญ่
จํานวน
586
เที่ยวลํา
คิดเป็นร้อยละ
27.81
รองลงมาคือ
ด่านมาบตาพุด
จํานวน
337
เที่ยวลํา
คิดเป็นร้อยละ
10.55
และด่านตากใบ
จํานวน
150
เที่ยวลํา
คิดเป็น
ร้อยละ
14.07
ตามลําดับ
ส่วนด่านที่มีเรือแจ้งออกลดลงทั้งหมด
9
ด่าน
จํานวน
2,717
เที่ยวลํา
ด่านที่มีเรือแจ้งออก
ลดลงมากที่สุดคือ
ด่านระนอง
จํานวน
1,701
เที่ยวลํา
คิดเป็นร้อยละ
11.84 (
ตาราง
ข
)
เรือค้าชายฝั่ง
(DOMESTIC VESSEL)
เป็นเรือที่ทําการขนส่งสินค้าระหว่างเมืองท่าต่างๆ
ภายใน
ประเทศไทย
โดยมีการแจ้งเข้า
–
ออก
ที่ด่านศุลกากรว่าเป็นเรือค้าชายฝั่ง
ซึ่งในปี
2555
มีจํานวนเรือแจ้งเข้า
–
ออก
รวมทั้งสิ้น
57,681
เที่ยวลํา
(
ตาราง
ก
)
แยกเป็นขาเข้า
ขาออก
ได้ดังนี้
ขาเข้า
มีเรือแจ้งเข้าที่ด่านศุลกากรต่างๆ
จํานวน
28,831
เที่ยวลํา
แจ้งเข้าที่ด่านแหลมฉบังมากที่สุด
จํานวน
11,038
เที่ยวลํา
รองลงมาคือ
ด่านสมุทรปราการ
และด่านมาบตาพุด
จํานวน
5,651
เที่ยวลํา
4,963
เที่ยวลํา
ตามลําดับ
และด่านที่มีการแจ้งเรือเข้าน้อยที่สุดคือ
ด่านเกาะสมุย
จํานวน
2
เที่ยวลํา
(
ตาราง
ค
)
ในด้านของขนาดเรือที่
แจ้งเข้ามากที่สุดคือ
ขนาด
100.01 - 500.00
ตันเนต
จํานวน
13,016
เที่ยวลํา
รองลงมาขนาด
500.01 -1,000.00
และ
ขนาด
1,000.01 – 3,000.00
ตันเนต
จํานวน
10,713
เที่ยวลํา
3,311
เที่ยวลํา
ตามลําดับ
และขนาดเรือที่มีการแจ้งเข้า
น้อยที่สุดคือ
ขนาด
10,000.01–15,000.00
ตันเนต
จํานวน
1
เที่ยวลํา
(
ตาราง
27.2)
เปรียบเทียบข้อมูลจํานวนเรือปี
2554
กับปี
2555
โดยภาพรวม
พบว่าปี
2555
มีเรือแจ้งเข้าเพิ่มขึ้น
จากปี
2554
จํานวน
2,719
เที่ยวลํา
คิดเป็นร้อยละ
10.41
ด่านที่มีจํานวนเรือแจ้งเข้าเพิ่มขึ้นทั้งหมด
10
ด่าน
จํานวน
2,911
เที่ยวลํา
ด่านที่มีเรือแจ้งเข้าเพิ่มขึ้นมากที่สุดคือ
ด่านสมุทรปราการ
จํานวน
1,024
เที่ยวลํา
คิดเป็นร้อยละ
22.13
รองลงมาคือ
ด่านแหลมฉบัง
จํานวน
945
เที่ยวลํา
คิดเป็นร้อยละ
9.36
และด่านสมุทรสาคร
จํานวน
342
เที่ยวลํา
คิดเป็นร้อยละ
24.53
ตามลําดับ
ส่วนด่านที่มีเรือแจ้งเข้าลดลงทั้งหมด
4
ด่าน
จํานวน
192
เที่ยวลํา
ด่านที่มีเรือแจ้งเข้า
ลดลงมากที่สุดคือ
ด่านนครศรีธรรมราช
จํานวน
137
เที่ยวลํา
คิดเป็นร้อยละ
75.69 (
ตาราง
ค
)
ขาออก
มีเรือแจ้งออกจากด่านศุลกากรต่างๆ
จํานวน
28,850
เที่ยวลํา
แจ้งออกที่ด่านแหลมฉบังมากที่สุด
จํานวน
11,071
เที่ยวลํา
รองลงมาคือ
ด่านสมุทรปราการ
และด่าน
มาบตาพุด
จํานวน
5,594
เที่ยวลํา
4,981
เที่ยวลํา
ตามลําดับ
และด่านที่มีการแจ้งเรือออกน้อยที่สุดคือ
ด่านเกาะสมุย
จํานวน
2
เที่ยวลํา
(
ตาราง
ค
)
ในด้านของขนาดเรือ
ที่แจ้งออกมากที่สุดคือ
ขนาด
100.01 – 500.00
ตันเนต
จํานวน
13,033
เที่ยวลํา
รองลงมาขนาด
500.01 – 1,000.00
และขนาด
1,000.01 – 3,000.00
ตันเนต
จํานวน
10,734
เที่ยวลํา
3,268
เที่ยวลํา
ตามลําดับ
และขนาดเรือที่มีการแจ้ง
ออกน้อยที่สุด
คือ
ขนาด
10,000.01 - 15,000.00
ตันเนต
จํานวน
1
เที่ยวลํา
(
ตาราง
27.2)
เปรียบเทียบข้อมูลจํานวนเรือปี
2554
กับปี
2555
โดยภาพรวม
พบว่าปี
2555
มีเรือแจ้งออกเพิ่มขึ้น
จากปี
2554
จํานวน
2,888
