• No results found

บทท 11 โปรแกรมท ใช ในการค านวณ (Microsoft Excel 2000)

N/A
N/A
Protected

Academic year: 2021

Share "บทท 11 โปรแกรมท ใช ในการค านวณ (Microsoft Excel 2000)"

Copied!
24
0
0

Loading.... (view fulltext now)

Full text

(1)

ไมโครซอฟตเอ็กเซล 2000 (Microsoft Excel 2000) เปนโปรแกรมประยุกตที่มีลักษณะ เปนตารางคํานวณที่มีลักษณะ เปนตารางคํานวณอิเล็กทรอนิกส (Spreadsheet หรือ worksheet) ตารางนี้เกิดจากการตีเสนในแนวนอนและแนวตั้งตัดกันหลายๆเสน ทําใหเกิดเปนชองสี่เหลี่ยม เล็กๆ ขึ้นมากมาย ในตารางอิเล็กทรอนิกสนี้สามารถบรรจุขอมูลไดหลายตัวอักษร ขอมูลที่ปอน เชน ขอความ ตัวเลข สูตรทางคณิตศาสตรและรูปภาพสามารถปอนไดเหมือนโปรแกรมอื่นๆ ภายใตวินโดว แตจะเดนในเรื่องการคํานวณ เพราะสามารถใสสูตรการคํานวณที่ยุงยากซับซอน และสามารถคํานวณไดอยางถูกตอง และรวดเร็ว เชน เมื่อมีการเปลี่ยนคาตัวเลขที่เปนตัวตั้งจะทําให ผลลัพธที่ไดมีการคํานวณตามสูตรที่เคยใหไวกอนหนาไดอยางอัตโนมัติ และรวดเร็ว ดังนั้น โปรแกรมไมโครซอฟตเอ็กเซลนี้จึงเหมาะกับงานดานบัญชี คณิตศาสตร หรืองานอื่นๆ ที่เกี่ยวกับ การคํานวณ ไมโครซอฟตเอ็กเซล 2000 นอกจากจะเปนโปรแกรมที่เกงทางดานการคํานวณแลว ยัง สามารถทํางานไดหลากหลาย เชน พิมพเอกสารไดเหมือนกับไมรโครซอฟตเวิรด ทํางานดานการ จัดการฐานขอมูล(Database) ไดเหมือนกับไมโครซอฟตเอ็กเซส หรืออาจจะมีการนําเสนอขอมูลใน ลักษณะแผนภูมิ (Chart) การวาดรูปในแบบกราฟก การสรางแบบฟอรมกรอกขอมูล การเขียน โปรแกรมดวยมาโคร เปนตน แฟมขอมูลของโปรแกรมไมโครซอฟตเอ็กเซล เรียกวา “เวิรกบุค” (workbook ) แตละ เวิรกบุคประกอบดวยตาราง หลายๆตาราง หรือที่เรียกวา “เวิรกชีต” (worksheet) เชน ในแฟม ประวัติของพนักงานแฟมหนึ่ง(workbook)อาจประกอบไปดวยตาราง(worksheet) หลายตาราง เชน ตารางประวัติสวนตัว ตารางประวัติการศึกษา ตารางวันลาหยุด ตารางคํานวณอัตราคาจาง ตาราง บัญชีรายรับ-รายจายของหนวยงาน ตารางแสดงสถิติในรูปแบบกราฟ ซึ่งแตละตารางทํางาน แตกตางกันออกไป เชน ในตารางประวัติสวนตัวอาจจะมีการบันทึกขอมูล และทําการคนหารายชื่อ พนักงาน ตารางคํานวณอัตราคาจางก็สามารถคํานวณ วัน - เวลา ทํางาน เพื่อนํามาคิดเปนคาจางได เปนตน

(2)

11.1

การเขาใชงานโปรแกรมไมโครซอฟตเอ็กเซล

2000

การเขาใชงานสามารถทําไดดังนี้คือ 1. คลิกที่ปุม start 2. เลือกที่ program 3. เลือกโปรแกรม microsoft excel ภาพที่ 11.1 แสดงการเรียกใชโปรแกรม microsoft excel กิจกรรมที่1 การเรียกใชโปรแกรม microsoft excel ทําไดอยางไร แนวการตอบ ดูรายละเอียดจากหัวขอการเขาใชงานโปรแกรมไมโครซอฟตเอ็กเซล 2000

