รายงานผลการดําเนินงาน
เรื่อง
โครงการศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียงปี 2552
โดย
นายประพนธ์ ธูปะเตมีย์
เกษตรอําเภอ (นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชํานาญการ)
สํานักงานเกษตรอําเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี
รายงานผลการดําเนินงานนี้
เป็นเอกสารประกอบการประเมินบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่ง
เกษตรอําเภอ (นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชํานาญการพิเศษ) ตําแหน่งเลขที่ 5009
สํานักงานเกษตรอําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี
กรมส่งเสริมการเกษตร
พ.ศ.2554
คํานํา
การจัดทํารายงานผลการดําเนินงานโครงการศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียงปี 2552 ของอําเภอบางบัวทองจังหวัดนนทบุรีครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติงาน ในบทบาทของเกษตรอําเภอ บางบัวทองในการขับเคลื่อนกระบวนการดําเนินงานตามโครงการศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียงโดยยึดหลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจนทําให้ผลการปฏิบัติงานเป็นที่ประจักษ์ในหมู่เกษตรกรและประชาชนใกล้เคียง ซึ่งผลการดําเนินการได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากหน่วยงานภาคีพร้อมกับการพัฒนา ให้ดีขึ้นเป็น ลําดับ จนทําให้ศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียงมีผู้สนใจเข้าศึกษาดูงานและนําความรู้รูปแบบการพัฒนาไป ปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง การจัดทํารายงานผลการดําเนินงานนี้ ได้รับความอนุเคราะห์จากนายวิจิตร กมลวารินทร์ เกษตรจังหวัดนนทบุรีและนักวิชาการส่งเสริมการเกษตรประจําตําบลทุกท่านของสํานักงานเกษตรอําเภอ บางบัวทองจึงขอขอบคุณมาณโอกาสนี้และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแนวทางการดําเนินงานโครงการศูนย์ เรียนรู้การเกษตรพอเพียงปี 2552 ของอําเภอบางบัวทองที่มีการดําเนินการจนประสบผลสําเร็จสามารถเป็น แนวทางและก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้เกี่ยวข้องได้ใช้เป็นแบบอย่างในการปฏิบัติงานให้ประสบผลสําเร็จต่อไป ประพนธ์ ธูปะเตมีย์ กุมภาพันธ์ 2554สารบัญ
หน้า ความรู้ทางวิชาการหรือแนวคิดที่ใช้ในการดําเนินการ 1 สาระและขั้นตอนการดําเนินการ 8 ความยุ่งยากในการดําเนินการ 9 ระยะเวลาดําเนินการ 10 ผลสําเร็จของงาน 10 การนําไปใช้ประโยชน์ 11 ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ 11 ผู้ร่วมดําเนินการ 12 ส่วนของงานที่ผู้เสนอเป็นผู้ปฏิบัติ 12 เอกสารอ้างอิง 13สารบัญภาพ
ภาพที่ หน้า
ชื่อผลงาน โครงการศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียงปี 2552 ความรู้ทางวิชาการหรือแนวคิดที่ใช้ในการดําเนินการ การดําเนินงานโครงการศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียงปี 2552 ของอําเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ได้ทําการศึกษาความรู้ทางวิชาการหรือแนวคิดที่ใช้ในการดําเนินการ ดังนี้ 1. หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 2. โครงการศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียงปี 2552 1. หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (2548) ได้กล่าวถึงความหมายและ ประมวลกลั่นกรองพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งพระราชทานไว้ ในโอกาสต่างๆรวมทั้งพระราชดํารัสอื่นๆที่เกี่ยวข้องและได้นําความกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบ ฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้วทรงพระกรุณาปรับปรุงแก้ไขพระราชทานและทรงกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทาน พระบรมราชานุญาตตามที่ขอพระมหากรุณา ตามหนังสือที่ รล.0003/18888 ลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2542 สํานักราชเลขาธิการให้นําไปเผยแพร่ส่งเสริมแนวทางปฏิบัติของทุกฝ่ายและประชาชนทั่วไปดังนี้ 1.1 เศรษฐกิจพอเพียง “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดํารัช ชี้แนะแนวทางการดําเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดนานกว่า 30 ปี เริ่มตั้งแต่ในงานพิธี พระราชทานปริญญาบัตรมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2517 เป็นต้นมา เป็นแนวทางของการพัฒนาบนหลักแนวคิดพึ่งพาตนเอง และเมื่อเกิดวิกฤติการณ์ทางด้านเศรษฐกิจในปี 2540 