แผนการจัดการความรู้คณะวิศวกรรมศาสตร์
ประจําปีงบประมาณ พ.ศ.2555
พฤศจิกายน 2554
ฝ่ายแผนและสารสนเทศ
คํานํา
สืบเนืองจากพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองทีดี พ.ศ. 2546 มาตรา 11 กําหนดไว้ว่า ส่วนราชการมีหน้าทีพัฒนาความรู้ในส่วนราชการ เพือให้มีลักษณะ เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้อย่างสมําเสมอ โดยต้องรับรู้ข้อมูลข่าวสารและสามารถประมวลผลความรู้ใน ด้านต่างๆ เพือนํามาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติราชการได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว เหมาะสมกับสถานการณ์ รวมทั<งต้องส่งเสริมและพัฒนาความรู้ความสามารถ สร้างวิสัยทัศน์ และปรับเปลียนทัศนคติของ ข้าราชการในสังกัดให้เป็นบุคลากรทีมีประสิทธิภาพและมีการเรียนรู้ร่วมกัน ฝ่ายแผนและสารสนเทศ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จึงได้จัดทําแผนการจัดการความรู้ เพือใช้ เป็นแนวทางในการจัดการความรู้ทีเกิดขึ<นภายในคณะวิศวกรรมศาสตร์ ซึงจะประกอบไปด้วย (1) การสร้างองค์ความรู้ (2) การจัดการความรู้ และ(3) การเผยแพร่ความรู้ โดยกิจกรรมในการจัดการ ความรู้จะสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ 4 ปี ครอบคลุมทั<ง 10 ประเด็น ยุทธศาสตร์ และนับเป็นปีแรกทีคณะวิศวกรรมศาสตร์ได้เริมจัดทําแผนการจัดการความรู้อย่างเป็น ระบบทีชัดเจนขึ<น โดยฝ่ายแผนและสารสนเทศหวังเป็นอย่างยิงว่าแผนการจัดการความรู้ฉบับนี<จะเป็น ประโยชน์และเป็นแนวทางให้แก่คณะ เพือปฏิบัติภารกิจในการจัดการความรู้ต่างๆของคณะต่อไป ฝ่ายแผนและสารสนเทศ พฤศจิกายน 2554สารบัญ
หน้า คํานํา บทที 1 : การจัดการความรู้เบื<องต้น 1 บทที 2 : การกําหนดขอบเขต เป้าหมายและแผนการจัดการความรู้ 6 บทที 3 : แผนการจัดการความรู้ ประจําปีงบประมาณ พ.ศ.2555 9 ภาคผนวก - คําสังแต่งตั<งคณะทํางานด้านการจัดการความรู้ คณะวิศวกรรมศาสตร์บทที, 1
การจัดการความรู้เบื/องต้น
การจัดการความรู้ในองค์กร หมายถึง การรวบรวมองค์ความรู้ทีมีอยู่ในองค์กร ซึงกระจัด กระจายอยู่ในตัวบุคคลหรือเอกสาร มาพัฒนาให้เป็นระบบ เพือให้ทุกคนในองค์กรสามารถเข้าถึง ความรู้และพัฒนาตนเองให้เป็นผู้รู้ รวมทั<งปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลให้องค์กรมี ความสามารถในเชิงแข่งขันสูงสุด โดยทีความรู้มี 2 ประเภท คือ - ความรู้ทีฝังอยู่ในคน (Tacit Knowledge) เป็นความรู้ทีได้จากประสบการณ์ พรสวรรค์หรือ สัญชาตญาณของแต่ละบุคคลในการทําความเข้าใจในสิงต่างๆ เป็นความรู้ทีไม่สามารถถ่ายทอด ออกมาเป็นคําพูดหรือลายลักษณ์อักษรได้โดยง่าย เช่น ทักษะในการทํางาน งานฝีมือ หรือการคิดเชิง วิเคราะห์ บางครั<ง จึงเรียกว่าเป็นความรู้แบบนามธรรม - ความรู้ทีชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) เป็นความรู้ทีสามารถรวบรวม ถ่ายทอดได้ โดยผ่านวิธี ต่างๆ เช่น การบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ทฤษฎี คู่มือต่างๆ และบางครั<งเรียกว่าเป็นความรู้แบบ รูปธรรมในการจัดทําแผนการจัดการความรู้ (Knowledge Action Plan) นั<น ได้นําแนวคิดเรือง 1.1 กระบวนการจัดการความรู้ (Knowledge Management Process : KM) และกระบวนการ บริหารจัดการการเปลียนแปลง (Change Management Process) มาประยุกต์ใช้ในการจัดทําแผนการ จัดการความรู้ (KM Action Plan) โดยกระบวนการจัดการความรู้ประกอบไปด้วย 7 ขั<นตอน ดังแผนภาพในรูปที 1 ซึงเป็นกระบวนการทีช่วยให้องค์กรเข้าใจถึงขั<นตอนทีจะทําให้เกิดกระบวนการ จัดการความรู้หรือพัฒนาการของความรู้ทีจะเกิดขึ<นภายในองค์กร ซึงมีรายละเอียด ดังนี<
รูปที, 1 กระบวนการจัดการความรู้ (Knowledge Management Process)
เราต้องมีความรู้เรืองอะไร เรามีความรู้เรืองนั<นหรือยัง 1. การบ่งชี<ความรู้ (Knowledge identification) ความรู้อยู่ทีใคร อยู่ในรูปแบบอะไร จะเอามาเก็บรวมกันได้อย่างไร 2. การสร้างและแสวงหาความรู้ (Knowledge Creation and Acquisition)
จะแบ่งประเภท หัวข้ออย่างไร 3. การจัดความรู้ให้เป็นระบบ (Knowledge Organization)
จะทําให้เข้าใจง่ายและสมบูรณ์อย่างไร 4. การประมวลและกลันกรองความรู้ (Knowledge Codification and Refinement)
เรานําความรู้มาใช้งานได้ง่ายหรือไม่ 5. การเข้าถึงความรู้ (Knowledge Access) 6. การแบ่งปันแลกเปลียนความรู้ (Knowledge Sharing) มีการแบ่งปันความรู้ให้กันหรือไม่ ความรู้นั<นทําให้เกิดประโยชน์กับองค์กรหรือไม่ ทําให้องค์กรดีขึ<นหรือไม่ 7. การเรียนรู้ (Learning)
1) การบ่งชี<ความรู้ (Knowledge Identification)เช่นการพิจารณาว่า วิสัยทัศน์/ พันธกิจ/ เป้าหมาย คืออะไร และเพือให้บรรลุเป้าหมาย เราจําเป็นต้องรู้อะไร ขณะนี<เรามีความรู้ อะไรบ้าง อยู่ในรูปแบบใดและอยู่ทีใคร
2) การสร้างและแสวงหาความรู้ (Knowledge Creation and Acquisition) เช่นการสร้างความรู้ ใหม่ แสวงหาความรู้จากภายนอกรักษาความรู้เก่าและกําจัดความรู้ทีใช้ไม่ได้แล้ว
3) การจัดความรู้ให้เป็นระบบ (Knowledge Organization) เป็นการวางโครงสร้างความรู้ เพือ เตรียมพร้อมสําหรับการเก็บความรู้ อย่างเป็นระบบในอนาคต
4) การประมวลและกลันกรองความรู้ (Knowledge Codification and Refinement) เช่นการ ปรับปรุงรูปแบบเอกสารให้เป็นมาตรฐานการใช้ภาษาเดียวกันหรือการปรับปรุงเนื<อหาให้ สมบูรณ์ เป็นต้น
5) การเข้าถึงความรู้ (Knowledge Access) เป็นการทําให้ผู้ใช้ความรู้นั<นเข้าถึงความรู้ที ต้องการได้ง่ายและสะดวก เช่น ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) Web board หรือบอร์ด ประชาสัมพันธ์ เป็นต้น 6) การแบ่งปันแลกเปลียนความรู้ (Knowledge sharing) ทําได้หลายวิธีการ โดยกรณีเป็น Explicit Knowledge อาจจัดทําเป็น เอกสาร ฐานความรู้ เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ กรณีเป็น Tacit Knowledge อาจจัดทําเป็น ระบบทีมข้ามสายงาน กิจกรรมกลุ่มคุณภาพ และนวัตกรรม ชุมชนแห่งการเรียนรู้ ระบบพีเลี<ยง การสับเปลียนงาน การยืมตัว หรือ การจัดเวทีแลกเปลียนความรู้ เป็นต้น 7) การเรียนรู้ (Learning) ควรทําให้การเรียนรู้เป็นส่วนหนึงของงาน เช่นเกิดระบบการเรียนรู้ จาก สร้างองค์ความรู้ การนําความรู้ไปใช้ เกิดการเรียนรู้และประสบการณ์ใหม่ และ หมุนเวียนต่อไปอย่างต่อเนือง
1.2 กระบวนการบริหารจัดการการเปลียนแปลง (Change Management Process)
สําหรับกระบวนการบริหารจัดการการเปลียนแปลง (Change Management Process) เป็นกรอบ ความคิดแบบหนึงเพือให้องค์กรทีต้องการจัดการความรู้ภายในองค์กร ได้มุ่งเน้นถึงปัจจัยแวดล้อม ภายในองค์กร ทีจะมีผลกระทบต่อการจัดการความรู้ ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบ ดังแสดงในรูปที 2 โดยมีรายละเอียด ดังนี< 1) การเตรียมการและปรับเปลียนพฤติกรรม เช่น กิจกรรมการมีส่วนร่วมและสนับสนุนจาก ผู้บริหาร (ทีทุกคนมองเห็น) โครงสร้างพื<นฐานขององค์กร ทีม/ หน่วยงานทีรับผิดชอบ ระบบการติดตามและประเมินผล และมีการกําหนดปัจจัยแห่งความสําเร็จชัดเจน 2) การสือสาร เช่น กิจกรรมทีทําให้ทุกคนเข้าใจถึงสิงทีองค์กรจะทํา ประโยชน์ทีจะเกิดขึ<นกับทุก คนและมีการระบุการมีส่วนร่วมของสมาชิกแต่ละคน
3) กระบวนการและเครืองมือ ช่วยให้การค้นหา เข้าถึง ถ่ายทอด และแลกเปลียนความรู้ด้วย ความสะดวกรวดเร็วขึ<น โดยการเลือกใช้กระบวนการและเครืองมือ ขึ<นกับชนิดของความรู้ ลักษณะขององค์กร (ขนาด สถานทีตั<ง ฯลฯ) ลักษณะการทํางาน วัฒนธรรมองค์กรและ ทรัพยากร 4) การเรียนรู้ เพือสร้างความเข้าใจและตระหนักถึงความสําคัญและหลักการของการจัดการ ความรู้ โดยการเรียนรู้ต้องพิจารณาถึง เนื<อหา กลุ่มเป้าหมาย วิธีการ การประเมินผลและ ปรับปรุง 5) การวัดผล เพือให้ทราบว่าการดําเนินการได้บรรลุเป้าหมายทีตั<งไว้หรือไม่ มีการนําผลของการ วัดมาใช้ในการปรับปรุงแผนและการดําเนินการให้ดีขึ<น มีการนําผลการวัดมาใช้ในการสือสาร กับบุคลากรในทุกระดับให้เห็นประโยชน์ของการจัดการความรู้ และการวัดผลต้องพิจารณา ด้วยว่าจะวัดผลทีขั<นตอนใดได้แก่ วัดทีระบบ (System) วัดทีผลลัพธ์ (Out put) หรือวัดที ประโยชน์ทีจะได้รับ (Out come) 6) การยกย่องชมเชยและให้รางวัล เป็นการสร้างแรงจูงใจให้เกิดการปรับเปลียนพฤติกรรมและ การมีส่วนร่วมของบุคลากรในทุกระดับ โดยข้อควรพิจารณาได้แก่ ค้นหาความต้องการของ บุคลากร การสร้างแรงจูงใจระยะสั<นและระยะยาว การบูรณาการกับระบบทีมีอยู่และการ ปรับเปลียนให้เข้ากับกิจกรรมทีทําในแต่ละช่วงเวลา รูปที, 2 กระบวนการบริหารจัดการการเปลียนแปลง (ทีมา : Robert Osterhoff) กระบวนการ และเครืองมือ (Process & Tools)
การเรียนรู้ (Learning) การสือสาร (Communication) การวัดผล (Measurements) การยกย่องชมเชย และการให้รางวัล (Recognition and Reward)
