ทรูปลูกปญญา
หนวยงานเพื่อการศึกษา ภายใตกลุมบริษัท ทรู คอรปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) ที่บูรณาการเทคโนโลยีและความ เชี่ยวชาญดานคอนเทนต พัฒนาเปนสื่อไลฟสไตลเพื่อสงเสริม การศึกษาและคุณธรรม สามารถเชื่อมโยงทุกมิติการเรียนรูได อยางครบวงจรwww.trueplookpanya.com
ทรูปลูกปญญาดอทคอม คลังความรูคูคุณธรรมที่ใหญ ที่สุดในประเทศไทย อัดแนนดวยสาระความรูในรูปแบบมัลติมีเดีย สนุกกับการเรียนรูดวยตัวเอง ทั้งยังเปดโอกาสใหทุกคนสราง เนื้อหา แบงปนความรูรวมกัน โดยไมมีคาใชจายพบกับความเปนที่สุดทั้ง 4 ดานแหงการเรียนรู
• คลังความรู รวบรวมเนื้อหาการเรียนทุกระดับชั้นครบ 8 กลุมสาระการเรียน • คลังขอสอบ ขอสอบออนไลนพรอมเฉลยที่ใหญที่สุด ในประเทศไทย พรอมการประเมินผลสอบทางสถิติ • แนะแนว ขอมูลการศึกษาตอ พรอมเจาะลึกประสบการณ การเรียนและการทํางาน • ศูนยขาวสอบตรง/Admissions ขาวการสอบทุกสนาม ทุกสถาบัน พรอมระบบแจงเตือนเรียลไทมชองทรูปลูกปญญา
โทรทัศนความรูดูสนุก ทางทรูวิชั่นส 6 ทุกรายการสาระ ความรู สาระบันเทิง และการปลูกฝงคุณธรรมจริยธรรมตลอด 24 ชั่วโมง พบกับเรื่องราวสรางแรงบันดาลใจ • รายการสอนศาสตร รายการสอนเสริมแนวใหมครบ 8 วิชา ม.3 ม.6 ติวสดทุกวันโดยติวเตอรชื่อดัง • รายการ I AM แนะนําอาชีพนาสนใจโดยรุนพี่ในวงการ • รายการสารสังเคราะห นําขาวสารมาสังเคราะหอัพเดท กันแบบไมตกเทรนดนิตยสารปลูก plook
นิตยสารสงเสริมความรูคูคุณธรรมสําหรับเยาวชนฉบับแรก ในประเทศไทย วางแผงทุกสัปดาหแรกของเดือน หยิบฟรีไดที่ True Coffee TrueMove Shop สถานศึกษา แหลงการเรียนรู หองสมุด และโรงพยาบาล ทั่วประเทศ หรืออานออนไลนใน www.trueplookpanya.comแอพพลิเคชั่น Trueplookpanya.com
ตอบโจทยไลฟสไตลการเรียนรูของคนรุนใหม ดวยฟรี แอพพลิเคชั่น “Trueplookpanya.com” ใหคุณพรอมสําหรับ การเรียนรูในทุกที่ทุกเวลา รองรับการใชงานบน iOS (iPhone, iPod, iPad) และ Android
: www.trueplookpanya.com : TruePlookpanya
คำนำ
หนังสือชุด “ติวเขม O-NET Get 100”
สรางสรรคโดย ทรูปลูกปญญา มีเดีย โครงการเพื่อสังคมของบริษัท ทรู คอรปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) เลขที่ 46/8 อาคารรุงโรจนธนกุล ตึก B ชั้น 9 ถนนรัชดาภิเษก แขวงหวยขวาง เขตหวยขวาง กรุงเทพฯ 10310 โทร : 02-647-4511, 02-647-4555 โทรสาร : 02-647-4501 อีเมล : [email protected] : www.trueplookpanya.com : TruePlookpanya หนังสือชุด “ติวเขม O-NET Get 100” ใชสัญลักษณอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส แบบ แสดงที่มา-ไมใชเพื่อการคา-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทยคำนำ
การสอบ O-NET หรือชื่ออยางเปนทางการวา การจัดการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (Ordinary National Educational Test) โดย สทศ. ถือเปนอีกสนามสอบที่สําคัญสําหรับนองๆ ในระดับ ป.6, ม.3, ม.6 เพื่อเปนการประเมินผลการเรียนรูของนองๆ ในระดับชาติเลยทีเดียว และยังเปนตัวชี้วัดคุณภาพการเรียนการ สอนของแตละโรงเรียนอีกดวย คะแนน O-NET ก็ยังเปนสวนสําคัญในการคิดคะแนนในระบบ Admissions เพื่อ สมัครเขาคณะที่ใจปรารถนา ไดคะแนนดีก็มีชัยไปกวาครึ่ง
และเพื่อเปนอีกตัวชวยหนึ่งในการเตรียมความพรอมใหนองๆ กอนการลงสนามสอบ O-NET ทางทรูปลูก ปญญาจึงไดจัดทําหนังสือชุด “ติวเขม O-NET Get 100” สุดยอดคูมือเตรียมตัวสอบ O-NET สําหรับนองๆ ในระดับ ม.3 และ ม.6 ที่เจาะลึกเนื้อหาที่มักออกสอบบอยๆ โดยเหลารุนพี่เซียนสนามในวงการติว รวบรวมแนวขอสอบตั้งแต อดีตจนถึงปจจุบัน พรอมเฉลยอยางละเอียด และคําอธิบายที่เขาใจงาย จําไดแมนยํา นํานองๆ Get 100 ทําคะแนน สูเปาหมายในอนาคต หนังสือชุด “ติวเขม O-NET Get 100” โดยทรูปลูกปญญา ประกอบดวยวิชาคณิตศาสตร ภาษาไทย สังคมศึกษา และภาษาอังกฤษ ที่รวบรวมเนื้อหาระดับมัธยมศึกษาตอนตน และมัธยมศึกษาตอนปลาย และวิชา ฟสิกส เคมี ชีววิทยาของระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย รวมทั้งหมด 11 เลม โดยสามารถศึกษาเนื้อหาหรือทําขอสอบ ออนไลนเพิ่มเติมไดจาก www.trueplookpanya.com ที่มี link ใหในทายบท สามารถดาวนโหลดหนังสือไดฟรี ผานเว็บไซตทรูปลูกปญญา ที่ www.trueplookpanya.com/onet ทีมงานทรูปลูกปญญา
