• No results found

บทค ดย อ ว ทยา ว ภาว ว ฒน * วส นต วงษาน ศ ษย ** ส นช ย อ นทพ ช ย*

N/A
N/A
Protected

Academic year: 2021

Share "บทค ดย อ ว ทยา ว ภาว ว ฒน * วส นต วงษาน ศ ษย ** ส นช ย อ นทพ ช ย*"

Copied!
6
0
0

Loading.... (view fulltext now)

Full text

(1)

การพัฒนาการบริหารการจัดการเรียนการสอน 

หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ ระบบทวิภาคี  พุทธศักราช 2545 

สาขาวิชาชางกอสราง สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออก 

Development of Curriculum Management in Dual Vocational Training in 

Certificate Level (2002) : A Case Study in Building Construction Division, 

the Institute of Eastern Vocational Education 

วิทยา  วิภาวิวัฒน* วสันต  วงษานุศิษย**  สันชัย  อินทพิชัย* 

บทคัดยอ

 

การวิจัยนี้เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบความคิดเห็นของผูบริหารและครูปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา  กับผูบริหารและครูฝก  ในสถานประกอบการ  เกี่ยวกับการพัฒนาการบริหารการจัดการเรียนการสอน  หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ  ระบบทวิภาคี  พุทธศักราช 2545  สาขาวิชาชางกอสราง  สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออก  5  ดาน  คือ  1)  ดานหลักสูตรและองคประกอบ  ของหลักสูตร  2)  ดานการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน  3)  ดานการวัดและประเมินผลการเรียนการสอน  4)  ดานการนิเทศและ  ติดตามผลการเรียนการสอน  5) ดานการพัฒนาผูสอน  จากจํานวนกลุมตัวอยาง  207  คน  ซึ่งเปนผูบริหารและครูปฏิบัติการสอน  ในสถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออก  9  แหง  และผูบริหารและครูฝกในสถานประกอบการในเขตภาคตะวันออก  10  แหง  เครื่องมือที่ใช  เปนแบบสอบถาม  ดานขอมูลทั่วไป  ดานการพัฒนาการบริหารการจัดการเรียนการสอน  การวิเคราะหขอมูลใช  คาสถิติรอยละ คาเฉลี่ย คาสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบหาคา t-test  ผลการวิจัยพบวา  ผูบริหารและครูปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา  เห็นวาควรตองพัฒนาการบริหารการจัดการเรียนการสอน  ในภาพรวมอยูในระดับปานกลาง ดานที่มีคาเฉลี่ยสูงสุด คือ ดานการนิเทศและติดตามผลการเรียนการสอน สวนผูบริหารและครู  ฝกในสถานประกอบการ  เห็นวาตองพัฒนาการบริหารการจัดการเรียนการสอนในภาพรวมอยูในระดับมาก  ดานที่มีคาเฉลี่ย  สูงสุดคือ  ดานการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน  สําหรับการเปรียบเทียบความคิดเห็นของผูบริหารและครูปฏิบัติการสอนใน  สถานศึกษา  พบวาดานหลักสูตรและองคประกอบของหลักสูตรแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่  .01  ดานการจัดกิจกรรม  การเรียนการสอน ดานการวัดและประเมินผลการเรียนการสอน ดานการพัฒนาผูสอนแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ .05  ดานการนิเทศและติดตามผลไมแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ  .05  การเปรียบเทียบความคิดเห็นของผูบริหารและ  ครูฝกในสถานประกอบการ  พบวา  ดานหลักสูตรและองคประกอบของหลักสูตรแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ  .01  สวนดานการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน  ดานการวัดและประเมินผลการเรียนการสอน  ดานการนิเทศและติดตามผลการ  เรียนการสอน ดานการพัฒนาผูสอนไมแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05  คําสําคัญ: การบริหารการจัดการเรียนการสอน , ระบบทวิภาคี , สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออก  *  ผูชวยศาสตราจารย  คณะครุศาสตรอุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกลาพระนครเหนือ  **  อาจารย สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตอุเทนถวาย  ***

