บทคัดยอ
การศึกษาเรื่องการวิเคราะหความสามารถการใช ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการสําหรับงานวิชาการ โรงเรียนวัง เด็กพัฒนาและพัฒนบริหารธุรกิจ มีวัตถุประสงคเพื่อศึกษา ความสามารถ และปญหาในการใชงานระบบสารสนเทศเพื่อการ จัดการสําหรับงานวิชาการ โดยใชแบบสอบถามเปนเครื่องมือใน การศึกษา และตัวอยางของประชากรที่ใชในการศึกษาครั้งนี้แบง ออกเปน 4 กลุม กลุมละ 10 คน ไดแก ครู-อาจารย บุคลากร ทางการศึกษา นักเรียน-นักศึกษา และกรรมการบริหารโรงเรียน โดยสวนใหญเปนเพศชาย ชวงอายุ 20 – 29 ป มีประสบการณใน การใชงานคอมพิวเตอรมากกวา 6 ป เปนผูมีรายไดระหวาง 10,001 – 20,000 บาท และการศึกษาระดับปริญญาตรี ผ ล ก า ร ศึ ก ษ า พ บ ว า ผู ต อ บ แ บ บ ส อ บ ถ า ม มี ความสามารถในการใชคอมพิวเตอรเฉพาะโปรแกรม ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows โปรแกรมประมวลผลคํา (Microsoft Word) การใชโปรแกรมตารางงาน (Microsoft Excel) การใชโปรแกรมฐานขอมูล (Microsoft Access) การใชโปรแกรม นําเสนองาน (Microsoft Power Point) การใชอินเตอรเน็ต (Internet) และการใชการใช E-mail ทั้งหมดอยูในระดับ พอใช สวนดานเกณฑมาตรฐานในการปฏิบัติงานวิชาการ ไดแก การ วางแผนงานวิชาการ การบริหารงานวิชาการ การจัดบริการ เกี่ยวกับการเรียนการสอน การพัฒนาและสงเสริมทางดาน วิชาการ การวัด ประเมินผลการเรียนและงานทะเบียนนักเรียน และการแนะแนวการศึกษาและอาชีพ ทั้งหมดอยูในระดับ ปาน กลาง สวนสิ่งที่เปนปญหาอุปสรรคในการใชระบบสารสนเทศ เพื่อการจัดการสําหรับงานวิชาการ ไดแก ไมมีเครื่องแสกนเนอร (Scanner) ระบบเครือขายระยะใกล (LAN) และระบบเครือขาย อินเตอรเน็ต (Internet) ใชในการปฏิบัติงานมากเพียงพอ ไมมี การ Back up ขอมูลสวนตัว ไมเขาใจการสรางสมการ คณิตศาสตร การสรางแผนภูมิ การสรางผังองคกร และการสราง จดหมายเวียน (โปรแกรม Microsoft Word) ไมสามารถใชสูตร คํานวณและฟงกชั่นพื้นฐานได การสรางแผนภูมิ การสรางผัง องคกร ไมสามารถใชตัวกรองอัตโนมัติและตัวกรองตางๆ และ การสราง PivotTable และ PivotChart รวมถึงการใชและสราง Macro (โปรแกรม Microsoft Excel) ไมสามารถใชและสราง Macro (โปรแกรม Microsoft Access) การสรางตาราง แผนภูมิ และการกําหนดเวลาในการแสดงสไลด (โปรแกรม Microsoft PowerPoint) และขณะใชงานอยูระบบเครือขายหยุดทํางาน (Network System Down/Error) ทําใหขอมูลที่จัดทําสูญหาย และ กูคืนไมไดทั้งนี้เพื่อจะไดนําผลการศึกษาไปใชในการปรับปรุง และเตรียมความพรอมทั้งทางดานฮารดแวร (Hardware) และ ซอฟตแวร (Software) ตลอดจนถึงบุคลากร (People Ware) ให สอดคลองกับมาตรฐานและครอบคลุมการบริหารงานวิชาการ แลวสงผลใหสถาบันการศึกษา เกิดประสิทธิภาพ และ ประสิทธิผลอยางแทจริง ซึ่งลวนแลวแตเพื่อเปนการรองรับ มาตรฐานคุณภาพทางการศึกษาที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต
การศึกษาเรื่องการวิเคราะหความสามารถการใชระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการสําหรับงาน
วิชาการ โรงเรียนวังเด็กพัฒนาและพัฒนบริหารธุรกิจ
Analysis of Management Information System Usage for Academic Section of Wangdek Pattana and Pat Business Administration School
กฤติเมธ โอพั่ง( Krittimate Ophang) ปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย
คําสําคัญ: การวิเคราะหความสามารถการใชระบบ สารสนเทศเพื่อการจัดการ
Abstract
Analysis of Management Information System usage for academic section of Pat Business Administration School was evaluated. The objectives of this Independence Study were to study the capability of users and problems in Management Information System usage for academic section. Questionnaires were used as an analytical tool in this study. 40 population were divided into 4 groups, including teachers, academic staffs, students and school administrators. The major respondents ware male, age range 20 – 29 years, experience in computer usage more than 6 years, income range 10,001 – 20,000 baht and hold bachelor degree.
