หน่วยงานเจ้าของเรื่อง
กลุ่มสถิติประชากร
สํานักสถิติสังคม
สํานักงานสถิติแห่งชาติ
โทรศัพท์
0 2143 1334 0 2142 1254
โทรสาร
0 2143 8137
ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์
: [email protected]
หน่วยงานที่เผยแพร่
สํานักสถิติพยากรณ์
สํานักงานสถิติแห่งชาติ
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ
80
พรรษาฯ
อาคารรัฐประศาสนภักดี
ชั้น
2
ถนนแจ้งวัฒนะ
เขตหลักสี่
กรุงเทพฯ
10210
โทรศัพท์
0 2142 1234 0 2141 7501
โทรสาร
0 2143 8133
ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์
ปีที่จัดพิมพ์
2554
Division-in-Charge
Population Statistics Group
Social Statistics Bureau
National Statistical Office,
Tel. +66 (0) 2143 1334 +66 (0) 2142 1254
Fax. +66 (0) 2143 8137
E-mail : [email protected]
Distributed by
Statistical Forecasting Bureau
National Statistical Office,
The Government Complex, Ratthaprasasanabhakti Building, 2
ndFloor,
Chaeng Watthana Rd., Laksi, Bangkok 10210
Tel. +66 (0) 2142 1234 +66 (0) 2141 7501
Fax. +66 (0) 2143 8133
E-mail : [email protected]
คํานํา
สํานักงานสถิติแห่งชาติ
ได้จัดทําสํามะโนประชากรและเคหะทุก
10
ปี
ตามข้อเสนอแนะขององค์การสหประชาชาติ
สําหรับการจัดทําของประเทศไทย
ในปี
2553
นี้
กําหนดให้วันที่
1
กันยายน
พ
.
ศ
. 2553
เป็นวันสํามะโน
เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับจํานวนและลักษณะต่าง
ๆ
ทางเศรษฐกิจ
และสังคม
ตลอดจนสภาพการอยู่อาศัยของประชากรทุกคนตามที่อยู่จริง
ทั่วราชอาณาจักร
ดังนั้นการทําสํามะโนประชากรและเคหะ
จึงเป็นเสมือน
การฉายภาพนิ่งของประชากรและเคหะของประเทศไทยในขณะเวลาหนึ่ง
เพื่อแสดง
ให้เห็นจํานวน
และลักษณะต่าง
ๆ
ของประชากรตามที่อยู่จริงในประเทศไทย
และที่อยู่อาศัยจริงของประชากร
ณ
วันสํามะโน
(1
กันยายน
2553)
เนื่องจากมีปริมาณงานมากถึง
20.3
ล้านครัวเรือน
การประมวลผลข้อมูล
รายละเอียดไม่อาจแล้วเสร็จในเวลาอันสั้น
สํานักงานสถิติแห่งชาติ
ตระหนักถึง
ความต้องการใช้ข้อมูลอย่างรีบด่วนของผู้ที่เกี่ยวข้องทุก
ๆ
ฝ่าย
จึงได้จัดทํา
รายงานผลเบื้องต้น
โดยนําเสนอผลที่สําคัญในภาพรวมของประชากร
และ
ที่อยู่อาศัยในระดับจังหวัด
ภาค
และเขตการปกครอง
เพื่อให้ผู้ต้องการใช้ข้อมูล
นําข้อมูลไปใช้ก่อน
สําหรับรายงานผลล่วงหน้า
และรายงานผลฉบับสมบูรณ์
สํานักงาน
สถิติแห่งชาติ
จะจัดทําและเผยแพร่ต่อไป
สํามะโนประชากรและเคหะ
พ
.
ศ
. 2553
เป็นโครงการจัดเก็บข้อมูลสถิติ
ขนาดใหญ่ที่ต้องได้รับความร่วมมือจาก
ภาคประชาชนในการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง
ตามความเป็นจริง
มีการบูรณาการทรัพยากรและองค์ความรู้กับหน่วยงานภาครัฐ
และภาคเอกชนทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
ตลอดจนสื่อมวลชน
ดังนั้น
สํานักงานสถิติแห่งชาติ
จึงขอขอบคุณทุกท่านที่ได้ให้ความร่วมมืออย่างดีทุกขั้นตอน
ของโครงการ
สํานักงานสถิติแห่งชาติ
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
Preface
National Statistical Office (NSO) conducts the population and
housing census every 10 years according to the recommendation of
the United Nations. The current national census was held in 2010
and the 1st of September was designated “National Census Day”.
The objective of the census was to collect basic information on the
number of population on demographic and socioeconomic
characteristics as well as housing characteristics of everyone who
residing in the country. The census provides a snapshot of where
the population is living and what type of their residence is on the
Census Day.
In 2010 census, data processing activities are going to process
the census documents based on enumeration of about 20.3 million
households, and the processing of all census information could not
be able to complete in a short time. National Statistical Office is
fully aware of the immediate need for user. Therefore, this preliminary
report is to show some significant results at the provincial level and
administrative area.
More detailed information of the 2010 Population and
Housing Census will be available in the advance report and the
final report.
The 2010 Population and Housing Census was one of the
largest data collection exercises which need cooperation from
people to provide information for the census. The census project
has constructed the integration work by using resources and
knowledge from government agencies and private sectors
throughout the country as well as the cooperation from journals
and media. In this regard, the National Statistical Office would like
to express our grateful thanks to them and to all others for their
kind cooperation to the success of the census.