(3)

11.2

สวนประกอบของ

microsoft excel

ภาพที่ 11.2 สวนประกอบของโปรแกรม

microsoft excel

มีสวนประกอบที่สําคัญดังนี้ 1. แถบชื่อเรื่อง (title bar) : เปนสวนที่ใชบอกถึงโปรแกรมและเอกสาร เรียกใช 2. แถบคําสั่ง (menu bar) : เปนสวนที่บรรจุคําสั่งที่จะตองใชใน โปรแกรมนั้นๆ 3. แถบเครื่องมือ (tool bar) : เปนเครื่องมือที่อยูในรูปของไอคอนมีไวใชเพื่อ ความสะดวก และรวดเร็วในการใชงานแทน คําสั่ง บนแถบ คําสั่ง (menu bar) 4. กลองชื่อ (name box) : เปนสวนที่บอกถึงที่อยูหรือตําแหนงของ เคอเซอรที่อยูปจจุบัน 5. แถบสูตร (formula bar) : เปนสวนที่ใชในการพิมพสูตรตางๆ ที่จะใช ในการคํานวณใน ไมโครซอฟ เอ็กซเซล การปอนสูตรจะตองขึ้น ตนดวยเครื่องหมาย = แลวตามดวยชื่อ เซล แถบชื่อเรื่อง แถบคําสั่ง แถบเครื่องมือ แถบเลื่อน เซลใชงาน

(4)

6. Active cell : เซล ที่กําลังปฏิบัติการอยู 7. Work area : พื้นที่แผนงาน ซึ่งรวมไปถึงองคประกอบ ทั้งหมดทั้งเซล เสนตาราง หัวแถว และคอลัมน แถบเลื่อน และแท็บแผนงาน 8. แท็บแผนงาน (sheet tab) : แท็บที่อยูใกลกับดานลางของหนาตางสมุดงาน ที่แสดงชื่อของแผนงาน คลิกแท็บแผนงานเพื่อ ใชแผนงานนั้น 9. แถบสถานะ (status bar) : แสดงขอมูลเกี่ยวกับคําสั่งที่เลือกหรือความ กาวหนาของการดําเนินการ สวนทางดานขวา ของแถบสถานะจะแสดงวาแปนตาง ๆ เชน

Caps lock, Num lock เปดหรือปดอยู

10. แถบเลื่อน (scroll bar) : แถบเลื่อนแนวตั้งและแถบเลื่อนแนวนอน

11.3

ประเภทของขอมูล

ขอมูลที่อยูในเวิรก ชีท (worksheet) หรือสมุดงาน แบงเปน 2 ประเภท ดังนี้ 1. คาคงที่ (constant) ไดแก 1.1 ขอความ (text) ขอมูลที่ไมนํามาคํานวณ อาจเปนตัวอักษร ขอความ หรือ ตัวเลขก็ได ขอมูลชนิดตัวอักษรมีลักษณะดังนี้ 1.1.1 เปนขอมูลที่มีตัวอักษร A-Z อยางนอย 1 ตัวปนอยู และไมขึ้นตนดวย เครื่องหมาย + - * หรือ $ 1.1.2 มีความยาวไมเกิน 240 ตัวอักษร ถาหากมีความยาวมากกวาความกวาง ของเซล ขอความนั้นจะถูกแสดงตอไปใน เซล ที่อยูทางขวามือตราบใดที่ เซล ทางขวามือยังไมมี ขอมูล แถบสถานะ กิจกรรมที่2 จงอธิบายวาสวนประกอบแตละสวนทํางานไดอยางไร แนวการตอบ ดูรายละเอียดจากหัวขอสวนประกอบของ microsoft excel

(5)