เที่ยวลํา
คิดเป็นร้อยละ
11.12
ด่านที่มีจํานวนเรือแจ้งออกเพิ่มขึ้นทั้งหมด
11
ด่าน
จํานวน
3,071
เที่ยวลํา
ด่านที่มีเรือแจ้งออกเพิ่มขึ้นมากที่สุดคือ
ด่านแหลมฉบัง
จํานวน
1,024
เที่ยวลํา
คิดเป็นร้อยละ
10.19
รองลงมาคือ
ด่านสมุทรปราการ
จํานวน
996
เที่ยวลํา
คิดเป็นร้อยละ
21.66
และด่านสมุทรสาคร
จํานวน
342
เที่ยวลํา
คิดเป็นร้อยละ
24.52
ส่วนด่านที่มีเรือแจ้งออกลดลงทั้งหมด
3
ด่าน
จํานวน
183
เที่ยวลํา
ด่านที่มีเรือแจ้ง
ออกลดลงมากที่สุดคือ
ด่านนครศรีธรรมราช
จํานวน
135
เที่ยวลํา
คิดเป็นร้อยละ
73.77 (
ตาราง
ค
)
ขาเข้า
37,592
123,719,845.32
114,798,731.145
ขาออก
38,121
150,299,762.32
63,563,471.880
รวม
75,713 274,019,607.64 178,362,203.025
ขาเข้า
28,831
18,411,248.50
22,323,619.978
ขาออก
28,850
18,208,850.46
21,939,254.768
รวม
57,681 36,620,098.96 44,262,874.746
ขาเข้า
66,423 142,131,093.82 137,122,351.123
ขาออก
66,971 168,508,612.78 85,502,726.648
รวม
133,394 310,639,706.60 222,625,077.771
หมายเหตุ
*
เป็นจํานวนเรือทั้งหมด
(
เรือเปล่าและเรือบรรทุกสินค้า
)
เรือค้าชายฝั่ง
รวมทั้งสิ้น
เรือค้าต่างประเทศ
4
ที่
2554
2555
ผลต่าง
ที่
2554
2555
ผลต่าง
1
ระนอง
ระนอง
14,405
12,500
-1905
1
ระนอง
ระนอง
14,370
12,669
-1,701
2
แหลมฉบัง
ชลบุรี
9,438
8,737
-701
2
แหลมฉบัง
ชลบุรี
9,031
9,077
46
3
สงขลา
สงขลา
4,797
4,201
-596
3
สงขลา
สงขลา
4,839
4,208
-631
4
มาบตาพุด
ระยอง
3,519
3,638
119
4
มาบตาพุด
ระยอง
3,195
3,532
337
5
คลองใหญ่
ตราด
2,195
2,484
289
5
คลองใหญ่
ตราด
2,107
2,693
586
6
ตากใบ
นราธิวาส
1,085
1,237
152
6
ตากใบ
นราธิวาส
1,066
1,216
150
7
สตูล
สตูล
788
820
32
7
สตูล
สตูล
810
822
12
8
กันตัง
ตรัง
918
815
-103
8
กันตัง
ตรัง
920
822
-98
9
ภูเก็ต
ภูเก็ต
955
804
-151
9
บ้านดอน
สุราษฎร์ธานี
820
817
-3
10
บ้านดอน
สุราษฎร์ธานี
815
791
-24 10
ภูเก็ต
ภูเก็ต
931
732
-199
11
กระบี่
กระบี่
497
602
105 11
กระบี่
กระบี่
504
598
94
12
สมุทรสาคร
สมุทรสาคร
287
238
-49 12
สมุทรสาคร
สมุทรสาคร
282
241
-41
13
สิชล
นครศรีธรรมราช
205
186
-19 13
สิชล
นครศรีธรรมราช
212
192
-20
14
เกาะหลัก
ประจวบคีรีขันธ์
142
148
6 14
เกาะหลัก
ประจวบคีรีขันธ์
139
145
6
15
สมุทรสงคราม
สมุทรสงคราม
100
114
14 15
สมุทรสงคราม
สมุทรสงคราม
113
110
-3
16
เกาะสมุย
สุราษฎร์ธานี
79
89
10 16
เกาะสมุย
สุราษฎร์ธานี
72
78
6
17
ปัตตานี
ปัตตานี
76
70
-6 17
ปัตตานี
ปัตตานี
76
55
-21
18
ฉะเชิงเทรา
ฉะเชิงเทรา
-
62
62 18
ฉะเชิงเทรา
ฉะเชิงเทรา
-
58
58
19
นครศรีธรรมราช นครศรีธรรมราช
37
56
19 19
นครศรีธรรมราช นครศรีธรรมราช
30
56
26
40,338
37,592
-2,746
39,517
38,121
-1,396
หมายเหตุ
การเรียงลําดับจากมากไปน้อยใช้ปี
2555
เป็นเกณฑ์
รวม
รวม
5
1
แหลมฉบัง
ชลบุรี
10,093
11,038
945
1
แหลมฉบัง
ชลบุรี
10,047
11,071
1,024
2
สมุทรปราการ
สมุทรปราการ
4,627
5,651
1,024
2
สมุทรปราการ
สมุทรปราการ
4,598
5,594
996
3
มาบตาพุด
ระยอง
4,708
4,963
255
3
มาบตาพุด
