• No results found

บทท 4 ต วแบบการมอบหมายงาน (Assignment Model)

N/A
N/A
Protected

Academic year: 2021

Share "บทท 4 ต วแบบการมอบหมายงาน (Assignment Model)"

Copied!
17
0
0

Loading.... (view fulltext now)

Full text

(1)

บทที่ 4

ตัวแบบการมอบหมายงาน (Assignment Model)

ตัวแบบการมอบหมายงาน เปนตัวแบบที่ใชในแกปญหาการมอบหมายงานใหกับ พนักงาน หรือจัดงานเพื่อไปทํางานที่เครื่องจักร หรือปญหาอื่น ๆ ที่มีลักษณะเหมือนกัน ตัวแบบการ มอบหมายงานนี้เปนแบบที่มีงานตองทําอยู m ชิ้น และพนักงานอยู n คน ทั้งนี้มีขอจํากัดวา งานแตละ ชิ้นจะมอบหมายใหพนักงานเพียงคนเดียวเทานั้น และพนักงานแตละคนก็จะไดรับมอบหมายงานได เพียงงานเดียวเชนกัน ถากําหนดให cij คือคาใชจายในการมอบหมายงานชิ้นที่ i, i = 1, 2, …, m ใหกับ พนักงานที่ j, j = 1, 2, …, n ดังนั้นปญหาของตัวแบบคือจะมอบหมายงานชิ้นใดใหกับพนักงานคนใด โดยที่คาใชจายรวมทั้งหมดมีคานอยที่สุด ถากําหนดให xij

=

     j คนที่ ใหพนักงาน ถูกมอบหมาย i ที่ ถางานชิ้น 1 j นที่ นักงานคนงา อบหมายใหพ ไมไดถูกม i ที่ ถางานชิ้น 0 โดยที่ i = 1, 2, …, m และ j = 1, 2, …,n ดังนั้นตัวแบบคณิตศาสตรของการมอบหมายงานนี้คือ การหาคานอยที่สุด Z =     m 1 i n 1 j ij ij x c ภายใตขอจํากัด 

j 1 n ij

x

= 1, i = 1, 2, …, m 

i 1 m ij

x

= 1, j = 1, 2, …, n xij = 0 หรือ 1

(2)

จะเห็นไดวาตัวแบบการมอบหมายงานนี้ เปนตัวแบบการโปรแกรมเชิงเสนแบบหนึ่ง และ ยิ่งเมื่อพิจารณาตัวแบบของนี้ในรูปแบบของตาราง ซึ่งแสดงในตารางที่ 4.1 จะเห็นไดวาตัวแบบนี้ก็เปน ตัวแบบการขนสงนั่นเอง โดยที่ งาน และพนักงานที่จะมอบหมายนั้นเปรียบไดกับตนทางและ ปลายทางของการขนสง สวนคาใชจายในการมอบหมายงานเปรียบไดกับคาใชจายในการขนสง ทั้งนี้ จํานวนงานในแตละตนทางและจํานวนพนักงานในแตละปลายทางมีคาเปนหนึ่งเสมอ ในขั้นตอนการหาคําตอบของตัวแบบการมอบหมายงานนี้ เนื่องจากวาตัวแบบนี้สามารถ พิจารณาไดวาเปนกรณีพิเศษแบบหนึ่งของตัวแบบการขนสง ดังนั้นหลักการในการหาคําตอบจะมี แนวทางคลาย ๆ กัน กลาวคือถาตัวแบบไมอยูในลักษณะสมดุล (จํานวนงานไมเทากับจํานวน พนักงาน) ก็จําเปนที่จะตองทําตัวแบบนี้ใหสมดุลเสียกอน ซึ่งอาจเปนการเพิ่มงานสมมุติ (Fictitious Jobs) หรือเพิ่มพนักงานสมมุติ (Fictitious Workers) อยางใดอยางหนึ่ง

