• No results found

ปฏ บ ต การท 9 การใช โปรแกรมส าน กงาน Microsoft Excel (ต อ)

N/A
N/A
Protected

Academic year: 2021

Share "ปฏ บ ต การท 9 การใช โปรแกรมส าน กงาน Microsoft Excel (ต อ)"

Copied!
15
0
0

Loading.... (view fulltext now)

Full text

(1)

ปฏิบัติการที่ 9

การใช้โปรแกรมสํานักงาน Microsoft Excel (ต่อ) วัตถุประสงค์

1. รู้จักโปรแกรม Microsoft Excel ซึ่งเป็นโปรแกรมในชุดของ Microsoft Office 2. รู้จักฟังก์ชันต่าง ๆ ในโปรแกรม Excel 3. สามารถสร้างแผนภูมิได้ 4. สามารถประยุกต์ใช้งานโปรแกรม Excel ให้เข้ากับลักษณะของงานด้านต่าง ๆ ได้ จากปฏิบัติการที่ 8 ทําให้เราได้รู้จักหน้าตาและความสามารถของโปรแกรม Excel มากขึ้น แต่ โปรแกรม Excel ยังมีเครื่องมือที่น่าสนใจที่ทําให้เราสามารถนําไปประยุกต์ใช้กับงานด้านต่าง ๆ อีกมาก 1. วิธีใช้งานสูตรของ Excel (ต่อ) ฟังก์ชัน IF ฟังก์ชัน IF() เป็นฟังก์ชันที่ใช้ในการกําหนดเงื่อนไข สามารถนําไปใช้ได้ในหลายสถานการณ์ ที่นิยม ได้แก่ นํามาใช้ในการคํานวณเกรด เป็นต้น รูปแบบการใช้คือ

=IF ( logical_test, value_if_true, value_if_false )

logical_test เป็นการตรวจสอบเงื่อนไขในเซลล์ต่าง ๆ ว่าเป็นจริงหรือไม่ เช่น ตรวจสอบว่า ข้อมูลใน เซลล์ A5 มีค่ามากกว่า 50 หรือไม่ เป็นต้น value_if_true คือสิ่งที่จะให้แสดง ถ้าการตรวจสอบเงื่อนไขนั้นเป็นจริง value_if_false คือสิ่งที่จะให้แสดง ถ้าการตรวจสอบเงื่อนไขนั้นเป็นเท็จ ในการตรวจสอบเงื่อนไขจะต้องใช้เครื่องหมายการเปรียบเทียบดังนี้ เครื่องหมาย ความหมาย > มากกว่า < น้อยกว่า >= มากกว่าหรือเท่ากับ <= น้อยกว่าหรือเท่ากับ = เท่ากับ <> ไม่เท่ากับ

(2)

ตัวอย่างที่ 1 จะใช้ในการตัดเกรดคะแนนว่าผ่านหรือไม่ผ่าน เงื่อนไขคือ ถ้าคะแนนมากกว่า 60 จะถือ ว่า ผ่าน ข้อมูลคะแนนที่จะนํามาตัดเกรด มีดังนี้ รูปที่ 9-1 การตรวจสอบเงื่อนไขคือ คะแนนที่ตําแหน่ง B2 มีค่ามากกว่า 60 หรือไม่ ถ้ามากกว่าจริง ให้แสดงที่ ตําแหน่ง C2 เป็น “ผ่าน” ถ้าไม่จริงให้แสดงที่ตําแหน่ง C2 เป็น “ไม่ผ่าน” ดังนั้นสามารถเขียนเงื่อนไขได้เป็น =IF(B2>60,“ผ่าน”, “ไม่ผ่าน”) ดังนั้นทําการใส่สูตร IF ที่ตําแหน่งเซลล์ C2 ตามเงื่อนไขดังกล่าว เงื่อนไขที่ต้องการทดสอบ สิ่งที่ต้องการแสดงเมื่อเงื่อนไขเป็นจริง สิ่งที่ต้องการแสดงเมื่อเงื่อนไขเป็นเท็จ

(3)