ระยอง
4,748
4,981
233
4
บ้านดอน
สุราษฎร์ธานี
2,086
2,107
21
4
บ้านดอน
สุราษฎร์ธานี
2,093
2,152
59
5
สมุทรสาคร
สมุทรสาคร
1,394
1,736
342
5
สมุทรสาคร
สมุทรสาคร
1,395
1,737
342
6
สงขลา
สงขลา
1,094
1,101
7
6
สงขลา
สงขลา
997
1,012
15
7
สมุทรสงคราม
สมุทรสงคราม
668
898
230
7
สมุทรสงคราม
สมุทรสงคราม
672
899
227
8
สิชล
นครศรีธรรมราช
494
461
-33
8
สิชล
นครศรีธรรมราช
492
456
-36
9
ฉะเชิงเทรา
ฉะเชิงเทรา
340
370
30
9
ฉะเชิงเทรา
ฉะเชิงเทรา
338
375
37
10
เกาะหลัก
ประจวบคีรีขันธ์
217
267
50 10
เกาะหลัก
ประจวบคีรีขันธ์
203
334
131
11
ชุมพร
ชุมพร
168
153
-15 11
ชุมพร
ชุมพร
164
152
-12
12
นครศรีธรรมราช นครศรีธรรมราช
181
44
-137 12
นครศรีธรรมราช นครศรีธรรมราช
183
48
-135
13
ภูเก็ต
ภูเก็ต
33
40
7 13
ภูเก็ต
ภูเก็ต
25
30
5
14
เกาะสมุย
สุราษฎร์ธานี
9
2
-7 14
เกาะสมุย
สุราษฎร์ธานี
7
9
2
26,112
28,831
2,719
25,962
28,850
2,888
หมายเหตุ
การเรียงลําดับจากมากไปน้อยใช้ปี
2555
เป็นเกณฑ์
รวม
รวม
6
จํานวน
(
เที่ยวลํา
)
ตันเนตรวม
จํานวน
(
เที่ยวลํา
)
ตันเนตรวม
จํานวน
(
เที่ยวลํา
)
ตันเนตรวม
2546 (2003)
50,288 59,877,054.40 46,140 99,521,306.25 96,428
159,398,360.65
2547 (2004)
51,628 153,323,689.16 51,278 98,715,090.17 102,906
252,038,779.33
2548 (2005)
53,225 49,863,630.33 52,836 107,900,490.16 106,061
157,764,120.49
2549 (2006)
56,429 48,041,030.88 55,855 117,847,189.75 112,284
165,888,220.63
2550 (2007)
56,443 53,240,819.92 56,330 133,446,547.89 112,773
186,687,367.81
2551 (2008)
56,785 51,792,483.74 56,766 130,652,432.82 113,551
182,444,916.56
2552 (2009)
52,508 102,990,436.36 53,844 129,135,121.84 106,352
232,125,558.20
2553 (2010)
55,826 102,066,178.87 59,475
149,202,906.88
115,301
251,269,085.75
2554 (2011)
66,450 138,201,955.42 65,479
152,554,715.23
131,929
290,756,670.65
2555 (2012)
66,423 142,131,093.82 66,971
168,508,612.78
133,394
310,639,706.60
ปี
7
จํานวน
(
เที่ยวลํา
)
ตันเนตรวม
จํานวน
(
เที่ยวลํา
)
ตันเนตรวม
จํานวน
(
เที่ยวลํา
)
ตันเนตรวม
2546 (2003)
32,752 48,586,640.56
28,654
88,321,858.49 61,406
136,908,499.05
2547 (2004)
30,880 138,360,642.20
30,441
83,692,478.92 61,321
222,053,121.12
2548 (2005)
32,095 35,613,747.84
31,999
93,719,596.57 64,094
129,333,344.41
2549 (2006)
36,023 35,037,091.77
35,765
104,746,431.79 71,788
139,783,523.56
2550 (2007)
35,289 38,891,838.90
35,188
110,798,371.95 70,477
149,690,210.85
2551 (2008)
35,200 38,489,530.25
35,165
117,312,503.51 70,365
155,802,033.76
2552 (2009)
31,323 89,703,211.86
32,677
115,815,471.10 64,000
205,518,682.96
2553 (2010)
33,704
88,574,706.20
37,456
135,645,428.11
71,160
224,220,134.31
2554 (2011)
40,338
121,226,259.17
39,517
135,697,426.71
79,855
256,923,685.88
2555 (2012)
37,592
123,719,845.32
38,121
150,299,762.32
