• No results found

บทค ดย อ พวงทอง นาพ จ ตร สาขาการบร หารการศ กษา มหาว ทยาล ยพ ษณ โลก

N/A
N/A
Protected

Academic year: 2021

Share "บทค ดย อ พวงทอง นาพ จ ตร สาขาการบร หารการศ กษา มหาว ทยาล ยพ ษณ โลก"

Copied!
25
0
0

Loading.... (view fulltext now)

Full text

(1)

Performance in accordance with teacher profession standard in school under Pho Prathap Chang Municipality, Pho Prathap

Chang District, Phichit Province

พวงทอง นาพิจิตร สาขาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยพิษณุโลก

บทคัดย่อ

การวิจัยครังนีมีวัตถุประสงค์เพือศึกษาการปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิชาชีพครูในโรงเรียน เทศบาลโพธิ ประทับช้าง ประชากรทีใช้ในการวิจัยครังนี ได้แก่ ผู้บริหารและครู จํานวน 34 คน โดยใช้ แบบสอบถามเป็นเครืองมือในการวิจัย (IOC = 0.67 – 1.00, ∝ = 0.924) สถิติทีใช้ในการวิเคราะห์ ได้แก่ ร้อยละ, ค่าเฉลีย ( ) และส่วนเบียงเบนมาตรฐาน ( ) ผลการวิจัยพบว่า โดยภาพรวมผู้บริหารและครู มีการ ปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิชาชีพอยู่ในระดับมาก ( = 3.85, = 0.63) เมือพิจารณาเป็นรายมาตรฐาน พบว่า ทุกมาตรฐานมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมากเช่นเดียวกัน โดยเรียงลําดับจากค่าเฉลียมากไปหาน้อย ดังนี มาตรฐานที 5 พัฒนาสือการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ ( = 4.02, = 0.61), มาตรฐาน ที 2 ตัดสินใจปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ โดยคํานึงถึงผลทีจะเกิดแก่ผู้เรียน ( = 3.97, = 0.64), มาตรฐานที 8 ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างทีดีแก่ผู้เรียน ( = 3.96, = 0.65), มาตรฐานที 3 มุ่งมันพัฒนาผู้เรียนให้ เต็มตามศักยภาพ ( = 3.86, = 0.64), มาตรฐานที 10 ร่วมมือกับผู้อืนในชุมชนอย่างสร้างสรรค์ ( = 3.85, = 0.63), มาตรฐานที 1 ปฏิบัติกิจกรรมทางวิชาการเกียวกับการพัฒนาวิชาชีพครู อยู่เสมอ ( = 3.84, = 0.59), มาตรฐานที 4 พัฒนาแผนการสอนให้สามารถปฏิ บัติได้เกิดผลจริง ( = 3.84, = 0.57), มาตรฐานที 11 แสวงหาและใช้ข้อมูลข่าวสารในการพัฒนา ( = 3.81, = 0.66), มาตรฐานที 12 สร้างโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ในทุกสถานการณ์ ( = 3.81, = 0.64), มาตรฐานที 6 จัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยเน้นผลถาวรทีเกิดแก่ผู้เรียน ( = 3.78, = 0.63), มาตรฐานที 9 ร่วมมือกับผู้อืนในสถานศึกษาอย่างสร้างสรรค์ ( = 3.77, S.D. = 0.71) และ มาตรฐานที 7 รายงานผลการ พัฒนาคุณภาพผู้เรียนได้อย่างมีระบบ ( = 3.74, = 0.58) ตามลําดับ

(2)

ABSTRACT

The purpose of this research was to study performance in accordance with teacher profession standard in school under Pho Prathap Chang Municipality. The populations were 34

administrators and teachers. The instrument was a 5 – rating scale questionnaire (IOC = 0.67 – 1.00, ∝ = 0.924). The data analysis was performed in term of percentage, mean ( ) and standard deviation ( ). Results were found that, they had the overall of teacher profession standard were at the high level ( = 3.85, = 0.63). When considering in each aspect were at the high level too such as standard 5 developed instructional materials to be effective ( = 4.02, = 0.61), standard 2 decided to perform various activities with regard to the consequences to students ( = 3.97, = 0.64), standard 8 behave as a good example for the students ( = 3.96, = 0.65), standard 3 students strive to develop to its full potential ( = 3.86, = 0.64), standard 10 cooperate with others in the creative community ( = 3.85, = 0.63), standard 1 academic practice on professional development for teachers at all times ( = 3.84, = 0.59), standard 4 lesson plans developed to achieve practical results ( = 3.84, = 0.57), standard 11 seek and use information in development ( = 3.81, = 0.66), standards 12 create opportunities for students to learn in all situations ( = 3.81, = 0.64), standard 6 activities by focusing on teaching permanent caused to the students ( = 3.78, = 0.63), standard 9 cooperate with others in a creative education ( = 3.77, S.D. = 0.71) and standard 7 report the learners develop the system ( = 3.74, = 0.58), respectively.

ความเป็นมาและความสําคัญของปัญหา สํานักช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ยากจน สํานักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (2551 : 2) กล่าวถึงนโยบายการศึกษาของรัฐบาล ได้แถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อทีประชุม ร่วมกันของรัฐสภา เมือวันที 30 ธันวาคม 2551 ณ กระทรวงการต่างประเทศซึงนโยบายการศึกษา ได้กําหนดไว้เป็นส่วนหนึงของนโยบายสังคมและคุณภาพชีวิต รวม 8 ประการ และในส่วนที เกียวกับครู คือ นโยบายการปฏิรูปการศึกษา ข้อ 3 การพัฒนาครู อาจารย์และบุคลากรทางการ ศึกษา ซึงมี ข้อความดังนี “พัฒนาครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา เพือให้ได้ครูดี ครูเก่ง มี คุณธรรม มีคุณภาพ และมีวิทยฐานะสูงขึน ลดภาระงานครูทีไม่เกียวกับการเรียนการสอนตาม

(3)

