บทที่
๒
การประกันคุณภาพการศึกษา
๑. ความจําเป็นของการประกันคุณภาพการศึกษา ภารกิจหลักที่สถาบันอุดมศึกษาไทยจะต้องปฏิบัติมี ๔ ประการ คือ การจัดการเรียน การสอน การวิจัย การให้บริการทางวิชาการแก่สังคม และการทํานุบํารุงศิลปวัฒนธรรม การ ดําเนินการตามภารกิจทั้ง ๔ ประการดังกล่าวจําเป็นต้องประกันได้ว่ามีคุณภาพ สอดคล้องกับ การพัฒนาประเทศทั้งระยะสั้นและระยะยาว ประกอบกับในปัจจุบันมีปัจจัยภายนอกและ ภายในประเทศหลายประการที่ทําให้การประกันคุณภาพการศึกษาในระดับอุดมศึกษาเป็น สิ่งจําเป็น ปัจจัยดังกล่าวประกอบด้วย ๑) คุณภาพของสถาบันอุดมศึกษาและคุณภาพบัณฑิต มีแนวโน้มที่จะมีความแตกต่าง กันมากขึ้น ทั้งนี้เนื่องจากมีสถาบันอุดมศึกษาจัดตั้งขึ้นใหม่จํานวนมาก ๒) การแข่งขั้นกันทั้งในเชิงคุณภาพของการจัดการศึกษาและคุณภาพของบัณฑิตมี มากขึ้นในวงการอุดมศึกษาทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ ๓) สถาบันอุดมศึกษามีความจําเป็นที่จะต้องพัฒนาองค์ความรู้ให้เป็นสากล เพื่อให้ ได้รับการยอมรับจากนานาชาติในการสร้างความร่วมมือต่างๆ ตลอดจนเพื่อพัฒนาประเทศ ๔) สถาบันอุดมศึกษามีความจําเป็นที่จะต้องสร้างความมั่นใจให้แก่สังคมว่าสามารถ ผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพแข่งขั้นได้ในระดับสากล ๕) สถาบันอุดมศึกษามีหน้าที่ที่จะต้องให้ข้อมูลสาธารณะ (public information) ที่เป็น ประโยชน์ต่อนักศึกษา ผู้จ้างงาน ผู้ปกครอง รัฐบาล และประชาชนทั่วไป ๖) สังคมต้องการระบบอุดมศึกษาที่มีความโปร่งใส (transparency) และมีความ รับผิดชอบซึ่งตรวจสอบได้ (accountabillity) ๗) พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ มีการกําหนดให้สถานศึกษาทุกแห่งจัดระบบการประกันคุณภาพภายใน รวมถึงให้มี สํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาทําหน้าที่ประเมินคุณภาพสถานศึกษา จากภายนอก ๒. ความสัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่างมาตรฐานการศึกษากับการประกันคุณภาพ คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบ มาตรฐานการศึกษาของชาติ เมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๕๔๗ เพื่อเป็นข้อกําหนดเกี่ยวกับคุณลักษณะคุณภาพที่พึงประสงค์และมาตรฐานที่ ต้องการให้เกิดขึ้นในสถานศึกษาทุกแห่ง และเพื่อใช้เป็นหลักในการเทียบเคียงสําหรับการ ส่งเสริมและกํากับดูแล การตรวจสอบการประเมินผลและการประกันคุณภาพการศึกษา ต่อมาในเดือนสิงหาคมปี ๒๕๔๙ กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศ มาตรฐานการอุดมศึกษา เพื่อใช้ เป็นกรอบในการพัฒนา โดยมีสาระสําคัญที่ครอบคลุมเป้าหมายและหลักการของการจัด การศึกษาระดับอุดมศึกษาของไทย และคํานึงถึงความหลากหลายของกลุ่มหรือประเภทของ สถาบันอุดมศึกษา เพื่อให้ทุกสถาบันสามารถนําไปใช้กําหนดพันธกิจและมาตรฐานของการ ปฏิบัติงานได้ นอกจากมาตรฐานการอุดมศึกษาแล้ว คณะกรรมการการอุดมศึกษายังได้จัดทําเกณฑ์ มาตรฐานอื่นๆ อาทิ เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษา เกณฑ์มาตรฐานกิจการนักศึกษา หลักเกณฑ์การขอเปิดและดําเนินการหลักสูตระดับปริญญาในระบบการศึกษาทางไกล กรอบ มาตรฐานคุณวุฒิ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษาได้พัฒนาวิชาการและวิชาชีพ รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพและยกระดับมาตรฐานในการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาให้มีความ ทัดเทียมกันและพัฒนาสู่ความเป็นสากล เพื่อให้การจัดการศึกษาทุกระดับและทุกประเภท มีคุณภาพและได้มาตรฐานตามที่ระบุ ข้างต้น พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฯ ในหมวด ๖ จึงได้กําหนดให้มี ระบบการประกัน คุณภาพการศึกษา ซึ่งประกอบด้วยระบบการประกันคุณภาพภายในและระบบการประกัน คุณภาพภายนอก ความเชื่อมโยงระหว่างมาตรฐานการศึกษา หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องและการ ประกันคุณภาพการศึกษาสามารถแสดงในแผนภาพที่ ๑
แผนภาพที่ ๑ ความเชื่อมโยงระหว่างมาตรฐานการศึกษา หลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องและ การประกันคุณภาพการศึกษา มาตรฐานการศึกษาของชาติ มาตรฐานที่๑ คุณลักษณะของคนไทยที่พึง ประสงค์ทั้งในฐานพลเมือง และพลโลก มาตรฐานที่๒ แนวทางการจัดการศึกษา มาตรฐานที่ ๓ แนวการสร้างสังคมแห่งการ เรียนรู้ / สังคมแห่งความรู้ มาตรฐานการ อุดมศึกษา มาตรฐานที่1 มาตรฐานด้านคุณภาพ บัณฑิต มาตรฐานที่2 มาตรฐานด้านการบริหาร จัดการการอุดมศึกษา มาตรฐานที่ 3 มาตรฐานด้านการสร้างและ พัฒนาสังคมฐานความรู้และ สังคมแห่งการเรียนรู้ หลักเกณฑ์กํากับ มาตรฐานรวมถึง มาตรฐานอุดมศึกษา และกรอบมาตาฐาน คุณวุฒิ ระดับอุดมศึกษา แห่งชาติ การประกันคุณภาพการศึกษาภายในและการประเมินภายนอกคุณภาพ 9 ด้าน ผลผลิตทางการศึกษาที่มีคุณภาพ
๓. การประกันคุณภาพการศึกษาภายใน พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ ระบุไว้ว่าการประกันคุณภาพภายในจะดําเนินการโดยบุคลากรของสถานศึกษาร่วมกับ หน่วยงานต้นสังกัดที่มีหน้าที่กํากับดูแลสถานศึกษา สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จึงมีหน้าที่ร่วมกับสถานศึกษาในการจัดให้มีระบบการประกันคุณภาพภายใน เพื่อ ส่งเสริมสนับสนุนและยกระดับคุณภาพของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐและเอกชน การประกัน คุณภาพภายในเป็นการสร้างระบบและกลไกในการควบคุม ตรวจสอบ และประเมินการ ดําเนินงานของสถานศึกษาให้เป็นไปตามนโยบาย เป้าหมาย และระดับคุณภาพตามมาตรฐานที่ กําหนดโดยสถานศึกษาและหรือหน่วยงานต้นสังกัด โดยให้ถือว่าการประกันคุณภาพภายในเป็น ส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารการศึกษาที่ต้องดําเนินการอย่างต่อเนื่อง ๓.