• No results found

How To Improve School Grounds

N/A
N/A
Protected

Academic year: 2021

Share "How To Improve School Grounds"

Copied!
12
0
0

Loading.... (view fulltext now)

Full text

(1)

Schools Under The Office of Kamphaeng Phet Educational Area, Region 2

มงคล เล็กกระจ่าง* Mongkhon Lekkrachang อายุวัฒน์ สว่างผล** Assoc.Prof.Ayuwat Sawangphon ธีระ ภักดี*** Asst.Prof.Theera Phakdee

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพการบริหารงานอาคารสถานที่ของสถานศึกษา สังกัด ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาก าแพงเพชร เขต 2 2) เพื่อศึกษาปัญหาการบริหารงานอาคารสถานที่ของสถานศึกษา สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาก าแพงเพชร เขต 2 และ3) ศึกษาแนวทางพัฒนาการบริหารงานอาคารสถานที่ ของสถานศึกษา สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาก าแพงเพชร เขต 2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหารและครูที่รับผิดชอบงานอาคารสถานที่ จ านวน 198 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบสอบถาม มาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) และแบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง (Semi - structured Interview) วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1.สภาพ การบริหารงานอาคารสถานที่ของสถานศึกษา สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาก าแพงเพชร เขต 2 ในภาพรวมและ รายด้านมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลาง โดยด้านมีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านบ ารุงดูแลและพัฒนาอาคารสถานที่ รองลงมาคือ ด้านติดตามตรวจสอบการใช้อาคารสถานที่ ด้านสรุป ประเมินผลและรายงานการใช้อาคารสถานที่ และด้านก าหนดแนวทางวางแผนการบริหารจัดการอาคารสถานที่ ตามล าดับ *นักศึกษาปริญญาโท ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏก าแพงเพชร **รองศาสตราจารย์ประจ าสาขาบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏก าแพงเพชร ***ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจ าสาขาบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏก าแพงเพชร

(2)

2.ปัญหาการบริหารงานอาคารสถานที่ของสถานศึกษา สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาก าแพงเพชร เขต 2 ในภาพรวมและรายด้านมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก โดยด้านมีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านสรุป ประเมินผล และ รายงานการใช้อาคารสถานที่ รองลงมาคือด้านบ ารุงดูแล และพัฒนาอาคารสถานที่ ด้านก าหนดแนวทางวาง แผนการบริหารจัดการอาคารสถานที่ และด้านติดตามตรวจสอบการใช้อาคารสถานที่ ตามล าดับ 3.แนวทาง พัฒนาการบริหารงานอาคารสถานที่ของสถานศึกษา สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาก าแพงเพชร เขต 2 3.1.ด้านก าหนดแนวทางวางแผนการบริหารจัดการอาคารสถานที่ พบแนวทาง ที่ส าคัญ คือ สร้างจิตส านึกให้ กับชุมชนว่าการวางแผนเกี่ยวกับอาคารสถานที่นั้นเป็นของชุมชน ซึ่งชุมชนควรมามีส่วนร่วมในการจัดการไม่ใช่เป็น หน้าที่ของครูในโรงเรียนนั้นอย่างเดียว 3.2.ด้านบ ารุงดูแลและพัฒนาอาคารสถานที่ พบแนวทางที่ส าคัญ คือ ประชุมชี้แจงและมอบหมายงานให้ครู นักเรียน นักการภารโรง รับผิดชอบร่วมกันโดยมอบหมายเป็นลายลักษณ์ อักษรไว้อย่างชัดเจน 3.3.ด้านติดตามตรวจสอบการใช้อาคารสถานที่ พบแนวทางที่ส าคัญ คือ แต่งตั้งคณะท างาน การตรวจสอบการประเมินผลการบริหารงานอาคารสถานที่ และให้คณะกรรมการสถานศึกษาและชุมชนมีส่วนร่วมใน การประเมิน 3.4.ด้านสรุป ประเมินผล และรายงานการใช้อาคารสถานที่ พบแนวทางที่ส าคัญ คือ ประชุม ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้งคณะครู คณะกรรมการสถานศึกษา ตัวแทนนักเรียน เพื่อวางมาตรการการควบคุมดูแล และ รักษาความปลอดภัยอาคารสถานที่

