สรุปผูบริหาร
โครงการสงเสริมระบบบริหารจัดการขนสงเพื่อการประหยัดพลังงาน
(
พ
.
ศ
. 2555)
(Logistics and Transport Management ; LTM)
ปจจุบันประเทศไทย มีสัดสวนการใชพลังงานขั้นสุดทายแยกตามประเภทสาขาธุรกิจแบงไดเปน 3 ประเภทหลักๆ โดยการใชพลังงานในภาคอุตสาหกรรม และภาคการขนสงนั้น มีสัดสวนการใช พลังงานขั้นสุดทายใกลเคียงกันอยูที่ 35.6 % และ 35.7 % ตามลําดับ และการใชพลังงานในสวนอื่นๆ เชน ที่อยูอาศัย, ภาคธุรกิจ, การเกษตร ฯลฯ อีก 28.7 % (ขอมูล พ.ศ. 2554) ดังแสดงในรูปที่ 1 โดยที่ ผานมา ภาครัฐไดใหความสําคัญกับการสงเสริมลดการใชพลังงานใหกับทุกภาคสวนผานการสงเสริม และสนับสนุนโครงการตางๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงาน โดยสําหรับภาคอุตสาหกรรมนั้น ไดรับการสนับสนุนดานการประหยัดพลังงานมาอยางตอเนื่องเปนอยางดี ผานโครงการฯ ตางๆ แต สําหรับภาคคมนาคมขนสงนั้นมักจะไดรับการชวยเหลือผานการพัฒนาระบบโครงสรางพื้นฐานเปนหลัก ซึ่งถือเปนแผนการปรับปรุงระยะยาว สงผลใหผูประกอบการที่ไดรับผลกระทบระยะสั้นจากภาวะ เศรษฐกิจชะลอตัว, ความผันผวนทางดานราคาพลังงาน และการแขงขั้นที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคตจากการ เปดเสรีดานการบริการของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community, AEC) ไม สามารถปรับตัวไดทัน และความสามารถทางการแขงขันทางธุรกิจลดนอยลง ดวยเหตุปจจัยดังที่กลาวมานั้น สงผลใหตนทุนดานการขนสงสูงขึ้นอยางตอเนื่อง และสงผล กระทบตอทุกภาคสวนอยางหลีกเลี่ยงไมได โดยเฉพาะอยางยิ่งผูที่ไดรับผลกระทบอยางมากคือ ผูประกอบการภาคการขนสง ซึ่งมีตนทุนดานพลังงานสูงกวาภาคธุรกิจอื่นๆ ดังจะเห็นไดจากรูปที่ 1 กลาวคือ จากสัดสวนการใชพลังงานขั้นสุดทายของภาคคมนาคมขนสงนั้น แบงเปนสัดสวนการใช พลังงานในการขนสงทางบกสูงถึง 79 % ของการใชพลังงานในภาคการขนสงทั้งหมด นั่นยอมหมายถึง หากมีความผันผวนทางดานราคาพลังงานเชื้อเพลิงมากนอยเพียงใด ยอมจะสงผลกระทบตอ ผูประกอบการขนสงอยางยิ่งเชนกัน หากผูประกอบการขนสงสินคาไมปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ ดังกลาว อาจจะตองแบกรับตนทุนพลังงานที่สูงขึ้นอยางรวดเร็ว และสูญเสียความสามารถทางการ แขงขันทางธุรกิจในที่สุด ดังนั้น ผูประกอบการขนสงตองปรับปรุงและพัฒนาระบบบริหารจัดการขนสงเพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพการใชเชื้อเพลิง และลดตนทุนดานพลังงานอยางตอเนื่อง โดยแนวทางหนึ่งที่ชวยสงเสริม ใหเกิดการเรงพัฒนาระบบบริหารจัดการขนสงใหแพรหลายไดอยางเปนรูปธรรม คือการสงเสริมใหทีม