๑ วัตถุประสงค์ของการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน วัตถุประสงค์ของการประกันคุณภาพการศึกษาภายในประกอบด้วย ๑.) เพื่อตรวจสอบและประเมินการดําเนินงานของคณะวิชาหน่วยงานและ สถาบันอุดมศึกษาในภาพรวมตามระบบคุณภาพและกลไกที่สถาบันนั้นๆ กําหนดขึ้น โดย วิเคราะห์ เปรียบเทียบผลการดําเนินงานตามตัวบ่งชี้ในทุกองค์ประกอบคุณภาพว่าเป็นไปตาม เกณฑ์และได้มาตรฐาน ๒.) เพื่อให้คณะวิชาหรือหน่วยงานเทียบเท่าในสถาบันอุดมศึกษาทราบ สถานภาพของตนเองอันจะนําไปสู่การกําหนดแนวทางในการพัฒนาคุณภาพไปสู่เป้าหมาย (targets) และเป้าประสงค์ (goals) ที่ตั้งไว้และเป็นสากล ๓.) เพื่อให้คณะวิชาหรือหน่วยงานเทียบเท่าในสถาบันอุดมศึกษาทราบจุดแข็ง จุดที่ควรปรับปรุงตลอดจนได้รับข้อเสนอแนะในการพัฒนาการดําเนินงานเพื่อเสริมจุดแข็ง และ พัฒนาจุดอ่อนที่ควรปรับปรุงของสถาบันอย่างต่อเนื่อง ๔.) เพื่อให้ข้อมูลสาธารณะที่เป็นประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทําให้มั่นใจว่า สถาบันอุดมศึกษาสามารถสร้างผลผลิตทางการศึกษาที่มีคุณภาพ ๕.) เพื่อให้หน่วยงานต้นสังกัดของสถาบันอุดมศึกษามีข้อมูลพื้นฐานที่จําเป็น สําหรับการส่งเสริมสนับสนุนการจัดการอุดมศึกษาในแนวทางที่เหมาะสม
๓.๒ ระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน สถาบันอุดมศึกษาจะต้องพัฒนาระบบประกันคุณภาพการศึกษาที่เหมะสม สอดคล้องกับระดับการพัฒนาของสถาบัน โดยอาจเป็นระบบประกันคุณภาพที่ใช้กับแพร่หลาย ในระดับชาติหรือนานาชาติ หรือเป็นระบบเฉพาะที่สถาบันพัฒนาขึ้นเอง แต่ไม่ว่าจะเป็นระบบ คุณภาพแบบใดจะต้องมีกระบวนการทํางานที่เริ่มต้นจากการวางกลยุทธ์และแผนดําเนินการ ตลอดจนมีเป้าหมายและตัวบ่งชี้ความสําเร็จที่ชัดเจน (Plan) มีการดําเนินงานและเก็บข้อมูลตาม แผน (Do) มีการตรวจสอบและประเมินผลเทียบกับแผน (Check) และมีการปรับปรุงพัฒนาตาม ผลการประเมินอย่างเป็นระบบ (Act) ทั้งนี้เพื่อให้การดําเนินภารกิจของสถาบันบรรลุเป้าประสงค์ และมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็เป็นหลักประกันแก่สาธารณสุขให้มั่นใจว่า สถาบันอุดมศึกษาสามารถสร้างผลผลิตทางการศึกษาที่มีคุณภาพ ๓.๒.