• No results found

แผนการจ ดการเร ยนร ท 3

N/A
N/A
Protected

Academic year: 2021

Share "แผนการจ ดการเร ยนร ท 3"

Copied!
40
0
0

Loading.... (view fulltext now)

Full text

(1)

แผนการจัดการเรียนรูที่

3

เรื่อง

(2)

รายวิชาคณิตศาสตรพื้นฐาน หนวยการเรียนรูที่ 1 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่6 กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร ภาคเรียนที่2 ปการศึกษา 2548 จํานวน 1.5 หนวยการเรียน จํานวนชั่วโมง 60 ชั่วโมง/ภาคเรียน จํานวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห ใชสําหรับแผนการจัดการเรียนรูที่ 3 เรื่อง การวัดการกระจายของขอมูลแบบสัมบูรณ การกําหนดการใชแผนการจัดการเรียนรู สัปดาหที่9– 13 จํานวนนักเรียนที่สอน คน ชั่วโมงที่ 24 – 39 สอนวันที่ 21 พฤศจิกายน 2548 – 23 ธันวาคม 2548 ผูจัดทํา / ผูใชสอน นายปกรณสิทธิ์ อุนทรัพย ความคิดเห็นในการตรวจสอบแผนการจัดการเรียนรู ……… ……… ……… ……… ……… ลงชื่อ……… (นายปกรณสิทธิ์ อุนทรัพย) หัวหนากลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร ………../………/………. ……… ……… ……… ……… ……… ลงชื่อ……… (นางปยะมาศ ดวงแกว) รองผูอํานวยการฝายบริหารวิชาการ ………../………/……… ……… ……… ……… ……… ……… ลงชื่อ……… (นายไพโรจน กระแสรสินธุ) ตําแหนง ครู คศ. 2 ………../………/……… ……… ……… ……… ……… ……… ลงชื่อ……… (นายวิรัช สุเมธาพันธุ) ผูอํานวยการสถานศึกษา ………../………/………

(3)

รายวิชา คณิตศาสตร หนวยการเรียนรูที่ 1 การวิเคราะหขอมูลเบื้องตน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่6 แผนการจัดการเรียนรูที่3 สัปดาหที่9– 13 ชั่วโมงที่24 – 39 เรื่อง การวัดการกระจายของ ขอมูลแบบสัมบูรณ จํานวนชั่วโมงสอน 16 ชั่วโมง ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2548 1 . สาระสําคัญ การวัดการกระจายสัมบูรณ เปนการวัดการกระจายของขอมูลเพียงชุดเดียว เพื่อดูวา คาจากการกระจายแตละคา มีความแตกตางกันมากนอยเพียงใด ซึ่งการวัดการกระจายสัมบูรณ สามารถนําไปใชในวัดการกระจายสัมพัทธ 2 . จุดประสงคการเรียนรู 2.1 ดานความรู นักเรียนสามารถ 2.1.1 วัดการกระจายของขอมูลที่ไมแจกแจงความถี่ โดยใชพิสัยได 2.1.2 วัดการกระจายของขอมูลที่แจกแจงความถี่ โดยใชพิสัยได 2.1.3 วัดการกระจายของขอมูลที่ไมแจกแจงความถี่ โดยใชสวนเบี่ยงเบนควอร ไทลหรือกึ่งชวงควอรไทลได 2.1.4 วัดการกระจายของขอมูลที่แจกแจงความถี่ โดยใชสวนเบี่ยงเบนควอร ไทลหรือกึ่งชวงควอรไทลได 2.1.5 วัดการกระจายของขอมูลที่ไมแจกแจงความถี่ โดยใชสวนเบี่ยงเบนเฉลี่ยได 2.1.6 วัดการกระจายของขอมูลที่แจกแจงความถี่ โดยใชสวนเบี่ยงเบนเฉลี่ยได 2.1.7 วัดการกระจายของขอมูลที่ไมแจกแจงความถี่ โดยใชสวนเบี่ยงเบน มาตรฐานได 2.1.8 วัดการกระจายของขอมูลที่แจกแจงความถี่ โดยใชสวนเบี่ยงเบน มาตรฐานได 2.1.9 หาความแปรปรวนของขอมูลได 2.1.10 บอกสมบัติที่คําคัญ S และ S2 และนําไปใชได 2.2 ดานทักษะกระบวนการ นักเรียนมีความสามารถ 2.2.1 ในการแกปญหา 2.2.2 ในการใหเหตุผล 2.2.3 ในการสื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตรและการนําเสนอ 2.2.4 มีความคิดริเริ่มสรางสรรค 2.3 ดานคุณลักษณะ

(4)

2.3.1 ความรับผิดชอบ 2.3.2 ความซื่อสัตย 2.3.3 ความเชื่อมั่นในตนเอง 2.3.4 ระเบียบวินัย 3 . สาระการเรียนรู 3.1 พิสัย 3.2 สวนเบี่ยงเบนควอรไทลหรือกึ่งชวงควอรไทล 3.3 สวนเบี่ยงเบนเฉลี่ย 3.4 ความแปรปรวน 4. กิจกรรมการเรียนรู ชั่วโมงที่ กิจกรรมการเรียนรู / สื่อการเรียนรู 24 1 . แจงจุดประสงคการเรียนรูใหนักเรียนทราบวาเมื่อเรียนจบแผนการจัดการ เรียนรูนี้แลวนักเรียนจะสามารถวัดการกระจายของขอมูล โดยใชพิสัย สวน เบี่ยงเบนควอรไทลหรือกึ่งชวงควอรไทล สวนเบี่ยงเบนเฉลี่ย และความ แปรปรวนได 2 . แบงนักเรียนออกเปนกลุมๆละ 4 คน ใหแตละกลุมแบงหนาที่ความรับผิดชอบ เชน อานคําชี้แจง บันทึกผลในแบบบันทึก นําเสนอหนาชั้นเรียน 3 . แจกคําชี้แจง แบบบันทึกผลการเรียนรู พรอมทั้งซองอุปกรณใหทุกกลุม 4. สมาชิกในกลุมรวมกันศึกษาคําชี้แจง ซักถาม อธิบายกันเอง เกี่ยวกับภาระ งานที่กําหนดขึ้นในคําชี้แจง 5. เมื่อทุกกลุมศึกษาคําชี้แจงแลว ใหเปดซองอุปกรณ ซึ่งจะมีบัตรงาน 12 ใบ สมาชิกในกลุมสุมหยิบคนละ 3 ใบ (บัตรงานแตละใบจะมีขอมูลอยู 1 ชุด) แลว หา ขอมูลต่ําสุด ขอมูลสูงสุด และพิสัยของขอมูลชุดนั้นในแตละบัตรงานจน ครบ 3 ใบ 6. สมาชิกคนใดทําเสร็จกอน ใหชวยเหลือสมาชิกคนอื่นในกลุมได และเมื่อทํา เสร็จทุกคนแลว ใหแลกกันตรวจคําตอบพรอมทั้งอธิบายขอบกพรอง 7. สมาชิกในกลุมรวมกันอภิปรายและคนหาวิธีหาพิสัยของขอมูลที่กําหนดให พรอมทั้งบันทึกผลลงในแบบบันทึกผลการเรียนรู รหัสที่ 3.1 8. ทดสอบวิธีการหาพิสัยขางตนกับขอมูลชุดอื่นๆอีก 4 ชุด โดยใหสมาชิก แตละคนในกลุมกําหนดขึ้นเอง