ได้ทรงเน้นย้ําแนวทางแก้ไขเพื่อให้รอดพ้นและสามารถดํารงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนภายใต้ กระแสโลกาภิวัฒน์และความเปลี่ยนแปลงต่างๆ เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดํารงอยู่และ ปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับครอบครัวระดับชุมชนจนถึงระดับรัฐทั้งในการพัฒนาและบริหาร ประเทศให้ดําเนินไปในทางสายกลางโดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัฒน์ ความพอเพียงหมายถึงความพอประมาณความมีเหตุผลรวมถึงความจําเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัว ที่ดีพอสมควรต่อการมีผลกระทบใดๆอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายในทั้งนี้จะต้อง อาศัยความรอบรู้ความรอบคอบและความระมัดระวังอย่างยิ่งในการนําวิชาการต่าง ๆ มาใช้ในการ วางแผนและการดําเนินการทุกขั้นตอนและขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎีและนักธุรกิจในทุกระดับให้มีสํานึกในคุณธรรมความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสมดําเนินชีวิตด้วยความอดทนความเพียรมีสติปัญญาและความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวางทั้งด้านวัตถุสังคม สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี 1.2 หลักแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง การพัฒนาตามหลักสูตรเศรษฐกิจพอเพียงคือการพัฒนาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของทางสาย กลางและความไม่ประมาทโดยคํานึงถึงความพอประมาณความมีเหตุผลการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ตลอดจนใช้ความรู้ความรอบคอบและคุณธรรม ประกอบการวางแผนการตัดสินใจและการกระทําซึ่งมี หลักพิจารณาอยู่ 5 ส่วน ดังนี้ (1) กรอบแนวคิด เป็นปรัชญาที่ชี้แนะแนวทางการดํารงอยู่และปฏิบัติตนในทาง ที่ควร จะเป็นโดยมีพื้นฐานมาจากวิถีชีวิตดั้งเดิมของสังคมไทย สามารถนํามาประยุกต์ใช้ได้ตลอดเวลา
2 และเป็นการมองโลกเชิงระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลามุ่งเน้นการรอดพ้นจากภัยและวิกฤตเพื่อ ความมั่นคงและความยั่งยืนของการพัฒนา (2) คุณลักษณะ เศรษฐกิจพอเพียงสามารถนํามาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติตนได้ในทุก ระดับโดยเน้นการปฏิบัติบนทางสายกลางและการพัฒนาอย่างเป็นขั้นตอน (3) คํานิยาม ความพอเพียงจะต้องประกอบด้วย 3 คุณลักษณะพร้อม ๆกันดังนี้ - ความพอประมาณ หมายถึงความพอดีที่ไม่น้อยเกินไปและไม่มากเกินไปโดยไม่ เบียดเบียนตนเองและผู้อื่นเช่นการผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณ - ความมีเหตุผล หมายถึงการตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของความพอเพียงนั้นจะต้อง เป็นไปอย่างมีเหตุผลโดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องตลอดจนคํานึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจาก การกระทํานั้นๆอย่างรอบคอบ - การมีภูมิคุ้มกันที่ดี ในตัวหมายถึงการเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการ เปลี่ยนแปลงด้านต่างๆที่จะเกิดขึ้นโดยคํานึงถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่าง ๆที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ในอนาคตทั้งใกล้และไกล (4) เงื่อนไข การตัดสินใจและการดําเนินกิจกรรมต่างๆให้อยู่ในระดับพอเพียงนั้นต้อง อาศัยทั้งความรู้และคุณธรรมเป็นพื้นฐานกล่าวคือ - เงื่อนไขความรู้ประกอบด้วยความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่างๆที่เกี่ยวข้องอย่าง รอบด้านความรอบคอบที่จะนําความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกันเพื่อประกอบการวางแผนและ ความระมัดระวังในขั้นปฏิบัติ - เงื่อนไขคุณธรรมที่จะต้องเสริมสร้างประกอบด้วยมีความตระหนักในคุณธรรมมี ความซื่อสัตย์และมีความอดทนมีความเพียรใช้สติปัญญาในการดําเนินชีวิต (5) แนวทางปฏิบัติ/ผลที่คาดว่าจะได้รับ จากการนําปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมา ประยุกต์ใช้คือการพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืนพร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกด้านทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมสิ่งแวดล้อมความรู้และเทคโนโลยี
3 ภาพที่ 1 แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ที่มา :สํานักพัฒนาเกษตรกรกรมส่งเสริมการเกษตร, 2552
ทางสายกลาง
เงื่อนไขคุณธรรม (ซื่อสัตย์ สุจริต ขยันอดทน สติปัญญา แบ่งปัน) พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกันใน ตัวที่ดี เงื่อนไขความรู้ (รอบรู้ รอบคอบ ระมัดระวัง) นําสู่ชีวิต