๑ ระบบและกลไกการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ในด้านของระบบและกลไกการประกันคุณภาพ ผู้ที่มี ความสําคัญส่งผลให้การดําเนินงานประสบความสําเร็จและนําไปสู่การพัฒนาคุณภาพอย่าง ต่อเนื่องคือ คณะกรรมการระดับนโยบายและผู้บริหารสูงสุดของสถาบันที่จะต้องให้ความสําคัญ และกําหนดนโยบายการประกันคุณภาพการศึกษาที่ชัดเจน และเข้าใจร่วมกันทุกระดับ โดย มอบหมายให้หน่วยงานหรือคณะกรรมการรับผิดชอบในการติดตาม ตรวจสอบ ประเมิน และ กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง หน้าที่สําคัญประการหนึ่งของคณะกรรมการของ หน่วยงานนี้คือ การจัดระบบประกันคุณภาพพร้อมทั้งกําหนดตัวบ่งชี้และเกณฑ์การประเมิน คุณภาพที่เหมาะสมสําหรับสถาบันโดยอาจเพิ่มเติมจากที่สําคักงานคณะกรรมการการ อุดมศึกษากําหนดได้ ทิ้งนี้ ระบบประเมินคุณภาพที่ใช้ต้องสามารถเชื่อมโยงให้เกิดคณะการ ปฏิบัติงาน ตั้งแต่ระดับบุคคล ระดับภาควิชาหรือสาขาวิชา ระดับคณะไปจนถึงระดับสถาบัน โดยอาจจําเป็นต้องจัดทําคู่มือคุณภาพในแต่ละระดับเพื่อกํากับการดําเนินงาน แต่ที่สําคัญ คณะกรรมการหรือหน่วยงานนี้ต้องประสานงานและผลักดันให้เกิดระบบฐานข้อมูลและ สารสนเทศที่มีประสิทธิภาพซึ่งสามารถใช้งานร่วมกันได้ในทุกระดับ ๓.๒.๒ มาตรฐาน องค์ประกอบ ตัวบ่งชี้ และเกณฑ์ประเมินคุณภาพ การศึกษาภายใน มาตรฐานสําคัญที่เป็นกรอบในการดําเนินงานของ สถาบันอุดมศึกษาคือมาตรฐานการอุดมศึกษา (ภาคผนวกที่ ๑) อย่างไรก็ตามในปัจจุบัน สถาบันอุดมศึกษาต่างๆ ยังต้องดําเนินการให้ได้ตามมาตรฐานและหลักเกณฑ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อีกมาก เช่น เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตร มาตรฐานเพื่อการประเมินคุณภาพภายนอกของ สํานักงานรับรองมาตรฐาน และประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. กรอบ การปฏิบัติราชการตามมิติด้านต่างๆ ของสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ในกรณีมหาวิทยาลัยของรัฐ มาตรฐานองค์กรวิชาชีพเฉพาะ เป็นต้น
ด้วยเหตุดังกล่าว องค์ประกอบและตัวบ่งชี้ของสํานักงาน คณะกรรมการอุดมศึกษาที่พัฒนาขึ้น เพื่อให้ทุกสถาบันอุดมศึกษานําไปใช้ จึงต้องสามารถชี้วัด คุณลักษณะที่พึงประสงค์มาตรฐานการอุดมศึกษา ตลอดจนมาตรฐานและหลักเกณฑ์อื่นที่ เกี่ยวข้องได้ทั้งหมด องค์ประกอบและตัวบ่งชี้ในการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน สถานศึกษา ระดับอุดมศึกษาที่สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาพัฒนาขึ้นประกอบด้วย ๙ องค์ประกอบ ๔๔ ตัวบ่งชี้ ในแต่ละองค์ประกอบ ตัวบ่งชี้และเกณฑ์ที่พัฒนาขึ้นมีประเภท ทั่วไปที่ใช้กับทุกสถาบันอุดมศึกษา และประเภทที่แยกใช้เฉพาะกับสถาบันที่มีจุดเน้นต่างกัน ตามพันธกิจ และอัตลักษณ์ของสถาบัน แสดงดังตารางที่ ๑ รายละเอียดตัวบ่งชี้ปรากฏใน ภาคผนวกที่ ๓ ตารางที่ ๑ องค์ประกอบคุณภาพและตัวบ่งชี่เพื่อการประกันคุฯภาพการศึกษาภายใน สถานศึกษาระดับอุดมศึกษาของ สกอ. องค์ประกอบคุณภาพ จํานวนตัวบ่งชี้ ๑.ปรัชญา ปณิธานวัตถุประสงค์ และแผนการดําเนินการ ๑+ ๒.