ค าส าคัญ : สภาพ / ปัญหา / แนวทางพัฒนา / การบริหารงานอาคารสถานที่

ABSTRACT

The purposes of this research were to study the states of building administration of schools under Kamphaeng Phet Educational Service Area office 2, to study the

problems of building administration of schools under Kamphaeng Phet Educational Service Area office 2 and to study the guidelines to develop building administration of schools under Kamphaeng Phet Educational Service Area office 2. The samples consisted of 198 administrators and teachers who were charged for building. The research

instrument were rating-scale questionnaire and semi-structured interview. The data were analyzed using mean, standard deviation and content analysis. The research findings were as follows: 1.The states of building administration of schools under Kamphaeng Phet Educational Service Area office 2 consisted of building administration planning, building administration performance, building administration evaluation and building administration development were at moderate levels. 2. The problems of building administration of schools under Kamphaeng Phet Educational Service Area office 2 consisted of building administration planning, building administration performance, building administration

(3)

evaluation and building administration development were at high levels. 3.The guidelines to develop building administration of schools under Kamphaeng Phet Educational Service Area office 2 were as follows: 3.1.Building administration planning it found that

administrators should instill good attitude for community in order to participate in building planning. 3.2.Building administration performance it found that administrators should assign a job for all personnels in schools the assignment should be written. 3.3.Building administration evaluation it found that administrators should

appoint the committee for building administration evaluation and allow schools boards and community participate in evaluation. 3.4.Building administration development it found that administrators should inform related people for safety building.

Keyword : States / Problems / Development Guidelines /

Building Administration

บทน า

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2545 มาตรา 6 ได้ก าหนดความมุ่ง หมายและหลักการในการศึกษา คือ การจัดการศึกษาของไทยต้องเป็นไปเพื่อให้คนไทยเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรม และวัฒนธรรมในการด ารงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับ ผู้อื่นได้อย่างมีความสุข และมาตรา 24 สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้สอนสามารถ จัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อม และอ านวยความสะดวกให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ (ส านักงานคณะกรรมการ การศึกษาแห่งชาติ, 2545, หน้า 5,14) นอกจากการจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาและหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน แล้ว สถานศึกษาซึ่งเป็นหน่วยงานนิติบุคคลต้องปฏิบัติตามภารกิจ 4 งาน ของส านักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐานก าหนดไว้ คือ ด้านวิชาการ งบประมาณ การบริหารงานบุคคล และการบริหารทั่วไป (ธีระ รุณเจริญ, 2550, หน้า 89) แม้ภารกิจงานทั้ง 4 งาน จะมีความส าคัญมากน้อยแตกต่างกันออกไปบ้าง แต่งานอาคารสถานที่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานบริหารทั่วไปนั้นนับเป็นปัจจัยส าคัญในการส่งเสริมงานด้านอื่น ๆ ให้บรรลุเป้าหมาย ดังที่ สุทิน พรมมา (2553, หน้า 2) ที่ได้กล่าวถึงความส าคัญของการบริหารงานอาคารสถานที่ว่าเป็นการบริหารงานที่ ให้ความสะดวกแก่การด าเนินงานหลักของโรงเรียนคืองานวิชาการเป็นการบริหารงานที่ส่งเสริมให้การด าเนินงาน ด้านต่างๆ ของโรงเรียนเป็นไปโดยสะดวก และมีประสิทธิภาพ และ มีส่วนเสริมสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนโดยการ อ านวยประโยชน์แก่ชุมชนในการประกอบกิจกรรมต่างๆ ส านักงานปฏิรูปการศึกษา (2545, หน้า 52, อ้างถึงใน ธีระ รุณเจริญ, 2550, หน้า 124) ได้เสนอแนว ทางการบริหารและการจัดการศึกษาของสถานศึกษาด้านการดูแลอาคารสถานที่ และสภาพแวดล้อมไว้ว่าต้องมีการ บ ารุง ดูแล และพัฒนาอาคารสถานที่และสภาพแวดล้อมของสถานศึกษาให้อยู่ในสภาพที่มั่นคง ปลอดภัย เหมาะสม

(4)