โครงการคืนครู ให้นักเรียน มีการดูแลคุณภาพชีวิตของครูด้วยการปรับโครงสร้างหนีและจัดตังกอง ทุนพัฒนา คุณภาพชีวิตครู ควบคู่ไปกับการลงทุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศทีเน้นการพัฒนา เนือหาสาระและ บุคลากรให้พร้อมรองรับและใช้ประโยชน์จากระบบเทคโนโลยีสารสนเทศได้อย่าง คุ้มค่า” กระทรวงศึกษาธิการ (2546 : 16) ในการปฏิรูปการศึกษานันรัฐให้ความสําคัญต่อการ ยกระดับคุณภาพมาตรฐานวิชาชีพของครู และบุคลากร ทางการศึกษาโดยให้ขอใบอนุญาต ประกอบวิชาชีพและมีการประเมินความก้าวหน้าด้วยผลงานวิชาการ โดยเฉพาะครูในโรงเรียนทีมี บทบาทสําคัญเป็นคนแรก ทีจะช่วยพัฒนาการศึกษาของนักเรียนชันต้น ทําให้ครูมีภาระมากขึนแต่ ขาดระบบการพัฒนาครู อย่างต่อเนือง ระเบียบปฏิบัติไม่เอือต่อการพัฒนางานและการพัฒนา ตนเองของครูการขาดแคลน สิงอํานวยความสะดวกในโรงเรียนรวมทังความรู้ ความสามารถของ ผู้บริหารโรงเรียนตลอดจนภาระ ด้านค่าใช้จ่ายทังส่วนตัว และค่าใช้จ่ายเพือการเรียนการสอน ให้แก่นักเรียนรวมทังภาระหนีสินทีทําให้ ครูขาดกําลังใจในการทํางาน สํานักงานคุรุสภาซึงเป็น สภาครูได้กําหนดข้อบังคับในด้านมาตรฐาน ความรู้ และประสบการณ์วิชาชีพครู พ.ศ. 2548 โดย ครูจะต้องมีมาตรฐานวิชาชีพครู 3 ด้าน คือ มาตรฐาน ด้านความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ มาตรฐานด้านการปฏิบัติงาน มาตรฐานด้านการปฏิบัติตน และในส่วนมาตรฐานด้านการ ปฏิบัติงานกําหนดไว้ 12 ข้อ ซึงสามารถนําไปปฏิบัติและประเมิน พฤติกรรมทีพึงประสงค์ของครูได้ สามารถเป็นหลักประกันคุณภาพการทํางานของครูสู่ครูมืออาชีพ ประเทศทีพัฒนาแล้วส่วนใหญ่ ผู้นําประเทศให้ความสําคัญต่อการศึกษาค่อนข้างสูง อย่างสหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักรได้กําหนดนโยบายด้านการศึกษาของรัฐบาลไว้เป็น อันดับหนึงและให้ความสําคัญต่ออาชีพ “ครู” เป็นอย่างยิงเพราะถือว่าครูคือ ผู้พัฒนาคุณภาพของ คนในชาติ สังคมไทยมีความคุ้นเคยกับคําว่า “ครู” มาตังแต่อดีต ซึงไม่สามารถกําหนดเวลาแน่นอน ได้ว่าคุ้นเคยมาตังแต่ยุคสมัยใดนานเพียงใด แต่มีผู้ให้ความหมายและความสําคัญแก่ “ครู” ได้ ปรากฏอยู่ในเอกสารมากมายทังของบุคคลและองค์กร ได้ให้ความหมายและความสําคัญว่า “ครู” เป็นผู้ถ่ายทอดวิชาความรู้ ทักษะ การสืบสานวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญา และการการสังสอน อบรมเพือปลูกฝังให้ศิษย์เป็นคนดี มีคุณธรรม จริยธรรม และสมารถนําความรู้เหล่านันไปใช้ ประกอบอาชีพเพือความผาสุกในชีวิตของตนเอง ครอบครัว และสังคม (สํานักงานคณะกรรมการ การศึกษาแห่งชาติสํานักนายกรัฐมนตรี. 2546 : 2) ในปัจจุบันการพัฒนาบุคลากรมีความจําเป็นอย่างมากเนืองจากมีการเปลียนแปลง ด้าน หลักสูตรและแนวการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน โรงเรียนมีการแข่งขันกันมากขึน ปัญหา ซึงเกิด

(4)