(2)

The objective of this research is to study and compare the opinions of the executives and teachers in educational institutes  and those of the executives and trainers in industrial firms regarding the 5 aspects of the development of the administration  and management in Certificate level (2002) of Dual Vocational Training, Building Construction Division, The Institute of  Eastern  Vocational  Educations.    These  5  aspects  are  1)  the  curriculum  and  its  components,  2)  the  learning-teaching  management,  3)  the  measurement  and  evaluation,  4)  the  supervision  and  follow-up  process  and  5)  the  development  of  teachers.   The samples are 207 executives, teachers from 9 Eastern Vocational Training Institutes and executives and trainers  in 10 Eastern industrial firms. The method of this research is questionnaires and the data is analyzed by using percentage,  mean, standard deviation, and t-test. 

The  results  reveal  that  the  executives  and  teachers  in  the  educational  institutes  agree  that  the  development  of  the  administration and management is overall in the moderate level and the aspect needed to be developed is “the supervision and  follow-up process”.  While the executives and trainers in the industrial firms agree that the development of the administration  and management is overall in the high level and the aspect needed to be developed is “the learning-teaching management,”  Moreover, the opinions of the executives and teachers in educational institutes are significantly different in 5 aspects which  are  “the  curriculum  and  its  components”  at  the  level  of  .01.      The  aspect  of  “the learning-teaching management”, “the  measurement and evaluation,” and “the development of teachers” are different at the level of .05 and the aspect of “the  supervision and follow-up process” is different at the level of .05.  For the opinions of the executives and trainers in the  industrial firms, it is found that the aspect of “the curriculum and its component” is significantly different at the level of .01,  while  the  aspect  of  “the  learning-teaching  management,  the  measurement  and evaluation, the supervision and follow-up  process and the development of teachers are quite different at the level of .05.  Keywords:  The Learning-Teaching Administration and Management, Dual System, The Eastern Vocational Training Institutes 

1. ความเปนมาและความสําคัญของปญหา

 

การที่จะพัฒนาประเทศใหเจริญกาวหนานั้น องคประกอบ  ที่สําคัญประการหนึ่ง คือ การพัฒนา “คน” ใหมีคุณภาพ โดย  จัดการศึกษาที่ถูกตองและเหมาะสม ในสภาพการณปจจุบัน  การเปลี่ยนแปลงอยางรวดเร็วทั้งทางดานสังคม เศรษฐกิจ  การเมือง การเปลี่ยนแปลงทางดานเทคโนโลยี รวมถึงการ  เปลี่ยนจากสังคมเกษตรกรรมมาสูสังคมอุตสาหกรรม จึงเปน  เหตุใหตลาดมีความตองการบุคลากรที่มีความรูความสามารถ  และประสบการณ ในการผลิตสินคาเพื่อแขงขันกับนานาชาติ  การศึกษาจึงมีความจําเปนอยางยิ่งที่ตองปรับเปลี่ยน เพื่อให  คนไดรับการพัฒนาอยางตอเนื่องและถูกวิธี จึงจําเปนตอง  พัฒนารูปแบบการบริหารและวิธีการจัดการศึกษา หนวยงาน  หนึ่งที่มีความสําคัญตอการจัดการศึกษาดานอาชีวศึกษา คือ  สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ซึ่งจัดการศึกษาโดย  มุงเ นนผ ลิต นักศึ กษา  ใ หเป นบุค ลา กรที่ มีคว ามรู  ความสามารถและทักษะในเชิงปฏิบัติ สามารถประยุกต  ความรูใหสอดคลองกับความตองการของตลาดแรงงาน  สามารถนําความรูไปประกอบอาชีพอิสระไดอยางแทจริง  โดยสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ไดพัฒนาจัดทํา  รูปแบบการจัดการอาชีวศึกษาใหมขึ้นเรียกวา การ  อาชีวศึกษาระบบทวิภาคี (Dual  System)  ซึ่งเกิดจากความ  รวมมือของสถานศึกษากับสถานประกอบการ  โดย  สถานศึกษาเปนผูจัดการเรียนการสอนในภาคทฤษฎี สวน  การฝกภาคปฏิบัติที่เนนทางดานทักษะ สถานประกอบการ  จะเปนผูรับผิดชอบ  [1] ซึ่งนับไดวาเปนการจัดการ  อาชีวศึกษาระบบทวิภาคีนี้ จะสามารถสรางผูเรียนใหมี