และพร้อมที่จะใช้ประโยชน์ โดยก าหนดให้โรงเรียนในโครงการปฏิรูปการศึกษาเป็นโรงเรียนในอุดมคติตาม องค์ประกอบของบัญญัติ 10 ประการ ซึ่งหนึ่งในสิบประการมีสาระส าคัญให้ผู้บริหารโรงเรียนมีจิตส านึกที่จะ พัฒนาโรงเรียนให้ร่มรื่นเพื่อให้นักเรียนได้เรียนและครูสอนอย่างมีความสุข มีห้องเรียน ห้องประกอบครบครัน มีอุปกรณ์ที่ทันสมัย และปรับปรุงสภาพโรงเรียน โดยซ่อมแซมส่วนที่ช ารุดทรุดโทรมให้กลับสู่สภาพปัจจุบัน มีการ ทาสีใหม่พร้อมปรับบรรยากาศบริเวณโรงเรียน การท าโรงเรียนให้เป็นปัจจุบัน ตลอดจนอุปกรณ์ เครื่องไม้ เครื่องมือ อาคารประกอบ ห้องน้ าห้องส้วม ทางเดิน รั้วรอบขอบชิด และสิ่งอ านวยความสะดวกต่างๆ ครบถ้วน (กระทรวงศึกษาธิการ, 2540, หน้า 12) ซึ่งสอดคล้องกับสวาท ภูค าแสน (2540, หน้า 22) ได้กล่าวไว้ว่า งานอาคาร สถานที่ยังมีความส าคัญยิ่งต่อการปฏิรูปการศึกษา เพราะเป็นงานที่จะท าให้นโยบายปฏิรูปการศึกษา มีความชัดเจน เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น สามารถมองเห็นได้ง่าย ผู้มาติดต่อราชการกับโรงเรียนจะได้พบเห็นสภาพแวดล้อมของ โรงเรียนก่อน ไม่ว่าจะเป็นอาคารสถานที่ หรือ ภูมิทัศน์โดยทั่วไป ดังนั้น การพัฒนาสภาพแวดล้อมของ สถานศึกษา จึงมีความส าคัญและความจ าเป็นเร่งด่วน โดยมีเป้าหมายส าคัญคือ การให้โรงเรียน มีความพร้อม สะอาด ร่มรื่น ไร้ฝุ่นและมลภาวะ นักเรียนและบุคลากร ทุกคนมีความสุขและสบายใจเมื่ออยู่ในสถานศึกษาท าให้ นักเรียนอยากมาเรียนมากยิ่งขึ้นและเพื่อให้การจัดการงานอาคารสถานที่ของโรงเรียนมัธยมศึกษาโดยทั่วไปด าเนิน ไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผลตามนโยบายดังกล่าวข้างต้น ในปีการศึกษา 2547 ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาก าแพงเพชร เขต 2 (2547, หน้า 4) ได้แต่งตั้ง คณะกรรมการส ารวจคุณภาพและมาตรฐานของสถานศึกษาที่ปรับปรุงอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อมพบว่ามีเพียง 12 โรงเรียน ที่มีมาตรฐานอยู่ในระดับหนึ่ง ผู้บริหารสถานศึกษาสามารถใช้เป็นแบบอย่างในการบริหารโรงเรียนได้ นอกจากนี้แล้วจากผลการส ารวจข้อมูลของฝ่ายแผนและงบประมาณของส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาก าแพงเพชร เขต 2 พบว่า การบริหารงานอาคารสถานที่ยังไม่ประสบความส าเร็จ เพราะผู้บริหารสถานศึกษายังขาดความรู้ ความเข้าใจ ประกอบกับการวางแผนการสร้างอาคาร การใช้อาคาร และสิ่งแวดล้อมของสถานศึกษาท าให้ต้องตั้ง งบประมาณในการดูแลรักษา ซ่อมแซมในแต่ละปีงบประมาณเป็นจ านวนมาก จากเหตุผลดังกล่าวผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษาการบริหารงานอาคารสถานที่ของสถานศึกษาสังกัด ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาก าแพงเพชร เขต 2 โดยเฉพาะการศึกษาสภาพ ปัญหา และแนวทางพัฒนาการ บริหารงานอาคารสถานที่ของสถานศึกษาสังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาก าแพงเพชร เขต 2 ซึ่งผลการวิจัยจะ น าไปใช้เป็นแนวทางพัฒนาการบริหารงานอาคารสถานที่ของโรงเรียนสังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา ก าแพงเพชร เขต 2 ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

1.เพื่อศึกษาสภาพการบริหารงานอาคารสถานที่ของสถานศึกษา สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา ก าแพงเพชร เขต 2 2.เพื่อศึกษาปัญหาการบริหารงานอาคารสถานที่ของสถานศึกษา สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา ก าแพงเพชร เขต 2

(5)