การเรียนการสอน ๘+ ๓.กิจกรรมการพัฒนานิสิตนักศึกษา ๒+ ๔.การวิจัย ๓+ ๕.การบริการทางวิชาการแก่สังคม ๒+ ๖.การทํานุบํารุงศิลปวัฒนธรรม ๑+ ๗.การบริหารและการจัดการ ๔+ ๘.การเงินและงบประมาณ ๑+ ๙.ระบบและกลไกการประกันคุณภาพ ๑+ รวม ๙ องค์ประกอบคุณภาพ ๒๓+ *จํานวนตัวบ่งชี้ขึ้นอยู่กับกลุ่มหรือประเภทสถาบัน องค์ประกอบและตัวบ่งชี้เหล่านี้สถาบันอุดมศึกษาสามารถนําไปใช้ได้ทั้งเพื่อ การประเมินคุณภาพการศึกษาภายในและภายนอก นอกจากนี้ในกรณีของตัวบ่งชี้ที่ใช้ประเมิน กระบวนการ สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษายังได้นําเสนอแนวปฏิบัติที่ดี และตัวอย่าง แนวทางการพัฒนาไว้ด้วย ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของสถาบันอุดมศึกษาในการนําไปใช้
๔. การประเมินคุณภาพการศึกษาภายนอก รูปแบบและวิธีการดําเนินการประเมินคุณภาพภายนอกจะเป็นไปตามที่กําหนดใน ระเบียบของสํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. ซึ่งมีหลักการสําคัญ ๕ ประการ ดังต่อไปนี้ ๑)เป็นการประเมินเพื่อมุ่งให้มีการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ไม่ได้มุ่งเน้นเรื่องการตัดสิน การจับผิด หรือการให้คุณให้โทษ ๒)ยึดหลักการความเที่ยงตรง เป็นธรรม โปร่งใส มีหลักฐานข้อมูลตามสภาพความเป็น จริง (Evidence-based)และมีความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้ (Accontability) ๓)มุ่งเน้นในเรื่องการส่งเสริมและประสานงานในลักษณะกัลยาณมิตรมากกว่าการกํากับ ควบคุม ๔)ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการประเมินคุณภาพและการพัฒนาจัดการศึกษาจากทุกฝ่าย ที่เกี่ยวข้อง ๕)มุ่งสร้างความสมดุลระหว่างเสรีภาพทางการศึกษากับจุดมุ่งหมายและหลักการศึกษา ของชาติที่ได้กําหนดไว้ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ โดยให้เอกภาพเชิง นโยบาย แต่ยังคงมีความหลากหลายในทางปฏิบัติที่สถาบันสามารถกําหนดเป้าหมายเฉพาะ และพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้เต็มตามศักยภาพของสถาบันและผู้เรียน ๔.๑ วัตถุประสงค์ของการประเมินคุณภาพการศึกษาภายนอก วัตถุประสงค์ทั่วไป ๑)เพื่อให้ทราบระดับคุณภาพของสถาบันอุดมศึกษาในการดําเนินภารกิจด้าน ต่างๆ ๒)เพื่อกระตุ้นเตือนให้สถาบันอุดมศึกษาพัฒนาคุณภาพการศึกษาและ ประสิทธิภาพการบริหารอย่างต่อเนื่อง ๓)เพื่อให้ทราบความก้าวหน้าของการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของ สถาบันอุดมศึกษา ๔)เพื่อรายงานสถานภาพและพัฒนาการในด้านคุณภาพและมาตรฐานของ สถาบันอุดมศึกษาสาธารณชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วัตถุประสงค์เฉพาะ ๑)เพื่อตรวจสอบยืนยันสภาพจริงในการดําเนินงานของสถาบันอุดมศึกษา และ ประเมินคุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ ตามกรอบแนวทางและ วิธีการที่สํานักงานกําหนด และสอดคล้องกับระบบการประกันคุณภาพของสถาบันอุดมศึกษา และหน่วยงานต้นสังคม