(3)

วารสารครุศาสตรอุตสาหกรรม  ปที่  6  ฉบับที่ 1  ตุลาคม  2549  - มีนาคม  2550  คุณภาพตรงตามความตองการของสถานประกอบการ สงผล  ใหภาคอุตสาหกรรมเกิดการตื่นตัวและขยายตัวมากยิ่งขึ้น  โดยเฉพาะในบริเวณพื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศไทย  ดังนั้นการที่จะพัฒนา คน ใหมีความรูความสามารถและ  คุณภาพชีวิตที่ดี จําเปนตองปรับปรุงกระบวนการเรียนรูให  เขมแข็งมากยิ่งขึ้น โดยใหความสําคัญตอการปรับระบบการ  บริหารการจัดการศึกษา และการฝกอบรม ดังที่สํานักงาน  คณะกรรมการการอาชีวศึกษา ไดจัดการศึกษาในระบบทวิ  ภาคี  โดยเปนความรวมมือระหวางภาครัฐกับภาคเอกชน  ทั้งนี้เพื่อใหการบริหารจัดการศึกษาในระบบทวิภาคีตามที่  กลาวมาเกิดการพัฒนา คณะผูวิจัยจึงไดแบงประเด็นเพื่อการ  ศึกษาวิจัยการบริหารการจัดการเรียนการสอน หลักสูตร  ประกาศนียบัตรวิชาชีพระบบทวิภาคี พุทธศักราช 2545  สาขาวิชาชางกอสรางของสถาบันการอาชีวศึกษา ภาค  ตะวันออก เปน 5 ดาน ดังนี้  1.  หลักสูตรและองคประกอบของหลักสูตร  2.  การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน  3.  การวัดและประเมินผลการเรียนการสอน  4.  การนิเทศและติดตามผลการเรียนการสอน  5.  การพัฒนาผูสอน  ผลที่ไดจากการวิจัย เพื่อเปนแนวทางการพัฒนาการ  บริ ห า ร ก า ร จัด ก า ร เ รี ย นก า ร ส อ น  ตา มห ลั ก สู ต ร  ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ระบบทวิภาคี ของสํานักงาน  คณะกรรมการการอาชีวศึกษา ใหมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 

2. วัตถุประสงคของการวิจัย

 

2.1 เพื่อศึกษาความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาการ  บริ หา รก าร จั ด กา รเ รี ย นก าร สอ น  ต า มห ลั ก สู ต ร  ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ระบบทวิภาคี พุทธศักราช  2545 สาขาวิชาชางกอสราง ตามความคิดเห็นของผูบริหาร  และครูผูปฎิบัติการสอนในสถานศึกษา กับผูบริหารและครู  ฝกในสถานประกอบการ  2.2  เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาการ  บริหารการจัดการเรียนการสอน ตามหลักสูตรประกาศนียบัตร  วิชาชีพ (ปวช.) ระบบทวิภาคีพุทธศักราช 2545 สาขาวิชาชาง  กอสราง ตามความคิดเห็นของผูบริหารและครูปฏิบัติการ  สอนในสถานศึกษากับผูบริหารและครูฝกในสถาน  ประกอบการ 

3. ขอบเขตของการวิจัย

 