จากความแตกต่างของสภาพการทํางานทีคาดหวัง กับสภาพการทํางานทีเป็นอยู่ในปัจจุบัน สามารถแก้ไขด้วยการพัฒนาบุคลากร ซึงผู้บริหารมีส่วนสําคัญในการหาแนวทางในการพัฒนาครู และบุคลากรทางการศึกษา โดยการศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหาความต้องการในการพัฒนา ตนเองของครูเป็นข้อมูลพืนฐานในการวางแผนพัฒนาครู ดําเนินการส่งเสริมให้ครูมีความสามารถ มีทักษะในการทํางานดีขึน โดยการส่งไปอบรม สัมมนา ดูงาน ศึกษาต่อ โดยหาวิธีการกระตุ้น และ ส่งเสริมให้ครูสนใจต่อการพัฒนาตนเอง ให้ทันต่อเหตุการณ์ใหม่ๆ อยู่เสมอ ส่งเสริมให้ครูเข้ามา มี ส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ของสถานศึกษาทังภายในและภายนอกสถานศึกษา ให้มีการประชุม เป้าหมายในการเป็นครู โดยส่งเสริมให้ได้รับการพัฒนาตามความต้องการซึงแตกต่างไปตาม ลักษณะวิชาชีพ และลักษณะของงานทีปฏิบัติโดยคํานึงถึงความจําเป็นเร่งด่วนทีจะต้องพัฒนา จัด งบประมาณให้กับครูไปพัฒนาตนเองด้วยวิธีการต่างๆ หรือการให้กู้ยืมเงินไปอบรมและศึกษาต่อ โดยไม่คิดดอกเบีย เพือให้สร้างสรรค์ผลงานออกมาได้ รวมทังมีสิงจูงใจทางเศรษฐกิจและการให้ ขวัญกําลังใจของผู้บริหารทุกระดับ (มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. 2546 : 42 - 43) ในการปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิชาชีพครูนันเป็นสิงจําเป็นอย่างยิงทีจะช่วยให้ครู ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการพัฒนาครูสู่เกณฑ์มาตรฐานครูแห่งชาติเป็นสิงจําเป็น อย่างยิงทีครูต้องมีทักษะกระบวนการการจัดการเรียนรู้ทีเน้นผู้เรียนเป็นสําคัญ มีความคิดริเริม สร้างสรรค์ มีความสามารถทางวิชาการ มีจิตวิญญาณแห่งความเป็นครูเพือพัฒนาตนเองให้เป็น ครูมืออาชีพต่อไป วิชาชีพครูเป็นวิชาชีพชันสูงซึงต้องอาศัยความรู้ ความสามารถ เฉพาะด้าน ใน การพัฒนาความคิด ความรู้และพฤติกรรมของนักเรียน และทําให้ครูมีความอิสระในการพัฒนา กระบวนการเรียนการสอน อีกทังความเปลียนแปลงทางด้านสังคม และเทคโนโลยี จึงเป็น สิงจําเป็น ของครูทีต้องมีการพัฒนาอย่างสมําเสมอโดยมีองค์กรควบคุมความประพฤติของครูคือ คุรุสภา การจัดการศึกษาของโรงเรียนในจังหวัดพิจิตร มีการจัดการศึกษาไม่แตกต่างจากจังหวัด อืนๆ กล่าวคือ มีตังแต่ระดับประถมศึกษา ถึงระดับอุดมศึกษา มีการประกันคุณภาพการศึกษา มี การจัดอบรมสัมมนาเพือสนองนโยบายการปฏิรูปการศึกษา ส่งเสริมให้ครูและบุคลากรทางการ ศึกษามีคุณภาพและมาตรฐานทีเหมาะสมกับวิชาชีพครู แต่จังหวัดพิจิตร มีปัญหาเกียวกับผลการ เรียนของนักเรียน ซึงนักเรียนมีผลสัมฤทธิ ทางการเรียนตํา ผลการสอบ O – Net ตํากว่าเกณฑ์ และ ความก้าวหน้าของครู คือ มีครูชํานาญการ และเชียวชาญเฉพาะด้านยังมีจํานวนน้อยมาก ครูมีการ ปฏิบัติงานได้ตํากว่ามาตรฐานทีกําหนด แผนการพัฒนาบุคลากรของโรงเรียนยังมีประสิทธิภาพ น้อย เพราะฉะนันผู้วิจัยจึงสนใจศึกษา การปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิชาชีพครูในโรงเรียนเทศบาล

(5)

โพธิ ประทับช้าง อําเภอโพธิ ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร เพือจะได้ข้อมูลในการพัฒนาครู นําผลไป กําหนดแผนส่งเสริมระบบการพัฒนาบุคลากรในโรงเรียนเทศบาลโพธิ ประทับช้าง อําเภอโพธิ ประทับ ช้าง จังหวัดพิจิตร ให้มีประสิทธิภาพมากยิงขึน และหน่วยงานทีเกียวข้องสามารถนํา ผลการวิจัยไป กําหนดนโยบายให้เกิดการพัฒนาตนเอง ให้เกิดประโยชน์ต่อโรงเรียนและองค์กรต่อไป ครูได้รู้ระดับการ ปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิชาชีพครูของตนเอง นําข้อมูลไปกําหนดแผนเพือพัฒนาตนเองให้สามารถ ปฏิบัติงานได้ตามมาตรฐานวิชาชีพครูในทุกด้าน เป็นหลักประกันให้มันใจว่าครู ต้องมีการพัฒนา ตลอดเวลาและยิงๆ ขึน เพราะครูเป็นผู้มีบทบาทสําคัญในการสร้างองค์ความรู้ คุณธรรม จริยธรรม ให้แก่เยาวชนโดยตรง ซึงเป็นสิงจําเป็นมาก ในฐานะทีผู้วิจัยเป็นบุคลากร อีกคนหนึงของโรงเรียน ได้ เห็นพัฒนาการความก้าวหน้าและการเปลียนแปลงของวิชาชีพครู เพือเป็นแนวทางในการพัฒนาครูได้ วางแผนแก้ปัญหาให้ถูกจุด มีการพัฒนาทีเหมาะสม และเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในวิชาชีพครูต่อไป วัตถุประสงค์ของการวิจัย เพือศึกษาการปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิชาชีพครูในโรงเรียนเทศบาลโพธิ ประทับช้าง อําเภอโพธิ ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร ขอบเขตของการวิจัย ขอบเขตด้านประชากร ประชากรทีใช้ในการวิจัยครังนี ได้แก่ ผู้บริหาร และครูในโรงเรียนเทศบาล โพธิ ประทับช้าง อําเภอโพธิ ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร จํานวน 34 คน ขอบเขตด้านเนือหา การศึกษาในครังนีเป็นการศึกษาการปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิชาชีพครูในโรงเรียน เทศบาลโพธิ ประทับช้าง อําเภอโพธิ ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร ตามมาตรฐานด้านการปฏิบัติงาน แบ่งเป็น 12 ข้อ ดังนี มาตรฐานที 1 ปฏิบัติกิจกรรมทางวิชาการเกียวกับการพัฒนาวิชาชีพครู อยู่เสมอ มาตรฐานที 2 ตัดสินใจปฏิบัติกิจกรรมต่างๆโดยคํานึงถึงผลทีจะเกิดแก่ผู้เรียน มาตรฐานที 3 มุ่งมันพัฒนาผู้เรียนให้เต็มตามศักยภาพ มาตรฐานที 4 พัฒนาแผนการสอนให้สามารถปฏิบัติได้เกิดผลจริง มาตรฐานที 5 พัฒนาสือการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ มาตรฐานที 6 จัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยเน้นผลถาวรทีเกิดแก่ผู้เรียน

(6)

