พระราชบัญญัติจัดหางานและคุมครองคนหางาน พ.ศ. 2528 ภูมิพลอดุลยเดชป.ร. ใหไวณวันที่17สิงหาคมพ.ศ. 2528 เปนปที่40ในรัชกาลปจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระบรมราชโองการโปรดเกลาฯใหประกาศวา โดยที่เปนการสมควรปรับปรุงกฎหมายวาดวยการจัดหางานและคุมครองคนหางาน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯใหตราพระราชบัญญัติขึ้นไวโดยคําแนะนําและยินยอมของรัฐสภา ดังตอไปนี้ มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกวา "พระราชบัญญัติจัดหางานและคุมครองคนหางานพ.ศ. 2528" มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ใหใชบังคับตั้งแตวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป มาตรา 3 ใหยกเลิกพระราชบัญญัติจัดหางานและคุมครองคนหางานพ.ศ. 2511 มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้ "จัดหางาน" หมายความวาประกอบธุรกิจจัดหางานใหแกคนหางานหรือหาลูกจางใหแกนายจางโดย จะเรียกหรือรับคาบริการตอบแทนหรือไมก็ตามและใหหมายรวมถึงการเรียกเงินหรือทรัพยสินหรือประโยชนอื่น ใดเพื่อจัดหางานใหคนหางาน "คาบริการ" หมายความวาเงินหรือประโยชนอยางอื่นที่ใหเปนคาตอบแทนการจัดหางาน "คาใชจาย" หมายความวาคาใชจายในการจัดหางาน "ผูรับอนุญาต" หมายความวาผูรับใบอนุญาตจัดหางานตามพระราชบัญญัตินี้ "ตัวแทนจัดหางาน" หมายความวาผูซึ่งผูรับอนุญาตจดทะเบียนใหเปนตัวแทนจัดหางานตาม พระราชบัญญัตินี้ "สํานักงาน" หมายความวาสํานักงานจัดหางานของผูรับอนุญาต "คนหางาน" หมายความวาบุคคลซึ่งประสงคจะทํางานโดยเรียกหรือรับคาจางเปนเงินหรือประโยชน อยางอื่น "ทดสอบฝมือ" หมายความวาการดําเนินการใดๆเพื่อใหทราบถึงฝมือของคนหางานเพื่อออก ใบรับรองผลการทดสอบใหคนหางานโดยจะเรียกหรือรับคาทดสอบฝมือหรือไมก็ตาม "ฝกงาน" หมายความวานายจางสงลูกจางไปรับการเพิ่มพูนความรูฝมือภาษาทัศนคติหรือทักษะใน การทํางานเพื่อใหการทํางานมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น "กองทุน" หมายความวากองทุนเพื่อชวยเหลือคนหางานไปทํางานในตางประเทศที่จัดตั้งขึ้นตาม พระราชบัญญัตินี้
"คณะกรรมการกองทุน" หมายความวาคณะกรรมการกองทุนเพื่อชวยเหลือคนหางานไปทํางานใน ตางประเทศ "นายทะเบียน" หมายความวานายทะเบียนจัดหางานกลางหรือนายทะเบียนจัดหางานจังหวัดแลวแต กรณี "พนักงานเจาหนาที่" หมายความวาผูซึ่งรัฐมนตรีแตงตั้งใหปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ "อธิบดี" หมายความวาอธิบดีกรมการจัดหางาน "รัฐมนตรี" หมายความวารัฐมนตรีผูรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 5 ใหรัฐมนตรีวาการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้และใหมี อํานาจแตงตั้งนายทะเบียนและพนักงานเจาหนาที่กับออกกฎกระทรวงกําหนดคาธรรมเนียมไมเกินอัตราทาย พระราชบัญญัตินี้ยกเวนคาธรรมเนียมและกําหนดกิจการอื่นหรือออกระเบียบเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติ นี้ กฎกระทรวงนั้นเมื่อไดประกาศในราชกิจจานุเบกษาแลวใหใชบังคับได หมวด 1 สํานักงานทะเบียนจัดหางานกลางสํานักงานทะเบียนจัดหางานจังหวัด และสํานักงานจัดหางาน มาตรา 6 ใหจัดตั้งสํานักงานทะเบียนจัดหางานกลางขึ้นในกรมการจัดหางานกระทรวงแรงงานและสวัสดิการ สังคมโดยมีนายทะเบียนจัดหางานกลางเปนผูมีอํานาจและหนาที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานครจะจัดตั้งสํานักงานทะเบียนจัดหางานจังหวัดขึ้นตรงตอ สํานักงานทะเบียนจัดหางานกลางก็ได โดยมีนายทะเบียนจัดหางานจังหวัดเปนผูมีอํานาจและหนาที่ตาม พระราชบัญญัตินี้ การจัดตั้งสํานักงานทะเบียนจัดหางานจังหวัดใหประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา 7 ใหจัดตั้งสํานักงานจัดหางานขึ้นในกรมการจัดหางานกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมเรียกวา "สํานักงานจัดหางานกรมการจัดหางาน" มีหนาที่จัดหางานใหแกประชาชนโดยไมคิดคาบริการ สํานักงานจัดหางานกรมการจัดหางานอาจมีสาขาไดตามที่อธิบดีเห็นสมควร หมวด 2 การจัดหางานในประเทศ มาตรา 8 หามมิใหผูใดจัดหางานใหคนหางานทํางานในประเทศเวนแตจะไดรับใบอนุญาตจากนายทะเบียน การขอใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตใหเปนไปตามหลักเกณฑวิธีการและเงื่อนไขที่กําหนดใน กฎกระทรวง นายทะเบียนตองออกใบอนุญาตหรือมีหนังสือแจงคําสั่งไมอนุญาตพรอมดวยเหตุผลใหผูขออนุญาต ทราบภายในหกสิบวันนับแตวันไดรับคําขอซึ่งมีรายละเอียดถูกตองและครบถวนตามที่กําหนดในกฎกระทรวง