3.1 การศึกษาวิจัยครั้งนี้เพื่อการพัฒนาการบริหารการ  จัดการเรียนการสอน หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ  (ปวช.) ระบบทวิภาคี พุทธศักราช 2545 สาขาวิชาชาง  กอสราง ในสถาบันการอาชีวศึกษา ภาคตะวันออก เฉพาะใน  ปการศึกษา 2548 เทานั้น  3.2 ขอมูลที่ไดจากการศึกษา มาจากกลุมตัวอยาง  ผูตอบแบบสอบถาม ไดแก ผูบริหารและครูปฏิบัติการสอน  ในสถานศึกษา กับผูบริหารและครูฝกในสถานประกอบการ  เฉพาะในเขตภาคตะวันออก 

4. ประชากรและกลุมตัวอยาง

 

การวิจัยครั้งนี้เปนการวิจัยเชิงสํารวจ  (Survey  Research) โดยมีกลุมตัวอยางจํานวน 207 คน ไดแก  4.1 ผูบริหารสถาบันการอาชีวศึกษา ภาคตะวันออก  จํานวน 9 แหง ระดับผูอํานวยการ รองผูอํานวยการ หัวหนา  คณะวิชาการกอสราง หัวหนาแผนกวิชาชางกอสราง หัวหนา  งานอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี และครูปฏิบัติการสอนแผนก  ชางวิชากอสราง จํานวน 117 คน  4.2 ผูบริหารสถานประกอบการ เขตภาคตะวันออก  จํานวน 10 แหง ระดับผูจัดการ รองผูจัดการ ผูควบคุมการฝก  และครูฝกในสถานประกอบการ จํานวน 90 คน 

5. เครื่องมือที่ใชในการวิจัย

 

เครื่องมือที่ใชเปนแบบสอบถาม แบงออกเปน 3 ตอน ดังนี้  ตอนที่ 1 แบบสอบถามเกี่ยวกับขอมูลทั่วไป เปน  แบบเลือกตอบ (Check List)  ตอนที่ 2  แบบสอบถามเกี่ยวกับ การพัฒนาการ  บริหารการจัดการเรียนการสอนหลักสูตรประกาศนียบัตร  วิชาชีพระบบทวิภาคี พุทธศักราช 2545 สาขาวิชาชาง  กอสราง สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออก ลักษณะ  แบบสอบถามเปนแบบมาตราสวนประมาณคา (Rating  Scale) 5 ระดับ  ตอนที่ 3 แบบแสดงความคิดเห็นและขอเสนอแนะ 

(4)

6. การวิเคราะหขอมูล

 

นําแบบสอบถามที่กลุมตัวอยางตอบเรียบรอยแลว มา  วิเคราะหขอมูลโดยใชสถิติ หาคารอยละ คาความถี่ คาเฉลี่ย  คาสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และคา t-test การวิเคราะหขอมูล  ใชโปรแกรมคอมพิวเตอรสําเร็จรูป  SPSS/PC  Version  12  (Statistics  Package  for  the  Social  Science/Personal  Computer Version 12) 

7. สรุปผลการวิจัย

 