(5)

9. ปรับปรุงแกไข ขอความที่บันทึกไว (ถามี) เมื่อกลุมเห็นพองกันแลว ใหตัวแทน กลุมอานขอสรุปวิธีการหาพิสัยของขอมูลที่กําหนดให และนําแบบบันทึกผลการ เรียนรู สงครูกลุมละ 1 แผน 10. ครูซักถามเพื่อนําไปสูขอสรุปที่ถูกตองแลวใหนักเรียนศึกษาใบความรู รหัส ที่ 3.1 อีกครั้งหนึ่ง 11. นักเรียนบันทึกวิธีการหาพิสัยของขอมูลลงในแบบสรุปเนื้อหา รหัสที่ 3 12. นักเรียนทําแบบฝกทักษะ รหัสที่ 3.1 แลวเปลี่ยนกันตรวจตามแผนภูมิ เฉลยและบันทึกคะแนนที่ไดไว โดยครูตรวจสอบความถูกตองอีกครั้ง 1. ทบทวนความรูเกี่ยวกับการหาพิสัยของขอมูลที่ไมแจกแจงความถี่และตาราง แจกแจงความถี่ โดยใชการถาม – ตอบ เชน 2. นักเรียนกลุมเดิมศึกษาใบความรู รหัสที่ 3.2 แลวรวมกันสรุปขอความรู เกี่ยวกับการหาพิสัยของขอมูลที่แจกแจงความถี่ 3. สุมนักเรียนนําเสนอขอสรุป หนาชั้นเรียน โดยครูคอยแกไขเพิ่มเติม (ถามี) แลวใหเพื่อนประเมินตามแบบประเมินการรายงาน 4. นักเรียนบันทึกขอสรุปความรูเกี่ยวกับการหาพิสัยของขอมูลที่แจกแจงความถี่ ลงในแบบสรุปเนื้อหารหัสที่ 3 5. นักเรียนทําแบบฝกทักษะรหัสที่ 3.2 แลวเปลี่ยนกันตรวจตามแผนภูมิเฉลย และบันทึกคะแนนที่ไดไว โดยครูตรวจสอบความถูกตองอีกครั้ง 6. นักเรียนแตละกลุมทําบัตรงานกลุมละ 4 ใบ เปนผลงานของกลุม แลวนําสง ครูนอกเวลาเรียน ตัวอยางของบัตรงาน มีดังนี้ 25 คะแนน 2 – 4 5 – 7 8 – 10 11 – 13 14 – 16 ความถี่ 2 4 10 4 20 • ขอบลางของอันตรภาคชั้นที่มีคาต่ําสุด……… • ขอบบนของอันตรภาคชั้นที่มีคาสูงสุด……… • คาพิสัย……….

(6)

1. ทบทวนความรูเกี่ยวกับความหมายของ Q1 , Q2 , Q3 และการหาคาของ Q1 , Q3ของขอมูลที่ไมแจกแจงความถี่ โดยใชการถาม – ตอบ 2. นักเรียนกลุมเดิมศึกษาใบความรู รหัสที่ 3.3 แลวรวมกันสรุปขอความรูเปน สูตรการหาสวนเบี่ยงเบนควอรไทล 3. สุมนักเรียนนําเสนอผลสรุปหนาชั้นเรียน และใหเพื่อนประเมินตามแบบ ประเมินการรายงาน 4. นักเรียนบันทึกผลสรุป ลงในแบบสรุปเนื้อหารหัสที่ 3 5. นักเรียนทําแบบฝกทักษะรหัสที่ 3.3 แลวเปลี่ยนกันตรวจตามแผนภูมิ เฉลยและบันทึกคะแนนที่ไดไว โดยครูตรวจสอบความถูกตองอีกครั้ง 6. นักเรียนแตละกลุมแขงขันกันหาสวนเบี่ยงเบนควอรไทล จากขอมูลที่ กําหนดให กลุมใดหาไดถูกตองและทันตามกําหนดเวลาเปนผูชนะ 26 27-28 1. ทบทวนความรูเกี่ยวกับความหมายของ Q1 , Q2 , Q3 ของขอมูลที่ไมแจกแจง ความถี่ และการหาสวนเบี่ยงเบนควอรไทลของขอมูลที่ไมแจกแจงความถี่ โดย ใชการถาม – ตอบ 2. นักเรียนกลุมเดิมศึกษาใบความรู รหัสที่ 3.4 แลวรวมกันสรุปขั้นตอนการหา สวนเบี่ยงเบนควอรไทลและเตรียมนําเสนอหนาชั้นเรียน 3. สุมนักเรียนนําเสนอผลสรุปงานหนาชั้นเรียน และใหเพื่อนประเมินตามแบบ ประเมินการรายงาน เพื่อใหเพื่อนตั้งใจฟงมากขึ้น 4. นักเรียนบันทึกขอสรุป ลงในแบบสรุปเนื้อหารหัสที่ 3 5. นักเรียนทําแบบฝกทักษะรหัสที่ 3.4 แลวเปลี่ยนกันตรวจตามแผนภูมิเฉลย และบันทึกคะแนนที่ไดไว โดยครูตรวจสอบความถูกตองอีกครั้ง 6. นักเรียนแตละกลุมทําแผนผัง แสดงขั้นตอนการหาสวนเบี่ยงเบนควอรไทล ของขอมูลที่แจกแจงความถี่เปนผลงานของกลุม สงนอกเวลาเรียน 29-30 1 . ทบทวนความรูเกี่ยวกับการหาคาเฉลี่ยเลขคณิตของขอมูลที่ไมแจกแจงความถี่ โดยใชการถาม – ตอบ และยกตัวอยางประกอบการอธิบาย โดยสรุป 2. แบงนักเรียนออกเปนกลุมๆละ 4 คน คละตามความสามารถและเพศ แลว ศึกษาใบความรู รหัสที่ 3.5 แลวรวมกันสรุปขั้นตอนการหาสวนเบี่ยงเบนเฉลี่ย ของขอมูลที่ไมแจกแจงความถี่ เพื่อเตรียมตัวเขารวมแขงขัน

(7)