คํานวณไมได 1.2 คาตัวเลข (numeric) ขอมูลที่นํามาคํานวณไดและมีลักษณะดังนี้ 1.2.1 ขอมูลที่เริ่มตนดวยตัวเลขใด ๆ รวมทั้งจุดทศนิยมหรือ $ และตองไมมีตัว อักษรใด ๆ ปนอยู 1.2.2 ถาตัวเลขตอทายดวย % คาจริงของตัวเลขจะถูกหารดวย 100 แตยังคง แสดงบนจอภาพเปนแบบที่ปอนเขาไป 1.2.3 สามารถใชเครื่องหมาย , หรือ $ รวมกับตัวเลขได 1.2.4 สามารถปอนขอมูลในรูป exponential ได เชน 2.05E+04 จะมีคาเทากับ 2.5 คูณ 10 ยกกําลัง 4 หรือ 25,000 นั่นเอง 1.2.5 ขอมูลจะถูกจัดใหอยูชิดขวาและนําไปคํานวณได 1.3 วันที่ (dates) ขอมูลที่ประกอบดวย วันที่ เดือนและป โดยเดือนนั้นสามารถ กําหนดไดทั้งแบบตัวเลข หรือตัวอักษร ขอมูลชนิดนี้ สามารถนําไปคํานวณได 1.4 เวลา (times) ขอมูลที่ประกอบดวยชั่วโมงและนาที โดยมีเครื่องหมาย : คั่น ขอมูลชนิดนี้สามารถนําไปคํานวณไดเชนเดียวกัน

11.4

การปอนขอมูลและการแกไขขอมูล

การปอนขอมูล ขอมูลที่จะปอนลงในโปรแกรมไมโครซอฟ เอ็กซเซล มีอยู 3 ประเภท ขอมูลที่เปน ตัวเลข ขอมูลที่เปนตัวอักษรและขอมูลที่เปนสูตรหรือฟงกชั่น ซึ่งขอมูลแตละประเภทมีวิธีการปอน ตางกันดังนี้ 1. การปอนขอมูลที่เปนตัวอักษร ทําไดโดย เลื่อนแอคทีปเซล(active cell)ไปยังเซลที่ ตองการปอนขอมูล ถาเปนตัวอักษรสามารถจะพิมพขอความลงไปไดเลย แตถาขอมูลเปนตัวเลข ทั้งหมดและตองการจะใหเปนขอมูลประเภทตัวอักษรตองพิมพ เครื่องหมาย ‘ นําหนากอน การจัด กิจกรรมที่3 ชนิดขอมูลของโปรแกรม microsoft excel มีกี่รูปแบบ อะไรบาง แนวการตอบ ดูรายละเอียดจากหัวขอประเภทขอมูล

(6)

ขอมูลในเซลทางโปรแกรมตั้งคาไวใหจะชิดทางซายของ เซล ตัวอยาง ตองการปอนขอความวา คอมพิวเตอร ลงในเซล C4 และปอน จะได ผลลัพธดังภาพที่ 11.3 ภาพที่ 11.3 แสดงผลลัพธการปอนขอมูลแบบตัวอักษร 2. การปอนขอมูลที่เปนตัวเลข ทําไดโดยเลื่อนแอคทีปเซล(active cell)ไปยังตําแหนงที่ ตองการแลวพิมพตัวเลขลงไปไดเลย การจัดขอมูลในเซลทางโปรแกรมตั้งคาไวใหจะชิดทางขวา ของ เซล ตัวอยาง ตองการปอนขอมูล 45687 ลงในเซล C3 และ 1456 ลงในเซล D3 ผลลัพธดังภาพที่ 11.4 ภาพที่ 11.4 แสดงผลลัพธการปอนขอมูลแบบตัวเลข

(7)

3. การปอนขอมูล สูตรและฟงกชั่น ทําไดโดยเลื่อนเคอรเซอรไปยังตําแหนงที่ตองการ กอนที่จะพิมพสูตรหรือฟงกชั่นตองพิมพเครื่องหมาย = กอนแลวจึงตามดวยสูตรหรือฟงกชั่น ตัวอยาง ตองการทําการคํานวณ 9+10-7 ลงในเซล F4 ดังภาพที่ 11.5 การแกไขขอมูล การแกไขขอมูลทําได 2 วิธีคือ 1. นําเมาสชี้ที่เซลที่ตองการแกไข แลวทําการดับเบิลคลิก 2. เลือกเซลที่ตองการแกไข แลวกดปุม F2 ก็สามารถทําการ แกไขเซลที่ตองการ พิมพการคํานวณ ผลลัพธที่ได 1 ภาพที่ 11.5 แสดงการปอนขอมูล แบบการคํานวณ กิจกรรมที่4 จงอธิบายวิธีการปอนขอมูลและการแกไขขอมูล วาสามารถทําไดอยางไร แนวการตอบ ดูรายละเอียดจากหัวขอการปอนขอมูลและการแกไขขอมูล