ในกรณีที่มีเหตุจําเปนที่นายทะเบียนไมอาจออกใบอนุญาตหรือยังไมอาจมีคําสั่งไมอนุญาตไดภายใน กําหนดเวลาตามวรรคสามใหขยายเวลาออกไปไดอีกไมเกินสองครั้งครั้งละไมเกินสามสิบวันแตตองมีหนังสือ แจงการขยายเวลาและเหตุจําเปนแตละครั้งใหผูขออนุญาตทราบกอนสิ้นกําหนดเวลาตามวรรคสามหรือตามที่ได ขยายเวลาไวนั้นแลวแตกรณี มาตรา 9 ผูขออนุญาตจัดหางานในประเทศตองมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามดังตอไปนี้ (1) มีสัญชาติไทย (2) มีอายุไมต่ํากวายี่สิบปบริบูรณ (3) ไมเปนผูรับอนุญาตจัดหางาน (4) ไมเปนผูอยูในระหวางถูกสั่งพักใชใบอนุญาตจัดหางาน (5) ไมเคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตจัดหางาน (6) ไมเปนคนไรความสามารถหรือคนเสมือนไรความสามารถ (7) ไมเปนผูมีหรือเคยมีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพรองในศีลธรรมอันดี (8) ไมเปนกรรมการหุนสวนหรือผูจัดการของนิติบุคคลซึ่งเปนผูรับอนุญาตจัดหางาน (9) ไมเปนกรรมการหุนสวนหรือผูจัดการของนิติบุคคลซึ่งถูกเพิกถอนใบอนุญาตจัดหางานหรืออยูใน ระหวางใชสิทธิอุทธรณคําสั่งเพิกถอนใบอนุญาตจัดหางาน (10) ไมเคยไดรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดหรือคําสั่งที่ชอบดวยกฎหมายใหจําคุกในความผิดที่ กฎหมายบัญญัติใหถือเอาการกระทําโดยทุจริตเปนองคประกอบหรือในความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ (11) มีหลักประกันเปนจํานวนเงินตามที่กําหนดในกฎกระทรวงแตตองไมนอยกวาหนึ่งแสนบาทวางไว กับนายทะเบียนเพื่อเปนหลักประกันการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ในกรณีที่ผูขออนุญาตจัดหางานดังกลาวเปนนิติบุคคลนิติบุคคลนั้นตองมีสัญชาติไทยและมีผูจัดการซึ่ง เปนผูมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามวรรคหนึ่งดวย มาตรา 10 ใบอนุญาตใหใชไดภายในเขตจังหวัดที่นายทะเบียนระบุไวในใบอนุญาตมีกําหนดสองปนับแตวันที่ ออกใบอนุญาต ถาผูรับอนุญาตจัดหางานในประเทศประสงคจะขอตออายุใบอนุญาตใหยื่นคําขอกอนใบอนุญาตสิ้นอายุ ไมนอยกวาสามิสบวันเมื่อไดยื่นคําขอดังกลาวแลวใหประกอบกิจการตอไปไดจนกวานายทะเบียนจะสั่งไม อนุญาตใหตออายุใบอนุญาตนั้น การขอตออายุใบอนุญาตและการอนุญาตใหเปนไปตามหลักเกณฑวิธีการและเงื่อนไขที่กําหนดใน กฎกระทรวง การอนุญาตหรือไมอนุญาตจะตองกระทําใหเสร็จภายในสามสิบวันนับแตวันที่ไดรับคําขอซึ่งมี รายละเอียดถูกตองและครบถวนตามที่กําหนดในกฎกระทรวง มาตรา 11 ผูรับอนุญาตจัดหางานในประเทศตองแสดงใบอนุญาตไวณที่เปดเผยและเห็นไดงายณสํานักงาน ตามที่ระบุไวในใบอนุญาต ผูรับอนุญาตจัดหางานในประเทศจะตั้งสํานักงานณโรงแรมหอพักสถานบริการโรงรับจํานําสถานที่ ที่จัดใหมีการเลนการพนันเปนปกติธุระหรือสถานที่อื่นตามที่รัฐมนตรีประกาศกําหนดมิได