การศึกษาวิจัย การพัฒนาการบริหารการจัดการเรียนการ  สอน ตามความคิดเห็นของผูบริหารสถานศึกษาและครู  ปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา  โดยภาพรวมมีความ  เหมาะสมอยูในระดับปานกลาง (x=3.28, SD=0.70) เมื่อ  เรียงลําดับความเหมาะสมเปนรายดานจากมากไปนอย มีผล  ดังนี้ ดานการนิเทศและติดตามผลการเรียนการสอน (x=  3.38, SD=0.79) ดานการวัดและประเมินผลการเรียนการ  สอน (x=3.37, SD=0.78) ดานการพัฒนาผูสอน (x=3.25,  SD=0.91) ดานการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน (x=3.21,  SD=0.77) และดานหลักสูตรและองคประกอบของหลักสูตร  (x=3.17, SD=0.74)  สวนความคิดเห็นของผูบริหารสถาน  ประกอบการและครูฝกในสถานประกอบการ โดยภาพรวมมี  ความเหมาะสมอยูในระดับมาก (x=3.68, SD=0.27) เมื่อ  เรียงลําดับความเหมาะสมเปนรายดานจากมากไปนอย มีผล  ดังนี้ ดานการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ( x=3.95,  SD=0.50) ดานหลักสูตรและองคประกอบของหลักสูตร  (x=3.89, SD=0.54)  ดานการพัฒนาผูสอน  (x=3.71,  SD=0.56)  ดานการนิเทศและติดตามผลการเรียนการสอน  (x=3.50, SD=0.41)  ดานการวัดและประเมินผลการเรียน  การสอน (x=3.36, SD=0.47)  เมื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของผูบริหารสถานศึกษากับ  ครูปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา พบวาโดยภาพรวมมีความ  คิดเห็นแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .01  จํานวน 1 ดาน คือ ดานหลักสูตรและองคประกอบของ  หลักสูตร   มีความคิดเห็นแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทาง  สถิติที่ระดับ .05 จํานวน 3 ดาน คือ ดานการจัดกิจกรรมการ  เรียนการสอน ดานการวัดและประเมินผลการเรียนการสอน  ดานการพัฒนาผูสอน สวนดานนิเทศและติดตามผลการเรียน  การสอน  มีความคิดเห็นไมแตกตางกัน  สําหรับการ  เปรียบเทียบความคิดเห็นของผูบริหารสถานประกอบการกับ  ครูฝกในสถานประกอบการ พบวาโดยภาพรวมมีความ  คิดเห็นไมแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05  จํานวน 4 ดาน คือ ดานการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน  ดานการวัดและประเมินผลการเรียนการสอน ดานการนิเทศ  และติดตามผลการเรียนการสอน ดานการพัฒนาผูสอน สวน  ดานหลักสูตรและองคประกอบของหลักสูตร มีความคิดเห็น  แตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .01  เมื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของผูบริหารสถานศึกษา  กับผูบริหารสถานประกอบการ โดยภาพรวมมีความเห็น  แตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .01 จํานวน 2  ดาน คือ ดานหลักสูตรและองคประกอบของหลักสูตร ดาน  การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน มีความคิดเห็นแตกตางกัน  อยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จํานวน 1 ดาน คือ ดาน  การวัดและประเมินผลการเรียนการสอน สวนดานการนิเทศ  และติดตามผลการเรียนการสอนกับดานการพัฒนาผูสอน มี  ความคิดเห็นไมแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ  .05 สําหรับการเปรียบเทียบความคิดเห็นของครูฝกในสถาน  ประกอบการกับครูปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาโดย  ภาพรวมมีความคิดเห็นแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ  ที่ระดับ  .01  จํานวน  3  ดาน  คือ ดานหลักสูตรและ  องคประกอบของหลักสูตร ดานการจัดกิจกรรมการเรียนการ  สอนและดานการพัฒนาผูสอน สวนดานการวัดและ  ประเมินผลการเรียนการสอน ดานการนิเทศและติดตามผล  การเรียนการสอน มีความคิดเห็นไมแตกตางกัน 

8. อภิปรายผล

 

จากผลการวิจัยที่ไดศึกษา สามารถนําผลมาจําแนกและ  อภิปรายในดานตาง ๆ ดังนี้  1. ดานหลักสูตรและองคประกอบของหลักสูตร  พบวาความคิดเห็นผูตอบแบบสอบถามระหวางสถานศึกษา  และสถานประกอบการมีความแตกตางกัน โดยผูบริหารและ  ครูปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาเห็นวามีความเหมาะสมต่ํา  กวาผูบริหารและครูฝกในสถานประกอบการ อันเนื่องมาจาก  บุคลากรในสถาน ศึกษาจําเปนตองมีความรูความเขาใจ และมี 

(5)