สารบัญ
สารบัญ
เรื่อง
หนา
สาระที่ 1 จํานวนและการดําเนินการ
7
1.1 ระบบจํานวนเต็ม
7
1.2 เศษสวนและทศนิยม
8
1.3 อัตราสวนและรอยละ
10
1.4 เลขยกกําลังและคุณสมบัติ
10
1.5 จํานวนจริงและรากที่สอง
16
1.6 แนวขอสอบ O–NET
17
สาระที่ 2 การวัดและการหาพื้นที่ผิวและปริมาตรของรูปทรง 3 มิติ
23
2.1 การวัดและหนวยมาตรฐานตางๆ
23
2.2 พื้นที่รูปทรง 2 มิติ
27
2.3 พื้นที่ผิวและปริมาตรของรูปทรง 3 มิติ
29
2.4 แนวขอสอบ O–NET
30
สาระที่ 3 เรขาคณิต
38
3.1 การแปลงทางเรขาคณิต
38
3.2 เสนขนาน
40
3.3 พีทาโกรัส
41
3.4 สามเหลี่ยมคลาย
42
3.5 แนวขอสอบ O–NET
42
สารบัญ
สารบัญ
เรื่อง
หนา
สาระที่ 4 พีชคณิต
49
4.1 สมการเชิงเสนตัวแปรเดียว
49
4.2 ระบบสมการเชิงเสนและระบบสมการ
50
4.3 แนวขอสอบ O–NET
53
สาระที่ 5 การวิเคราะหขอมูลทางสถิติและความนาจะเปน
61
5.1 สถิติ
61
5.2 ความนาจะเปน
64
5.3 แนวขอสอบ O–NET
64
สาระที่ 6 ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร
72
6.1 คูอันดับและกราฟ
72
6.2 แผนภูมิวงกลม
74
6.3 อสมการ
75
6.4 แนวขอสอบ O–NET
77
คุยกอนอาน
หนังสือเลมนี้ จัดทําขึ้นสําหรับนองๆ ที่กําลังศึกษาอยูในระดับมัธยมศึกษาตอนตน (ม.1-ม.3) ที่ตองการจะเตรียม ความพรอมในการสอบ O-NET วิชาคณิตศาสตรในระดับชั้น ม.3 นั้น ทางพวกพี่ๆ เขาใจนองๆ ทุกคนเปนอยางดี ซึ่ง นองๆ หลายๆ คนที่กําลังเตรียมตัวในการสอบ O–NET นั้น พี่ๆ เชื่อวานองๆ ทุกคนอาจจะติดปญหาและคิดวาวิชา คณิตศาสตรเปนวิชาที่ยากและรูสึกทอแทที่จะอานและทําความเขาใจ เพราะฉะนั้นพวกพี่ๆ ทุกคนจึงไดใชประสบการณ และความรูทั้งหมดในการรวบรวมเนื้อหาที่สําคัญ สั้นๆ ไดใจความ รวมถึงเทคนิคการคิดวิเคราะหและเฉลยขอสอบที่ ละเอียดมาชวยนองๆ ทุกคนอีกทางหนึ่งนะ ทั้งนี้พี่ๆ ก็หวังไววาหนังสือติวคณิตศาสตรเพื่อเตรียมตัวในการสอบ O–NET เลมนี้จะชวยขจัดทุกขอสงสัยและ แกปญหาใหกับนองๆ ทุกคนได พี่ๆ ทุกคนอยากใหนองตั้งใจ ขยัน และมุงมั่นหมั่นทบทวนเนื้อหา พี่ๆ ทุกคนจะเปน กําลังใจใหและรับรองวาถานองๆ ทุกคนตั้งใจแลวความฝนและความสําเร็จรออยูไมไกลเกินเอื้อมแนนอนจาทีมงานทรูปลูกปญญา
คุยกอนอาน
สําหรับในสาระที่ 1 นี้นองๆ ที่เรียนอยูในระดับชั้น ม.3 อาจจะลืมไปบางเพราะวาในสวนของสาระนี้จะอยูในระดับชั้น ม.1 และ ม.2 สวนใหญเปนพื้นฐานที่นองจะเคยเรียนผานมาแลวทั้งหมด ไมวาจะเปนระบบจํานวนเต็ม เศษสวนและทศนิยม อัตราสวนและ รอยละ และสุดทายมาประกอบกันเปนจํานวนจริง เอาละเรามาทบทวนและทําความเขาใจไปพรอมๆ กันเลยนะทุกคน เริ่มตนกันที่ หัวขอที่1.1 ระบบจํานวนเต็ม
สรุป!!
1. จํานวนเต็มบวก หมายถึง จํานวนนับ ตั้งแต 1 เปนตนไปไมสิ้นสุด และ 1 คือจํานวนเต็มบวกหรือจํานวนนับที่นอยที่สุด แตไมสามารถหาจํานวนเต็มบวกที่มากที่สุดได 2. จํานวนเต็มศูนย ไมใชจํานวนเต็มบวกและจํานวนเต็มลบ จะอยูตรงกลางระหวาง -1 กับ 1 3. จํานวนเต็มลบ เปนจํานวนเต็มที่ถัดจากศูนยไปทางซายและ -1 เปนจํานวนเต็มลบที่มีคามากที่สุด แตไมสามารถหาจํานวน เต็มลบที่นอยที่สุดไดคุณสมบัติการบวกและการคูณจํานวนเต็มบวก
สาระที่ 1
จํานวนและการดําเนินการ
… -3 -2 -1 0 1 2 3 … จํานวนเต็มลบ ศูนย จํานวนเต็มบวก สมบัติการสลับที่การบวกและการคูณ สมบัติการเปลี่ยนกลุมการบวกและการคูณ สมบัติการแจกแจง สมบัติของศูนย a+b = b+a a×b = b×a (a+b)+c = a+(b+c) (a×b)×c = a×(b×c) a×(b+c) = (a×b)+(a×c) a+0 = 0+a = a a×0 = 0×a = 0ขอสรุปสําหรับการบวกจํานวนเต็ม
1. การบวกจํานวนเต็มบวกกับจํานวนเต็มบวก คือการนําคาสัมบูรณมาบวกกัน ผลลัพธที่ไดเปนจํานวนเต็มบวก 2. การบวกจํานวนเต็มลบกับจํานวนเต็มลบ คือการนําคาสัมบูรณมาบวกกัน ผลลัพธที่ไดเปนจํานวนเต็มลบ 3. การบวกจํานวนเต็มตางชนิดกัน คือการนําเอาจํานวนที่มีคาสัมบูรณมากกวาเปนตัวตั้งลบจํานวนที่มีคาสัมบูรณนอย ผลลัพธ จะเปนบวกหรือลบ ก็ขึ้นกับจํานวนที่มีคาสัมบูรณมากขอสรุปสําหรับการลบจํานวนเต็ม