มาตรฐานที 7 รายงานผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนได้อย่างมีระบบ มาตรฐานที 8 ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างทีดีแก่ผู้เรียน มาตรฐานที 9 ร่วมมือกับผู้อืนในสถานศึกษาอย่างสร้างสรรค์ มาตรฐานที 10 ร่วมมือกับผู้อืนในชุมชนอย่างสร้างสรรค์ มาตรฐานที 11 แสวงหาและใช้ข้อมูลข่าวสารในการพัฒนา มาตรฐานที 12 สร้างโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ในทุกสถานการณ์ ขอบเขตด้านสถานที โรงเรียนเทศบาลโพธิ ประทับช้าง อําเภอโพธิ ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร ขอบเขตด้านเวลา ศึกษาข้อมูล เอกสารและงานวิจัยทีเกียวข้อง เก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล สรุป และ อภิปรายผลตังแต่เดือนธันวาคม พ.ศ. 2556 ถึงเดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2557 นิยามศัพท์เฉพาะ มาตรฐานวิชาชีพทางการศึกษา หมายถึง ข้อกําหนดเกียวกับคุณลักษณะ และ คุณภาพทีพึงประสงค์ในการประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ซึงผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ต้องประพฤติ ปฏิบัติตาม ประกอบด้วย มาตรฐานความรู้ และประสบการณ์วิชาชีพ มาตรฐาน การ ปฏิบัติงาน และมาตรฐานการปฏิบัติตน ในโรงเรียนเทศบาลโพธิ ประทับช้าง อําเภอโพธิ ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร การปฏิบัติงาน หมายถึง การปฏิบัติงานตามหน้าที ตามข้อกําหนดเกียวกับ การ ปฏิบัติงานในวิชาชีพ ให้เกิดผลเป็นไปตามเป้าหมายทีกําหนด พร้อมกับมีการพัฒนาตนเอง อย่าง ต่อเนือง เพือให้เกิดความชํานาญในการประกอบวิชาชีพ ทังความชํานาญเฉพาะด้านและ ความ ชํานาญตามระดับคุณภาพของมาตรฐานการปฏิบัติงาน ในโรงเรียนเทศบาลโพธิ ประทับช้าง อําเภอโพธิ ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร มาตรฐานด้านการปฏิบัติงาน หมายถึง ข้อกําหนดเกียวกับการปฏิบัติงานใน วิชาชีพ ให้เกิดผลเป็นไปตามเป้าหมายทีกําหนด พร้อมกับมีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนือง เพือให้เกิด ความชํานาญในการประกอบวิชาชีพ ทังความชํานาญเฉพาะด้านและความชํานาญ ตามระดับ คุณภาพของมาตรฐานการปฏิบัติงาน หรืออย่างน้อยจะต้องมีการพัฒนาตามเกณฑ์ ทีกําหนดว่ามี

(7)

ความรู้ความสามารถ และความชํานาญ เพียงพอทีจะดํารงสถานภาพของการเป็น ผู้ประกอบ วิชาชีพต่อไปได้หรือไม่ นันก็คือ การกําหนดให้ผู้ประกอบวิชาชีพจะต้องต่อใบอนุญาตทุกๆ 5 ปี ใน โรงเรียนเทศบาลโพธิ ประทับช้าง อําเภอโพธิ ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร มาตรฐานที 1 ปฏิบัติกิจกรรมทางวิชาการเกียวกับการพัฒนาวิชาชีพครู อยู่เสมอ หมายถึง การศึกษาค้นคว้าเพือพัฒนาตนเองการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการและการเข้าร่วม กิจกรรมทางวิชาการทีองค์กรหรือหน่วยงานหรือสมาคมจัดขึน เช่น การประชุม การอบรม การ สัมมนา และการประชุมปฏิบัติการ เป็นต้น ทังนีต้องมีผลงานหรือรายงานทีปรากฏชัดเจน ใน โรงเรียนเทศบาลโพธิ ประทับช้าง อําเภอโพธิ ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร มาตรฐานที 2 ตัดสินใจปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ โดยคํานึงถึงผลทีจะเกิดแก่ ผู้เรียน หมายถึง การเลือกอย่างชาญฉลาดด้วยความรักและหวังดีต่อผู้เรียนดังนันในการเลือก กิจกรรม การเรียนการสอนและกิจกรรมอืนๆ ครูต้องคํานึงถึงประโยชน์ทีจะเกิดแก่ผู้เรียนเป็นหลัก ใน โรงเรียนเทศบาลโพธิ ประทับช้าง อําเภอโพธิประทับช้าง จังหวัดพิจิตร มาตรฐานที 3 มุ่งมันพัฒนาผู้เรียนให้เต็มตามศักยภาพ หมายถึง การใช้ ความ พยายามอย่างเต็มความสามารถของครูทีจะให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ให้มากทีสุด ตามความถนัด ความสนใจความต้องการโดยวิเคราะห์วินิจฉัยปัญหาความต้องการทีแท้จริงของผู้เรียนปรับเปลียน วิธีการสอนทีจะให้ได้ผลดีกว่าเดิม รวมทังการส่งเสริมพัฒนาการด้านต่างๆ ตามศักยภาพของ ผู้เรียน แต่ละคนอย่างเป็นระบบ ในโรงเรียนเทศบาลโพธิ ประทับช้าง อําเภอโพธิ ประทับช้าง จังหวัด พิจิตร มาตรฐานที 4 พัฒนาแผนการสอนให้สามารถปฏิบัติได้ เกิดผลจริง หมายถึง การ เลือกใช้ปรับปรุงหรือสร้างแผนการสอนบันทึกการสอนหรือเตรียมการสอนในลักษณะอืนๆ ที สามารถนําไปใช้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ผู้เรียนบรรลุวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ ใน โรงเรียนเทศบาลโพธิ ประทับช้าง อําเภอโพธิ ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร มาตรฐานที 5 พัฒนาสือการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ หมายถึง การประดิษฐ์คิดค้นผลิตเลือกใช้ปรับปรุงเครืองมืออุปกรณ์เอกสารสิงพิมพ์เทคนิควิธีการต่างๆ เพือให้ผู้เรียนบรรลุจุดประสงค์ของการเรียนรู้ ในโรงเรียนเทศบาลโพธิ ประทับช้าง อําเภอโพธิ ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร มาตรฐานที 6 จัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยเน้นผลถาวรทีเกิดแก่ผู้เรียน หมายถึง การจัดการเรียนการสอนทีมุ่งเน้นให้ผู้เรียนเรียนประสบผลสําเร็จในการแสวงหาความรู้ ตามสภาพความแตกต่างของบุคคล ด้วยการปฏิบัติจริงและสรุปความรู้ทังหลายได้ด้วยตนเอง