3. สุมนักเรียนนําเสนอผลสรุปหนาชั้นเรียน และใหเพื่อนประเมินตามแบบ ประเมินการรายงาน เพื่อใหเพื่อนตั้งใจฟงมากขึ้น 4. นักเรียนบันทึกขอสรุปขั้นตอนการหาสวนเบี่ยงเบนเฉลี่ย ลงในแบบสรุป เนื้อหารหัสที่ 4 5. นักเรียนทําแบบฝกทักษะรหัสที่ 3.5 แลวเปลี่ยนกันตรวจตามแผนภูมิเฉลย และบันทึกคะแนนที่ไดไว โดยครูตรวจสอบความถูกตองอีกครั้ง 6. จัดการแขงขันตอบปญหา โดยจัดโตะแขงขันใหแตละกลุมสงตัวแทนที่มี ความสามารถใกลเคียงกัน แขงขันโตะเดียวกัน 7. ทุกโตะเริ่มการแขงขันพรอมกัน เมื่อแขงขันเสร็จใหสมาชิกแตละโตะกลับ เขากลุมเดิม 8. นําคะแนนแตละกลุมมารวมกัน (หรือเฉลี่ยในขอจํานวนสมาชิกแตละกลุมไม เทากัน) กลุมที่ไดคะแนนสูงสุดจะไดรับรางวัลจากครูผูสอน 9. นักเรียนแตละกลุมทําแผนผัง แสดงขั้นตอนการหาสวนเบี่ยงเบนเฉลี่ยของ ขอมูลที่ไมแจกแจงความถี่เปนผลงานของกลุม สงนอกเวลาเรียน 31-32 1. ครูชมเชยนักเรียนที่สนใจเรียนและตั้งใจทํางานที่ไดรับมอบหมายเปนอยางดี ตลอดจนอธิบายปญหาที่ซักถามและแนะนําเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเรียน 2. ทบทวนความรูเกี่ยวกับการหาคาเฉลี่ยเลขคณิตของขอมูลที่แจกแจงความถี่ เปนอันตรภาคชั้นโดยใชการถาม – ตอบพรอมทั้งยกตัวอยางประกอบการอธิบาย โดยสรุป 3. นักเรียนแตละกลุมวาดภาพบาน โดยใหสมาชิกทุกคนมีสวนรวมลงใน กระดาษที่แจกใหในเวลา 10 นาที 4. นักเรียนแตละกลุมนําเสนอผลงานของกลุมหนาชั้นเรียน 5. นักเรียนแตละกลุมศึกษาใบความรู รหัสที่ 3.6 แลวรวมกันสรุปขั้นตอนการ หาสวนเบี่ยงเบนเฉลี่ย พรอมเตรียมนําเสนอหนาชั้นเรียน 6. สุมนักเรียนนําเสนอขั้นตอนการหาสวนเบี่ยงเบนเฉลี่ยหนาชั้นเรียน โดยครู ชวยแกไขเพิ่มเติม (ถามี) แลวใหเพื่อนประเมินตามแบบประเมินการรายงาน 7. นักเรียนบันทึกขั้นตอนการหาสวนเบี่ยงเบนเฉลี่ย ลงในแบบสรุปเนื้อหา รหัสที่ 3 8. นักเรียนแตละกลุมทําแบบฝกทักษะรหัสที่ 3.6 แลวเปลี่ยนกันตรวจตาม แผนภูมิเฉลยและบันทึกคะแนนที่ไดไว โดยครูตรวจสอบความถูกตองอีกครั้ง

(8)

9. กลุมที่ทําคะแนนแบบฝกทักษะไดสูงสุด จะไดรับคําชมเชยจากครูผูสอน เพื่อเปนการเสริมแรงในการเรียนรูของนักเรียน 10. นักเรียนแตละกลุมทําบัตรงานกลุมละ 4 ใบ โดยบัตรงานมีลักษณะ ดังนี้ ตัวอยางบัตรงาน คะแนน 2 – 4 5 – 7 8 – 10 11 – 13 14 – 16 ความถี่ • x = • xx = • M.D. = 33-34 1 . ทบทวนความรูเกี่ยวกับการหาคาเฉลี่ยเลขคณิตของขอมูลที่ไมแจกแจงความถี่ และหารากที่ 2 ของจํานวนจริงโดยใชการถาม – ตอบ และประกอบการอธิบาย โดยสรุป 2. นักเรียนกลุมเดิมรับบัตรงานกลุมละ 4 ใบ โดยใหสมาชิกสุมหยิบคนละใบ โดย บัตรงานจะมีขอมูลจํานวน 1 ชุด แลวใหหาคาเฉลี่ยเลขคณิต ผลบวกของผลตาง ระหวางขอมูลแตละคา กับคาเฉลี่ยเลขคณิตกําลังสองและหาสวนเบี่ยงเบน มาตรฐาน จากสูตรที่กําหนดให 3. สมาชิกคนใดทําเสร็จกอน ใหชวยเหลือสมาชิกในกลุมได และเมื่อเสร็จทุกกลุม แลวใหแลกกันตรวจคําตอบ พรอมทั้งอธิบายแกไขขอบกพรอง 4. แตละกลุมบันทึกผลการหา x , ∑(xx)2 และ M.D. ลงในแบบบันทึก ผลการเรียนรู รหัสที่ 3.2 5. สมาชิกในกลุมรวมกันอภิปรายและคนหาความสัมพันธระหวาง x ,∑(xx)2และ M.D. ของขอมูล พรอมทั้งบันทึกลงในแบบบันทึกผลการ เรียนรู รหัสที่ 3.2 6. ทดสอบความสัมพันธขางตนกับขอมูลชุดอื่นๆอีก 2 ชุด โดยใหสมาชิกแตละ กลุมกําหนดขึ้นอีก 7. สมาชิกในกลุมอานขอสรุปความสัมพันธระหวางx ,∑(xx)2และ M.D. ของขอมูลใหเพื่อนฟง แลวรวมกันแกไขเพิ่มเติม (ถามี) แลวนําแบบบันทึกผล การเรียนรู รหัสที่ 3.2 สงครูกลุมละ 1 แผน 8. ครูซักถามเพื่อนําไปหาขอสรุปที่ถูกตอง แลวใหนักเรียนศึกษาใบความรู รหัสที่ 3 7 อีกครั้งหนึ่ง

(9)