1. การลบจํานวนเต็มหาไดจาก ตัวตั้ง – ตัวลบ = ตัวตั้ง + จํานวนตรงขามของตัวลบ ขอสรุปสําหรับการคูณจํานวนเต็ม : ใหนําตัวเลขมาคูณกัน สําหรับเครื่องหมายตามดานลางเลย - บวก × บวก = บวก - บวก × ลบ = ลบ - ลบ × บวก = ลบ - ลบ × ลบ = บวก ขอสรุปสําหรับการหารจํานวนเต็ม : ใหนําตัวเลขมาหารกัน สําหรับเครื่องหมายตามดานลางเลย - บวก ÷ บวก = บวก - บวก ÷ ลบ = ลบ - ลบ ÷ บวก = ลบ - ลบ ÷ ลบ = บวก1.2 เศษสวนและทศนิยม
เศษสวน คือ สวนยอยๆ ของจํานวนเต็ม ชนิด ความหมาย ตัวอยาง เศษสวนแท เศษสวนเกิน เศษสวนอยางตํ่า เศษสวนหนวย เศษสวนเหมือน เศษสวนที่มีตัวเศษนอยกวาตัวสวน เศษสวนที่มีตัวเศษมากกวาตัวสวน เศษสวนที่ไมสามารถตัดทอนไดอีก เศษสวนที่มีเศษเปน 1 เสมอ เศษสวนที่มีสวนเปนจํานวนเดียวกัน 4 5 1 5, 8, 2 5 8 24 2, 5, 5 1 1 5 2 2, 3, 6, 3 1 1 1 2, 3, 6 15 161. ทศนิยม
ทศนิยม หมายถึง การเขียนตัวเลขประเภทเศษสวนเปน 10 หรือ 10 ยกกําลัง ตาง ๆ แตเปลี่ยนรูปจากเศษสวนมาเปนรูป ทศนิยม โดยใชเครื่องหมาย . (จุด) แทน ตัวอยาง สวนที่แรเงาคือ = 0.72. การอานทศนิยม
เลข ที่อยูหนาทศนิยมเปนเลขจํานวนเต็ม อานเชนเดียวกับตัวเลขจํานวนเต็มทั่วไป สวนตัวเลขหลังจุดทศนิยมเปนเลขเศษของ เศษสวนซึ่งมีคาไมถึงหนึ่ง อานตามลําดับตัวเลขไปเชน 635.1489 อานวา หกรอยสามสิบหาจุดหนึ่งสี่แปดเกา ถาเลขจํานวนนั้นไมมี จํานวนเต็ม จะเขียน 0 (ศูนย) ไวตําแหนงหลักหนวยหนาจุดได เชน .25 เขียนเปน 0.25 ก็ได3. การกระจายทศนิยม
การกระจายทศนิยมสามารถกระจายได ดังนี้ เชน 457.35 = 400 + 50 + 7 + 0.3 + 0.054. การเรียกตําแหนงทศนิยม
ถามีตัวเลขหลังจุดทศนิยมกี่ตัว ก็เรียกเทานั้นตําแหนง เชน 0.4, 15.3, 458.6 เรียกวา ทศนิยม 1 ตําแหนง 0.25 , 25.36 , 25.18 เรียกวา ทศนิยม 2 ตําแหนง5. การปดเศษทศนิยม
5.1 ถาตัวเลขทศนิยมที่พิจารณา มีคาตั้งแต 6 ขึ้นไป จะปดทบเขากับตัวเลขหนา เชน 56.38 = 56.4 5.2 ถาตัวเลขทศนิยมที่พิจารณา มีคาตั้งแต 4 ลงมา จะปดตัวเลขนั้นทิ้งไป เชน 56.32 = 56.3 5.3 ถาตัวเลขทศนิยมที่พิจารณา มีคาเทากับ 5 มีวิธีปดทศนิยม 2 วิธีดังตอไปนี้ - ถาทศนิยมหนาเลข 5 เปนเลขคู ก็ตัดตัวเลข 5 ทิ้ง เชน 4.65 = 4.6 - ถาทศนิยมหนาเลข 5 เปนเลขคี่ ใหปดทศนิยมขึ้น เชน 0.75 = 0.8 7 106. ทศนิยมและเศษสวน
6.1 การเขียนทศนิยมใหเปนเศษสวน ตัวอยาง จงเขียน 2.5 ใหเปนเศษสวน วิธีทํา 2.5 = 2 กับ 5 ใน 10 ดังนั้น 2.5 = = 6.2 การเขียนเศษสวนใหเปนทศนิยม - เศษสวนที่มีสวนเปน 10 หรือ 100 หรือ 10 ยกกําลัง สามารถเปลี่ยนเปนทศนิยมไดเลย เชน 75 100 = 0.75 - เศษสวนที่ไมมีสวนเปน 10 หรือ 100 หรือ 10 ยกกําลัง ใหเปลี่ยนเปนเศษสวนที่มีตัวสวนเปน 10 หรือ 100 หรือ 10 ยกกําลังกอน ตัวอยางเชน = = = 0.751.3 อัตราสวนและรอยละ
อัตราสวน คือ การเปรียบเทียบของสิ่งของสองสิ่งหรือจํานวนสองจํานวน รอยละ คือ การเปรียบเทียบของจํานวนสองจํานวน โดยเทียบจากจํานวนเต็ม 100 เสมอ 1. A ตอ B เขียนแทนดวย A:B หรือ 2. ถา = แลว A×D = B×C 3. ขายไดกําไร (%) = เงินกําไรที่ขายได (บาท) × 100 ตนทุนที่ซื้อมา (บาท) 4. ขายขาดทุน (%) = เงินที่ขายขาดทุน (บาท) × 100 ตนทุนที่ซื้อมา (บาท)1.4 เลขยกกําลังและคุณสมบัติ
ในสวนของเรื่องเลขยกกําลังสิ่งที่สําคัญที่สุดคือ นองจะตองจําคุณสมบัติของเลขยกกําลังใหไดซึ่งมีอยูทั้งหมด 9 ขอดวยกัน เพื่อจะไดนําไปใชในการหาคาของตัวแปรในขอสอบไดอยางถูกตอง an = a × a × a × a × a … × a n ตัว 5 10 2 212 3 4 3X254X25 75 100 A B A B CDสมบัติของเลขยกกําลัง
ตัวอยางที่ 2 จงทําใหเปนผลสําเร็จ
ตัวอยางที่ 5 จงทําใหเปนผลสําเร็จ
1.5 จํานวนจริงและรากที่สอง
รากที่สอง
ถาเราให a เปนจํานวนจริงบวกใดๆ หรือศูนยก็ไดนะ เราจะอธิบายคารากที่สองของ a ไดวา จํานวนจริงที่ยกกําลังสองแลว ไดเทากับ a นองๆ อาจจะงงกันแลว ถาอยางงั้นเราลองมาดูตัวอยางกันเลยดีกวา ตัวอยางเชน 4 เปนรากที่สองของ 16 เนื่องจากวาถานํา 42= 16 และอีกเชนเดียวกัน -4 ก็เปนรากที่สองของ 16 เหมือนกันนะ เพราะวา (-4)2 = 16 ดังนั้นเราสามารถเขียนสัญลักษณแทนคารากที่สองของ 16 ไดวา 16 เพราะฉะนั้นพี่ขอสรุปวา 16 = ± 4 จํานวนจริง (Real Numbers) จํานวนตรรกยะ (Rational Numbers) จํานวนเต็ม (Integer Numbers) จํานวนเต็มลบ(Negative Integers Number) (Zero)ศูนย (Positive Integer Numbers)จํานวนเต็มบวก เศษสวนหรือทศนิยม