(8)

ก่อให้เกิดค่านิยมนิยมและนิสัยในการปฏิบัติจนเป็นบุคลิกภาพถาวรติดตัวผู้เรียนตลอดไป ใน โรงเรียนเทศบาลโพธิ ประทับช้าง อําเภอโพธิ ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร มาตรฐานที 7 รายงานผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนได้อย่างมีระบบ หมายถึง การ รายงานผลการพัฒนาผู้เรียนทีเกิดจากการปฏิบัติการเรียนการสอนให้ครอบคลุมสาเหตุปัจจัย และ การดําเนินงานทีเกียวข้องโดยครูนําเสนอรายงานการปฏิบัติในรายละเอียด ในโรงเรียนเทศบาล โพธิ ประทับช้าง อําเภอโพธิ ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร มาตรฐานที 8 ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างทีดีแก่ผู้เรียน หมายถึง การแสดงออก การ ประพฤติและปฏิบัติในด้านบุคลิกภาพทัวไปการแต่งกายกิริยาวาจาและจริยธรรมทีเหมาะสม กับ ความเป็นครู อย่างสมําเสมอทีทําให้ผู้เรียนเลือมใสศรัทธาและถือเป็นแบบอย่าง ในโรงเรียน เทศบาลโพธิ ประทับช้าง อําเภอโพธิ ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร มาตรฐานที 9 ร่วมมือกับผู้อืนในสถานศึกษาอย่างสร้างสรรค์ หมายถึง การ ตระหนักถึงความสําคัญรับฟังความคิดเห็นยอมรับในความรู้ความสามารถให้ความร่วมมือใน การ ปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ของเพือนร่วมงานด้วยความเต็มใจเพือให้บรรลุเป้าหมายของสถานศึกษา และร่วมรับผลทีเกิดขึนจากการกระทํานัน ในโรงเรียนเทศบาลโพธิ ประทับช้าง อําเภอ โพธิ ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร มาตรฐานที 10 ร่วมมือกับผู้อืนในชุมชนอย่างสร้างสรรค์ หมายถึง การตระหนักถึง ความสําคัญรับฟังความคิดเห็นยอมรับในความรู้ความสามารถของบุคคลอืนในชุมชนและร่วมมือ ปฏิบัติงานเพือพัฒนางานของสถานศึกษาให้ชุมชนและสถานศึกษามีการยอมรับซึงกันและกัน และปฏิบัติงานร่วมกันด้วยความเต็มใจ ในโรงเรียนเทศบาลโพธิ ประทับช้าง อําเภอโพธิ ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร มาตรฐานที 11 แสวงหาและใช้ข้อมูลข่าวสารในการพัฒนา หมายถึง การค้นหา สังเกตจดจําและรวบรวมข้อมูลข่าวสารตามสถานการณ์ของสังคมทุกด้านโดยเฉพาะ สารสนเทศ เกียวกับวิชาชีพครู สามารถวิเคราะห์วิจารณ์อย่างมีเหตุผลและใช้ข้อมูลประกอบการ แก้ปัญหา พัฒนาตนเองพัฒนางานและพัฒนาสังคมได้อย่างเหมาะสม ในโรงเรียนเทศบาลโพธิ ประทับช้าง อําเภอโพธิ ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร มาตรฐานที 12 สร้างโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ในทุกสถานการณ์ หมายถึง การ สร้างกิจกรรมการเรียนรู้โดยการนําเอาปัญหาหรือความจําเป็นในการพัฒนาต่างๆ ทีเกิดขึนใน การ เรียนและการจัดกิจกรรมอืนๆ ในโรงเรียนมากําหนดเป็นกิจกรรมการเรียนรู้ เพือนําไปสู่การพัฒนา ของผู้เรียนทีถาวร ในโรงเรียนเทศบาลโพธิ ประทับช้าง อําเภอโพธิ ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร

(9)

ประโยชน์ทีคาดว่าจะได้รับ 1. ได้ทราบถึงการปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิชาชีพครูในโรงเรียนเทศบาลโพธิ ประทับช้าง อําเภอโพธิ ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร 2. ได้ทราบแนวทางการพัฒนาการปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิชาชีพครูในโรงเรียน เทศบาลโพธิ ประทับช้าง อําเภอโพธิ ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร และสามารถนําไปปรับใช้กับสถานที อืนๆ ได้ต่อไป 3. หน่วยงานทีเกียวข้องสามารถนําผลการศึกษาครังนีไปพัฒนา ปรับปรุง และส่งเสริม การปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิชาชีพครูในโรงเรียนเทศบาลโพธิ ประทับช้าง อําเภอโพธิ ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร และสถานศึกษาอืนๆ ประชากร ผู้บริหาร และครูในโรงเรียนเทศบาลโพธิ ประทับช้าง อําเภอโพธิ ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร จํานวน 34 คน เครืองมือทีใช้ในการวิจัย เครืองมือทีใช้ในการวิจัยข้อมูลเป็นแบบสอบถามโดยแบ่งออกเป็น 2 ตอน ได้แก่ ตอนที 1 สถานภาพโดยทัวไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ซึงประกอบด้วยเพศ อายุ ระดับ การศึกษา และประสบการณ์ในการทํางาน ตอนที 2 การปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิชาชีพครูในโรงเรียนเทศบาลโพธิ ประทับช้าง อําเภอโพธิ ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร ใน 12 มาตรฐาน ต่อไปนี มาตรฐานที 1 ปฏิบัติกิจกรรมทาง วิชาการเกียวกับการพัฒนาวิชาชีพครู อยู่เสมอ มาตรฐานที 2 ตัดสินใจปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ โดย คํานึงถึงผลทีจะเกิดแก่ ผู้เรียน มาตรฐานที 3 มุ่งมันพัฒนาผู้เรียนให้เต็มตามศักยภาพ มาตรฐานที 4 พัฒนาแผนการสอนให้สามารถปฏิบัติได้เกิดผลจริง มาตรฐานที 5 พัฒนาสือการเรียนการสอน ให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ มาตรฐานที 6 จัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยเน้นผลถาวรทีเกิดแก่ ผู้เรียน มาตรฐานที 7 รายงานผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนได้อย่างมีระบบ มาตรฐานที 8 ปฏิบัติ ตนเป็นแบบอย่างทีดีแก่ผู้เรียน มาตรฐานที 9 ร่วมมือกับผู้อืนในสถานศึกษาอย่างสร้างสรรค์ มาตรฐานที 10 ร่วมมือกับผู้อืนในชุมชนอย่างสร้างสรรค์ มาตรฐานที 11 แสวงหาและใช้ข้อมูล ข่าวสารในการพัฒนา และมาตรฐานที 12 สร้างโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ในทุกสถานการณ์ ซึงมี ลักษณะเป็นมาตรส่วนประมาณค่า (Rating scale) 5 ระดับ ดังนี