3.เพื่อศึกษาแนวทางพัฒนาการบริหารงานอาคารสถานที่ของสถานศึกษา สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา ก าแพงเพชร เขต 2

วิธีด าเนินการวิจัย

ในการท าวิจัยครั้งนี้มีวิธีการด าเนินงาน 2 ขั้นตอน การศึกษาสภาพ ปัญหาการบริหารงานอาคารสถานที่ของสถานศึกษา สังกัดส านักงานเขตพื้นที่ การศึกษาก าแพงเพชร เขต 2 กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหารและครูที่รับผิดชอบงานอาคารสถานที่ของสถานศึกษา สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาก าแพงเพชร เขต 2 จ านวน 198 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นแบบสอบถาม มีลักษณะเป็นแบบตรวจสอบรายการ (Check List) และแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ (Rating Scale) ผู้วิจัยน าเครื่องมือที่แก้ไขแล้วส่งให้ผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบความเหมาะสม หาค่าดัชนีความ สอดคล้อง (IOC) โดยคัดเลือกคะแนนที่มีค่าเฉลี่ย 0.50 ขึ้นไป และน าแบบสอบถามที่ปรับปรุงแล้วไปหาค่าความ เชื่อมั่นโดยวิธีหาค่าสัมประสิทธิ์อัลฟา (Alpha Coefficent) ของครอนบารค (Cronbach) ซึ่งทดลองใช้กับ ผู้บริหารโรงเรียนที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง จ านวน 30 คน มีค่าความเชื่อมั่น (Reliability) ทั้งฉบับเท่ากับ .98 ผู้วิจัยส่งแบบสอบถามทางไปรษณีย์ไปถึงสถานศึกษาเพื่อขอความร่วมมือ ในการเก็บรวบรวมข้อมูล สถิติที่ใช้ใน การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การแจกแจงความถี่ หาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ขั้นตอนที่ 2 การศึกษาแนวทางพัฒนาการบริหารงานอาคารสถานที่ของสถานศึกษา สังกัดส านักงาน เขตพื้นที่การศึกษาก าแพงเพชร เขต 2 ผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ผู้อ านวยการสถานศึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารงานอาคารสถานที่ จ านวน 17 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ ซึ่งผู้วิจัย น าประเด็นที่ได้จากแบบสอบถามในขั้นตอนที่ 1 สภาพ และปัญหาในการบริหารงานอาคารสถานที่ตามขอบข่ายงานอาคารสถานที่ของกระทรวงศึกษาธิการ 4 ด้าน ที่มี ผลการวิเคราะห์ข้อมูลการปฏิบัติน้อย และข้อที่มีผลการวิเคราะห์ข้อมูลปัญหามากที่สุดมาก าหนดเป็นประเด็น ค าถาม เพื่อใช้ในการสัมภาษณ์ ในการเก็บรวบรวมข้อมูลผู้วิจัยส่งหนังสือขอความร่วมมือในการตอบแบบสัมภาษณ์ พร้อมส่งตัวอย่างแบบสัมภาษณ์ซึ่งสรุปรายงานผลการวิเคราะห์ข้อมูลในขั้นตอนที่ 1 ให้ผู้เชี่ยวชาญจ านวน 17 คน เพื่อนัดหมายวันเวลาในการสัมภาษณ์ และด าเนินการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับแนวทางพัฒนา การบริหารงาน อาคารสถานที่ของสถานศึกษา สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาก าแพงเพชร เขต 2 ตามวันเวลาที่นัดหมายไว้ ผู้วิจัยน าข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์มาวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) โดยน าข้อมูลมาแจกแจงความถี่แล้ว จัดล าดับความส าคัญ

ผลการวิจัย

สภาพการบริหารงานอาคารสถานที่ของสถานศึกษา สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาก าแพงเพชร เขต 2 สภาพการบริหารงานอาคารสถานที่ของสถานศึกษา สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาก าแพงเพชร เขต 2 ในภาพรวมและรายด้านมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลาง โดยด้านมีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านบ ารุงดูแลและพัฒนา

(6)