รูปที่ 9-2 หลังจากนั้นทําการ Auto Fill ให้ครอบคลุมถึงตําแหน่งเซลล์ C11 จะได้ผลลัพธ์ดังรูปต่อไปนี้ รูปที่ 9-3 ฝึกปฏิบัติด้วยตนเอง ถ้าเปลี่ยนเงื่อนไขเป็น B2<=60 จะต้องพิมพ์สูตรในตําแหน่งเซลล์ C2 ใหม่ หรือไม่ ถ้าเปลี่ยนจะต้องแก้ไขสูตรในตําแหน่ง C2 อย่างไร ตัวอย่างที่ 2 ถ้ามีการตัดหลายเกรด สามารถทําได้โดยกําหนดเงื่อนไขซ้อนเงื่อนไข การกําหนด เงื่อนไขเริ่มจากน้อยไปก่อน เมื่อตรวจสอบว่าไม่เป็นจริงจึงตรวจสอบเงื่อนไขต่อไปเรื่อย ๆ จนหมด • ตัวอย่างต่อไปนี้ เป็นการกําหนด 2 เงื่อนไข =IF(เงื่อนไขที่1,จริง,IF(เงื่อนไขที่2,จริง,เท็จ)) จะเห็นว่า เมื่อตรวจเงื่อนไขที่1 ครั้งแรกถ้าพบว่าเป็นจริงก็จะแสดงผลและไม่ตรวจสอบเงื่อนไขต่อไป แต่ถ้าไม่จริง จะตรวจสอบเงื่อนไขที่2 ต่อไป ถ้าจริงจะแสดงผลค่าจริง แต่ถ้าไม่จริงจะแสดงผลค่าที่เป็นเท็จ • ตัวอย่างต่อไปนี้ เป็นการกําหนด 3 เงื่อนไข =IF(เงื่อนไขที่1,จริง,IF(เงื่อนไขที่2,จริง,IF(เงื่อนไขที่3,จริง,เท็จ))) จะเห็นว่า เมื่อตรวจเงื่อนไขที่1 ครั้งแรกถ้าพบว่าเป็นจริงก็จะแสดงผลและไม่ตรวจสอบเงื่อนไขต่อไป แต่ถ้าไม่จริง จะตรวจสอบเงื่อนไขที่2 ต่อไป ถ้าจริงจะแสดงผลค่าจริง แต่ถ้าไม่จริง จะตรวจสอบเงื่อนไขที่3 ต่อไป ถ้าจริงจะแสดงผลค่าจริง แต่ถ้าไม่จริงจะแสดงผลค่าที่เป็นเท็จ ถ้ามีเงื่อนไขที่ต้องพิจารณามากกว่า 3 เงื่อนไข ก็ให้ทําในลักษณะเดียวกัน ข้อสังเกต ถ้าสิ่งที่ต้องการให้แสดงเป็นข้อความหรือตัวอักษร ให้ใส่ข้อความหรือตัวอักษรนั้นอยู่ภายใน เครื่องหมายคําพูด (“”) เราใช้หลักการดังกล่าวข้างต้นสําหรับการตัดเกรดหลายเกรด สมมติว่าเกณฑ์ในการตัดเกรด มีดังนี้

(4)

0-50 F 51-60 D 61-70 C 71-80 B 81-100 A การตรวจสอบเงื่อนไขคือ ครั้งที่ 1 คะแนนน้อยกว่าหรือเท่ากับ 50 หรือไม่ ถ้าจริง ให้เกรดเป็น F ถ้าไม่จริงตรวจสอบต่อไป ครั้งที่ 2 คะแนนน้อยกว่าหรือเท่ากับ 60 หรือไม่ ถ้าจริง ให้เกรดเป็น D ถ้าไม่จริงตรวจสอบต่อไป ครั้งที่ 3 คะแนนน้อยกว่าหรือเท่ากับ 70 หรือไม่ ถ้าจริง ให้เกรดเป็น C ถ้าไม่จริงตรวจสอบต่อไป ครั้งที่ 4 คะแนนน้อยกว่าหรือเท่ากับ 80 หรือไม่ ถ้าจริง ให้เกรดเป็น B ถ้าไม่จริง ให้เกรดเป็น A (แสดงว่า คะแนนที่กําลังตรวจมีค่ามากกว่า 80 จึงควรได้เกรดเป็น A จึงไม่จําเป็นต้องมีการตรวจสอบเงื่อนไข ในครั้งที่ 5 อีกแล้ว) ดังนั้นจึงเขียนเงื่อนไขได้ดังนี้ =if(B2<=50,“F”,if(B2<=60,“D”,if(B2<=70,“C”,if(B2<80,“B”,“A”)))) รูปที่ 9-4 หลังจากนั้นทําการ Auto Fill ให้ครอบคลุมถึงตําแหน่งเซลล์ C11 ซึ่งจะให้ผลลัพธ์ดังรูปต่อไปนี้