(Fraction & Decimal Numbers)
จํานวนอตรรกยะ (Irrational Numbers) จํานวนตรรกยะ คือ จํานวนที่สามารถเขียนแทน ดวยทศนิยมซํ้า หรือ เศษสวนโดยที่สวนตองไม เปนศูนยนะ เชน -7, 3, 0, 1.111… , เปนตน จํานวนอตรรกยะ คือ จํานวนที่ไมสามารถเขียน แทนดวยทศนิยมซํ้า หรือ เศษสวน เชน 1.21221…, 2 , 7, π, 4 เปนตน3
แนวขอสอบ O-NET
1. จํานวนใดไมใชรากที่สอง 961 ก. 322 ข. 31 และ -31 ค. - 322 ง. (31)2 และ (-31)2 2. 22 = ? ก. 16 ข. 32 ค. 64 ง. 128 3. 1415 × 257 มีคาเปนกี่เทาของ 3514 × 85 ก. 3 ข. 5 ค. 7 ง. 9 4. จงหาผลบวกทั้งหมดที่มีคาระหวาง 7 ถึง 20 และสามารถหารดวย 3 แลวเหลือเศษ 1 วามีคาเทาใด ก. 67 ข. 65 ค. 63 ง.61 5. กําหนดให a = -2, b = 4 และ c = -6 จงหาคาของ (-(a+b)) (a+b-c) ก. 8 ข. -8 ค. 16 ง. -16 6. กําหนดให 125-x = 27 จงหาคาของ 25x ก. ข. - ค. 9 ง. -9 7. ถา x = แลว x2 + 1 มีคาเทาใด ก. 3+ 3 ข. 4+ 3 ค. 3 ง. 5+2 3 8. = ax คาของ x คือขอใด ก. ข. ค. 2 ง. 9. ขอใดตอไปนี้ถูกตอง ก. 0.59999... เปนจํานวนตรรกยะ ข. (x-y)2 = x-y ค. มีคา x ที่ทําให x = -2 ง. 4+ 27+ 32 เปนจํานวนอตรรกยะ 10. จํานวนนับที่มีคามากที่สุดที่หารดวย 2, 5 และ 7 แลวเหลือเศษ 1 เทากันทุกจํานวน คือจํานวนใด ก. 11 ข. 15 ค. 70 ง. 71 2 1 9 15 16 2916 2816 1 9 3 511. พอคาคนหนึ่งซื้อสมมา 10 กิโลกรัม ราคากิโลกรัมละ 40 บาท ถาตองการขายใหไดกําไร 5 % จากตนทุนจะตองขายสม กิโลกรัมละกี่บาท และไดกําไรทั้งหมดกี่บาท ก. กิโลกรัมละ 48 บาท กําไร 80 บาท ข. กิโลกรัมละ 50 บาท กําไร 100 บาท ค. กิโลกรัมละ 45 บาท กําไร 50 บาท ง. กิโลกรัมละ 42 บาท กําไร 20 บาท 12. รถไฟฟาขบวนหนึ่งมีผูโดยสาร จํานวน 52 คน เมื่อรถไฟฟาแลนไปถึงสถานีสะพานตากสินมีผูโดยสารลงจากรถไปจํานวน หนึ่ง และมีผูโดยสารขึ้นมาอีก 4 คน เมื่อถึงสถานีวงเวียนใหญพบวา 13 ของผูโดยสารลงจากรถและผูโดยสารขึ้นมาใหมอีก 4 คน เมื่อไปถึงปลายทางที่สถานีบางหวา ปรากฏวาเหลือผูโดยสารในรถไฟฟา BTS ทั้งหมด 30 คน จงหาวาผูโดยสารลงจากรถที่สถานี สะพานตากสินกี่คน ก. 17 ข. 21 ค. 25 ง. 28 13. นักเรียนหองหนึ่ง เปนนักเรียนชาย 59 ของนักเรียนทั้งหอง มีนักเรียนหญิงที่ชอบเลนคุกกี้รัน อยู 0.5 ของนักเรียนหญิง ทั้งหมด ถานักเรียนหญิงในหองนี้เลนคุกกี้รัน 8 คน ถามวาจะมีนักเรียนชายในหองนี้กี่คน ก. 18 ข. 20 ค. 22 ง. 24 14. พอใหหนังสือเลมหนึ่งกับ ด.ช.ฟลมเพื่อเอาไวอานในการเตรียมสอบ O-Net วันแรกเขาอานได 13 ของจํานวนหนาทั้งหมด วันตอมาอานได 12 ของจํานวนหนาที่เหลือ ถาวันสุดทายกอนสอบเขาอานหนังสือที่เหลือจํานวน 66 หนา จนจบพอดี แลวหนังสือนี้ มีทั้งหมดกี่หนา ก. 160 หนา ข. 198 หนา ค. 398 หนา ง. 465 หนา 15. กําหนดให A B หมายถึง A + B - 5.5 จงหาวา 1 2 3 4 เทากับเทาไร
เฉลยขอสอบ O-NET
1. ตอบ ขอ ง. เนื่องจากคาของรากที่สองของ 961 ก็คือ 31 และ -31เนื่องจาก ขอ ง. นั้นเปนการนํา 31 และ -31 มายก กําลังสองก็จะทําใหมีคา = 961 จึง ไมถูกตอง 2. ตอบขอ ก. เพราะ 22 = 24 = 16 3. ตอบขอ ค. เพราะ 4. ตอบขอ ข. เพราะ จากการหารแลวเราจะไดตัวเลขมาทั้งหมด 5 จํานวนที่หาร 3 แลวเหลือเศษ 1 คือ 7, 10, 13, 16 และ 19 เราสามารถสังเกตเห็นไดวาตัวเลขแตละตัวมีระยะหางเทากันเปนลําดับเลขคณิต เพราะฉะนั้นเราจับคูระหวาง 7 กับ 16 และ 10 กับ 13 จะไดเทากับ 23+23+19 = 65 5. ตอบขอ ง. เพราะจากโจทย กําหนดให a = -2, b = 4 และ c = -6 ดังนั้น (-(a+b)) (a+b-c) = (-(-2+4)). ((-2)+(4)-(-6)) = (-2).(8) = -16 6. ตอบขอ ก. เพราะจากโจทยกําหนดให 125-x = 27 จงหาคา 25x จากโจทย 125-x = 27 ดังนั้นจาก 25x = 52x 5-3x = 33 5-x = 3 5x = 3-1 เพราะฉะนั้น 25x = (3-1)2 = 7. ตอบขอ ก. เพราะ ถา 2 1 98. ตอบขอ ก. เพราะจากโจทยกําหนดให = ax ดังนั้นแปลงเปนเลขยกกําลังจะได 9. ตอบขอ ก. เพราะวา 0.59999… เปนทศนิยมไมรูจบแบบเขียนซํ้า จึงเปนจํานวนตรรกยะ สวน ขอ ข. ผิด เพราะวา (x-y)2 = คาสัมบูรณของ x-y ขอ ค. ผิด เพราะวา x ≥ 0 เสมอ เมื่อ x ≥ 0 จึงไมมีคา x ที่ทําให x = -2 ขอ ง. ผิด เพราะวา 4 + 27 + 32 = 2+3+2 =7 เปนจํานวนตรรกยะ 10. ตอบขอ ง. เพราะวา จากโจทยขอนี้ หาจํานวนมากที่สุด นองจะตองทําการหาอะไรเอย พอทราบไหม คําตอบคือเรา ตองหา ค.