มาตรา 12 ในกรณีที่ผูรับอนุญาตจัดหางานในประเทศประสงคจะขอยายสํานักงานหรือขอตั้งสํานักงานชั่วคราว นอกเขตทองที่ที่ไดรับอนุญาตใหยื่นคําขอตอนายทะเบียน การขออนุญาตและการอนุญาตใหเปนไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกําหนดและใหนําความในมาตรา 10 วรรคสี่มาใชบังคับโดยอนุโลม มาตรา 13 ในกรณีที่ผูรับอนุญาตจัดหางานในประเทศประสงคจะเปลี่ยนผูจัดการใหยื่นคําขอตอนายทะเบียน การขออนุญาตและการอนุญาตใหเปนไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกําหนดและใหนําความในมาตรา 10 วรรคสี่มาใชบังคับโดยอนุโลม มาตรา 14 ในกรณีที่นายทะเบียนไมออกใบอนุญาตไมตออายุใบอนุญาตไมอนุญาตใหยายสํานักงานไมอนุญาต ใหจัดตั้งสํานักงานชั่วคราวหรือไมอนุญาตใหเปลี่ยนผูจัดการผูขออนุญาตหรือผูรับอนุญาตจัดหางานในประเทศ มีสิทธิอุทธรณตอรัฐมนตรีไดภายในสามสิบวันนับแตวันที่ไดรับหนังสือแจงการไมอนุญาตหรือพนกําหนดเวลา ตามมาตรา 8 วรรคสี่หรือมาตรา 10 วรรคสี่แลวแตกรณี คําวินิจฉัยของรัฐมนตรีใหเปนที่สุด มาตรา 15 ผูรับอนุญาตจัดหางานในประเทศตองจดทะเบียนลูกจางและตัวแทนจัดหางานตอนายทะเบียนตาม หลักเกณฑวิธีการและเงื่อนไขที่กําหนดในกฎกระทรวงและจัดใหมีทะเบียนลูกจางและตัวแทนจัดหางานตาม แบบที่อธิบดีกําหนดไวณสํานักงานเพื่อใหคนหางานตรวจดูไดในระหวางเวลาทํางาน ลูกจางและตัวแทนจัดหางานตองมิไดเปนลูกจางหรือตัวแทนจัดหางานของผูรับอนุญาตจัดหางานใน ประเทศผูอื่นในขณะเดียวกันและตองมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามมาตรา 9 เวนแตคุณสมบัติตาม มาตรา 9 (1) และ (2) มิใหใชบังคับแกลูกจาง ใบอนุญาตที่ออกใหแกผูรับอนุญาตจัดหางานในประเทศผูใดใหคุมถึงลูกจางหรือตัวแทนจัดหางานซึ่ง ผูรับอนุญาตจัดหางานในประเทศผูนั้นไดจดทะเบียนไวดวย การกระทําที่เกี่ยวกับการจัดหางานของลูกจางหรือตัวแทนจัดหางานซึ่งผูรับอนุญาตจัดหางานใน ประเทศไดจดทะเบียนไวใหถือวาเปนการกระทําของผูรับอนุญาตดวย มาตรา 16 ในการยื่นคําขอจดทะเบียนตัวแทนจัดหางานตามมาตรา 15 ผูรับอนุญาตจัดหางานในประเทศตองวาง หลักประกันสําหรับตัวแทนจัดหางานแตละคนที่ขอจดทะเบียนตามจํานวนที่กําหนดในกฎกระทรวงแตตองไม นอยกวาคนละหาหมื่นบาทไวกับนายทะเบียนโดยจะวางหลักประกันเปนเงินสดพันธบัตรของรัฐบาลไทยหรือ สัญญาค้ําประกันของธนาคารก็ได ในกรณีที่ตัวแทนจัดหางานกระทําการฝาฝนพระราชบัญญัตินี้และทําใหเกิดความเสียหายแกคนหางาน ถานายทะเบียนพิจารณาเห็นวามีหลักฐานอันควรเชื่อวาเปนการกระทําของตัวแทนจัดหางานใหนายทะเบียนมี หนังสือแจงเหตุดังกลาวใหผูรับอนุญาตจัดหางานในประเทศทราบและถาผูรับอนุญาตจัดหางานในประเทศไม โตแยงภายในสามสิบวันนับแตวันที่ไดรับแจงนายทะเบียนมีอํานาจจายเงินชดเชยใหแกคนหางานเทาที่พิจารณา เห็นวาเสียหายจริงจากหลักประกันที่วางไวตามวรรคหนึ่งได
มาตรา 17 ในกรณีที่หลักประกันที่ผูรับอนุญาตจัดหางานในประเทศวางไวตามมาตรา 9 (11) และมาตรา16 วรรคหนึ่งลดลงเพราะถูกใชจายไปตามพระราชบัญญัตินี้ใหนายทะเบียนสั่งเปนหนังสือใหผูรับอนุญาตวาง หลักประกันเพิ่มจนครบจํานวนเงินที่กําหนดภายในสามสิบวันนับแตวันที่ไดรับคําสั่ง มาตรา18 หลักประกันที่ผุรับอนุญาตจัดหางานในประเทศวางไวตามมาตรา9 (11) และมาตรา16วรรคหนึ่ง ไมอยูในความรับผิดแหงการบังคับคดีตราบเทาที่ผูรับอนุญาตจัดหางานในประเทศยังมิไดเลิกประกอบธุรกิจจัดหา งานหรือเลิกประกอบธุรกิจจัดหางานแลวแตยังไมพนจากความรับผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ในกรณีเลิกประกอบธุรกิจจัดหางานผูรับอนุญาตจัดหางานในประเทศจะขอรับคืนหลักประกันที่วางไว ตามมาตรา 9 (11) ไดก็ตอเมื่อไดชําระหนี้ที่เกิดขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้เสร็จสิ้นแลวแตถาหนี้ที่เหลือมีจํานวน นอยกวาหลักประกันที่วางไวใหนายทะเบียนมีอํานาจสั่งใหลดหลักประกันลงใหเหลือเทากับหนี้ที่จะพึง รับผิดชอบได ผูรับอนุญาตจัดหางานในประเทศอาจขอรับคืนหลักประกันที่วางไวตามมาตรา 16 วรรคหนึ่งไดเมื่อ ตัวแทนจัดหางานไดพนจากความเปนตัวแทนจัดหางานแลวโดยไมมีหนี้ที่จะตองชําระตามมาตรา 16 วรรคสอง ในกรณีที่ผูรับอนุญาตจัดหางานในประเทศไมขอรับหลักประกันคืนภายในหาปนับแตวันที่เลิก ประกอบธุรกิจจัดหางานใหหลักประกันดังกลาวตกเปนของแผนดิน มาตรา 19 ในกรณีที่ผูรับอนุญาตจัดหางานในประเทศประสงคจะจัดหาคนหางานจากจังหวัดอื่นนอกจากจังหวัด ที่ไดรับอนุญาตใหยื่นคําขอตอนายทะเบียน การขออนุญาตและการอนุญาตตามวรรคหนึ่งใหเปนไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกําหนด มาตรา 20 เมื่อออกไปปฏิบัติงานนอกสํานักงานผูรับอนุญาตจัดหางานในประเทศผูจัดการลูกจางหรือตัวแทน จัดหางานตองแสดงบัตรประจําตัวตอผูซึ่งเกี่ยวของ บัตรประจําตัวผูรับอนุญาตจัดหางานในประเทศผูจัดการลูกจางหรือตัวแทนจัดหางานใหเปนไปตาม แบบที่อธิบดีกําหนด บัตรประจําตัวตามวรรคสองมีอายุหนึ่งปนับแตวันออก การขอและการออกบัตรประจําตัวใหเปนไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกําหนด มาตรา 21 ผูจัดการลูกจางหรือตัวแทนจัดหางานซึ่งพนจากความเปนผูจัดการลูกจางหรือตัวแทนจัดหางาน ตองสงคืนบัตรประจําตัวแกนายทะเบียนหรือผูรับอนุญาตจัดหางานในประเทศภายในเจ็ดวันนับแตวันที่พนจาก ความเปนผูจัดการลูกจางหรือตัวแทนจัดหางาน ผูรับอนุญาตซึ่งไดรับบัตรประจําตัวคืนตามวรรคหนึ่งตองสงบัตรประจําตัวนั้นแกนายทะเบียนภายใน เจ็ดวันนับแตวันที่ไดรับจากผูจัดการลูกจางหรือตัวแทนจัดหางาน มาตรา 22 ในกรณีที่ใบอนุญาตหรือบัตรประจําตัวสูญหายหรือถูกทําลายใหผูรับอนุญาตจัดหางานในประเทศยื่น คําขอใบแทนใบอนุญาตหรือบัตรประจําตัวแลวแตกรณีภายในสิบหาวันนับแตวันที่ทราบการสูญหายหรือถูก ทําลาย การขอและการออกใบแทนใบอนุญาตและบัตรประจําตัวใหเปนไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกําหนด
มาตรา 23 ในการจัดหางานผูรับอนุญาตจัดหางานในประเทศตองทําสัญญาจัดหางานกับคนหางาน สัญญาจัดหางานตามวรรคหนึ่งใหเปนไปตามแบบที่อธิบดีกําหนด มาตรา 24 หามมิใหตัวแทนจัดหางานทําสัญญาจัดหางานกับคนหางานแทนผูรับอนุญาตจัดหางานในประเทศ เวนแตจะไดรับมอบอํานาจเปนหนังสือตามแบบที่อธิบดีกําหนดจากผูรับอนุญาตดังกลาวและผูรับอนุญาต ดังกลาวไดแจงเปนหนังสือใหนายทะเบียนทราบแลว การที่ตัวแทนจัดหางานมิไดรับมอบอํานาจจากผูรับอนุญาตดังกลาวหรือไดรับมอบอํานาจแตหนังสือ มอบอํานาจมิไดเปนไปตามแบบที่อธิบดีกําหนดไมเปนเหตุใหคนหางานหรือบุคคลภายนอกที่สุจริตเสื่อมสิทธิ เพราะเหตุนั้น มาตรา 25 ผูรับอนุญาตจัดหางานในประเทศตองปฏิบัติดังตอไปนี้ (1) จัดใหมีสมุดทะเบียนบัญชีและเอกสารเกี่ยวกับธุรกิจของตนตามแบบและรายการที่อธิบดีกําหนด (2) จัดทําและสงรายงานเกี่ยวกับการจัดหางานประจําเดือนตามแบบที่อธิบดีกําหนดตอนายทะเบียน ภายในวันที่สิบของเดือนถัดไป เมื่อมีเหตุที่จะตองลงในสมุดทะเบียนบัญชีหรือเอกสารเกี่ยวกับธุรกิจของตนผูรับอนุญาตดังกลาวตอง ลงรายการเกี่ยวกับเหตุนั้นในสมุดทะเบียนบัญชีหรือเอกสารเชนวานั้นภายในเจ็ดวันนับแตวันที่มีเหตุจะตองลง รายการนั้น มาตรา 26 หามมิใหผูรับอนุญาตจัดหางานในประเทศเรียกหรือรับเงินหรือทรัพยสินอื่นใดจากคนหางานนอกจาก คาบริการหรือคาใชจายคาบริการหรือคาใชจายตามวรรคหนึ่งใหเรียกหรือรับไดไมเกินอัตราที่รัฐมนตรีกําหนด มาตรา 27 หามมิใหผูรับอนุญาตจัดหางานในประเทศเรียกหรือรับคาบริการหรือคาใชจายกอนที่นายจางรับ คนหางานเขาทํางานและจายคาจางเปนครั้งแรกแลว เมื่อรับคาบริการและหรือคาใชจายผูรับอนุญาตจัดหางานในประเทศตองออกใบรับตามแบบที่อธิบดี กําหนดใหแกคนหางาน มาตรา 28 ในกรณีที่คนหางานไมไดงานตามที่กําหนดไวในสัญญาจัดหางานหรือไดคาจางต่ํากวาหรือได ตําแหนงงานไมตรงตามที่กําหนดไวในสัญญาจัดหางานผูรับอนุญาตจัดหางานในประเทศตองจัดการให คนหางานเดินทางกลับสํานักงานหรือสํานักงานชั่วคราวที่ตนรับสมัครคนหางานนั้นโดยออกคาพาหนะคาที่พัก คาอาหารรวมทั้งคืนคาบริการและคาใชจายที่ไดรับไวตามมาตรา 27 ใหแกคนหางานนั้นพรอมทั้งแจงเปนหนังสือ ใหนายทะเบียนตามมาตรา 25 (2) ทราบภายในสิบหาวันนับแตวันที่มีหนาที่จะตองจัดการดังกลาว ในกรณีที่คนหางานไมยอมเดินทางกลับหรือคนหางานประสงคจะทํางานที่ไดคาจางต่ํากวาหรือที่ ตําแหนงงานไมตรงตามที่กําหนดไวในสัญญาจัดหางานผูรับอนุญาตจัดหางานในประเทศไมตองรับผิดชอบใน การจัดการใหคนหางานดังกลาวเดินทางกลับแตตองแจงใหนายทะเบียนทราบตามวรรคหนึ่ง มาตรา29 เมื่อนายทะเบียนทราบวามีเหตุที่ผูรับอนุญาตจัดหางานในประเทศจะตองจัดการใหคนหางานเดินทาง กลับตามมาตรา28วรรคหนึ่งแตผูรับอนุญาตจัดหางานในประเทศยังมิไดดําเนินการดังกลาวภายในสิบหาวันนับ
แตวันที่มีเหตุดังกลาวใหนายทะเบียนจัดการใหคนหางานเดินทางกลับโดยใชจายเงินจากหลักประกันที่วางไว ตามมาตรา 9 (11) หมวด 3 การจัดหางานเพื่อไปทํางานในตางประเทศ มาตรา 30 หามมิใหผูใดจัดหางานใหคนหางานเพื่อไปทํางานในตางประเทศเวนแตจะไดรับใบอนุญาตจากนาย ทะเบียนจัดหางานกลาง การขอใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตใหเปนไปตามหลักเกณฑวิธีการและเงื่อนไขที่กําหนดใน กระทรวง มาตรา 31 ผูขออนุญาตจัดหางานเพื่อไปทํางานในตางประเทศตองเปนบริษัทจํากัดหรือบริษัทมหาชนจํากัดกับมี คุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามดังตอไปนี้ (1) มีทุนจดทะเบียนและชําระแลวตามที่กําหนดในกฎกระทรวงแตตองไมนอยกวาหนึ่งลานบาท (2) มีทุนเปนของผูถือหุนที่มีสัญชาติไทยไมนอยกวาสามในสี่ของจํานวนทุนทั้งหมดและจะตองมี จํานวนผูถือหุนที่มีสัญชาติไทยไมนอยกวาสามในสี่ของจํานวนผูถือหุนทั้งหมด (3) ไมเปนผูรับอนุญาตจัดหางาน (4) ไมเปนผูอยูในระหวางถูกสั่งพักใชใบอนุญาตจัดหางาน (5) ไมเคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตจัดหางาน (6) มีผูจัดการซึ่งเปนผูมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามมาตรา 9 (7) มีหลักประกันเปนจํานวนเงินตามที่กําหนดในกฎกระทรวงแตตองไมนอยกวาหาแสนบาทวางไวกับ นายทะเบียนจัดหางานกลางเพื่อเปนหลักประกันการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 32 นอกจากการจัดหางานผูรับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทํางานในตางประเทศจะประกอบธุรกิจตามที่ กําหนดในกฎกระทรวงไมได มาตรา 33 หลักประกันที่ผูรับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทํางานในตางประเทศตองวางไวตามมาตรา 31 (7) นั้น ตองเปนเงินสดพันธบัตรของรัฐบาลไทยหรือสัญญาค้ําประกันของธนาคาร ผูรับอนุญาตดังกลาวอาจขอเปลี่ยนแปลงหลักประกันได ในกรณีที่หลักประกันของผูรับอนุญาตดังกลาวลดลงเพราะถูกใชจายไปตามพระราชบัญญัตินี้ใหนาย ทะเบียนสั่งเปนหนังสือใหผูรับอนุญาตดังกลาววางหลักประกันเพิ่มจนครบจํานวนเงินที่กําหนดภายในสามสิบวัน นับแตวันที่ไดรับคําสั่ง มาตรา 34 หลักประกันที่ผูรับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทํางานในตางประเทศวางไวตามมาตรา 31 (7) และมาตรา 16 วรรคหนึ่งซึ่งนํามาใชบังคับโดยอนุโลมตามมาตรา 47 ไมอยูในความรับผิดแหงการบังคับคดีตราบเทาที่ผูรับ อนุญาตดังกลาวยังมิไดเลิกประกอบธุรกิจจัดหางานหรือเลิกประกอบธุรกิจจัดหางานแลวแตยังไมพนจากความ รับผิดตามพระราชบัญญัตินี้
ในกรณีเลิกประกอบธุรกิจจัดหางานผูรับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทํางานในตางประเทศจะขอรับคืน หลักประกันที่วางไวตามมาตรา 31 (7) ไดก็ตอเมื่อไดชําระหนี้ที่เกิดขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้เสร็จสิ้นแลวแตถา หนี้ที่เหลือมีจํานวนนอยกวาหลักประกันที่วางไวใหนายทะเบียนมีอํานาจสั่งใหลดหลักประกันลงใหเหลือเทากับ หนี้ที่จะพึงรับผิดชอบได ในกรณีที่ผูรับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทํางานในตางประเทศไมขอรับหลักประกันตามวรรคหนึ่งคืน ภายในหาปนับแตวันที่ผูรับอนุญาตเลิกประกอบธุรกิจจัดหางานใหหลักประกันดังกลาวตกเปนของกองทุน มาตรา 35 ในกรณีที่ผูรับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทํางานในตางประเทศประสงคจะรับสมัครหรือประกาศรับ สมัครคนหางานเปนการลวงหนาใหยื่นคําขอตอนายทะเบียน การขออนุญาตและการอนุญาตใหเปนไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกําหนดและใหนําความในมาตรา10 วรรคสี่มาใชบังคับโดยอนุโลม มาตรา36 ในการจัดสงคนหางานไปทํางานในตางประเทศผูรับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทํางานในตางประเทศ ตองปฏิบัติดังตอไปนี้ (1) สงสัญญาจัดหางานที่ผูรับอนุญาตจัดหางานในตางประเทศหรือตัวแทนจัดหางานทํากับคนหางาน ตออธิบดีตลอดจนเงื่อนไขการจางแรงงานที่นายจางในตางประเทศหรือตัวแทนซึ่งไดรับมอบอํานาจจากนายจาง ดังกลาวทํากับคนหางานและหลักฐานอื่นที่อธิบดีประกาศกําหนดเพื่อพิจารณาอนุญาตกอนสงคนหางานไป ตางประเทศ (2) สงคนหางานเขารับการตรวจสุขภาพตามหลักเกณฑและวิธีการณสถานพยาบาลที่อธิบดีประกาศ กําหนด (3) สงคนหางานเขารับการทดสอบฝมือตามหลักเกณฑที่อธิบดีกรมพัฒนาฝมือแรงงานประกาศกําหนด (4) สงคนหางานที่ผานการคัดเลือกและทดสอบฝมือแลวเขารับการอบรมเกี่ยวกับกฎหมายและ ขนบธรรมเนียมประเพณีของประเทศที่คนหางานจะไปทํางานตลอดจนสภาพการจางณสํานักงานทะเบียนจัดหา งานกลางสํานักงานทะเบียนจัดหางานจังหวัดหรือสถาบันอื่นใดที่อธิบดีประกาศ (5) สงบัญชีรายชื่อและสถานที่ทํางานในตางประเทศของคนหางานพรอมทั้งสําเนาสัญญาจางแรงงาน ใหแกนายทะเบียนจัดหางานกลางภายในเจ็ดวันนับแตวันที่คนหางานออกเดินทาง (6) แจงเปนหนังสือโดยแนบบัญชีรายชื่อและสถานที่ทํางานในตางประเทศของคนหางานตาม (5) ให สํานักงานแรงงานไทยในประเทศที่คนหางานไปทํางานทราบภายในสิบหาวันนับแตวันที่คนหางานเดินทางไปถึง ในกรณีที่ไมมีสํานักงานแรงงานไทยในประเทศดังกลาวใหแจงเปนหนังสือใหสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทย ในประเทศนั้นหรือสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยหรือผูที่รับผิดชอบในการดูแลคนไทยในประเทศนั้นทราบ ภายในระยะเวลาดังกลาว (7) รายงานใหนายทะเบียนจัดหางานกลางทราบภายในวันที่สิบของเดือนถัดไปเปนประจําทุกเดือนใน กรณีที่ยังมีคนหางานไมไดเดินทางไปทํางานตามสัญญาจัดหางานความใน (3) ไมใชบังคับกับคนหางานที่มี ใบรับรองการทดสอบฝมือในสาขาที่จะไปทํางานอยูแลว การรายงานตาม (7) ใหเปนไปตามแบบที่อธิบดีกําหนด
มาตรา 37 ใหผูรับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทํางานในตางประเทศจัดใหนายจางในตางประเทศซึ่งทําสัญญาจาง แรงงานกับคนหางานสงเงินเขากองทุนที่จัดตั้งขึ้นตามมาตรา 52 สําหรับคนหางานแตละคนถาไมอาจจัดให นายจางสงเงินดังกลาวได ใหเปนหนาที่ของผูรับอนุญาตตองสงเงินเขากองทุน ในกรณีที่สํานักงานจัดหางานกรมการจัดหางานเปนผูจัดหางานใหครหางานเพื่อไปทํางานใน ตางประเทศใหอธิบดีเปนผูจัดใหนายจางสงเงินเขากองทุนตามวรรคหนึ่งถาไมอาจจัดใหนายจางสงเงินดังกลาว ไดและคนหางานแสดงความประสงคที่จะไปทํางานในตางประเทศโดยยินยอมสงเงินเขากองทุนดวยตนเองให อธิบดีมีอํานาจเรียกเก็บเงินจากคนหางานเพื่อสงเขากองทุนได การสงเงินเขากองทุนใหเปนไปตามหลักเกณฑวิธีการกําหนดเวลาและอัตราตามที่กําหนดใน กฎกระทรวงทั้งนี้อัตราดังกลาวจะกําหนดใหแตกตางกันสําหรับการสงคนหางานไปทํางานในตางประเทศแตละ ประเทศหรือแตละภูมิภาคก็ได มาตรา 38 หามมิใหผูรับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทํางานในตางประเทศเรียกหรือรับคาบริการจากคนหางานไว เปนการลวงหนาเกินสามสิบวันกอนเดินทางในกรณีที่มีเหตุจําเปนผูรับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทํางานใน ตางประเทศอาจรองขอตอนายทะเบียนจัดหางานกลางเพื่อขอขยายระยะเวลาดังกลาวไดและเมื่อนายทะเบียน จัดหางานกลางพิจารณาเห็นสมควรจะขยายระยะเวลาดังกลาวใหก็ไดแตการขยายระยะเวลาใหกระทําไดเพียงครั้ง เดียวมีกําหนดเวลาไมเกินสามสิบวัน การเรียกหรือรับเงินดังกลาวตามวรรคหนึ่งใหกระทําไดเฉพาะงานตามสัญญาที่ไดรับอนุญาตจากอธิบดี ตามมาตรา 36 แลวเทานั้น มาตรา 39 ในกรณีที่คนหางานเดินทางไปถึงประเทศที่จะไปทํางานแลวไมไดงานตามที่กําหนดไวในสัญญา จัดหางานผูรับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทํางานในตางประเทศตองดําเนินการดังตอไปนี้ (1) จัดการใหคนหางานเดินทางกลับประเทศไทยโดยออกคาพาหนะคาที่พักคาอาหารและคาใชจาย อื่นๆที่จําเปนใหแกคนหางานจนกวาคนหางานจะเดินทางกลับถึงประเทศไทย (2) แจงเปนหนังสือใหสํานักงานแรงงานไทยในประเทศนั้นทราบภายในสิบหาวันถาไมมีสํานักงาน แรงงานไทยใหแจงสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยในประเทศนั้นหรือสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยที่ รับผิดชอบในการดูแลคนไทยในประเทศนั้นทราบและสงสําเนาหนังสือดังกลาวใหสํานักงานทะเบียนจัดหางาน กลางทราบดวย มาตรา 40 ในกรณีที่คนหางานเดินทางไปถึงประเทศที่จะไปทํางานแลวไดคาจางต่ํากวาหรือไดตําแหนงงานหรือ สิทธิประโยชนอื่นไมตรงตามที่กําหนดไวในสัญญาจัดหางานคนหางานจะขอใหผูรับอนุญาตจัดหางานเพื่อไป ทํางานในตางประเทศจัดการใหตนเดินทางกลับประเทศไทยหรือจะทํางานที่ไดคาจางต่ํากวาหรือไดตําแหนงงาน หรือสิทธิประโยชนอื่นไมตรงตามที่กําหนดไวในสัญญาจัดหางานก็ไดแตถาคนหางานจะขอใหผูรับอนุญาต จัดการใหตนเดินทางกลับประเทศไทยจะตองแจงความประสงคของตนเปนหนังสือใหผูรับอนุญาตหรือตัวแทน ของผูรับอนุญาตที่อยูในประเทศนั้นทราบภายในเกาสิบวันนับแตวันที่ตนทราบวาจะไดคาจางต่ํากวาหรือได ตําแหนงงานหรือสิทธิประโยชนอื่นไมตรงตามที่กําหนดไวในสัญญาจัดหางานในกรณีที่ไมอาจแจงแกผูรับ อนุญาตหรือตัวแทนของผูรับอนุญาตไดใหแจงตอสํานักงานแรงงานไทยสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยใน
ประเทศนั้นหรือสถานทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยหรือผูที่รับผิดชอบในการดูแลคนไทยในประเทศนั้นเพื่อแจง ตอไปยังผูรับอนุญาต ในกรณีที่คนหางานไดแจงตามวรรคหนึ่งแลวใหนําบทบัญญัติมาตรา 39 มาใชบังคับโดยอนุโลม ในกรณีที่คนหางานประสงคจะทํางานที่ไดคาจางต่ํากวาหรือไดตําแหนงหรือสิทธิประโยชนอื่นไมตรง ตามที่กําหนดไวในสัญญาจัดหางานผูรับอนุญาตไมตองรับผิดชอบในการจัดการใหคนหางานดังกลาวเดินทาง กลับประเทศไทยแตตองดําเนินการตามมาตรา 39 (2) มาตรา 41 ในกรณีที่ผูรับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทํางานในตางประเทศซึ่งมีหนาที่จัดการใหคนหางานเดินทาง กลับประเทศไทยตามมาตรา 39 หรือมาตรา 40 ไดจัดการใหคนหางานเดินทางกลับถึงประเทศไทยแลวผูรับ อนุญาตจัดหางานเพื่อไปทํางานในตางประเทศอาจยื่นคําขอตออธิบดีเพื่อรับเงินชดเชยจํานวนกึ่งหนึ่งของเงิน คาใชจายตางๆที่ตนตองจายไปตามมาตรา 39 (1) จากกองทุนไดและถาอธิบดีพิจารณาเห็นวาการที่คนหางาน ไมไดงานทําหรือไดคาจางต่ํากวาหรือไดตําแหนงงานหรือสิทธิประโยชนอื่นไมตรงตามที่กําหนดไวในสัญญา จัดหางานนั้นไมไดเกิดจากความผิดของผูรับอนุญาตและผูรับอนุญาตไดพยายามอยางเต็มที่แลวที่จะใหคนหางาน ไดงานทําหรือไดคาจางหรือตําแหนงงานหรือสิทธิประโยชนอื่นตามที่กําหนดไวในสัญญาจัดหางานหรือผูรับ อนุญาตไดพยายามอยางเต็มที่แลวในการจัดการใหคนหางานเดินทางกลับประเทศไทยโดยเร็วที่สุดใหอธิบดี อนุมัติใหจายเงินชดเชยจากกองทุนใหผูรับอนุญาตได มาตรา 42 ในกรณีที่ผูรับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทํางานในตางประเทศไดแจงใหคนหางานทราบแลววาตน พรอมที่จะจัดการใหคนหางานเดินทางกลับประเทศไทยตามมาตรา 39 (1) หรือมาตรา 40 แตคนหางานไมยอม เดินทางกลับประเทศไทยภายในเวลาหกสิบวันนับแตวันที่ไดรับแจงผูรับอนุญาตตองดําเนินการตามมาตรา 39 (2) พรอมทั้งวางเงินณสํานักงานทะเบียนจัดหางานกลางตามจํานวนที่นายทะเบียนจัดหางานกลางกําหนดเพื่อเปนคา พาหนะคาที่พักคาอาหารและคาใชจายอื่นๆที่จําเปนในการเดินทางกลับของคนหางานดังกลาว ถาทางราชการไดใชจายเงินจากกองทุนในการจัดการใหคนหางานดังกลาวเดินทางกลับเปนจํานวน เทาใดใหหักจากเงินที่ผูรับอนุญาตไดวางไวตามวรรคหนึ่งถาเหลือใหคืนใหแกผูรับอนุญาตโดยไมชักชาถาไม พอใหนายทะเบียนจัดหางานกลางหักจากหลักประกันที่วางไวตามมาตรา 31 (7) ในกรณีที่คนหางานไมเดินทางกลับประเทศไทยภายในเกาสิบวันโดยไมมีเหตุอันสมควรนับแตวันที่ ผูรับอนุญาตไดวางเงินตามวรรคหนึ่งแลวผูรับอนุญาตไมตองรับผิดชอบในการจัดการใหคนหางานดังกลาว เดินทางกลับประเทศไทยโดยอาจขอรับเงินดังกลาวคืนได เมื่อคนหางานตามวรรคหนึ่งเดินทางกลับถึงประเทศไทยแลวผูรับอนุญาตที่ไดปฏิบัติตามมาตรานี้มี สิทธิยื่นคําขอตออธิบดีเพื่อรับเงินชดเชยคาใชจายที่ตนตองจายไปจากกองทุนไดและใหนําความในมาตรา 41 มา ใชบังคับโดยอนุโลม มาตรา 43 เมื่อนายทะเบียนจัดหางานกลางทราบวามีเหตุที่ผูรับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทํางานในตางประเทศ จะตองจัดการใหคนหางานเดินทางกลับประเทศไทยตามมาตรา 39 (1) หรือมาตรา 40 แตผูรับอนุญาตยังมิได ดําเนินการดังกลาวภายในสิบหาวันนับแตวันที่มีเหตุดังกลาวใหนายทะเบียนจัดหางานกลางจัดการใหคนหางาน เดินทางกลับประเทศไทย
ในการจัดการใหคนหางานเดินทางกลับประเทศไทยตามวรรคหนึ่งใหนายทะเบียนจัดหางานกลางใช จายเงินจากกองทุนไปกอนและมีหนังสือแจงใหผูรับอนุญาตชดใชเงินคืนภายในเวลาที่กําหนดถาผูรับอนุญาต มิไดนําเงินไปชําระคืนภายในเวลาที่กําหนดใหนายทะเบียนจัดหางานกลางหักเงินจํานวนดังกลาวจาก หลักประกันที่วางไวตามมาตรา 31 (7) มาตรา 44 ในกรณีที่คนหางานไดคาจางตําแหนงงานหรือสิทธิประโยชนอื่นตรงตามที่กําหนดไวในสัญญา จัดหางานแตไมยอมปฏิบัติตามสัญญาผูรับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทํางานในตางประเทศไมตองรับผิดชอบใน การจัดการใหคนหางานดังกลาวเดินทางกลับประเทศไทยแตตองดําเนินการตามมาตรา 39 (2) มาตรา 45 ในกรณีที่คนหางานไดคาจางตําแหนงงานและสิทธิประโยชนอื่นตรงตามที่กําหนดไวในสัญญาจัดหา งานและไดทํางานจนสัญญาจัดหางานสิ้นสุดลงแลวแตคนหางานไมยอมเดินทางกลับประเทศไทยภายในสามสิบ วันนับแตวันที่สัญญาจัดหางานสิ้นสุดลงหรือภายในกําหนดเวลาที่มากกวานั้นตามที่ระบุไวในสัญญาจัดหางาน โดยไมมีเหตุอันสมควรหรือคนหางานไดงานใหมภายในกําหนดดังกลาวผูรับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทํางานใน ตางประเทศไมตองรับผิดชอบในการจัดการใหคนหางานดังกลาวเดินทางกลับประเทศไทยแตตองดําเนินการตาม มาตรา 39 (2) มาตรา 46 ในกรณีที่ผูรับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทํางานในตางประเทศไมสามารถจัดใหคนหางานเดินทางได ภายในกําหนดเวลาตามมาตรา38 หรือในกรณีที่คนหางานไมไดงานตามที่กําหนดไวในสัญญาจัดหางานหรือได คาจางต่ํากวาหรือไดตําแหนงงานหรือสิทธิประโยชนอื่นไมตรงตามที่กําหนดไวในสัญญาจัดหางานและ คนหางานไมประสงคที่จะทํางานนั้นผูรับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทํางานในตางประเทศตองคืนคาบริการและ คาใชจายตางๆที่เรียกเก็บจากคนหางานไปแลวทั้งหมดใหแกคนหางานภายในสามสิบวันนับแตวันที่ครบ กําหนดเวลาตามมาตรา 38 หรือนับแตวันที่คนหางานเดินทางกลับถึงประเทศไทยแลวแตกรณี ในกรณีที่คนหางานไมสามารถทํางานไดจนสิ้นสุดระยะเวลาตามที่กําหนดไวในสัญญาจัดหางานเพราะ ถูกเลิกจางโดยมิใชสาเหตุจากคนหางานผูรับอนุญาตตองคืนคาบริการและคาใชจายที่เรียกเก็บจากคนหางานไป แลวเปนอัตราสวนกับระยะเวลาที่คนหางานไดทํางานภายในสามสิบวันนับแตวันที่คนหางานขอรับคืน ในกรณีที่คนหางานไดคาจางต่ํากวาที่กําหนดไวในสัญญาจัดหางานแตคนหางานยังประสงคจะทํางาน นั้นผูรับอนุญาตตองคืนคาบริการที่เรียกเก็บจากคนหางานไปแลวเปนอัตราสวนกับคาจางที่คนหางานไดรับจริง ภายในสามสิบวันนับแตวันที่คนหางานขอรับคืน ในกรณีที่ผูรับอนุญาตมิไดปฏิบัติตามวรรคหนึ่งวรรคสองหรือวรรคสามใหนายทะเบียนจัดหางาน กลางหักคาบริการและคาใชจายดังกลาวจากหลักประกันที่วางไวตามมาตรา 31 (7) คืนใหแกคนหางาน เมื่อนายทะเบียนไดดําเนินการตามวรรคสี่แลวใหแจงใหผูรับอนุญาตทราบโดยเร็ว มาตรา 47 ใหนําบทบัญญัติมาตรา 8 วรรคสามและวรรคสี่มาตรา 10 มาตรา 11 มาตรา 12 มาตรา 13 มาตรา 14 มาตรา 15 มาตรา 16 มาตรา 17 มาตรา 18 วรรคสามมาตรา 19 มาตรา 20 มาตรา 21 มาตรา 22 มาตรา 23 มาตรา 24 มาตรา 25 มาตรา 26 และมาตรา 27 วรรคสองในหมวด 2 วาดวยการจัดหางานในประเทศมาใชบังคับกับการ จัดหางานเพื่อไปทํางานในตางประเทศโดยอนุโลม หมวด3ทวิ