75,713
274,019,607.64
ปี
8
จํานวน
(
เที่ยวลํา
)
ตันเนตรวม
จํานวน
(
เที่ยวลํา
)
ตันเนตรวม
จํานวน
(
เที่ยวลํา
)
ตันเนตรวม
2546 (2003)
17,536 11,290,413.84
17,486
11,199,447.76 35,022
22,489,861.60
2547 (2004)
20,748 14,963,046.96
20,837
15,022,611.25 41,585
29,985,658.21
2548 (2005)
21,130 14,249,882.49
20,837
14,180,893.59 41,967
28,430,776.08
ปี
9
5 8 ( 005)
,
, ,
0,83
, ,
,
8, 30, 6 08
2549 (2006)
20,406 13,003,939.11
20,090
13,100,757.96 40,496
26,104,697.07
2550 (2007)
21,154 14,348,981.02
21,142
22,648,175.94 42,296
36,997,156.96
2551 (2008)
21,585 13,302,953.49
21,601
13,339,929.31 43,186
26,642,882.80
2552 (2009)
21,185 13,287,224.50
21,167
13,319,650.74 42,352
26,606,875.24
2553 (2010)
22,122
13,491,472.67
22,019
13,557,478.77
44,141
27,048,951.44
2554 (2011)
26,112
16,975,696.25
25,962
16,857,288.52
52,074
33,832,984.77
2555 (2012)
28,831
18,411,248.50
28,850
18,208,850.46
57,681
36,620,098.96
9
เป็นเรือค้าต่างประเทศประมาณ
178,362,203.025
ตัน
เรือค้าชายฝั่งประมาณ
44,262,874.746
ตัน
(
ตาราง
ก
)
จําแนก
ตามประเภทสินค้าได้ดังนี้
1.
สิ่งมีชีวิต
(LIVE ANIMALS)
มีการขนส่งทั้งหมดประมาณ
40.522
ตัน
เป็นเรือค้าต่างประเทศ
ขาออก
โดยส่งออกที่ด่านศุลกากรระนอง
ไปปลายทางประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า
ทั้งหมด
2.
ข้าว
(RICE)
มีการขนส่งทั้งหมดประมาณ
209,107.954
ตัน
เป็นเรือค้าต่างประเทศ
ขาออก
ประมาณ
24,963.242
ตัน
และเรือค้าชายฝั่งประมาณ
184,144.712
ตัน
แยกตามประเภทเรือ
ขาเข้า
/
ขาออก
ดังนี้
-
เรือค้าต่างประเทศ
ขาออก
มีการขนส่งประมาณ
24,963.242
ตัน
ส่งออกที่ด่านศุลกากร
แหลมฉบังมากที่สุดประมาณ
24,008.942
ตัน
ไปปลายทางประเทศไนจีเรียประมาณ
21,032.840
ตัน
ประเทศ
อินโดนีเซียประมาณ
2,976.102
ตัน
รองลงมาคือ
ด่านคลองใหญ่ประมาณ
950.300
ตัน
ไปปลายทางประเทศกัมพูชา
ทั้งหมด
และด่านสตูลส่งออกน้อยที่สุด
ประมาณ
4.000
ตัน
ไปประเทศมาเลเซียทั้งหมด
-
เรือค้าชายฝั่ง
ขาเข้า
มีการขนส่งประมาณ
144,177.712
ตัน
เข้าที่ด่านศุลกากรสงขลามากที่สุด
ประมาณ
114,040.000
ตัน
โดยมีต้นทางมาจากจังหวัดกรุงเทพฯ
ประมาณ
76,240.000
ตัน
จังหวัดชลบุรีประมาณ
33,100.000
ตัน
และจังหวัดอื่นๆ
ประมาณ
4,700.000
ตัน
ด่านที่นําเข้ารองลงมาคือ
ด่านบ้านดอนประมาณ
29,363.712
ตัน
มีต้นทางมาจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาประมาณ
25,163.712
ตัน
และจังหวัดอื่นๆ
ประมาณ
4,200.000
ตัน
และด่านแหลมฉบังนําเข้าน้อยที่สุด
ประมาณ
774.000
ตัน
มีต้นทางมาจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ทั้งหมด
-
เรือค้าชายฝั่ง
ขาออก
มีการขนส่งประมาณ
39,967.000
ตัน
ส่งออกที่ด่านศุลกากรแหลมฉบัง
มากที่สุดประมาณ
38,200.000
ตัน
ไปปลายทางจังหวัดสงขลาประมาณ
33,200.00
ตัน
จังหวัดชลบุรีประมาณ
5,000.000
ตัน
และด่านสมุทรปราการ
ประมาณ
1,767.000
ตัน
ไปปลายทางจังหวัดสุราษฎร์ฯ
ทั้งหมด
3.