ร.น. เราจะตองหา ค.ร.น. ของ 2, 5 ,7 = 2×5×7 = 70 แลวโจทยบอกวาเหลือเศษ 1 เทากันทุกจํานวน ดังนั้น จํานวนที่มาก ที่สุดที่หารดวย 2,5,7 แลวเหลือเศษ 1 = 70+1 =71 11. ตอบขอ ง. เพราะวา จากโจทย ซื้อสมมา 40 กิโลกรัม กิโลกรัมละ 10 บาท เพราะฉะนั้น ตนทุน = 40×10 = 400 บาท และตองการกําไร 5% เพราะฉะนั้นหมายความวา ซื้อสมมา 100 บาท จะตองขายไป 105 บาท = 5 100 × 400 = 20 บาท เพราะฉะนั้นเขาจะไดกําไร 20 บาท และตองขายในราคา = (420÷10) = 42 บาท/ กิโลกรัม 12. ตอบขอ ก. ดังวิธีทําตอไปนี้ สมมุติวามีผูโดยสารลงที่สถานีสะพานตากสิน x คน โจทยกําหนดวา รถคันนี้มีผูโดยสารทั้งหมด 52 คน เมื่อถึงสถานีสะพานตากสิน ผูโดยสารลงไป x คน และขึ้นมาอีก 4 คน ดังนั้นจะเหลือผูโดยสารเมื่อออกจากสถานีสะพานตากสิน = (52-x) + 4 = 56 – x คน เมื่อถึงสถานีวงเวียนใหญ พบวา 13 ของผูโดยสารลงจากรถไฟฟา และมีผูโดยสารขึ้นมาใหมอีก 4 คน จะเหลือผูโดยสาร 23(56-x)+4 เมื่อถึงปลายทางที่สถานีบางหวาเหลือผูโดยสาร 30 คน จะไดสมการ คือ 23(56-x) + 4 = 30 นํา 3 คูณตลอด 112 - 2x + 12 = 90 2x = 124 - 90 2X = 34 X = 17 3 5
13. ตอบขอ ข. เพราะวา จากโจทย มีผูหญิงอยูจํานวน 8 คน ชอบเลนคุกกี้รัน ซึ่งเปนจํานวน 0.5 หรือครึ่งหนึ่งของผูหญิงทั้งหมด ดังนั้นผูหญิงในหองนี้จึงมี = 8×2 = 16 คน และคิดเปน 49 ของนักเรียนทั้งหมด ดังนั้น ผูชายที่มีอยู 59 ของนักเรียนทั้งหมดจึงมีจํานวน = 54 × 16 = 20 คน 14. ตอบขอ ข. ดังวิธีทําตอไปนี้ สมมุติวาหนังสือเตรียมสอบ O-Net ที่ ด.ช. ฟลมอานมี x หนา วันแรกอานได ของจํานวนหนาทั้งหมด แสดงวาวันแรก ด.ช. ฟลมอานได หนา จะเหลือ x - = หนา วันตอมาอานได ของจํานวนที่เหลือ แสดงวาวันตอมาอานได × = หนา เพราะฉะนั้น เหลือที่ยังไมไดอานอีก หนา แตสวนที่เหลือมี 66 หนา แสดงวา = 66 หนา จํานวนหนังสือทั้งหมด x หนา 66×3 = 198 หนา 15. ตอบ -6.5 ดังวิธีทําตอไปนี้ A B หมายถึง A + B - 5.5 ดังนั้น หา 1 2 = 1+2- 5.5 = -2.5 หา -2.5 3 = -2.5 + 3 - 5.5 = -5 หา -5 4 = -5 + 4 - 5.5 = -6.5 1 3 x 3 x 3 1 2 2x 3 2x 3 12 x3x 3 x 3
• สอนศาสตร ม.ตน คณิตศาสตร 01: จํานวนจริง http://www.trueplookpanya.com/book /m3/onet-math/ch1-1 • สอนศาสตร ม.ตน คณิตศาสตร 02: เลขยกกําลัง http://www.trueplookpanya.com/book /m3/onet-math/ch1-2 • 14 : อัตราสวนและรอยละ http://www.trueplookpanya.com/book /m3/onet-math/ch1-3 • สอนศาสตร คณิตศาสตร ม.3 : เลขยกกําลังไรเทียมทาน (1) http://www.trueplookpanya.com/book /m3/onet-math/ch1-4 • สอนศาสตร คณิตศาสตร ม.3 : เลขยกกําลังไรเทียมทาน (2) http://www.trueplookpanya.com/book/ m3/onet-math/ch1-5 • จํานวนและการดําเนินการ http://www.trueplookpanya.com/book /m3/onet-math/ch1-6 • จํานวนจริง (Real Number) http://www.trueplookpanya.com/book /m3/onet-math/ch1-7 /m3/onet-math/ch1-7 /m3/onet-math/ch1-7
นองๆ สามารถศึกษาเพิ่มเติมไดที่
Tag : สอนศาสตร, คณิตศาสตร, จํานวนและการดําเนินการ, จํานวนเต็ม, เลขยกกําลัง, เศษสวน,
ทศนิยม, จํานวนจริง, ค.ร.น. และ ห.ร.ม., รากที่สอง, อัตราสวนและรอยละ
สาระที่ 2
การวัดและการหาพื้นที่ผิวและปริมาตรของรูปทรง
3 มิติ
ในบทนี้จะเปนเรื่องรูปทรงตางๆ ที่นองๆ เคยเจอกันมาตั้งแตสมัยประถมไมวาจะเปนรูปสามเหลี่ยม รูปสี่เหลี่ยมชนิดตางๆ และวงกลมที่เปนรูปทรง 2 มิติ และตลอดจนรูปทรง 3 มิติ ไมวาจะเปนปริซึม พีระมิด กรวย ทรงกระบอก และทรงกลม สําหรับในบท นี้ เราจะคุยกันในเรื่องของการหาพื้นที่ในรูปทรงสองมิติ และพื้นที่ผิวและปริมาตรในรูปทรงสามมิติ ตลอดจนหนวยมาตรฐานสากล ตางๆ ที่ใชในการวัด ซึ่งบางทีนองๆ เห็นแลวอาจจะทอบางในเรื่องของการจําสูตรของการหาพื้นที่และปริมาตร และการแปลงหนวย แตไมเปนไรพวกพี่ๆ ไดสรุปยอทั้งหมด เพื่อใหนองๆ ทุกคนไดนําไปใชไดอยางเขาใจ เพราะพวกพี่ๆ เขาใจวามันเปนการยากที่จะนําไป ใช แตพี่คิดวามันคงไมยากจนเกินไปนักถาเราหมั่นทบทวนและเขาใจในที่มาของมันนะ เอาละเดี๋ยวเรามาเริ่มตนดูในสวนของบทเรียน กันเลยนะ2.1 การวัดและหนวยมาตรฐานตางๆ