อาคารสถานที่ รองลงมาคือ ด้านติดตามตรวจสอบการใช้อาคารสถานที่ ด้านสรุป ประเมินผลและรายงานการใช้ อาคารสถานที่ และด้านก าหนดแนวทางวางแผนการบริหารจัดการอาคารสถานที่ ตามล าดับ ทั้งนี้อาจเป็น เพราะว่าการบริหารงานอาคารสถานที่เป็นการบริหารอาคารเรียน ห้องเรียน อาคารประกอบและห้องพิเศษ บริเวณโรงเรียน และสภาพแวดล้อมในโรงเรียน ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้บริหารต้องให้ความส าคัญ การจัดโรงเรียนให้มี ความสะดวกสบายต่าง ๆ อันจะช่วยส่งเสริมความเจริญและพัฒนาการของนักเรียน จัดสถานที่ให้สะอาด สวยงาม ร่มรื่น เพื่อส่งเสริมสุขภาพจิต ตลอดจนถึงการค านึงถึงความปลอดภัยปราศจากอุบัติเหตุและอันตรายต่าง ๆ เพื่อให้ ผลดีต่อนักเรียนและบุคลากรทุกฝ่ายในโรงเรียน สอดคล้องกับผลการวิจัยของเฉลิมศักดิ์ ส าลี (2550, บทคัดย่อ) ที่ได้ ศึกษาวิจัยเรื่องการด าเนินงานอาคารสถานที่และสภาพแวดล้อมของสถานศึกษาสังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา ศรีสะเกษ เขต 4 ผลการวิจัยพบว่า สถานศึกษาสังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 4 มีการ ด าเนินงานอาคารสถานที่และสภาพแวดล้อม โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ตอนที่ 2 ปัญหาการบริหารงานอาคารสถานที่ของสถานศึกษา สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา ก าแพงเพชร เขต 2 ปัญหาการบริหารงานอาคารสถานที่ของสถานศึกษา สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาก าแพงเพชร เขต 2 ในภาพรวมและรายด้านมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก โดยด้านมีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านสรุป ประเมินผล และรายงาน การใช้อาคารสถานที่ รองลงมาคือด้านบ ารุงดูแลและพัฒนาอาคารสถานที่ ด้านก าหนดแนวทางวางแผนการ บริหารจัดการอาคารสถานที่ และด้านติดตามตรวจสอบการใช้อาคารสถานที่ ตามล าดับ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่า การบริหารงานอาคารสถานที่นั้นเป็นเรื่องที่ผู้บริหารต้องให้ความส าคัญ ต้องจัดโรงเรียนให้มีความสะดวกสบายต่าง ๆ เพื่อช่วยส่งเสริมความเจริญและพัฒนาการของนักเรียนจัดสถานที่ให้สะอาด สวยงาม ร่มรื่น เพื่อส่งเสริม สุขภาพจิต ตลอดจนถึงการค านึงถึงความปลอดภัยปราศจากอุบัติเหตุและอันตรายต่างๆ จึงท าให้พบปัญหาในการ ปฏิบัติงานมาก แตกต่างจากผลการวิจัยของเฉลิมศักดิ์ ส าลี (2550, บทคัดย่อ) ที่ได้ศึกษาวิจัยเรื่องการ ด าเนินงานอาคารสถานที่และสภาพแวดล้อมของสถานศึกษาสังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 4 ผลการวิจัยพบว่า สภาพปัญหาการด าเนินงานอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อมของสถานศึกษา สังกัดส านักงานเขต พื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 4 โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ตอนที่ 4 แนวทางพัฒนาการบริหารงานอาคารสถานที่ของสถานศึกษา สังกัดส านักงานเขตพื้นที่ การศึกษาก าแพงเพชร เขต 2 1.ด้านก าหนดแนวทางวางแผนการบริหารจัดการอาคารสถานที่ พบแนวทางที่ส าคัญ คือ สร้างจิตส านึก ให้กับชุมชนว่าการวางแผนเกี่ยวกับอาคารสถานที่นั้นเป็นของชุมชน ซึ่งชุมชนควรมามีส่วนร่วมในการจัดการไม่ใช่ เป็นหน้าที่ของครูในโรงเรียนนั้นอย่างเดียว ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่าการบริหารอาคารสถานที่ภายในโรงเรียนที่จะ ประสบความส าเร็จได้ก็คือกระบวนการวางแผนงานอาคารสถานที่ ซึ่งเมื่อรู้ความต้องการด้านอาคารสถานที่ว่าจะ แก้ปัญหาหรือพัฒนาอย่างไรแล้ว ก็จัดให้มีการวางแผนและเขียนโครงการเพื่อแก้ปัญหาเพื่อพัฒนาหรือบรรลุความ ต้องการด้านอาคารสถานที่นั้น ๆ ในการวางแผนด้านอาคารสถานที่ ผู้บริหารจะต้องให้บุคลากรในโรงเรียนและ บุคคลในชุมชน ผู้ซึ่งมีส่วนในการใช้ประโยชน์และมีส่วนร่วมรับผิดชอบด้านอาคารสถานที่ได้มีส่วนร่วมอย่างจริงจังใน การวางแผนงานด้านอาคารสถานที่ (สมศักดิ์ สินธุระเวชญ์, 2542, หน้า 188 – 190) สอดคล้องกับผลการวิจัย