(8)

11.5

การจัดรูปแบบเวิรกชีท

(work sheet)

การจัดรูปแบบ เวิรกชีท หมายถึง การจัดให เวิรกชีท อยูในรูปแบบที่ตองการ เชน การ กําหนดระยะขอบ การกําหนดแนวการพิมพ การกําหนดความกวางของคอลัมน ฯลฯ เปนตน 1. การจัดรูปแบบ เวิรกชีท เกี่ยวของกับคําสั่ง บน Menu 3 คําสั่งคือ 1.1 คําสั่งแฟม 1.2 คําสั่งแทรก 1.3 คําสั่งรูปแบบ 2. การจัดรูปแบบ เวิรกชีท ดวยคําสั่ง แฟม มีขั้นตอนดังนี้ 2.1 เลือกคําสั่ง แฟม เลือกคําสั่งตั้งคาหนากระดาษ จะปรากฏหนาตางสําหรับการกําหนดคาดังรูป คาสําคัญที่มักถูกกําหนดเวลาใชงาน คือ หนา ระยะขอบ และ หัวกระดาษ/ทายกระดาษ

(9)

ภาพที่ 11.6 การตั้งคาหนากระดาษ 3. การจัดรูปแบบ เวิรกชีท ดวยคําสั่ง แทรก มีสวนเกี่ยวของกับการจัดรูปแบบ เวิรกชีท 3 คําสั่งที่ใชมาก คือ การแทรกเซล การแทรกคอลัมน และ การแทรกแถว มีขั้นตอนดังนี้ 3.1 เลือกแทรก เลือกลักษณะการแทรกที่ตองการดังภาพที่ 11.7 ภาพที่ 11.7 การแทรก 4. การจัดรูปแบบ เวิรก ชีท ดวยคําสั่ง รูปแบบ มีสวนเกี่ยวของกับการจัดรูปแบบ Worksheet 3 คําสั่งที่ใชมาก คือ รูปแบบเซล รูปแบบคอลัมน และ รูปแบบแถว มีขั้นตอนดังนี้ 4.1 เลือกคําสั่งรูปแบบ 4.2 เลือกจัดรูปแบบตามที่ตองการดังภาพที่ 11.8 ภาพที่ 11.8 การจัดรูปแบบเวิรกชีท กิจกรรมที่5 การจัดรูปแบบเวิรกชีทของโปรแกรม microsoft excel สามารถทําไดอยางไร แนวการตอบ ดูรายละเอียดจากหัวขอ

การจัดรูปแบบเวิรกชีท

(work sheet)

(10)

11.6

การจัดรูปแบบขอมูล

การจัดรูปแบบขอมูล หมายถึง การจัดทําใหขอมูลที่อยูใน เวิรก ชีท อยูในรูปแบบที่ผูใช ตองการ เพื่อประโยชนในการงายและสะดวก ตอการอานขอมูล เชน การเปลี่ยนแบบตัวอักษร การ กําหนดรูปแบบในการแสดงตัวเลข การทําสีพื้นใหแตละCell ฯลฯ เปนตน 1. การจัดรูปแบบขอมูลดวยแถบเครื่องมือ ขั้นตอนในการจัดรูปแบบมีดังนี้ 1. เลือก บริเวณ ที่ตองการ จัดรูปแบบ (ทําแถบสีดํา โดยการใชเมาสลาก) 2. ใชปุมคําสั่ง บน tools bar ภาพที่ 11.9 แสดง tools bar 3. เลือกรูปแบบที่ตองการ การจัดรูปแบบขอมูลดวยเมนู ขั้นตอนการจัดรูปแบบดังนี้ 1. เลือกเมนู รูปแบบ (Format) 2. เลือกคําสั่ง เซลล จะปรากฏกรอบการทํางานดังนี้

(11)

(a)

(b)

( c )

( d )

( e )

( f )