ผูเชี่ยวชาญที่มีความชํานาญเฉพาะดานเขาใหคําแนะนําแนวทางการปฏิบัติ และแนวทางการวินิจฉัยเพื่อ พัฒนาระบบบริหารจัดการขนสงใหกับผูประกอบการสามารถนําไปประยุกตใชไดดวยตนเองตอไป ซึ่งถือ เปนแนวทางสําคัญที่ผูประกอบการขนสงควรใหความใสใจ และมุงมั่นที่จะปรับปรุงใหสามารถใช เชื้อเพลิงไดอยางมีประสิทธิภาพ ลดสัดสวนการใชพลังงานในภาคการขนสง และลดการใชพลังงานโดย ภาพรวมของประเทศได ตอไป ซึ่งจากป พ.ศ. 2553 ถึง พ.ศ. 2554 ที่ผานมา สถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม สภา อุตสาหกรรมแหงประเทศไทย ไดรับการสนับสนุนจาก กองทุนเพื่อสงเสริมการอนุรักษพลังงาน สํานักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน ใหดําเนินโครงการสงเสริมระบบบริหารจัดการ ขนสงเพื่อการประหยัดพลังงาน (พ.ศ. 2553) (Logistics and Transport Management, LTM) ซึ่งไดรับ ความสนใจจากผูประกอบการสมัครเขารวมโครงการเปนจํานวนกวา 105 แหง เพื่อสงทีมผูเชี่ยวชาญเขา ทําการวินิจฉัยระบบบริหารจัดการขนสงของผูประกอบการ พรอมใหคําแนะนําในการปรับปรุงระบบ บริหารจัดการขนสงอยางทั่วถึงทุกดานใหมีการใชพลังงานไดอยางมีประสิทธิภาพ โดยผลการดําเนินงาน นั้นสามารถลดการใชพลังงานในภาคการขนสงไดกวา 4.5 ktoe หรือเทียบเปนเงินกวา 200 ลานบาท อยางไรก็ตามหลังจากดําเนินโครงการแลวเสร็จ สถาบันพลังงานฯ ยังคงไดรับการติดตอสนใจโครงการฯ จากผูประกอบการอยางตอเนื่อง สอดคลองกับจํานวนของผูประกอบการขนสง และจํานวนรถบรรทุกของ ประเทศไทยที่ปจจุบันมีจํานวนถึงกวา 350,000 แหง และ 868,947 คันตามลําดับ ซึ่งแสดงถึงศักยภาพ การประหยัดพลังงานใหกับประเทศหากขยายผลการดําเนินงานออกไปยังผูประกอบการขนสงรายอื่นๆ ตอไป วัตถุประสงค 1. เพื่อสงเสริมใหกลุมผูประกอบการกิจการขนสง มีโอกาสไดรับการศึกษาหาแนวทางการพัฒนา ระบบบริหารจัดการขนสง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใชพลังงานที่เหมาะสมกับสถาน ประกอบการของตน พรอมทั้งนําไปปฏิบัติใหเกิดขึ้นอยางเปนรูปธรรมได 2. เพื่อประยุกตความรูความชํานาญของทีมผูเชี่ยวชาญดานตางๆ (วิศวกรรมและเทคโนโลยี, การ บริหารจัดการ, วิธีการขับรถ และการสรางทีมงาน) ในการวิเคราะหการใชพลังงานในสวนการ ขนสงของผูประกอบการที่เขารวมโครงการฯ รวมถึงเผยแพรความรูดังกลาวสูบุคลากรของ ผูประกอบการฯ เพื่อนําไปใชวิเคราะหการใชพลังงานดวยตนเองไดตอไป 3. เพื่อรวบรวมผลสําเร็จที่ไดรับจากการปรับปรุงตามคําแนะนําของทีมผูเชี่ยวชาญ ใชเปนศูนยรวม ความรูในการลดการใชพลังงานเชื้อเพลิงในสาขาขนสง เผยแพรสูภาคคมนาคมขนสง และลด สัดสวนการใชพลังงานในภาคคมนาคมขนสง ตอไป
ประโยชนที่ไดรับจากการดําเนินโครงการ 1. ผูประกอบการที่เขารวมโครงการฯ ทราบถึงแนวทางการปรับปรุงเพื่อลดการใชเชื้อเพลิงใน กิจการขนสง เพื่อนําไปประยุกตใชกับหนวยงานของตนเองไดทั้งระยะสั้น (ทําไดทันที หรือ ภายใน 1 - 2 ป) ระยะกลาง (3 ป) และระยะยาว (5 ป) 2. ผูประกอบการกิจการขนสงที่เขารวมโครงการฯ สามารถดําเนินการตามแนวทางการเพิ่ม ประสิทธิภาพการใชเชื้อเพลิง เพื่อลดตนทุนดานพลังงานไดอยางเปนรูปธรรม 