หลักการเลือกคุณลักษณะของคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสมกับการใช้งาน คอมพิวเตอร์มีคุณสมบัติการใช้งานที่หลากหลาย เพื่อให้รองรับการท างานในแต่ละรูปแบบของแต่ละผู้ใช้ 1. วิเคราะห์วัตถุประสงค์ของการใช้งาน วิเคราะห์เพื่อให้รู้ว่าคุณสมบัตินั้นๆ เหมาะสมกับการใช้ งานคอมพิวเตอร์ของเราหรือไม่ 1.1 การใช้งานส านักงานและงานน าเสนอทั่วไป (Home & Office) การใช้งานระบบขั้นพื้นฐานส่วนมากใช้ ในการรายงาน โครงงาน หรือสไลด์เพื่อใช้ในการประกอบ การศึกษา การใช้งานในลักษณะนี้จะเน้นการน าเข้าข้อมูลด้วยแผงแป้นอักขระ (Keyboard) และเมาส์ แสดงผลทาง หน้าจอหรือพิมพ์ออกมาเป็นเอกสาร 1.2 การใช้งานประมวลผล (Computing) การใช้งานประเภทนี้เป็นการใช้งานแบบน าเข้าข้อมูลด้วยตัวเลข การ ค านวณผลที่ออกมาจะแสดงผลอยู่ในรูปแบบจ าลองกราฟิก 2 มิติหรือ 3 มิติทางจอแสดงผล 1.3 การใช้สื่อประสม (Multimedia) เป็นการใช้งานที่มีการน าเข้าข้อมูลอย่างหลากหลาย เช่น ตัวเลข แผงแป้น อักขระ น าเข้าโดยอุปกรณ์เชื่อมต่อต่างๆ เป็นต้น ซึ่งการน าเข้าข้อมูลประเภทนี้ต้องการการประมวลผลที่มากและ ใช้ทรัพยากรระบบค่อนข้างสูง ส่วนมากจะใช้ในการสร้างงานภาพเคลื่อนไหว แอนนิเมชั่น เป็นต้น 2. เลือกคอมพิวเตอร์ตามลักษณะการใช้งาน คอมพิวเตอร์มีหลายประเภท และได้รับการพัฒนาเพื่อ ตอบสนองต่อการใช้งานที่เพิ่มมากขึ้นของผู้คนในปัจจุบัน 2.1 งานนอกสถานที่ งานนอกสถานที่เป็นงานที่ต้องการคอมพิวเตอร์ที่ สามารถพกพาได้ สะดวก และพร้อมใช้งานทุกสถาน การณ์ พอจ าแนกได้ดังนี้ 1. คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก (Notebook) เป็นคอมพิวเตอร์ ขนาดเล็ก พกพาสะดวก น ้าหนักเบา ขนาดเล็ก มีการเชื่อมต่อ โดยเครือข่ายมีสายและไร้สาย การใช้งานนี้เหมาะสมส าหรับ นักธุรกิจ นักการขาย นักวิชาการ วิทยากร เป็นต้น Page 1
กับการน าเสนองาน
การใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ให้เหมาะสมกับงาน
IT
2. คอมพิวเตอร์เน็ตบุ๊ก (Net book) เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กกว่าโน๊ตบุ๊ก มีอุปกรณ์เชื่อมต่อเหมือนโน๊ตบุ๊กทุก ประการ มีหน่วยความจ ากลางขนาดจิ๋ว ไม่มีเครื่องอ่านแผ่นซีดี ดีวีดี น ้าหนัก เบากว่าโน๊ตบุ๊ก เกิดความร้อนน้อย และ ราคาที่ถูกกว่าโน๊ตบุ๊กอีกด้วย 3. แท็บเลตคอมพิวเตอร์ (Tablet Computer) เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ รวมอุปกรณ์ต่างๆไว้ในหน้าจอสัมผัส โดยแสดงผลผ่านหน้าจอสัมผัสนั้น 2.2 งานในสถานที่ เป็นลักษณะงาน ในส านักงาน ไม่มีการเคลื่อนที่ คอมพิวเตอร์ โดยมีองค์ประกอบหลักในการใช้งานดังนี้ 1. เครื่องชุด เป็นคอมพิวเตอร์ส าเร็จรูปที่ซื้อมาแล้วพร้อมใช้งาน เป็นคอมพิวเตอร์ที่เป็นชุดเดียวกันหมดหรือ บางครั้งอาจเรียกว่าเครื่องแบรนด์เนม ซึ่งมีผู้ผลิตรายเดียวกันหมดทั้งชุด มีข้อดีคือมีราคาที่แน่นอน การออกแบบ ดี การติดตั้งโปรแกรมหรืออุปกรณ์ต่างๆได้มาตรฐาน ทันสมัย สวยงาม และ คงทน 2. เครื่องประกอบ เป็นคอมพิวเตอร์ที่ผู้ใช้งานต้องซื้ออุปกรณ์ต่างๆมาประกอบเอง และลงโปรแกรมเอง ทั้งหมด ดีที่จะได้คอมพิวเตอร์ตามสเปคที่เราต้องการมากที่สุด ข้อเสียคือไม่มีการรับประกันสินค้า ดังนั้นเวลา มันพังมาอาจซ่อมยากหน่อย 3. การเลือกฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ให้เหมาะสมกับลักษณะงาน ในการเลือกคุณลักษณะของคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสมกับงานนั้น เมื่อได้วิเคราะห์วัตถุประสงค์และลักษณะ ของการใช้งานแล้ว ผู้ใช้สามารถตัดสินใจเลือกคุณลักษณะฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ได้ง่ายขึ้น ในการก าหนด คุณลักษณะของคอมพิวเตอร์นั้น จ าเป็นต้องพิจารณาด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ไปพร้อมๆกัน เนื่องจากพัฒนา ของเทคโนโลยีทั้งด้านฮาร์ดแวร์ก่อน อาจจะส่งผลให้ไม่สามารถใช้ซอฟต์แวร์ประยุกต์ที่ต้องการได้ การเลือก คุณลักษณะของคอมพิวเตอร์ตามวัตถุประสงค์การใช้งานมีรายละเอียดดังนี้ 3.1 การใช้งานส านักงานและงานน าเสนอทั่วไป - มีหน่วยประมวลผลกลาง (CPU) ที่มีความเร็วสัญญาณนาฬิกามากกว่า 2.4 กิกะเฮิร์ต - มีส่วนควบคุมการแสดงผลที่มีหน่วยความจ ามากกว่า 128 เมกะไบต์(MB) - มีหน่วยความจ าหลัก (RAM) ชนิดดีดีอาร์ทรี (DDR3) หรือดีกว่า มีขนาดมากกว่า 2 กิกะไบต์(GB) - มีหน่วยความจัดเก็บข้อมูล (Hard Disk) ชนิด SATA หรือดีกว่า ขนาดความจุมากกว่า 250 กิกะไบต์ Page 2
กับการน าเสนองาน
IT
หรือมี Solid State Disk ขนาดความจุมากกว่า 30 กิกะไบต์จ านวน 1 หน่วย - มีเครื่องอ่านและเขียนดีวีดี หรือดีกว่า จ านวน 1 หน่วย - มีช่องเชื่อมต่อระบบเครือข่าย แบบ 10/100/1,000 เมกะไบต์ต่อวินาที จ านวนไม่น้อยกว่า 1 ช่อง - มีจอภาพ LCD มี Contrast Ratio มากกว่า 600:1 และมีขนาดมากกว่า 18 นิ้ว จ านวนหนึ่งหน่วย 3.2 การใช้งานประมวล - มีหน่วยประมวลผล กลาง (CPU) ไม่น้อยกว่า 2 แกนหลัก (2 core) และ มีความเร็วสัญญาณนาฬิกา ไม่น้อยกว่า 2.5 กิกะเฮิร์ต และมีความเร็วของ หน่วยความจ า หรือมี HTT ขนาดไม่น้อยกว่า 1,066 เมกะเฮิร์ต - มีหน่วยประมวลผลเพื่อ แสดงภาพแยกจากแผ่งวงจร หลัก ที่มีหน่วยความจ า ขนาดมากกว่า 512 เมกะไบต์ - มีหน่วยความจ าหลักชนิด DDR3 หรือดีกว่า มีขนาดมากกว่า 4 กิกะไบต์ - มีหน่วยจัดเก็บข้อมูล ชนิด เอเอสทีเอ หรือดีกว่า มีขนาดความจุมากกว่า 500 กิกะไบต์ จ านวน 1 หน่วย - ที่เหลือเหมือนข้อ 3.1 3.3 การใช้สื่อประสม - มีหน่วยประมวลผลกลาง ไม่น้อยกว่า 4 แกนหลัก และมีความเร็วสัญญาณนาฬิกามากกว่า 2.6 กิกะเฮิร์ต และมี ความเร็วของหน่วยความจ าขนาดไม่น้อยกว่า 1,066 เมกะเฮิร์ต - มีหน่วยประมวลผลเพื่อแสดงภาพแยกจากแผ่งวงจรหลัก ที่มีหน่วยความไม่น้อยกว่า 1 กิกะไบต์ - มีหน่วยจัดเก็บความจ าหลัก ชนิดดีดีอาร์ทรี หรือดีกว่า มีขนาดไม่น้อยกว่า 4 กิกะไบต์ - มีหน่วยจัดเก็บข้อมูล ชนิด เอสเอทีเอ หรือดีกว่า ขนาดความจุไม่น้อยกว่า 1 เทระไบต์ - ที่เหลือเหมือนข้อ 3.1และ3.2 เนื่องจากคอมพิวเตอร์ได้มีการพัฒนาขึ้นไปมาก และเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา คุณสมบัติดังกล่าว อาจจะไม่ ตายตัว อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างตามกาลเวลาและยุคสมัยเพื่อให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิตประจ าวันอีกด้วย
กับการน าเสนองาน
Page 3IT
4. แหล่งขาย แหล่งขายเป็นปัจจัยหนึ่งของการเลือกฮาร์ดแวร์ เพื่อให้เหมาะสมกับงาน มีข้อพิจารณาแหล่งขายดังนี้ 4.1 มีความน่าเชื่อถือ ควรเป็นสถานที่ตั้งที่แน่นอน ไม่ใช่แผงเช่าถูกๆหรือนิทรรศการต่างๆ เพราะสินค้า อาจเป็นของปลอม ดังนั้นซื้อจากร้านจ าหน่ายที่เป็น หลักแหล่งจะดีกว่า 4.2 มีการแข่งขันสูง ท าให้สามารถต่อรองราคาได้ ยิ่งถ้าเป็นย่านที่ค้าขายด้านนี้เฉพาะจะยิ่งถูกมาก 4.3 มีประสบการณ์ ผู้จ าหน่ายต้องมีประสบการณ์พอสมควร หากไม่มีข้อมูลที่เพียงพออาจจะท าให้ผู้ซื้อได้ ข้อมูลที่ผิดๆ ได้ 4.4 มีช่องทางการติดต่อ ถ้าหากเราต้องการเปลี่ยนสินค้าเราจะได้เปลี่ยนถูก และจะได้รับค าแนะน าที่ดีจากผู้ขาย 4.5 เงื่อนไขรับประกัน เป็นการสร้างความน่าเชื่อถือของร้านและอุปกรณ์ โดยปกติอุปกรณ์คอมพิวเตอร์จะมีการ รับประกันอยู่แล้ว การเลือกเครื่องคอมพิวเตอร์ การเลือกเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อน ามาใช้ในระบบงาน ต้องสามารถรองรับการขยายตัวของระบบงานได้ ในอนาคต เนื่องจากเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลาและรวดเร็วมาก การเลือกเครื่องคอมพิวเตอร์ มาใช้งานต้องพิจารณาจากงานในธุรกิจนั้น แนวโน้มของธุรกิจในอนาคต สิ่งที่ควรพิจารณาคือ 1. ไมโครคอมพิวเตอร์ (Microcomputer) เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กจนถึงขนาดกลางสามารถเชื่อมต่อกัน เป็นระบบเครือข่ายท้องถิ่น LAN (Local Area Network) และเชื่อมต่อกันเป็นระบบ WAN (Wide Area Network) โดยผ่านระบบการสื่อสารแบบต่างๆ เช่น ดาวเทียม คลื่นวิทยุ คลื่นไมโครเวฟ ฯลฯ และเข้าสู่ระบบอินเตอร์เน็ต ซึ่ง เป็นเครือข่ายสากลได้ด้วย เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่มีประสิทธิภาพสูง ราคาไม่แพง 2. มินิคอมพิวเตอร์ (Minicomputer) เหมาะกับธุรกิจขนาดกลาง มีระบบการเก็บข้อมูลที่ดีกว่า ไมโครคอมพิวเตอร์ จึงเหมาะกับข้อมูลที่ไม่เปลี่ยนแปลงบ่อยนัก ราคาเครื่องสูงกว่าไมโครคอมพิวเตอร์ 3. เมนเฟรม (Mainframe) และ ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ (Supercomputer) เหมาะกับธุรกิจขนาดใหญ่ ท าหน้าที่ เป็นคอมพิวเตอร์ศูนย์กลาง มีการประมวลผลข้อมูลที่ซับซ้อน รวดเร็วมาก ประสิทธิภาพสูง ราคาแพง ต้องใช้ สถานที่และสภาพแวดล้อมที่ออกแบบเป็นพิเศษ ควบคุมอุณหภูมิ เป็นต้น วิธีการจัดหาระบบคอมพิวเตอร์ การจัดหาระบบคอมพิวเตอร์มี 3 วิธี คือ 1. ระบบจัดซื้อ (Buying) เป็นวิธีที่ประหยัดที่สุดเมื่อเทียบกับวิธีอื่นถ้าใช้เครื่องติดต่อกันเป็นเวลานาน สามารถใช้เครื่องได้เต็มที่นานเท่าที่ต้องการ ข้อเสียคือ ต้องเสียค่าบ ารุงรักษาเครื่องและเสี่ยงต่อการล้าสมัยง่าย เนื่องจากเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์พัฒนารวดเร็วมาก Page 4
กับการน าเสนองาน
IT
2. ระบบการเช่า (Renting) เป็นวิธีที่แพงที่สุดถ้าต้องเช่าติดต่อกันนานหลายปี แต่ผู้เช่าไม่ต้องเสียเงินก้อน ใหญ่ในครั้งแรกลดความเสี่ยงในเรื่องล้าสมัย สามารถเปลี่ยนระบบได้เมื่อครบก าหนดตามสัญญา ไม่ต้องมีค่า บ ารุงรักษา รวมอยู่ในค่าเช่าแล้วการใช้ระบบนี้ต้องรอบคอบในเรื่องของเงื่อนไขในสัญญาเช่าทั้งในส่วนของสเปค ของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ให้เช่าและการให้บริการบ ารุงรักษา 3. ระบบเช่าซื้อ (Leasing) เป็นระบบผ่อนช าระค่าเครื่องตามระยะเวลาที่ก าหนด ถูกกว่าการเช่าแต่แพงกว่า การซื้อเพราะรวมค่าบ ารุงรักษาเครื่องไว้ด้วย ผู้เช่าซื้อต้องผูกพันต่อสัญญาถ้าเลิกเช่าซื้อก่อนครบก าหนดอาจจะ ต้องเสียค่าปรับโดยค่าเช่าซื้อมักจะลดลงตามระยะเวลาการใช้ ระหว่างการใช้งานผู้ซื้อจะมีสิทธิครอบครองจนกว่า จะผ่อนช าระครบ หลักการเลือกซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ การเลือกซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ จะต้องค านึงถึงสิ่งต่อไปนี้ 1. งบประมาณในการจัดซื้อ 2. ประเภทของงานที่น าคอมพิวเตอร์มาใช้ 3. สมรรถนะของเครื่อง 4. ความสามารถในการ Upgrade ในอนาคต รายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องคอมพิวเตอร์ หลัก ๆ โดยทั่วไปมีดังนี้ 1. รุ่นและความเร็วในการประมวลผลของ CPU 2. ชนิดและขนาดของหน่วยความจ า RAM 3. ขนาดของหน่วยความจ าแคช (Cache Level 2) 4. ขนาดความจุของฮาร์ดดิสก์ (Hard disk) คอมพิวเตอร์พีซีโดยทั่วไปในปัจจุบัน เป็นระบบมัลติมีเดีย สามารถดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม และเชื่อมต่อ Page 5
กับการน าเสนองาน
IT
อินเตอร์เน็ตได้ การพิจารณารายละเอียดของเครื่องควรดูที่ความเหมาะสมในการน ามาใช้งานมากกว่าการตัดสินใจ ซื้อตามแฟชั่นหรือการเลือกซื้อรุ่นใหม่ล่าสุดเพื่อให้เป็นคนทันสมัย ซึ่งจะท าให้เสียค่าใช้จ่ายแพงเพราะอีกไม่นานก็ จะตกรุ่น ราคาก็จะลดลงมาด้วย และยังเสี่ยงต่อความไม่สมบูรณ์ของเครื่อง เนื่องจากยังมีข้อผิดพลาดในการผลิต จะต้องมีการปรับปรุงอีกเทคนิคของการซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์คือ ควรซื้อเครื่องในรุ่นที่ต ่ากว่ารุ่นที่ออกใหม่ 1 รุ่น จะได้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพในราคาถูก การเลือกโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การเลือกโปรแกรมส าหรับคอมพิวเตอร์ โปรแกรมแรกคือระบบปฏิบัติการ ต้องให้เหมาะสมกับระบบ คอมพิวเตอร์และต้องเป็นโปรแกรมที่ถูกต้องตามลิขสิทธิ์ เช่น วินโดว์ 9x ขึ้นไป หรือ โปรแกรมฟรี เช่น ลีนุกซ์ เป็นต้น จากนั้นเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมกับงาน การจัดหาโปรแกรมมี 3 วิธีคือ 1. โปรแกรมส าเร็จรูป (Package Program) เป็นโปรแกรมที่ช่วยอ านวยความสะดวกในการท างานสามารถ เลือกซื้อใช้ได้ตามความต้องการ เช่น ส าหรับส านักงาน (Office) ประกอบด้วยโปรแกรมประมวลผลค า (Word Processing: MS-Word) โปรแกรมตารางท างาน (Spread sheet: Excel, Lotus1-2-3) โปรแกรมเสนองาน (Presentation: PowerPoint) โปรแกรมจัดการฐานข้อมูล (Data Base: Access, dBase, FoxBASE, FoxPro)