9. นักเรียนบันทึกวิธีหาคาสวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ลงในแบบสรุปเนื้อหา รหัส ที่ 3 10. นักเรียนทําแบบฝกทักษะ รหัสที่ 3.7 เปนการบาน เพื่อเสริมทักษะและความ แมนยําในการเรียนรู 35-36 1. ทบทวนความรูเกี่ยวกับการหาคาเฉลี่ยเลขคณิตของขอมูลที่แจกแจงความถี่ และการหาสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของขอมูลที่ไมแจกแจงความถี่โดยใช การถาม – ตอบ ประกอบการอธิบายสรุป 2. นักเรียนกลุมเดิมศึกษาใบความรู รหัสที่ 3.8 แลวชวยกันสรุปขั้นตอนวิธีหา สวนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เพื่อเตรียมเสนอหนาชั้นเรียน 3. สุมนักเรียนนําเสนอขอสรุป หนาชั้นเรียน แลวใหเพื่อนประเมินตามแบบ ประเมินการรายงาน และครูคอยแกไขเพิ่มเติม (ถามี) 4. ครูยกตัวอยางการหาสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของขอมูลที่แจกแจงความถี่บน กระดาน แลวรวมกับนักเรียนชวยกันหาสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานอีก 5. นักเรียนบันทึกวิธีหาสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของขอมูลที่แจกแจงความถี่ ลงในแบบสรุปเนื้อหารหัสที่ 3 6. นักเรียนทําแบบฝกทักษะรหัสที่ 3.8 แลวเปลี่ยนกันตรวจตามแผนภูมิเฉลย และบันทึกคะแนนที่ไดไว โดยครูตรวจสอบความถูกตองอีกครั้ง 7. นักเรียนแตละกลุมทํารายงานเรื่อง การหาสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของขอมูลที่ แจกแจงความถี่ วิธีลัด สงครูผูสอนนอกเวลาเรียน 37 1. ทบทวนความรูเกี่ยวกับการหาสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของขอมูล โดยใช การถาม – ตอบ ประกอบการอธิบายสรุป 2. นักเรียนแตละกลุมทําเอกสารแนะแนวทาง รหัสที่ 3 โดยครูใชการถาม-ตอบ เฉลยคําตอบ แลวรวมกันสรุปความหมายของการแปรปรวน เพื่อเตรียมเสนอหนา ชั้นเรียน 3. สุมนักเรียนนําเสนอความหมายของการแปรปรวนหนาชั้นเรียน แลวใหเพื่อน ประเมินตามแบบประเมินการรายงาน และครูอธิบายเพิ่มเติมอีกครั้ง 4. นักเรียนศึกษาใบความรู รหัสที่ 3.9 แลวรวมกันสรุปวิธีหาความแปรปรวน ของขอมูลอีกครั้ง มีปญหาสงสัยใหสอบถามครูผูสอน 5. นักเรียนบันทึกวิธีหาความแปรปรวนของขอมูลลงในแบบสรุปเนื้อหารหัสที่ 3

(10)

5. สื่อการเรียนรู 5.1 ใบความรู รหัสที่ 3.1 – 3.10 5.2 แบบฝกทักษะ รหัสที่ 3.1 – 3.10 5.3 แบบสรุปเนื้อหารหัสที่ 3 5.4 แบบประเมินการรายงาน 5.5 เอกสารฝกหัดเพิ่มเติมรหัสที่ 3 5.6 เอกสารแนะแนวทาง รหัสที่ 3 6. นักเรียนทําแบบฝกทักษะรหัสที่ 3.9 แลวเปลี่ยนกันตรวจตามแผนภูมิเฉลย และบันทึกคะแนนที่ไดไว โดยครูตรวจสอบความถูกตองอีกครั้ง 7. แบงนักเรียนออกเปน 5 กลุม ทํารายงาน เรื่อง การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทาง การเรียน รายวิชาคณิตศาสตรพื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 5 ของนักเรียน โดยหา คา x และ S.D. ดังนี้ กลุมที่ 1 ชั้น ม.5/1 กลุมที่ 4 ชั้น ม.5/4 กลุมที่ 2 ชั้น ม.5/2 กลุมที่ 5 ชั้น ม.5/5 กลุมที่ 3 ชั้น ม.5/3 38-39 1. ทบทวนความรูเกี่ยวกับการหาสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานและความแปรปรวน ของขอมูล โดยใชการถาม – ตอบ 2. นักเรียนแตละกลุมศึกษาใบความรู รหัสที่ 3.10 แลวชวยกันสรุปสมบัติของ S และ S2 แลวบันทึกลงในแบบสรุปเนื้อหา รหัสที่ 3 โดยครูแกไขเพิ่มเติม (ถามี) 3. นักเรียนทําแบบฝกทักษะรหัสที่ 3.10 แลวเปลี่ยนกันตรวจตามแผนภูมิเฉลย และบันทึกคะแนนที่ไดไว โดยครูตรวจสอบความถูกตองอีกครั้ง 4. นักเรียนแตละกลุมทําตารางแสดงคะแนนของกลุม โดยใชคะแนนจากแบบฝก ทักษะ รหัสที่ 3.1 – 3.10 สงเปนผลงานของกลุม กลุมที่ไดคาเฉลี่ยสูงสุด จะไดรับ การยกยองชมเชยจากครูผูสอน 5. นักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน รหัสที่ 3 เพื่อประเมินความกาวหนาของ นักเรียนหลังจากเรียนจบแผนการจัดการเรียนรูที่ 3 6. นักเรียนทําเอกสารฝกหัดเพิ่มเติม รหัสที่ เปนการบาน เพื่อเสริมทักษะและ ความแมนยําในการเรียนรู 7. นักเรียนแตละกลุมทํา Mind Map เรื่อง การวัดการกระจายของขอมูลแบบ สัมบูรณเปนผลงานของกลุม สงครูนอกเวลาเรียน

(11)

6. แหลงการเรียนรู 6.1 สมุดสมุดกลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร 6.2 หองสมุดโรงเรียน 6.3 หองสมุดประชาชน 7. หลักฐานการเรียนรู 7.1 แบฝกทักษะ รหัสที่ 3.1 – 3.10 7.2 แบบสรุปเนื้อหา รหัสที่ 3 7.3 เอกสารฝกหัดเพิ่มเติม รหัสที่ 3 7.4 บัตรงาน 7.5 แผนผังแสดงขั้นตอนการหาคาสวนเบี่ยงเบนควอรไทล สวนเบี่ยงเบนเฉลี่ย 7.6 รายงาน เรื่อง การหาคาสวนเบี่ยงเบนมาตรฐานของขอมูลและรายงานการศึกษา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 5 7.7 Mind Map เรื่อง การวัดการกระจายของขอมูลแบบสัมบูรณ 8. การวัดผลและประเมินผลการเรียนรู การวัดผล การประเมินผล 1. สังเกตจากการตอบคําถาม 2. สังเกตจาการรวมกิจกรรม 3. การทําแบบฝกทักษะ 4. การทําเอกสารฝกหัดเพิ่มเติม 5. การทําแบบสรุปเนื้อหา 6. การทํารายงาน 7. การทําบัตรงาน 8. การทํา Mind Map 9. การทําแบบทดสอบหลังเรียน 1. นักเรียนสวนใหญตอบคําถามไดถูกตอง 2. นักเรียนสนใจและรวมกิจกรรมดี 3. นักเรียนสวนใหญทําไดถูกตอง 4. นักเรียนสวนใหญทําไดถูกตอง 5. นักเรียนสวนใหญสรุปเนื้อหาไดถูกตอง 6. นักเรียนสวนใหญทําไดถูกตองและ ทันเวลาตามกําหนด 7. นักเรียนสวนใหญบัตรงานทําไดถูกตอง และสวยงาม 8. นักเรียนทุกกลุมทําไดถูกตอง สวยงาม 9. นักเรียนสวนใหญทําไดเกณฑ 50%

(12)

9. บันทึกหลังการจัดการเรียนรู 9.1 สรุปผลการเรียนรู ……… ……… ……… ……… 9.2 แนวทางในการแกไขพัฒนา ……… ……… ……… ……… 9.3 ขอเสนอแนะ ……… ……… ……… ……… ลงชื่อ……….. ครูผูสอน (นายปกรณสิทธิ์ อุนทรัพย) ครูอันดับคศ. 2 โรงเรียนบอกรุวิทยา วันที่…..……. เดือน………. พ.ศ. ………..

