ภาควิชาสถิติ คณะวิทยาศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร | ในการศึกษาความสัมพันธระหวางตัวแปร 2 ตัว โดยที่ตัวแปรอิสระเปนตัวแปรเชิงคุณภาพ (ที่แบงเปนระดับยอย ตั้งแต 2 ระดับขึ้นไป) สวนตัวแปรตามเปนตัวแปรเชิงปริมาณ จะใชหลักการ ของการวิเคราะหความแปรปรวนแบบทางเดียว (1–WAY ANOVA) สําหรับกรณีที่มีตัวแปรอิสระมากกวา 1 ตัว โดยที่ตัวแปรอิสระเปนตัวแปรเชิงคุณภาพ (ที่ แบงเปนระดับยอย ตั้งแต 2 ระดับขึ้นไป) สวนตัวแปรตามเปนตัวแปรเชิงปริมาณ จะใชหลักการของ การวิเคราะหความแปรปรวนแบบ 2 ทาง (2–WAY ANOVA)
การวิเคราะหความแปรปรวนแบบทางเดียว
เปนการเปรียบเทียบความแตกตางระหวางคาเฉลี่ยของ 2 ประชากรขึ้นไป โดยใชสถิติ ทดสอบ F เชน ตองการศึกษาวาคะแนนความคิดเห็นดานการเมือง ขึ้นอยูกับอาชีพหรือไมบทที่ 8 การวิเคราะหความแปรปรวน
ตัวแปรอิสระ อาชีพ 4 อาชีพ 1. ราชการ 2. เอกชน 3. คาขาย 4. นักศึกษา ตัวแปรตาม คะแนนความคิดเห็นดานการเมือง F – Test ตัวแปรอิสระ เปนตัวแปรเชิงคุณภาพที่ มีตั้งแต 2 ระดับขึ้นไป ตัวแปรตาม เปนตัวแปรเชิงปริมาณ F – Testภาควิชาสถิติ คณะวิทยาศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร | การตั้งสมมติฐาน H0: ความคิดเห็นดานการเมืองไมขึ้นอยูกับอาชีพ H1: ความคิดเห็นดานการเมืองขึ้นอยูกับอาชีพ หรือ H0: คะแนนเฉลี่ยของความคิดเห็นดานการเมืองของทุกอาชีพไมแตกตางกัน H1: คะแนนเฉลี่ยของความคิดเห็นดานการเมืองของทุกอาชีพแตกตางกันอยางนอย 2 อาชีพ การวิเคราะหความแปรปรวนแบบทางเดียว แบงเปน 2 ประเภท คือ การวิเคราะหความ แปรปรวนแบบสุมโดยสมบูรณ และการวิเคราะหความแปรปรวนแบบสุมโดยสมบูรณภายในกลุม
การวิเคราะหความแปรปรวนทางเดียวแบบสุมโดยสมบูรณ
(1–WAY Completely Randomized Design: 1–WAY CRD ANOVA)
เปนการเปรียบเทียบคาเฉลี่ย k ประชากร โดยมีการเลือกตัวอยางจากแตละกลุมยอยอยาง เปนอิสระกัน และไมมีการควบคุมปจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวของ เชน การศึกษาความแตกตางของยาลด น้ําหนัก 3 ชนิด (A, B, C) จึงสุมผูที่ตองการลดน้ําหนักมา 3 กลุม ใหแตละกลุมกินยาอยางสุม เชน กลุมที่ 1 กินยา A กลุมที่ 2 กินยา C และกลุมที่ 3 กินยา B เปนตน โดยไมมีการควบคุมปจจัยอื่น ๆ เชน เพศ หรือน้ําหนักกอนกินยา เงื่อนไขของการวิเคราะหความแปรปรวนแบบทางเดียวโดยใชสถิติทดสอบ F 1. ตัวแปรตามซึ่งเปนตัวแปรเชิงปริมาณของแตละกลุม (แตละประชากร) จะตองมีการแจก แจงแบบปกติ ซึ่งสามารถตรวจสอบไดโดย - ใชกราฟ หรือ Histogram โดยใชคําสั่ง Tools > Data Analysis > Histogram
ภาควิชาสถิติ คณะวิทยาศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร |
- ใชคาความเบ (skewness)โดยใชคําสั่ง Tools > Data Analysis > Descriptive Statistics
ถาขอมูลเชิงปริมาณชุดใดมีคาความเบเปนศูนย หรือใกลศูนย แสดงวาขอมูลชุดนั้นมี ความสมมาตรหรือ มีการแจกแจงแบบปกติ
2. คาความแปรปรวนของตัวแปรเชิงปริมาณทุกกลุมยอยตองเทากัน ซึ่งสามารถตรวจสอบ ไดโดยโดยใชคําสั่ง Tools > Data Analysis > F–Test Two–Sample for Variances
ซึ่งใน Excel สามารถทดสอบไดเมื่อมีเพียง 2 กลุมยอย เทานั้น ถามีมากกวา 2 กลุม ตองใชสถิติทดสอบ Levene’s Test จากโปรแกรมสําเร็จรูปอื่น เชน SAS หรือ SPSS *** เมื่อเงื่อนไขทั้ง 2 ขอเปนจริงจึงสามารถใชสถิติทดสอบ F ในการเปรียบเทียบคาเฉลี่ยได ขั้นตอนการทดสอบสมมติฐาน 1. ตั้งสมมติฐานเพื่อการทดสอบ H0: ตัวแปรตามไมขึ้นกับตัวแปรอิสระ H1: ตัวแปรตามขึ้นกับตัวแปรอิสระ หรือ H0: μ μ1 = 2 = ... = μk H1: มี μ μi ≠ j อยางนอย 1 คู; i j≠ 2. กําหนดระดับนัยสําคัญ 3. คํานวณสถิติทดสอบ สถิติทดสอบ คือ F= MSB MSW
ภาควิชาสถิติ คณะวิทยาศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร |
4. ขอบเขตปฏิเสธ: จะปฏิเสธ H0 เมื่อ F > F Crit (F Critical) หรือจะปฏิเสธ H0 เมื่อ p–value < ระดับนัยสําคัญ (α)
5. สรุปผลการทดสอบ
การใช Excel ในการวิเคราะหความแปรปรวนแบบทางเดียว ใชคําสั่ง Data > Data Analysis > Anova: Single Factor
ในสวน Input - Input Range ใหใสตําแหนงของเซลลที่เปนขอมูลของตัวแปตาม - Grouped by ใหเลือก “Column” - Label ถาแถวแรกของชุดขอมูลเปนชื่อตัวแปร ตองเลือกสวน Label ดวย - Alpha: ระบุระดับนัยสําคัญ หรือความนาจะเปนที่จะเกิดความผิดพลาดประเภทที่ 1 สวน ใหญนิยมใช 0.05 ในสวน Output Options ใหเลือกตําแหนงที่จะวางขอมูลที่ไดจากการวิเคราะห
ภาควิชาสถิติ คณะวิทยาศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร | ตัวอยาง 1 โรงงานผลิตสินคาแหงหนึ่งที่ตั้งอยูที่ปทุมธานี ตองการขนสินคาใหกับลูกคาที่อยู ในเขต 3 จังหวัดชายแดนภาคใต ถามีบริษัทขนสง 3 บริษัท (A, B, C) ที่คิดคาใชจายพอ ๆ กัน ทางโรงงานตองการเปรียบเทียบเวลาขนสงเฉลี่ยที่ทั้ง 3 บริษัทใช วาแตกตางกันหรือไม จึงทดลองโดยการแบงสินคาออกเปน 3 สวน ขนสงสินคาโดยบริษัทขนสงทั้ง 3 บริษัท บันทึก เวลาการขนสงไดดังนี้ การขนสงครั้งที่ เวลาที่ใชขนสง (ชั่วโมง) บริษัทขนสง A บริษัทขนสง B บริษัทขนสง C 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 15.2 14.3 15.7 14.9 15.4 16.1 14.9 13.7 15.0 16.1 15.9 13.7 14.2 16.3 15.8 14.9 13.8 16.9 17.2 16.7 15.8 16.3 17.4 15.4 16.4 17.5 17.2 18.1 16.5 17.4 18.3 16.7 16.9 16.8 17.1 17.3 16.9 18.5 19.1 18.7 17.9 17.8 16.9 19.5 20.1 19.3 18.2 17.5 16.7 17.4 17.8