(5)

รูปที่ 9-5 2. การสร้างแผนภูมิ โปรแกรม Excel มีแผนภูมิสําเร็จรูปเตรียมไว้พร้อมใช้งาน ซึ่งมีด้วยกันหลายประเภท เช่น คอลัมน์ เส้น วงกลม แท่ง เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถปรับแต่งเพิ่มเติมเพื่อให้แผนภูมิให้ดูสวยงาม เช่น สามารถใช้ ภาพประกอบหรือลวดลายพื้นได้ วิธีการสร้างแผนภูมิมีดังนี้ 1. สร้างข้อมูลตามรูปข้างล่างนี้ รูปที่ 9-10 2. คลิกเซลล์ใดเซลล์หนึ่งในบริเวณ A3:D7 เพื่อระบุขอบเขตของข้อมูลที่จะนํามาจัดทําแผนภูมิ ข้อมูล ที่จะนํามาใช้ต้องอยู่ในลักษณะตาราง

3. ไปที่ Tool Bar แล้วเลือกไอคอน Chart Wizard ดังภาพที่ปรากฏ เพื่อทําการสร้างแผนภูมิ หรือจะ เลือกที่ Menu Bar แล้วเลือกเมนู Insert จากนั้นเลือกเมนู Chart

(6)

4. เมื่อทําการเลือกเมนูในการสร้างแผนภูมิตามข้อที่ 3 แล้ว จะปรากฏหน้าต่างดังรูปต่อไปนี้

รูปที่ 9-12

จากรูปเราสามารถเลือกประเภทของแผนภูมิที่ต้องการแสดงจาก Chart Type (พื้นที่ทางด้านซ้ายมือ) ได้แก่ คอลัมน์ (Column) แท่ง (Bar) เส้น (Line) แผนภูมิวงกลม (Pie) เป็นต้น และแต่ละประเภทสามารถที่ จะเลือกรูปแบบได้อีกหลายหลายรูปแบบ (พื้นที่ทางด้านขวามือ) 5. ให้เลือกชนิด Column และเลือกรูปแบบที่ 1 จากนั้นกดปุ่ม Next จะทําให้ปรากฏหน้าต่างดังนี้ ซึ่ง เป็นการแสดงให้เห็นถึงช่วงข้อมูลที่จะนํามาสร้างเป็นแผนภูมิ รูปที่ 9-13 6. จากนั้นกดปุ่ม Next แล้วจะปรากฏหน้าต่างให้ใส่ข้อมูลประกอบแผนภูมิ ให้ใส่ข้อมูลดังนี้ รูปแบบของ แผนภูมิ ประเภทของ แผนภูมิ

(7)

รายงานยอดขาย 0 5000 10000 15000 เวียงแก ้ว ขวัญชัย สมศักดิ ไม ้เมือง รายชือพน ักงาน ต.ค.-04 พ.ย.-04 ธ.ค.-04 รูปที่ 9-14 ที่ Chart Title ให้ใส่ข้อความว่า รายงานยอดขาย ที่ Category (X) axis ให้ใส่ข้อความว่า ชื่อพนักงาน ที่ Value (Y) axis ให้ใส่ข้อความว่า บาท

หลังจากใส่ข้อความดังกล่าวแล้วจะทําให้มีข้อความปรากฏที่แกน X และแกน Y ดังภาพต่อไปนี้