(13)

คําชี้แจง

ใหสมาชิกหนึ่งคนอานคําชี้แจงนี้ ใหเพื่อนในกลุมฟง และใหทุกคนรวมกันคิด ซักถาม อธิบายภาระงานที่กลุมตองทําจนเขาใจชัดเจนกันทุกคน และดําเนินการตามขั้นตอนใหแลวเสร็จ 1) เปดซองอุปกรณ ในซองจะมีบัตรงาน 12 ใบ ใหสมาชิกแตละคนสุมหยิบ คนละ 3 ใบ แลวแตละคนหาขอมูลต่ําสุด ขอมูลสูงสุดและพิสัยของขอมูล ที่กําหนดไวในแตละบัตรงานจนครบที่ตนสุมได 3 ใบ 2) สมาชิกคนใดทําเสร็จกอน ใหชวยเหลือสมาชิกคนอื่นในกลุมได และเมื่อ ทําเสร็จทุกคนแลว ใหแลกกันตรวจคําตอบพรอมทั้งอธิบายแกไขขอบกพรอง 3) บันทึกผลการหาขอมูลต่ําสุด ขอมูลสูงสุดและพิสัยของขอมูลที่กําหนดให ของทุกคนลงในแบบบันทึกผลการเรียนรู รหัสที่ 15.1 4) สมาชิกรวมกันอภิปรายและคนหาความสัมพันธระหวางขอมูลต่ําสุด ขอมูล สูงสุดและพิสัยของขอมูลที่กําหนดใหพรอมทั้งบันทึกผลการเรียนรูรหัสที่ 15.1 5) ทดสอบความสัมพันธขางตนกับขอมูลชุดอื่นๆอีก 4 ชุด ที่สมาชิกแตละคน กําหนดขึ้น 6) ปรับปรุงแกไขขอความที่บันทึกไว (ถามี) เมื่อกลุมเห็นพองกันแลว ใหตัวแทน กลุมอานขอสรุปของความสัมพันธระหวางขอมูลต่ําสุด ขอมูลสูงสุดและพิสัย ของขอมูลที่กําหนดให ใหกลุมรับทราบอีกครั้งและนําแบบบันทึกผลการเรียนรู รหัสที่ 15.1 สงครูผูสอน

(14)

รายวิชา คณิตศาสตร หนวยการเรียนรูที่ 1 การวิเคราะหขอมูลเบื้องตน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่6 แบบบันทึกผลการเรียนรู รหัสแบบบันทึกผลการเรียนรูที่ 2.1 ใชประกอบแผนการจัดการเรียนรูที่3 ชั่วโมงที่24 ชื่อกลุม ………. สมาชิกกลุม 1. ……… 3. ……… 2. ………. 4. ……… ลําดับที่ ขอมูลที่กําหนดให ขอมูลต่ําสุด ขอมูลสูงสุด พิสัยของขอมูล 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 ความสัมพันธของขอมูลต่ําสุด ขอมูลสูงสุดและพิสัยของขอมูลที่กําหนดให………. ……….. ……….. ………..

(15)

รายวิชา คณิตศาสตร หนวยการเรียนรูที่ 1 การวิเคราะหขอมูลเบื้องตน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่6 ใบความรู รหัสใบความรูที่ 3.1 ใชประกอบแผนการจัดการเรียนรูที่3 ชั่วโมงที่24 จํานวนชั่วโมงสอน1ชั่วโมง จุดประสงคการเรียนรู 3.1.1 วัดการกระจายของขอมูลที่ไมแจกแจงความถี่ โดยใชพิสัยได สาระสําคัญ พิสัย เปนคาที่ใชวัดการกระจายของขอมูล ที่หาไดจากการนําขอมูลที่มีคาสูงสุด ลบดวยขอมูล ที่มีคาต่ําสุด และเปนการวัดการกระจายของขอมูลที่คอนขางหยาบ เพราะเปนคาที่คํานวณจากคาเพียง สองคาเทานั้น แตการวัดการกระจายโดยใชพิสัย สามารถวัดไดสะดวก และรวดเร็วกวาวิธีอื่นๆ สาระการเรียนรู วัดการกระจายของขอมูลที่ไมแจกแจงความถี่ โดยใชพิสัย ในการวัดการกระจายของขอมูลที่ไมแจกแจงความถี่ โดยใชพิสัยสามารถหาพิสัยของ ขอมูลได ดังตารางตอไปนี้ ตารางแสดงการคาของพิสัยจากขอมูลตางๆ ขอ ขอมูล คาสูงสุด คาต่ําสุด พิสัย 1. 11 , 14 , 14 , 15 , 19, 20 , 21 , 24 , 26 , 42 42 11 42 – 11 = 31 2. 20 , 35 , 100 , 80 , 10, 9 , 30 , 15 100 9 100 – 9 = 91 3. 3 , 5 , 9 , 12 , 15 15 3 15 – 3 = 12 4. 2 , 6 , 8 , 12 , 20, 22 , 30 , 40 40 2 40 – 2 = 38 5. 9 , 14 , 6 , 8 , 6 , 8 , 12 , 5 , 8 , 8 ,6 , 11 14 5 14 – 5 = 9 6. 26 , 25 , 48 , 57 , 60 , 68 , 73 , 85 , 90 , 92 92 25 92 – 25 = 67 7. 6 , 15 , 4 , 20 , 45, 32 , 60 , 19 , 2 , 55 60 2 60 – 2 = 58 8. 10 , 7 , 4 , 9 , 14 , 18 , 7 , 18 18 4 18 – 4 = 14 9. 10 , 5 , 4 , 9 , 12 , 15 , 7 , 28 28 4 28 – 4 = 24 10. 4 , 12 , 8 , 22 , 17 , 37 , 48 48 4 48 – 4 = 44 จากตารางขางบน สามารถสรุปการหาคาพิสัยได ดังนี้

(16)

1. พิสัยของขอมูล หาไดจากการนําขอมูลที่มีคาสูงสุดลบดวยขอมูลที่มีคาต่ําสุด หรือ 2. ถาให x1 , x2 , x3 ,…,xn เปนขอมูลที่ไมแจกแจงความถี่ จะเขียนพิสัยอยูในรูป สัญลักษณได ดังนี้ เมื่อ

x

max แทน ขอมูลที่มีคาสูงสุด

x

min แทน ขอมูลที่มีคาต่ําสุด พิสัยของขอมูล คือ คาที่ใชวัดการกระจายของขอมูลที่ไดจากผลตาง ระหวางขอมูลที่มีคาสูงสุด และขอมูลที่มีคาต่ําสุด พิสัย =

x

max

– x

min

(17)