ภาควิชาสถิติ คณะวิทยาศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร | 18 19 20 21 22 23 24 25 13.5 14.1 15.3 15.8 14.7 15.1 14.9 15.7 15.9 16.4 17.3 17.8 17.6 16.7 16.9 19.1 16.9 18.1 18.3 18.5 18.9 19.1 19.5 19.7 วิธีทํา 1. สรางแฟมขอมูล
ภาควิชาสถิติ คณะวิทยาศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร |
2. ใชคําสั่ง Data > Data Analysis > Anova: Single Factor พิมพขอมูลตามหนาตาง ดานลาง แลวกด OK
3. จะไดผลลัพธ ตามหนาตางดานลาง
4. ขั้นตอนการทดสอบสมมติฐาน
H0: เวลาขนสงเฉลี่ยของทั้ง 3 บริษัทไมแตกตางกัน H1: เวลาขนสงเฉลี่ยของอยางนอย 2 บริษัทแตกตางกัน
ภาควิชาสถิติ คณะวิทยาศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร | คํานวณสถิติทดสอบ สถิติทดสอบ คือ F= MSB MSW = 84.56651 จะปฏิเสธ H0 เมื่อ F > F Crit หรือ จะปฏิเสธ H0 เมื่อ p–value < ระดับนัยสําคัญ (α) เนื่องจาก F = 84.56651 > F Crit = 3.123907 ดังนั้นปฏิเสธ H0 แสดงวา เวลาขนสงเฉลี่ย ของอยางนอย 2 บริษัทแตกตางกัน ที่ระดับนัยสําคัญ 0.05 ตัวอยาง 2 จากแฟม “Data_Facebook” จงทดสอบวาคาใชจายอินเตอรเน็ตตอเดือนขึ้นอยู กับระดับการศึกษาหรือไม ที่ระดับนัยสําคัญ 0.05 วิธีทํา ในที่นี้ตัวแปรอิสระ คือ ระดับการศึกษา ซึ่งเปนตัวแปรเชิงคุณภาพ มี 4 ระดับ และ ตัวแปรตามคือ คาใชจายอินเตอรเน็ตตอเดือน ซึ่งเปนตัวแปรเชิงปริมาณ
1. ที่ Worksheet “ขอมูลลงรหัส” คลิกที่เซลล D1 (EDUCATION) ใชคําสั่ง Data > Filter
2. สราง Worksheet ใหม ชื่อ “Example2” ใน Worksheet ใหมนี้ สรางตัวแปร 4 ตัว แปรเปนระดับการศึกษาของ 4 ระดับ คือ ต่ํากวามัธยมปลาย มัธยมปลายหรือเทียบเทา ปริญญาตรี และ สูงกวาปริญญาตรี ตามรูปดานลาง
ภาควิชาสถิติ คณะวิทยาศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร | 3. ที่ Worksheet “ขอมูลลงรหัส” คลิกที่ ของเซลล D1 จะปรากฏเลข 1, 2, 3, 4 มี ความหมายดังนี้ - เลข 1 คือ ต่ํากวามัธยมปลาย - เลข 2 คือ มัธยมปลายหรือเทียบเทา - เลข 3 คือ ปริญญาตรี - เลข 4 คือ สูงกวาปริญญาตรี ใหเลือกเลข 1 จะพบวาขอมูลในคอลัมน D หรือ “การศึกษา” จะมีเฉพาะเลข 1
ภาควิชาสถิติ คณะวิทยาศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร |
4. ที่คอลัมน G หรือ “INTERNET PAYMENT” ซึ่งหมายถึงคาใชจายอินเตอรเน็ตตอเดือน ให copy คาทั้งหมดไปวางใน คอลัมน “ต่ํากวามัธยมปลาย” ของ Worksheet
“Example2”
ภาควิชาสถิติ คณะวิทยาศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร |
6. ใชคําสั่ง Data > Data Analysis > Anova: Single Factor พิมพขอมูลตามหนาตาง ดานลาง แลวกด OK 7. จะไดผลลัพธ ตามหนาตางดานลาง 8. ขั้นตอนการทดสอบสมมติฐาน H0: คาใชจายอินเตอรเน็ตตอเดือน ของทุกระดับการศึกษาไมแตกตางกัน H1: มีอยางนอย 2 ระดับการศึกษา ที่มีคาใชจายอินเตอรเน็ตตอเดือน แตกตางกัน หรือ H0: μ μ μ μ1 = 2 = 3 = 4 H1: มี μ μi ≠ j อยางนอย 1 คู; i j≠
ภาควิชาสถิติ คณะวิทยาศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร | คํานวณสถิติทดสอบ สถิติทดสอบ คือ F= MSB MSW = 1.2659 จะปฏิเสธ H0 เมื่อ F > F Crit หรือจะปฏิเสธ H0 เมื่อ p–value < ระดับนัยสําคัญ (α) เนื่องจาก F = 1.2659 < F Crit = 2.65 ดังนั้นไมปฏิเสธ H0 แสดงวา คาใชจายอินเตอรเน็ต ตอเดือน ของทุกระดับการศึกษาไมแตกตางกัน ที่ระดับนัยสําคัญ 0.05
การวิเคราะหความแปรปรวนทางเดียวแบบสุมโดยสมบูรณภายในกลุม
(1–WAY Randomized Block Design: 1–WAY RBD ANOVA)
เปนการเปรียบเทียบคาเฉลี่ย k ประชากร โดยมีการควบคุมปจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวของ เชน การศึกษาความแตกตางของยาลดน้ําหนัก 4 ชนิด (A, B, C และ D) โดยใหตัวอยางทุกคนมีน้ําหนัก เกินกวา 100 กิโลกรัม แบงคนไขเปนกลุม กลุมละ 4 คน โดยคนไขในแตละกลุม เปนเพศเดียวกัน น้ําหนักและอายุใกลเคียงกัน โดยจะเรียกแตละกลุมวา block คนไขแตละคนที่อยูใน block เดียวกัน จะไดรับยาตางชนิดกัน ขั้นตอนการทดสอบสมมติฐาน 1. ตั้งสมมติฐานเพื่อการทดสอบ H0: ตัวแปรตามไมขึ้นกับตัวแปรอิสระ H1: ตัวแปรตามขึ้นกับตัวแปรอิสระ หรือ H0: μ μ1 = 2 = ... = μk H1: มี μ μi ≠ j อยางนอย 1 คู; i j≠ 2. กําหนดระดับนัยสําคัญ
ภาควิชาสถิติ คณะวิทยาศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร | 3. คํานวณสถิติทดสอบ สถิติทดสอบ คือ F= MSBetween MSColumn= MSError MSError 4. บริเวณวิกฤต: จะปฏิเสธ H0 เมื่อ F > F Crit (F Critical) หรือจะปฏิเสธ H0 เมื่อ p–value < ระดับนัยสําคัญ (α) 5. สรุปผลการทดสอบ การใช Excel ในการวิเคราะหความแปรปรวนแบบทางเดียว
ใชคําสั่ง Data > Data Analysis > Anova: Two Factor Without Replication
ตัวอยาง 3 ในการเปรียบเทียบตําแหนงที่วางสินคาชนิดหนึ่งในซุปเปอรมารเกต โดยจะ เปรียบเทียบ 4 ตําแหนง คือ ตําแหนง A หมายถึง วางสินคาระดับสายตา ตําแหนง B หมายถึง วางสินคาระดับต่ํากวาสายตา ตําแหนง C หมายถึง วางสินคาระดับเหนือสายตา ตําแหนง D หมายถึง วางสินคาระดับต่ําสุด ลูกคาตองนั่งลงเพื่อหยิบ สินคา จึงทําการเก็บขอมูลโดยสุมตัวอยางซุปเปอรมารเกตจาก 20 เขต แตละเขตใชซุปเปอร มารเกต 4 แหง เพื่อวางสินคาซุปเปอรมารเกตละ 1 ตําแหนง แลวบันทึกยอดขาย (พันบาท) ไดขอมูลดังนี้