วารสารครุศาสตรอุตสาหกรรม  ปที่  6  ฉบับที่ 1  ตุลาคม  2549  - มีนาคม  2550  ประสบการณในดานหลักสูตรและองคประกอบของ  หลักสูตร วามีความสําคัญเปนอยางมาก อาจกลาวไดวาการ  จัดการศึกษาที่ประสบความ  สําเร็จเพียงใดขึ้นอยูกับ  หลักสูตรดวย ผูใชตองมีความรูความเขาใจเปาหมายของ  หลักสูตร ดังนั้น หลักสูตรที่ดีตองมีการปรับปรุง แกไข  เปลี่ยนแปลง และพัฒนาอยางตอเนื่อง [4] เพื่อใหเหมาะสม  กับการเปลี่ยนแปลงของสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง  สถานศึกษาจึงเห็นถึงความสําคัญของหลักสูตรและ  องคประกอบของหลักสูตรวาจําเปนตองมีการปรับปรุง  พัฒนาอยางตอเนื่อง  จึงมีความเหมาะสมต่ํากวาสถาน  ประกอบการ  2.  ดานการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน พบวาความ  คิดเห็นผูตอบแบบสอบถามระหวางสถานศึกษา และสถาน  ประกอบการมีความแตกตางกัน โดยผูบริหารและครูฝกใน  สถานประกอบการเห็นวามีความเหมาะสมสูงกวาผูบริหาร  และครูปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา เพราะการจัดการศึกษา  ไดใหความสําคัญกับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน  บุคลากรในสถานศึกษาจึงมีเขาใจนโยบายและความสําคัญ  ของในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน โดยสามารถมีสวน  รวมในการวางแผนการปฏิบัติงาน  การจัดกิจกรรมจึง  จําเปนตองมีการวัดผลประเมินผล นําผลที่ไดมาปรับปรุง  แกไขรวมกัน นอกจากนี้กิจกรรมการเรียนการสอนในทาง  ทฤษฎี จะมีความหลากหลายมากกวากิจกรรมการเรียนการ  สอนทางปฏิบัติ ซึ่งสถานประกอบการจะเนนการจัดแผนการ  ฝกงานในภาคปฏิบัติเพื่อใหเกิดความชํานาญเฉพาะดาน ตาม  ความตองการของสถานประกอบการ การจัดกิจกรรมการ  เรียนการสอนตามความคิดของสถานประกอบการจึงเห็นวา  มีความเหมาะสมแลว สวนสถานศึกษาเห็นวายังตองมีการ  พัฒนากิจกรรมการเรียนการสอนใหมากยิ่งขึ้น โดยอาจกลาว  ไดวาหากจะกาวเปนประเทศอุตสาหกรรมที่มั่นคง  จําเปนตองรวมมือกันจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เพื่อ  ตอบสนองใหผูเรียนเปนทั้งนักศึกษาที่มีความรูและเปน  พนักงานที่มีความชํานาญการดานทักษะอาชีพ  3.  ดานการวัดและประเมินผลการเรียนการสอน  พบวาความคิดเห็นของผูบริหารและครูปฏิบัติการสอนใน  สถาน ศึกษา และผูบริหารและครูฝกในสถานประกอบการ  มีความคิดเห็นไมแตกตางกันในทางสถิติ เพราะเนื่องจาก  การศึกษาหรือการทํางานใดๆ กระบวนการที่บงบอกถึง  ความสัมฤทธิ์ผล คือ การวัดและประเมินผล โดยเฉพาะอยาง  ยิ่งการจัดการเรียนการสอนตองมีการพัฒนาอยางเปน  กระบวนการ และเปนเครื่องมือที่ชี้วัดความสําเร็จของ  การศึกษา สอดคลองกับงานวิจัย ที่กลาววา การวัดและ  ประเมินผลเปนสิ่งจําเปนในกระบวนการเรียนการสอน  เพราะจะชวยใหเกิดประโยชนในการปรับปรุงการสอนของ  ครู ปรับปรุงการเรียนของนักเรียน ปรับปรุงระบบการ  บริหารโรงเรียน ทราบสภาพที่แทจริงของหลักสูตร รวมถึง  โครงการสอนและบันทึกการสอนภาคปฏิบัติดวย [2]  4.  ดานการนิเทศและติดตามผลการเรียน พบวาความ  คิดเห็นของผูบริหารและครูผูสอนในสถานศึกษาและ  ผูบริหารและครูฝกในสถานประกอบการ มีความคิดเห็นไม  แตกตางกันในทางสถิติ  เนื่องจากสถานศึกษามีการจัด  ประชุมสัมมนาครูและครูนิเทศรวมกันทุกภาคเรียน ทั้งกอน  และหลังสงนักศึกษาฝกงาน มีการออกนิเทศอยางสม่ําเสมอ  มีการใหคําแนะนําและคําปรึกษากับนักศึกษา  มีการ  ตรวจสอบสมุดบันทึกอาชีพสม่ําเสมอ  สวนสถาน  ประกอบการไดใหความสําคัญเกี่ยวกับเอกสารการนิเทศ  สมุดบันทึกของนักเรียน คูมือการนิเทศสําหรับครูฝกอยาง  สม่ําเสมอและตอเนื่อง นอกจากนี้ยังมีการจัดนิเทศการเรียน  การสอน จากหนวยงานนิเทศภายนอก และมีการ  ประสานงานรวมกันระหวางสถานศึกษากับสถาน  ประกอบการ ในดานงานนิเทศ [3] ซึ่งชวยใหการจัดการ  เรียนการสอนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  5.  ดานการพัฒนาผูสอน พบวา ความคิดเห็นของ  ผูบริหารสถานศึกษาและผูบริหารสถานประกอบการมีความ  คิดเห็นไมแตกตางกันในทางสถิติ สวนความคิดเห็นของ  ครูผูสอนในสถานศึกษาและครูฝกในสถานประกอบการมี  ความแตกตางกันในทางสถิติ เพราะโดยปกติแลวผูบริหาร  มักมีความเชื่อมั่นคอนขางสูง การพัฒนาครูผูสอนจึงเปน  เรื่องสําคัญที่ตองพึงปฏิบัติอยางตอเนื่อง [5] สวนครูสอน  โดยสวนใหญยังออนในดานวัยวุฒิทําใหยังขาดความเชื่อมั่น  จึงตองการพัฒนาตนเองมากยิ่งๆ ขึ้น โดยเฉพาะอยางยิ่ง  ครูผูสอนในสถานศึกษาตองการการพัฒนามากกวาครูฝกใน 

