พระราชบัญญัติ
การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ พ.ศ. 2548
โดย
การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ
นิยาม “การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ” (มาตรา 4)
“การขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ” หมายความว่า การรับขน ของโดยมีรูปแบบการขนส่งที่แตกต่างกันตั้งแต่สองรูปแบบขึ้นไป ภายใต้สัญญาขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบฉบับเดียว โดยขนส่งจาก สถานที่ซึ่งผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องได้รับมอบของในประเทศ หนึ่งไปยังสถานที่ซึ่งก าหนดให้เป็นสถานที่ส่งมอบของในอีก ประเทศหนึ่ง การด าเนินการรับหรือส่งของตามที่ระบุไว้ในสัญญาขนส่ง รูปแบบเดียว ไม่ถือว่าเป็นการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบลักษณะของการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ
1) เป็นการขนส่งสองรูปแบบขึ้นไป
2) ภายใต้สัญญาขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบฉบับเดียว
3) สัญญาขนส่ง/ใบตราส่งต่อเนื่องจะต้องครอบคลุมความรับผิดของ ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องตลอดสายการขนส่ง (place-to-place / (place-to-place-to-port / port-to-(place-to-place)
4) เป็นการขนส่งระหว่างประเทศ (สถานที่รับมอบของและส่งมอบ ของ อยู่คนละประเทศ) แต่คู่สัญญาอาจตกลงกันเป็นหนังสือให้ใช้ กฎหมายนี้บังคับกับการขนส่งในประเทศที่มีรูปแบบการขนส่ง 2 รูปแบบขึ้นไปภายไต้สัญญารับขนของฉบับเดียวก็ได้ (มาตรา 5)
สัญญาขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (มาตรา 7)
“สัญญาซึ่งผู้ตราส่ง ตกลงให้ผู้ประกอบการขนส่ง
ต่อเนื่องด าเนินการหรือจัดให้มีการขนส่งต่อเนื่องหลาย
รูปแบบและผู้ตราส่งตกลงที่จะช าระค่าระวางให้แก่
ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่อง”
MTO ขนส่งเอง
MTO จัดให้มีการขนส่ง
ผู้ตราส่งตกลงจ่ายค่าระวาง
ค าที่อาจใช้ร่วมกัน
Multimodal Transport
๏
Multimodal Transport Bill of Lading
Combined Transport
๏
Combined Transport Bill of Lading
Through Transport
ใบตราส่งต่อเนื่อง (มาตรา 4)
“เอกสารที่ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องออกให้แก่ผู้ตราส่ง เพื่อเป็นหลักฐานแห่งสัญญาขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ โดยมี สาระส าคัญแสดงว่าผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องได้รับมอบของ ตามที่ระบุในใบตราส่งต่อเนื่องและผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่อง รับที่จะส่งมอบของดังกล่าวให้แก่ผู้รับตราส่ง หรือบุคคลผู้มีสิทธิ รับของตามมาตรา 22 นั้น” หน้าที่ของใบตราส่งต่อเนื่อง 1. เป็นหลักฐานแห่งสัญญาขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ 2. เป็นใบรับของ 3. เป็นเอกสารสิทธิ (เฉพาะใบตราส่งชนิดโอนได้)ประเภทของใบตราส่งต่อเนื่อง (ม. 10 และ 22)