(10)

5 หมายถึง มีการปฏิบัติอยู่ในระดับมากทีสุด 4 หมายถึง มีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก 3 หมายถึง มีการปฏิบัติอยู่ในระดับปานกลาง 2 หมายถึง มีการปฏิบัติอยู่ในระดับน้อย 1 หมายถึง มีการปฏิบัติอยู่ในระดับน้อยทีสุด การสร้างเครืองมือและหาคุณภาพของเครืองมือ ผู้วิจัยได้สร้างแบบสอบถามเกียวกับการปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิชาชีพครูในโรงเรียน เทศบาลโพธิ ประทับช้าง อําเภอโพธิ ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร โดยมีวิธีการสร้างดังนี 3.1 ศึกษาวิธีการสร้างแบบสอบถาม และนําวัตถุประสงค์ของการวิจัยทีตังไว้มาเป็น ตัวกําหนดเนือหาและตัวชีวัด โดยศึกษาจากผลงานวิจัยทีเกียวข้องกับนิยามศัพท์เฉพาะ 3.2 ทําการสร้างแบบสอบถาม และนําแบบสอบถามทีได้สร้างขึนให้อาจารย์ทีปรึกษา ตรวจสอบพิจารณาเบืองต้น และทําการปรับปรุงแก้ไขตามข้อแนะนําของอาจารย์ทีปรึกษาให้ คําแนะนํา 3.3 นําแบบสอบถามทีได้ปรับปรุงแล้วเสนอต่อผู้เชียวชาญ 3 ท่าน (รายละเอียดดังแสดง ในภาคผนวก ก : 84) เพือหาค่าดัชนีความสอดคล้องของความมุ่งหมายกับเนือหา ปรับปรุงให้ ชัดเจนและมีความเหมาะสมตามคําแนะนําของผู้เชียวชาญ ซึงค่า IOC จะมีเกณฑ์การพิจารณา 3 ระดับ คือ ถ้าคะแนนเป็น -1 แสดงว่า ข้อคําถามไม่เหมาะสมกับเนือหา ถ้าคะแนนเป็น 0 แสดงว่า ข้อคําถามไม่แน่ใจว่าเหมาะสมกับเนือหา ถ้าคะแนนเป็น +1 แสดงว่า ข้อคําถามเหมาะสมกับเนือหา พบว่าทุกข้อคําถามมีค่า IOC อยู่ระหว่าง 0.67 – 1.00 (รายละเอียดดังแสดงในภาคผนวก ข : 86 - 91) 3.4 ปรับปรุงแก้ไขตามทีผู้เชียวชาญแนะนํา แล้วนําเสนออาจารย์ทีปรึกษาตรวจสอบ ความถูกต้องเหมาะสมอีกครัง 3.5 นําแบบสอบถามทีผ่านการแก้ไขปรับปรุงเรียบร้อยแล้ว ไปทดลองใช้ (Try-out) กับ ผู้บริหาร และครูในโรงเรียนบ้านนาพิบูลพิทยา อําเภอโพธิ ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร จํานวน 30 คน

(11)

3.6 นําแบบสอบถามทีนําไปทดลองใช้ มาหาค่าความเชือมันของแบบสอบถามทังฉบับ โดยการหาค่าสัมประสิทธิ แอลฟา (Alpha-Coefficient) ตามวิธีของ Cronbach พบว่าได้ค่า α = 0.924 (รายละเอียดดังแสดงในภาคผนวก ข : 92 - 94) 3.7 จัดพิมพ์แบบสอบถามฉบับสมบูรณ์เพือใช้เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง การเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้วิจัยได้ดําเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง ใน 1 ปีการศึกษา 2556 โดยมี รายละเอียด ดังนี 4.1 ประสานขอความร่วมมือกับโรงเรียนเทศบาลโพธิ ประทับช้าง อําเภอโพธิ ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร เพือขอเข้าไปดําเนินการเก็บข้อมูลกับกลุ่มตัวอย่าง โดยผู้วิจัยเป็นผู้ดําเนินการแจก แบบสอบถามด้วยตนเอง 4.2 ผู้วิจัยรับแบบสอบถามคืน แล้วนํามาตรวจสอบความสมบูรณ์ และดําเนินการจัดทํา ตามขันตอนต่อไป การวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยนําแบบสอบถามทีกลุ่มตัวอย่าง ได้ส่งมาแล้วนําแบบสอบถามกลับคืนมาทําการ วิเคราะห์ต่อไปโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติทีใช้ในการวิเคราะห์โดยผู้วิจัยแบ่งการนําเสนอออกเป็น 2 ส่วน ดังต่อไปนี ส่วนที 1 ข้อมูลทางด้านสถานภาพทัวไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ซึงประกอบด้วยเพศ อายุ ระดับการศึกษา และประสบการณ์ในการทํางาน นําเสนอด้วยสถิติพรรณนา (Descriptive Statistics) ได้แก่ ร้อยละ และแจกแจงความถี ส่วนที 2 การปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิชาชีพครูในโรงเรียนเทศบาลโพธิ ประทับช้าง อําเภอโพธิ ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร ตามมาตรฐานด้านการปฏิบัติงานแบ่งเป็น 12 มาตรฐาน ดังนี มาตรฐานที 1 ปฏิบัติกิจกรรมทางวิชาการเกียวกับการพัฒนาวิชาชีพครู อยู่เสมอ มาตรฐานที 2 ตัดสินใจปฏิบัติกิจกรรมต่างๆโดยคํานึงถึงผลทีจะเกิดแก่ผู้เรียน มาตรฐานที 3 มุ่งมันพัฒนาผู้เรียนให้เต็มตามศักยภาพ มาตรฐานที 4 พัฒนาแผนการสอนให้สามารถปฏิบัติได้เกิดผลจริง มาตรฐานที 5 พัฒนาสือการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ มาตรฐานที 6 จัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยเน้นผลถาวรทีเกิดแก่ผู้เรียน