รูปที่ 9-15

(8)

รูปที่ 9-16 8. เราสามารถที่เปลี่ยนสีหรือตกแต่งลักษณะของแถบที่แสดงข้อมูลได้หลายชนิด เช่น เปลี่ยนสี ทําให้ สีที่ต้องการแสดงมีการไล่เฉดสี หรือการใส่ลวดลาย เป็นต้น ให้ทําการคลิกเมาส์ซ้ายที่กราฟที่ต้องการจะเปลี่ยน เช่นถ้าต้องการเปลี่ยนสีหรือใส่ลวดลายให้กลุ่มข้อมูลเดือน ต.ค.-04 ใหม่ให้ทําการคลิกเมาส์ซ้ายเพื่อเลือกกราฟ ซึ่งกราฟที่ถูกเลือกจะปรากฏสัญลักษณ์สี่เหลี่ยมขึ้นมาดังรูป รูปที่ 9-17

9. จากนั้นให้ทําการคลิกเมาส์ขวา แล้วเลือกเมนู Format Plot Area… แล้วจะปรากฏหน้าต่างดังรูป

รูปที่ 9-18

10. จากนั้นสามารถเลือกสีที่ต้องการ หรือถ้าต้องการใส่ลวดลายหรือรูปภาพ ให้เลือกเมนู Fill Effects… ซึ่งจะปรากฏดังรูปต่อไปนี้

(9)

รูปที่ 9-19

เราสามารถเลือกให้สีที่แสดงเป็นการไล่เฉดสีผ่านการเลือกป้าย Gradient โดยสามารถเลือก ที่จะไล่เฉดสีเดียว (One color) หรือสองสี (Two color) และสามารถเลือกลักษณะการไล่เฉดจาก Shading styles จากรูปข้างล่างนี้เป็นผลจากการเลือกเฉดสี สองสี แล้วเลือก Shading styles เป็น Horizontal

รายงานยอดขาย 0 5000 10000 15000 เวียงแก ้ว ขวัญชัย สมศักดิ ไม ้เมือง รายช ือพน ักงาน ต.ค.-04 พ.ย.-04 ธ.ค.-04 รูปที่ 9-20 ถ้าต้องการใส่ลักษณะของพื้นผิวให้เลือกป้าย Texture แล้วเลือกลายพื้นผิวตามที่ต้องการ ตัวอย่างดังรูปต่อไปนี้

(10)

รูปที่ 9-21

ถ้าต้องการใส่ลวดลายให้เลือกป้าย Pattern แล้วเลือกลวดลายตามที่ต้องการ

ถ้าต้องการใส่รูปภาพให้เลือกป้าย Picture แล้วกดเลือกเมนู Select Picture จะปรากฏ หน้าต่างให้เราเลือกรูปภาพที่เก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ เพื่อนํามาเป็นลวดลายในแผนภูมิได้ 3. การสร้างแผนภูมิวงกลม การสร้างแผนภูมิวงกลม ก็ทําเช่นเดียวกับการสร้างแผนภูมิคอลัมน์ แต่มีข้อระวังคือ การแสดงข้อมูล ของแผนภูมิวงกลม จะมีข้อมูลเพียง 2 มิติ เท่านั้น เช่น ตัวอย่างยอดขายของพนักงานแต่ละคน จะแสดง ทั้งหมด 3 เดือนภายในแผนภูมิวงกลมเดียวกันไม่ได้ ต้องแยกแสดงเป็นเดือน ๆ ในตัวอย่างต่อไปนี้ จะแสดงข้อมูลยอดขายของพนักงานทั้ง 4 คน ในเดือนต.ค.-04 ซึ่งทําได้ดังนี้ 1. จากข้อมูลเดิม ให้ลากแถบสว่างบริเวณข้อมูลที่จะนํามาทําเป็นแผนภูมิวงกลม คือบริเวณ A3:B7 ดังภาพ รูปที่ 9-22

2. จากนั้นเลือกเมนู Chart Wizard แล้วเลือกแผนภูมิที่ต้องการแสดงเป็น Pie แล้วเลือกชนิดที่ 1 ดัง ภาพ แล้วกดปุ่ม Finish

