ความเปนมาของการประกันคุณภาพการศึกษา
โลกในยุคปจจุบันเปนยุคโลกาภิวัตนที่มีความเจริญกาวหนาดานเทคโนโลยีสารสนเทศและ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยางรวดเร็ว จึงจําปนที่แตละประเทศตองเรียนรูที่จะปรับตัวใหทันกับการ เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยูตลอดเวลาและเตรียมพรอมที่จะเผชิญกับความทาทายจากกระแสโลก โดย ปจจัยสําคัญที่จะผชิญการเปลี่ยนแปลงและความทาทายดังกลาว ไดแก คุณภาพของคน การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคนใหมีคุณภาพ จึงเปนเรื่องที่มีความจําเปนอยางยิ่งโดยจะตอง เปนการศึกษาที่มีคุณภาพ เพื่อทําใหศักยภาพที่มีอยูในตัวคนไดรับการพัฒนาอยางเต็มที่ ทําใหเปนคน ที่รูจักคิดวิเคราะห รูจักแกปญหา มีความคิดริเริ่มสรางสรรค รูจักเรียนรูดวยตนเอง สามารถปรับตัวให ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยางรวดเร็ว มีจริยธรรมคุณธรรม รูจักพึ่งตนเอง และสามารถ ดํารงชีวิตอยูในสังคมไดอยางเปนสุข จากความเคลื่อนไหวในรอบหลายปที่ผานมา นับตั้งแตการประชุมรอบอุรุกวัยที่นําไปสูการที่ องคการการคาโลก (World Trade Organization - WTO) ไดประกาศใหอุตสาหกรรมการบริการตอง เปดเสรีในป ค.ศ. 2002 (พ.ศ. 2545) เชื่อมโยงมาถึงกรณีการเปดเสรีทางการศึกษาในเวลาตอมาเปน เครื่องแสดงใหเห็นวา กระแสความเคลื่อนไหว และการเปลี่ยนแปลงของโลกนั้นสงอิทธิพลกวางขวาง ถึงทุกประเทศ ซึ่งสิ่งที่ประเทศไทยจะตองเตรียมความพรอมอยางเรงดวน คือ การเตรียมการศึกษาให มีคุณภาพ และมาตรฐานสูงเปนสิ่งแรก เพื่อใหการศึกษาไทยสามารถ “เขาแขงขัน” รวมกับการศึกษา ของนานชาติไดอยางเต็มภาคภูมิ ซึ่งจะสามารถผลักดันใหศักยภาพดานอื่นๆ เขมแข็งตามมา ดวยเหตุนี้ ประเทศไทยจึงมีความจําเปนที่จะตองพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาโดยจะตองเริ่ม จากสถานศึกษาทุกแหงดําเนินการพัฒนาคุณภาพของตนเอง โดยในการพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษา นั้น จะตองมีการประกันคุณภาพภายในผสมผสานอยูในกระบวนการบริหารและการจัดการเรียนการ สอนตามปกติของสถานศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพของผูเรียนอยางตอเนื่องตลอดเวลา อันจะเปนการ สรางความมั่นใจวาสถานศึกษาจะจัดการศึกษาใหมีคุณภาพเปนไปตามมาตรฐาน เพื่อทําใหเด็กไทย เปนคนดี มีความสามารถและมีความสุข จะไดชวยกันสรางสรรคสังคมใหมีสันติ สิ่งแวดลอมยั่งยืน เศรษฐกิจมั่นคง สามารถรวมมือและแขงขันกับประเทศอื่นๆ ไดอยางมีศักดิ์ศรีในสังคมโลกตอไป การประกันคุณภาพภายในจึงเปนงานสําคัญของสถานศึกษา โดยสถานศึกษาเพื่อผูเรียนและสังคม โดยรวม1.1 การประกันคุณภาพการศึกษาที่เปนผลมาจากพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 