รายวิชา คณิตศาสตร หนวยการเรียนรูที่ 1 การวิเคราะหขอมูลเบื้องตน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่6 แบบฝกทักษะ รหัสแบบฝกทักษะที่ 3.1 ใชประกอบแผนการจัดการเรียนรูที่ 3 ชั่วโมงที่ 24 จํานวนชั่วโมงสอน 1 ชั่วโมง แบบฝกทักษะตามจุดประสงคการเรียนรูขอที่ 3.1.1 คําชี้แจง ใหนักเรียนหาพิสัยของขอมูลในแตละขอตอไปนี้ เติมลงในชองวางใหสมบูรณ ขอ ขอมูล คาสูงสุด คาต่ําสุด พิสัย 1. 1 , 5 , 7 , 11 , 15 2. 20 , 38 , 12 , 28 , 42 3. 10 , 20 , 30 , 40 , 50 , 60 , 70 4. 9, 11 , 13 , 15 , 17 , 21 , 33 , 43 5. 2 , 6 , 8 , 90 , 12 , 14 , 16 , 18 , 20 , 22 6. 53 , 56 , 58 , 69 , 65 , 63 , 71 , 74 7. 110 , 112 , 118 , 162 , 142, 153 , 158 8. 153 , 156 , 154 , 162 , 165, 172 , 145 , 165 , 145 , 157 9. 2.5 , 3.5 , 4.5 , 8.5 , 9.5 , 10.5 , 12.5 10. 11.2 , 8.2 , 7.2 , 12.2 , 14.2 , 13.2 , 16.2 , 17.2 , 18.2 , 6.2 , 5.2 , 4.2

(18)

รายวิชา คณิตศาสตร หนวยการเรียนรูที่ 1 การวิเคราะหขอมูลเบื้องตน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่6 ใบความรู รหัสใบความรูที่ 3.2 ใชประกอบแผนการจัดการเรียนรูที่3 ชั่วโมงที่25 จํานวนชั่วโมงสอน 1ชั่วโมง จุดประสงคการเรียนรู 3.1.1 วัดการกระจายของขอมูลที่ไมแจกแจงความถี่ โดยใชพิสัยได สาระสําคัญ พิสัย เปนคาที่ใชวัดการกระจายของขอมูล ที่หาไดจากการนําขอมูลที่มีคาสูงสุด ลบดวยขอมูล ที่มีคาต่ําสุด และเปนการวัดการกระจายของขอมูลที่คอนขางหยาบ เพราะเปนคาที่คํานวณจากคาเพียง สองคาเทานั้น แตการวัดการกระจายโดยใชพิสัย สามารถวัดไดสะดวก และรวดเร็วกวาวิธีอื่นๆ สาระการเรียนรู วัดการกระจายของขอมูลที่ไมแจกแจงความถี่ โดยใชพิสัย ในการวัดการกระจายของขอมูลที่ไมแจกแจงความถี่ โดยใชพิสัยสามารถหาพิสัยของ ขอมูลได ดังตารางตอไปนี้ ตารางแสดงการคาของพิสัยจากขอมูลตางๆ ขอ ขอมูล ขอบบน ของอันตร ภาคชั้นที่มี คาสูงสุด ขอบลาง ของอันตร ภาคชั้นที่มี คาต่ําสุด พิสัย 1. 74.5 59.5 74.5 – 59.5 = 15 น้ําหนัก 60-62 63-65 66-68 69-71 72-74 จํานวนนิสิต

(19)

ขอ ขอมูล ขอบบน ของอันตร ภาคชั้นที่มี คาสูงสุด ขอบลาง ของอันตร ภาคชั้นที่มี คาต่ําสุด พิสัย 2. 171.5 150.5 171.5 – 150.5 = 21 3. 165.5 150.5 165.5 – 150.5 = 15 4. 99.5 49.5 99.5 – 49.5 = 50 คะแนน ความถี่ 169 – 171 23 166 – 168 35 163 – 165 50 160 – 162 78 157 – 159 83 154 – 156 62 151 – 153 37 คะแนน ความถี่ 151 – 153 37 154 – 156 62 157 – 159 83 160 – 162 78 163 – 165 50 คะแนน ความถี่ 90 – 99 4 80 – 89 15 70 – 79 20 60 – 69 10 50 – 59 6

(20)

ขอ ขอมูล ขอบบน ของอันตร ภาคชั้นที่มี คาสูงสุด ขอบลาง ของอันตร ภาคชั้นที่มี คาต่ําสุด พิสัย 5. 649.5 449.5 649.5 – 449.5 = 200 จากตารางขางบน สามารถสรุปการหาคาพิสัยได ดังนี้ 1. พิสัยของขอมูล หาไดจากการนําขอมูลที่มีคาสูงสุดลบดวยขอมูลที่มีคาต่ําสุด หรือ 2. จากขอ 1 อาจเขียนแทนพิสัยในรูปสัญลักษณ ไดดังนี้ เมื่อ

U

แทน ขอบบนของอันตรภาคชั้นที่มีคาสูงสุด

L

แทน ขอบลางของอันตรภาคชั้นที่มีคาต่ําสุด พิสัย คือ ขอบบนของอันตรภาคชั้นที่มีคาสูงสุด – ขอบลางของ อันตรภาคชั้นที่มีคาต่ําสุด พิสัย = U – L คะแนน ความถี่ 450 – 499 10 500 – 549 9 550 –599 19 600 – 649 7

(21)

รายวิชา คณิตศาสตร หนวยการเรียนรูที่ 1 การวิเคราะหขอมูลเบื้องตน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่6 แบบฝกทักษะ รหัสแบบฝกทักษะที่ 3.2 ใชประกอบแผนการจัดการเรียนรูที่3 ชั่วโมงที่25 จํานวนชั่วโมงสอน1 ชั่วโมง แบบฝกทักษะ ตามจุดประสงคการเรียนรูขอที่ 3.1.2 คําชี้แจง ใหนักเรียนเติมคําตอบที่ถูกตองลงในชองวางในตารางตอไปนี้ใหสมบูรณ ขอ ขอมูล U L คาพิสัยของ ขอมูล 1. 2. 3. 4. 5. หมายเหตุ

U

แทน ขอบบนของอันตรภาคชั้นที่มีคาสูงสุด

L

แทน ขอบลางของอันตรภาคชั้นที่มีคาต่ําสุด คะแนน 2 – 4 5 – 7 8 – 10 11 – 13 ความถี่ 5 3 2 8 น้ําหนัก 60 – 62 63 – 65 66 – 68 69 – 71 จํานวนน.ร. 3 18 42 27 น้ําหนัก 130– 135 136 – 141 142 – 147 148 – 153 จํานวนน.ร. 10 15 25 5 คะแนน 10 – 19 20 – 29 30 – 39 40 – 49 50 – 59 ความถี่ 5 7 8 10 15 คะแนน 6 – 10 11 – 15 16 – 20 21 – 25 26 – 30 ความถี่ 8 12 10 3 7

(22)