3. บุคลากรของผูประกอบการขนสงที่เขารวมโครงการฯ ไดรับความรูดานหลักการ และแนวคิดใน การวิเคราะหหาแนวทางลดการใชเชื้อเพลิง เพื่อนําความรูที่ไดรับไปประยุกตใชไดดวยตนเอง ตอไปในอนาคต สงเสริมใหเกิดการพัฒนาอยางยั่งยืน 4. ลดการใชพลังงานในภาคการขนสง จากแนวทางการปรับปรุงตางๆ ที่ประสบผลสําเร็จ รวมถึง สามารถนําแนวทางตางๆ เผยแพร ประชาสัมพันธใหกับผูประกอบการรายอื่นๆ ใหสามารถ นําไปประยุกตใชเพื่อลดการใชพลังงานเชื้อเพลิงในภาคการขนสงโดยรวมไดตอไป 5. ลดการปลอยกาซคารบอนไดออกไซดที่เกิดจากการเผาไหมเชื้อเพลิง ซึ่งเปนสาเหตุหนึ่งของ การเกิดภาวะโลกรอน ดวยการเพิ่มประสิทธิภาพการใชเชื้อเพลิงใหกับผูประกอบการขนสงที่เขา รวมโครงการฯ ซึ่งถือเปนการลดการใชเชื้อเพลิงที่ไมจําเปนลงได ตัวชี้วัดความสําเร็จของโครงการ 1. สงเสริมใหมีการศึกษาหาแนวทางการพัฒนาระบบบริหารจัดการขนสง เพื่อลดการใชน้ํามัน เชื้อเพลิงในกิจการบริการขนสงสินคา จํานวนไมนอยกวา 100 ราย 2. สงเสริมใหเกิดการประหยัดพลังงานเชื้อเพลิงในกิจการบริการขนสง โดยมีเปาหมายการใช พลังงานเชื้อเพลิงที่คาดวาจะลดไดเฉลี่ยรวมหลังจบโครงการฯ เทากับ 5 ktoe ตอป 3. จัดทํา “คูมือเผยแพรความรูในการพัฒนาระบบบริหารจัดการขนสง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช พลังงาน” เพื่อเผยแพรใหผูประกอบการไดนําไปประยุกตใชเปนแนวทางในการปรับปรุง ประสิทธิภาพการใชเชื้อเพลิง หลักการและแนวคิดในการดําเนินโครงการ หลักการและแนวคิดในการดําเนินโครงการ มุงเนนสงเสริมใหผูประกอบการขนสงไดรับความรู และแนวทางการปรับปรุงระบบบริหารจัดการขนสงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใชเชื้อเพลิง พรอมทั้งนํา แนวทางดังกลาวไปปฏิบัติใหเกิดขึ้นจริงอยางเปนรูปธรรม เพื่อลดตนทุนพลังงานที่มีความผันผวนและมี แนวโนมสูงขึ้นในอนาคต รวมถึงเผยแพรแนวทางผลสําเร็จตางๆ ที่เกิดขึ้นใหกับผูประกอบการภาคการ
ขนสงทั่วประเทศ อันจะนําไปสูแนวทางที่ทําใหเกิดการประหยัดพลังงานในภาคการขนสงไดอยางเปน รูปธรรม ดังแสดงในรูปที่ 2 กลาวคือ ผูประกอบการขนสงสวนมากมักจะยังไมมีการดําเนินการปรับปรุง การใชพลังงานของตนเองอยางจริงจัง เนื่องจากขาดผูชํานาญการที่จะใหคําปรึกษา และชี้แนะแนวทางที่ จะชวยเพิ่มประสิทธิภาพการใชเชื้อเพลิง ดังนั้น โครงการสงเสริมระบบบริหารจัดการขนสงเพื่อการ ประหยัดพลังงาน (Logistics and Transport Management: LTM) จึงเปดโอกาสใหกับผูประกอบการที่มี ความสนใจที่จะปรับปรุงการใชพลังงานของตนเองอยางจริงจังเขารวมโครงการ เพื่อใหทีมผูเชี่ยวชาญ เขาใหคําปรึกษา และศึกษาหาแนวทางการปรับปรุงดวยหลักการดานตางๆ ดังนี้
วิศวกรรมและเทคโนโลยี (Engineering and Technology )