แกไข เพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 ไดกําหนด จุดมุงหมายและหลักการของการจัดการศึกษาที่มุงเนนคุณภาพและมาตรฐาน โดยกําหนดรายละเอียดไวใน หมวด 6 มาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษา ซึ่งประกอบดวย “ระบบการประกันคุณภาพ ภายใน” และ “ระบบการประกันคุณภาพภายนอก” เพื่อใชเปนกลไกในการผดุงรักษาคุณภาพและ มาตรฐานของสถาบันอุดมศึกษา การประกันคุณภาพภายใน เปนการสรางระบบและกลไกในการควบคุม ตรวจสอบและ ประเมินการดําเนินงานของสถานศึกษาใหเปนไปตามนโยบาย เปาหมายและระดับคุณภาพตามมาตรฐานที่ กําหนดโดยสถานศึกษาและ/หรือหนวยงานตนสังกัด ซึ่งหนวยงานตนสังกัดและสถานศึกษากําหนดใหมี ระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา และใหถือวาการประกันคุณภาพภายในเปนสวนหนึ่งของ กระบวนการบริหารการศึกษาที่ตองดําเนินการอยางตอเนื่อง มีการจัดทํารายงานประจําปที่เปนรายงาน การประกันคุณภาพภายในเสนอตอหนวยงานตนสังกัด หนวยงานที่เกี่ยวของและเปดเผยตอสาธารณชน เพื่อนําไปสูการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาและเพื่อรองรับการประกันคุณภาพภายนอก การประกันคุณภาพภายนอก เปนการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินคุณภาพและมาตรฐาน การศึกษาของสถานศึกษาโดย “สํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(องคการ มหาชน)” หรือเรียกชื่อยอวา “สมศ.” พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ.2542 แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2) พ.ศ.2545 ไดกําหนดใหสถานศึกษาทุกแหงตองไดรับการประเมินคุณภาพภายนอกอยางนอย 1 ครั้ง ในทุกรอบ 5 ป นับตั้งแตการประเมินครั้งสุดทาย และเสนอผลการประเมินตอหนวยงานที่ เกี่ยวของและสาธารณชน สมศ. ไดดําเนินการประเมินคุณภาพภายนอกรอบแรก (พ.ศ.2544-2548) เสร็จสิ้นไปแลว ปจจุบันอยูระหวางประเมินคุณภาพภายนอกรอบที่สอง (พ.ศ.2549-2553) การประเมิน คุณภาพภายนอกรอบที่สองมีความแตกตางที่สําคัญจากการประเมินรอบแรก 3 ประการ ประการแรก เปนการประเมินทั้งระดับสถาบันและกลุมสาขาวิชา ประการที่สอง เปนการประเมินตามจุดเนนของ สถาบันวาสถาบันจะเลือกเนนดานการวิจัย หรือพัฒนาสังคม หรือพัฒนาศิลปะและวัฒนธรรมหรือจะ เลือกเนนเฉพาะการผลิตบัณฑิต ทั้งนี้ ไดมีการกําหนดตัวบงชี้เฉพาะจํานวนหนึ่งที่สถาบันจะตองถูก ประเมินตามจุดเนนนอกเหนือจากตัวบงชี้รวม ประการที่สาม การประเมินภายนอกรอบที่สองเปนการ ประเมินเพื่อรับรองมาตรฐานคุณภาพทั้งระดับสถาบันและกลุมสาขาวิชา นั่นหมายถึงทุกตัวบงชี้ จําเปนตองมีเกณฑกํากับเพื่อตัดสินคุณภาพวาผานการรับรองตามมาตรฐานคุณภาพ หรือผานการ รับรองแบบมีเงื่อนไข หรือไมผานการรับรอง