ภาพที่

11.10

แสดงการจัดรูปแบบขอมูล

a

ตัวเลข

b

การจัดตําแหนง

c

แบบอักษร

d

เสนขอบ

e

ลวดลาย

f

การปองกัน

กิจกรรมที่6 การจัดรูปแบบขอมูลของโปรแกรม microsoft excel สามารถทําไดอยางไร แนวการตอบ ดูรายละเอียดจากหัวขอ

การจัดรูปแบบขอมูล

(12)

11.7

ฟงกชั่น

(function)

ฟงกชั่นคือ สูตรสําเร็จรูปที่ผูใชสามารถเรียกใชได การปอนขอมูลประเภทสูตร จะตอง ขึ้นตนดวยเครื่องหมาย = แลวตามดวยชื่อ Cell หรือเครื่องหมายอื่น ๆ เชน =A1+A2 ซึ่งหมายถึง นําขอมูลใน Cell ตําแหนง A1 รวมกับ A2 เปนตน นอกจากนี้ยังสามารถนําหนาดวยเครื่องหมาย @ หรือ = เพื่อเริ่มตนการใชฟงกชั่น เชน @SUM(A1..A2) หรือ =SUM(A1:A2) หมายถึงนําคาใน Cell 1 รวมกับ A2 เปนตน 1 วิธีการปอนสูตร สามารถทําไดดังนี้คือ 1.1 พิมพคาที่จะนํามาคํานวณโดยตรง เชน ตองการทราบคาผลรวมของคา 5 กับ 10 สูตรที่ใชคือ = 5+10 1.2 ระบุตําแหนงเซลที่จะนําคาในเซลนั้นมาใชในการคํานวณ เชน ตองการ ทราบคาผลรวมของคาที่อยูในเซล A1 กับคาที่อยูในเซล A2 สูตรที่ใชคือ =A1+A2 1.3 กดปุม enter หรือ คลิกที่แถบสูตร ตัวอยางภาพการใชฟงกชั่นการรวมเลขโดยใชเปนสูตร ที่ตําแหนง D2 คือ =B2+C2 2 การใชวิธีการ ออโตฟว(auto fill) กับสูตร ในกรณีที่มีความจําเปนตองคํานวณสูตรในลักษณะที่ซ้ําๆ กัน แตมีการอางอิงขอมูล ที่แตกตาง ไมจําเปนตองปอนสูตรทีละบรรทัด เนื่องจาก ไมโครซอฟ เอกซเซล สามารถใชวิธีการ ทําการคัดลอก สูตรใหโดยอัตโนมัติ ขั้นตอนการทําออโตฟว (auto fill) 1. คลิกที่เซลตนฉบับ 2. เลื่อนตัวชี้เมาสไปบริเวณจุดสี่เหลี่ยมสีดําเล็กๆ บริเวณมุมขวาของตัวชี้เมาส (Cell Pointer) เมาสพอยทเตอรจะเปลี่ยนรูปรางเปนเครื่องหมายบวก (+) 4. คลิกเมาสคางไว และลากเมาส ไปในทิศทางที่ตองการ จะไดผลดังรูป 11.11 ภาพที่11.11 แสดงการใชฟงกชั่น การรวมเลข

(13)

ภาพที่ 11.12 แสดงการใชเทคนิค Auto Fill 3 การอางอิงตําแหนงที่แนนอน

ในกรณีที่ตองการสําเนาสูตรหรือยายสูตร ซึ่งการสําเนาหรือยายจะทําใหสูตร เปลี่ยนแปลงได การเปลี่ยนแปลงของสูตจะสัมพันธกับเซลที่อางอิงเสมอ โดยจะเรียกการ เปลี่ยนแปลงนี้เปนแบบ relative หรือตัวอยางไดจากหัวขอการใชวิธี auto fill ที่ผานมา เชน ที่เซล พิมพวา D2 =B2+C2 แลวทําสําเนาสูตรดวยการ auto ill ในคอลัมนเดียว สูตรที่ออกมาจะเปน ดังตัวอยาง ตอไปนี้

=B2+C2 =B3+C3 =B4+C4

(14)