๒)เพื่อให้ได้ข้อมูลซึ่งช่วยสะท้อนให้เห็นจุดเด่นและจุดด้อยของ สถาบันอุดมศึกษา เงื่อนไขของความสําเร็จ และสาเหตุของปัญหา รวมทั้งนวัตกรรมและการ ปฏิบัติที่ดีของสถาบันอุดมศึกษา ๓)เพื่อช่วยเสนอแนะแนวทางปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการศึกษาแก่ สถาบันอุดมศึกษา ๔)เพื่อส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษามีการพัฒนาคุณภาพและประกันคุณภาพ ภายในอย่างต่อเนื่อง ๕)เพื่อรายงานผลการประเมินคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถาบัน อุดมศึกษาต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสาธารณชน ๔.๒ การดําเนินการของสํานักงานรับรองมาตาฐานและประเมินคุณภาพ การศึกษา (สมศ.) สํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. ดําเนินการประเมินคุณภาพภายนอกตามภาระหน้าที่ที่กําหนดไว้ในพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ ประกอบด้วย ๑)พัฒนาระบบการประเมินคุณภาพภายนอก กําหนกรอบแนวทางและวิธีการ ประเมินคุณภาพภายนอกที่มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับระบบการประกันคุณภาพภายใน ๒)พัฒนามาตรฐานและเกณฑ์สําหรับการประเมินคุณภาพภายนอก ๓)ให้การรับรองผู้ประเมินภายนอก ๔)กํากับ ดูแล และกําหนดมาตรฐานการประเมินคุณภาพภายนอก รวมทั้งให้ การรับรองมาตรฐาน ๕)พัฒนาและฝึกอบรมผู้ประเมินภายนอก ๖)เสนอรายงานการประเมินคุณภาพและมาตาฐานการศึกษาประจําปีต่อ คณะรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และสํานักงบประมาณ เพื่อประกอบการ พิจารณาในการกําหนดนโยบายทางการศึกษา และการจัดสรรงบประมาณเพื่อการศึกษา รวมทั้งเผยแพร่รายงานดังกล่าวต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสาธารณชน ทั้งนี้ การประเมินคุณภาพการศึกษาภายนอก ระดับอุดมศึกษาในปัจจุบันซึ่ง เป็นการประเมินในรอบที่สอง สมศ. ดําเนินการประเมินคุณภาพการจัดการศึกษาของ สถาบันอุดมศึกษาทั้งในระดับสถาบันและระดับกลุ่มสาขาวิชา ๔.๓ มาตรฐาน ตัวบ่งชี้และเกณฑ์การประเมินคุณภาพการศึกษาภายนอก ตามกฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๓กําหนดให้การประเมินคุณภาพภายนอกครอบคลุมมาตรฐานว่าด้วย๑) ผลการจัด การศึกษา ๒) การจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสําคัญ ๓) การบริหารจัดการศึกษา และ ๔)