รูปแบบและวิธีการดําเนินการประเมินคุณภาพภายนอกจะเปนไปตามหลักเกณฑที่กําหนด โดยสํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องคการมหาชน) โดยมีหลักการสําคัญ 5 ประการ1 ดังตอไปนี้ 1. เปนการประเมินเพื่อมุงใหมีการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ไมไดมุงเนนเรื่องการตัดสิน การจับผิด หรือการใหคุณ – ใหโทษ 2. ยึดหลักความเที่ยงตรง เปนธรรม โปรงใส มีหลักฐานขอมูลตามสภาพความเปนจริง (evidence – based) และมีความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได (Accountability)
3. มุงเนนในเรื่องการสงเสริมและประสานงานในลักษณะกัลยาณมิตรมากกวาการกํากับ ควบคุม 4. สงเสริมการมีสวนรวมในการประเมินคุณภาพ และการพัฒนาการจัดการศึกษาจาก ทุกฝายที่เกี่ยวของ 5. มุงสรางความสมดุลระหวางเสรีภาพทางการศึกษากับจุดมุงหมาย และหลักการศึกษา ของชาติตามที่กําหนดไวในพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ.2542 ใหเอกภาพเชิงนโยบายแต ยังคงมีความหลายหลายในทางปฏิบัติ โดยสถาบันสามารถกําหนดเปาหมายเฉพาะและพัฒนาคุณภาพ การศึกษาใหเต็มตามศักยภาพของสถาบันและผูเรียน 1.2 ความจําเปนและวัตถุประสงคของการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ภารกิจหลักที่สถาบันอุดมศึกษาจะตองปฏิบัติมี 4 ประการ คือ การจัดการเรียนการสอน การวิจัย การใหบริการทางวิชาการแกสังคม และการทํานุบํารุงศิลปวัฒนธรรม การดําเนินการตาม ภารกิจทั้ง 4 ประการดังกลาว มีความสําคัญอยางยิ่งตอการพัฒนาประเทศทั้งระยะสั้นและระยะยาว ประกอบกับมีปจจัยภายนอกและภายในหลายประการที่ทําใหการประกันคุณภาพการศึกษาใน ระดับอุดมศึกษาเปนสิ่งจําเปนที่จะตองเรงดําเนินการ ปจจัยดังกลาวประกอบดวยรายละเอียดตอไปนี้ 1) คุณภาพของสถาบันอุดมศึกษาและบัณฑิต มีแนวโนมที่จะมีความแตกตางกันมากขึ้น ซึ่งจะกอใหเกิดผลเสียแกประเทศไทยโดยสวนรวมในระยะยาว 2) มีการแขงขันกันในเชิงคุณภาพของการจัดการศึกษาและคุณภาพของบัณฑิตในวงการ อุดมศึกษาทั้งภายในประเทศและนอกประเทศมากขึ้น 1 ดูเพิ่มเติม “คูมือการประเมินคุณภาพภายนอกระดับอุดมศึกษา (ฉบับปรับปรุง: ธันวาคม 2549)” สํานักงาน รับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา องคการมหาชน หรือ QA. RMUTSB. 3
3) สถาบันอุดมศึกษามีความจําเปนที่จะตองมีการพัฒนาองคความรูใหเปนสากล เพื่อให ไดรับการยอมรับจากนานาชาติมากขึ้น 4) สถาบันอุดมศึกษามีความจําเปนที่จะตองสรางความมั่นใจใหแกสังคมวาสามารถผลิต บัณฑิตที่มีคุณภาพ 5) สถาบันอุดมศึกษาจะตองใหขอมูลสาธารณะ (Public Information) ที่เปนประโยชนตอ นักศึกษา ผูจางงาน ผูปกครอง รัฐบาล และประชาชนทั่วไป 6) สังคมตองการระบบอุดมศึกษาที่มีความโปรงใส (Transparency) และความรับผิดชอบ ซึ่งตรวจสอบได (Accountability) 7) พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 กําหนดใหสถานศึกษาทุกแหงจัดใหมีระบบการประกันคุณภาพภายใน รวมถึงใหมีสํานักงานรับรอง มาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาทําหนาที่ประเมินคุณภาพภายนอก โดยการประเมินผลการจัด การศึกษาของสถานศึกษา 8) คณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2547 ไดใหความเห็นชอบมาตรฐาน การศึกษาของชาติที่เสนอโดยสภาการศึกษาและใหหนวยงานดานการศึกษาทุกระดับนําไปเปนแนวทาง ปฏิบัติในการจัดการศึกษา 9) คณะกรรมการการอุดมศึกษาไดมีการประกาศใชมาตรฐานการอุดมศึกษา เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2549 เพื่อเปนกลไกกํากับมาตรฐานระดับกระทรวง ระดับคณะกรรมการการอุดมศึกษา และ ระดับหนวยงาน โดยทุกหนวยงานระดับอุดมศึกษาจะไดใชเปนกรอบการดําเนินงานประกันคุณภาพ การศึกษา ดวยความจําเปนดังกลาวสถาบันอุดมศึกษารวมกับตนสังกัดจึงจําเปนตองพัฒนาระบบและ กลไกการประกันคุณภาพภายในโดยมีวัตถุประสงคดังนี้ 1) เพื่อตรวจสอบและประเมินการดําเนินงานของคณะวิชา หนวยงานและสถาบันอุดมศึกษา ในภาพรวม ตามระบบคุณภาพและกลไกที่สถาบันนั้น ๆ กําหนดขึ้น โดยวิเคราะห เปรียบเทียบผลการ ดําเนินงานตามตัวบงชี้ในทุกองคประกอบคุณภาพวาเปนไปตามเกณฑและไดมาตรฐาน 2) เพื่อใหคณะวิชาหรือหนวยงานเทียบเทาในสถาบันอุดมศึกษาทราบสถานภาพของตนเอง อันจะนําไปสูการกําหนดแนวทางในการพัฒนาคุณภาพไปสูเปาหมาย (Targets) และเปาประสงค (Goals) ที่ตั้งไวและเปนสากล
3) เพื่อใหคณะวิชาหรือหนวยงานเทียบเทา ในสถาบันอุดมศึกษาทราบ จุดแข็ง จุดที่ควร ปรับปรุง ตลอดจนไดรับขอเสนอแนะในการพัฒนาการดําเนินงานเพื่อเสริมจุดแข็ง และพัฒนาจุดที่ ควรปรับปรุงของสถาบันอยางตอเนื่อง 4) เพื่อใหขอมูลสาธารณะที่เปนประโยชนตอผูมีสวนไดสวนเสีย ทําใหมั่นใจวา สถาบันอุดมศึกษาสามารถสรางผลผลิตทางการศึกษาที่มีคุณภาพ 5) เพื่อใหหนวยงานตนสังกัดของสถาบันอุดมศึกษามีขอมูลพื้นฐานที่จําเปนสําหรับการ สงเสริมสนับสนุนการจัดการอุดมศึกษาในแนวทางที่เหมาะสม 1.3 ความสัมพันธระหวางการประกันคุณภาพการศึกษาภายในและการประเมินคุณภาพภายนอก ตามมาตรา 48 ของพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 แกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 ระบุวา “ใหหนวยงานตนสังกัดและสถานศึกษาจัดใหมีระบบการประกันคุณภาพภายใน สถานศึกษาและใหถือวาการประกันคุณภาพภายในเปนสวนหนึ่งของกระบวนการบริหารการศึกษาที่ตอง ดําเนินการอยางตอเนื่อง” ในขณะที่มาตรา 49 ของพระราชบัญญัติฉบับเดียวกันระบุถึงการประเมิน คุณภาพภายนอกไววา “ใหมีสํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา มีฐานะเปน องคการมหาชนทําหนาที่พัฒนาเกณฑ วิธีการประเมินคุณภาพภายนอกและทําการประเมินผลการจัด การศึกษาเพื่อใหมีการตรวจสอบคุณภาพของสถานศึกษา” จากขอมูลขางตนจะเห็นวาการประกันคุณภาพการศึกษาภายในเปนสวนหนึ่งของกระบวนการ บริหารการศึกษาปกติที่ตองดําเนินการอยางตอเนื่อง โดยมีการควบคุมดูแลปจจัยที่เกี่ยวของกับคุณภาพ มีการตรวจสอบ ติดตามและประเมินผลการดําเนินงานเพื่อนําไปสูการพัฒนาปรับปรุงคุณภาพอยาง สม่ําเสมอ ดวยเหตุนี้ระบบประกันคุณภาพภายในจึงตองดูแลทั้งปจจัยนําเขา (Input) กระบวนการ (Process) และผลผลิตหรือผลลัพธ (Output/Outcome) ซึ่งตางจากการประเมินคุณภาพภายนอกที่เนนการ ประเมินผลการจัดการศึกษา (Output/Outcome) ดังนั้น ความเชื่อมโยงระหวางการประกันคุณภาพ การศึกษาภายในกับการประเมินคุณภาพภายนอกจึงเปนสิ่งจําเปน โดยไดเชื่อมโยงใหเห็นจากแผนภาพใน รูปที่ 1.1 QA. RMUTSB. 5
ความสัมพันธระหวางการประกันคุณภาพภายในกับการประเมินคุณภาพภายนอก
ความสัมพันธระหวางการประกันคุณภาพภายในกับการประเมินคุณภาพภายนอก
การปฏิบัติงาน ของสถาบัน การประเมินตนเอง ของสถาบัน รายงานประจําป (SAR) การตรวจเยี่ยม รายงาน ผลการประเมิน การติดตามผล การประกันคุณภาพภายใน การประกันคุณภาพภายนอก รูปที่ 1.1 แผนภาพแสดงความสัมพันธระหวางการประกันคุณภาพภายในกับการประเมินคุณภาพภายนอก จากแผนภาพในรูปที่ 1 จะเห็นวา เมื่อสถาบันอุดมศึกษามีการดําเนินการประกันคุณภาพ ภายในแลว จําเปนตองจัดทํารายงานการประกันคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษาประจําปซึ่งเปนผล จากการประกันคุณภาพภายในหรือเรียกวา “รายงานการประเมินตนเอง” (Self-Assessment Report : SAR) เพื่อนําเสนอหนวยงานตนสังกัดและหนวยงานที่เกี่ยวของ เอกสารดังกลาวจะเปนเอกสารเชื่อมโยง ระหวางการประกันคุณภาพภายในและการประเมินคุณภาพภายนอก โดยสํานักงานรับรองมาตรฐานและ ประเมินคุณภาพการศึกษา (องคการมหาชน) หรือ สมศ. จะนําไปใชเปนสวนหนึ่งของการประเมิน คุณภาพภายนอก ดังนั้น สถาบันอุดมศึกษาจําเปนตองจัดทํารายงานการประเมินตนเองที่มีความลุมลึก สะทอนภาพที่แทจริงของสถานศึกษาในทุกองคประกอบคุณภาพ ดังนั้น พอสรุปไดวาการประกันคุณภาพทั้งภายในและภายนอกนั้น สถาบันอุดมศึกษา หนวยงานตนสังกัด และสํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องคการมหาชน) รวมทั้งหนวยงานที่เกี่ยวของ ตางก็ตองเขามามีสวนรวมในการดําเนินงาน โดยมีบทบาทหนาที่ที่แตกตาง กันไป แสดงไดดังแผนภาพที่ 1.2สมศ. : )คณะกรรมการพัฒนาระบบฯ ระดับอุดมศึกษา (กพอ.) )คณะกรรมการบริหาร หนวยงานตนสังกัด : ) สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ) กระทรวงศึกษาธิการ ) กระทรวงอื่น ๆ