1. โอนให้กันได้ (negotiable)
ออกให้แก่ผู้ถือ (bearer)
ออกให้แก่บุคคลเพื่อเขาสั่ง (to order)
ออกให้แก่บุคคลโดยนาม (named)
2. ห้ามโอน (non-negotiable)
ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่อง (มาตรา 4)
1. “ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่อง”
นิยาม “ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่อง” (มาตรา 4)
“บุคคลซึ่งเป็นคู่สัญญาขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบใน ฐานะตัวการและเป็นผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติการขนส่งตาม สัญญา ไม่ว่าการท าสัญญานั้นจะท าด้วยตนเองหรือโดยบุคคลที่ ตนมอบหมาย แต่ไม่รวมถึงบุคคลที่กระท าการในฐานะตัวแทน หรือท าการแทนผู้ตราส่งหรือ ผู้ขนส่งที่มีส่วนร่วมในการ ปฏิบัติการขนส่งดังกล่าว”นิยาม “ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียน”
“ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องที่ได้จดทะเบียนตามมาตรา 41 หรือมาตรา 48 หรือได้จดแจ้งตามมาตรา 45”ลักษณะของผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่อง (MTO)
1) เป็นผู้เข้าท าสัญญาขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ ในฐานะตัวการ กับผู้ตราส่ง ไม่ว่าจะท าด้วยตนเอง โดยตัวแทนหรือบุคคลที่ตน มอบหมาย (MTOกับผู้ขนส่งอาจเป็นคนเดียวกันได้) 2) ตกลงรับผิดตลอดเส้นทางตั้งแต่รับมอบของ จนกระทั่งส่งมอบ ของแก่ผู้รับตราส่งหรือผู้มีสิทธิรับของที่ปลายทาง 3) ไม่รวมถึงบุคคลที่กระท าในฐานะตัวแทน หรือท าแทนผู้ตราส่ง หรือผู้ขนส่งที่ร่วมในการขนส่ง 4) อาจเป็น VOMTO หรือ NVOMTO ก็ได้ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องจดทะเบียน
(Registered MTO) (มาตรา 39)
1. MTO ที่จดทะเบียนตามกฎหมายไทยและมีส านักงาน
ใหญ่อยู่ใน ประเทศไทย (มาตรา 39 (1) และมาตรา 40 )
2. MTO ที่จดทะเบียนในต่างประเทศที่ประเทศไทยมี
สนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ (มาตรา
39(2) และมาตรา 45)
3. ผู้ประกอบการขนส่งหรือ MTO ต่างประเทศที่ได้ตั้ง
ตัวแทนตามมาตรา 48 (มาตรา 39 (3) และมาตรา 48)
ความรับผิดของ MTO
MTO ต้องรับผิดเพื่อความเสียหายอันเป็นผลจากการที่
ของสูญหาย เสียหายหรือส่งมอบชักช้าที่เกิดขึ้นตั้งแต่
MTO รับมอบของจนถึงส่งมอบของ เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่า
ตนลูกจ้าง ตัวแทนหรือบุคคลอื่นที่ตนใช้บริการได้ใช้
มาตรการทั้งปวงเพื่อป้องกันแล้ว (ม. 20 วรรคหนึ่ง) หรือ