National Statistical Office
Ministry of Information and Communication Technology
บทสรุปผู้บริหาร
สํานักงานสถิติแห่งชาติ
ได้ดําเนินการจัดทําสํามะโนประชากรและเคหะ
ทุก
10
ปี
ตามข้อเสนอแนะขององค์การสหประชาชาติ
ซึ่งขณะนี้ประมาณ
230
ประเทศทั่วโลกได้มีการจัดทําสํามะโน
สําหรับการจัดทําของประเทศไทย
ในปี
2553
นี้
เป็นการจัดทําสํามะโนประชากรครั้งที่
11
และสํามะโนเคหะ
ครั้งที่
5
ซึ่งเป็นวาระครบรอบ
100
ปีสํามะโนประชากรของประเทศไทย
เพื่อแสดงให้เห็นจํานวน
และลักษณะต่าง
ๆ
ของประชากรตามที่อยู่จริงในประเทศไทย
และที่อยู่อาศัยจริงของประชากร
ณ
วันสํามะโน
(1
กันยายน
2553)
เนื่องจากมีปริมาณงานมากถึง
20.3
ล้านครัวเรือน
การประมวลผลข้อมูล
ในรายละเอียดไม่อาจแล้วเสร็จในเวลาอันสั้น
สํานักงานสถิติแห่งชาติ
ตระหนัก
ถึงความต้องการใช้ข้อมูลอย่างรีบด่วนของผู้ที่เกี่ยวข้องทุก
ๆ
ฝ่าย
จึงได้จัดทํา
รายงานผลเบื้องต้นขึ้น
โดยนําเสนอผลที่สําคัญในภาพรวมของประชากรระดับ
ภาคและเขตการปกครอง
เพื่อให้ผู้ต้องการใช้ข้อมูลนําไปใช้ก่อน
ก่อนที่รายงานผล
ฉบับสมบูรณ์ซึ่งมีรายละเอียดครบถ้วนจะแล้วเสร็จ
จากการประมวลผลเบื้องต้น
สรุปข้อมูลที่สําคัญได้
ดังนี้
1.
จํานวนประชากร
และการกระจายตัว
ประเทศไทยมีประชากร
(
ผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย
)
ณ
วันสํามะโน
คือวันที่
1
กันยายน
2553
จํานวน
65.5
ล้านคน
ซึ่งมากเป็นลําดับ
4
ของ
ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
รองจากประเทศอินโดนีเซีย
(240
ล้านคน
)
ฟิลิปปินส์
(92
ล้านคน
)
และเวียดนาม
(88
ล้านคน
)
ตามลําดับ
ประเทศไทย
มีประชากรหญิง
33.4
ล้านคน
(
ร้อยละ
51.0)
และชาย
32.1
ล้านคน
(
ร้อยละ
49.0)
หรือคิดเป็นอัตราส่วนเพศ
(
ชายต่อหญิง
100
คน
)
เป็น
96.2
โดยเป็นผู้ที่มี
สัญชาติไทย
62.3
ล้านคน
(
ร้อยละ
95.1)
และเป็นผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทย
3.2
ล้านคน
(
ร้อยละ
4.9)
เมื่อพิจารณาการกระจายตัวของประชากร
พบว่า
ประเทศไทยมีสัดส่วน
ประชากรในเขตเทศบาลต่อนอกเขตเทศบาลเป็น
44.1
ต่อ
55.9
ซึ่งสัดส่วนของ
ประชากรในเขตเทศบาลมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อย
ๆ
(
จากปี
2533
และ
2543
เป็น
29.4
และ
31.1
ตามลําดับ
)
และเมื่อพิจารณาในระดับภาค
พบว่า
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีประชากรอาศัยอยู่มากที่สุด
18.8
ล้านคน
(
ร้อยละ
28.7)
รองลงมา
คือ
ภาคกลาง
18.1
ล้านคน
(
ร้อยละ
27.7)
ภาคเหนือ
11.5
ล้านคน
(
ร้อยละ
17.5)
ภาคใต้
8.9
ล้านคน
(
ร้อยละ
13.5)
และกรุงเทพมหานคร
8.2
ล้านคน
(
ร้อยละ
12.6)
ตาราง
1
จํานวนครัวเรือนและประชากรประเทศไทย
จําแนกตามภาค
และเขตการปกครอง
พ
.
ศ
. 2553
ครัวเรือน
ประชากร
จํานวน
ร้อยละ
จํานวน
รวม
ชาย
หญิง
สัญชาติ
ไทย
สัญชาติ
อื่น
ทั่วราชอาณาจักร
20.3 100.0 65.5 32.1 33.4 62.3
3.2 100.0
ในเขตเทศบาล
9.6 47.5 28.9 14.0 14.9 27.2
1.7 44.1
นอกเขตเทศบาล
10.7 52.5 36.6 18.1 18.5 35.1
1.5 55.9
ภาค
กรุงเทพมหานคร
2.8 14.0 8.2 4.0 4.2 7.4
0.8 12.6
กลาง
6.0 29.4 18.1 8.9 9.2 17.0
1.1 27.7
เหนือ
3.7 18.1 11.5 5.6 5.9 10.9
0.6 17.5
ตะวันออกเฉียงเหนือ
5.3 26.2 18.8 9.2 9.6 18.6
0.2 28.7
ใต้
2.5 12.3 8.9 4.4 4.5 8.4
0.5 13.5
(
จํานวน
:
ล้าน
)
ร้อยละ
ภาค
และเขตการปกครอง
เมื่อพิจารณา
10
จังหวัดที่มีประชากรมากที่สุด
จะเห็นว่า
กรุงเทพมหานคร
เป็นจังหวัดที่มีประชากรสูงสุด
(8.25
ล้านคน
)
รองลงมา
9
ลําดับ
คือ
จังหวัด
นครราชสีมา
(2.52
ล้านคน
)
สมุทรปราการ
(1.83
ล้านคน
)
อุบลราชธานี
(1.74
ล้านคน
)
ขอนแก่น
(1.74
ล้านคน
)
เชียงใหม่
(1.71
ล้านคน
)
ชลบุรี
(1.55
ล้านคน
)
สงขลา
(1.48
ล้านคน
)
นครศรีธรรมราช
(1.45
ล้านคน
)
และนนทบุรี
(1.33
ล้านคน
)
ตามลําดับ
และพบว่า
ในปี
2553
ประเทศไทยมี
จังหวัดที่มีประชากรเกินหนึ่งล้านคนขึ้นไป
18
จังหวัด
2.
อัตราการเพิ่มของประชากร
จากการทําสํามะโนประชากรทุก
10
ปี
พบว่า
ประเทศไทยมีจํานวน
ประชากรเพิ่มขึ้นทุกรอบ
โดยมีอัตราการเพิ่มของประชากรแต่ละรอบแตกต่างกัน
อย่างไรก็ตาม
พบว่า
อัตราการเพิ่มของประชากรในประเทศไทยได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง
ตั้งแต่ปี
2503
เป็นต้นมา
คือ
อัตราการเพิ่มของประชากรในระหว่างปี
2503-2513
เป็นร้อยละ
2.70
ต่อปี
ระหว่างปี
2533-2543
เป็นร้อยละ
1.10
ต่อปี
และ
ระหว่างปี
2543-2553
ลดลงเหลือร้อยละ
0.72
ตามลําดับ
ซึ่งเป็นผลมาจาก
ประเทศไทยมีอัตราการเกิดที่ลดต่ําลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง
จังหวัด
คน
แผนภูมิ
1
จังหวัดที่มีประชากรสูงสุด
10
อันดับ
พ
.