ในสมัยโบราณบรรพบุรุษของเรายังไมมีเครื่องมือที่เปนมาตรฐานเกี่ยวกับการวัดระยะทาง เวลา พื้นที่ และปริมาตร การสื่อ ความหมายของคนเกี่ยวกับการวัดในสมัยนั้นอาศัยสิ่งแวดลอมตามธรรมชาติ หรือกิจกรรมที่ทํากันเปนกิจวัตรเปนเครื่องมือในการ บอกระยะทาง เวลา พื้นที่ และปริมาตร ซึ่งเปนการสื่อความหมายเกี่ยวกับการวัดที่ไดจากการสังเกตและการคาดคะเนอยางหยาบๆ ทําใหบางครั้งเกิดปญหาสื่อความหมายไมตรงกัน ตอมาจึงมีการพัฒนาหนวยการวัดใหเปนมาตรฐานสากล มาตรฐานที่นิยมใชกันมีดังนี้ - ระบบอังกฤษ กําหนดหนวยความยาวเปน นิ้ว ฟุต หลา และไมล เปนตน - ระบบเมตริก ถือกําเนิดเมื่อป พ.ศ. 2336 ที่ประเทศฝรั่งเศส กําหนดหนวยความยาวเปน เซนติเมตร เมตร และกิโลเมตร เปนตน - สําหรับประเทศไทย เมื่อ พ.ศ. 2466 ไดประกาศพระราชบัญญัติมาตราชั่ง ตวง วัด โดยอางอิงระบบเมตริกรวมกับหนวย การวัดที่เปนประเพณีไทยบางหนวย พระราชบัญญัตินี้ถูกกําหนดไวใชโดยเฉพาะการซื้อขาย เชน 2 ศอก เทากับ 1 เมตร 1 ไร เทากับ 1,600 ตารางเมตร 1 บาท เทากับ 15 กรัม เมื่อป พ.ศ.2503 องคการระหวางประเทศวาดวยการมาตรฐาน (ISO) ไดกําหนดใหมีระบบการวัดทางวิทยาศาสตรและ เทคโนโลยีใหเปนระบบเดียวกันทั่วโลก เรียกวาหนวยระหวางประเทศ และเรียกหนวยการวัดในระบบนี้วา หนวย SI หนวยฐานของระบบ SI มี 7 หนวย ที่ใชวัดปริมาณ ไดแก - เมตร (Meter : m) เปนหนวยใชวัดความยาว - กิโลกรัม (Kilogram : kg) เปนหนวยใชวัดมวล - วินาที (Second : s) เปนหนวยใชวัดเวลา - แอมแปร (Ampere : A) เปนหนวยใชวัดกระแสไฟฟา - เคลวิน (Kelvin : K) เปนหนวยใชวัดอุณหภูมิ - แคนเดลา (Candela : cd) เปนหนวยใชวัดความเขมของการสองสวาง - โมล (Mole : mol) เปนหนวยใชวัดปริมาณสารนอกจากนี้มีหนวยการวัดที่เปนมาตรฐานสากลแลว เครื่องมือที่ใชวัดก็มีความสําคัญเชนกัน จะตองเปนเครื่องมือวัดที่ได มาตรฐาน คาที่วัดไดทุกครั้งจะตองมีความเที่ยงตรง ถึงแมวาจะมีการพัฒนาหนวยการพัฒนาหนวยการวัดและเครื่องมือที่ใชวัดใหมี ความเที่ยงตรงเปนมาตรฐานเพียงใดก็ตาม คาที่วัดไดเหลานั้นก็เปนเพียงคาประมาณที่ไดจากการวัดที่เหมาะสมเทานั้น อยางไรก็ตามในชีวิตประจําวันเราไมอาจนําเครื่องมือที่ใชวัดไปใชในทุกสถานที่ ทุกเวลา จําเปนตองประมาณสิ่งตางๆ ที่ ตองการทราบ การบอกคาประมาณของปริมาณสิ่งตางๆ เรียกวา การคาดคะเน คาที่ไดจากการคาดคะเนจะใกลเคียงคาที่แทจริงมาก นอยเพียงใดขึ้นอยูกับทักษะและประสบการณของผูคาดคะเน 1. การวัดความยาว ที่นิยมใชกันในประเทศไทย ไดแก หนวยการวัดความยาวในระบบเมตริก ระบบอังกฤษ และมาตราไทย หนวยการวัดความยาวในระบบเมตริก 10 มิลลิเมตร เทากับ 1 เซนติเมตร 100 เซนติเมตร เทากับ 1 เมตร 1,000 เมตร เทากับ 1 กิโลเมตร หนวยการวัดความยาวในระบบอังกฤษ 12 นิ้ว เทากับ 1 ฟุต 3 ฟุต เทากับ 1 หลา 1,760 หลา เทากับ 1 ไมล หนวยการวัดความยาวในมาตราไทย 12 นิ้ว เทากับ 1 คืบ 2 คืบ เทากับ 1 ศอก 4 ศอก เทากับ 1 วา 20 วา เทากับ 1 เสน 400 เสน เทากับ 1 โยชน หนวยการวัดความยาวในระบบอังกฤษเทียบกับระบบเมตริก (โดยประมาณ) 1 นิ้ว เทากับ 2.54 เซนติเมตร 1 หลา เทากับ 0.9144 เมตร 1 ไมล เทากับ 1.6093 กิโลเมตร 2. การวัดพื้นที่ ใชพื้นที่ในการบอกขนาดเนื้อที่ การวัดพื้นที่ในระบบเมตริก และมาตราไทย ซึ่งใชหนวยการวัดพื้นที่เปนตาราง หนวย หรือ หนวย2 หนวยการวัดพื้นที่ที่สําคัญมีดังนี้ หนวยการวัดพื้นที่ในระบบเมตริก 1 ตารางเซนติเมตร เทากับ 100 ตารางมิลลิเมตร 1 ตารางเมตร เทากับ 10,000 ตารางเซนติเมตร 1 ตารางกิโลเมตร เทากับ 1,000,000 ตารางเมตร หนวยการวัดพื้นที่ในระบบอังกฤษ 1 ตารางฟุต เทากับ 144 ตารางนิ้ว 1 ตารางหลา เทากับ 9 ตารางฟุต 1 เอเคอร เทากับ 4,840 ตารางหลา 1 ตารางไมล เทากับ 640 เอเคอร หรือ 1,7602 ตารางหลา