2. โปรแกรมประยุกต์ (Application Program: User Program) หมายถึงโปรแกรมที่เขียนขึ้นใช้เองตามความ ต้องการเพื่องานด้านใดด้านหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น โปรแกรมส าหรับระบบงานบัญชี โปรแกรมส าหรับงานการเรียน การสอน เป็นต้น ซึ่งโปรแกรมประเภทนี้อาจใช้โปรแกรมเมอร์ขององค์กรเขียนขึ้นหรือว่าจ้างบริษัทรับจ้างเขียน โปรแกรม ค่าใช้จ่ายจะสูงกว่าการซื้อโปรแกรมส าเร็จรูปมาใช้ แต่จะตรงกับความต้องการมากกว่า
3. โปรแกรมที่เป็นเครื่องมือในการพัฒนาระบบ (Program Tools) ได้แก่ โปรแกรมประเภท CASE เช่น Excelerator ซึ่งโปรแกรมเมอร์ใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาระบบงาน ขั้นตอนในการเลือกโปรแกรมให้เหมาะสมกับลักษณะของงานมีดังนี้ 1. ตรงกับความต้องการ (Requirement) สามารถท างานได้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้ 2. มีประสิทธิภาพ (Performance) สามารถ จัดการกับข้อมูลได้ดี การแสดงผล การ ประมวลผลรวดเร็วและถูกต้อง 3. ง่ายต่อการใช้งาน (Easy to use) สามารถเรียนรู้วิธีการใช้งานได้ง่าย ใน ระยะเวลาอันสั้น และมีเมนูช่วยเหลือ (Help menu) ในระหว่างการใช้งาน 4. มีความยืดหยุ่น (Flexibility) สามารถ ใช้ได้กับระบบปฏิบัติการที่แตกต่างกันสามารถ รับส่งข้อมูลกับโปรแกรมอื่น ๆได้ รวมทั้ง สามารถใช้งานกับอุปกรณ์แสดงผลได้หลายชนิด เช่น จอภาพ เครื่องพิมพ์ Page 6
กับการน าเสนองาน
IT
5. คู่มือการใช้งานที่มีคุณภาพ (Quality of Documentation) ต้องสามารถอธิบายหรือให้ค าแนะน าต่อ ผู้ใช้งานเมื่อเกิดปัญหาขึ้นช่วยให้แก้ไขปัญหาได้เมื่อปฏิบัติตาม 6. การรับรองผลิตภัณฑ์ (Manufacture Support) ผู้ผลิตหรือผู้ขายรับรองผลิตภัณฑ์ของตน บริการให้ ค าปรึกษาเมื่อมีปัญหาจากการใช้ผลิตภัณฑ์ แจ้งข่าวสารการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ ให้บริการ Upgrade ฟรี เป็นต้น การใช้โปรแกรมควรมีการตรวจสอบความถูกต้อง โดยการน าข้อมูลจริงบันทึกลงบนโปรแกรมนั้น หลังจากประมวลผลแล้วดูผลลัพธ์ที่ได้ถูกต้องตรงกับความต้องการหรือไม่ หลักการเลือกใช้ซอฟต์แวร์ให้เหมาะสมกับงาน ซอฟต์แวร์ประเภทซอฟต์แวร์ประยุกต์เป็นเครื่องมือที่จ าเป็นส าหรับคอมพิวเตอร์เพราะช่วยอ านวยความ สะดวกในการท างาน โดยมีหลักการเลือกซอฟต์แวร์ดังนี้ 1. ความสามารถในการท างาน เป็นหลักการในอันดับต้นที่ผู้ใช้ซอฟต์แวร์จะต้องเลือกเพื่อให้ซอฟต์แวร์ที่ ติดตั้งนั้น สามารถตอบสนองต่อการท างาน สามารถช่วยเหลือหรืออ านวยความสะดวก และเกิดประสิทธิภาพใน การท างานมากที่สุด 2. การติดต่อกับผู้ใช้ รูปแบบของซอฟต์แวร์ต้องออกแบบมาเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายต่อการท างาน เช่น เป็น รูปแบบไอคอน เพื่อง่ายต่อการท างานมากขึ้น เป็นต้น 3. ความเข้ากันได้ ความเข้ากันได้ของซอฟต์แวร์ส าเร็จรูป เป็นหลักการที่ต้องพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบ อย่างเหมาะสม เนื่องจากอาจท าให้เกิดการท างานไม่เต็มที่ หรือส่งผลกระทบต่อระบบการท างานของคอมพิวเตอร์ ได้ มีข้อต้องค านึง 2 ส่วนดังนี้ 1. ความเข้ากันได้ของฮาร์ดแวร์ ต้องค านึงถึงความเป็นไปได้ในการใช้งานให้คู่กันไปของซอฟต์แวร์และ ฮาร์ดแวร์ คือ ต้องเข้ากันได้ ควรเลือกให้สัมพันธ์กันมากที่สุด เพื่อประสิทธิภาพในการท างานสูงสุด 2. ความเป็นกันได้ของซอฟต์แวร์ ค านึงถึงความเข้ากันได้ของระบบปฏิบัติการซอฟต์แวร์ ระบบปฏิบัติการ Page 7
กับการน าเสนองาน
IT
วินโดวส์ ความเข้ากันได้ของรุ่นคอมพิวเตอร์ ตลอดจนความเข้ากันได้ของซอฟต์แวร์ด้วยกันเอง 4. การติดตั้งและการดูแลรักษา ซอฟต์แวร์ทั่วไปจะต้องติดตั้งง่าย มีระบบการตรวจสอบการติดตั้ง ระบบ ช่วยเหลือ เพื่อความสะดวกในการใช้งานของผู้ใช้เองด้วย 5. กลุ่มผู้ใช้ หากมีผู้ใช้มากๆก็เป็นการรับรองคุณภาพได้ว่า ของเขาดีจริง จึงมีคนใช้มาก ซอฟต์แวร์ (software) หมายถึง ชุดค าสั่งหรือโปรแกรมที่ใช้สั่งงาน ให้คอมพิวเตอร์ท างาน ซอฟต์แวร์จึงหมายถึงล าดับขั้นตอนการท างานที่ เขียนขึ้นด้วยค าสั่งของคอมพิวเตอร์ ค าสั่งเหล่านี้เรียงกันเป็นโปรแกรม คอมพิวเตอร์ จากที่ทราบมาแล้วว่าคอมพิวเตอร์ท างานตามค าสั่ง การท างาน พื้นฐานเป็นเพียงการกระท ากับข้อมูลที่เป็นตัวเลขฐานสอง ซึ่งใช้แทนข้อมูลที่เป็นตัวเลข ตัวอักษร รูปภาพ หรือ แม้แต่เป็นเสียงพูดก็ได้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ใช้สั่งงานคอมพิวเตอร์จึงเป็นซอฟต์แวร์ เพราะเป็นล าดับขั้นตอน การท างานของคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งท างานแตกต่างกันได้มากมายด้วยซอฟต์แวร์ที่แตกต่างกัน ซอฟต์แวร์จึงหมายรวมถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ทุกประเภทที่ท าให้คอมพิวเตอร์ท างานได้ การที่เราเห็น คอมพิวเตอร์ท างานให้กับเราได้มากมาย เพราะว่ามีผู้พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์มาให้เราสั่งงานคอมพิวเตอร์ ร้านค้าอาจใช้คอมพิวเตอร์ท าบัญชีที่ยุ่งยากซับซ้อน บริษัทขายตั๋วใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในระบบการจองตั๋ว คอมพิวเตอร์ช่วยในเรื่องกิจการงานธนาคารที่มีข้อมูลต่าง ๆ มากมาย คอมพิวเตอร์ช่วยงานพิมพ์เอกสารให้สวยงาม เป็นต้น การที่คอมพิวเตอร์ด าเนินการให้ประโยชน์ได้มากมายมหาศาลจะอยู่ที่ซอฟต์แวร์ ซอฟต์แวร์จึงเป็นส่วน ส าคัญของระบบคอมพิวเตอร์ หากขาดซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ก็ไม่สามารถท างานได้ ซอฟต์แวร์จึงเป็นสิ่งที่จ าเป็น และมีความส าคัญมาก และเป็นส่วนประกอบหนึ่งที่ท าให้ระบบสารสนเทศเป็นไปได้ตามที่ต้องการ เมื่อมนุษย์ต้องการใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในการท างาน มนุษย์จะต้องบอกขั้นตอนวิธีการให้คอมพิวเตอร์ทราบ การที่บอกสิ่งที่มนุษย์เข้าใจให้คอมพิวเตอร์รับรู้ และท างานได้อย่างถูกต้อง จ าเป็นต้องมีสื่อกลาง ถ้าเปรียบเทียบกับ ชีวิตประจ าวันแล้ว เรามีภาษาที่ใช้ในการติดต่อซึ่งกันและกัน เช่นเดียวกันถ้ามนุษย์ต้องการจะถ่ายทอดความ ต้องการให้คอมพิวเตอร์รับรู้และปฏิบัติตาม จะต้องมีสื่อกลางส าหรับการติดต่อเพื่อให้คอมพิวเตอร์รับรู้ เราเรียก สื่อกลางนี้ว่าภาษาคอมพิวเตอร์เนื่องจากคอมพิวเตอร์ท างานด้วยสัญญาณทางไฟฟ้า ใช้แทนด้วยตัวเลข 0 และ 1 ได้ ผู้ออกแบบคอมพิวเตอร์ใช้ตัวเลข 0 และ 1 นี้เป็นรหัสแทนค าสั่งในการสั่งงานคอมพิวเตอร์ รหัสแทนข้อมูลและ ค าสั่งโดยใช้ระบบเลขฐานสองนี้ คอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจได้ เราเรียกเลขฐานสองที่ประกอบกันเป็นชุดค าสั่งและ ใช้สั่งงานคอมพิวเตอร์ว่าภาษาเครื่องการใช้ภาษาเครื่องนี้ถึงแม้คอมพิวเตอร์จะเข้าใจได้ทันที แต่มนุษย์ผู้ใช้จะมีข้อ ยุ่งยากมาก เพราะเข้าใจและจดจ าได้ยาก จึงมีผู้สร้างภาษาคอมพิวเตอร์ในรูปแบบที่เป็นตัวอักษร เป็นประโยค
ความจ าเป็นของการใช้ซอฟต์แวร์
ซอฟต์แวร์และภาษาคอมพิวเตอร์
Page 8กับการน าเสนองาน
IT
ข้อความ ภาษาในลักษณะดังกล่าวนี้เรียกว่า ภาษาคอมพิวเตอร์ระดับสูง ภาษาระดับสูงมีอยู่มากมาย บางภาษามีความ เหมาะสมกับการใช้สั่งงานการค านวณทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ บางภาษามีความเหมาะสมไว้ใช้สั่งงาน ทางด้านการจัดการข้อมูลในการท างานของคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์จะแปลภาษาระดับสูงให้เป็นภาษาเครื่อง ดังนั้น จึงมีผู้พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ส าหรับแปลภาษาคอมพิวเตอร์ระดับสูงให้เป็นภาษาเครื่อง โปรแกรมที่ใช้ แปลภาษาคอมพิวเตอร์ระดับสูงให้เป็นภาษาเครื่องเรียกว่า คอมไพเลอร์ (compiler) หรือ อินเทอร์พรีเตอร์ (interpreter) คอมไพเลอร์จะท าการแปลโปรแกรมที่เขียนเป็นภาษาระดับสูงทั้งโปรแกรมให้เป็นภาษาเครื่องก่อน แล้วจึงให้คอมพิวเตอร์ท างานตามภาษาเครื่องนั้นส่วนอินเทอร์พรีเตอร์จะท าการแปลทีละค าสั่ง แล้วให้คอมพิวเตอร์ ท าตามค าสั่งนั้น เมื่อท าเสร็จแล้วจึงมาท าการแปลค าสั่งล าดับต่อไป ข้อแตกต่างระหว่างคอมไพเลอร์กับอินเทอร์พรี เตอร์จึงอยู่ที่การแปลทั้งโปรแกรมหรือแปลทีละค าสั่ง ตัวแปลภาษาที่รู้จักกันดี เช่น ตัวแปลภาษาเบสิก ตัวแปลภาษา โคบอลซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์จึงเป็นส่วนส าคัญที่ควบคุมการท างานของคอมพิวเตอร์ให้ด าเนินการ ตามแนวความคิดที่ได้ก าหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว คอมพิวเตอร์ต้องท างานตามโปรแกรมเท่านั้น ไม่สามารถท างานที่ นอกเหนือจากที่ก าหนดไว้ในโปรแกรม ในบรรดาซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีผู้พัฒนาขึ้นเพื่อใช้งานกับคอมพิวเตอร์มีมากมาย