การประกันคุณภาพภายใน ประกอบด้วยตัวบ่งชี้พื้นฐาน ตัวบ่งชี้อัตลักษณ์ และตัวบ่งชี้มาตรการ ส่งเสริม จํานวน ๑๘ ตัวบ่งชี้ ดังนี้ ตัวบ่งชี้พื้นฐาน (นํ้าหนักร้อยละ๗๕) ด้านคุณภาพบัณฑิต ๑. บัณฑิตปริญญาตรีที่ได้งานทําหรือประกอบอาชีพอิสระภายใน๑ปี ๒. คุณภาพของบัณฑิตปริญญาตรีโทและเอกตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิอุดมศึกษาแห่งชาติ ๓. ผลงานของผู้สําเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทที่ได้รับการตีพิมพ์หรือเผยแพร่ ๔. ผลงานของผู้สําเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกที่ได้รับการตีพิมพ์หรือเผยแพร่ ด้านงานวิจัยและงานสร้างสรรค์ ๕. งานวิจัยหรืองานสร้างสรรค์ที่ได้รับการตีพิมพ์หรือเผยแพร่ ๖. งานวิจัยที่นําไปใช้ประโยชน์ ๗. ผลงานวิชาการที่ได้รับการรับรองคุณภาพ ด้านการบริการวิชาการแก่สังคม ๘. การนําความรู้และประสบการณ์จากการให้บริการวิชาการมาใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอนหรือการวิจัย ๙. การเรียนรู้และเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนหรือองค์กรภายนอก ด้านการทํานุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม ๑๐. การส่งเสริมและสนับสนุนด้านศิลปะและวัฒนธรรม ๑๑. การพัฒนาสุนทรียภาพในมิติทางศิลปะและวัฒนธรรม ด้านการบริหารและพัฒนาสถาบัน ๑๒. การปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ของสภาสถาบัน ๑๓. การปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ของผู้บริหารสถาบัน ๑๔. การพัฒนาคณาจารย์ ด้านการพัฒนาและประกันคุณภาพภายใน ๑๕. ผลประเมินการประกันคุณภาพภายในรับรองโดยต้นสังกัด ตัวบ่งชี้อัตลักษณ์ (นํ้าหนักร้อยละ๑๕) ๑๖. การพัฒนาให้บรรลุตามปรัชญาและวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสถาบัน หมายเหตุสถาบันเลือกดําเนินการตามกลุ่มสถาบัน สถาบันที่เน้นระดับปริญญาตรี (ข) และสถาบันเฉพาะทางที่เน้นระดับปริญญาตรี (ค 2) ๑๖.๑ งานวิจัยหรืองานสร้างสรรค์บนพื้นฐานภูมิปัญญาท้องถิ่น ๑๖.๒ การสืบสานโครงการพระราชดําริ ๑๖.๓ การพัฒนาวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษาและวิชาชีพอื่น ๑๖.๔ มีหน่วยบ่มเพาะวิสาหกิจ สถาบันเฉพาะทางที่เน้นระดับบัณฑิตศึกษา (ค 1) และสถาบันที่เน้นการวิจัยขั้นสูงและผลิต บัณฑิตศึกษาโดยเฉพาะ (ง) ๑๖.๕ ผลงานวิทยานิพนธ์ระดับบัณฑิตศึกษาที่นําไปใช้ประโยชน์ ๑๖.๖ งานวิจัยหรืองานสร้างสรรค์ที่ได้รับการจดสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตร ๑๖.๗ งานวิจัยที่ตีพิมพ์ระดับนานาชาติ ๑๖.๘ ผลงานวิจัยได้รับการอ้างอิงระดับนานาชาติ ๑๖.๙ ระดับความสําเร็จของการพัฒนาสถาบันสู่สากล ๑๖.๑๐ มีศูนย์ความเป็นเลิศ ๑๗. การพัฒนาตามจุดเน้นและจุดเด่นของสถาบัน หมายเหตุสถาบันเสนอผ่านสภาสถาบันและต้นสังกัด