4. การใชฟงกชั่น 4.1 ฟงกชั่น sum เปนฟงกชั่นที่ใชหาผลรวมของตัวเลขที่อยูในเซล รูปแบบ =sum(B2 : C2) คือ การคํานวณการรวมคาตัวเลขที่อยูใน B2 กับ C2 หรือ =sum(Number1,Number2) สูตร ผลลัพธ =sum(3,2) 5 =sum(-6,-5) -11 4.2 ฟงกชั่น Max เปนฟงกชั่นที่ใชในการหาคาสูงสุดของชุดขอมูลที่ระบุ ยกเวนคา ตรรกศาสตร และขอความ รูปแบบ =Max(Number1,Number2,…) ตัวอยาง สูตร ผลลัพธ =Max(3,2,6,9) 9 =Max(-6,-5,-2) -2 4.3 ฟงกชั่น Min เปนฟงกชั่นที่ใชในการหาคาต่ําสุดของชุดขอมูลที่ระบุ ยกเวนคา ตรรกศาสตร และขอความ รูปแบบ =Min(Number1,Number2,…) ตัวอยาง สูตร ผลลัพธ = Min(3,2,6,9) 2 =Min(-6,-5,-2) -6

(15)

4.4 ฟงกชั่น average เปนฟงกชั่นที่ใชในการหาคาเฉลี่ยของชุดของขอมูล รูปแบบ = average(Number1,Number2,…) ตัวอยาง สูตร ผลลัพธ = Average(3,2,6,9) 5 = Average(-6,-4,-2) -4 = Average(2,8) 5 4.5 ฟงกชั่น round ฟงกชั่น round ใชสําหรับกําหนดจุดทศนิยมใหกับตัวเลขที่ตองการ รูปแบบ = round (Number, decimal places)

- number เปนตัวเลขที่ตองการกําหนดจุดทศนิยม อาจเปนชื่อเซลก็ได - decimal places ตัวเลขที่ใชกําหนดวาจะกําหนดจุดทศนิยม ซึ่ง สามารถเปนไปไดทั้งคาบวกและคาลบ ตัวอยาง สูตร ผลลัพธ =Round(123.456,-2) 100 =Round(150.456,-2) 200 4.6 ฟงกชั่น Mod ใชหาคําตอบจากผลการหาร คําตอบที่ไดจะไมใชสวนของผลหาร แต จะไดเศษของผลหาร เชน 5/3 คําตอบ จะเปน 2 ซึ่งมีรูปแบบดังนี้ รูปแบบ =Mod(dividend,divisor) - dividend หมายถึงตัวตั้ง - Divisor หมายถึงตัวหาร ตัวอยาง สูตร คําตอบ =Mod(9,3) 0 =Mod(10,3) 1

(16)

4.7 ฟงกชั่น Upper,Lower,Proper เปนฟงกชั่นที่ใชจัดการกับอักษรภาษาอังกฤษ คือทํา ใหเปนตัวเล็กตัวใหญได โดยจะมีรูปแบบดังนี้ รูปแบบ =Upper(Text) =Lower(Text) =Proper(Text) ตัวอยาง กําหนดใหเซล A1 มีขอมูล คือ Jiraporn Suksan สูตร คําตอบ

=Upper(A1) INFORMATION TECHNOLOGY

=Lower(A1) information technology

=Proper(A1) Information Technology

4.9 ฟงกชั่น Rept เปนฟงกชั่นที่ใชสําหรับเติมเต็มตัวอักษร หรือขอความลงในเซล ตามจํานวนตัวเลขที่กําหนดใหทําซ้ํา รูปแบบ =Rept(text,repeat,number) - text หมายถึง ตัวหนังสือหรือขอความตนแบบ - repeat number หมายถึง ตัวเลขกําหนดจํานวนการทําซ้ํา ตัวอยาง สูตร คําตอบ =Rept(“*”,20) พิมพ * ออกมา 20 ครั้ง =Rept(“A”,10) พิมพ A ออกมา 10 ครั้ง 4.10 ฟงกชั่น IF เปนฟงกชั่นที่สมารถนําไปประยุกตใชงานไดมาก มีความยืดหยุน สูง โดยมีรูปแบบดังนี้

รูปแบบ =If(condition test, value if true, value if false)