อยางไรก็ตามในขั้นตอนการหาคําตอบของตัวแบบ จะเห็นไดวาถาเราใชขั้นตอนวิธีที่ใช ในตัวแบบการขนสงมาใช จะตองมีตัวแปรเบสิกบางตัวมีคาเปนศูนย ซึ่งเปนการเกิดดีเจเนเรซี และยัง ผลทําใหการหาคําตอบมีความซับซอน และยุงยากมากขึ้น จึงไดมีการคนคิดเทคนิคหรือวิธีการที่จะ นํามาใชในการหาคําตอบของตัวแบบการมอบหมายงานนี้โดยเฉพาะ ดังจะไดกลาวตอไป c11 c12 c1n c21 c22 … c2n . . … . . . … . cm1 cm2 … cmn 1 1 … 1 งาน 1 2 … n 1 พนักงาน 1 . . 1 2 . . 1 m ตารางที่ 4.1 ตัวแบบการมอบหมายงาน

(3)

4.1 ขั้นตอนการหาคําตอบที่ดีที่สุด

ในตัวแบบการมอบหมายงานที่สมดุล คือจํานวนงานเทากับกับจํานวนพนักงาน (ถาไม สมดุลก็ทําใหสมดุลเสียกอน) การหาคําตอบที่ดีที่สุดสามารถหาไดโดยใชวิธีฮังกาเรียน (Hungarian Method) ซึ่งแนวความคิดของวิธีนี้คือ ถานําคาคงที่ไปบวกหรือลบกับคาทุกคาในแถว หรือหลักของ ตารางของตัวแบบการมอบหมายงาน คําตอบที่ดีที่สุดของตัวแบบก็จะยังคงเดิม ถาให pi เปนคาคงที่ที่นําไปลบกับคาใชจายในแถว qj เปนคาคงที่ที่นําไปลบกับคาใชจายในหลัก จะไดวาแตละคาของ cij เปลี่ยนแปลงเปน cij - pi - qj จาก     n 1 i n 1 j (cij - pi- qj) xij =    n 1 i n 1 j cijxij-  n 1 i pi  n 1 j xij -  n 1 j qj  n 1 i xij =     n 1 i n 1 j cijxij -  n 1 i pi (1) -  n 1 j qj (1) =     n 1 i n 1 j cijxij- คาคงที่ ซึ่งจะเห็นไดวา คาของ xij ที่ทําให     n 1 i n 1 j (cij - pi- qj) xij มีคานอยที่สุด กับคาของ xij ที่ทํา ให     n 1 i n 1 j cijxij นั้นเปนคาเดียวกัน วิธีฮังกาเรียน มีขั้นตอนดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 นําคาที่นอยที่สุดในแตละแถวของตารางคาใชจาย ลบคาใชจายแตละตัวในแถวนั้น ขั้นตอนที่ 2 นําคาที่นอยที่สุดในแตละหลักของตารางคาใชจาย ลบคาใชจายแตละหลักในหลักนั้น ขั้นตอนที่ 3 มอบหมายงานใหกับพนักงานในตําแหนงที่มีคาใชจายเปนศูนย และนั่นจะเปนคําตอบที่ดีที่สุดของตัวแบบ

(4)