(12)

มาตรฐานที 7 รายงานผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนได้อย่างมีระบบ มาตรฐานที 8 ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างทีดีแก่ผู้เรียน มาตรฐานที 9 ร่วมมือกับผู้อืนในสถานศึกษาอย่างสร้างสรรค์ มาตรฐานที 10 ร่วมมือกับผู้อืนในชุมชนอย่างสร้างสรรค์ มาตรฐานที 11 แสวงหาและใช้ข้อมูลข่าวสารในการพัฒนา มาตรฐานที 12 สร้างโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ในทุกสถานการณ์ ซึงมีลักษณะเป็นแบบมาตรส่วนประมาณค่า (Rating scale) 5 ระดับ นําเสนอด้วยสถิติ พรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลีย ( ) และค่าเบียงแบนมาตรฐาน ( ) แล้วนําไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์ แปลผล ซึงมีเกณฑ์ (ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ. 2551 : 144) ดังนี ค่าเฉลีย 4.51 – 5.00 หมายถึง มีการปฏิบัติอยู่ในระดับมากทีสุด ค่าเฉลีย 3.51 – 4.50 หมายถึง มีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลีย 2.51 – 3.51 หมายถึง มีการปฏิบัติอยู่ในระดับปานกลาง ค่าเฉลีย 1.51 – 2.50 หมายถึง มีการปฏิบัติอยู่ในระดับน้อย ค่าเฉลีย 1.00 – 1.50 หมายถึง มีการปฏิบัติอยู่ในระดับน้อยทีสุด สถิติทีใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลทัวไปเพือให้ทราบลักษณะ พืนฐานของกลุ่มตัวอย่างจากร้อยละ (Percentages) ค่าเฉลีย ( ) และค่าเบียงเบนมาตรฐาน (S.D.) สูตรสถิติพืนฐานทีใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 1. การหาค่าร้อยละ (Percentages) บุญชม ศรีสะอาด (2550: 45) โดยใช้สูตรดังนี P = × เมือ P แทน ค่าร้อยละ F แทน ความถีทีต้องการแปลงให้เป็นร้อยละ N แทน จํานวนข้อมูลทังหมด

(13)

2. การหาค่าคะแนนเฉลีย ( ) บุญชม ศรีสะอาด (2550: 46) โดยใช้สูตรดังนี = ∑ เมือ แทน ค่าคะแนนเฉลีย ∑ แทน ผลรวมคะแนนทังหมด N แทน จํานวนคะแนนทังหมด 3. การหาค่าความเบียงเบนมาตรฐาน ( ) (บุญชม ศรีสะอาด. 2550: 55) โดยใช้สูตรดังนี = ∑ ( (∑ )) เมือ แทน ค่าความเบียงเบนมาตรฐาน ∑ 2 แทน ผลรวมของคะแนนแต่ละตัวยกกําลังสอง (∑ )2 แทน ผลรวมของคะแนนทังหมดยกกําลังสอง แทน จํานวนคะแนนตัวอย่าง 4.การหาค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคําถามกับคุณลักษณะตามวัตถุประสงค์ของ การวิจัยโดยใช้สูตร (บุญใจ ศรีสถิตย์นรากูล. 2547 : 224-225) สูตร IOC = ∑

เมือ IOC เป็นค่าดัชนีความสอดคล้อง (Index of Item Objective Congruence)

∑ เป็นผลรวมคะแนนความคิดเห็นของผู้เชียวชาญทังหมด

N เป็นจํานวนผู้เชียวชาญ

โดยมีการกําหนดเกณฑ์การคัดเลือกทีมีค่าความสอดคล้องของข้อคําถามตังแต่ 0.50 ขึน ไป คําถามนันตรงวัตถุประสงค์ของการวิจัย

(14)

5.การตรวจหาค่าความเชือมัน (Reliability) ของแบบสอบถามโดยใช้สูตรสัมประสิทธิ แอลฟา (α-Coefficient) แบบของครอนบัค (Cronbach) (ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ. 2551: 200) ดังนี α = ∑ เมือ α หมายถึง สัมประสิทธิ ความเชือมัน k หมายถึง จํานวนข้อ Si2 หมายถึง คะแนนความแปรปรวนแต่ละข้อ Sx2 หมายถึง คะแนนความแปรปรวนทังฉบับ โดยมีการกําหนดค่า α ตังแต่ 0.70 ขึนไป ถือว่ามีความเทียงใช้ได้ สรุป ผลการวิเคราะห์ข้อมูลในการวิจัยเรืองการปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิชาชีพครูในโรงเรียน เทศบาลโพธิ ประทับช้าง อําเภอโพธิ ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร ซึงสามารถสรุปผลได้ดังนี 1. ผู้บริหารและครูในโรงเรียนเทศบาลโพธิ ประทับช้าง อําเภอโพธิ ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 61.76 มีอายุอยู่ในช่วง 36 - 40 ปี คิดเป็นร้อยละ 32.35 ส่วนใหญ่มีการศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรีหรือตํากว่า คิดเป็นร้อยละ 52.94 และมีประสบการณ์ ในการทํางาน คิดเป็นร้อยละ 55.88 2. ผู้บริหารและครูในโรงเรียนเทศบาลโพธิ ประทับช้าง อําเภอโพธิ ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร โดยภาพรวมมีการปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิชาชีพอยู่ในระดับมาก ( = 3.85, = 0.63) เมือ พิจารณาเป็นรายมาตรฐาน พบว่า ทุกมาตรฐานมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก ดังนี อันดับที 1 คือ มาตรฐานที 5 พัฒนาสือการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ ( = 4.02, = 0.61) อันดับที 2 คือ มาตรฐานที 2 ตัดสินใจปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ โดยคํานึงถึงผลทีจะเกิดแก่ผู้เรียน ( = 3.97, = 0.64) อันดับที 3 คือ มาตรฐานที 8 ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างทีดีแก่ผู้เรียน ( = 3.96, = 0.65) อันดับที 4 คือ มาตรฐานที 3 มุ่งมันพัฒนาผู้เรียนให้เต็มตามศักยภาพ ( = 3.86, = 0.64) อันดับที 5 คือ มาตรฐานที 10 ร่วมมือกับผู้อืนในชุมชนอย่างสร้างสรรค์ ( = 3.85, = 0.63) อันดับที 6 คือ มาตรฐานที 1 ปฏิบัติกิจกรรมทางวิชาการเกียวกับการพัฒนาวิชาชีพครู อยู่เสมอ ( = 3.84, = 0.59) อันดับที 7 คือ มาตรฐานที 4 พัฒนาแผนการสอนให้สามารถปฏิบัติได้เกิดผลจริง ( = 3.84, = 0.57)