รายวิชา คณิตศาสตร หนวยการเรียนรูที่ 1 การวิเคราะหขอมูลเบื้องตน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่6 ใบความรู รหัสใบความรูที่ 3.3 ใชประกอบแผนการจัดการเรียนรูที่3 ชั่วโมงที่26 จํานวนชั่วโมงสอน 1 ชั่วโมง จุดประสงคการเรียนรู 3.1.3 วัดการกระจายของขอมูลที่ไมแจกแจงความถี่ โดยใชสวนเบี่ยงเบนควอรไทลได สาระสําคัญ สวนเบี่ยงเบนควอรไทล เปนคาที่ใชวัดการกระจายที่หาไดจากครึ่งหนึ่งของผลตางระหวาง ควอรไทลที่ 3 กับควอรไทลที่ 1 สาระการเรียนรู วัดการกระจายของขอมูลที่ไมแจกแจงความถี่ โดยใชสวนเบี่ยงเบนควอรไทล ในการวัดการกระจายของขอมูลที่ไมแจกแจงความถี่ โดยใชสวนเบี่ยงเบนควอรไทล ของขอมูล สามารถหาคาของสวนเบี่ยงเบนควอรไทลของขอมูลได ดังตารางตอไปนี้ ตารางแสดงการคาของสวนเบี่ยงเบนควอรไทลจากขอมูลตางๆ ขอ ขอมูล Q1 Q3 สวนเบี่ยงเบนควอรไทล (Q.D.) 1. 5 , 2 , 3 , 3 , 5, 5 , 8 , 10 , 12 3 7 3 2 3 9 − = 2. 35 , 31 , 42 , 43, 30 , 35 , 49 , 48 , 25 30.5 45.5 7.5 2 5 . 30 5 . 45 − = 3. 10 , 9 , 12 , 14 , 11 , 8 , 15 , 20 , 18 , 100 9.75 18.50 4.38 2 75 . 9 50 . 18 − = 4. 2 , 6 , 8 , 12 , 18 , 20, 22 , 30 , 40 7 26 9.5 2 7 26 − = 5. 10 , 5 , 4 , 9 , 12 , 15 , 7 5 12 3.5 2 5 12 − = 6. 12 , 6 , 7 , 3 , 15 , 18 , 5 5 15 5 2 5 15 − = 7. 7 , 3 , 5 , 9, 6 , 12 , 5 , 4 4.25 11.25 3.5 2 25 . 4 25 . 11 − = 8. 3 , 6 , 9 , 12 , 15 , 18 , 21 , 24 3.75 20.25 8.25 2 75 . 3 25 . 20 − =

(23)

จากตารางขางบน สามารถสรุปการหาคาของสวนเบี่ยงเบนควอรไทลได ดังนี้ 1. สวนเบี่ยงเบนควอรไทล หาไดโดยเอาคา Q3 ลงดวย Q1 แลวหารดวย 2 หรือ 2. ถาให Q.D. แทน สวนเบี่ยงเบนควอรไทล จะได สวนเบี่ยงเบนควอรไทล คือ คาที่ใชวัดการกระจายของขอมูล ซึ่งเทากับ ครึ่งหนึ่งของผลตางระหวางควอรไทลที่ 3 กับควอรไทลที่ 1 Q.D. = 2 1 3 Q Q

(24)

รายวิชา คณิตศาสตร หนวยการเรียนรูที่ 1 การวิเคราะหขอมูลเบื้องตน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่6 แบบฝกทักษะ รหัสแบบฝกทักษะที่ 3.3 ใชประกอบแผนการจัดการเรียนรูที่3 ชั่วโมงที่26 จํานวนชั่วโมงสอน1 ชั่วโมง แบบฝกทักษะ ตามจุดประสงคการเรียนรูขอที่ 3.1.3 คําชี้แจง ใหนักเรียนเติมคําตอบที่ถูกตองลงในชองวางในตารางตอไปนี้ใหสมบูรณ ขอ ขอมูล Q1 Q3 สวนเบี่ยงเบนควอรไทล (Q.D.) 1. 10 , 2 , 6 , 8 , 4, 12 , 16 , 20 , 18 2. 5 , 10 , 15 , 20, 25 , 30 , 35 3. 3 , 7 , 11 , 15 , 5 , 9 , 13 4. 3 , 5 , 9 , 14 , 18 5. 4 , 24 , 12 , 18 , 26 , 30 , 42 6. 50 , 53 , 52 , 55 , 60 , 54 , 51 7. 5 , 10 , 15 , 20, 25 , 30 , 35 , 40 , 45 , 50, 55 , 60 8. 9 , 11 , 13 , 17 , 15 , 21 , 19 9. 8 , 10 , 12 , 20 , 24 , 30 , 26 , 22 10. 2 , 6 , 8 , 10 , 16 , 14 , 12

(25)

รายวิชา คณิตศาสตร หนวยการเรียนรูที่ 1 การวิเคราะหขอมูลเบื้องตน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่6 ใบความรู รหัสใบความรูที่ 3.4 ใชประกอบแผนการจัดการเรียนรูที่3 ชั่วโมงที่27-28 จํานวนชั่วโมงสอน 2 ชั่วโมง จุดประสงคการเรียนรู 3.1.4 วัดการกระจายของขอมูลที่ไมแจกแจงความถี่ โดยใชสวนเบี่ยงเบนควอรไทลได สาระสําคัญ สวนเบี่ยงเบนควอรไทล เปนคาที่ใชวัดการกระจายที่หาไดจากครึ่งหนึ่งของผลตางระหวาง ควอรไทลที่ 3 กับควอรไทลที่ 1 สาระการเรียนรู วัดการกระจายของขอมูลที่ไมแจกแจงความถี่ โดยใชสวนเบี่ยงเบนควอรไทล ในการวัดการกระจายของขอมูลที่ไมแจกแจงความถี่ โดยใชสวนเบี่ยงเบนควอรไทล ของขอมูล สามารถหาคาของสวนเบี่ยงเบนควอรไทลของขอมูลได ดังตารางตอไปนี้ ตารางแสดงการคาของสวนเบี่ยงเบนควอรไทลจากขอมูลตางๆ ขอ ขอมูล Q1 Q3 สวนเบี่ยงเบน ควอรไทล (Q.D.) 1. 17.71 26.06 = − 2 71 . 17 06 . 26 4.175 2. 3.81 8.65 = − 2 81 . 3 65 . 8 2.42 3. 57 71.2 = − 2 57 12 . 71 7.10 คะแนน 10 – 14 15 – 19 20 – 24 25 – 29 30 – 34 ความถี่ 3 7 10 8 2 คะแนน นอยกวา 3 3 – 5 6 – 8 9 – 11 มากกวา 11 ี่ คะแนน 50-54 55-59 60-64 65-69 70-74 75-79 ความถี่ 10 20 11 12 21 6

(26)