ตัวอยางที่ 4.1 บริษัทแหงหนึ่งมีงานพิเศษอยู 3 ชิ้น ที่จะมอบใหพนักงาน 3 คนไปทํา ซึ่งคาใชจาย (หนวยเปนพันบาท) ในการทํางานแตละชิ้นสําหรับพนักงานแตละคน แสดงในตารางตอไปนี้ จงหาวาควรจะมอบหมายงานอยางไรใหกับพนักงาน โดยใหคาใชจายทั้งหมดมีคานอยที่สุด วิธีทํา โดยใชวิธีฮังกาเรียน เมื่อนําเอาคาที่นอยที่สุดในแตละแถว ลบออกจากคาใชจายทุกตัวในแตละ แถวจะไดดังนี้ จากนั้นนําเอาคาที่นอยที่สุดในแตละหลักลบออกจากคาใชจายทุกตัวในแตละหลัก ซึ่งไดดังนี้ ซึ่งเมื่อพิจารณาคําตอบที่ดีที่สุดจากตําแหนงที่มีคาใชจายเปนศูนยนั้น จะไดวาจะ มอบหมายงานชิ้นที่ 1, 2 และ 3 ใหกับพนักงานคนที่ 3, 1 และ 2 ตามลําดับ 15 16 10 18 17 15 16 12 14 1 2 3 พนักงาน 1 2 3 งาน 5 6 0 3 2 0 4 0 2 1 2 3 พนักงาน 1 2 3 งาน p1 = 10 p2 = 15 p3 = 12 2 6 0 0 2 0 1 0 2 1 2 3 พนักงาน 1 2 3 งาน q1 = 3 q2 = 0 q3 = 0 q = 2

(5)

โดยมีคาใชจายทั้งหมดเปนจํานวน 10 + 18 + 12 = 40 พันบาท ตัวอยางที่ 4.2 โรงงานแหงหนึ่งมีงานอยู 4 ชื้น ซึ่งจะตองจัดงานไปทําที่เครื่องจักรที่มี 4 เครื่อง ดวยกัน คาใชจาย (หนวยเปนแสนบาท) ในการที่งานแตละชิ้น ทํางานที่เครื่องจักรแตละเครื่องนั้น แสดงในตารางตอไปนี้ จงหาวาทางโรงงานควรจะจัดงานไปทําที่เครื่องจักรอยางไร โดยใหคาใชจายทั้งหมดมีคา นอยที่สุด วิธีทํา จากขอมูลในตารางจะเห็นไดวา งานชิ้นที่ 2 นั้นไมสามารถไปทําบนเครื่องจักรที่ 3 ได ดังนั้น จึงกําหนดใหคาใชจายที่ตําแหนงนั้นใหมีคาเปน M โดยที่ M หมายถึงคาที่เปนบวกมาก ๆ จากนั้นใช วิธีฮังกาเรียนในการหาคําตอบ โดยการนําเอาคงที่ที่นอยที่สุดในแตละแถว ลบออกจากคาใชจายทุกตัว ในแตละแถว และเอาคาคงที่ที่นอยที่สุดของแตละหลักลบออกจากคาใชจายทุกตัวในแตละหลัก ดังใน ตาราง จะเห็นไดวาตารางดังกลาวเปนตารางของคําตอบที่ดีที่สุดแลว โดยที่จะจัดงานชิ้นที่ 1, 2, 3 และ 4 ไปทําที่เครื่องจักรที่ 2, 4, 1 และ 3 ตามลําดับ โดยมีคาใชจายทั้งหมดเทากับ 5 + 4 + 12 + 11 = 32 แสนบาท 9 5 10 8 10 - 8 4 12 15 16 20 8 10 11 15 1 2 3 4 1 2 3 4 งาน 4 0 2 3 6 M-4 1 0 0 3 1 8 0 2 0 7 1 2 3 4 เครื่องจักร 1 2 3 4 งาน p p1 = 3 2 = 4 p3 = 12 p4 = 8 q1 = 0 q2 = 0 q3 = 0 q4 = 0 เครื่องจักร

(6)