- condition test เปนสวนที่ใชตรวจสอบเงื่อนไข ซึ่งสามารถ กําหนดขึ้นแบบใดก็ได

- value if true เปนสวนที่จะกระทําก็ตอเมื่อเกิด true จาก condition test

(17)

condition test ตัวอยาง สูตร ผลลัพธ =IF(Max(A1:A5)>100,B1*10,0) ตอบ B1*10 เมื่อคาสูงสุดของชวง A1:A5 มากกวา 100 ตอบ 0 เมื่อคาสูงสุดของชวง A1 : A5 นอยกวาหรือ เทากับ100

4.11 ฟงกชั่น VLOOKUP เปนคําสั่งในการคนหาขอมูล ซึ่งจะใชคา Lookup Value ไปเปรียบเทียบกับคอลัมนแรกของตารางขอมูลวาตรงกันหรือไม โดยรูปแบบของคําสั่งดังนี้ = Vlookup(ตําแหนงอางอิง , ชวงขอมูลที่คนหา , จํานวนคอลัมน) ตัวอยาง จากรูปที่ 11.13 แสดงการคนหาขอมูลโดยใชคําสั่ง Vlookup รูปที่ 11.13 แสดงการคนหาขอมูลโดยใชคําสั่ง Vlookup ตําแหนงเซลล B3 เปนตําแหนงในการคนหาชื่อ โดยการอางอิงจากตําแหนง B2 ในชวง ขอมูลระหวาง G2 ถึง I7 จากคอลัมนที่ 2 โดยใชคําสั่ง Vlookup ดังตอไปนี้ =VLOOKUP(B2,G3:I7,2) จากการใชคําสั่งจะปรากฏผลคือ “BIRD

(18)

11.8 การจัดเรียงลําดับขอมูล (Sorting) การจัดเรียงลําดับขอมูล เปนการเรียงขอมูลตามลําดับที่ตองการ โดยเราสามารถทําไดดังนี้ 1. เลือกขอมูลที่ตองการจัดเรียงขึ้นมา 2. คลุมขอมูลทั้งหมดที่ตองการนํามาจัดเรียง 3. เลือกเมนู ขอมูล ภาพที่ 11.14 แสดงการการเรียงลําดับขอมูล กิจกรรมที่7 จงอธิบายฟงกชั่นตาง ๆ วามีรูปแบบอยางไร พรอมตัวอยางของฟงกชั่นนั้น ๆ แนวการตอบ ดูรายละเอียดจากหัวขอฟงกชั่น

(19)

ไดผลการเรียงขอมูลดังนี้ ภาพที่ 11.15 แสดงผลการจัดเรียงขอมูล 11.9 การกรองขอมูลอัตโนมัติ การกรองขอมูลอัตโนมัติเปนการเลือกเฉพาะขอมูลที่ตองการไว สวนขอมูลที่เราไม ตองการจะถูกคัดออก ซึ่งมีวิธีการกรองอัตโนมัติดังนี้ 1. เลือกขอมูลที่เราตองการนํามากรอง 2. คลุมขอมูลที่เราตองการกรอง 3. เลือกเมนูขอมูล 4. เลือกคําสั่ง ตัวกรอง และคําสั่งยอย ตัวกรองอัตโนมัติ จะปรากฏดังภาพที่ 11.16 กิจกรรมที่8 การเรียงลําดับขอมูลทําไดอยางไร แนวการตอบ ดูรายละเอียดจากหัวขอการเรียงลําดับขอมูล

(20)

จะปรากฏตัวกรองเกิดขึ้นที่สวนหลังของชื่อขอมูล ซึ่งมีรูปเปนลูกศรลงดังภาพที่ 11.17 ภาพที่ 11.17 แสดงการใชเทคนิค Auto Fill หากเราตองการกรองขอมูลคะแนนสอบครั้งที่ 1 ที่มีขนาดมากกวาหรือเทากับ 52 ทําไดโดย 1. เลือกที่ตัวกรองของขอมูลคะแนนสอบครั้งที่ 1 2. เลือกคําสั่ง กําหนดเอง ดังภาพที่ 11.18 ภาพที่ 11.18 แสดงการใชเทคนิค Auto Fill ภาพที่ 11. 16 แสดงการ กรองขอมูลอัตโนมัติ

(21)