พิสูจน์ข้อยกเว้นตาม ม. 27 จึงจะพ้นความรับผิด
แต่ไม่ต้องรับผิดในความเสียหายจากขนส่งชักช้า เว้นแต่
ตกลงว่าจะรับผิด (ม. 20 วรรคสอง)
ระยะเวลาความรับผิดของ MTO (period of
responsibility)
ตั้งแต่รับมอบของจนถึงส่งมอบของ นิยาม “รับมอบของ” (มาตรา 4) / นิยาม “ส่งมอบของ” (มาตรา 4)ข้อยกเว้นความรับผิดของ MTO
ไม่ต้องรับผิดถ้าพิสูจน์ได้ว่าตนเอง หรือลูกจ้าง ตัวแทน ได้ใช้ มาตรการทั้วปวงซึ่งจ าเป็นต้องกระท าเพื่อหลีกเลี่ยงเหตุแห่ง การสูญหาย เสียหายหรือส่งมอบชักช้ารวมทั้งผลที่เกิดขึ้นจาก เหตุนั้น (ม.20 – พิสูจน์การใช้มาตรการป้องกันเหตุ)ข้อยกเว้นความรับผิดของ MTO
MTO ไม่ต้องรับผิดเพื่อการสูญหาย เสียหายหรือส่งมอบชักช้า หาก พิสูจน์ได้ว่าเป็นผลมาจาก : (มาตรา 27 – พิสูจน์ผลเกิดจากข้อยกเว้น) 1) เหตุสุดวิสัย 2) การกระท าโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ตราส่ง ผู้รับตราส่ง หรือตัวแทน 3) การบรรจุหีบห่อ การท าเครื่องหมายและการระบุจ านวนของที่ไม่ เพียงพอ 4) การยกขน การบรรทุก การขนถ่าย การเก็บรักษาของโดยผู้ตราส่ง ผู้รับตราส่งหรือตัวแทน 5) สภาพแห่งของนั้นเองหรือความช ารุดบกพร่องที่แฝงอยู่ภายในของ นั้น 6) การนัดหยุดงาน การปิดงานงดจ้าง การผละงาน หรือเหตุขัดข้อง ด้านแรงงานการจ ากัดความรับผิดของ MTO (General Limitations)
ของสูญหายหรือเสียหาย : 666.67 SDR ต่อหน่วยการขนส่ง หรือ 2 SDR ต่อหนึ่งกิโลกรัมของน้ าหนักทั้งหมดแห่งของที่สูญหาย หรือเสียหาย แล้วแต่จ านวนใดจะมากกว่า (มาตรา 28) หากสัญญาไม่ได้ระบุว่ามีการขนส่งทางทะเลหรือการขนส่งใน น่านน้ าภายใน : 8.33 SDR ต่อหนึ่งกิโลกรัมของน้ าหนักทั้งหมดแห่ง ของที่สูญหายหรือเสียหาย (มาตรา 30) ส่งมอบชักช้า : ไม่เกินค่าระวางตามสัญญา (ถ้าตกลงรับผิดใน delay) สูญหาย + เสียหาย + ส่งมอบชักช้า : จ ากัดความรับผิดเหมือน ของสูญหาย เสียหายการจ ากัดความรับผิดของ MTO (ต่อ)
หลัก Localized damage (มาตรา 31)
1) หากปรากฏชัดว่าของได้สูญหาย หรือเสียหายในระหว่าง ช่วงหนึ่งช่วงใดของการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ 2) การขนส่งช่วงนั้นมีกฎหมายภายในของประเทศที่ของนั้นได้ สูญหายหรือเสียหาย หรือมีอนุสัญญาระหว่างประเทศ ก าหนดจ านวนเงินแห่งการจ ากัดความรับผิดของผู้ขนส่งไว้ เป็นอย่างอื่น 3) MTO สามารถจ ากัดความรับผิดตามจ านวนที่ก าหนดไว้ใน กฎหมายภายในหรืออนุสัญญาระหว่างประเทศดังกล่าวการจ ากัดความรับผิดของ MTO ตามกฎหมายไทยใน
กรณี Localized Damage
1. ถ้าสัญญามีการขนส่งทางทะเลรวมอยู่ด้วยและความ
เสียหายเกิดขึ้นในช่วงการขนส่งทางทะเล MTO จ ากัด
ความรับผิดที่ 10,000 บาท ต่อหนึ่งหีบห่อ หรือ 30 บาท
ต่อกิโลกรัมแล้วแต่จ านวนใดจะมากกว่ากัน (ตาม พ.ร.บ.