ตัวอยางที่ 4.3 บริษัทรับเหมากอสรางแหงหนึ่ง มีโครงการกอสรางที่ตองทําใหเสร็จอยู 5 โครงการ และบริษัทมีวิศวกรที่ทําหนาที่ควบคุมการกอสราง 5 คน คาใชจายที่ทางบริษัทตองจายใหกับวิศวกรแต ละคน (หนวยเปนแสนบาท) สําหรับแตละโครงการ แสดงในตาราง จงหาวาทางบริษัทควรจะจัด วิศวกรใหไปทํางานแตละโครงการอยางไร จึงจะเสียคาใชจายนอยที่สุด วิธีทํา จากการใชวิธีฮังกาเรียนจะไดผลลัพธดังตาราง จากตารางจะเห็นได ถึงแมไดใชวิธีฮังกาเรียนแลวนั้น ก็ยังไมสามารถที่จะจัดวิศวกรใหไป ทํางานในโครงการตาง ๆ ได ดังนั้นจึงไดมีการพัฒนาเทคนิควิธีฮังกาเรียนเดิม เพื่อใหสามารถหา คําตอบที่ดีที่สุดใหได โดยการเพิ่มขั้นตอนดังตอไปนี้ ขั้นตอนที่ 1 ใหลากเสนตรงใหนอยที่สุดในแนวแถว หรือแนวหลักของตารางคาใชจายที่ ไดจากวิธีฮังกาเรียนขั้นตน โดยใหผานคาศูนยทุกตัว ถาจํานวนเสนตรงดังกลาวเทากับจํานวนของแถว โครงการ 12 17 20 11 19 15 23 26 22 24 10 16 18 17 15 21 25 27 21 26 20 14 18 14 16 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 วิศวกร 1 6 5 0 6 0 8 7 7 7 0 6 4 7 3 0 4 2 0 3 6 0 0 0 0 1 2 3 4 5 โครงการ 1 2 3 4 5 วิศวกร p1 = 11 p2 = 15 p3 = 10 p4 = 21 p5 = 14 q3 = 4 q5 = 2 q = 2

(7)

หรือหลักแสดงวาตารางของคาใชจายนั้นเปนตารางคําตอบที่ดีที่สุดแลว แตถาไมเทาก็ใหทําตอใน ขั้นตอนที่ 2 ขั้นตอนที่ 2 เลือกคาที่นอยที่สุดของคาใชจายในตารางที่เสนตรงไมไดลากผาน ไปลบ ออกจากคาของคาใชจายทุกตัวที่เสนตรงไมไดลากผาน แตนําไปบวกกับคาใชจายที่เปนจุดตัดของ เสนตรงดังกลาว จากนั้นกลับไปขั้นตอนที่ 2 ดังนั้นจากตัวอยางที่ 4.3 ลากเสนตรงในแถว และหลักของตารางคาใชจายดังกลาว โดย ใหผานคาใชจายที่เปนศูนยทุกตัว และมีจํานวนเสนตรงนอยที่สุด ผลที่ไดแสดงในตาราง ซึ่งจะเห็นไดวาใชจํานวนเสนตรงเพียง 3 เสนเทานั้น แสดงวายังไมไดคําตอบที่ดีที่สุด ดังนั้น เลือกคาที่นอยที่สุดของคาใชจายในตารางที่เสนตรงไมไดลากผานซึ่งเทากับ 2 และนําไปลบ ออกจากคาใชจายทุกตัวที่เสนตรงไมไดลากผาน แตนําไปบวกกับคาใชจายที่เปนจุดตัดของเสนตรง ดัง แสดงในตาราง 1 6 5 0 6 0 8 7 7 7 0 6 4 7 3 0 4 2 0 3 6 0 0 0 0 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 วิศวกร โครงการ 1 4 3 0 4 0 6 5 7 5 0 4 2 7 1 0 2 0 0 1 8 0 0 2 0 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 วิศวกร โครงการ

(8)