(11)

รูปที่ 9-23 3. ผลลัพธ์ที่ได้จะปรากฏดังภาพต่อไปนี้ รูปที่ 9-24 4. เราสามารถเปลี่ยนสีหรือใส่ลวดลายต่าง ๆ ให้กับข้อมูลได้ โดยการทําเช่นเดียวกันกับการเปลี่ยนสี หรือลวดลายของแผนภูมิคอลัมน์ 5. ถ้าต้องการแสดงกราฟวงกลมในลักษณะ 3 มิติ เราสามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยการคลิกเมาส์ขวาที่ กราฟแล้วเลือกเมนู Chat Type… จากนั้นลองเลือกเป็นชนิดที่ 2 จะทําให้ได้ผลลัพธ์ดังรูปต่อไปนี้

(12)

รูปที่ 9-25 ฝึกปฏิบัติด้วยตนเอง 1. จงสร้างข้อมูลต่อไปนี้ แล้วนํามาสร้างเป็นแผนภูมิคอลัมน์และตกแต่งให้สวยงาม รูปที่ 9-26 2. จงสร้างแผนภูมิวงกลมและตกแต่งให้สวยงาม เพื่อแสดงข้อมูลสถิติผู้ป่วยที่รับการรักษา ประจําเดือน มกราคม

(13)

คณะวิทยาการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยบูรพา รหัสประจําตัว...ชื่อ-สกุล... กลุ่ม...คณะ...อาจารย์ผู้สอน... คําถามท้ายปฏิบัติการ 1. จากภาพเป็นการจัดสรรโบนัสตามตําแหน่ง ซึ่งถ้าเป็นพนักงานประจําจะได้โบนัสและถ้าเป็นพนักงาน Part Time จะไม่ได้โบนัส 1.1 ตําแหน่งเซลล์ C8 ต้องใส่สูตรอย่างไรให้ถูกต้อง เมื่อทําการ Auto Fill ไปจนถึงตําแหน่งเซลล์ C13 ……….. ……….. 2. จากข้อมูลเงินเดือนของพนักงาน จงตอบคําถามต่อไปนี้

(14)
(15)

2.1 รายได้รวมทั้งปีของพนักงานแต่ละคนที่เซลล์ G3 คํานวณมาจากสูตร... ... 2.2 โบนัสของพนักงานแต่ละคน (เงื่อนไขการจ่ายโบนัสตามข้อกําหนดด้านล่างที่ให้ไว้) ที่เซลล์ H3 คํานวณมา จากสูตร... ... 2.3 คํานวณหาผู้มีรายได้ทั้งปีต่ํากว่า 200,000 บาท เซลล์ G14 ได้จากสูตร... ... 2.4 ถ้าต้องการหาผลรวมของโบนัสทั้งหมดที่ต้องจ่ายให้กับพนักงานที่เซลล์ H13 ต้องใช้ฟังก์ชัน ...ในการคํานวณ และรูปแบบการใช้คือ ...

References

Related documents

The most striking feature of this model is the reality that using the same infrastructure, a large number of organizations (cloud service providers) will be able to deploy, operate

The 2007 FSAP Update acknowledged that Switzerland had made “impressive progress... to strengthen the financial sector supervisory framework since the 2001 FSAP”. Nevertheless, it

Ensure that the tailings management framework is implemented through the actions of all employees working at the facility Consult with Communities of Interest, taking into

Further, the European Banking Authority issued its opinion on virtual currencies and identified more than 70 related risks, including risks to:.. •

The COVID-19 Regional Recovery Fund Collaboration was established by Greater Cincinnati Foundation, United Way of Greater Cincinnati Foundation, Butler County United Way,

Our design divides peer-to-peer content delivery into four key compo- nents: swarming initiation , peer identification , peer selection , and parallel down- load.. While there are

Once the Reset instruction is accepted, any on-going internal operations will be terminated and the device will return to its default power-on state and lose all

If an organization can reduce its primary stor- age footprint, it not only saves capacity in Tier 1 but creates a waterfall of capacity throughout the storage infrastructure and