ศ
. 2553
8,249,117 2,522,251 1,828,044 1,735,803 1,735,096 1,708,564 1,554,365 1,480,468 1,449,387 1,333,623 0 2,000,000 4,000,000 6,000,000 8,000,000 10,000,000 กรุงเทพมหานคร นครราชสีมา สมุทรปราการ อุบลราชธานี ขอนแก่น เชียงใหม่ ชลบุรี สงขลา นครศรีธรรมราช นนทบุรีถึงแม้ว่าอัตราการเพิ่มของประชากรจะลดลง
แต่เมื่อพิจารณาในระดับภาค
พบว่า
ในระหว่างปี
2543-2553
อัตราการเพิ่มของประชากรในกรุงเทพมหานคร
และภาคกลาง
กลับเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ในกรณีนี้เนื่องจากประชากรไทยมี
การย้ายถิ่นจากภาคต่าง
ๆ
เข้าสู่เมืองใหญ่
คือ
กรุงเทพมหานครและจังหวัดใน
ปริมณฑลนั่นเอง
ซึ่งรวมถึงแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทํางานในประเทศไทยด้วย
ประชากร
(
ล้านคน
)
แผนภูมิ
2
จํานวนประชากรของประเทศไทย
และอัตราเพิ่มประชากรต่อปี
พ
.
ศ
. 2452-2553
อัตราเพิ่ม
(
ร้อยละ
)
แผนภูมิ
3
อัตราเพิ่มประชากรต่อปี
จําแนกตามภาค
พ
.
ศ
. 2533-2543-2553
ร้อยละ
พ
.
ศ
.
ทั่วราช
อาณาจักร
มหานคร
กรุงเทพ
กลาง
เหนือ
ตะวันออก
เฉียงเหนือ
ใต้
ภาค
1.10 0.77 1.63 0.77 0.90 1.49 0.72 2.61 2.44 0.00 -1.02 0.89 -2.0 -1.0 0.0 1.0 2.0 3.0 2452 2462 2472 2480 2490 2503 2513 2523 2533 2543 2553 8.1 9.2 11.5 14.5 17.4 26.3 34.4 44.8 54.5 60.9 10.0 20.0 30.0 40.0 50.0 60.0 70.0 1.22 2.23 2.86 1.87 3.15 2.70 2.65 1.96 1.10 0.72 3.5 3.0 2.5 2.0 1.5 1.0 0.5 -65.5 จํานวนประชากร อัตราเพิ่มประชากรต่อปี3.
อัตราส่วนเพศ
จากข้อมูลสํามะโนประชากรและเคหะ
พ
.
ศ
. 2553
พบว่า
ประเทศไทย
มีประชากรที่เป็นหญิงมากกว่าชาย
ทําให้อัตราส่วนเพศของประชากร
(
สัดส่วน
ชายต่อหญิง
100
คน
)
เป็น
96.2
โดยลดลงจากปี
2543
ซึ่งมีอัตราส่วนเพศ
เป็น
97.1
การที่ประชากรหญิงมากกว่าประชากรชาย
สาเหตุหนึ่งเพราะ
ประเทศไทยมีอายุขัยเฉลี่ยของประชากรหญิงสูงกว่าประชากรชาย
แต่ถ้าพิจารณา
ในระดับพื้นที่
การที่อัตราส่วนเพศแตกต่างกันขึ้นกับปัจจัยเรื่องการย้ายถิ่นฐาน
ของประชากรชายและหญิง
ซึ่งสัมพันธ์กับแหล่งงานภาคเกษตร
ภาคอุตสาหกรรม
และภาคการบริการ
เนื่องจากแต่ละพื้นที่มีความต้องการแรงงานที่ต่างกัน
ระหว่างเพศด้วย
ตาราง
2
ขนาดครัวเรือน
อัตราส่วนเพศ
และความหนาแน่นของประชากร
พ
.
ศ
. 2503-2553
พ
.
ศ
.
ขนาดครัวเรือน
เฉลี่ย
อัตราส่วนเพศ
1/ความหนาแน่น
ของประชากร
เฉลี่ย
2/2503
5.6
100.4
51.1
2513
5.7
99.1
67.0
2523
5.2
99.3
87.4
2533
4.4
98.5
106.3
2543
3.8
97.1
118.7
2553
3.2
96.2
127.6
1/
ชาย
ต่อ
หญิง
100
คน
2/
คน
ต่อ
1
ตารางกิโลเมตร
4.
ขนาดครัวเรือน
ประเทศไทยมีจํานวนครัวเรือนทั้งสิ้น
ณ
วันสํามะโน
(1
กันยายน
2553)
20.3
ล้านครัวเรือน
โดยมีขนาดครัวเรือนเฉลี่ย
3.2
คน
ซึ่งมีขนาดเล็กลงเมื่อ
เทียบกับสํามะโนประชากรและเคหะปีที่ผ่านมา
(2543)
ซึ่งมีขนาดครัวเรือน
เฉลี่ย
3.8
คน
และในเขตเทศบาลมีขนาดครัวเรือนเฉลี่ยเล็กกว่านอกเขตเทศบาล
(3.0
และ
3.4
คน
ตามลําดับ
)
ซึ่งเป็นแบบแผนเช่นนี้มาโดยตลอด
ภาคที่มี
ขนาดครัวเรือนเฉลี่ยใหญ่สุด
คือ
ภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ซึ่งมี
ขนาดเท่ากันคือ
3.5
คน
รองลงมา
คือ
ภาคเหนือ
(3.1
คน
)
ภาคกลาง
(3.0
คน
)
ส่วนกรุงเทพมหานครมีขนาดครัวเรือนเฉลี่ยเล็กสุด
(2.9
คน
)
ตาราง
3
ขนาดครัวเรือน
อัตราส่วนเพศ
และความหนาแน่นของประชากร
จําแนกตามภาค
และเขตการปกครอง
พ
.