(15)

อันดับที 8 คือ มาตรฐานที 11 แสวงหาและใช้ข้อมูลข่าวสารในการพัฒนา ( = 3.81, = 0.66) อันดับที 9 คือ มาตรฐานที 12 สร้างโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ในทุกสถานการณ์ ( = 3.81, = 0.64) อันดับที 10 คือ มาตรฐานที 6 จัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยเน้นผลถาวรทีเกิดแก่ผู้เรียน ( = 3.78, = 0.63) อันดับที 11 คือ มาตรฐานที 9 ร่วมมือกับผู้อืนในสถานศึกษาอย่างสร้างสรรค์ ( = 3.77, S.D. = 0.71) และอันดับที 12 คือ มาตรฐานที 7 รายงานผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนได้ อย่างมีระบบ ( = 3.74, = 0.58) ตามลําดับ อภิปรายผล จากการศึกษาเรือง การปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิชาชีพครูในโรงเรียนเทศบาลโพธิ ประทับช้าง อําเภอโพธิ ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร สามารถอภิปรายผล ดังนี โดยภาพรวม ผู้บริหารและครูในโรงเรียนเทศบาลโพธิ ประทับช้าง อําเภอโพธิ ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร มีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก ( = 3.85, = 0.63)ทังนีเป็นเพราะว่า มาตรฐานวิชาชีพ ครูเป็นสิงมีมีความสําคัญและความจําเป็นอย่างมากทีสถานศึกษาทุกสถานศึกษาต้องมีการปฏิบัติให้ ได้ตรงตามมาตรฐานอยู่เสมอ ดังนันผู้บริหารและครูในโรงเรียนเทศบาลโพธิ ประทับช้าง จึงมีการปฏิบัติ อยู่ในระดับมาก ซึงสอดคล้องกับงานวิจัยของราตรี กฤษวงศ์ (2548 : บทคัดย่อ) ได้ศึกษาเรือง การ ปฏิบัติงานของครูจ้างสอนสังกัด สํานักงานเขตพืนทีการศึกษาชลบุรี ตามมาตรฐานการปฏิบัติงานตาม ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา ครูวิชาการและครูจ้างสอน พบว่า อยู่ในระดับมากเช่นเดียวกัน ซึงสอดคล้องกับงานวิจัยของธงชัย วนิชรัตน์ (2548 : บทคัดย่อ) ได้ศึกษาการปฏิบัติงานตามมาตรฐาน วิชาชีพครู ของครูผู้สอน ในโรงเรียนมัธยมศึกษา ในเขตอําเภอแกลง สังกัดสํานักงานเขตพืนที การศึกษา ระยอง เขต 2 ผลการวิจัย พบว่า ครูผู้สอน ในโรงเรียนมัธยมศึกษา ในเขตอําเภอแกลง สังกัด สํานักงาน เขตพืนทีการศึกษาระยอง เขต 2 มีการปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิชาชีพครู 12 มาตรฐาน โดยรวมอยู่ในระดับมากเช่นเดียวกัน เมือพิจารณาเป็นรายมาตรฐาน พบว่า ทุกมาตรฐานมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก ดังนี อันดับที 1 คือ มาตรฐานที 5 พัฒนาสือการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ มีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก ( = 4.02, = 0.61) ทังนีเป็นเพราะว่า โรงเรียนเทศบาลโพธิ ประทับช้าง อําเภอโพธิ ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการคิดค้นผลิตสือ จากวัสดุในท้องถิน ใช้ สือทีมีความหลากหลายตอบสนองความแตกต่างของผู้เรียน มีการประเมินผลการใช้สือ ปรับปรุงสือ และเผยแพร่สือการเรียนการสอนทีเหมาะสม ซึงสอดคล้องกับอุบล สินธุโร (2554 : บทคัดย่อ) ได้ศึกษา การปฏิบัติงานตาม มาตรฐานวิชาชีพครู ในโรงเรียนสังกัดเทศบาลเมือง จังหวัดปทุมธานี ผลการวิจัย

References

Related documents

This research aim to study the relationship between marketing mix factors and the factor in delivering food online through the LINEMANN application of staff in the

this model a single thread is in charge of performing the serial work ( accept- ing requests, extracting them from the blocked queue,. ) while the remaining threads execute the

December 2017 by Alyson Thomas.. He married Helen Day in 1867 and the couple resided in Vergennes, Vermont where he engaged in a mercantile enterprise and manufactured excelsior.

วิจัยบริษัทไทยรุงเรืองวิจัยและพัฒนา จํากัด สาขาบานไร จังหวัดชัยนาท ปพ.ศ.. Research and development farm in Chainat Province in 2007. The following 6 treatments

1 Combined global distribution of seven major vector-borne diseases for which integration of vector control programmes may be beneficial: malaria, lymphatic filariasis,

The selections were based on the policy goals of Gothenburg municipality (Göteborg stad 2014): urban district parks should be within 15 minutes walking distance, whereas natural

Recourse seed cotton loans are made available by the Commodity Credit Corporation (CCC) to pro- ducers or to approved cooperative marketing associations (CMA) through March 31