ลากเสนตรงใหนอยที่สุดโดยใหผานคาที่เปนศูนยทุกตัวอีกครั้งหนึ่ง ผลที่ไดคือใชเสนตรง เทากับ 4 เสน ดังนั้นทําในขั้นตอนเดิมอีกครั้งหนึ่ง ผลที่ไดดังตาราง จากนั้นลากเสนตรงใหมโดยใหผานเลขศูนยทุกตัว และใชเสนตรงใหนอยที่สุด จะได จํานวนเสนตรงเทากับ 5 เสน นั่นหมายความวาตารางดังกลาวเปนตารางของคําตอบที่ดีที่สุดแลวนั่นคือ จัดวิศวกรคนที่ 1, 2, 3, 4 และ 5 ไปทํางานที่โครงการ 4, 1, 5, 3 และ 2 ตามลําดับ โดยมีคาใชจายรวมทั้งสิ้นเทากับ 11 + 15 + 15 + 27 + 14 = 82 แสนบาท ตัวอยางที่ 4.4 โรงงานแหงหนึ่งมีงานที่จะตองทําอยู 3 ชิ้น แตทางโรงงานไดวาจางคนงาน 4 คนมา กอนลวงหนาแลว คาใชจาย (หนวยเปนพันบาท) ของการที่คนงานแตละคนทํางานแตละชิ้นแสดงใน ตาราง จงหาวาทางโรงงานควรจะจัดงานใหกับคนงานอยางไร จึงจะมีคาใชจายนอยที่สุดถา ก. ไมมีคาใชจายใด ๆ ถาคนงานไมไดงานทํา ข. ตองจายเงินชดเชยใหกับคนงานที่ไมไดงานทํา ทั้งนี้คาชดเชยสําหรับคนงานแตละคน ไมเทากัน กลาวคือตองจายใหกับคนงานคนที่ 1, 2, 3 และ 4 เปนจํานวน 5 พันบาท 15 พันบาท 8 พันบาท และ 9 พันบาท ตามลําดับ 1 3 2 0 3 0 5 4 7 4 0 3 1 7 0 1 2 0 1 1 9 0 0 3 0 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 วิศวกร โครงการ 10 16 14 23 18 21 10 20 19 18 17 14 1 2 3 4 คนงาน 1 2 3 งาน

(9)

วิธีทํา ก. เนื่องจากตัวแบบนี้ไมสมดุล จึงเพิ่มงานสมมุติเพื่อใหตัวแบบสมดุลเสียกอน ทั้งนี้เนื่องจาก ไมมีคาใชจายใด ๆ ถาคนงานไมไดงานทํา จึงกําหนดใหคาใชจายในแถวของงานสมมุติ (4) นี้ มีคาเปน ศูนยทุกตัวในแถวนั้นดังแสดงในตาราง จากนั้นใชวิธีฮังกาเรียนจะไดผลลัพธดังตาราง เห็นไดวา ตารางดังกลาวเปนตารางของคําตอบที่ดีที่สุดแลว นั่นคือมอบหมายงานที่ 1, 2 และ 3 ให คนงานที่ 1, 3 และ 4 ตามลําดับ โดยมีคนงานที่ 2 ไมไดรับงานทํา และคาใชจายรวมทั้งสิ้นเทากับ 10 + 10 + 14 = 34 พันบาท ข. เชนเดียวกับขอ ก. เพิ่มงานสมมุติ (4) เพื่อใหตัวแบบสมดุล จากนั้นกําหนดใหคาใชจายใน แถวของงานสมมุตินี้ดวยคาชดเชยที่เมื่อพนักงานไมไดรับงานนั้น ดังแสดงในตาราง 0 6 4 13 8 11 0 10 5 4 3 0 0 0 0 0 1 2 3 4 คนงาน 1 2 3 4 งาน p1 = 10 p2 = 10 p3 = 14 10 16 14 23 18 21 10 20 19 18 17 14 0 0 0 0 1 2 3 4 คนงาน 1 2 3 4 งาน

(10)

0 6 4 13 8 11 0 10 5 4 3 0 0 0 0 0 1 2 3 4 คนงาน 1 2 3 4 งาน 0 6 4 13 8 11 0 10 5 4 3 0 0 0 0 0 1 2 3 4 คนงาน 1 2 3 4 งาน 10 16 14 23 18 21 10 20 19 18 17 14 5 15 8 9 1 2 3 4 คนงาน 1 2 3 4 งาน

(11)