ศ
. 2553
ภาค
ขนาดครัวเรือน
เฉลี่ย
อัตราส่วนเพศ
1/ความหนาแน่น
ของประชากรเฉลี่ย
2/ทั่วราชอาณาจักร
3.2
96.2
127.6
ในเขตเทศบาล
3.0
94.1
402.1
นอกเขตเทศบาล
3.4
98.0
83.0
ภาค
กรุงเทพมหานคร
2.9
94.6
5,258.6
กลาง
3.0
96.6
177.3
เหนือ
3.1
96.2
67.4
ตะวันออกเฉียงเหนือ
3.5
95.9
111.4
ใต้
3.5
98.0
125.0
1/
ชาย
ต่อ
หญิง
100
คน
2/
คน
ต่อ
1
ตารางกิโลเมตร
5.
ความหนาแน่นของประชากร
ประเทศไทยมีพื้นที่ประมาณ
513,120
ตารางกิโลเมตร
มีความหนาแน่น
ของประชากร
โดยเฉลี่ย
127.6
คนต่อ
1
ตารางกิโลเมตร
ซึ่งหนาแน่นกว่า
10
ปีที่แล้ว
(118.7
คน
ต่อ
1
ตารางกิโลเมตร
)
เป็นที่ทราบกันดีว่าประชากรมี
การย้ายถิ่นฐานมาหาแหล่งงานในกรุงเทพมหานคร
จังหวัดในปริมณฑล
และ
จังหวัดใหญ่
ๆ
ที่มีโรงงานอุตสาหกรรมเป็นจํานวนมาก
นอกจากนี้จังหวัดที่มีความเจริญ
มีสถานศึกษา
โรงพยาบาล
สถานบริการ
ทางด้านสาธารณสุข
การคมนาคมขนส่งสะดวกสบาย
จะมีประชากรอยู่กัน
หนาแน่น
จึงส่งผลทําให้จังหวัดเหล่านี้มีความหนาแน่นของประชากรเฉลี่ยสูงขึ้น
เช่น
กรุงเทพมหานคร
มีความหนาแน่นของประชากรสูงสุด
เพิ่มจาก
4,051.2
คน
ต่อ
1
ตารางกิโลเมตรในปี
2543
เป็น
5,258.6
คนต่อ
1
ตารางกิโลเมตรในปี
2553
จังหวัดที่มีความหนาแน่นของประชากรโดยเฉลี่ยสูงที่สุด
10
อันดับ
คือ
กรุงเทพมหานคร
รองลงมา
คือ
จังหวัดนนทบุรี
สมุทรปราการ
สมุทรสาคร
ภูเก็ต
ปทุมธานี
สมุทรสงคราม
นครปฐม
ชลบุรี
และพระนครศรีอยุธยา
ตามลําดับ
340.1 356.3 434.7 442.2 869.4 966.9 1,015.2 1,820.6 2,143.1 5,258.6 0 1,000 2,000 3,000 4,000 5,000 6,000 กรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร ภูเก็ต ปทุมธานี สมุทรสงคราม นครปฐม ชลบุรี พระนครศรีอยุธยาแผนภูมิ
4
จังหวัดที่มีประชากรหนาแน่นที่สุด
10
อันดับ
พ
.
ศ
. 2553
จังหวัด
คน
:
1
ตร
.
กม
.
สรุปประเด็นเด่น
สรุปผลเบื้องต้นสํามะโนประชากรและเคหะ
พ
.
ศ
. 2553
1.
ประชากรทั้งสิ้น
(
คน
) 65,479,453
ชาย
32,109,371
หญิง
33,370,082
2.
ประชากรในเขตเทศบาล
(
คน
) 28,862,532
3.
ประชากรนอกเขตเทศบาล
(
คน
) 36,616,921
4.
อัตราส่วนเพศ
(
ชายต่อหญิง
100
คน
) 96.2
5.
ขนาดของครัวเรือนโดยเฉลี่ย
(
คน
ต่อ
ครัวเรือน
) 3.2
6.
ความหนาแน่นของประชากร
(
คน
ต่อ
1
ตารางกิโลเมตร
)
ทั่วราชอาณาจักร
127.6
กรุงเทพมหานคร
5,258.6
ภาคกลาง
177.3
ภาคเหนือ
67.4
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
111.4
ภาคใต้
125.0
7.
อัตราเพิ่มของประชากรต่อปี
พ
.
ศ
. 2543-2553 (
ร้อยละ
)
ทั่วราชอาณาจักร
0.72
กรุงเทพมหานคร
2.61
ภาคกลาง
2.44
ภาคเหนือ
0.00
*ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
-1.02
ภาคใต้
0.89
8.
จังหวัดที่มีประชากรสูงสุด
5
ลําดับ
(
คน
)
กรุงเทพมหานคร
8,249,117
นครราชสีมา
2,522,251
สมุทรปราการ
1,828,044
อุบลราชธานี
1,735,803
ขอนแก่น
1,735,096
รายการ
* หมายถึงน้อยกว่า -0.001Executive Summary
National Statistical Office (NSO) conducts the population and
housing census every 10 years according to the recommendation of
the United Nations. Currently, there are almost 230 countries all
over the world conduct Population Census. The 2010 Census in
Thailand was the eleventh Population Census and the fifth Housing
Census of Thailand, and was marked as the 100
thAnniversary of
Thai Population Census. The objective of the census was to collect
basic information on the number of population on demographic
and socioeconomic characteristics as well as housing characteristics
of everyone who residing in the country.
In 2010 census, data processing activities are going to process
the census documents based on enumeration of about 20.3 million
households, and the processing of all census information could not
be able to complete in a short time. National Statistical Office is
fully aware of the immediate need for user. Therefore, this
preliminary report is to show some significant results at the
provincial level and administrative area. More detailed information
of the 2010 Population and Housing Census will be available in the
advance report and the final report. The preliminary result from the
2010 Census data is as following.
1. Population and Distribution
On September 1, 2010, Thailand had a population of 65.5
million. In terms of number of population in Southeast Asia,
Indonesia was the largest size of population (240 million) followed
by Philippines (92 million), Vietnam (88 million) and Thailand
(65.5 million). Thailand had a female population of 33.4 million
(51.0 per cent) and a male population of 32.1 million (49.0 per cent),
the sex ratio of population was 96.2 (males per 100 females). There
were 62.3 million Thais (95.1 per cent), whereas 3.2 million were
non-Thais (4.9 per cent).