/
เศรษฐกิจ
/
สังคม
/
สิ่งแวดล้อม
สมดุล
/
มั่นคง
/
ยั่งยืน
/
4 1.3 หลักการความพอเพียง เศรษฐกิจพอเพียงหมายถึงความพอเพียงต่อไปนี้ (1) พอเพียงสําหรับทุกคนทุกครอบครัวไม่ใช่เศรษฐกิจแบบทอดทิ้งกัน (2) จิตใจพอเพียงทําให้รักและเอื้ออาทรคนอื่นได้คนที่ไม่พอจะรักคนอื่นไม่เป็น (3) สิ่งแวดล้อมพอเพียงการอนุรักษ์และเพิ่มพูนสิ่งแวดล้อมและทําให้ยังชีพ และทํามาหากินได้ (4) ชุมชนเข้มแข็งพอเพียง การรวมตัวกันเป็นชุมชนที่เข้มแข็งจะทําให้สามารถ แก้ปัญหาต่างๆได้ (5) ปัญญาพอเพียง มีการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติและปรับตัวได้อย่างต่อเนื่อง (6) อยู่บนพื้นฐานวัฒนธรรมพอเพียงวัฒนธรรมหมายถึงวิถีชีวิตของกลุ่มชนที่สัมพันธ์ อยู่กับสิ่งแวดล้อมที่หลากหลายเศรษฐกิจควรสัมพันธ์และเติบโตขึ้นจากงานทางวัฒนธรรมจึงจะมั่นคง (7) มีความมั่นคงพอเพียงไม่ใช่วูบวาบเดี๋ยวจนเดี๋ยวรวยแบบกะทันหันเดี๋ยวตกงานไม่ มีกิน ไม่มีใช้ ถ้าเป็นแบบนี้ประสาทมนุษย์คงทนไม่ไหวต่อความผันผวนที่เร็วเกิน สุขภาพจิตจึงเสีย เครียด เศรษฐกิจพอเพียงที่มั่นคงจึงทําให้สุขภาพจิตดีขึ้น 1.4 การนําปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติ (1) ความพอเพียงด้านเศรษฐกิจ - ลดรายจ่าย สร้างรายได้ใช้ชีวิตอย่างพอควร - คิดและวางแผนอย่างรอบคอบ - ไม่เสี่ยงเกินไปมีทางเลือกรองรับ - พึ่งพาตนเองได้ - จัดทําบัญชีครัวเรือน (2) ความพอเพียงด้านสังคม - ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน - รู้รักสามัคคี - สร้างความเข้มแข็งให้ครอบครัวและชุมชน (3) ความพอเพียงด้านจิตใจ - มีจิตสํานึกที่ดี - เอื้ออาทร ประนีประนอม - นึกถึงส่วนรวมเป็นหลัก - ซื่อสัตย์ สุจริตอดทนความเพียร (4) การประกอบอาชีพแบบเศรษฐกิจพอเพียง - ทําไร่นาสวนผสมและเกษตรผสมผสานเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นเศรษฐกิจพอเพียง - ปลูกผักสวนครัว ลดรายจ่ายด้านอาหารในครอบครัว - ใช้ปุ๋ยคอกและทําปุ๋ยหมักใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมีเพื่อลดรายจ่าย และช่วยปรับปรุง บํารุงดิน - เพาะเห็ดฟางจากฟางข้าวและเศษวัสดุเหลือใช้ในไร่นา - ปลูกไม้ผลสวนหลังบ้านและปลูกไม้ไว้ใช้สอย - ปลูกพืชสมุนไพรช่วยส่งเสริมสุขภาพอนามัย
5 - เลี้ยงปลาในร่องสวนในนาข้าวและสระน้ํา เพื่อเป็นอาหารโปรตีนและรายได้ เสริม - เลี้ยงไก่พื้นเมืองและไก่ไข่ประมาณ 10-15 ตัวเพื่อเป็นอาหารต่อครอบครัว - การทําก๊าซชีวภาพจากมูลสุกรหรือวัวเพื่อใช้เป็นพลังงานในครัวเรือน - ทําสารสกัดชีวภาพจากเศษพืชผักผลไม้และพืชสมุนไพรใช้ในไร่นา 1.5 การประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียง (1) พิจารณาจากความสามารถในการพึ่งพาตนเองเป็นหลักที่เน้นความสมดุลทั้ง 3 คุณลักษณะคือพอประมาณมีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกันมาประกอบการตัดสินใจในเรื่องต่างๆเป็นขั้นเป็น ตอนรอบคอบระมัดระวังพิจารณาถึงความพอดีพอเหมาะพอควรและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่มี องค์ประกอบครอบคลุมทั้ง 5 ประการ คือ 1) ด้านจิตใจมีจิตใจเข้มแข็งฝึกตนเองมีจิตสํานึกที่ดีเอื้ออาทรประนีประนอม และนึกถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก 2) ด้านสังคม มีความช่วยเหลือเกื้อกูลกันรู้รักสามัคคีสร้างความเข้มแข็ง ให้ครอบครัวและชุมชนรู้จักผนึกกําลังมีกระบวนการเรียนรู้ที่เกิดจากรากฐานที่มั่นคงแข็งแรง 3) ด้านเศรษฐกิจดํารงชีวิตอยู่อย่างพอดี พอมีพอกิน สมตามอัตภาพ และ ฐานะของตนประกอบอาชีพสุจริตด้วยความขยันหมั่นเพียรอดทนใช้ชีวิตเรียบง่าย โดยไม่เบียดเบียน ตนเองและผู้อื่นมีรายได้สมดุลกับรายจ่ายรู้จักการใช้จ่ายของตนเองและครอบครัวอย่างมีเหตุผลเท่าที่ จําเป็นประหยัดรู้จักการเก็บออมเงินและแบ่งปันผู้อื่น 4) ด้านเทคโนโลยีรู้จักใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการและ ภูมินิเวศพัฒนาเทคโนโลยีจากภูมิปัญญาท้องถิ่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคม 5) ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รู้จักใช้และจัดการอย่างฉลาด และรอบคอบสามารถเลือกใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดความยั่งยืนสูงสุด (2) พิจารณาความรู้คู่คุณธรรมมีการศึกษาเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง (ทั้งภาคทฤษฎีและการปฏิบัติจริง) ในวิชาการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการดํารงชีวิต ใช้สติปัญญาในการ ตัดสินใจต่างๆอย่างรอบรู้รอบคอบ และมีเหตุผลที่จะนําความรู้ต่างๆเหล่านั้นมาปรับใช้อย่างมีขั้นตอน และระมัดระวังในการปฏิบัติมีความตระหนักในคุณธรรมมีความซื่อสัตย์สุจริต มีความเพียรความอดทน และใช้สติปัญญาอย่างชาญฉลาดในการดําเนินชีวิตในทางสายกลาง คุณธรรมที่ทุกคนควรจะศึกษาและน้อมนํามาปฏิบัติมี 4 ประการ คือ ประการแรกคือการรักษาความสัตย์ความจริงใจต่อตัวเองที่จะประพฤติปฏิบัติแต่สิ่งที่ เป็นประโยชน์และเป็นธรรม ประการที่ 2 คือการรู้จักข่มใจตนเอง ฝึกใจตนเองให้ประพฤติปฏิบัติอยู่ในสัจจะความดี ประการที่ 3 คือความอดทนอดกลั้นและอดออมที่จะไม่ประพฤติล่วงความสัตย์สุจริต ไม่ว่าด้วยเหตุประการใด ประการที่ 4 คือการรู้จักละวางความชั่วความทุจริตและรู้จักสละประโยชน์ส่วนน้อย ของตนเพื่อประโยชน์ส่วนใหญ่ของบ้านเมือง คุณธรรม 4 ประการนี้ ถ้าแต่ละคนพยายามปลูกฝังและบํารุงให้เจริญงอกงามขึ้นโดยทั่ว กันแล้วจะช่วยให้ประเทศชาติบังเกิดความสุข ความร่มเย็นและมีโอกาสที่จะปรับปรุงพัฒนาให้มั่นคง ก้าวหน้าต่อไปได้ดังประสงค์
6 1.6 การดําเนินชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงภาคการเกษตร วิถีชีวิตของเกษตรกรไทยในปัจจุบันได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ สังคมและสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติทําให้มีต้นทุนการผลิตสูงมีรายได้ไม่เพียงพอและเป็นหนี้สินจึง จําเป็นต้องปรับระบบการเกษตรของครัวเรือนให้สอดคล้องกับสภาวะการผลิตและการตลาดในปัจจุบัน ความเหมาะสมของระบบนิเวศเกษตรโดยใช้แนวทางเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งจะทําให้ครัวเรือนเกษตรกรมี ความมั่นคงในอาชีพและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนต่อไป ลดรายจ่าย เพื่อเป็นการประหยัดลดรายจ่ายในครอบครัว และเป็นผลดีต่อสุขภาพ การทําพืชผัก สวนครัวรั้วกินได้เป็นอาหารสําหรับการบริโภคในครัวเรือนนับเป็นงานอดิเรกที่สร้างความสัมพันธ์ที่ดีใน ครอบครัวพ่อแม่ ลูก มีเวลาพูดคุยกันและช่วยกันทํางาน แม้ไม่มีพื้นที่ก็สามารถทําสวนครัวในบ้านได้ เช่น การปลูกพริกในกระถางหรือปลูกในภาชนะแขวนฯลฯพืชที่ปลูกก็เป็นพืชที่ใช้เป็นประจําในครัวเช่น พริกมะเขือถั่วฝักยาว ตะไคร้ กระเพรา ผักกาดต่างๆเป็นต้น เพิ่มรายได้ การเพิ่มรายได้โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในครัวเรือนให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการสร้างรายได้ เช่นการถนอมอาหารและแปรรูปงานฝีมือในหัตถกรรมสิ่งประดิษฐ์การผลิตกล้าไม้ดอกไม้ประดับเลี้ยงสัตว์ ประมงเพาะถั่วงอก เพาะเห็ดเป็นต้นทําให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากทํากิจกรรมการเกษตรขยายโอกาส เกิดจากการพัฒนาศักยภาพตนเองครอบครัวชุมชนโดยการร่วมมือการสร้างอาชีพได้เหมาะสมกับ ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่าบุตร-หลานได้รับการศึกษาสูงขึ้นชุมชนมีความเข้มแข็งสามารถรวมกันจัดหา ตลาดแหล่งเงินทุนและเครือข่ายมาใช้ในการประกอบอาชีพอย่างยั่งยืน ทําให้ครอบครัวมีความมั่นคงและ อบอุ่นต่อไปเศรษฐกิจพอเพียงด้านการเกษตร เกษตรกรสามารถดําเนินชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ได้ด้วยการทําการเกษตรที่ผลิตเพื่อการบริโภคในครอบครัวก่อนถ้ามีเหลือจึงจําหน่ายเป็นรายได้ตัวอย่างที่ เห็นได้ชัดคือการทําเกษตรทฤษฎีใหม่ที่แบ่งพื้นที่เป็นส่วนๆพื้นที่นาข้าวพืชไร่ พืชผักไม้ผลสระน้ําและ บริเวณบ้านเพื่อให้มีกิจกรรมการผลิตที่หลากหลายมีผลผลิตออกทุกฤดูกาลมีรายได้ประจําวัน สัปดาห์ เดือนและปีการทําการเกษตรแบบนี้สามารถทําให้ในทุกขนาดพื้นที่ ตั้งแต่ขนาดเล็ก 1-2 ไร่จนถึงฟาร์ม ขนาดใหญ่ 1.7 หลักสําคัญของเศรษฐกิจพอเพียง การกระทําใดๆให้มีความพอเพียงหมายถึงทําพอประมาณด้วยเหตุและผลการพัฒนา ต้องเป็นไปตามลําดับขั้นตอนต้องสร้างระบบภูมิคุ้มกันในตัวเพื่อสามารถเผชิญและอยู่รอดจากผลกระทบ ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายในต้องมีความรอบรู้ความรอบคอบและความระมัดระวัง อย่างยิ่งในการนําวิชาการต่างๆมาใช้ในการวางแผนและดําเนินการทุกขั้นตอนต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจ ของคนในประเทศให้สํานึกในคุณธรรมจริยธรรมและศีลธรรมต้องดําเนินชีวิตด้วยความอดทนความเพียร มีสติปัญญาและความรอบคอบสร้างความสมดุลและความพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ การปฏิบัติตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงในระดับเกษตรกร แนวทางหนึ่งที่เกษตรกร สามารถปฏิบัติได้คือเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้ ขั้นที่ 1 เป็นแนวทางการจัดการพื้นที่เกษตรกรรมในระดับครอบครัวเพื่อให้พออยู่พอกิน สมควรแก่อัตภาพในระดับประหยัดไม่อดอยากและเลี้ยงตนเองได้