จากนั้นใชวิธีฮังกาเรียนจะไดผลลัพธดังตาราง เห็นไดวายังไมสามารถมอบหมายงานไดซึ่งจากการใช ขั้นตอนของฮังกาเรียน ผลที่ไดดังตาราง จากนั้นเอาคา 1 ที่เปนคาที่นอยที่สุดในตารางที่เสนตรงไมไดลากผาน ไปลบกับคาทุกตัวที่เสนตรง ไมไดลากผาน แตไปบวกกับตรงจุดตัดของเสนตรง ผลที่ไดดังตาราง p = 14 p = 14 0 2 4 13 8 7 0 10 5 0 3 0 0 6 3 4 1 2 3 4 คนงาน 1 2 3 4 งาน 0 0 2 11 10 7 0 10 7 0 3 0 0 4 1 2 1 2 3 4 คนงาน 1 2 3 4 งาน 0 2 4 13 8 7 0 10 5 0 3 0 0 6 3 4 1 2 3 4 คนงาน 1 2 3 4 งาน p1 = 10 p2 = 10 p3 = 14 p4 = 5 q2 = 4

(12)

จะเห็นไดวา ตารางดังกลาวเปนตารางของคําตอบที่ดีที่สุดแลว นั่นคือมอบหมายงานที่ 1, 2 และ 3 ใหคนงานที่ 2, 3 และ 4 ตามลําดับ และจายคาชดเชยใหกับพนักงานคนที่ 1 โดยมีคาใชจายรวมทั้งสิ้นเทากับ 16 + 10 + 14 + 5 = 45 พันบาท 4.2 ตัวแบบการมอบหมายงาน ในแบบการหาคาสูงสุด ในบางครั้ง การมอบหมายงานใหพนักงานนั้นอาจเปลี่ยนแปลงไปได ถาจุดประสงคของ การมอบหมายงานไมใชเพื่อที่จะใหคาใชจายนอยที่สุด แตเปนในลักษณะที่จะมอบหมายงานเพื่อให เกิดผลกําไรมากที่สุด ดังนั้นจุดประสงคของตัวแบบปญหาการจัดงานนี้จึงเปลี่ยนเปน การหาคาสูงสุด Z =     n 1 i n 1 j c ijx ij ภายใตขอจํากัด   n 1 i x ij = 1, i = 1, 2, …, n   n 1 i x ij = 1, j = 1, 2, …, n xij = 0 หรือ 1 โดยที่คาของ cij หมายถึงผลกําไรจากการจัดงานที่ i ใหกับพนักงานที่ j ในรูปแบบของปญหาการหาคาสูงสุดนี้ สามารถดัดแปลงใหเปนรูปแบบของการหาคา ต่ําสุดได โดยอาศัยหลักการที่วา คาสูงที่สุดของ Z = (-1) * คานอยที่สุดของ (-Z) และนั่นหมายถึง สามารถนําเอาวิธีการฮังกาเรียนเขามาประยุกตใชไดเชนกัน เปนแตเพียงคาของ cijที่หมายถึงผลกําไร นั้นจะเปลี่ยนเปน -cij ตัวอยางที่ 4.5 บริษัทแหงหนึ่งมีตําแหนงงานวางอยู 4 ตําแหนง และมีผูมาสมัครทํางาน 4 คน ทาง บริษัทจึงทําการทดสอบผูสมัครดังกลาว โดยใหทดลองปฏิบัติงานในแตละตําแหนง ซึ่งทางบริษัทได ใหคะแนนการทํางานของผูสมัครแตละคน ในตําแหนงตาง ๆ ดังในตาราง จงหาวาบริษัทควรเลือก ผูสมัครเขาทํางานอยางไร โดยใหคะแนนรวมการทํางานมากที่สุด

(13)