Considering on population distribution in the year 2010,
municipal area had a population 44.1 percent compared to 55.9
percent in non-municipal area. The proportion of population in
municipal area has considerably increased from the 1990 and 2000
census (29.4 and 31.1 respectively)
Comparing the number of population across region, it was
found that the Northeastern region had the largest population, 18.8
million (28.7 per cent), followed by the Central region 18.1 million
(27.7 per cent), the Northern region 11.5 million (17.5 per cent), the
Southern region 8.9 million (13.5 per cent) and Bangkok 8.2 million
(12.6 per cent) (Table 1).
Table 1 Number of households and population in Thailand by region
and area, in 2010
Households
Population
Number
Number
Total Male Female Nationality
Thai Non-Thai
Whole Kingdom 20.3 100.0 65.5 32.1 33.4 62.3
3.2 100.0
Municipal
9.6 47.5 28.9 14.0 14.9 27.2
1.7 44.1
Non-municipal
10.7 52.5 36.6 18.1 18.5 35.1
1.5 55.9
Region
Bangkok
2.8 14.0 8.2 4.0 4.2 7.4
0.8 12.6
Central
6.0 29.4 18.1 8.9 9.2 17.0
1.1 27.7
North
3.7 18.1 11.5 5.6 5.9 10.9
0.6 17.5
Northeast
5.3 26.2 18.8 9.2 9.6 18.6
0.2 28.7
South
2.5 12.3 8.9 4.4 4.5 8.4
0.5 13.5
Regarding the number of population at the provincial level
in the year 2010, it was discovered that the top ten provinces with
the largest population were Bangkok (8.25 million), Nakhon
Ratchasima (2.52 million), Samut Prakarn (1.83 million), Ubon
Ratchathani (1.74 million), Khon Kaen (1.74 million), Chiang Mai
(1.71 million), Chon Buri (1.55 million), Songkhla (1.48 million),
Nakhorn Si Thammarat (1.45 million) and Nonthaburi (1.33 million),
respectively (Chart 1). There were 18 provinces which had
population more than 1 million.
(Number : million)
Per
cent
Region
2. Annual Population Growth Rates
Although the number of population increased over time, the
annual population growth rate was shown a significant decline since
1960. The annual population growth rate was 2.70 per cent from
1960 to 1970, 1.10 per cent from 1990 to 2000 and 0.72 per cent from
2000 to 2010 (Chart 2), which was resulted from a dramatic and
continually decreases of the birth rate.
Province
Persons
Chart 2 Number and the annual growth rate of population
from 1909 to 2010
Population (million)
Annual growth rate (percent)
Year
Chart 1 Ten provinces with largest population in the year 2010
1,333,623 1,449,387 1,480,468 1,554,365 1,708,564 1,735,096 1,735,803 1,828,044 2,522,251 8,249,117 0 2,000,000 4,000,000 6,000,000 8,000,000 10,000,000 Bangkok Nakhon Ratchasima Samut Prakarn Ubon Ratchathani Khon Kaen Chiang Mai Chon buri Song khla Nakhorn Si Thammarat Nonthaburi 8.1 9.2 11.5 14.5 17.4 26.3 34.4 44.8 54.5 60.9 10.0 20.0 30.0 40.0 50.0 60.0 70.0 1909 1919 1929 1937 1947 1960 1970 1980 1990 2000 2010 Number of population 1.22 2.23 2.86 1.87 3.15 2.70 2.65 1.96 1.10 0.72
Annual growth rate : year
3.5 3.0 2.5 2.0 1.5 1.0 0.5 -65.5
Considering the annual growth rate by region, it was found the
highest growth rate from 2000 to 2010 in Bangkok, followed by the
Central region (2.61 and 2.44 per cent, respectively). This is probably
because of workers and more migrants including non-Thai workers
came to work or lived in Bangkok and vicinity (Chart 3).
3. Sex Ratio
In the year 2010, Thailand had number of female population
higher than male. The sex ratio of the population (number of males
per 100 females) was 96.2 which slightly decreased from the year
2000 (97.1 percent). This is probably because of female life
expectancy is higher than male. In addition, labor migration
according to the needs for industry sector, service sector, and
agriculture sector, has also facilitated gender imbalance across
areas.
Percent
Region
Whole Kingdom Bangkok Central Region NorthernRegion Northeastern Region
Southern Region
Chart 3 The annual population growth rate by region from 1990 to 2010
1.10 0.77 1.63 0.77 0.90 1.49 0.72 2.61 2.44 0.00 -1.02 0.89 -2.0 -1.0 0.0 1.0 2.0 3.0
Table 2 The average size of household, sex ratio and population density
from 1960 to 2010
Year
of household
Average size
Sex ratio
1/
Population
density
2/1960
5.6
100.4
51.1
1970
5.7
99.1
67.0
1980
5.2
99.3
87.4
1990
4.4
98.5
106.3
2000
3.8
97.1
118.7
2010
3.2
96.2
127.6
1/ number of males per 100 females
2/ number of population per 1 square kilometer
4. Average Size of Household
In the year 2010, Thailand had 20.3 million households. The
average size of household was 3.2 which were smaller than the
2000 census (3.8 persons per household). Comparison at the area
level showed that the average size of household in the municipal
area is smaller than that in the non-municipal area (3.0 and 3.4
persons per household, respectively). Considering across different
regional was found that the South and the Northeast had the
largest average size of household 3.5 persons, follow by the North
(3.1 persons), the Central (3.0 persons), while Bangkok had the
smallest average size of household of 2.9 persons (Table 3).
Table 3 The average size of household, sex ratio and population
density by region and area in 2010
Region
of household
Average size
Sex ratio
1/
Population
density
2/Whole Kingdom
3.2
96.2
127.6
Municipal
3.0
94.1
402.1
Non-municipal
3.4
98.0
83.0
Region
Bangkok
2.9
94.6
5,258.6
Central
3.0
96.6
177.3
North
3.1
96.2
67.4
Northeast
3.5
95.9
111.4
South
3.5
98.0
125.0
1/ number of males per 100 females
2/ number of population per 1 square kilometer
5. Population Density
Population density is determined by number of people per
one square kilometre. Thailand has an area of 513,120 square
kilometre. The population density in the year 2010 was 127.6
persons per 1 square kilometre which was higher than the 2000
census (118.7 persons per 1 square kilometre).