(6)

สถานประกอบการ อันเนื่องจากสถานประกอบการมี  บุคลากรที่มีความชํานาญในดานทักษะ ดานปฏิบัติมาก จึง  คอนขางมีความมั่นใจสูง 

9. ขอเสนอแนะ

 

ผลการศึกษาการพัฒนาการบริหารการจัดการเรียนการ  สอน หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ระบบทวิภาคี  พุทธศักราช 2545 สาขาวิชาชางกอสราง ของสถาบัน  อาชีวศึกษาภาคตะวันออก มีขอเสนอแนะอันนาจะเปน  ประโยชนตอสถาบันอาชีวศึกษาและสถานประกอบการ เพื่อ  นําไปใชในการปรับปรุง และพัฒนาการปฏิบัติงานใหมี  ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดังนี้  9.1  ผลการวิจัยพบวา การพัฒนาการบริหารจัดการ  เรียนการสอน ของผูบริหารและครูปฏิบัติการสอนใน  สถานศึกษา มีความเหมาะสมในระดับปานกลาง ดังนั้น  สถานศึกษาควรจัดใหมีการประชุมสัมมนาทําความเขาใจ  วิเคราะหปญหาและพัฒนาหาแนวทางการพัฒนาการบริหาร  การจัดการเรียนการสอนใหมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  9.2  ผลการวิจัยพบวา การพัฒนาการบริหารจัดการ  เรียนการสอน ของผูบริหารและครูฝกในสถานประกอบการ  มีความเหมาะสมในระดับมาก โดยมีเพียงดานการวัดและ  ประเมินผลการเรียนการสอน มีความเหมาะสมในระดับปาน  กลาง ดังนั้นสถานประกอบการ จึงควรจัดหาวิทยากรที่มี  ความเชี่ยวชาญดานศึกษาการศึกษา มาอบรมเพิ่มพูนความรู  ในเรื่องการวัดและประเมินผล  9.3  ผลการวิจัยพบวา ผูบริหารและครูปฏิบัติการสอน  ในสถานศึกษากับผูบริหารและครูฝกในสถานประกอบการ  โดยภาพรวมมีความคิดเห็นแตกตางกันอยางมีนัยสําคัญทาง  สถิติที่ดังนั้น จึงควรตองมีการพัฒนาการบริหารการจัดการ  เรียนการสอนในสวนของการประสานงานและรวมมือกัน  ใหมากยิ่งขึ้น เพื่อใหสามารถประสานงานการจัดการศึกษา  ระบบทวิภาคีไดอยางมีประสิทธิภาพ โดยควรจะตองมีการ  จัดทําแผนการเรียนการสอนรวมกัน ระหวางสถานศึกษา  และสถานประกอบการเพื่อใหสอดคลองกับการฝกอาชีพใน  ปจจุบัน นอกจากนี้ควรสงเสริมสนับสนุน ใหมีการศึกษาดูงาน  ระบบทวิภาคีในหนวยงานที่ประสบความสําเร็จ และนําผล  การศึกษาดูงานมาพัฒนา ปรับปรุงใหเกิดผลดียิ่งขึ้น ทั้งนี้  ควรมีการวางแผนเพื่อการปรับปรุง และพัฒนาการบริหาร  การจัดการเรียนการสอนการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี อยาง  ตอเนื่อง 