7 ขั้นที่ 2 การรวมกลุ่มในรูปสหกรณ์ร่วมแรงในการผลิตจัดการตลาดและพัฒนาสวัสดิการ ของชุมชนในรูปแบบต่างๆเป็นการสร้างความสามัคคีภายในท้องถิ่นและเตรียมความพร้อมก่อนก้าวสู่โลก ภายนอก ขั้นที่ 3 ติดต่อประสานงานกับภายนอกเพื่อจัดหาทุนหรือแหล่งเงิน เช่น ธนาคารหรือ บริษัทห้างร้านเอกชนมาช่วยในการลุงทุนและพัฒนาคุณภาพชีวิต แนวทางพระราชดําริจะเปิดโอกาสให้เกษตรกรประยุกต์ใช้ความรู้ภูมิปัญญาและความคิด สร้างสรรค์ที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในแต่ละท้องถิ่นสนับสนุนการรวมตัวกัน โดยอาศัยทุนทางสังคม หรือวัฒนธรรมเป็นพื้นฐานสร้างองค์กรหรือเครือข่ายที่เข้มแข็งในชุมชนหรือระดับเครือข่ายธุรกิจเอกชน 2. โครงการศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียงปี 2552 สํานักพัฒนาเกษตรกรกรมส่งเสริมการเกษตร (2552) ได้ระบุว่าตามนโยบายและแนวทางในการ ดําเนินงานส่งเสริมการเกษตรปี 2552 ผลสําเร็จของงานภายใต้การใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงใน การดําเนินงานและการบริหารจัดการทุกระดับนั้นมีเป้าหมายสูงสุดที่ “เกษตรกรอยู่ดีมีสุขอย่างยั่งยืน” ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงโดยดําเนินการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียงตั้งแต่ปี 2550 จนถึง ปัจจุบันและใช้เป็นสถานที่ถ่ายทอดความรู้วิชาการด้านการเกษตรและเทคโนโลยีการผลิตและการจัดการ ที่เหมาะสมตามแผนการผลิตโดยใช้เวทีชุมชนและกระบวนการเรียนรู้ในการถ่ายทอดความรู้เพื่อให้เกษตรกร ได้มาเรียนรู้ร่วมกันและนําไปปฏิบัติในฟาร์มตนเองและผลิตอาหารหลากหลายชนิดบริโภคอย่างเพียงพอ ในครัวเรือนและชุมชน ศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียงประกอบด้วยศูนย์หลักศูนย์เครือข่ายและการจัดการเครือข่าย ศูนย์เรียนรู้ซึ่งแต่ละศูนย์มีองค์ประกอบย่อยที่แตกต่างกันดังนี้ 2.1 ศูนย์หลักมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้ (1) ที่ตั้งศูนย์ได้แก่แปลงเรียนรู้ต่างๆแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่แปลงเกษตรของ ปราชญ์ชาวบ้านแปลงหนึ่งตําบลหนึ่งฟาร์มแปลงไร่นาสวนผสมหรือเกษตรผสมผสานแปลงเรียนรู้ ถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกรที่จะเข้าร่วมกระบวนการเรียนรู้และผู้สนใจทั่วไป (2) ศูนย์หรือแปลงดังกล่าวมีกิจกรรมที่หลากหลาย สอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจ พอเพียงและตรงกับความต้องการของชุมชนได้แก่มีการจัดการทรัพยากรเกษตรในฟาร์มอย่างมีเหตุผลมี การลงทุนที่พอประมาณสําหรับเกษตรกรและมีความหลากหลายของกิจกรรมที่ลดความเสี่ยงจากการ ปลูกพืชเชิงเดี่ยวส่งผลให้มีอาหารบริโภคเพียงพอ (3) มีเกษตรกรต้นแบบ หรือปราชญ์ชาวบ้านหรือ เจ้าของแปลงเรียนรู้ที่มีความ สมัครใจสละเวลาเป็นครูหรือวิทยากรในการถ่ายทอดแนวคิดและความรู้ในการจัดทําแปลงหรือศูนย์ เรียนรู้ดังกล่าว (4) มีการจัดกระบวนการการเรียนรู้จัดหลักสูตรที่เน้นปฏิบัติจริงสําหรับการเรียนรู้ ด้านการเกษตรและการดํารงชีวิตแนวเศรษฐกิจพอเพียงโดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมใน รูปแบบต่างๆซึ่งมีวิชาหลัก ๆได้แก่ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเกษตรกรทฤษฎีใหม่ เกษตรผสมผสาน บัญชีฟาร์ม (5) สามารถรับเกษตรกรเข้าร่วมเรียนรู้ได้โดยมีการจัดตารางเวลา กําหนดนัด หมายระหว่างวิทยากรกับผู้เรียนโดยสมัครใจทั้งสองฝ่าย (6) เป็นแม่ข่ายของเครือข่ายศูนย์เรียนรู้ในรัศมีรอบๆหมู่บ้านหรือตําบล
8 (7) มีบันทึกรายชื่อ ที่อยู่และประเด็นหัวข้อการเรียนรู้ที่ผู้เรียนจะนําไปปฏิบัติเพื่อ เป็นประโยชน์สําหรับเจ้าหน้าที่และวิทยากรในการติดตามผล 2.2 ศูนย์เครือข่ายมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้ (1) ที่ตั้งศูนย์ได้แก่แปลงเรียนรู้ต่างๆเช่นแปลงไม้ผลแปลงผักหรือฟาร์มปศุสัตว์ ประมงที่มีกิจกรรมเฉพาะด้าน อาจเป็นแปลงของเกษตรกรดีเด่นแปลงหนึ่งตําบลหนึ่งฟาร์ม แปลงหนึ่ง อําเภอหนึ่งฟาร์มจุดถ่ายทอด/จุดสาธิตซึ่งมีสถานที่เพียงพอที่จะเป็นจุดนัดพบ หรือจัดเวทีแลกเปลี่ยน เรียนรู้ (2) ศูนย์หรือแปลงดังกล่าว มีกิจกรรมเฉพาะสาขา เฉพาะเรื่อง ที่สอดคล้องกับ แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง (3) มีเกษตรกรต้นแบบหรือเจ้าของแปลงเรียนรู้ ที่มีความสมัครใจสละเวลาเป็นครู หรือวิทยากรในการถ่ายทอดแนวคิดและความรู้ในการจัดทําแปลงดังกล่าว (4) มีการจัดกระบวนการเรียนรู้ จัดหลักสูตรที่เน้นการปฏิบัติจริงสําหรับเรียนรู้ด้าน การเกษตรเฉพาะเรื่อง แต่ให้อยู่บนพื้นฐานเศรษฐกิจพอเพียง โดยใช้กระบวนการโรงเรียนเกษตรกรหรือ กระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมในรูปแบบต่างๆแต่มีวิชาหลักเฉพาะเรื่อง (5) สามารถรับเกษตรกรเข้าร่วมเรียนรู้ได้ โดยมีการจัดตารางเวลา กําหนดนัด หมายระหว่างวิทยากรกับผู้เรียนโดยสมัครใจทั้งสองฝ่าย (6) เป็นศูนย์ลูกข่ายของเครือข่ายศูนย์เรียนรู้ ในรัศมีรอบๆหมู่บ้านหรือตําบล (7) มีบันทึก ชื่อ ที่อยู่ และ ประเด็นหัวข้อการเรียนรู้จะนําไปปฏิบัติเพื่อเป็น ประโยชน์สําหรับเจ้าหน้าที่และวิทยากรในการติดตามผล สาระและขั้นตอนการดําเนินการ หลักการและเหตุผล ศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียงเป็นเครือข่ายแหล่งวิชาการและเทคโนโลยีการเกษตรเฉพาะ ด้านหรือสาขาต่างๆ ของศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจําตําบล(ศบกต. )โดยเป็น สถานที่ฝึกทักษะและความชํานาญด้านการเกษตรที่สอดคล้องกับความต้องการของชุมชนในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้เกษตรกรสามารถเรียนรู้และฝึกทักษะความชํานาญที่เหมาะสมกับศักยภาพของตนเองควบคู่ไปกับ การทําความเข้าใจแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงโดยดําเนินการพัฒนาฟาร์มสาธิต/แปลงเรียนรู้ต่างๆที่มีอยู่ ในชุมชนให้เป็นศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียง เน้นให้นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรผู้รับผิดชอบตําบลเป็น ผู้จัดการศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียงและร่วมดําเนินการกับอาสาสมัครเกษตรหรือวิทยากรเกษตรกร ใน การบริหารจัดการศูนย์เรียนรู้ฯวิเคราะห์ และวางแผนฟาร์มจัดทําบัญชีดําเนินการผลิตตามแนวเศรษฐกิจ พอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ภายใต้เทคโนโลยีการผลิตและการจัดการที่เหมาะสมตามแผนการผลิต เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพตรงกับความต้องการของตลาดโดยให้มีการใช้เวทีชุมชนและกระบวนการการ เรียนรู้แบบมีส่วนร่วมในการถ่ายทอดความรู้เพื่อให้เกษตรกรได้มาเรียนรู้ร่วมกันและนําไปปฏิบัติในฟาร์ม ของตนเองเพื่อผลิตอาหารได้หลากหลายชนิดมีบริโภคอย่างเพียงพอในครัวเรือนและชุมชน และนํา ปัญหาอุปสรรคที่พบมาพูดคุยและหาแนวทางการแก้ปัญหาร่วมกันรวมทั้งวางแผนการพัฒนาชุมชน ร่วมกันตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงต่อไป สํานักงานเกษตรอําเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรีได้รับจัดสรรเป้าหมายดําเนินงาน โครงการศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียงปี 2552 จํานวน 2 ศูนย์ เป็นศูนย์หลัก 1 ศูนย์ศูนย์เครือข่าย
9 1 ศูนย์ ซึ่งอําเภอได้ดําเนินการคัดเลือกพื้นที่เป้าหมายและวางแผนพัฒนาให้เป็นศูนย์เรียนรู้การเกษตร พอเพียงสําหรับเกษตรกรในอําเภอได้ศึกษาแนวคิดและวิธีการทําการเกษตรตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อนําไปปฏิบัติอย่างเหมาะสมต่อไป วัตถุประสงค์ 1. เป็นจุดเรียนรู้ด้านการเกษตรตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงโดยเป็นเครือข่าย ของศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจําตําบลและเป็นสถานที่เกษตรกรสามารถนํา ปัญหาอุปสรรคที่ตนพบในการทําการเกษตรตลอดจนความสําเร็จจากการทําการเกษตรมาพบปะพูดคุย กันและหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน 2. เพื่อให้เกษตรกรได้เรียนรู้และสามารถนําไปปฏิบัติในด้านการผลิตพืชสัตว์ ประมง ฯลฯให้มีอาหารบริโภคพอเพียงในครัวเรือน เป้าหมาย การดําเนินการตามโครงการศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียงปี 2552 มีการ ถ่ายทอดความรู้ให้เกษตรกรผ่านศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียงของอําเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี จํานวน 40 ราย ขั้นตอนการดําเนินการ 1. ประชุมเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียงในการประชุมสํานักงานเกษตร อําเภอประจําเดือน (District Monthly Meeting : DM ) เพื่อชี้แจงโครงการศูนย์เรียนรู้การเกษตร พอเพียงปี 2552 และวางแผนการดําเนินงานพัฒนาศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียง 2. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบศูนย์เรียนรู้ฯทั้ง 2 ศูนย์ปรับปรุงข้อมูลพื้นฐานของศูนย์เรียนรู้ การเกษตรพอเพียงและสื่อประกอบการถ่ายทอดความรู้ซึ่งจะต้องร่วมกันในการดําเนินการจัดหาข้อมูล ตรวจสอบข้อมูล การจัดทําสื่อต่างๆที่ใช้ประกอบการถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกร 3. กําหนดหลักเกณฑ์การรับสมัครและคัดเลือกเกษตรกรจํานวน 40 ราย เข้ามาเรียนรู้ในศูนย์ เรียนรู้การเกษตรพอเพียงและติดตาม กํากับดูแลการรับสมัครและคัดเลือกเกษตรกรให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์ที่กําหนด 4. จัดกระบวนการเรียนรู้แก่กลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมการจัดเวทีเรียนรู้ให้กับเกษตรกรที่เข้ามา เรียนรู้ใช้กระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมจํานวน 3 ครั้ง 5. เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียงโดยใช้การประชาสัมพันธ์ ผ่านผู้นํา ท้องถิ่น กํานัน ผู้ใหญ่บ้านสมาชิกองค์การบริหารส่วนตําบล การประชุมและจดหมายข่าว 6. รายงานผลการดําเนินงาน ความยุ่งยากในการดําเนินการ 1. การอบรมเกษตรกรมีปัญหาเกษตรกรว่างไม่ตรงกันจึงต้องมีการปรับเปลี่ยนวันและเวลาการ ฝึกอบรมตามสถานการณ์เช่นอบรมในวันพระ วันธรรมสวนะฯลฯหรือเป็นวันปกติ แต่เป็นช่วงบ่ายซึ่ง สามารถแก้ไขปัญหาได้เป็นอย่างดี 2. การประสานงานหน่วยงานภาคีในพื้นที่บางครั้งอาจไม่ว่าง เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงวัน และเวลาการอบรมตามสถานการณ์ (ข้อ 1) จึงได้แก้ไขเรื่องนี้โดยปรับเปลี่ยนวิทยากรหน่วยงานภาคีใน อําเภอใกล้เคียงแทน
10 ระยะเวลาที่ดําเนินการ การจัดทําผลการดําเนินงานเพื่อขอรับการประเมินครั้งนี้ ได้ดําเนินในแต่ละขั้นตอน ดังนี้ 1. วางแผนการจัดทํารายงาน สิงหาคม – กันยายน 2553 2. ตรวจเอกสารที่เกี่ยวข้อง กันยายน – พฤศจิกายน 2553 3. รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทําผลงาน ธันวาคม 2553 4. วิเคราะห์ข้อมูลและเรียบเรียงผลงาน มกราคม 2554 5. จัดทํารายงานผลการดําเนินงาน กุมภาพันธ์ 2554 ผลสําเร็จของงาน เชิงปริมาณ 1. จัดประชุมเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียงเพื่อชี้แจง รายละเอียดโครงการฯและวางแผนการดําเนินงานผลการประชุมปรากฏ ดังนี้ 1.1 การกําหนดกิจกรรมการเกษตรของแต่ละศูนย์ - ศูนย์หลัก (ศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียงตําบลละหาร) กิจกรรมภายใน ศูนย์ได้แก่การทําเกษตรทฤษฎีใหม่การผลิตผักปลอดภัยจากสารพิษ การปลูกผักไร้ดิน การทําน้ําหมัก ชีวภาพสูตรต่างๆ และการใช้สารสกัดสมุนไพรไล่แมลง - ศูนย์เครือข่าย (ศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียงตําบลลําโพ) กิจกรรมภายใน ศูนย์ได้แก่การทําไร่นาสวนผสม ประกอบด้วย การทํานา การเลี้ยงปลา การผลิตก๊าซชีวมวล การทํา น้ําหมักชีวภาพ และการผลิตเห็ด 1.2 หลักสูตรการเรียนรู้หลักสูตรการลดต้นทุนการทํานาโดยการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ และน้ําหมักชีวภาพ 2. ดําเนินการปรับปรุงข้อมูลพื้นฐานของศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียงจัดทําสื่อ ประกอบการถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกร ดังนี้ 2.1 ปรับปรุงข้อมูลพื้นฐานของศูนย์ฯได้แก่จัดทําป้ายแผนผังศูนย์ฯปรับปรุง ข้อมูลวิชาการและกิจกรรมภายในศูนย์ฯ จัดทําบอร์ดประชาสัมพันธ์กิจกรรมศูนย์ฯ 2.2 จัดทําสื่อประกอบการเรียนรู้ ได้แก่เอกสารประกอบการเรียนรู้เรื่องการลด ต้นทุนการทํานา และแผ่นพับ 3. ดําเนินการรับสมัครและคัดเลือกเกษตรกรได้จํานวน 40 ราย 4. จัดอบรมเกษตรกรตามกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม แบ่งการอบรม เป็น 3 ครั้ง โดยมีประเด็นการเรียนรู้ดังนี้ - ครั้งที่ 1 ประเด็นการเรียนรู้เรื่อง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและการดําเนินตาม แนวพระราชดําริศูนย์หลัก วันที่ 6 พฤษภาคม 2552 ศูนย์เครือข่ายวันที่ 7 พฤษภาคม 2552 - ครั้งที่ 2 ประเด็นการเรียนรู้เรื่องการลดต้นทุนการทํานาโดยบรรยายความรู้ เรื่องการป้องกันกําจัดศัตรูข้าวโดยวิธีผสมผสาน การทําน้ําหมักชีวภาพสูตรต่างเพื่อใช้ในนาข้าว พืชสมุนไพรที่ใช้ในการไล่แมลง น้ําหมักชีวภาพในการย่อยสลายตอซังข้าว ศูนย์หลัก วันที่ 20 พฤษภาคม 2552 ศูนย์เครือข่ายวันที่ 21 พฤษภาคม 2552
11 - ครั้งที่ 3 ประเด็นการเรียนรู้เรื่องการทําปุ๋ยชีวภาพสูตรต่างๆโดยการฝึก ปฏิบัติการผลิตน้ําหมักชีวภาพสูตรต่างๆได้แก่การทําน้ําหมักจากพืชสมุนไพรใช้ในการไล่แมลง การทําน้ําหมักชีวภาพย่อยสลายตอซังข้าว ศูนย์หลักวันที่ 6 มิถุนายน 2552 ศูนย์เครือข่ายวันที่ 7 มิถุนายน 2552 5. การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์มีการประชุมชี้แจง กํานันผู้ใหญ่บ้านฯลฯในการ ประชุมประจําเดือนจํานวน 1 ครั้ง และมีหนังสือแจ้งการประชาสัมพันธ์โดยใช้จดหมายข่าว ประชาสัมพันธ์แจ้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อแจ้งให้กับสมาชิกองค์การบริหารส่วนตําบล ทุกตําบลจํานวน 1 ครั้ง เชิงคุณภาพ เกษตรกรจํานวน 40 รายได้รับความรู้การเกษตรตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงและนําความรู้ที่ได้จากการอบรมนําไปปฏิบัติดังนี้ - ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและการดําเนินตามแนวพระราชดําริจํานวน 40 คน คิดเป็นร้อยละ 100 - การลดต้นทุนการทํานาจํานวน 32 คนคิดเป็นร้อยละ 80 - การทําปุ๋ยชีวภาพสูตรต่างๆจํานวน 40 คนคิดเป็นร้อยละ 100 การนําไปใช้ประโยชน์ 1. สํานักงานเกษตรอําเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรีใช้เป็นข้อมูลหรือแนวทางในการ พัฒนาปรับปรุงการดําเนินงานศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียงในปีต่อๆปี 2. สํานักงานเกษตรอําเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรีใช้เป็นข้อมูลประชาสัมพันธ์ กิจกรรมต่างๆของศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียงเกษตรกรรู้จักและเข้าเรียนรู้ในศูนย์การเรียนรู้ การเกษตรพอเพียงดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ ปัญหาอุปสรรค 1. เกษตรกรเป้าหมายที่เข้าร่วมการจัดกระบวนการเรียนรู้มีความหลากหลายแตกต่าง กันทั้งในเรื่องของอายุ พื้นฐานความรู้ และความต้องการความรู้ทําให้มีความยากลําบากในการจัด กระบวนการเรียนรู้ 2. การจัดกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 3 ครั้ง เป็นจํานวนที่น้อยเกินไป ทําให้เกษตรกรขาดความต่อเนื่อง บางครั้งจึงไม่สามารถร่วมกิจกรรมทําให้เกิดความรู้นําไปปฏิบัติในไร่นา ของตนเองให้มีประสิทธิภาพ ข้อเสนอแนะ 1. ควรมีการผลักดันให้เกษตรกรที่ผ่านการอบรมที่ศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียงมีการ รวมกลุ่มกันเป็นแกนนําในการขยายผลและพัฒนาการเกษตรของชุมชนตามแนวทางหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงต่อไป 2. ควรมีการบูรณาการโครงการฯที่เกี่ยวข้องของศูนย์เรียนรู้ฯตามแนวทางหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงที่ดําเนินการในหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อเกิดพลังการพัฒนา และการใช้ทรัพยากรต่างๆร่วมกันและเกิดความยั่งยืน
12 3. ควรให้เกษตรกรมีส่วนร่วมในการวางแผนและกําหนดระยะเวลาการฝึกอบรม ตลอดจนกําหนดวิธีการการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะสมเพื่อให้เกษตรกรสามารถเข้ารับการอบรมได้ ตลอดหลักสูตรต่อเนื่องทุกครั้ง 4. ควรกําหนดให้มีการจัดกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องประมาณ 6 ครั้ง/ปี ซึ่ง สามารถนําเกษตรกรมาฝึกอบรมนําความรู้ความเข้าใจไปประยุกต์ในไร่นาของตนเองได้อย่างเป็นรูปธรรม 5. การจัดกระบวนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องนั้นจําเป็นต้องมีวิทยากรกระบวนการที่มี ความรู้ความสามารถและทักษะที่ดี จึงควรมีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ในเรื่องการเป็นวิทยากรกระบวนการ ด้วย ผู้ร่วมดําเนินการ 1. นางสาวทิชากร บุเกตุ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ สัดส่วนความรับผิดชอบของ ผลงาน ร้อยละ 10 2. นางสาวพรภิสุข จิตภักดี นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร สัดส่วนความรับผิดชอบของ ผลงานร้อยละ 10 ส่วนของงานที่ผู้เสนอเป็นผู้ปฏิบัติ การดําเนินการโครงการศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียงปี 2552 ส่วนของผู้เสนอปฏิบัติ ประกอบด้วยกิจกรรมต่างๆได้แก่ จัดประชุมเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียงและ วางแผนการดําเนินงานตามโครงการ ดําเนินการปรับปรุงข้อมูลพื้นฐานของศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียง จัดทําสื่อประกอบการถ่ายทอดความรู้ให้กับเกษตรกรกําหนดหลักเกณฑ์การรับสมัครและคัดเลือกเกษตรกร เข้ามาเรียนรู้ในศูนย์เรียนรู้การเกษตรพอเพียงจัดอบรมเกษตรกรตามกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์และรายงานผลการดําเนินงาน รวมเป็นสัดส่วนของผู้เสนอร้อยละ 80
13