Some Provinces, which provide better livings in terms of
facilities such as schools, modern hospitals, public health,
transportation and infrastructure, had a large number of population.
For example, Bangkok had a population density 5,258.6 persons per
1 square kilometre which considerably increased from the 2000
census (4,051.2 persons per 1 square kilometre).
At provincial level, the top ten provinces with the highest
density of population were Bangkok, Nonthaburi, Samut Prakarn,
Samut Sakhon, Phuket, Pathum Thani, Samut Songkhram,
Nakhon Pathom, Chon Buri, and Phra Nakhon Si Ayutthaya (Chart 4).
340.1 356.3 434.7 442.2 869.4 966.9 1,015.2 1,820.6 2,143.1 5,258.6 0 1,000 2,000 3,000 4,000 5,000 6,000 Bangkok Nonthaburi Samut Prakarn Samut Sakhon Phuket Pathum Thani Samut Songkhram Nakhon Pathom Chon Buri Phra Nakhon Si Ayutthaya
Chart 4 Ten provinces with largest population density in the year 2010
Province
Persons :
1 Km
2Summary Table of Main Findings
1. Total Population (Person)
65,479,453
Male
32,109,371
Female 33,370,082
2. Population in Municipal Area (Person)
28,862,532
3. Population in Non-municipal Area (Person)
36,616,921
4. Sex ratio (Males per 100 females)
96.2
5. Average size of household (Person per Household)
3.2
6. Population density (Person per 1 square kilometre)
Whole Kingdom 127.6
Bangkok 5,258.6
Central Region 177.3
Northern Region 67.4
Northeastern Region
111.4
Southern Region 125.0
7. Annual growth rate from 2000-2010 (Per cent)
Whole Kingdom
0.72
Bangkok 2.61
Central Region 2.44
Northern Region
0.00
*Northeastern Region
-1.02
Southern Region 0.89
8. Top five provinces with largest population in 2010 (Person)
Bangkok
8,249,117
Nakhon Ratchasima
2,522,251
Samut Prakarn
1,828,044
Ubon Ratchathani
1,735,803
Khon Kaen
1,735,096
Item
Number
บทที่
1
บทนํา
1.1
ความเป็นมา
ประเทศไทยได้จัดทําสํามะโนประชากรขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อ
พ
.
ศ
. 2452
และต่อมาใน
พ
.
ศ
. 2462 2472 2480
และ
2490
ซึ่งทั้ง
5
ครั้งนี้จัดทําโดย
กระทรวงมหาดไทย
(
เรียกว่าสํามะโนครัว
)
สํานักงานสถิติแห่งชาติได้ดําเนินการจัดทําสํามะโนประชากรตั้งแต่
พ
.
ศ
. 2503
ตามพระราชบัญญัติสถิติ
พ
.
ศ
. 2495
และได้จัดทําสํามะโนทุกระยะ
10
ปี
(2513
2523 2533
และ
2543)
ตามอํานาจหน้าที่ที่กําหนดในพระราชบัญญัติสถิติ
พ
.
ศ
. 2508
ซึ่งสอดคล้องกับข้อเสนอแนะขององค์การสหประชาชาติ
(United
Nation)
ที่ต้องการให้ประเทศต่าง
ๆ
เก็บรวบรวมข้อมูลสถิติเกี่ยวกับประชากร
และลักษณะต่าง
ๆ
ตลอดจนสภาพการอยู่อาศัยของประชากรในประเทศอย่างน้อย
ทุกระยะ
10
ปี
ในปีคริสตศักราชที่ลงท้ายด้วย
0
เพื่อให้มีข้อมูลใช้ในการพัฒนา
ประเทศของตนเองได้อย่างเหมาะสม
และสามารถเปรียบเทียบข้อมูลระหว่าง
ประเทศได้
และตั้งแต่
พ
.
ศ
. 2513
เป็นต้นมา
สํานักงานสถิติแห่งชาติได้จัดทํา
สํามะโนเคหะไปพร้อม
ๆ
กับการทําสํามะโนประชากรด้วย
สํามะโนประชากร
และเคหะ
พ
.
ศ
. 2553
จึงนับเป็นสํามะโนประชากรครั้งที่
11
ซึ่งครบ
100
ปี
สํามะโนประชากรประเทศไทย
และเป็นการทําสํามะโนเคหะครั้งที่
5
ของประเทศ
1.2
วัตถุประสงค์
1)
เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานประชากรตามที่อยู่จริง
และ
ที่อยู่อาศัย
เช่น
เพศ
อายุ
ศาสนา
สัญชาติ
การศึกษา
สถานภาพสมรส
การทํางาน
และประเภทที่อยู่อาศัย
เป็นต้น
2)
เพื่อให้ได้ข้อมูลในระดับพื้นที่ย่อย
(
หมู่บ้าน
เทศบาล
)
3)
เพื่อวัดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของประชากรและที่อยู่อาศัยในรอบ
10
ปี
1.3
ประโยชน์ของข้อมูล
ข้อมูลจํานวนประชากรและโครงสร้างของประชากรตามที่อยู่จริง
สามารถนําไปใช้ประโยชน์
ดังนี้
1.3.1
ภาครัฐ
1)
ใช้กําหนดนโยบาย
และวางแผนด้านประชากร
สังคม
เศรษฐกิจ
และสิ่งแวดล้อม
ในระดับประเทศและท้องถิ่นได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
2)
จัดเตรียมงบประมาณ
เพื่อหาสาธารณูปโภคและบริการ
ขั้นพื้นฐานต่าง
ๆ
ได้ตรงตามความต้องการและจําเป็นที่แท้จริงในพื้นที่
(
หมู่บ้าน
เทศบาล
ตําบล
อําเภอ
จังหวัด
)
3)
ใช้เป็นฐานในการคาดประมาณจํานวนประชากรในอนาคต
(Population Projection)
4)
ใช้ในการประเมินผลแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ฉบับที่
10 (
พ
.
ศ
. 2550-2554)
และจัดเตรียมแผนฯ
ฉบับที่
11 (
พ
.