วิธีทํา เนื่องจากปญหานี้เปนการมอบหมายงานที่เปนการหาคาสูงสุด ดังนั้นเพื่อที่จะใชแนวความคิด ของฮังกาเรียนจึงเปลี่ยนคาของ cij ในตารางขางตนเปน -cij ดังแสดงในตาราง จากการใชวิธีฮังกาเรียน ไดผลดังในตาราง -5 -6 -8 -9 -4 -7 -8 -6 -6 -7 -6 -5 -7 -7 -5 -6 1 2 3 4 ตําแหนงงาน 1 2 3 4 ผูสมัคร 4 3 1 0 4 1 0 2 1 0 1 2 0 0 2 1 1 2 3 4 ตําแหนงงาน 1 2 3 4 ผูสมัคร p1 = -9 p2 = -8 p3 = -7 p4 = -7 5 6 8 9 4 7 8 6 6 7 6 5 7 7 5 6 1 2 3 4 ตําแหนงงาน 1 2 3 4 ผูสมัคร

(14)

ตารางดังกลาวเปนตารางของคําตอบที่ดีที่สุดแลว นั่นคือจัดใหผูสมัครคนที่ 1, 2, 3 และ 4 ทํางานในตําแหนงงานที่ 4, 3, 2 และ 1 ตามลําดับ โดยมีคะแนนรวมสูงสุดเทากับ 9 + 8 + 7 + 7 = 31 คะแนน 4.3 บทสรุป ตัวแบบการมอบหมายงานเปนอีกตัวแบบหนึ่งที่จัดไดวาเปนตัวแบบการโปรแกรมเชิง เสน และเปนตัวแบบการขนสง ซึ่งไดพัฒนาขั้นตอนการหาคําตอบของตัวแบบขึ้นมาโดยเฉพาะ เปน ขั้นตอนวิธีที่งาย และไมซับซอน แตสามารถนําไปใชในการหาคําตอบของตัวแบบไดอยางมี ประสิทธิภาพ อยางไรก็ตาม งานวิจัยที่เกี่ยวของกับการนําตัวแบบการมอบหมายงานนี้ไปประยุกตใช ยังมีไมมากนักเมื่อเทียบกับตัวแบบการโปรแกรมเชิงเสน หรือตัวแบบการขนสง

(15)

แบบฝกหัด

1. จงหาคําตอบจากตัวแบบการมอบหมายงาน จากตารางคาใชจายตอไปนี้ 1.1 1.2 2. โรงงานแหงหนึ่งมีงานที่ตองทําอยู 4 ชิ้น และมีเครื่องจักรที่ใชในการทํางาน 4 เครื่อง คาใชจาย (หนวยเปนพันบาท) ในการทํางานแตละชิ้นของเครื่องจักรแตละเครื่องแสดงในตาราง จงหาวาควร จัดงานใหกับเครื่องจักรอยางไร จึงจะทําใหคาใชจายทั้งหมดมีคานอยที่สุด งาน เครื่องจักร 1 2 3 4 1 2 3 4 1 4 6 3 9 7 10 9 4 5 11 7 8 7 8 5 2 1 3 6 7 8 4 5 3 1 2 3 พนักงาน 1 2 3 งาน 7 5 4 6 9 8 6 3 6 3 2 4 6 3 2 4 1 2 3 4 พนักงาน 1 2 3 4 งาน

(16)