ภาควิชาสถิติ คณะวิทยาศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร | เขต A B C D 1 12 23 14 22 2 13 14 15 34 3 14 16 16 23 4 11 17 17 21 5 10 22 16 15 6 9 14 22 25 7 8 18 21 14 8 12 19 11 14 9 15 20 21 16 10 23 23 17 14 11 25 21 15 16 12 23 25 11 22 13 21 22 9 19 14 19 28 16 9 15 22 27 13 12 16 9 26 8 15 17 12 12 7 7 18 16 15 6 22 19 18 17 12 15 20 16 21 14 14 จงทดสอบที่ระดับนัยสําคัญ 0.05 วาตําแหนงที่วางสินคามีผลตอยอดขายสินคาหรือไม
ภาควิชาสถิติ คณะวิทยาศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร |
วิธีทํา
1. สรางแฟมขอมูล
2. ใชคําสั่ง Data > Data Analysis > Anova: Two Factor Without Replication พิมพ ขอมูลตามหนาตางดานลาง แลวกด OK
ภาควิชาสถิติ คณะวิทยาศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร | 3. จะไดผลลัพธ ตามหนาตางดานลาง 4. ขั้นตอนการทดสอบสมมติฐาน H0: ยอดขายไมขึ้นอยูกับตําแหนงที่วางสินคา H1: ยอดขายขึ้นอยูกับตําแหนงที่วางสินคา หรือ H0: μ μ μ μ1 = 2 = 3 = 4 H1: มี μ μi ≠ j อยางนอย 1 คู; i j≠
ภาควิชาสถิติ คณะวิทยาศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร | คํานวณสถิติทดสอบ สถิติทดสอบ คือ F= MSBetween MSColumn= MSError MSError = 4.818 จะปฏิเสธ H0 เมื่อ F > F Crit หรือ จะปฏิเสธ H0 เมื่อ p–value < ระดับนัยสําคัญ (α) เนื่องจาก F = 4.818 > F Crit = 2.766 ดังนั้นปฏิเสธ H0 แสดงวา ยอดขายขึ้นอยูกับ ตําแหนงที่วางสินคา ที่ระดับนัยสําคัญ 0.05
การวิเคราะหความแปรปรวนแบบ 2 ทาง
เปนการศึกษาความสัมพันธของตัวแปรอิสระ 2 ตัว (โดยทั้งสองตัวเปนตัวแปรเชิงคุณภาพ) กับตัวแปรตาม (ตัวแปรเชิงปริมาณ) เชน ถาตองการศึกษาวาคาโทรศัพทมือถือรายเดือน ขึ้นอยูกับชวงอายุ และอาชีพหรือไม โดยแบง ชวงอายุออกเปน 3 ชวง คือ ไมเกิน 20 ป, 21 – 40 ป และ มากกวา 40 ป และอาชีพ 4 อาชีพ คือ รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ พนักงานเอกชน คาขาย นักเรียน/นักศึกษา ตัวแปรเชิงคุณภาพ ตัวแปรเชิงคุณภาพ ตัวแปรเชิงปริมาณ ชวงอายุ อาชีพ คาโทรศัพทมือถือรายเดือนภาควิชาสถิติ คณะวิทยาศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร | การวิเคราะห แบงเปน 12 กลุมยอย (3×4) ดังนี้ อาชีพ อายุ รับราชการ/ รัฐวิสาหกิจ พนักงานเอกชน คาขาย นักเรียน/นักศึกษา ไมเกิน 20 ป 21 – 40 ป มากกวา 40 ป ตามหลักการของ 2–WAY ANOVA นั้น จํานวนตัวอยางในแตละกลุมยอยจะเทากันหรือไม เทากันก็ได แตในโปรแกรม Excel 2007 สามารถทําการวิเคราะหไดเฉพาะเมื่อกลุมตัวอยางยอยมี ขนาดเทากัน ในที่นี้จะใหขนาดตัวอยางของแตละกลุมยอย เปน m หนวย และ m ตองมากกวา 1 