ตัวบ่งชี้มาตรการส่งเสริม (นํ้าหนักร้อยละ๑๐) ๑๘. การชี้นําและ/หรือแก้ปัญหาสังคมในด้านต่างๆของสถาบันอาทิการส่งเสริมและสืบสานโครงการ มาจาก พระราชดําริ / รักชาติบํารุงศาสนาเทิดทูนพระมหากษัตริย์ / สุขภาพ / ค่านิยมจิต สาธารณะ / สิ่งเสพติด / ความฟุ่มเฟือย / การแก้ปัญหาความขัดแย้งสร้างสังคมสันติสุขความ ปรองดอง / สิ่งแวดล้อมพลังงาน / อุบัติภัย / ความคิดสร้างสรรค์ / ผู้ด้อยโอกาสผู้สูงอายุ / นโยบายรัฐบาล / การพร้อมรับการเป็น สมาชิกสังคมอาเซียน / ฯลฯ หมายเหตุสถาบันเลือกดําเนินการอย่างน้อย๒เรื่อง ๕. ระบบฐานข้อมูลและสารสนเทศสําหรับการประกันคุณภาพการศึกษา เป็นที่ทราบกันดีว่า การวิเคราะห์และวัดผลดําเนินงานเป็นสิ่งจําเป็นในกระบวนการ ประเมินคุณภาพการวัดและวิเคราะห์ผลการดําเนินงานจะไม่สามารถทําได้อย่างถูกต้องและมี ประสิทธิภาพปราศจากฐานข้อมูลและสารสนเทศที่เป็นจริง ถูกต้องตรงกันทุกระดับตั้งแต่ระดับ บุคคล ภาควิชา คณะ สถาบัน ตลอดจนเป็นข้อมูลที่สามารถเรียกใช้ได้อย่างรวดเร็ว ดังนี้ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ดี มีประสิทธิภาพจึงเป็นปัจจัยสําคัญยิ่งที่จะส่งผลต่อความสําเร็จ ของการประกันคุณภาพการศึกษา และส่งผลต่อคุณภาพในทุกขึ้นตอนการดําเนินงานตั้งแต่การ วางแผน การปฏิบัติงานประจํา การตรวจสอบประเมิน ตลอดจนถึงการปรับ ปรับปรุงและพัฒนา ๖. ความเชื่อมโยงระหว่างการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน และการประเมินคุณภาพ การศึกษาภายนอก การประกันคุณภาพการศึกษาภายใน เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหาร การศึกษาปกติที่ต้องดําเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยมีการควบคุมดูแลปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับ คุณภาพ มีการตรวจสอบ ติดตามและประเมินผลการดําเนินงานเพื่อนําไปสู่การพัฒนาปรับปรุง คุณภาพอย่างสมํ่าเสมอ ด้วยเหตุนี้ระบบประกันคุณภาพภายในจึงต้องดูแลทั้งปัจจัยนําเข้า
(input) กระบวนการ (process) และผลผลิตหรือผลลัพธ์ (output/outcome) ซึ่งต่างจาก การ ประเมินคุณภาพการศึกษาภายนอก ที่เน้นการประเมินผลการจัดการศึกษา (out/outcome) ดังนั้น ความเชื่อมโยงระหว่างการประกันคุณภาพการศึกษาภายในกับการประเมินคุณภาพ ภายนอก จึงเป็นสิ่งจําเป็น โดยในระดับปัจจุบันมีการเชื่อมโยงผ่านรายงานประจําปีที่เป็น รายงานการประเมินคุณภาพภายในที่ทุกสถาบันจัดทําขึ้น ความเชื่อมโยงเช่นนี้ได้แสดงไว้ใน แผนภาพที่ ๔
แผนภาพที่ ๔ ความเชื่อมโยงระหว่างการประกันคุณภาพการศึกษาภายในกับการประเมิน คุณภาพการศึกษาภายนอก การ ปฏิบัติงาน ของสถาบัน การประเมินฯ ภายในของ สถาบัน รายงานประจําปี (SAR) การตรวจเยี่ยม รายงานผลการ ประเมิน การติดตามผล ข้อมูลป้อนกลับ การประกันคุณภาพภายใน ข้อมูลป้อนกลับ การประกันคุณภาพภายนอก ติดตามตรวจสอบ โดยต้นสังกัดทุก 3 ปี