บรรณานุกรม

 

[1]  การจัดการศึกษาระบบทวิภาคี ตามหลักสูตร  ประกาศนียบัตรวิชาชีพพุทธศักราช 2538.  กรุงเทพมหานคร : สํานักงานโครงการอาชีวศึกษา  ระบบทวิภาคี กรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ,  2542.  [2]  กิติมา  ปรีดีดิลก.  การบริหารและการนิเทศการศึกษา  เบื้องตน.  กรุงเทพมหานคร : อักษราพิพัฒน, 2532.  [3]  อํานวย  นาคทัต.  การพัฒนาการจัดอาชีวศึกษาระบบ  ทวิภาคีของวิทยาลัยเทคนิคระยอง. ระยอง :  วิทยาลัยเทคนิคระยอง, 2540.  [4]  Sallis, E.  Total Quality Management in Education.  London : Kogan Page Education Management  Series, 1993. 

[5]  Sutthi, Polsawad.  International Symposium.  Jakata  Convention Center. Indonesia (25-27 June 1997) : 180. 

References

Related documents

Type a 12 by the job on the Job Schedule List, press Enter to display the Report Recipients panel, and press function key 6 to add a recipient to the list. On

1 Combined global distribution of seven major vector-borne diseases for which integration of vector control programmes may be beneficial: malaria, lymphatic filariasis,

นั่งที่ Long Leg โดยปกติอยู่บริเวณทางออกประตูฉุกเฉิน และผู ้ที่จะนั่งต ้องมีคุณสมบัติตรงตามที่สายการบินก าหนด เช่น ต ้อง

น ำท่ำนชม สะพำนมังกร ที่ทอดข้ำมแม่น ้ำลุบเบลียยำนิก ้ำ ผ่ำนชมและแวะถ่ำยรูปกับสถำนที่ส ำคัญต่ำงๆ ภำยในเมือง เช่น ศำลำว่ำกำรเมือง มหำวิหำรเซนต

This research aim to study the relationship between marketing mix factors and the factor in delivering food online through the LINEMANN application of staff in the

วิธีการวิจัยได้เก็บข้อมูลข้อร้องเรียนจากลูกค้า 165 ข้อร้องเรียน โดยจัดล าดับความส าคัญของแต่ละ ปัญหาด้วยแผนภูมิพาเรโต

* Pre – Agriculture Hunter / Gatherers * Subsistence Agriculture 8,500 years * Feudal Agriculture 1,000 years * Scientific Agriculture Last 400 years - Green Revolution

[r]