เงื่อนไขสําหรับการวิเคราะหความแปรปรวนแบบ 2 ทาง 1. ตัวแปรเชิงปริมาณของแตละประชากร (แตละกลุม) จะตองมีการแจกแจงปกติ 2. คาแปรปรวนของตัวแปรเชิงปริมาณของแตละประชากรตองเทากัน จึงสามารถใชสถิติ ทดสอบ F ได รูปแบบทั่วไปของการวิเคราะหความแปรปรวน 2 ทาง ดังที่กลาวมาแลววาการวิเคราะหความแปรปรวน 2 ทางเปนการศึกษาความสัมพันธของตัว แปรอิสระ 2 ตัว กับตัวแปรตาม ในที่นี้จะเรียกตัวแปรอิสระ 2 ตัววา ตัวแปร A และตัวแปร B กําหนดให a เปนจํานวนระดับของตัวแปร A หรือปจจัย A b เปนจํานวนระดับของตัวแปร B หรือปจจัย B ab เปนจํานวนกลุมยอยหรือจํานวนระดับของ A และ B m เปนจํานวนตัวอยางในแตละกลุมยอย
ภาควิชาสถิติ คณะวิทยาศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร | ผลการวิเคราะหจะแสดงในเปนตาราง 2 – WAY ANOVA ดังนี้ 2 – WAY ANOVA แหลงความ แปรปรวน องศาอิสระ (df) Sum Square (SS) Mean Square (MS) F
ปจจัย A a–1 SSA MSA MSA
MSE
ปจจัย B b–1 SSB MSB MSB
MSE
ปจจัยรวม AB (a–1)(b–1) SSAB MSAB MSAB
MSE
ความคลาด
เคลื่อน ab(m–1) SSE MSE
Total abm SST เมื่อ SST คือ ความผันแปรทั้งหมดของตัวแปรตาม SSA คือ ความผันแปรของตัวแปรตามที่เกิดจากอิทธิพลของปจจัย A SSB คือ ความผันแปรของตัวแปรตามที่เกิดจากอิทธิพลของปจจัย B SSAB คือ ความผันแปรของตัวแปรตามที่เกิดจากอิทธิพลรวมของปจจัย A และ B SSE คือ ความคลาดเคลื่อนกําลังสอง
ภาควิชาสถิติ คณะวิทยาศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร | การทดสอบสมมติฐานเกี่ยวกับอิทธิพลของแตละปจจัย ใน 2–WAY ANOVA มีอิทธิพลจากปจจัยหลัก 2 ปจจัย คือ ปจจัย A และปจจัย B และจะมี อิทธิพลรวมของปจจัย A และ B 1. ปจจัยหลักที่ 1 หรือปจจัย A สมมติฐานเพื่อการทดสอบ H0: ไมมีความแตกตางระหวางระดับของปจจัย A H1: มีอยางนอย 2 ระดับที่แตกตางจากระดับอื่น ๆ ของปจจัย A หรือ H0: μA1 =μA2 = ... = μAa H1: มี μAi ≠ μAj อยางนอย 1 คู; i j≠ และ i, j = 1, 2, …, a สถิติทดสอบ คือ F= MSA MSE การสรุปผลการทดสอบ จะปฏิเสธ H0 เมื่อ F > F Crit (F Critical) หรือจะปฏิเสธ H0 เมื่อ p–value < ระดับนัยสําคัญ (α) 2. ปจจัยหลักที่ 2 หรือปจจัย B สมมติฐานเพื่อการทดสอบ H0: ไมมีความแตกตางระหวางระดับของปจจัย B H1: มีอยางนอย 2 ระดับที่แตกตางจากระดับอื่น ๆ ของปจจัย B หรือ