การบริหารจัดการ (Management) วิธีการขับรถ (Drive) สรางทีมงาน (Task Force) โดยแนวทางที่ไดรับการใหคําแนะนําจะถูกผลักดันใหผูประกอบการนําไปปฏิบัติใหเกิดขึ้นอยาง เปนรูปธรรม พรอมทั้งเก็บรวบรวมขอมูลการใชเชื้อเพลิงเพื่อใชในการเปรียบเทียบผลการประหยัด พลังงานเมื่อดําเนินการปรับปรุงแลวเสร็จ ซึ่งผลจากการดําเนินโครงการฯ ที่ไดรับคือผลการประหยัด อยางเปนรูปธรรม และตัวอยางผลสําเร็จของแนวทางการปรับปรุงประสิทธิภาพการใชเชื้อเพลิงที่ สามารถรวบรวม และจัดทําคูมือ หรือเอกสารเผยแพรความรูดังกลาวใหกับภาคการขนสงนําไป ประยุกตใชไดดวยตนเองตอไป กลุมเปาหมาย ใหคําแนะนําแนวทางการพัฒนาระบบบริหารจัดการขนสงใหกับผูประกอบการขนสงและโรงงาน อุตสาหกรรมที่มีกิจกรรมการขนสง ไมนอยกวา 100 แหง ระยะเวลาโครงการ ระยะเวลาดําเนินโครงการ 8 เดือน (ตุลาคม 2555 ถึง พฤษภาคม 2556) สรุปผลการดําเนินโครงการ ผูประกอบการดําเนินมาตรการทั้งหมดตามที่ผูเชี่ยวชาญใหคําแนะนํา และทําการศึกษาความ เปนไปไดฯ ใหกับผูประกอบการทั้ง 104 ราย มีผลการการประหยัดเชื้อเพลิงที่เกิดขึ้นจริงหลังจากดําเนิน โครงการฯ 7.302 ktoe ตอป โดยเปนการประหยัดน้ํามันดีเซล 5,444,271 ลิตรตอป, กาซธรรมชาติ
2,276,733 กิโลกรัมตอป, กาซปโตรเลียมเหลว 25,845 ลิตรตอป และน้ํามันเบนซิน 516 ลิตรตอป และมี มูลคาการประหยัดรวมกันประมาณ 187,533,171 ลานบาทตอป (*คิดคาเชื้อเพลิงน้ํามันดีเซลลิตรละ 29.99 บาท, กาซธรรมชาติกิโลกรัมละ 10.50 บาท, กาซปโตรเลียมเหลวลิตรละ 12.95 บาท และน้ํามัน เบนซินลิตรละ 37 บาท) อยางไรก็ตามภายใตระยะเวลาการดําเนินโครงการฯ ผูประกอบการทั้ง 104 แหง ไมสามารถดําเนินการปรับปรุงตามขอเสนอแนะของทีมผูเชี่ยวชาญไดครบถวนทุกขอ จึงกําหนดให ผูประกอบการดําเนินการปรับปรุงในสวนของมาตรการที่จะดําเนินการในอนาคตใหแลวเสร็จ จากที่ ผูเชี่ยวชาญไดนําเสนอไว ซึ่งมีศักยภาพที่คาดวาจะประหยัดไดเพิ่มเติมอีก 5.029 ktoe ตอป โดยเปน การประหยัด น้ํามันดีเซล 2,798,721 ลิตรตอป และกาซธรรมชาติ 2,298,088 กิโลกรัมตอป และมีมูลคา การประหยัดรวมกันประมาณ 108,063,582 ลานบาทตอป ผลรวมการประหยัดพลังงาน ที่เกิดหลังจาก เสร็จสิ้นโครงการฯ เปน 12.331 ktoe คิดเปนตนทุนพลังงานเชื้อเพลิงที่สามารถประหยัดได *295,596,753 ลานบาท / ป จากเปาหมายการประหยัดพลังงานของโครงการที่ กําหนดใหประหยัดพลังงานไมนอยกวา 5 ktoe จะเห็นไดวาจากการดําเนินโครงการฯ สงผลใหเกิดผลการประหยัดพลังงานไดถึง 7.302 ktoe รวมถึงหากมองถึงมาตรการที่ผูประกอบการจะดําเนินการในอนาคตซึ่งมีศักยภาพการประหยัดพลังงาน 5.029 ktoe สงผลใหจากการดําเนินโครงการฯ สามารถสงเสริมใหเกิดการประหยัดพลังงานในสาขา ขนสงโดยรวมกวา12.331 ktoe ดังแสดงในรูปที่ 1 *หมายเหตุ ราคาเชื้อเพลิงอางอิงณวันที่ 9 พฤศจิกายน 2555 โดยที่ราคาเชื้อเพลิงคากลางที่ใชในการคํานวณ มีรายละเอียดดังนี้ ดีเซล 29.99 บาท/ลิตร กาซธรรมชาติ 10.5 บาท/กิโลกรัม กาซปโตรเลียมเหลว 12.95 บาท/ลิตร เบนซิน 37.00 บาท/ลิตร