ศ
. 2555-2559)
5)
ใช้เป็นกรอบในการเลือกตัวอย่าง
(Sampling Frame)
สําหรับ
การสํารวจในรายละเอียดเฉพาะเรื่องด้านต่าง
ๆ
ของประชากรและครัวเรือน
1.3.2
ภาคเอกชน
ใช้ข้อมูลโครงสร้างและความหนาแน่นของประชากรในพื้นที่ต่าง
ๆ
ประกอบการตัดสินใจดําเนินธุรกิจ
เช่น
การตั้งร้านค้า
การขยายกิจการ
การออกผลิตภัณฑ์
/
บริการใหม่
ๆ
สู่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย
1.3.3
ภาคประชาชน
ได้รับความอยู่ดีมีสุข
เนื่องจากได้รับบริการจากภาครัฐอย่าง
พอเพียงและทั่วถึง
1.4
คุ้มรวม
ประชากรและสถานที่ที่ประชากรใช้อยู่อาศัยจริงที่จะถูกเก็บรวบรวม
ข้อมูลในครั้งนี้
หมายถึง
1.4.1
คุ้มรวมประชากร
1)
ประชากรที่อยู่ในคุ้มรวม
ได้แก่
-
คนไทยทุกคนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยในวันสํามะโน
-
คนที่มีสถานที่อยู่ปกติในประเทศไทย
แต่วันสํามะโน
ไปต่างประเทศชั่วคราว
(
ไม่ได้ตั้งใจจะตั้งหลักแหล่ง
)
-
เจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือนและทหาร
รวมทั้งคณะทูตของ
ประเทศไทย
พร้อมทั้งครอบครัวซึ่งมีสํานักงานอยู่ใน
ต่างประเทศ
-
คนต่างชาติ
/
ต่างด้าวที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทย
เป็นระยะเวลา
ตั้งแต่
3
เดือนขึ้นไปนับถึงวันสํามะโน
2)
ประชากรที่ไม่อยู่ในคุ้มรวม
ได้แก่
-
เจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือนและทหาร
รวมทั้งคณะทูตต่างประเทศ
พร้อมทั้งครอบครัวซึ่งมีสํานักงานอยู่ในประเทศไทย
-
คนต่างชาติ
/
ต่างด้าวที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทยเป็นระยะเวลา
ไม่ถึง
3
เดือน
นับถึงวันสํามะโน
-
ผู้อพยพหรือผู้หลบหนีเข้าเมือง
ซึ่งอยู่ในค่ายอพยพที่
รัฐบาลกําหนด
1.4.2
คุ้มรวมเคหะ
หมายถึง
สถานที่ที่ใช้อยู่อาศัยจริงในประเทศไทยของประชากร
ได้แก่
บ้าน
อาคาร
สิ่งปลูกสร้าง
เรือ
แพ
รถ
ห้องภายในสํานักงาน
ที่สาธารณะ
เช่น
ใต้สะพาน
ฯลฯ
1.5
วันสํามะโน
การทําสํามะโนฯ
ครั้งนี้กําหนดให้วันที่
1
กันยายน
พ
.
ศ
. 2553
เป็นวัน
สํามะโน
เพื่อใช้อ้างอิงในการนับจํานวนบ้าน
ประชากร
และครัวเรือน
1.6
ข้อมูลที่เก็บรวบรวม
1)
ข้อมูลเกี่ยวกับประชากร
ได้แก่
จํานวนประชากรและครัวเรือน
เพศ
อายุ
ศาสนา
สัญชาติ
ภาษาที่ใช้พูด
ขนาดและประเภทของครัวเรือน
เพื่อศึกษาลักษณะโครงสร้างประชากรและครัวเรือน
2)
ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษา
ได้แก่
จํานวนนักเรียนและนักศึกษาที่
กําลังเรียนในแต่ละชั้น
จํานวนผู้จบการศึกษาในแต่ละระดับ
เพื่อทราบระดับ
การศึกษาและการรู้หนังสือของประชากร
3)
ข้อมูลเกี่ยวกับการทํางาน
ได้แก่
อาชีพหลัก
ลักษณะงาน
หรือ
ประเภทกิจการ
สถานภาพการทํางาน
เพื่อศึกษาถึงการมีงานทํา
และลักษณะ
การทํางานของประชากร
4)
ข้อมูลเกี่ยวกับภาวะเจริญพันธุ์
ได้แก่
สถานภาพสมรส
จํานวน
บุตรเกิดรอด
เพื่อศึกษาภาวะเจริญพันธุ์ของประชากร
5)
ข้อมูลเกี่ยวกับการย้ายถิ่น
ได้แก่
จังหวัด
/
ประเทศที่เกิด
จังหวัด
/
ประเทศที่อยู่ก่อนย้าย
การย้ายถิ่นระหว่างเมืองและชนบท
เพื่อศึกษาลักษณะ
การย้ายถิ่นของประชากร
6)
ข้อมูลเกี่ยวกับเคหะ
ได้แก่
ประเภทและลักษณะของที่อยู่อาศัย
การครอบครองที่อยู่อาศัย
การใช้แสงสว่าง
การใช้ส้วม
ประเภทของเชื้อเพลิงที่ใช้
แหล่งน้ําดื่ม
น้ําใช้
และเครื่องใช้ในครัวเรือนประเภทต่าง
ๆ
เพื่อทราบถึง
ระดับความเป็นอยู่
และสุขลักษณะของประชากร
1.7
การเก็บรวบรวมข้อมูล
การเก็บรวบรวมข้อมูลโครงการสํามะโนประชากรและเคหะ
พ
.