ภาควิชาสถิติ คณะวิทยาศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร | H0: μB1 =μB2 = ... = μBb H1: มี μBi ≠ μBj อยางนอย 1 คู; i j≠ และ i, j = 1, 2, …, b สถิติทดสอบ คือ F= MSB MSE การสรุปผลการทดสอบ จะปฏิเสธ H0 เมื่อ F > F Crit (F Critical) หรือจะปฏิเสธ H0 เมื่อ p–value < ระดับนัยสําคัญ (α) 3. อิทธิพลรวมของปจจัย A และ B สมมติฐานเพื่อการทดสอบ H0: ไมมีความแตกตางระหวางปจจัยรวมของปจจัย A และ B H1: มีความแตกตางระหวางปจจัยรวมของปจจัย A และ B อยางนอย 2 ระดับ หรือ H0: μ11 = μ12 = ... = μab H1: มี μij ≠ μkl อยางนอย 1 คู สถิติทดสอบ คือ F= MSAB MSE การสรุปผลการทดสอบ จะปฏิเสธ H0 เมื่อ F > F Crit (F Critical) หรือจะปฏิเสธ H0 เมื่อ p–value < ระดับนัยสําคัญ (α)
ภาควิชาสถิติ คณะวิทยาศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร |
คําสั่งที่ใช
Data > Data Analysis > Anova: Two Factor With Replication
ตัวอยาง 4 ในการศึกษาอิทธิพลที่มีตอยอดขายเสื้อผาของบริษัทแหงหนึ่ง ผูบริหารคาดวายอดขาย ขึ้นอยูกับรูปแบบของเสื้อผา (ซึ่งมี 3 รูปแบบ คือ ชุดสูทกระโปรง ชุดสูทกางเกง และเสื้อยืด) และ ยี่หอ (ซึ่งมี 3 ยี่หอ คือ A, B และ C) จึงเก็บขอมูลยอดขายของแตละรูปแบบ และแตละยี่หอมา 10 เดือน ไดขอมูลดังนี้ รูปแบบ ยี่หอ A B C ชุดสูทกระโปรง 400 712 558 342 479 654 541 445 582 678 678 627 590 632 677 777 690 512 579 666 500 614 706 566 478 665 583 543 600 809 ชุดสูทกางเกง 567 434 356 557 528 650 500 657 405 498 677 650 766 678 679 836 723 809 667 841 891 657 555 499 812 560 708 546 616 555 เสื้อยืด 444 457 565 490 413 460 458 534 555 560 707 778 824 810 760 670 780 789 809 815 600 615 634 701 755 699 687 702 690 780 จงทดสอบความเชื่อของผูบริหาร ที่ระดับนัยสําคัญ 0.05 วิธีทํา จากขอมูลตองวิเคราะหโดย 2–WAY ANOVA รูปแบบเสื้อผา ยี่หอ ยอดขาย
ภาควิชาสถิติ คณะวิทยาศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร | โดยที่ a = 3 (เสื้อผามี 3 รูปแบบ) b = 3 (เสื้อผามี 3 ยี่หอ) จํานวนกลุมยอย = 3(3) = 9 กลุม m คือขนาดตัวอยางในแตละกลุม ในที่นี้ m = 10 (ยอดขาย 10 เดือน ในแตละกลุมยอย) 1. สรางแฟมขอมูล ตามรูปดานลาง
2. ใชคําสั่ง Data > Data Analysis > Anova: Two Factor With Replication จะได หนาตาง Anova: Two-Factor With Replication ใหพิมพขอมูลตามรูปดานลาง
ภาควิชาสถิติ คณะวิทยาศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร |
ภาควิชาสถิติ คณะวิทยาศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร |
ในที่นี้ Sample หมายถึงดานแถวหรือรูปแบบเสื้อผา (Model) สวน Column หมายถึง ยี่หอ 3 ยี่หอ Interaction หมายถึง อิทธิพลรวมของรูปแบบและยี่หอ 4. ทดสอบสมมติฐาน ปจจัยหลักที่ 1 หรือปจจัยดานรูปแบบ สมมติฐานเพื่อการทดสอบ H0: ยอดขายเฉลี่ยของเสื้อผาทุกรูปแบบไมแตกตางกัน H1: มีอยางนอย 2 รูปแบบที่ยอดขายเฉลี่ยแตกตางกัน สถิติทดสอบ คือ F= MS(Sample) MS(Within) = 2.96 การสรุปผลการทดสอบ จะปฏิเสธ H0 เมื่อ F > F Crit (F Critical) ในที่นี้ F = 2.96 < F Crit = 3.11 ดังนั้น ไมปฏิเสธ H0 นั่นคือ ยอดขายเฉลี่ยของรูปแบบเสื้อผาไมแตกตางกัน หรือยอดขายไม ขึ้นกับรูปแบบเสื้อผา ที่ระดับนัยสําคัญ 0.05 ปจจัยหลักที่ 2 หรือปจจัยดานยี่หอ สมมติฐานเพื่อการทดสอบ H0: ยอดขายเฉลี่ยของเสื้อผาทุกยี่หอไมแตกตางกัน H1: มีอยางนอย 2 ยี่หอที่ยอดขายเฉลี่ยแตกตางกัน สถิติทดสอบ คือ F= MS(Column) MS(Within) = 39.45
ภาควิชาสถิติ คณะวิทยาศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร | การสรุปผลการทดสอบ จะปฏิเสธ H0 เมื่อ F > F Crit (F Critical) ในที่นี้ F = 39.45 > F Crit = 3.11 ดังนั้น ปฏิเสธ H0 นั่นคือ มีอยางนอย 2 ยี่หอที่ยอดขายเฉลี่ยแตกตางกัน ที่ระดับนัยสําคัญ 0.05 อิทธิพลรวมของปจจัย A และ B สมมติฐานเพื่อการทดสอบ H0: ยอดขายไมขึ้นกับปจจัยดานรูปแบบและยี่หอของเสื้อผา H1: ยอดขายขึ้นกับปจจัยดานรูปแบบและยี่หอของเสื้อผา สถิติทดสอบ คือ F= MS(Interaction) MS(Within) = 2.75 การสรุปผลการทดสอบ จะปฏิเสธ H0 เมื่อ F > F Crit (F Critical) ในที่นี้ F = 2.75 > F Crit = 2.48 ดังนั้น ปฏิเสธ H0 นั่นคือ ยอดขายขึ้นกับปจจัยดานรูปแบบและยี่หอของเสื้อผา ที่ระดับ นัยสําคัญ 0.05
ภาควิชาสถิติ คณะวิทยาศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร |
การใชกราฟตรวจสอบอิทธิพลรวม
5. สราง Worksheet ใหมชื่อ “Interaction” แลวพิมพขอมูลยอดขายเฉลี่ย ตามรูป ดานลาง
6. ลากคลุมเซลล A3 ถึง D6 คลิกที่ Insert > Line
ภาควิชาสถิติ คณะวิทยาศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร |
8. จะไดกราฟแสดงอิทธิพลรวมของรูปแบบและยี่หอเสื้อผาที่มีตอยอดขาย
9. สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบของกราฟไดโดยใชเมนู Chart Tools ซึ่งมี 3 เมนูยอยคือ Design Layout และ Format
0 100 200 300 400 500 600 700 800 900 A B C สูทกระโปรง สูทกางเกง เสื้อยือ
ภาควิชาสถิติ คณะวิทยาศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร | *** ถากราฟตัดกันชัดเจน แสดงวารูปแบบและยี่หอมีอิทธิพลรวมตอยอดขายมาก แตถา กราฟขนานกันแสดงวารูปแบบและยี่หอไมมีอิทธิพลรวมตอยอดขาย จากกราฟ พบวากราฟเปนเสนตัดกันแสดงวามีอิทธิพลรวมของรูปแบบและยี่หอเสื้อผาตอ ยอดขาย แตลักษณะการตัดกันของเสนไมชัดเจน จึงสรุปไดวามีอิทธิพลรวมแตไมมาก 0 100 200 300 400 500 600 700 800 900 A B C ยอดขาย ยี่หอ
Interaction Plot
สูทกระโปรง สูทกางเกง เสื้อยือภาควิชาสถิติ คณะวิทยาศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร |