บทที่ 4
ตัวแบบการมอบหมายงาน (Assignment Model)
ตัวแบบการมอบหมายงาน เปนตัวแบบที่ใชในแกปญหาการมอบหมายงานใหกับ พนักงาน หรือจัดงานเพื่อไปทํางานที่เครื่องจักร หรือปญหาอื่น ๆ ที่มีลักษณะเหมือนกัน ตัวแบบการ มอบหมายงานนี้เปนแบบที่มีงานตองทําอยู m ชิ้น และพนักงานอยู n คน ทั้งนี้มีขอจํากัดวา งานแตละ ชิ้นจะมอบหมายใหพนักงานเพียงคนเดียวเทานั้น และพนักงานแตละคนก็จะไดรับมอบหมายงานได เพียงงานเดียวเชนกัน ถากําหนดให cij คือคาใชจายในการมอบหมายงานชิ้นที่ i, i = 1, 2, …, m ใหกับ พนักงานที่ j, j = 1, 2, …, n ดังนั้นปญหาของตัวแบบคือจะมอบหมายงานชิ้นใดใหกับพนักงานคนใด โดยที่คาใชจายรวมทั้งหมดมีคานอยที่สุด ถากําหนดให xij=
j คนที่ ใหพนักงาน ถูกมอบหมาย i ที่ ถางานชิ้น 1 j นที่ นักงานคนงา อบหมายใหพ ไมไดถูกม i ที่ ถางานชิ้น 0 โดยที่ i = 1, 2, …, m และ j = 1, 2, …,n ดังนั้นตัวแบบคณิตศาสตรของการมอบหมายงานนี้คือ การหาคานอยที่สุด Z = m 1 i n 1 j ij ij x c ภายใตขอจํากัด
j 1 n ijx
= 1, i = 1, 2, …, m
i 1 m ijx
= 1, j = 1, 2, …, n xij = 0 หรือ 1จะเห็นไดวาตัวแบบการมอบหมายงานนี้ เปนตัวแบบการโปรแกรมเชิงเสนแบบหนึ่ง และ ยิ่งเมื่อพิจารณาตัวแบบของนี้ในรูปแบบของตาราง ซึ่งแสดงในตารางที่ 4.1 จะเห็นไดวาตัวแบบนี้ก็เปน ตัวแบบการขนสงนั่นเอง โดยที่ งาน และพนักงานที่จะมอบหมายนั้นเปรียบไดกับตนทางและ ปลายทางของการขนสง สวนคาใชจายในการมอบหมายงานเปรียบไดกับคาใชจายในการขนสง ทั้งนี้ จํานวนงานในแตละตนทางและจํานวนพนักงานในแตละปลายทางมีคาเปนหนึ่งเสมอ ในขั้นตอนการหาคําตอบของตัวแบบการมอบหมายงานนี้ เนื่องจากวาตัวแบบนี้สามารถ พิจารณาไดวาเปนกรณีพิเศษแบบหนึ่งของตัวแบบการขนสง ดังนั้นหลักการในการหาคําตอบจะมี แนวทางคลาย ๆ กัน กลาวคือถาตัวแบบไมอยูในลักษณะสมดุล (จํานวนงานไมเทากับจํานวน พนักงาน) ก็จําเปนที่จะตองทําตัวแบบนี้ใหสมดุลเสียกอน ซึ่งอาจเปนการเพิ่มงานสมมุติ (Fictitious Jobs) หรือเพิ่มพนักงานสมมุติ (Fictitious Workers) อยางใดอยางหนึ่ง
อยางไรก็ตามในขั้นตอนการหาคําตอบของตัวแบบ จะเห็นไดวาถาเราใชขั้นตอนวิธีที่ใช ในตัวแบบการขนสงมาใช จะตองมีตัวแปรเบสิกบางตัวมีคาเปนศูนย ซึ่งเปนการเกิดดีเจเนเรซี และยัง ผลทําใหการหาคําตอบมีความซับซอน และยุงยากมากขึ้น จึงไดมีการคนคิดเทคนิคหรือวิธีการที่จะ นํามาใชในการหาคําตอบของตัวแบบการมอบหมายงานนี้โดยเฉพาะ ดังจะไดกลาวตอไป c11 c12 … c1n c21 c22 … c2n . . … . . . … . cm1 cm2 … cmn 1 1 … 1 งาน 1 2 … n 1 พนักงาน 1 . . 1 2 . . 1 m ตารางที่ 4.1 ตัวแบบการมอบหมายงาน
4.1 ขั้นตอนการหาคําตอบที่ดีที่สุด
ในตัวแบบการมอบหมายงานที่สมดุล คือจํานวนงานเทากับกับจํานวนพนักงาน (ถาไม สมดุลก็ทําใหสมดุลเสียกอน) การหาคําตอบที่ดีที่สุดสามารถหาไดโดยใชวิธีฮังกาเรียน (Hungarian Method) ซึ่งแนวความคิดของวิธีนี้คือ ถานําคาคงที่ไปบวกหรือลบกับคาทุกคาในแถว หรือหลักของ ตารางของตัวแบบการมอบหมายงาน คําตอบที่ดีที่สุดของตัวแบบก็จะยังคงเดิม ถาให pi เปนคาคงที่ที่นําไปลบกับคาใชจายในแถว qj เปนคาคงที่ที่นําไปลบกับคาใชจายในหลัก จะไดวาแตละคาของ cij เปลี่ยนแปลงเปน cij - pi - qj จาก n 1 i n 1 j (cij - pi- qj) xij = n 1 i n 1 j cijxij- n 1 i pi n 1 j xij - n 1 j qj n 1 i xij = n 1 i n 1 j cijxij - n 1 i pi (1) - n 1 j qj (1) = n 1 i n 1 j cijxij- คาคงที่ ซึ่งจะเห็นไดวา คาของ xij ที่ทําให n 1 i n 1 j (cij - pi- qj) xij มีคานอยที่สุด กับคาของ xij ที่ทํา ให n 1 i n 1 j cijxij นั้นเปนคาเดียวกัน วิธีฮังกาเรียน มีขั้นตอนดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 นําคาที่นอยที่สุดในแตละแถวของตารางคาใชจาย ลบคาใชจายแตละตัวในแถวนั้น ขั้นตอนที่ 2 นําคาที่นอยที่สุดในแตละหลักของตารางคาใชจาย ลบคาใชจายแตละหลักในหลักนั้น ขั้นตอนที่ 3 มอบหมายงานใหกับพนักงานในตําแหนงที่มีคาใชจายเปนศูนย และนั่นจะเปนคําตอบที่ดีที่สุดของตัวแบบตัวอยางที่ 4.1 บริษัทแหงหนึ่งมีงานพิเศษอยู 3 ชิ้น ที่จะมอบใหพนักงาน 3 คนไปทํา ซึ่งคาใชจาย (หนวยเปนพันบาท) ในการทํางานแตละชิ้นสําหรับพนักงานแตละคน แสดงในตารางตอไปนี้ จงหาวาควรจะมอบหมายงานอยางไรใหกับพนักงาน โดยใหคาใชจายทั้งหมดมีคานอยที่สุด วิธีทํา โดยใชวิธีฮังกาเรียน เมื่อนําเอาคาที่นอยที่สุดในแตละแถว ลบออกจากคาใชจายทุกตัวในแตละ แถวจะไดดังนี้ จากนั้นนําเอาคาที่นอยที่สุดในแตละหลักลบออกจากคาใชจายทุกตัวในแตละหลัก ซึ่งไดดังนี้ ซึ่งเมื่อพิจารณาคําตอบที่ดีที่สุดจากตําแหนงที่มีคาใชจายเปนศูนยนั้น จะไดวาจะ มอบหมายงานชิ้นที่ 1, 2 และ 3 ใหกับพนักงานคนที่ 3, 1 และ 2 ตามลําดับ 15 16 10 18 17 15 16 12 14 1 2 3 พนักงาน 1 2 3 งาน 5 6 0 3 2 0 4 0 2 1 2 3 พนักงาน 1 2 3 งาน p1 = 10 p2 = 15 p3 = 12 2 6 0 0 2 0 1 0 2 1 2 3 พนักงาน 1 2 3 งาน q1 = 3 q2 = 0 q3 = 0 q = 2
โดยมีคาใชจายทั้งหมดเปนจํานวน 10 + 18 + 12 = 40 พันบาท ตัวอยางที่ 4.2 โรงงานแหงหนึ่งมีงานอยู 4 ชื้น ซึ่งจะตองจัดงานไปทําที่เครื่องจักรที่มี 4 เครื่อง ดวยกัน คาใชจาย (หนวยเปนแสนบาท) ในการที่งานแตละชิ้น ทํางานที่เครื่องจักรแตละเครื่องนั้น แสดงในตารางตอไปนี้ จงหาวาทางโรงงานควรจะจัดงานไปทําที่เครื่องจักรอยางไร โดยใหคาใชจายทั้งหมดมีคา นอยที่สุด วิธีทํา จากขอมูลในตารางจะเห็นไดวา งานชิ้นที่ 2 นั้นไมสามารถไปทําบนเครื่องจักรที่ 3 ได ดังนั้น จึงกําหนดใหคาใชจายที่ตําแหนงนั้นใหมีคาเปน M โดยที่ M หมายถึงคาที่เปนบวกมาก ๆ จากนั้นใช วิธีฮังกาเรียนในการหาคําตอบ โดยการนําเอาคงที่ที่นอยที่สุดในแตละแถว ลบออกจากคาใชจายทุกตัว ในแตละแถว และเอาคาคงที่ที่นอยที่สุดของแตละหลักลบออกจากคาใชจายทุกตัวในแตละหลัก ดังใน ตาราง จะเห็นไดวาตารางดังกลาวเปนตารางของคําตอบที่ดีที่สุดแลว โดยที่จะจัดงานชิ้นที่ 1, 2, 3 และ 4 ไปทําที่เครื่องจักรที่ 2, 4, 1 และ 3 ตามลําดับ โดยมีคาใชจายทั้งหมดเทากับ 5 + 4 + 12 + 11 = 32 แสนบาท 9 5 10 8 10 - 8 4 12 15 16 20 8 10 11 15 1 2 3 4 1 2 3 4 งาน 4 0 2 3 6 M-4 1 0 0 3 1 8 0 2 0 7 1 2 3 4 เครื่องจักร 1 2 3 4 งาน p p1 = 3 2 = 4 p3 = 12 p4 = 8 q1 = 0 q2 = 0 q3 = 0 q4 = 0 เครื่องจักร
ตัวอยางที่ 4.3 บริษัทรับเหมากอสรางแหงหนึ่ง มีโครงการกอสรางที่ตองทําใหเสร็จอยู 5 โครงการ และบริษัทมีวิศวกรที่ทําหนาที่ควบคุมการกอสราง 5 คน คาใชจายที่ทางบริษัทตองจายใหกับวิศวกรแต ละคน (หนวยเปนแสนบาท) สําหรับแตละโครงการ แสดงในตาราง จงหาวาทางบริษัทควรจะจัด วิศวกรใหไปทํางานแตละโครงการอยางไร จึงจะเสียคาใชจายนอยที่สุด วิธีทํา จากการใชวิธีฮังกาเรียนจะไดผลลัพธดังตาราง จากตารางจะเห็นได ถึงแมไดใชวิธีฮังกาเรียนแลวนั้น ก็ยังไมสามารถที่จะจัดวิศวกรใหไป ทํางานในโครงการตาง ๆ ได ดังนั้นจึงไดมีการพัฒนาเทคนิควิธีฮังกาเรียนเดิม เพื่อใหสามารถหา คําตอบที่ดีที่สุดใหได โดยการเพิ่มขั้นตอนดังตอไปนี้ ขั้นตอนที่ 1 ใหลากเสนตรงใหนอยที่สุดในแนวแถว หรือแนวหลักของตารางคาใชจายที่ ไดจากวิธีฮังกาเรียนขั้นตน โดยใหผานคาศูนยทุกตัว ถาจํานวนเสนตรงดังกลาวเทากับจํานวนของแถว โครงการ 12 17 20 11 19 15 23 26 22 24 10 16 18 17 15 21 25 27 21 26 20 14 18 14 16 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 วิศวกร 1 6 5 0 6 0 8 7 7 7 0 6 4 7 3 0 4 2 0 3 6 0 0 0 0 1 2 3 4 5 โครงการ 1 2 3 4 5 วิศวกร p1 = 11 p2 = 15 p3 = 10 p4 = 21 p5 = 14 q3 = 4 q5 = 2 q = 2
หรือหลักแสดงวาตารางของคาใชจายนั้นเปนตารางคําตอบที่ดีที่สุดแลว แตถาไมเทาก็ใหทําตอใน ขั้นตอนที่ 2 ขั้นตอนที่ 2 เลือกคาที่นอยที่สุดของคาใชจายในตารางที่เสนตรงไมไดลากผาน ไปลบ ออกจากคาของคาใชจายทุกตัวที่เสนตรงไมไดลากผาน แตนําไปบวกกับคาใชจายที่เปนจุดตัดของ เสนตรงดังกลาว จากนั้นกลับไปขั้นตอนที่ 2 ดังนั้นจากตัวอยางที่ 4.3 ลากเสนตรงในแถว และหลักของตารางคาใชจายดังกลาว โดย ใหผานคาใชจายที่เปนศูนยทุกตัว และมีจํานวนเสนตรงนอยที่สุด ผลที่ไดแสดงในตาราง ซึ่งจะเห็นไดวาใชจํานวนเสนตรงเพียง 3 เสนเทานั้น แสดงวายังไมไดคําตอบที่ดีที่สุด ดังนั้น เลือกคาที่นอยที่สุดของคาใชจายในตารางที่เสนตรงไมไดลากผานซึ่งเทากับ 2 และนําไปลบ ออกจากคาใชจายทุกตัวที่เสนตรงไมไดลากผาน แตนําไปบวกกับคาใชจายที่เปนจุดตัดของเสนตรง ดัง แสดงในตาราง 1 6 5 0 6 0 8 7 7 7 0 6 4 7 3 0 4 2 0 3 6 0 0 0 0 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 วิศวกร โครงการ 1 4 3 0 4 0 6 5 7 5 0 4 2 7 1 0 2 0 0 1 8 0 0 2 0 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 วิศวกร โครงการ
ลากเสนตรงใหนอยที่สุดโดยใหผานคาที่เปนศูนยทุกตัวอีกครั้งหนึ่ง ผลที่ไดคือใชเสนตรง เทากับ 4 เสน ดังนั้นทําในขั้นตอนเดิมอีกครั้งหนึ่ง ผลที่ไดดังตาราง จากนั้นลากเสนตรงใหมโดยใหผานเลขศูนยทุกตัว และใชเสนตรงใหนอยที่สุด จะได จํานวนเสนตรงเทากับ 5 เสน นั่นหมายความวาตารางดังกลาวเปนตารางของคําตอบที่ดีที่สุดแลวนั่นคือ จัดวิศวกรคนที่ 1, 2, 3, 4 และ 5 ไปทํางานที่โครงการ 4, 1, 5, 3 และ 2 ตามลําดับ โดยมีคาใชจายรวมทั้งสิ้นเทากับ 11 + 15 + 15 + 27 + 14 = 82 แสนบาท ตัวอยางที่ 4.4 โรงงานแหงหนึ่งมีงานที่จะตองทําอยู 3 ชิ้น แตทางโรงงานไดวาจางคนงาน 4 คนมา กอนลวงหนาแลว คาใชจาย (หนวยเปนพันบาท) ของการที่คนงานแตละคนทํางานแตละชิ้นแสดงใน ตาราง จงหาวาทางโรงงานควรจะจัดงานใหกับคนงานอยางไร จึงจะมีคาใชจายนอยที่สุดถา ก. ไมมีคาใชจายใด ๆ ถาคนงานไมไดงานทํา ข. ตองจายเงินชดเชยใหกับคนงานที่ไมไดงานทํา ทั้งนี้คาชดเชยสําหรับคนงานแตละคน ไมเทากัน กลาวคือตองจายใหกับคนงานคนที่ 1, 2, 3 และ 4 เปนจํานวน 5 พันบาท 15 พันบาท 8 พันบาท และ 9 พันบาท ตามลําดับ 1 3 2 0 3 0 5 4 7 4 0 3 1 7 0 1 2 0 1 1 9 0 0 3 0 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 วิศวกร โครงการ 10 16 14 23 18 21 10 20 19 18 17 14 1 2 3 4 คนงาน 1 2 3 งาน
วิธีทํา ก. เนื่องจากตัวแบบนี้ไมสมดุล จึงเพิ่มงานสมมุติเพื่อใหตัวแบบสมดุลเสียกอน ทั้งนี้เนื่องจาก ไมมีคาใชจายใด ๆ ถาคนงานไมไดงานทํา จึงกําหนดใหคาใชจายในแถวของงานสมมุติ (4) นี้ มีคาเปน ศูนยทุกตัวในแถวนั้นดังแสดงในตาราง จากนั้นใชวิธีฮังกาเรียนจะไดผลลัพธดังตาราง เห็นไดวา ตารางดังกลาวเปนตารางของคําตอบที่ดีที่สุดแลว นั่นคือมอบหมายงานที่ 1, 2 และ 3 ให คนงานที่ 1, 3 และ 4 ตามลําดับ โดยมีคนงานที่ 2 ไมไดรับงานทํา และคาใชจายรวมทั้งสิ้นเทากับ 10 + 10 + 14 = 34 พันบาท ข. เชนเดียวกับขอ ก. เพิ่มงานสมมุติ (4) เพื่อใหตัวแบบสมดุล จากนั้นกําหนดใหคาใชจายใน แถวของงานสมมุตินี้ดวยคาชดเชยที่เมื่อพนักงานไมไดรับงานนั้น ดังแสดงในตาราง 0 6 4 13 8 11 0 10 5 4 3 0 0 0 0 0 1 2 3 4 คนงาน 1 2 3 4 งาน p1 = 10 p2 = 10 p3 = 14 10 16 14 23 18 21 10 20 19 18 17 14 0 0 0 0 1 2 3 4 คนงาน 1 2 3 4 งาน
0 6 4 13 8 11 0 10 5 4 3 0 0 0 0 0 1 2 3 4 คนงาน 1 2 3 4 งาน 0 6 4 13 8 11 0 10 5 4 3 0 0 0 0 0 1 2 3 4 คนงาน 1 2 3 4 งาน 10 16 14 23 18 21 10 20 19 18 17 14 5 15 8 9 1 2 3 4 คนงาน 1 2 3 4 งาน
จากนั้นใชวิธีฮังกาเรียนจะไดผลลัพธดังตาราง เห็นไดวายังไมสามารถมอบหมายงานไดซึ่งจากการใช ขั้นตอนของฮังกาเรียน ผลที่ไดดังตาราง จากนั้นเอาคา 1 ที่เปนคาที่นอยที่สุดในตารางที่เสนตรงไมไดลากผาน ไปลบกับคาทุกตัวที่เสนตรง ไมไดลากผาน แตไปบวกกับตรงจุดตัดของเสนตรง ผลที่ไดดังตาราง p = 14 p = 14 0 2 4 13 8 7 0 10 5 0 3 0 0 6 3 4 1 2 3 4 คนงาน 1 2 3 4 งาน 0 0 2 11 10 7 0 10 7 0 3 0 0 4 1 2 1 2 3 4 คนงาน 1 2 3 4 งาน 0 2 4 13 8 7 0 10 5 0 3 0 0 6 3 4 1 2 3 4 คนงาน 1 2 3 4 งาน p1 = 10 p2 = 10 p3 = 14 p4 = 5 q2 = 4
จะเห็นไดวา ตารางดังกลาวเปนตารางของคําตอบที่ดีที่สุดแลว นั่นคือมอบหมายงานที่ 1, 2 และ 3 ใหคนงานที่ 2, 3 และ 4 ตามลําดับ และจายคาชดเชยใหกับพนักงานคนที่ 1 โดยมีคาใชจายรวมทั้งสิ้นเทากับ 16 + 10 + 14 + 5 = 45 พันบาท 4.2 ตัวแบบการมอบหมายงาน ในแบบการหาคาสูงสุด ในบางครั้ง การมอบหมายงานใหพนักงานนั้นอาจเปลี่ยนแปลงไปได ถาจุดประสงคของ การมอบหมายงานไมใชเพื่อที่จะใหคาใชจายนอยที่สุด แตเปนในลักษณะที่จะมอบหมายงานเพื่อให เกิดผลกําไรมากที่สุด ดังนั้นจุดประสงคของตัวแบบปญหาการจัดงานนี้จึงเปลี่ยนเปน การหาคาสูงสุด Z = n 1 i n 1 j c ijx ij ภายใตขอจํากัด n 1 i x ij = 1, i = 1, 2, …, n n 1 i x ij = 1, j = 1, 2, …, n xij = 0 หรือ 1 โดยที่คาของ cij หมายถึงผลกําไรจากการจัดงานที่ i ใหกับพนักงานที่ j ในรูปแบบของปญหาการหาคาสูงสุดนี้ สามารถดัดแปลงใหเปนรูปแบบของการหาคา ต่ําสุดได โดยอาศัยหลักการที่วา คาสูงที่สุดของ Z = (-1) * คานอยที่สุดของ (-Z) และนั่นหมายถึง สามารถนําเอาวิธีการฮังกาเรียนเขามาประยุกตใชไดเชนกัน เปนแตเพียงคาของ cijที่หมายถึงผลกําไร นั้นจะเปลี่ยนเปน -cij ตัวอยางที่ 4.5 บริษัทแหงหนึ่งมีตําแหนงงานวางอยู 4 ตําแหนง และมีผูมาสมัครทํางาน 4 คน ทาง บริษัทจึงทําการทดสอบผูสมัครดังกลาว โดยใหทดลองปฏิบัติงานในแตละตําแหนง ซึ่งทางบริษัทได ใหคะแนนการทํางานของผูสมัครแตละคน ในตําแหนงตาง ๆ ดังในตาราง จงหาวาบริษัทควรเลือก ผูสมัครเขาทํางานอยางไร โดยใหคะแนนรวมการทํางานมากที่สุด
วิธีทํา เนื่องจากปญหานี้เปนการมอบหมายงานที่เปนการหาคาสูงสุด ดังนั้นเพื่อที่จะใชแนวความคิด ของฮังกาเรียนจึงเปลี่ยนคาของ cij ในตารางขางตนเปน -cij ดังแสดงในตาราง จากการใชวิธีฮังกาเรียน ไดผลดังในตาราง -5 -6 -8 -9 -4 -7 -8 -6 -6 -7 -6 -5 -7 -7 -5 -6 1 2 3 4 ตําแหนงงาน 1 2 3 4 ผูสมัคร 4 3 1 0 4 1 0 2 1 0 1 2 0 0 2 1 1 2 3 4 ตําแหนงงาน 1 2 3 4 ผูสมัคร p1 = -9 p2 = -8 p3 = -7 p4 = -7 5 6 8 9 4 7 8 6 6 7 6 5 7 7 5 6 1 2 3 4 ตําแหนงงาน 1 2 3 4 ผูสมัคร
ตารางดังกลาวเปนตารางของคําตอบที่ดีที่สุดแลว นั่นคือจัดใหผูสมัครคนที่ 1, 2, 3 และ 4 ทํางานในตําแหนงงานที่ 4, 3, 2 และ 1 ตามลําดับ โดยมีคะแนนรวมสูงสุดเทากับ 9 + 8 + 7 + 7 = 31 คะแนน 4.3 บทสรุป ตัวแบบการมอบหมายงานเปนอีกตัวแบบหนึ่งที่จัดไดวาเปนตัวแบบการโปรแกรมเชิง เสน และเปนตัวแบบการขนสง ซึ่งไดพัฒนาขั้นตอนการหาคําตอบของตัวแบบขึ้นมาโดยเฉพาะ เปน ขั้นตอนวิธีที่งาย และไมซับซอน แตสามารถนําไปใชในการหาคําตอบของตัวแบบไดอยางมี ประสิทธิภาพ อยางไรก็ตาม งานวิจัยที่เกี่ยวของกับการนําตัวแบบการมอบหมายงานนี้ไปประยุกตใช ยังมีไมมากนักเมื่อเทียบกับตัวแบบการโปรแกรมเชิงเสน หรือตัวแบบการขนสง
แบบฝกหัด
1. จงหาคําตอบจากตัวแบบการมอบหมายงาน จากตารางคาใชจายตอไปนี้ 1.1 1.2 2. โรงงานแหงหนึ่งมีงานที่ตองทําอยู 4 ชิ้น และมีเครื่องจักรที่ใชในการทํางาน 4 เครื่อง คาใชจาย (หนวยเปนพันบาท) ในการทํางานแตละชิ้นของเครื่องจักรแตละเครื่องแสดงในตาราง จงหาวาควร จัดงานใหกับเครื่องจักรอยางไร จึงจะทําใหคาใชจายทั้งหมดมีคานอยที่สุด งาน เครื่องจักร 1 2 3 4 1 2 3 4 1 4 6 3 9 7 10 9 4 5 11 7 8 7 8 5 2 1 3 6 7 8 4 5 3 1 2 3 พนักงาน 1 2 3 งาน 7 5 4 6 9 8 6 3 6 3 2 4 6 3 2 4 1 2 3 4 พนักงาน 1 2 3 4 งาน3. บริษัทรับเหมากอสรางแหงหนึ่ง มีโครงการกอนสรางอยู 3 โครงการ แตบริษัทมีวิศวกรที่ทําหนาที่ ควบคุมการกอสราง 4 คน คาใชจายที่ทางบริษัทตองจายใหกับวิศวกรแตละคน (หนวยเปนแสน บาท) สําหรับแตละโครงการ แสดงในตารางตอไปนี้ วิศวกร โครงการ 1 2 3 1 2 3 4 7 6 9 6 6 9 7 - 8 7 8 7 จงหาวาทางบริษัทจะจัดวิศวกรคนใดทํางานโครงการใด จึงจะเสียคาใชจายทั้งหมดนอยที่สุด ถา ก. บริษัทไมมีคาใชจายใด ๆ ถาวิศวกรไมไดทํางาน ข. บริษัทตองเสียคาใชจายเนื่องจากวิศวกรไมไดทํางานเปนจํานวน 8 แสนบาท 9 แสนบาท 5 แสนบาท และ 6 แสนบาท สําหรับวิศวกรคนที่ 1, 2, 3 และ 4 ตามลําดับ 4. บริษัทแหงหนึ่ง รับดําเนินงานติดตั้งเครื่องจักร ใหกับโรงงาน ถาบริษัทมีเครื่องจักรอยู 4 เครื่อง แต มีโรงงานที่ตองการติดตั้งเครื่องจักรอยู 5 โรงงาน คาใชจาย (หนวยเปนพันบาท) ในการติดตั้ง เครื่องจักรแตละเครื่องสําหรับโรงงานแตละโรงงาน แสดงในตารางตอไปนี้ เครื่องจักร โรงงาน 1 2 3 4 5 1 2 3 4 4 5 5 3 6 3 8 8 5 5 2 7 6 2 4 5 9 5 8 7 จงหาวาทางบริษัทควรติดตั้งเครื่องจักรใหกับโรงงานอยางไร จึงจะมีคาใชจายทั้งหมดนอย ที่สุด และถาบริษัทจะตองถูกปรับ เพราะไมสามารถติดตั้งเครื่องจักร ใหกับโรงงานที่ 1, 2, 3, 4
และ 5 เปนจํานวนเงิน 10,000 บาท 9,000 บาท 10,000 บาท 12,000 บาท และ 11,000 บาท ตามลําดับ บริษัทควรติดตั้งเครื่องจักรอยางไร 5. จากขอ 1 จงหาคําตอบจากตัวแบบการมอบหมายงาน ถาตารางในขอ 1.1 และ 1.2 เปนตารางของ ผลกําไรจากการมอบหมายงานใหกับพนักงาน 6. บริษัทแหงหนึ่งมีพนักงานขายอยู 4 คน และมีเขตการขาย 4 เขต ทางบริษัทตองการที่จะจัด พนักงานขายเขาไปประจําในเขตการขาย จากประสบการณในอดีต พบวากําไร (หนวยเปนพัน บาท) ที่พนักงานขายแตละคนทําใหกับบริษัทเมื่อประจําอยูในแตละเขต ดังแสดงในตารางตอไปนี้ พนักงานขาย เขตการขาย 1 2 3 4 1 2 3 4 2 3 5 6 4 7 5 5 3 6 6 6 5 8 9 7 จงหาวาบริษัทควรจะจัดพนักงานขาย เขาไปประจําในแตละเขตการขายอยางไร จึงจะเกิดผล กําไรรวมมากที่สุด