3. บริษัทรับเหมากอสรางแหงหนึ่ง มีโครงการกอนสรางอยู 3 โครงการ แตบริษัทมีวิศวกรที่ทําหนาที่ ควบคุมการกอสราง 4 คน คาใชจายที่ทางบริษัทตองจายใหกับวิศวกรแตละคน (หนวยเปนแสน บาท) สําหรับแตละโครงการ แสดงในตารางตอไปนี้ วิศวกร โครงการ 1 2 3 1 2 3 4 7 6 9 6 6 9 7 - 8 7 8 7 จงหาวาทางบริษัทจะจัดวิศวกรคนใดทํางานโครงการใด จึงจะเสียคาใชจายทั้งหมดนอยที่สุด ถา ก. บริษัทไมมีคาใชจายใด ๆ ถาวิศวกรไมไดทํางาน ข. บริษัทตองเสียคาใชจายเนื่องจากวิศวกรไมไดทํางานเปนจํานวน 8 แสนบาท 9 แสนบาท 5 แสนบาท และ 6 แสนบาท สําหรับวิศวกรคนที่ 1, 2, 3 และ 4 ตามลําดับ 4. บริษัทแหงหนึ่ง รับดําเนินงานติดตั้งเครื่องจักร ใหกับโรงงาน ถาบริษัทมีเครื่องจักรอยู 4 เครื่อง แต มีโรงงานที่ตองการติดตั้งเครื่องจักรอยู 5 โรงงาน คาใชจาย (หนวยเปนพันบาท) ในการติดตั้ง เครื่องจักรแตละเครื่องสําหรับโรงงานแตละโรงงาน แสดงในตารางตอไปนี้ เครื่องจักร โรงงาน 1 2 3 4 5 1 2 3 4 4 5 5 3 6 3 8 8 5 5 2 7 6 2 4 5 9 5 8 7 จงหาวาทางบริษัทควรติดตั้งเครื่องจักรใหกับโรงงานอยางไร จึงจะมีคาใชจายทั้งหมดนอย ที่สุด และถาบริษัทจะตองถูกปรับ เพราะไมสามารถติดตั้งเครื่องจักร ใหกับโรงงานที่ 1, 2, 3, 4

(17)

และ 5 เปนจํานวนเงิน 10,000 บาท 9,000 บาท 10,000 บาท 12,000 บาท และ 11,000 บาท ตามลําดับ บริษัทควรติดตั้งเครื่องจักรอยางไร 5. จากขอ 1 จงหาคําตอบจากตัวแบบการมอบหมายงาน ถาตารางในขอ 1.1 และ 1.2 เปนตารางของ ผลกําไรจากการมอบหมายงานใหกับพนักงาน 6. บริษัทแหงหนึ่งมีพนักงานขายอยู 4 คน และมีเขตการขาย 4 เขต ทางบริษัทตองการที่จะจัด พนักงานขายเขาไปประจําในเขตการขาย จากประสบการณในอดีต พบวากําไร (หนวยเปนพัน บาท) ที่พนักงานขายแตละคนทําใหกับบริษัทเมื่อประจําอยูในแตละเขต ดังแสดงในตารางตอไปนี้ พนักงานขาย เขตการขาย 1 2 3 4 1 2 3 4 2 3 5 6 4 7 5 5 3 6 6 6 5 8 9 7 จงหาวาบริษัทควรจะจัดพนักงานขาย เขาไปประจําในแตละเขตการขายอยางไร จึงจะเกิดผล กําไรรวมมากที่สุด

References

Related documents

This has significant implications for sensor network de- sign and we evaluate the impact on three commonly used sensor network services – communication, in-network data aggregation,

Comments This can be a real eye-opener to learn what team members believe are requirements to succeed on your team. Teams often incorporate things into their “perfect team

In the previous sections, we dis- cuss the expectation that a neural network exploiting the fractional convolution should perform slightly worse than a pure binary (1-bit weights

The empirical results from the southwest China trucking data indicate that the asymmetric GARCH-type models capture the characteristics of the TRV better than those with

Colliers International makes no guarantees, representations or warranties of any kind, expressed or implied, regarding the information including, but not limited to, warranties

• Our goal is to make Pittsburgh Public Schools First Choice by offering a portfolio of quality school options that promote high student achievement in the most equitable and

The largest transactions in the third quarter of 2015 on the Polish M&A market were the acquisition of PKP Energetyka SA by the CVC Capital Partners and the acquisition of

Regions Code Description 0 United States Completions Year 2013 Jobs Timeframe 2013 - 2014 Datarun 2014.3 – QCEW Employees... Appendix A - Data Sources