การรับขนของทางทะเล พ.ศ. 2534)
2. ถ้าไม่มีการขนส่งทางทะเลหรือการขนส่งในน่านน้ าใน
ประเทศรวมอยู่ด้วย MTO จ ากัดความรับผิดที่ 8.33 SDR
ต่อกิโลกรัมของน้ าหนักของของที่สูญหาย / เสียหาย
การจ ากัดความรับผิดของ MTO ในกรณี
Non-localized Damage
1. ถ้าสัญญามีการขนส่งทางทะเลรวมอยู่ด้วย MTO จ ากัด
ความรับผิดที่ 666.67 SDR ต่อหน่วยการขนส่งหรือ 2
SDR ต่อ 1 ก.ก.ของน้ าหนักของของที่สูญหาย /
เสียหาย แล้วแต่จ านวนใดจะมากกว่า
2. ถ้าไม่มีการขนส่งทางทะเลหรือการขนส่งในน่านน้ าใน
ประเทศรวมอยู่ด้วย MTO จ ากัดความรับผิดที่ 8.33
SDR ต่อกิโลกรัมของน้ าหนักของของที่สูญหาย /
เสียหาย
การเสียสิทธิในการจ ากัดความรับผิด
1) ผู้ตราส่งได้แจ้งสภาพและราคาแห่งของไว้ก่อนที่ MTO จะรับ มอบของและ MTO ได้จดแจ้งสภาพและราคาแห่งของไว้ในใบ ตราส่งต่อเนื่องแล้ว (มาตรา 32 (1)) 2) การสูญหาย เสียหายหรือส่งมอบชักช้าเป็นผลจากการที่ MTO ลูกจ้าง ตัวแทน หรือบุคคลอื่นที่ MTO ได้ใช้บริการในการ ปฏิบัติตามสัญญา กระท าการหรืองดเว้นกระท าการโดยจงใจที่ จะให้เกิดการสูญหาย เสียหายหรือส่งมอบชักช้า หรือโดย ละเลยไม่เอาใจใส่ทั้งที่รู้ว่าการสูญหาย เสียหายหรือส่งมอบ ชักช้านั้นอาจเกิดขึ้นได้ (มาตรา 32 (2))การใช้สิทธิเรียกร้องและอายุความ
1) ผู้ใช้สิทธิเรียกร้องสามารถเรียกร้องต่อ MTO ลูกจ้าง ตัวแทนหรือบุคคลที่ MTO ได้ใช้บริการในการปฏิบัติตามสัญญา ? (มาตรา 37) 2) ต้องฟ้องคดีต่อศาลหรือเสนอข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการชี้ขาด ภายใน 9 เดือน นับแต่วันที่ MTO ได้ส่งมอบของ หรือควรจะส่งมอบของ (มาตรา 38 วรรคหนึ่ง) 3) ภายในอายุความ 9 เดือน ฝ่ายที่ถูกเรียกร้องยินยอมโดยท าเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อว่าจะไม่ยกอายุความเป็นข้อต่อสู้ หรือยอมขยายระยะเวลา ในการใช้สิทธิเรียกร้องให้ความยินยอมนี้ใช้บังคับได้ แต่ไม่เกิน 2 ปีนับแต่ วันที่ MTO ได้ส่งมอบของหรือควรจะส่งมอบของ (มาตรา 38 วรรคสอง) 4) อายุความ 9 เดือนและการขยายอายุความ / การไม่ยกอายุความขึ้นต่อสู้ ใช้ได้ทั้งกับการฟ้องในมูลผิดสัญญาฯ และละเมิดการระงับข้อพิพาท
เขตอ านาจศาล 1) ศาลในประเทศใดประเทศหนึ่งตามที่คู่สัญญาขนส่งต่อเนื่องตกลงกันใน ใบตราส่งหรือสัญญาว่าให้มีเขตอ านาจพิจารณาคดีแพ่งที่มีมูลกรณีจาก สัญญาขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบหรือละเมิดตามกฎหมายของประเทศ นั้น (มาตรา 65 วรรคหนึ่ง) หรือคู่สัญญาอาจตกลงกันให้ฟ้องคดีในศาล ใดๆ ภายหลังเกิดสิทธิเรียกร้องก็ได้ (มาตรา 65 วรรคสาม) 2) ในกรณีที่คู่สัญญาไม่ได้ระบุศาลในการฟ้องคดีแพ่งฯ โจทก์มีสิทธิเลือก ฟ้องในศาลดังต่อไปนี้ (มาตรา 65 วรรคสอง) • ศาลในประเทศที่เป็นที่ตั้งส านักงานใหญ่หรือภูมิล าเนาของจ าเลย • ศาลในประเทศที่สัญญาขนส่งหลายรูปแบบได้กระท าขึ้น ซึ่งต้องปรากฏว่า จ าเลยมีส านักงาน ส านักงานสาขาหรือตัวแทนในประเทศนั้นด้วย • ศาลในประเทศที่เป็นสถานที่ผู้ประกอบการขนส่งต่อเนื่องรับมอบของหรือส่งการระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการ
1) คู่สัญญาอาจตกลงกันเป็นหนังสือให้เสนอข้อพิพาทใดๆ ที่มีมูลกรณีจาก สัญญาขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบหรือละเมิดให้อนุญาโตตุลาการเป็นผู้ชี้ ขาด (มาตรา 67 วรรคหนึ่ง) 2) หากระบุสถานที่ระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการ คู่สัญญามีสิทธิด าเนิน กระบวนพิจารณา ณ สถานที่ตามที่ได้ตกลงกัน (มาตรา 67 วรรคสอง) หรือ อาจตกลงเป็นหนังสือเลือกสถานที่ระงับข้อพิพาทภายหลังเกิดข้อพิพาท แล้วก็ได้ (มาตรา 67 วรรคสี่) 3) หากไม่ได้ระบุสถานที่ระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการ ผู้เสนอข้อพิพาท มีสิทธิเลือกสถานที่ดังนี้ (มาตรา 67 วรรคสาม) • ประเทศที่เป็นที่ตั้งส านักงานใหญ่หรือภูมิล าเนาของคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่ง • ประเทศที่สัญญาขนส่งหลายรูปแบบได้กระท าขึ้น ซึ่งต้องปรากฏว่าคู่กรณีอีกฝ่าย หนึ่งมีส านักงาน ส านักงานสาขาหรือตัวแทนในประเทศนั้นด้วยการควบคุมการประกอบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ
1) MTO จะต้องจดทะเบียนกับนายทะเบียน (มาตรา 39 ประกอบ มาตรา 41) 2) MTO จดทะเบียนต้องมีคุณสมบัติดังนี้ • เป็นบริษัทจ ากัดหรือบริษัทมหาชนจ ากัดซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ไทยและมีส านักงานใหญ่ตั้งอยู่ในราชอาณาจักร • มีทุนจดทะเบียนช าระแล้วไม่น้อยกว่า 80,000 SDR • จะต้องด ารงหลักประกันส าหรับความรับผิดตามสัญญาขนส่ง ต่อเนื่องหลายรูปแบบหรือส าหรับความเสี่ยงอื่นใดตามสัญญาที่ ท าขึ้น และด ารงสินทรัพย์ขั้นต่ าไว้ไม่น้อยกว่า 80,000 SDR ตลอด ระยะเวลาที่ประกอบกิจการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบการประกอบการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ
MTO ที่ประกอบการได้ในราชอาณาจักรมีดังนี้
1) บริษัทจ ากัดหรือบริษัทมหาชนจ ากัดของไทยที่มีคุณสมบัติตาม กฎหมายและได้จดทะเบียนแล้ว (มาตรา 39 (1) ประกอบกับ มาตรา 41) 2) MTO ที่ได้จดทะเบียนในต่างประเทศที่ประเทศไทยรับรองโดย สนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศที่ได้จดแจ้งกับนาย ทะเบียนในประเทศไทยพร้อมทั้งตั้งตัวแทนหรือส านักงานสาขา ในราชอาณาจักรแล้ว (มาตรา 39 (2) ประกอบกับมาตรา 45)) 3) MTO ในต่างประเทศที่ได้จดทะเบียนตั้งผู้ประกอบการขนส่ง ต่อเนื่องจดท ะเ บียนของไทยเป็นตัวแท นของตนใน ราชอาณาจักร (มาตรา 39(3) ประกอบกับมาตรา 48)