เป้าหมาย (Desired State) การเตรียมการและ
ปรับเปลียนพฤติกรรม (Transition and Behavior
คณะจะต้องมองภาพรวมของปัจจัยแวดล้อมภายในคณะ ทีจะส่งผลกระทบต่อกระบวนการ จัดการความรู้ (KM Process) ของคณะ โดยการนํากระบวนการบริหารจัดการการเปลียนแปลงมา เชือมโยง เพือจะผลักดันให้เกิดการเปลียนแปลงเสริมสร้างสภาพแวดล้อม ทีจะทําให้กระบวนการ จัดการความรู้มีชีวิตหมุนต่อไปได้อย่างต่อเนือง และทําให้การจัดการความรู้ของคณะมีประสิทธิผล โดยจัดทําเป็นแผนการจัดการความรู้ (KM Action Plan) และนําไปสู่การปฏิบัติให้เกิดขึ<นจริงๆ จากแนวคิดดังกล่าวข้างต้น คณะต้องมีการกําหนดขอบเขต KM (KM Focus Area) และ เป้าหมาย KM (Desired State) ทีคณะต้องการเลือกทํา เพือสนับสนุนประเด็นยุทธศาสตร์ตามแผน ยุทธศาสตร์การบริหารงานของคณะ ซึงจะกล่าวในบทที 2 และบทที 3 ตามลําดับต่อไป
บทที, 2
การกําหนดขอบเขตและเป้าหมาย KM (KM Focus Areas and Km Desired State)
และแผนการจัดการความรู้ของคณะวิศวกรรมศาสตร์
ขอบเขต KM (KM Focus Areas) เป็นหัวเรืองกว้างๆ ของความรู้ทีจําเป็นเพือให้ดําเนินการ และสอดคล้องกับประเด็นยุทธศาสตร์ตามแผนบริหารราชการแผ่นดินของคณะ ซึงถูกนํามาใช้กําหนด เป้าหมาย KM (Desired State) ในการกําหนดขอบเขต KM ควรกําหนดกรอบตามองค์ความรู้ทีจําเป็นต่อกระบวนงาน (Work Process) ก่อนเป็นลําดับแรก หรือ อาจกําหนดขอบเขต KM ตามองค์ความรู้ทีจําเป็นต้องมีใน องค์กร เพือปฏิบัติงานให้บรรลุตามประเด็นยุทธศาสตร์อืนๆ ของคณะ ซึงมีแนวทางการกําหนด ขอบเขต KM (KM Focus Areas) และเป้าหมาย KM (Desired State) ดังแสดงในรูปที 3รูปที, 3 แนวทางการกําหนดขอบเขต KM (KM Focus Areas) และเป้าหมาย KM (KM Desired State) เพือให้คณะมีแนวทางทีชัดเจนในการจัดทําแผนการจัดการความรู้ของคณะใน 6 ขั<นตอน คณะ จะต้องกําหนดขอบเขตของ KM (KM Focus Area) และเป้าหมาย KM (KM Desired State) ให้ชัดเจน โดยใช้แนวทางในการเลือกกลยุทธ์ตามองค์ความรู้ทีจําเป็นต้องมีในองค์กร เพือปฏิบัติงานให้บรรลุตาม ประเด็นยุทธศาสตร์ และสอดคล้องกับแผนปฏิบัติราชการปีงบประมาณ พ.ศ.2555-2558 ทีคณะ กําหนด 1 พันธกิจ/วิสัยทัศน์ ประเด็นยุทธศาสตร์ กลยุทธ์ กระบวนงาน (Work process) KM Focus Areas (ขอบเขต KM)
Desired State of KM Focus Areas (เป้าหมาย KM) KM Action Plans (6-step model) (แผนการจัดการความรู้) ความรู้ที,สําคัญต่อองค์กร • ความรู้เกียวกับลูกค้า • ความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้เสียต่าง ๆ • ประสบการณ์ความรู้ทีองค์กรสังสม • ความรู้เกียวกับกระบวนการ การเรียนรู้ (Learning การวัดผล (Measurement การยกย่องชมเชย และการให้รางวัล (Recognition and Reward) กระบวนการ และเครืองมือ (Process Tools) การสือสาร (Communication) การเตรียมการและ ปรับเปลียนพฤติกรรม (Transition and Behavior
Management) 2