ภาพที่ 11. 19 แสดงวิธีรกรองขอมูล ผลลัพธของขอมูลที่กรองไดดังภาพที่ 11.20 ภาพที่ 11. 20 แสดงผลลัพธของขอมูลที่กรองได การเอาตัวกรองออก ใชวิธีเดียวกับการเรียกใชตัวกรอง คือ 1. เลือกที่เมนู ขอมูล 2. เลือกที่คําสั่ง ตัวกรองและเลือก ตัวกรองอัตโนมัติ กิจกรรมที่9 การกรองขอมูลขอมูลทําไดอยางไร แนวการตอบ ดูรายละเอียดจากหัวขอการกรองขอมูล

(22)

11.10 การสรางแผนภูมิ การสรางแผนภูมิ เปนการแสดงกราฟจากขอมูลที่ตองการ ในรูปแบบของกราฟตาง ๆ โดยการสรางแผนภูมิหรือกราฟนี้สามารถทําไดดังนี้ 1. พิมพขอมูลที่ตองการสรางกราฟ 2. คลุมขอมูลที่ตองการสรางกราฟ 3. เลือกเมนู แทรก และ คําสั่ง แผนภูมิ ดังภาพ 11.21 ภาพที่ 11.21 แสดงการสรางแผนภูมิ ขั้นตอนการสรางแผนภูมิ 1. ขั้นที่ 1 เลือกชนิดแผนภูมิ และชนิดของแผนภูมิยอย ดังภาพที่ 11.22 ภาพที่ 11.22 แสดงการเลือกแผนภูมิ จากภาพที่ 11.22 ใหทําการ Clickที่ ถัดไป เพื่อทํางานตอไป

(23)

ภาพที่ 11.23 ขั้นตอนที่ 2 การสรางกราฟ จากภาพที่ 11.23 ใหทําการ Clickที่ ถัดไป เพื่อทํางานตอไป 3. ขั้นที่ 3 การใสชื่อแผนภูมิและแกนของเสนกราฟ ภาพที่ 11.24 ขั้นตอนที่ 3 การสรางกราฟ จากภาพที่ 11.24 ใหทําการ Clickที่ ถัดไป เพื่อทํางานตอไป

(24)

4. ขั้นที่ 4 การวางกราฟที่ไดจากที่สรางแลววาจะใหอยูที่ใด - หากเลือกเปนแผนงานใหม คือ การนํากราฟที่ไดไวที่แผนงานใหม - หากเลือกเปนวัตถุใน คือ กรนํากราฟที่ไดไวในชีทที่ที่เดียวกับที่ขอมูลอยู ภาพที่ 11.25 ขั้นตอนที่ 3 การสรางกราฟ จากภาพที่ 11.25 ใหทําการ Clickที่ เสร็จสิ้นก็จะไดกราฟที่เราตองการ กิจกรรมที่10 จงอธิบายการสรางแผนภูมิมาโดยละเอียด วาสามารถทําไดอยางไร แนวการตอบ ดูรายละเอียดจากหัวขอการสรางแผนภูมิ

References

Related documents

Thousand* to­ day, in the privacy of their homes, unknown, un­ heralded, are uaing secret principles for stimulating the creative, unused faculties of mind...

Dalda is the overall market leader in the vanaspati and edible refined oils market in Pakistan as it has a significant market share position both in the edible oil market and

Facility response: The Suicide Prevention Coordinator has been added as an additional signer (in the Computerized Patient Record System) to all safety plans to assure that the

[Auto2]: Automatically outputs 4K/24p video signals when you connect a 4K/24p -compatible equipment and make the appropriate settings in [BD- ROM 24p Output], [DVD-ROM 24p

After reading, analyzing, and discussing Chapter 7, Public Opinion and Persuasion , students should be able to.. understand what constitutes public opinion, and how it

Julie – the idea is to describe the roles that are available on a rolling basis and then in the last communication let the school community know the roles which will be available

Figure 3-2 shows a basic block diagram of the TLE5012B with HS Mode and SSC configuration. 470Ω *) *) Digital Signal Processing Unit CORDIC CCU RAM ISM Fuses VRG VRA VRD TLE5012B

depression in a population of occupational hand eczema patients. Occupational skin-disease data in Europe. Int Arch Occup Environ Health. Simon GE, Barber C, Birnbaum HG.