ศ
. 2553
ได้ดําเนินการพร้อมกันทั่วประเทศระหว่างวันที่
1
กันยายน
– 31
ตุลาคม
2553
โดยกําหนดวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลไว้
4
วิธี
คือ
1)
การสัมภาษณ์โดยพนักงานสนาม
เป็นวิธีหลักในการเก็บรวบรวม
ข้อมูลในการทําสํามะโนประชากรและเคหะครั้งนี้
หมายถึง
การส่งพนักงานแจงนับ
ออกไปสอบถามข้อมูลแต่ละครัวเรือนที่บ้าน
2)
การทอดแบบ
เป็นวิธีที่ใช้ในกรณีที่ผู้ให้ข้อมูลต้องการบันทึกข้อมูล
ด้วยตนเอง
พนักงานแจงนับมอบแบบสอบถาม
พร้อมซองบรรจุแบบให้กับผู้ให้
ข้อมูล
แล้วนัดหมายมารับ
หรือ
ส่งคืนทางไปรษณีย์โดยไม่ต้องเสียค่าส่ง
3)
การให้ข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต
เป็นวิธีที่ผู้ให้ข้อมูลต้องการบันทึก
ข้อมูลด้วยตนเองในระบบอินเทอร์เน็ต
(Internet)
4)
การให้ข้อมูลทางโทรศัพท์
เป็นวิธีที่ผู้ให้ข้อมูลต้องการให้ข้อมูล
โดยการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์
(Telephone Interview Center : TIC)
1.8
แบบสอบถาม
แบบสอบถาม
มีดังนี้
1)
แบบ
สปค
.1
(
แบบนับจด
)
ใช้นับและจด
บ้าน
อาคาร
สิ่งปลูกสร้างทุกประเภท
เพื่อหา
จํานวนบ้าน
อาคาร
สิ่งปลูกสร้าง
ครัวเรือน
และประชากร
2)
แบบ
สปค
.2
(
แบบแจงนับ
)
ใช้สัมภาษณ์รายละเอียดของประชากรทุกคนในครัวเรือน
3)
แบบ
สปค
.2/1
(
แบบแจงนับพิเศษ
)
ใช้ในการให้ครัวเรือนกรอกข้อมูลด้วยตนเอง
แบบธุรการ
ประกอบด้วย
1)
แบบ
สปค
.1/1
(
แบบสรุปยอดรวมจากแบบสปค
.1)
ใช้ตรวจสอบความถูกต้องเบื้องต้นของข้อมูลในพื้นที่เป็นรายเขต
การปกครองของตําบลหรือแขวง
2)
แบบ
สปค
.3
(
แบบคุมจํานวนบ้าน
/
ครัวเรือนที่ต้องการกรอก
แบบสอบถามด้วยตนเอง
/
ตอบทางอินเทอร์เน็ต
/
โทรศัพท์
)
ใช้บันทึกเฉพาะครัวเรือนที่ไม่สะดวกในการให้สัมภาษณ์
เลือกวิธีการ
ให้ข้อมูลด้วยตนเอง
เช่น
กรอกแบบสอบถามเอง
ให้ข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต
หรือ
โทรศัพท์
เป็นต้น
3)
แบบ
สปค
.4
(
แบบรายงานผลการตรวจงานของเจ้าหน้าที่วิชาการ
)
ใช้รายงานผลการปฏิบัติงานของพนักงานแจงนับทุกคน
เพื่อทราบถึง
ความก้าวหน้าของการปฏิบัติงานพร้อมทั้งปัญหาและอุปสรรคต่าง
ๆ
เพื่อให้แก้ไข
ปัญหาหรืออุปสรรคเหล่านั้นได้ทัน
1.9
การประมวลผล
สํานักงานสถิติแห่งชาติ
ได้ดําเนินการประมวลผลข้อมูลโครงการสํามะโน
ประชากรและเคหะ
พ
.
ศ
. 2553
ดังนี้
1)
แบบนับจด
ทําการบันทึกข้อมูลและประมวลผลที่สํานักงาน
สถิติจังหวัด
(
ส่วนภูมิภาค
)
และสํานักงานสถิติแห่งชาติ
(
ส่วนกลาง
)
โดยการ
พัฒนาชุดโปรแกรมสําหรับการประมวลผลด้วยเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์
เพื่อ
บันทึกข้อมูลที่ตรวจสอบความครบถ้วน
ถูกต้อง
และแนบนัยแล้ว
เป็นรายเขตแจงนับ
(Enumeration Area : EA)
ซึ่งข้อมูลที่ได้นําไปใช้ในการนําเสนอผลเบื้องต้น
2)
แบบแจงนับ
ทําการบันทึกข้อมูลด้วยระบบ
ICR (Intelligence
Character Recognition)
ที่สํานักงานสถิติจังหวัด
(
ส่วนภูมิภาค
)
แล้วส่ง
ไฟล์ข้อมูลที่ได้จากการสแกน
(Image)
มาตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล
(verify)
และประมวลผลที่สํานักงานสถิติแห่งชาติ
(
ส่วนกลาง
)
1.10
การประเมินผลข้อมูลสํามะโน
หลังจากที่เก็บรวบรวมข้อมูลสํามะโนประชากรและเคหะเสร็จสิ้นแล้ว
สํานักงานสถิติแห่งชาติได้ทําการประเมินผลข้อมูลสํามะโนประชากรและเคหะที่ได้
โดยการส่งเจ้าหน้าที่ของสํานักงานสถิติแห่งชาติออกไปทําการสํารวจซ้ํา
(Post
Enumeration Survey)
ในครัวเรือนทุกครัวเรือนและทุกคนจากเขตแจงนับ
ตัวอย่างทั่วประเทศ
(
ยกเว้น
กรุงเทพมหานคร
นนทบุรี
สมุทรปราการ
และ
สมุทรสาคร
)
โดยระเบียบวิธีการเลือกตัวอย่างแบบ
Stratified One-Stage Sampling
คือ
ในแต่ละภาคจะแบ่งเขตการปกครองเป็นในเขตเทศบาลและนอกเขตเทศบาล
แล้วทําการเลือกเขตแจงนับตัวอย่างจากแต่ละเขตการปกครอง
ด้วยวิธีการสุ่ม
แบบมีระบบ
(Systematic Sampling)
จํานวน
2,161
เขตแจงนับ
ซึ่งหลังจาก
ปฏิบัติงานเก็บรวบรวมข้อมูลแล้ว
จะทําการสอบเทียบ
(Matching)
ข้อมูลของ
สํามะโนกับการสํารวจซ้ํา
เพื่อนําผลสอบเทียบไปวิเคราะห์และประเมินความ
คลาดเคลื่อนของคุ้มรวม
(Coverage error)
และเนื้อหา
(Content error)
เช่น
ความเกี่ยวพันกับหัวหน้าครัวเรือน
อายุ
เพศ
และสถานภาพสมรส
เป็นต้น
1.11
การนําเสนอผลและการเผยแพร่ข้อมูล
1.11.1
การนําเสนอผล
นอกจากการนําเสนอในรูปรายงานผลเบื้องต้น
ฉบับนี้แล