ข้าวโพด
(MAIZE)
มีการขนส่งทั้งหมดประมาณ
143,650.000
ตัน
เป็นเรือค้าชายฝั่งขาเข้า
โดย
เข้าที่ด่านศุลกากรสงขลาประมาณ
139,650.000
ตัน
มีต้นทางมาจากจังหวัดกรุงเทพฯ
ประมาณ
129,650.000
ตัน
และ
จังหวัดอื่นๆ
ประมาณ
10,000.000
ตัน
และเข้าที่ด่านแหลมฉบังประมาณ
4,000.000
ตัน
มีต้นทางมาจากจังหวัด
สมุทรปราการ
ทั้งหมด
4.
มันสําปะหลัง
(CASSAVA)
มีการขนส่งทั้งหมดประมาณ
23,300.000
ตัน
เป็นเรือค้าชายฝั่งขาเข้า
เข้าที่ด่านสงขลา
มีต้นทางมาจากกรุงเทพฯ
ทั้งหมด
5.
ยางพารา
(RUBBER)
มีการขนส่งทั้งหมดประมาณ
255,385.675
ตัน
เป็นเรือค้าต่างประเทศ
ประมาณ
246,728.235
ตัน
และเรือค้าชายฝั่งประมาณ
8,657.440
ตัน
แยกตามประเภทเรือ
ขาเข้า
/
ขาออก
ดังนี้
-
เรือค้าต่างประเทศ
ขาเข้า
มีการขนส่งทั้งหมดประมาณ
0.400
ตัน
เข้าที่ด่านคลองใหญ่
มี
ต้นทางมาจากประเทศกัมพูชาทั้งหมด
-
เรือค้าต่างประเทศ
ขาออก
มีการขนส่งทั้งหมดประมาณ
246,727.835
ตัน
ส่งออกที่ด่าน
ศุลกากรกันตังมากที่สุดประมาณ
176,855.998
ตัน
ไปปลายทางประเทศมาเลเซียทั้งหมด
ด่านที่ส่งออกรองลงมาคือ
ด่านภูเก็ตประมาณ
59,846.100
ตัน
ไปปลายทางประเทศมาเลเซียประมาณ
37,023.100
ตัน
ประเทศอินโดนีเซีย
ประมาณ
20,963.000
ตัน
ทะเลหลวงประมาณ
1,860.000
ตัน
ด่านมาบตาพุดประมาณ
9,888.633
ตัน
ไปปลายทาง
ประเทศจีนประมาณ
4,557.506
ตัน
ประเทศมาเลเซียประมาณ
1,494.354
ตัน
และด่านระนองส่งออกน้อยที่สุด
ประมาณ
137.104
ตัน
ไปประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า
ทั้งหมด
-
เรือค้าชายฝั่ง
ขาเข้า
มีการขนส่งทั้งหมด
567.440
ตัน
เข้าที่ด่านสมุทรสาคร
โดยมีต้นทาง
มาจากจังหวัดชลบุรีทั้งหมด
1,300.000
ตัน
6.
ไม้
(WOOD ,TIMBER)
มีการขนส่งทั้งหมดประมาณ
3,371,224.002
ตัน
เป็นเรือค้าต่างประเทศ
ทั้งหมด
แยกตามประเภทเรือ
ขาเข้า
/
ขาออก
ดังนี้
-
เรือค้าต่างประเทศ
ขาเข้า
มีการขนส่งประมาณ
219,254.448
ตัน
เข้าที่ด่านศุลกากร
ฉะเชิงเทรามากที่สุดประมาณ
98,783.840
ตัน
โดยมีต้นทางมาจากประเทศสิงคโปร์ทั้งหมด
ด่านที่นําเข้า
รองลงมาคือ
ด่านระนอง
ประมาณ
42,784.672
ตัน
มีต้นทางมาจากประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า
ทั้งหมด
ด่านมาบตาพุดประมาณ
38,000.000
ตัน
มีต้นทางมาจากประเทศจีนทั้งหมด
ด่านบ้านดอนประมาณ
26,696.450
ตัน
มีต้นทางมาจากประเทศสิงคโปร์ประมาณ
20,319.050
ตัน
ประเทศมาเลเซีย
ประมาณ
6,377.400
ตัน
และด่านสตูลนําเข้าน้อยที่สุด
ประมาณ
44.535
ตัน
ต้นทางมาจากประเทศอินโดนีเซีย
ประมาณ
42.310
ตัน
และประเทศมาเลเซีย
ประมาณ
2.225
ตัน
-
เรือค้าต่างประเทศ
ขาออก
มีการขนส่งประมาณ
3,151,969.554
ตัน
ส่งออกที่ด่านแหลมฉบัง
มากที่สุดประมาณ
2,379,471.843
ตัน
โดยส่วนใหญ่ไปปลายทางประเทศจีนประมาณ
1,917,118.287
ตัน
ประเทศญี่ปุ่นประมาณ
337,323.840
ตัน
ประเทศตุรกีประมาณ
39,747.830
ตัน
ตามลําดับ
ด่านที่ส่งออกรองลงมา
คือ
ด่านศุลกากรมาบตาพุดประมาณ
538,289.792
ตัน
ส่วนใหญ่ไปปลายทางประเทศญี่ปุ่นประมาณ
409,641.143
ตัน
ประเทศจีนประมาณ
87,573.573
ตัน
ประเทศไต้หวันประมาณ
39,619.710
ตัน
ด่านกันตังประมาณ
205,016.804
ตัน
ไปปลายทางประเทศมาเลเซียทั้งหมด
และด่านคลองใหญ่ส่งออกน้อยที่สุด
ประมาณ
1.421
ตัน
ไปปลายทางประเทศกัมพูชาทั้งหมด
7.