หนวยการวัดพื้นที่ในมาตราไทย 100 ตารางวา เทากับ 1 งาน 4 งาน เทากับ 1 ไร 400 ตารางวา เทากับ 1 ไร หนวยการวัดพื้นที่ในมาตราไทยเทียบกับระบบเมตริก 1 ตารางวา เทากับ 4 ตารางเมตร 1 งาน เทากับ 400 ตารางเมตร 1 ไร เทากับ 1,600 ตารางเมตร 1 ตารางกิโลเมตร เทากับ 625 ไร หนวยการวัดพื้นที่ในระบบอังกฤษเทียบกับระบบเมตริก (โดยประมาณ) 1 ตารางนิ้ว เทากับ 6.4516 ตารางเซนติเมตร 1 ตารางฟุต เทากับ 0.0929 ตารางเมตร 1 ตารางหลา เทากับ 0.8361 ตารางเมตร 3. การวัดปริมาตรและนํ้าหนัก ในชีวิตประจําวันเราใชพื้นฐานประสบการณเกี่ยวกับความหนาแนนของสิ่งตางๆ ในการคาด คะเนเกี่ยวกับปริมาตรและนํ้าหนักอยูเสมอ หนวยการวัดปริมาตรและหนวยการวัดนํ้าหนักมีดังนี้ หนวยการวัดปริมาตรในระบบเมตริก 1 ลูกบาศกเซนติเมตร เทากับ 1,000 ลูกบาศกมิลลิเมตร 1 ลูกบาศกเมตร เทากับ 1,000,000 ลูกบาศกเซนติเมตร 1 ลูกบาศกเซนติเมตร เทากับ 1 มิลลิเมตร 1 ลิตร เทากับ 1,000 มิลลิเมตร 1 ลิตร เทากับ 1,000 ลูกบาศกเซนติเมตร 1,000 ลิตร เทากับ 1 ลูกบาศกเมตร หนวยการวัดพื้นที่ในระบบอังกฤษ 3 ชอนชา เทากับ 1 ชอนโตะ 16 ชอนโตะ เทากับ 1 ถวยตวง 1 ถวยตวง เทากับ 8 ออนซ หนวยการวัดพื้นที่ในระบบอังกฤษเทียบกับระบบเมตริก (โดยประมาณ) 1 ชอนชา เทากับ 5 ลูกบาศกเซนติเมตร 1 ถวยตวง เทากับ 240 ลูกบาศกเซนติเมตร หนวยการวัดนํ้าหนักในระบบเมตริก 1 กรัม เทากับ 1,000 มิลลิกรัม 1 กิโลกรัม เทากับ 1,000 กรัม 1 เมตริกตัน เทากับ 1,000 กิโลกรัม หนวยการวัดพื้นที่ในระบบเมตริกเทียบกับระบบอังกฤษ (โดยประมาณ) 1 กิโลกรัม เทากับ 2.2046 ปอนด 1 ปอนด เทากับ 0.4536 กิโลกรัม
หนวยการตวงระบบประเพณีไทยเทียบกับระบบเมตริก กระทรวงพาณิชยไดกําหนดการเทียบหนวยการตวงระบบประเพณีไทยกับระบบเมตริก เพื่อการซื้อขาย คือกําหนดให ขาวสาร 1 ถัง มีนํ้าหนัก 15 กิโลกรัม ขาวสาร 1 กระสอบ มีนํ้าหนัก 100 กิโลกรัม 4. การวัดเวลา ในสมัยโบราณมนุษยเห็นดวงอาทิตยก็รูวาวันใหมเริ่มขึ้นแลว และการบอกเวลาเชา สาย บายหรือเย็นก็ อาจดูความยาวของเงาที่เปลี่ยนไป ทําใหเกิดแนวคิดในการกําหนดเวลา 1 วัน วาเปนเวลาที่โลกหมุนรอบตัวเองครบ 1 รอบพอดี เมื่อ มนุษยไดเรียนรูทางดาราศาสตรมากขึ้น จึงมีแนวคิดในการกําหนดเวลา 1 ปทางสุริยคติ วาเปนเวลาที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตยครบ 1 รอบเปนเวลามากกวา 365 วันเล็กนอย ระบบปฏิทินในสมัยแรกๆ ที่นิยมใชกัน ไดแกระบบปฏิทินจูเลียน ระบบนี้จึงกําหนดวา 1 ปมี 365.25 วัน เมื่อใชไปไดระยะหนึ่ง พบวาการใชปฏิทินนี้ในทุกๆ 400 ป จะนับวันมากเกินความจริงไป3 วันเศษ หลังจากนั้นจึงไดมีการ ปรับปรุงเปนระบบปฏิทินเกรกอเรียน ซึ่งเปนระบบปฏิทินที่ใชกันอยูทั่วโลกในปจจุบันและมีความคลาดเคลื่อนจากความจริงทาง ดาราศาสตรนอยที่สุด ระบบปฏิทินเกรกอเรียน กําหนดให 1 ป มี 365.2425 วัน โดยกําหนดเงื่อนไขวาในปปกตินั้น 1 ปมี 365 วัน แตในปอธิกสุรทิน ซึ่งเปนปที่เดือนกุมภาพันธมี 29 วันนั้น 1 ปมี 366 วัน การกําหนดปอธิกสุรทินใหเปนไปตามหลักการดังนี้ 1. ถาป ค.ศ. ใดหารดวย 4 ไมลงตัว จะไมเปนปอธิกสุรทิน 2. ถาป ค.ศ. ใดหารดวย 4 ลงตัวและหารดวย 100 ลงตัวแตหารดวย 400 ไมลงตัว ป ค.ศ. นั้นจะไมเปนปอธิกสุรทิน 3. ถาป ค.ศ. ใดหารดวย 4 ลงตัวและหารดวย 100 ไมลงตัว ป ค.ศ. นั้นจะเปนปอธิกสุรทิน 4. ถาป ค.ศ. ใดหารดวย 4 ลงตัวและหารดวย 400 ลงตัว ป ค.ศ. นั้นจะไมเปนปอธิกสุรทิน • 1 วัน มี 24 ชั่วโมง • 1 ชั่วโมง มี 60 นาที • 1 นาที มี 60 วินาที
2.2 พื้นที่รูปทรง 2 มิติ
รูปสามเหลี่ยม ชื่อที่ใชเรียก รูปแสดงลักษณะ สูตรที่ใชในการหาพื้นที่ x ฐาน x สูง x a x h หรือ × ผลคูณดานประกอบมุมฉาก สามเหลี่ยมทั่วไป สามเหลี่ยมหนาจั่ว สามเหลี่ยมดานเทา สามเหลี่ยมที่ทราบ ความยาวดานทั้งสาม สามเหลี่ยมมุมฉาก 1 2 1 2 1 2 ฐาน สูง b h a b c a h A B C x x x ฐาน สูง a b b s(s-a)x(s-b)x(s-c) s=a+b+c2 3 4 x X2 หรือ x ดาน3 2 4 4b2-a2 x a 4รูปสี่เหลี่ยม ชื่อที่ใชเรียก รูปแสดงลักษณะ สูตรที่ใชในการหาพื้นที่ X × X = X2 หรือ ดาน×ดาน X × Y หรือ กวาง × ยาว a × h หรือ ฐาน × สูง x(a+b)xh x ผลคูณของเสนทแยงมุม a × h หรือ ฐาน × สูง หรือ × สูง × ผลบวกของดานคูขนาน สี่เหลี่ยมจัตุรัส สี่เหลี่ยมคางหมู สี่เหลี่ยมรูปวาว สี่เหลี่ยมที่มีเสนทแยงมุม ตัดกันเปนมุมฉาก สี่เหลี่ยมดานขนาน สี่เหลี่ยมขนมเปยกปูน สี่เหลี่ยมผืนผา 1 2 1 2 xเสนทะแยงมุมxผลบวกของ เสนกิ่ง 2 เสน 1 2 1 2 x x x y a a a a b e a b a h b o b d h a c A B C D