The results show that computer skills including Operation System (OS), Microsoft Windows, Microsoft Word, Microsoft Excel, Microsoft Access, Microsoft Power Point, Internet and E-mail of all users are in fair level. For the standards of academic section including academic plan, academic administration, academic service, academic development, academic evaluation and registration as well as education and career counseling are in moderate level. Problems found of Management Information System (MIS) usage in term of hardware are lack of scanners, Local Area Network (LAN) and Internet. No back up of personal data is one of fluently found problem.
Many problems of software usage for Microsoft Word are unable to create mathematic equation, graph, organization chart and mail merge. For Microsoft Excel, problems are unable to use automatic filter and other filters, unable to create Pivot Table and Pivot Chart, unable to use and create Marco. For Microsoft Access, users can not use and create Macro. For Microsoft Power Point, users can not create table, chart, and timing of slide show. The last problem is unable to recover the data when network system down or error.
The obtained results which corresponded to the requirements of respondents will be sent to school for improvement and preparation of hardware, software and people ware. Finally, the school will receive both efficiency and effectiveness that use to indicate the academic quality of school.
Keyword: Analysis of Management Information System
1.
บทนํา
1.1 ความเปนมาและความสําคัญของปญหา ระบบสารสนเทศมีความสําคัญยิ่งตอการบริหารองคการซึ่ง องคการตางๆกําลังใชเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสรางความ ไดเปรียบในเชิงการแขงขันกับคูแขงหลายคนเชื่อวาระบบ สารสนเทศจะมีอิทธิพลมากตอวิธีการจัดองคการและ กระบวนการบริหารตางๆเนื่องจากการบริหารงานในยุคปจจุบัน มีความซับซอนขึ้นมีการเปลี่ยนแปลงทางดานเทคโนโลยีและมี การกระจายขอมูลขาวสารเปนไปอยางรวดเร็วและกวางขวาง โดยมีการทํางานอยางเปนระบบในลักษณะ Feedback Control System นอกจากนี้ยังมีการใชระบบสารสนเทศในการวาง แผนการควบคุมการทํางานและประกอบการตัดสินใจตางๆซึ่ง จะยังนําไปสูการเปลี่ยนแปลงทางแนวคิดและสรางทางเลือก ใหมๆอีกดวยโดยเฉพาะอยางยิ่งในสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่ เปนอยูในปจจุบันทําใหเกิดการแขงขันการมีระบบสารสนเทศที่ ดีจะชวยใหเกิดความไดเปรียบในการแขงขัน ดังนั้นทุก หนวยงานจึงจําเปนตองสรางและจัดใหมีการพัฒนาระบบขอมูล สารสนเทศใหมีประสิทธิภาพและพรอมที่จะนําไปใชไดทันที ทั้งภาครัฐและเอกชนจึงหันมาใหความสําคัญกับระบบ สารสนเทศมากขึ้นเรื่อยๆโดยเฉพาะทางดานการศึกษาสงผลให สถาบันการศึกษาตางๆพัฒนากระบวนการเรียนรูการถายทอด สื่อการสอนโดยใชเทคโนโลยีสารสนเทศมากขึ้นหนวยงานของ ภาครัฐจึงไดมีการกําหนดใหมีการประกันคุณภาพภายในและ ภายนอกเกิดขึ้นโดยไดรับการประเมินคุณภาพการศึกษาจาก หนวยงานภายนอกคือสํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมิน คุณภาพการศึกษาองคการมหาชน (สมศ.) ซึ่งเปนผูกําหนด เงื่อนไขมาตรฐานและตัวบงชี้ถึงคุณภาพของสถานศึกษาใน ประเทศไทย ทั้งในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) อาชีวศึกษาและอุดมศึกษาในระดับอาชีวศึกษามีการระบุการใช ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการในการบริหารจัดการกับขอมูล และสารสนเทศไวอยางชัดเจนคือมาตรฐานที่ 6 ตัวบงชี้ที่ 34 คือระดับคุณภาพของการจัดการระบบสารสนเทศ และการ จัดการความรูของสถานศึกษา กลาวคือสถานศึกษามีการจัดทํา ขอมูลพื้นฐานทั้งหมดเชนขอมูลผูเรียนบุคลากรงบประมาณ เปนตน มีระบบบริหารจัดการขอมูลที่เปนปจจุบันและมี ประสิทธิภาพและการจัดการความรูของสถานศึกษาเพื่อพัฒนา สถานศึกษาอยางมีประสิทธิภาพ ไดแกขอมูลพื้นฐานเพื่อการตัดสินใจที่เปนปจจุบันระบบบริหารจัดการขอมูลที่เหมาะสม และมีผูรับผิดชอบ ระบบฐานขอมูลทั้งหมดที่ประสานกันเปน เครือขายของสถานศึกษาการประเมินประสิทธิภาพและความ ปลอดภัยของระบบการบริหารจัดการขอมูลและการปรับปรุง ระบบการบริหารจัดการขอมูลอยางตอเนื่องซึ่งใหมีเกณฑการ ประเมิน 3 ระดับคือคุณภาพระดับ 3 (ดี) 2 (พอใช) และ 1 (ปรับปรุง) สอดรับกับระเบียบของสํานักงานคณะกรรมการ สงเสริมการศึกษาเอกชนกระทรวงศึกษาธิการวาดวยเรื่องของ ขอบขายของการบริหารงานวิชาการในโรงเรียนเอกชนอันไดแก การบริหารหลักสูตรการจัดการแหลงการเรียนรูการวัดผลและ ประเมินผลการนิเทศการสอนการวิจัยในชั้นเรียนและการ ฝกงาน/ปฏิบัติโครงกานวิชาชีพ ดวยเหตุผลดังกลาวขางตนผูศึกษาจึงมีความสนใจและ ไดศึกษาหาคําตอบวาความสามารถในการใชงานระบบ สารสนเทศเพื่อการจัดการสําหรับงานวิชาการในสถานบัน อาชีวศึกษาเอกชนเปนอยางไรมีปญหาหรืออุปสรรคอะไรบาง ทั้งนี้เพื่อจะไดนําขอมูลที่เปนจริงไปเปนแนวทางในการพิจารณา ประกอบการวางแผนการใชงานระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ สําหรับงานวิชาการ ในสถาบันอาชีวศึกษาเอกชนใหมี ประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น 1.2 วัตถุประสงคการวิจัย 1. เพื่อศึกษาความสามารถการใชระบบสารสนเทศ เพื่อการจัดการสําหรับงานวิชาการในโรงเรียนวังเด็กพัฒนา และพัฒนบริหารธุรกิจ 2. เพื่อศึกษาปญหาอุปสรรคในการใชระบบ สารสนเทศเพื่อการจัดการสําหรับงานวิชาการในโรงเรียนวังเด็ก พัฒนาและพัฒนบริหารธุรกิจ 1.3 ขอบเขตในการวิจัย มุงศึกษาวิเคราะหรูปแบบและความสามารถการใช งานระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการสําหรับงานวิชาการในกลุม ของผูใชในระดับครู-อาจารยบุคลากรทางการศึกษานักเรียน -นักศึกษาและกรรมการบริหารโรงเรียนในโรงเรียนวังเด็ก พัฒนาและพัฒนบริหารธุรกิจซึ่งเปนกลุมตัวอยางจํานวน 40 ตัวอยาง
2.
แนวคิด
ทฤษฎีและวรรณกรรมที่เกี่ยวของ
กองแผนงาน กรมอาชีวศึกษา สํานักงาน คณะกรรมการสงเสริมอาชีวศึกษาเอกชน (สช.) กระทรวงศึกษาธิการ (2552: 1-5) ไดกลาวถึง ลักษณะของ สารสนเทศที่ดีควรจะมีคุณสมบัติดังนี้ 2.1 ค ว า ม ถู ก ต อ ง หมายถึง อัตราสวนของ สารสนเทศที่ถูกตองกับจํานวนสารสนเทศที่ผลิตขึ้นทั้งหมดใน ชวงเวลาหนึ่งซึ่งระดับความถูกตองขนาดใดจะถือวาเพียงพอ ขึ้นอยูกับสารสนเทศซึ่งยิ่งสารสนเทศมีความถูกตองมากเทาไรก็ ยิ่งเปนสารสนเทศที่มีคุณคาสําหรับผูบริหารมากขึ้น 2.2 ความทันตอเวลาการใชงานหมายถึงสารสนเทศ นั้นควรจะรวดเร็วพอที่จะจัดทําไดอยางรวดเร็วจากขอมูล ปริมาณหนึ่ง ในชวงเวลาที่เหมาะสมสําหรับผูบริหาร แต สารสนเทศนั้นไมควรจะรวดเร็วจนไมสามารถบอกถึงแนวโนม การเกิดเหตุการณใดเหตุการณหนึ่งได 2.3 ความสมบูรณของสารสนเทศหมายถึงสารส สนเทศที่ไดจากการรวบรวมขอเท็จจริงหรือขอมูลที่ดีอยูอยาง กระจัดกระจายในองคกรไดในปริมาณที่เพียงพอตอการผลิต สารสนเทศนั้นในบางครั้งผูบริหารตองเผชิญกับการตัดสินใจที่ ไมแนนอนหรือดวยความลังเลใจเพราะสารสนเทศที่นํามาใช สนับสนุนการตัดสินใจนั้นไมสมบูรณ 2.4 ความกะทัดรัดของสารสนเทศ หมายถึง สารสนเทศที่ดีนั้นควรจะเปนสารสนเทศที่กะทัดรัดและได ใจความสมบูรณในตนเองสามารถแสดงสาระที่สําคัญๆตามที่ ผูบริหารตองการใหครบถวนซึ่งอาจจะจัดทําไดโดยการสรุป เฉพาะสิ่งที่ผูบริหารตองการในบางกรณีการใชรูปภาพหรือการ แสดงดวยกราฟสามารถที่จะใหสารสนเทศไดชัดเจนวาการ บรรยายดวยตัวอักษร2.5 ตรงกับความตองการหมายถึงเปนสารสนเทศที่ สามารถสื่อความหมายใหเกิดการกระทําความรูและความเขาใจ ตอความตองการของผูบริหาร โดยทั่วไปสารสนเทศเปนเครื่องมือที่จะชวยในการ ดําเนินงานตางๆ ทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน ชวยเพิ่ม ประสิทธิภาพในการทํางาน ลดคาใชจายประหยัดเวลาเพิ่ม ศักยภาพในการแขงขันหนาที่ทั้งหมดของการจัดการซึ่งไดแก การวางแผนการดําเนินการและการควบคุมสารสนเทศเปนสิ่ง สําคัญตอความสําเร็จในการดําเนินการขององคการขอมูลและ ขาวสารสนเทศเปนสิ่งที่สําคัญอยางยิ่งในการบริหารหรือการ จัดการทั้งในปจจุบันและอนาคตสารสนเทศที่ถูกตองและทันตอ เวลาสามารถทําใหผูบริหารติดตามความกาวหนาของหนวยงาน วาเปนไปตามเปาหมายหรือไมและสามารถปรับแผนใหเปนไป ตามความเปนจริงถาผูบริหารไมมีสารสนเทศที่เหมาะสมก็ อาจจะไมสามารถสนองตอบและแกไขสถานการณตามความ จําเปนงานที่ไดจะไมมีคาและทําใหเกิดการสูญเสียคาใชจายสูง มากดวยสารสนเทศเปนเครื่องชวยในการดําเนินงานของทุก สาขาวิชาชีพใหประสบผลสําเร็จและเจริญกาวหนาขอมูลและ สารสนเทศจึงกลายเปนสิ่งที่จําเปนขั้นพื้นฐานสําหรับการ ตัดสินใจและวางแผนพัฒนาตลอดจนควบคุมติดตามประเมินผล แผนงานตางๆสารสนเทศทางการศึกษามีความสําคัญและจําเปน ตอผูบริหารในวงการศึกษาทุกระดับเพื่อใชในการวางแผนการ ตัดสินใจสั่งการและการควบคุมกํากับติดตามในการบริหาร ทรัพยากรการศึกษาที่มีอยูอยางจํากัดใหเกิดประสิทธิภาพและ สิทธิผลอีกทั้งยังเปนแนวทางนําไปสูการใชทรัพยากรการศึกษา อยางประหยัดและเกิดประโยชนสูงสุดทําใหการบริหารงาน การศึกษาสามารถบรรลุเปาหมายตามที่กําหนดไว ผูบริหาร การศึกษาจะปฏิบัติหนาที่การงานไดอยางมีประสิทธิภาพนั้น นอกจากอาศัยความสามารถของผูบริหารในสวนบุคคลแลวยัง อาศัยขอมูลและสารสนเทศทางการศึกษามาสนับสนุนการ ปฏิบัติงานสารสนเทศที่มีความถูกตองสมบูรณและเพียงพอจะ ชวยใหผูบริหารการศึกษาวางแผนและตัดสินใจไดถูกตอง แมนยําทันเวลามากขึ้นยังผลใหการบริหารงานของโรงเรียนมี ประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล จากแนวคิดและรายละเอียดที่เสนอมาแลวในตอนตน จะเห็นไดวาในอนาคตของการบริหารการศึกษานั้นขอมูล สารสนเทศมีความจําเปนและมีความสําคัญที่ขาดเสียไมไดจะ เปนเครื่องมือชวยในการบริหารและวางแผนดําเนินงานตางๆใน ดานการศึกษาอยางกวางขวาง 3. วิธีดําเนินการศึกษา การดําเนินการศึกษาจะมีลําดับขั้นตอนดังนี้ 3.1.1 ศึกษาและรวบรวมขอมูลที่เกี่ยวของเพื่อกําหนด กรอบแนวคิดในการศึกษา 3.1.2 กําหนดกลุมเปาหมายของการศึกษา 3.1.3 ออกแบบเครื่องมือของการศึกษา โดยใช แบบสอบถามเปนเครื่องมือในการเก็บรวบรวมขอมูล 3.1.4 รวบรวมแบบสอบถามจากกลุมเปาหมายที่ได ทําการศึกษาพรอมทั้งตรวจสอบความถูกตองของขอมูล 3.1.5 นําขอมูลที่ไดมาวิเคราะห โดยโปรแกรม สําเร็จรูปโดยการแจกแจงขอมูลการหาคาความถี่ (Frequency) และรอยละ (Percentage) 3.1.6 ประมวลผลโดยการเปรียบเทียบความแตกตาง ของกลุมตัวอยาง 3.1.7 สรุปผลการวิเคราะหขอเสนอแนะและจัดพิมพ รูปเลมภาคนิพนธ 4. ผลที่ไดจากการศึกษา การศึกษาเรื่องการวิเคราะหความสามารถการใชระบบ สารสนเทศเพื่อการจัดการสําหรับงานวิชาการ โรงเรียนวังเด็ก พัฒนาและพัฒนบริหารธุรกิจ กลุมตัวอยางที่ใชในการศึกษาครั้ง นี้ คือ ประชากรครู-อาจารย บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน -นักศึกษาและกรรมการบริหารโรงเรียนใชแบบสอบถามจํานวน 100 ชุด เปนเครื่องมือที่ใชในการรวบรวมขอมูล และไดรับคืน จํานวน 100 ชุด คิดเปนรอยละ 100 ของแบบสอบถาม ผลการ วิเคราะหขอมูลแบงออกเปน 3 สวนดังนี้ สวนที่ 1 ขอมูลทั่วไปของผูตอบแบบสอบถามพบวา ผูตอบแบบสอบถามสวนใหญเปนเพศชาย มีอายุระหวาง 20 – 29 ปมีการศึกษาระดับปริญญาตรีและมีประสบการณในการใช
งานคอมพิวเตอรมากกวา 6 ป ผูมีรายไดระหวาง 10,001 – 20,000 บาท สวนที่ 2 พฤติกรรมการใชงานของผูตอบแบบสอบถาม พบวาโดยสวนใหญมีคอมพิวเตอรเครื่องพิมพเครื่องสแกนเนอร ใชในการปฏิบัติงานและมีระบบเครือขายใชในการปฏิบัติงาน รวมถึงมีระบบเครือขายอินเตอรเน็ตใชในการปฏิบัติงานและใช คอมพิวเตอรในการปฏิบัติงาน 1-2 วันตอสัปดาหสําหรับ โปรแกรมที่ใชคือ Microsoft Windows สวนที่ 3 ระดับความสามารถในการใชคอมพิวเตอร เฉพาะโปรแกรม จากการศึกษาพบวาทักษะการใช ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows อยูในระดับพอใชสวน ใหญคือความสามารถบริหารจัดการกับ Shortcut (สรางลบ เปลี่ยนชื่อ) การเขาและออกจากระบบปฏิบัติการ Windows การ บริหารจัดการกับ File และ Folder ได (สรางใหมลบเปลี่ยนชื่อ
Cut, Copy, Paste) การคนหาขอมูลได (File, Folder) และการ
เปลี่ยนภาษาใน Windows ไดตามลําดับ นอยสุดคือ ความสามารถ Back up ขอมูลสวนตัวซึ่งควรไดรับการพัฒนา ฝกอบรม 5.3.1 ทักษะการใชโปรแกรมประมวลผลคํา (Microsoft Word) อยูในระดับพอใชสวนใหญคือทักษะ ความสามารถ สรางเอกสารใหมเปดเอกสารเกาและบันทึกเอกสารไดสามารถ ตั้งคาหนากระดาษได สามารถสั่งพิมพเอกสารได สามารถสราง และแกไขหัวกระดาษ ทายกระดาษได สามารถเปลี่ยนขนาด รูปแบบสีของตัวอักษรได สามารถตัดคัดลอกและวางสิ่งที่ เลือกไวในเอกสารได และสามารถสรางและแกไขตารางได สวนที่นอยควรปรับปรังพัฒนาคือการสรางสมการคณิตศาสตร การสรางแผนภูมิการสรางผังองคกรและการสรางจดหมายเวียน ตามลําดับ 5.3.2 ทักษะการใชโปรแกรมตารางงาน (Microsoft Excel) อยูในระดับพอใชสวนใหญคือการสั่งพิมพเอกสาร สามารถตั้งคาหนากระดาษการสรางเอกสารใหมเปดเอกสารเกา และบันทึกเอกสาร สามารถเปลี่ยนขนาด รูปแบบ สี ของ ตัวอักษรและการสรางและแกไขหัวกระดาษทายกระดาษสวน นอยควรไดรับการปรับหรือพัฒนาทักษะเพิ่มเติมคือการใชสูตร คํานวณและฟงกชั่นพื้นฐานไดการสรางแผนภูมิการสรางผัง องคกรการใชตัวกรองอัตโนมัติและตัวกรองตางๆและการ สราง PivotTable และ PivotChart รวมถึงการใชและสราง Macro
ตามลําดับ 5.3.3 ทักษะการใชโปรแกรมฐานขอมูล (Microsoft Access) อยูในระดับพอใชสวนใหญคือ การสรางฐานขอมูล ใหมเปดฐานขอมูลเกาและบันทึกสวนที่นอยควรไดรับการ ปรับหรือพัฒนาทักษะเพิ่มเติมคือการใชและสราง Macro 5.3.4 ทักษะการใชโปรแกรมนําเสนองาน (Microsoft Power Point) อยูในระดับพอใชสวนใหญคือการเปลี่ยนขนาด รูปแบบสีของตัวอักษร การทํางานในมุมมองตางๆ การแทรก และจัดการกับภาพนิ่ง/ภาพเคลื่อนไหว การสรางเอกสาร นําเสนอใหมเปดเอกสารนําเสนอเกา และบันทึกเอกสาร นําเสนอไดการเพิ่มและลบสไลดได และการเปลี่ยนพื้นหลัง และสวนนอยควรไดรับการปรับหรือพัฒนาทักษะเพิ่มเติมไดแก การสรางตารางและแผนภูมิและการกําหนดเวลาในการแสดง สไลด 5.3.5 ทักษะการใชอินเตอรเน็ต (Internet) อยูในระดับ พอใช สวนใหญคือ การเขาสูเว็บไซตที่ตองการได การคนหา ขอมูลโดยใช Search Engine ได และการ Download ขอมูลจาก อินเทอรเน็ตไดสวนทักษะที่ตองไดรับการพัฒนาเพิ่มเติมไดแก
การ Import และ Export Favorites ไดและเขาใจมารยาทในการ
ใชอินเทอรเน็ต
5.3.6 ทักษะการใชการใช E-mail อยูในระดับพอใช
สวนใหญคือการเขาใจความแตกตางของการสงแบบ cc และ
bcc การรับและสง E-mail ไดการตั้งคาโปรแกรมเพื่อรับและสง
E-mail ไดและการ Forward E-mail ไดสวนทักษะที่ตองไดรับ
การพัฒนาเพิ่มเติมไดแกการใช Address Book ในการบันทึกชื่อ และที่อยูไดการแนบ File ไปกับ E-mail ไดและสามารถ Back up E-mail สวนที่ 4 การใชระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ กับงานวิชาการตามเกณฑมาตรฐานในการปฏิบัติงานวิชาการ จากการศึกษาพบวาการวางแผนงานวิชาการอยูในระดับปาน กลางไดแกการจัดทําเอกสารคูมือครูคูมือนักเรียนเผยแพรใหผู ที่เกี่ยวของทราบเปนลําดับแรกรองลงมาคือการรวบรวมจัดทํา
ระเบียบแนวปฏิบัติเกี่ยวกับงานวิชาการแลวประชาสัมพันธให ครูนักเรียนและผูปกครองทราบการจัดทําปฏิทินปฏิบัติงาน ดานวิชาการและการจัดบุคลากรปฏิบัติงานวิชาการการเตรียม สถานที่และสื่อการเรียนการสอนและนอยที่สุดคือ การจัดทํา แผนงานวิชาการ 5.4.1 การบริหารงานวิชาการอยูในระดับปานกลาง ไดแกการจัดตารางเรียนรองลงมาคือการจัดครูเขาสอนถัดมา คือการจัดแผนการเรียนและการจัดการฝกงานตอมาคือการจัด แบบเรียนและสุดทายคือการปรับปรุงการเรียนการสอน 5.4.2 การจัดบริการเกี่ยวกับการเรียนการสอนอยูใน ระดับปานกลางไดแกการจัดสื่อการเรียนการสอนถัดมาคือ การจัดหองสมุดและการวิจัยในชั้นเรียนตามลําดับ 5.4.3 การพัฒนาและสงเสริมทางดานวิชาการอยูใน ระดับปานกลางไดแกการพัฒนาครูทางดานวิชาการเชนการ จัดนิเทศภายในการฝกอบรมการจัดการจัดทําเอกสารความรู ทางวิชาการการประชุมสัมมนาการศึกษาดูงานและการประชุม ปฏิบัติการถัดลงมาคือการสอนซอมเสริมตอมาคือการพัฒนา และสงเสริมการเรียนการสอนแบบตางๆและลําดับสุดทายคือ การจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรในรายวิชาเรียนตางๆ 5.4.4 การวัดผลประเมินผลการเรียนและงานทะเบียน นักเรียนอยูในระดับปานกลาง ไดแกผูตอบแบบสอบถาม สามารถใชระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการสําหรับงานวิชาการ ในกลุมงานการวัดผลประเมินผลการเรียนและงานทะเบียน นักเรียนไดแกการสรางและปรับปรุงเครื่องมือในการวัดผลการ เรียนและหลักฐานทะเบียนนักเรียน-นักศึกษารองลงมาคือการ วัดและประเมินผลการเรียนและลําดับสุดทายคือการจัดใหมี เอกสารแบบฟอรมเกี่ยวกับการวัดผลและประเมินผล 5.4.5 การแนะแนวการศึกษาและอาชีพอยูในระดับปาน กลางไดแกการนิเทศทางการศึกษา (ดานอาชีพและดานแนะ แนวการศึกษาตอ) รองลงมาคือการจัดหางานตอมาการพัฒนา นักเรียน-นักศึกษา การใหคําปรึกษา และสุดทายคือ ทุนการศึกษา 5. สรุป จากผลของการศึกษาของความสามารถการใชระบบ สารสนเทศเพื่อการจัดการสําหรับงานวิชาการในโรงเรียนวังเด็ก พัฒนาและพัฒนบริหารธุรกิจครั้งนี้คงจะเปนประโยชนตอ สถาบันการศึกษาเพื่อจะไดนําไปปรับปรุงและดําเนินการเตรียม ความพรอมทั้งทางดาน Hardware และ Software ตลอดจนถึง บุคลากรเพื่อใหสอดคลองกับความตองการของผูตอบ แบบสอบถามเพื่อใหสถาบันการศึกษาเกิดประสิทธิภาพและ ประสิทธิผลอยางแทจริงเพื่อรองรับมาตรฐานคุณภาพทาง การศึกษาที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตและเพื่อใหงานวิชาการบรรลุ วัตถุประสงคไดนั้นควรจัดใหมีการพัฒนาบุคลากรประจําเพื่อ เตรียมพรอมในการปฏิบัติงานดานคอมพิวเตอรอยางมีคุณภาพ จัดใหมีการอบรมโปรแกรมดานการใชบริการตางๆที่มีการใช งานอยูในระบบงานของสถาบันฯเพื่อใหการดําเนินงานของ สถาบันเกิดประสิทธิภาพมากที่สุดและเปนประโยชนตอองคกร
6.
เอกสารอางอิง
[1]กองแผนงานกรมสามัญศึกษา. (2538). การจัดการขอมูล สารสนเทศในโรงเรียนและตัวอยางกรุงเทพมหานคร : กองพัสดุและอุปกรณการศึกษากรมสามัญศึกษา [2] กองแผนงานกรมอาชีวศึกษา. (2552). การจัดขอมูล สารสนเทศในโรงเรียนและตัวอยาง. กรุงเทพมหานคร : กองพัสดุและอุปกรณการศึกษากรมอาชีวศึกษา สํานักงานคณะกรรมการสงเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) [3] กองสารสนเทศกรมวิชาการ. (2543). ขอมูลสารสนเทศที่ เกี่ยวของกับการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา กรุงเทพมหานคร : กรมวิชาการ [4] ไลลา สันติสุข. (2538). “การจัดการระบบสารสนเทศเพื่อ การบริหารของวิทยาลัยการอาชีพภาคใตสังกัดกรม อาชีวศึกษา” วิทยานิพนธปริญญาศึกษาศาสตร มหาบัณฑิต ส าขาวิชาการบริหารการศึกษ า มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร.[5] ประพนธ เจียรกุล. (2526). “ระบบขอมูลสารสนเทศที่ควรมี ในโรงเรียน” วิทยานิพนธปริญญาศึกษาศาสตร มหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. [6] ประสงค เอี๊ยวเจริญ. (2530). “การนําเสนอรูปแบบของการ จัดระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารของวิทยาลัย เทคโนโลยีและอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ” วิทยานิพนธปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต ภาควิชา อุดมศึกษาบัณฑิตวิทยาลัยจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย. [7] สถิติการศึกษาเอกชนปการศึกษา 2552 สํานักงาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษา. [ออนไลน]. (2553). เขาถึงไดจาก : http://www.opec.go.th/ [8] สมาคมโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชนแหงประเทศไทย. [อ อ น ไ ล น ].(2553).เ ข า ถึ ง ไ ด จ า ก : http://www.samakomarcheewa.or.th/