3
เนืองจากโครงการตามกลยุทธ์ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ของคณะดําเนินการเป็นจํานวนมาก ฝ่าย แผนฯจึงได้กําหนดโครงการทีเกียวข้องกับการจัดการความรู้และเป็นประเด็นเร่งด่วน โดยจําแนกตาม กลยุทธ์ทีสอดคล้องกับประเด็นยุทธศาสตร์ต่างๆ ซึงมีโครงการของ KM ทีคณะจะดําเนินการ ใน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2555-2558 จํานวน 4 โครงการ ดังนี< ปีงบประมาณ ลําดับที โครงการ/กิจกรรม 2555 2556 2557 2558 1 จัดฝึกอบรมและศึกษาดูงาน 2 การประกวด Best Practice 3 การเสวนาแลกเปลียนเรียนรู้ 4 การพัฒนาระบบเก็บรวบรวมความรู้ทางอินเตอร์เน็ต แผนการจัดการความรู้ทั<ง 4 โครงการ สามารถแยกเป็นภารกิจได้ 3 ด้าน ดังนี< 1. ด้านการสร้างความรู้ 2. ด้านการจัดการความรู้ 3. ด้านการเผยแพร่ความรู้ โดยแสดงความสัมพันธ์ระหว่างภารกิจและกิจกรรม โครงการได้ ดังรูปที 4 รูปที, 4 ความสัมพันธ์ระหว่างภารกิจและกิจกรรม โครงการแผนการจัดการความรู้ การสร้างความรู้ การจัดการความรู้ การเผยแพร่ความรู้ การจัดฝึกอบรมและศึกษาดูงาน การประกวด BEST Practice การพัฒนาระบบเก็บรวบรวมความรู้ ทางอินเตอร์เน็ต การเสวนาแลกเปลียนเรียนรู้
บทที, 3 แผนการจัดการความรู้ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ปีงบประมาณ พ.ศ.2555 เพือให้การดําเนินงานด้านการจัดการความรู้ตามแผนการจัดการความรู้ ปี 2555-2558 ที คณะกําหนดบรรลุตามวัตถุประสงค์ คณะฯจึงได้จัดทําแผนการจัดการความรู้ประจําปี พ.ศ.2555 โดย กําหนดผู้รับผิดชอบโครงการ เป้าหมายและรายละเอียดของกิจกรรมทั<ง 4 โครงการ ดังนี< ลําดับที โครงการ/กิจกรรม เป้าหมาย ตัวชี<วัด งบประมาณ (บาท) ผู้รับผิดชอบ 1 การจัดอบรมและ ศึกษา ดูงาน ด้านการ จัดการความรู้ จํานวน 1 ครั<ง 30,000 รองแผนฯ 2 การประกวด Best Practice จํานวน 1 ครั<ง 60,000 รองแผนฯ 3 การเสวนาแลกเปลียนเรียนรู้ จํานวน 10 ครั<ง ตามประเด็นยุทธศาสตร์ การบริหารของคณะ 3.1 ด้านการบริหารจัดการทีดี 3.2 ด้านการผลิตบัณฑิต 3.3 ด้านการพัฒนานักศึกษา 3.4 ด้านการวิจัย 3.5 ด้านการบริการวิชาการ 3.6 ด้านการทํานุบํารุงศิลปวัฒนธรรม 3.7 ด้านการพัฒนาคุณภาพและระบบ ประกันคุณภาพ 3.8 ด้านความสัมพันธ์ทีดีกับศิษย์เก่า 3.9 ด้านความสัมพันธ์ทีดีกับชุมชน 3.10 ด้านการจัดการทรัพย์สิน ทรัพย์สินทาง ปัญญาและการหารายได้เพือการพึงตนเอง จํานวน 1 ครั<ง จํานวน 1 ครั<ง จํานวน 1 ครั<ง จํานวน 1 ครั<ง จํานวน 1 ครั<ง จํานวน 1 ครั<ง จํานวน 1 ครั<ง จํานวน 1 ครั<ง จํานวน 1 ครั<ง จํานวน 1 ครั<ง 3,000 3,000 3,000 3,000 3,000 3,000 3,000 3,000 3,000 3,000 รองบริหาร รองวิชาการ รองพัฒนา นศ. รองวิจัย รองวิจัย รองบริหาร รองกิจการพิเศษ รองกิจการพิเศษ รองกิจการพิเศษ รองบริหาร 4 การพัฒนาระบบเก็บรวบรวมความรู้ทาง website จํานวน 1 ระบบ - รองแผนฯ รวมเป็นเงิน 120,000 บาท