ผลผลิตเกษตรอื่นๆ
(OTHER AGRICULTURAL PRODUCTS)
มีการขนส่งทั้งหมดประมาณ
1,046,837.050
ตัน
เป็นเรือค้าต่างประเทศประมาณ
375,319.391
ตัน
และเรือค้าชายฝั่งประมาณ
671,517.659
ตัน
แยกตามประเภทเรือ
ขาเข้า
/
ขาออก
ดังนี้
-
เรือค้าต่างประเทศ
ขาเข้า
มีการขนส่ง
ประมาณ
101,242.370
ตัน
เข้าที่ด่านศุลกากร
สมุทรสงครามมากที่สุดประมาณ
37,543.407
ตัน
โดยมีต้นทางมาจากประเทศอินโดนีเซีย
ประมาณ
28,458.140
ตัน
ประเทศมาเลเซีย
ประมาณ
9,085.267
ตัน
ด่านที่นําเข้ารองลงมาคือ
ด่านมาบตาพุดประมาณ
27,864.139
ตัน
มี
ต้นทางมาจากประเทศอินโดนีเซียทั้งหมด
ด่านเกาะหลัก
ประมาณ
25,199.695
ตัน
ต้นทางมาจากประเทศอินเดีย
ประมาณ
13,200.000
ตัน
ประเทศสิงคโปร์
ประมาณ
4,999.845
ตัน
ประเทศมาเลเซียประมาณ
2,500.000
ตัน
และด่านสตูลนําเข้าน้อยที่สุด
ประมาณ
0.360
ตัน
มีต้นทางมาจากประเทศมาเลเซียทั้งหมด
-
เรือค้าต่างประเทศ
ขาออก
มีการขนส่ง
ประมาณ
274,077.021
ตัน
ส่งออกที่
ด่านศุลกากร
บ้านดอนมากที่สุดประมาณ
89,100.000
ตัน
ไปปลายทางประเทศมาเลเซียประมาณ
87,100.000
ตัน
ประเทศอินเดียประมาณ
2,000.000
ตัน
ด่านที่ส่งออกรองลงมาคือ
ด่านกระบี่ประมาณ
85,364.680
ตัน
ไปปลายทางประเทศเยอรมัน
ประมาณ
42,670.910
ตัน
ประเทศมาเลเซีย
ประมาณ
20,739.080
ตัน
ด่านเกาะหลัก
ประมาณ
68,367.110
ตัน
ไปปลายทางประเทศสิงคโปร์ประมาณ
15,603.670
ตัน
ประเทศมาเลเซียประมาณ
14,202.000
ตัน
ประเทศฟิลิปปินส์ประมาณ
11,998.910
ตัน
และด่านสตูลส่งออกน้อยที่สุด
ประมาณ
130.184
ตัน
ไปปลายทางประเทศอินโดนีเซีย
ประมาณ
123.414
ตัน
และประเทศมาเลเซีย
ประมาณ
6.770
ตัน
-
เรือค้าชายฝั่ง
ขาเข้า
มีการขนส่ง
ประมาณ
333,698.542
ตัน
เข้าที่ด่านศุลกากรฉะเชิงเทรา
มากที่สุดประมาณ
225,164.828
ตัน
โดยมีต้นทางมาจากจังหวัดสุราษฎร์ฯ
ประมาณ
223,248.610
ตัน
จังหวัดชลบุรี
ประมาณ
1,916.218
ตัน
ด่านที่นําเข้ารองลงมาคือ
ด่านสมุทรสาคร
ประมาณ
79,696.683
ตัน
มีต้นทางมาจาก
จังหวัดชุมพร
ประมาณ
73,450.000
ตัน
จังหวัดระยอง
ประมาณ
4,091.007
ตัน
ด่านสงขลา
ประมาณ
17,547.000
-
เรือค้าชายฝั่ง
ขาออก
มีการขนส่ง
ประมาณ
337,819.117
ตัน
ส่งออกที่ด่านศุลกากรบ้านดอน
ประมาณ
256,600.000
ตัน
ไปปลายทางจังหวัดฉะเชิงเทราประมาณ
215,550.000
ตัน
จังหวัดกรุงเทพฯ
ประมาณ
19,150.000
ตัน
จังหวัดสุราษฎร์ฯ
ประมาณ
18,600.000
ตัน
ด่านที่ส่งออกรองลงมาคือ
ด่านชุมพร
ประมาณ
79,550.000
ตัน
ไปปลายทางจังหวัดสมุทรสาคร
ประมาณ
66,900.000
ตัน
จังหวัดชุมพร
ประมาณ
5,800.000
ตัน
ด่านฉะเชิงเทราส่งออกน้อยที่สุด
ประมาณ
1,669.117
ตัน
ไปปลายทางจังหวัดสุราษฎร์ฯ
ทั้งหมด
8.