รูปอื่นๆ
2.3 พื้นที่ผิวและปริมาตรของรูปทรง 3 มิติ
รูปทรงสามมิติมีทั้งหมด 5 รูป คือ 1. ปริซึม 2. ทรงกระบอก 3. พีระมิด 4. ทรงกรวย 5. ทรงกลม ชื่อที่ใชเรียก รูปแสดงลักษณะ สูตรที่ใชในการหาพื้นที่ 6x x (ดาน) ~~ ~~ πr2 เมื่อ π 3.14 π(R2-r2) หกเหลี่ยมดานเทา วงแหวน วงกลม รัศมี A R r O R 3 4 22 7 (ความยาวเสนรอบรูปวงกลม 2πr)สูตรในการหาพื้นที่ผิวและปริมาตรของรูปทรงสามมิติทั้ง 5 ชนิด
แนวขอสอบ O-NET
1. ผลตางของพื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส 2 รูปเทากับ 12 ตารางเซนติเมตร ความยาวของดานสี่เหลี่ยมจัตุรัสรูปใหญสั้นกวา สามเทาของความยาวของดานสี่เหลี่ยมจัตุรัสรูปเล็กอยู 2 เซนติเมตร สี่เหลี่ยมจัตุรัสรูปใหญมีดานยาวเทาใด ก. 3 เซนติเมตร ข. 4 เซนติเมตร ค. 5 เซนติเมตร ง. 6 เซนติเมตร ชื่อที่ใชเรียก รูปแสดงลักษณะ สูตรที่ใชในการหาพื้นที่ สูตรที่ใชในการหาปริมาตร พื้นที่ผิวขางของปริซึม = เสนรอบรูปฐาน × ความสูง พื้นที่ผิวทั้งหมดของปริซึม = พื้นที่ผิวขาง + พื้นที่หนาตัดหัวกับทาย ปริมาตรของปริซึม = พื้นที่ฐาน × สูง ปริมาตรทรงกระบอก = πr2h ปริมาตรของพีระมิด = × พื้นที่ฐาน × สูงตรง ปริมาตรกรวยกลม = πr2h ปริมาตรทรงกลม = πr3 พื้นที่ผิวโคงกรวย = 2πrh ; h (ความสูง) พื้นที่หนาตัด 2 หนา = 2πr2 พื้นที่ผิวทั้งหมด = 2πrh+ 2πr2 หรือ 2πr(r+h) พื้นที่ผิวขางของพีระมิด = × ผลบวกของ ความยาวรอบฐาน×สูงเอียง พื้นที่ผิวทั้งหมด = พื้นที่ผิวขาง + พื้นที่ฐาน พื้นที่ผิวโคงกรวย = πrl ; l คือ ความสูงเอียง พื้นที่หนาตัด =πr2 พื้นที่ผิวทั้งหมด = πrl+πr2 หรือ πr (l+r) พื้นที่ผิวทรงกลม = 4πr2 ปริซึม ทรงกลม ทรงกรวย พีระมิด ทรงกระบอก 1 2 1 3 1 3 4 3 จุดยอดมุม สัน สูงเอียง สูงเอียง พื้นที่ผิวขาง ยอด สวนสูงเอียง ฐาน แกนหรือสวนสูง2. เจาของหมูบานณัฐกานตตองการแบงเนื้อที่ 12 ไร เพื่อปลูกบานขายเปนหลังๆ ละ 100 ตารางวา และตองการสรางถนน ภายในหมูบานคิดเปนเนื้อที่ประมาณ ของเนื้อที่ทั้งหมด จงหาวาเจาของหมูบานแหงนี้จะปลูกบานไดประมาณกี่หลัง ก. 33 หลัง ข. 34 หลัง ค. 35 หลัง ง. 36 หลัง 3. จากรูป ABCD เปนรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ถา AD เปนเสนผานศูนยกลางของวงกลมที่มี O เปนจุดศูนยกลาง และมีรัศมี r หนวยแลว พื้นที่แรเงาเทากับกี่ตารางหนวย ก. π(r2 - 4) ตารางหนวย ข. π (4-r) ตารางหนวย ค. r2 (4 - π/2) ตารางหนวย ง. r2 (2- π/2) ตารางหนวย 4. สนามแหงหนึ่งเปนรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีพื้นที่ 100 ตารางวา ตองการปกเสาทํารั้วโดยใหเสาประตูตนหนึ่งอยูหางจากมุม จุดที่ใกลที่สุด 1.5 เมตร ประตูกวาง 2.5 เมตร เสาตนอื่นๆ ปกหางกันตนละ 2 เมตร อยากทราบวามีเสารั้วทั้งหมดกี่ตน ก. 38 ตน ข. 39 ตน ค. 40 ตน ง. 41 ตน 5. ถามวาพื้นดินรูปสี่เหลี่ยมดังภาพมีพื้นที่กี่งาน ก. 2.72 งาน ข. 3.12 งาน ค. 4.29 งาน ง. 5.90 งาน 6. ชางปูกระเบื้องไดคํานวณพื้นชั้นลางของบานหลังหนึ่ง วาถาหากใชกระเบื้องขนาด 20×20 ตารางเซนติเมตร จํานวน 80 กลอง กลองละ 25 แผน จะปูพื้นชั้นลางไดพอดี อยากทราบวาบานหลังนี้มีพื้นที่ชั้นลางกี่ตารางเมตร ก. 120 ตารางเมตร ข. 80 ตารางเมตร ค. 60 ตารางเมตร ง. 40 ตารางเมตร 7. ในการเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยสายการบิน Air Asia ไปยังสนามบินฉางซา ประเทศจีน ใชเวลา 10,800 วินาที ถาเครื่องบิน Air Asia ขึ้นจากสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อเวลา 18.30 น. จะถึงสนามบิน ฉางซา คิดเวลาในประเทศไทย ตรงกับเวลาใด ก. 19.00 น. ข. 20.30 น. ค. 21.00 น. ง. 21.30 น. 8. PQR และ ABC เปนรูปสามเหลี่ยมดานเทา 2 รูป ซึ่งมีดานยาวดานละ 3 เซนติเมตร เมื่อนํามาซอนกันทําใหเกิดรูปสามเหลี่ยมดานที่เทากันทุกประการ 6 รูป พื้นที่สวนที่แรเงามีกี่ตารางเซนติเมตร ก. 3 ข. 1 4 A D B C 12 วา 21 วา 26 วา C R B A P 3 2 32 1