ซอฟต์แวร์ เหล่านี้อาจได้รับการพัฒนาโดยผู้ใช้งานเอง หรือผู้พัฒนาระบบ หรือผู้ผลิตจ าหน่าย หากแบ่งแยกชนิดของซอฟต์แวร์ ตามสภาพการท างาน พอแบ่งแยกซอฟต์แวร์ได้เป็นสองประเภท คือ ซอฟต์แวร์ระบบ (system software) และ ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (application software) ซอฟต์แวร์ระบบ คือซอฟต์แวร์ที่บริษัทผู้ผลิตสร้างขึ้นมาเพื่อใช้จัดการกับระบบ หน้าที่การท างานของ ซอฟต์แวร์ระบบคือด าเนินงานพื้นฐานต่าง ๆ ของระบบคอมพิวเตอร์ เช่น รับข้อมูลจากแผงแป้นอักขระแล้ว แปลความหมายให้คอมพิวเตอร์เข้าใจ น าข้อมูลไปแสดงผลบนจอภาพหรือน าออกไปยังเครื่องพิมพ์ จัดการ ข้อมูลในระบบแฟ้มข้อมูลบนหน่วยความจ ารอง เมื่อเราเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ ทันทีที่มีการจ่ายกระแสไฟฟ้า
ชนิดของซอฟต์แวร์
Page 9กับการน าเสนองาน
IT
ให้กับคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์จะท างานตามโปรแกรมทันที โปรแกรมแรกที่สั่งคอมพิวเตอร์ท างานนี้เป็น ซอฟต์แวร์ระบบ ซอฟต์แวร์ระบบอาจเก็บไว้ในรอม หรือในแผ่นจานแม่เหล็ก หากไม่มีซอฟต์แวร์ระบบ คอมพิวเตอร์จะท างานไม่ได้ ซอฟต์แวร์ระบบยังใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาซอฟต์แวร์อื่น ๆ และยังรวมไป ถึงซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการแปลภาษาต่าง ๆ ซอฟต์แวร์ประยุกต์ เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้กับงานด้านต่าง ๆ ตามความต้องการของผู้ใช้ ที่สามารถน ามาใช้ ประโยชน์ได้โดยตรง ปัจจุบันมีผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ใช้งานทางด้านต่าง ๆ ออกจ าหน่ายมาก การประยุกต์งาน คอมพิวเตอร์จึงกว้างขวางและแพร่หลาย เราอาจแบ่งซอฟต์แวร์ประยุกต์ออกเป็นสองกลุ่มคือ ซอฟต์แวร์ ส าเร็จ และซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นใช้งานเฉพาะ ซอฟต์แวร์ส าเร็จในปัจจุบันมีมากมาย เช่น ซอฟต์แวร์ ประมวลค า ซอฟต์แวร์ตารางท างาน ฯลฯ คอมพิวเตอร์ประกอบด้วย หน่วยรับเข้า หน่วยส่งออก หน่วยความจ า และหน่วยประมวลผล ในการท างานของ คอมพิวเตอร์จ าเป็นต้องมีการด าเนินงานกับอุปกรณ์พื้นฐานที่ จ าเป็น ดังนั้นจึงต้องมีซอฟต์แวร์ระบบเพื่อใช้ในการจัดการ ระบบ หน้าที่หลักของซอฟต์แวร์ระบบประกอบด้วย 1. ใช้ในการจัดการหน่วยรับเข้าและหน่วยส่งออกเช่น รับการ กดแป้นต่าง ๆ บนแผงแป้นอักขระ ส่งรหัสตัวอักษรออกทาง จอภาพหรือเครื่องพิมพ์ ติดต่อกับอุปกรณ์รับเข้า และส่งออกอื่น ๆ เช่น เมาส์ อุปกรณ์สังเคราะห์เสียง 2. ใช้ในการจัดการหน่วยความจ า เพื่อน าข้อมูลจากแผ่นบันทึก มาบรรจุยังหน่วยความจ าหลัก หรือในท านองกลับกัน คือน า ข้อมูลจากหน่วยความจ าหลักมาเก็บไว้ในแผ่นบันทึก 3. ใช้เป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างผู้ใช้งานกับคอมพิวเตอร์ สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้น เช่น การขอดูรายการสารบัญใน แผ่นบันทึก การท าส าเนาแฟ้มข้อมูล ซอฟต์แวร์ระบบพื้นฐานที่เห็นกันทั่วไป แบ่งออกเป็นระบบปฏิบัติการ และตัวแปลภาษา ซอฟต์แวร์ทั้งสอง ประเภทนี้ท าให้เกิดพัฒนาการประยุกต์ใช้งานได้ง่ายขึ้น
ระบบปฏิบัติการ หรือที่เรียกย่อ ๆ ว่า โอเอส (Operating System : OS) เป็นซอฟต์แวร์ใช้ในการดูแลระบบ คอมพิวเตอร์ เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจะต้องมีซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการนี้ ระบบปฏิบัติการที่นิยมใช้กันมาก และเป็นที่รู้จักกันดีเช่นดอส (Disk Operating System : DOS) วินโดวส์ (Windows) โอเอสทู (OS/2) ยูนิกซ์ (UNIX)
ซอฟต์แวร์ระบบ
Page 10กับการน าเสนองาน
IT
1) ดอส เป็นซอฟต์แวร์จัดระบบงานที่พัฒนามานานแล้ว การใช้งานจึงใช้ค าสั่งเป็นตัวอักษร ดอสเป็นซอฟต์แวร์ที่ รู้จักกันดีในหมู่ผู้ใช้ไมโครคอมพิวเตอร์ 2) วินโดวส์เป็นระบบปฏิบัติการที่พัฒนาต่อจากดอส เพื่อเน้นการใช้งานที่ง่ายขึ้น สามารถท างานหลายงานพร้อม กันได้ โดยงานแต่ละงานจะอยู่ในกรอบช่องหน้าต่างที่แสดงผลบนจอภาพ การใช้งานเน้นรูปแบบกราฟิก ผู้ใช้งาน สามารถใช้เมาส์เลื่อนตัวชี้ต าแหน่งเพื่อเลือกต าแหน่งที่ปรากฏบนจอภาพ ท าให้ใช้งานคอมพิวเตอร์ได้ง่าย วินโดวส์จึงได้รับความนิยมในปัจจุบัน 3) โอเอสทูเป็นระบบปฏิบัติการแบบเดียวกับวินโดว์ส แต่บริษัทผู้พัฒนาคือ บริษัทไอบีเอ็ม เป็นระบบปฏิบัติการที่ ให้ผู้ใช้สามารถใช้ท างานได้หลายงานพร้อมกัน และการใช้งานก็เป็นแบบกราฟิกเช่นเดียวกับ วินโดวส์ 4) ยูนิกซ์ เป็นระบบปฏิบัติการที่พัฒนามาตั้งแต่ ครั้งใช้กับเครื่องมินิคอมพิวเตอร์ ระบบปฏิบัติการ ยูนิกซ์เป็นระบบปฏิบัติการที่สามารถใช้งานได้ หลายงานพร้อมกัน และท างานได้หลาย ๆ งานใน เวลาเดียวกัน ยูนิกซ์จึงใช้ได้กับเครื่องที่เชื่อมโยง และต่อกับเครื่องปลายทางได้หลายเครื่องพร้อมกัน ระบบปฏิบัติการยังมีอีกมาก โดยเฉพาะ ระบบปฏิบัติการที่ใช้ในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เพื่อให้คอมพิวเตอร์ท างานร่วมกันเป็นระบบ เช่น ระบบปฏิบัติการเน็ตแวร์ วินโดว์สเอ็นที ตัวแปลภาษา ในการพัฒนาซอฟต์แวร์จ าเป็นต้องมีซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการแปลภาษาระดับสูง เพื่อแปลภาษา ระดับสูงให้เป็นภาษาเครื่อง ภาษาระดับสูงมีหลายภาษา ภาษาระดับสูงเหล่านี้สร้างขึ้นเพื่อให้ผู้เขียนโปรแกรม เขียนชุดค าสั่งได้ง่าย เข้าใจได้ ตลอดจนถึงสามารถปรับปรุงแก้ไขซอฟต์แวร์ในภายหลังได้ ภาษาระดับสูงที่พัฒนาขึ้นมาทุกภาษาจะต้องมีตัวแปลภาษาส าหรับแปลภาษา ภาษาระดับสูงซึ่งเป็นที่รู้จัก และนิยมกันมากในปัจจุบัน เช่น ภาษาปาสคาล ภาษาเบสิก ภาษาซี และภาษาโลโก 1) ภาษาปาสคาลเป็นภาษาสั่งงานคอมพิวเตอร์ที่มีรูปแบบเป็นโครงสร้าง เขียนสั่งงานคอมพิวเตอร์เป็นกระบวน ความ ผู้เขียนสามารถแบ่งแยกงานออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วมารวมกันเป็นโปรแกรมขนาดใหญ่ได้ 2) ภาษาเบสิก เป็นภาษาที่มีรูปแบบค าสั่งไม่ยุ่งยาก สามารถเรียนรู้และเข้าใจได้ง่าย มีรูปแบบค าสั่งพื้นฐานที่ สามารถน ามาเขียนเรียงต่อกันเป็นโปรแกรมได้ 3) ภาษาซี เป็นภาษาที่เหมาะส าหรับใช้ในการพัฒนาซอฟต์แวร์อื่น ๆ ภาษาซีเป็นภาษาที่มีโครงสร้างคล่องตัว ส าหรับการเขียนโปรแกรมหรือให้คอมพิวเตอร์ติดต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ Page 11
กับการน าเสนองาน
IT
4) ภาษาโลโก เป็นภาษาที่เหมาะส าหรับการเรียนรู้และเข้าใจหลักการโปรแกรมภาษาโลโกได้รับการพัฒนาส าหรับ เด็ก นอกจากภาษาที่กล่าวถึงแล้ว ยังมีภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันอีกมากมายหลายภาษา เช่น ภาษา ฟอร์แทรน ภาษาโคบอล ภาษาอาร์พีจี การที่เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ได้พัฒนาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการที่มีคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ท าให้มี การใช้งานคล่องตัวขึ้น จนในปัจจุบันสามารถน าคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ติดตัวไปใช้งานในที่ต่าง ๆ ได้สะดวก การใช้งานคอมพิวเตอร์ต้องมีซอฟต์แวร์ประยุกต์ ซึ่งอาจเป็นซอฟต์แวร์ส าเร็จที่มีผู้พัฒนาเพื่อใช้งานทั่วไปท าให้ ท างานได้สะดวกขึ้น หรืออาจเป็นซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะ ซึ่งผู้ใช้เป็นผู้พัฒนาขึ้นเองเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพการ ท างานของตน ซอฟต์แวร์ส าเร็จ ในบรรดาซอฟต์แวร์ประยุกต์ที่มีใช้กัน ทั่วไป ซอฟต์แวร์ส าเร็จ (package) เป็น ซอฟต์แวร์ที่มีความนิยมใช้กันสูงมาก ซอฟต์แวร์ส าเร็จเป็นซอฟต์แวร์ที่บริษัท พัฒนาขึ้น แล้วน าออกมาจ าหน่าย เพื่อให้ ผู้ใช้งานซื้อไปใช้ได้โดยตรง ไม่ต้องเสียเวลา ในการพัฒนาซอฟต์แวร์อีก ซอฟต์แวร์ส าเร็จ ที่มีจ าหน่ายในท้องตลาดทั่วไป และเป็นที่ นิยมของผู้ใช้มี 5 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ ซอฟต์แวร์ ประมวลค า (word processing software) ซอฟต์แวร์ตารางท างาน (spread sheet software) ซอฟต์แวร์จัดการ ฐานข้อมูล (data base management software) ซอฟต์แวร์น าเสนอ (presentation software) และซอฟต์แวร์สื่อสาร ข้อมูล (data communication software)
1) ซอฟต์แวร์ประมวลค า เป็นซอฟต์แวร์ประยุกต์ใช้ส าหรับการพิมพ์เอกสาร สามารถแก้ไข เพิ่ม แทรก ลบ และ จัดรูปแบบเอกสารได้อย่างดี เอกสารที่พิมพ์ไว้จัดเป็นแฟ้มข้อมูล เรียกมาพิมพ์หรือแก้ไขใหม่ได้ การพิมพ์ออกทาง เครื่องพิมพ์ก็มีรูปแบบตัวอักษรให้เลือกหลายรูปแบบ เอกสารจึงดูเรียบร้อยสวยงาม ปัจจุบันมีการเพิ่มขีด ความสามารถของซอฟต์แวร์ประมวลค าอีกมากมาย ซอฟต์แวร์ประมวลค าที่นิยมอยู่ในปัจจุบัน เช่น วินส์เวิร์ด (MS-Word) จุฬาจารึก โลตัสเอมิโปร 2) ซอฟต์แวร์ตารางท างาน เป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยในการคิดค านวณ การท างานของซอฟต์แวร์ตารางท างาน ใช้ หลักการเสมือนมีโต๊ะท างานที่มีกระดาษขนาดใหญ่วางไว้ มีเครื่องมือคล้ายปากกา ยางลบ และเครื่องค านวณเตรียม ไว้ให้เสร็จ บนกระดาษมีช่องให้ใส่ตัวเลข ข้อความหรือสูตร สามารถสั่งให้ค านวณตามสูตรหรือเงื่อนไขที่ก าหนด
ซอฟต์แวร์ประยุกต์
Page 12กับการน าเสนองาน
IT
ผู้ใช้ซอฟต์แวร์ตารางท างานสามารถประยุกต์ใช้งานประมวลผลตัวเลขอื่น ๆ ได้กว้างขวาง ซอฟต์แวร์ตารางท างาน ที่นิยมใช้ เช่น เอกเซล (MS-Excel) โลตัส (Lotus) 3) ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูล การใช้คอมพิวเตอร์อย่างหนึ่งคือการใช้เก็บข้อมูล และจัดการกับข้อมูลที่จัดเก็บใน คอมพิวเตอร์ จึงจ าเป็นต้องมีซอฟต์แวร์จัดการข้อมูล การรวบรวมข้อมูลหลาย ๆ เรื่องที่เกี่ยวข้องกันไว้ใน คอมพิวเตอร์ เราก็เรียกว่าฐานข้อมูล ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูลจึงหมายถึงซอฟต์แวร์ที่ช่วยในการเก็บ การเรียก ค้นมาใช้งาน การท ารายงาน การสรุปผลจากข้อมูล ซอฟต์แวร์จัดการฐานข้อมูลที่นิยมใช้ เช่น เอกเซส
(MS-Access) ดีเบส (Dbase) พาราด็อก (Paradox) ฟ๊อกเบส (Foxbase)
4) ซอฟต์แวร์น าเสนอ เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้ส าหรับน าเสนอข้อมูล การแสดงผลต้องสามารถดึงดูดความสนใจ ซอฟต์แวร์เหล่านี้จึงเป็นซอฟต์แวร์ที่นอกจากสามารถแสดงข้อความในลักษณะที่จะสื่อความหมายได้ง่ายแล้ว จะต้องสร้างแผนภูมิ กราฟ และรูปภาพได้ ตัวอย่างของซอฟต์แวร์น าเสนอ เช่น เพาเวอร์พอยต์ (MS-PowerPoint) โลตัสฟรีแลนซ์ ฮาร์วาร์ดกราฟิก 5) ซอฟต์แวร์สื่อสารข้อมูล ซอฟต์แวร์สื่อสารข้อมูลนี้หมายถึงซอฟต์แวร์ที่จะช่วยให้ไมโครคอมพิวเตอร์ติดต่อ สื่อสารกับเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นในที่ห่างไกล โดยผ่านทางสายโทรศัพท์ ซอฟต์แวร์สื่อสารใช้เชื่อมโยงต่อเข้ากับ ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เช่น อินเทอร์เน็ต ท าให้สามารถใช้บริการอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ สามารถใช้รับส่งไปรษณีย์ อิเล็กทรอนิกส์ ใช้โอนย้ายแฟ้มข้อมูล ใช้แลกเปลี่ยนข้อมูล อ่านข่าวสาร นอกจากนี้ยังใช้ในการเชื่อมเข้าหามินิ คอมพิวเตอร์หรือเมนเฟรม เพื่อเรียกใช้งานจากเครื่องเหล่านั้นได้ ซอฟต์แวร์สื่อสารข้อมูลที่นิยมมีมากมายหลาย ซอฟต์แวร์ เช่น โปรคอม ครอสทอล์ค เทลิก ซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะ การประยุกต์ใช้งานด้วยซอฟต์แวร์ส าเร็จมักจะเน้นการใช้งานทั่วไป แต่อาจจะน ามาประยุกต์โดยตรงกับงาน ทางธุรกิจบางอย่างไม่ได้ เช่นในกิจการธนาคาร มีการฝากถอนเงิน งานทางด้านบัญชี หรือในห้างสรรพสินค้าก็มี งานการขายสินค้า การออกใบเสร็จรับเงิน การควบคุมสินค้าคงคลัง ดังนั้นจึงต้องมีการพัฒนาซอฟต์แวร์ใช้งาน เฉพาะส าหรับงานแต่ละประเภทให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้แต่ละราย Page 13
กับการน าเสนองาน
IT
ซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะมักเป็นซอฟต์แวร์ที่ผู้พัฒนาต้องเข้าไปศึกษารูปแบบการท างานหรือความต้องการของธุรกิจ นั้น ๆ แล้วจัดท าขึ้น โดยทั่วไปจะเป็นซอฟต์แวร์ที่มีหลายส่วนรวมกันเพื่อร่วมกันท างาน ซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะที่ ใช้กันในทางธุรกิจ เช่น ระบบงานทางด้านบัญชี ระบบงานจัดจ าหน่าย ระบบงานในโรงงานอุตสาหกรรม บริหาร การเงิน และการเช่าซื้อ ความต้องการของการใช้คอมพิวเตอร์ในงานทางธุรกิจยังมีอีกมาก ดังนั้นจึงต้องมีความ ต้องการผู้พัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อพัฒนาซอฟต์แวร์ใช้งานเฉพาะต่าง ๆ อีกมากมาย ที่มา : http://pongsakornnamrussri3.blogspot.com/ ที่มา : http://kaynattida.blogspot.com/2012/09/blog-post.html Page 14