อาหารสัตว์
(ANIMAL FODDER)
มีการขนส่งทั้งหมดประมาณ
103,948.530
ตัน
เป็นเรือค้าต่างประเทศ
ประมาณ
4,998.530
ตัน
และเรือค้าชายฝั่งประมาณ
98,950.000
ตัน
แยกตามประเภทเรือ
ขาเข้า
/
ขาออก
ดังนี้
-
เรือค้าต่างประเทศ
ขาเข้า
มีการขนส่งประมาณ
1,853.500
ตัน
เข้าที่ด่านศุลกากรระนอง
โดยมีต้นทางมาจากประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่าทั้งหมด
-
เรือค้าต่างประเทศ
ขาออก
มีการขนส่งประมาณ
3,145.030
ตัน
ส่งออกที่ด่านศุลกากรระนอง
ประมาณ
3,140.167
ตัน
ไปปลายทางประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่าทั้งหมด
และด่านคลองใหญ่ประมาณ
4.493
ตัน
ไปปลายทางประเทศกัมพูชาทั้งหมด
-
เรือค้าชายฝั่ง
ขาเข้า
มีการขนส่งประมาณ
80,750.000
ตัน
เข้าที่ด่านศุลกากรสงขลา
ประมาณ
78,750.000
ตัน
โดยมีต้นทางมาจากจังหวัดกรุงเทพฯ
ประมาณ
57,550.000
ตัน
จังหวัดชลบุรีประมาณ
19,700.000
ตัน
และจังหวัดสมุทรปราการ
ประมาณ
1500.000
ตัน
และด่านแหลมฉบัง
ประมาณ
2,000.000
ตัน
มีต้นทาง
มาจากจังหวัดสมุทรปราการ
ทั้งหมด
-
เรือค้าชายฝั่ง
ขาออก
มีการขนส่งประมาณ
18,200.000
ตัน
ส่งออกที่ด่านศุลกากรแหลมฉบัง
ไปปลายทางจังหวัดสงขลาทั้งหมด
9.
น้ําตาล
(SUGARS)
มีการขนส่งทั้งหมดประมาณ
2,216,118.762
ตัน
เป็นเรือค้าต่างประเทศ
ประมาณ
2,180,390.222
ตัน
และเรือค้าชายฝั่งประมาณ
35,728.540
ตัน
แยกตามประเภทเรือ
ขาเข้า
/
ขาออก
ดังนี้
-
เรือค้าต่างประเทศ
ขาเข้า
มีการขนส่ง
ประมาณ
15.000
ตัน
เข้าที่ด่านศุลกากรระนอง
โดยมีต้นทางมาจากประเทศกัมพูชาทั้งหมด
-
เรือค้าต่างประเทศ
ขาออก
มีการขนส่งประมาณ
2,180,375.222
ตัน
ส่งออกที่ด่านศุลกากร
แหลมฉบังมากที่สุดประมาณ
2,009,422.575
ตัน
ส่วนใหญ่ไปปลายทางประเทศอินโดนีเซียประมาณ
515,895.886
ตัน
ประเทศเกาหลีใต้ประมาณ
337,421.329
ตัน
ประเทศจีนประมาณ
319,780.000
ตัน
ด่านที่ส่งออกรองลงมาคือ
ด่านคลองใหญ่ประมาณ
169,020.538
ตัน
ไปปลายทางประเทศกัมพูชาทั้งหมด
และด่านระนองประมาณ
1,932.109
ตัน
ไปปลายทางประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า
ทั้งหมด
-
เรือค้าชายฝั่ง
ขาเข้า
มีการขนส่งประมาณ
35,728.540
ตัน
เข้าที่ด่านศุลกากรแหลมฉบัง
โดยมีต้นทางมาจาก
จังหวัดกรุงเทพฯ
ประมาณ
35,728.540
ตัน
และจังหวัดอื่นๆ
ประมาณ
8,427.030
ตัน
10.