ขอ ขอมูล Q1 Q3 สวนเบี่ยงเบน ควอรไทล (Q.D.) 4. 26.8 31.8 = − 2 8 . 26 8 . 31 2.50 5. 6.8 12.3 = − 2 8 . 6 3 . 12 2.75 จากตารางขางบน สามารถสรุปการหาคาของสวนเบี่ยงเบนควอรไทลได ดังนี้ 1. หาคาของ Q1 และ Q3 จากสูตร Qr = +[ − ]I = f F rN L 4 2. หาผลตางระหวาง Q3 และ Q1 3. นํา 2 หาร หาผลตางระหวาง Q3 และ Q1 ในขอ 2 จะไดคาของสวนเบี่ยงเบนควอรไทล ตามตองการ (Q.D.) 4. สรุปสูตรในการหาสวนเบี่ยงเบนควอรไทล ไดดังนี้ เมื่อ Q.D. แทน สวนเบี่ยงเบนควอรไทล Q3 แทน ควอรไทลที่ 3 Q1 แทน ควอรไทลที่ 1 คะแนน 36 – 38 33–35 30 – 32 27-29 24-26 21-23 ความถี่ 22 5 17 10 8 2 คะแนน 1– 3 4 – 6 7 – 9 10 - 12 13 – 15 16 – 18 ความถี่ 2 3 5 7 4 1 Q.D = 2 1 3 Q Q

(27)

รายวิชา คณิตศาสตร หนวยการเรียนรูที่ 1 การวิเคราะหขอมูลเบื้องตน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่6 แบบฝกทักษะ รหัสแบบฝกทักษะที่ 3.4 ใชประกอบแผนการจัดการเรียนรูที่3 ชั่วโมงที่27-28 จํานวนชั่วโมงสอน2 ชั่วโมง แบบฝกทักษะ ตามจุดประสงคการเรียนรูขอที่ 3.1.4 คําชี้แจง ใหนักเรียนเติมคําตอบที่ถูกตองลงในชองวางในตารางตอไปนี้ใหสมบูรณ ขอ ขอมูล Q1 Q3 สวนเบี่ยงเบน ควอรไทล (Q.D.) 1. 2. 3 4 5 คะแนน 30 – 39 40–49 50 – 59 60-69 70-79 80-89 ความถี่ 5 3 6 7 9 10 คะแนน 1– 3 4 – 6 7 – 9 10 - 12 13 – 15 16 – 18 ความถี่ 2 4 6 8 13 7 คะแนน 40 – 45 46–51 52 – 57 78-63 64-69 ความถี่ 12 8 10 16 4 คะแนน 160-165 166 – 171 172 –177 178 – 183 ความถี่ 3 7 8 22 คะแนน 95 – 100 89 – 94 83 – 88 77 – 82 71 – 76 ความถี่ 2 5 13 10 10

(28)

รายวิชา คณิตศาสตร หนวยการเรียนรูที่ 1 การวิเคราะหขอมูลเบื้องตน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่6 ใบความรู รหัสใบความรูที่ 3.5 ใชประกอบแผนการจัดการเรียนรูที่3 ชั่วโมงที่29-30 จํานวนชั่วโมงสอน 2 ชั่วโมง จุดประสงคการเรียนรู 3.1.5 วัดการกระจายของขอมูลที่ไมแจกแจงความถี่ โดยใชสวนเบี่ยงเบนเฉลี่ยได สาระสําคัญ สวนเบี่ยงเบนเฉลี่ย เปนคาที่ใชวัดการกระจายของขอมูลที่ไดจากการเฉลี่ยคาสัมบูรณของความ แตกตางระหวางคาของขอมูลแตละคากับคาเฉลี่ยเลขคณิตของขอมูลชุดนั้น สาระการเรียนรู วัดการกระจายของขอมูลที่ไมแจกแจงความถี่ โดยใชสวนเบี่ยงเบนเฉลี่ย ในการวัดการกระจายของขอมูลที่ไมแจกแจงความถี่ โดยใชสวนเบี่ยงเบนเฉลี่ย สามารถหาคาของสวนเบี่ยงเบนเฉลี่ยของขอมูลได ดังตารางตอไปนี้ ตารางแสดงการคาของสวนเบี่ยงเบนเฉลี่ย ขอ ขอมูล N X ∑ = − N i i x x 1 สวนเบี่ยงเบนเฉลี่ย (M.D.) 1 2 , 4 , 5 , 9 4 5 8 2 4 8 = 2 3 , 5 , 1 , 9 , 7 5 5 12 2.4 5 12 = 3 68 , 50 , 46 , 57 , 49 5 54 34 6.8 5 34 = 4 2 , 8 , 9 , 5 4 6 10 2.5 4 10 = 5 3 , 7 , 8 , 14 4 8 12 3 4 12 = 6 4 , 11 , 12 , 3 , 4 , 5 , 24 7 9 40 5.71 7 40 = 7 5 , 10 , 15 , 20 , 25 , 30 , 35 7 20 60 8.57 7 60 = 8 4 , 11 , 12 , 3 , 4 , 5 , 24 7 6 22 3.14 7 22 = 9 6 , 3 , 8 , 5 , 8 5 5 8 1.6 5 8 = 10 2 , 4 , 14 , 15 , 20 , 53 , 71 , 101 8 35 240 30 8 240 =

(29)

จากตารางขางบน สามารถสรุปการหาคาของสวนเบี่ยงเบนเฉลี่ยได ดังนี้ 1. หาคาเฉลี่ยเลขคณิต ⎥ ⎥ ⎥ ⎥ ⎦ ⎤ ⎢ ⎢ ⎢ ⎢ ⎣ ⎡ = ∑= N X X N i i 1 2. หาผลรวมคาสัมบูรณของความแตกตาง ระหวางคาของขอมูลแตละคา กับคาเฉลี่ย เลขคณิต = − N i i x x 1 3. นําจํานวนขอมูลหารผลลัพธที่ไดในขอ 2 จะไดสวนเบี่ยงเบนเฉลี่ยของขอมูล ตามตองการ 4. ถาให M.D. แทน สวนเบี่ยงเบนเฉลี่ย จะไดวา หรือเขียนในรูปยอไดดังนี้ M.D. = N x x N i i ∑ = − 1 M.D. = N x x ∑ −

References

Related documents

Steele of Stanford University Online High said that shift is already underway: In a recent survey of ASCA members, she and her colleagues found that more than one-fourth of

The privacy goal is to limit the ability of data mining tools to derive inferences about sensitive attributes Π 1 ,.. The privacy goal can be achieved by suppressing some values

An audit component accepts audit expressions and returns all queries (deemed suspicious) that accessed the specied data during their execution

In Sections 60.3 and 60.4, we discuss data structures that are used to represent both data in memory as well as on disk such as fixed and variable-length records, large binary

Land use detection is one of the foremost applications of geo- spatial technologies1. Image: Forest loss in the

While it is true that most historian solutions either use fully proprietary technology to address the inherent limitations of relational database or fully leverage relational

Without prejudice to any damages that may result from this, in the event that the Preferred Supplier would fail to meet its obligation to specify by email any Locational

Considering the size of the credit card market, particularly in North America, we considered it a priority to include the business or marketing practices aimed at convincing