เครื่องบริโภคอื่นๆ
(OTHER FOODSTUFFS)
มีการขนส่งทั้งหมดประมาณ
801,178.311
ตัน
เป็นเรือค้าต่างประเทศ
ประมาณ
792,985.591
ตัน
และเรือค้าชายฝั่งประมาณ
8,192.720
ตัน
แยกตามประเภทเรือ
ขาเข้า
/
ขาออก
ดังนี้
-
เรือค้าต่างประเทศ
ขาเข้า
มีการขนส่ง
ประมาณ
503,223.858
เข้าที่ด่านศุลกากรสมุทรสาคร
มากที่สุดประมาณ
319,405.293
ตัน
โดยมีต้นทางมาจากประเทศอินโดนีเซียประมาณ
175,292.591
ตัน
ประเทศปาปัวนิวกีนี
ประมาณ
79,109.634
ตัน
ประเทศมาเลเซีย
ประมาณ
49,332.743
ตัน
ด่านที่นําเข้ารองลงมาคือ
ด่านสงขลา
ประมาณ
112,121.3
ตัน
มีต้นทางมาจากหมู่เกาะมาร์แซลส์ประมาณ
35,478.500
ตัน
ประเทศปาปัวนิวกีนี
ประมาณ
3,032.642
ตัน
และด่านตากใบ
นําเข้าน้อยที่สุด
ประมาณ
9.600
ตัน
มาจากประเทศมาเลเซียทั้งหมด
-
เรือค้าต่างประเทศ
ขาออก
มีการขนส่งประมาณ
289,761.733
ตัน
ส่งออกที่
ด่านศุลกากร
ภูเก็ตมากที่สุดประมาณ
137,611.154
ตัน
ไปปลายทางประเทศมาเลเซีย
ประมาณ
62,157.342
ตัน
ประเทศอิหร่าน
ประมาณ
59,510.872
ตัน
ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ประมาณ
6,597.556
ตัน
ด่านที่ส่งออกรองลงมาคือ
ด่านคลองใหญ่
ประมาณ
90,616.125
ตัน
ไปปลายทางประเทศกัมพูชาทั้งหมด
ด่านระนองประมาณ
44,923.909
ตัน
ส่งไปปลายทางประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า
ทั้งหมด
และด่านสตูลส่งออกน้อยที่สุด
ประมาณ
83.910
ตัน
ไปปลายทางประเทศมาเลเซียประมาณ
82.910
ตัน
และประเทศอินโดนีเซีย
ประมาณ
1.000
ตัน
-
เรือค้าชายฝั่ง
ขาเข้า
มีการขนส่ง
ประมาณ
4,147.520
ตัน
เข้าที่ด่านศุลกากรบ้านดอน
ประมาณ
2,142.520
ตัน
โดยมีต้นทางมาจากจังหวัดปทุมธานีประมาณ
1,368.520
ตัน
จังหวัดระยอง
ประมาณ
460.000
ตัน
และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ประมาณ
314.000
ตัน
ด่านที่นําเข้ารองลงมาคือ
ด่านแหลมฉบังประมาณ
1,200.000
ตัน
มีต้นทางมาจากจังหวัดสุราษฎร์ฯทั้งหมด
ด่านสมุทรสงคราม
ประมาณ
805.000
ตัน
มีต้นทางมาจากจังหวัดตราดทั้งหมด
-
เรือค้าชายฝั่ง
ขาออก
มีการขนส่ง
ประมาณ
4,045.200
ตัน
ส่งออกที่ศุลกากรสมุทรปราการ
ประมาณ
2,845.200
ตัน
ไปปลายทางจังหวัดสุราษฎร์ฯ
ทั้งหมด
และด่านบ้านดอน
ประมาณ
1,200.000
ตัน
ไปปลายทางจังหวัดชลบุรี
ทั้งหมด
11.
แร่เชื้อเพลิง
(SOLID MINERAL FUELS)
มีการขนส่งทั้งหมดประมาณ
7,158,239.218
ตัน
เป็นเรือค้าต่างประเทศขาเข้าทั้งหมด
เข้าที่ด่านศุลกากรมาบตาพุดมากที่สุดประมาณ
6,493,655.212
ตัน
โดยมี
ต้นทางมาจากประเทศออสเตรเลียประมาณ
3,088,679.000
ตัน
ประเทศอินโดนีเซียประมาณ
2,565,784.000
ตัน
และ
ประเทศสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ประมาณ
143,591.000
ตัน
ด่านที่นําเข้ารองลงมาคือ
ด่านกันตังประมาณ
570,863.006
ตัน
มีต้นทางมาจากประเทศอินโดนีเซียประมาณ
519,449.363
ตันประเทศมาเลเซียประมาณ
51,413.643
ตัน
ด่านบ้านดอนประมาณ
90,021.000
ตัน
มีต้นทางมาจากประเทศอินโดนีเซียประมาณ
55,021.000
ตัน
ทะเลสากลประมาณ
35,000.000
ตัน
และด่านสมุทรสงคราม
นําเข้าน้อยที่สุดประมาณ
3,700.000
ตันไปประเทศอินโดนีเซียทั้งหมด
12.
ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม
(PETROLEUM PRODUCTS)
มีการขนส่งทั้งหมดประมาณ
100,671,174.202
ตัน
เป็นเรือค้าต่างประเทศประมาณ
65,474,860.792
ตัน
และเรือค้าชายฝั่งประมาณ
35,196,313.410
ตัน
แยกตาม
ประเภทเรือ