(7)

ของสุรพงษ์ หิมะนันท์ (2550, บทคัดย่อ) ที่ได้ศึกษาวิจัยเรื่องแนวทาง ในการบริหารงานอาคารสถานที่และ สิ่งแวดล้อมของโรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 1 ผลการวิจัยพบว่า ผู้บริหาร ครูรับผิดชอบงาน อาคารสถานที่ ครูผู้สอนและนักเรียนมีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับงานอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อม ดังนี้ คือ ควร วางแผนล่วงหน้าควรสร้างความร่วมมือระหว่างบุคลากรและชุมชน ควรสร้างจิตส านึกให้กับผู้ใช้ และแจ้งข้อควร ปฏิบัติในการใช้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง 2.ด้านบ ารุงดูแลและพัฒนาอาคารสถานที่ พบแนวทางที่ส าคัญ คือ ประชุมชี้แจงและมอบหมายงานให้ ครู นักเรียน นักการภารโรง รับผิดชอบร่วมกันโดยมอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษรไว้อย่างชัดเจน ทั้งนี้อาจเป็น เพราะว่าผู้บริหาร คณะกรรมการต่าง ๆ ครู นักเรียน และนักการภารโรง บุคคลเหล่านี้ล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการ บ ารุงรักษาอาคารสถานที่ทั้งสิ้นซึ่งอาคารสถานที่ควรจะได้รับการดูซ่อมแซม บ ารุงรักษาให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ ตลอดเวลาท าให้อาคารสถานที่ดูสวยงามอยู่เสมอ อันจะช่วยส่งเสริมความเจริญและพัฒนาการของนักเรียน สอดคล้องกับผลการวิจัยของทองใส วิทยา (2548, บทคัดย่อ) ที่ได้ศึกษาวิจัยเรื่องการพัฒนาการปฏิบัติงานอาคาร สถานที่และสภาพแวดล้อม โรงเรียนบ้านดอนแคน ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1 หลังจากการพัฒนา โดยใช้กลยุทธ์เทคนิคกระบวนการวางแผนแบบมีส่วนร่วม (AIC : Appreciation Influence Control) ท าให้ได้ แนวทางในการปฏิบัติงาน คือ มีการจัดบุคลากรรับผิดชอบอย่างชัดเจน และสอดคล้องกับผลการวิจัยของวรรณ ระเบียบ บุญเกิด (2550, บทคัดย่อ) ที่ได้ศึกษาวิจัยเรื่องสภาพการบริหารงานอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อมของ โรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 2 ในทัศนะของผู้บริหารและครูผู้สอน ผลการวิจัยพบว่า มีการแต่งตั้ง ผู้รับผิดชอบในการดูแลอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อมเป็นลายลักษณ์อักษร 3.ด้านติดตามตรวจสอบการใช้อาคารสถานที่ พบแนวทางที่ส าคัญ คือ แต่งตั้งคณะท างานการตรวจสอบ การประเมินผลการบริหารงานอาคารสถานที่ และให้คณะกรรมการสถานศึกษาและชุมชนมีส่วนร่วมในการ ประเมิน ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่าการติดตามด าเนินงาน เป็นกระบวนการที่ส าคัญในการควบคุมคุณภาพของการ บริหารจัดการ เพื่อให้เกิดการปฏิบัติงานตามแผน หรือก าหนดการที่วางไว้อย่างดีแล้ว และให้เกิดผลตาม วัตถุประสงค์ เป้าหมายที่ก าหนดไว้ได้ กระบวนการติดตามตรวจสอบจะท าให้ผู้ติดตามตรวจสอบ สามารถเข้าไป ช่วยเหลือ แนะน าหนทางออกปรับปรุงวิธีการด าเนินการหรือแม้กระทั่งปรับเปลี่ยนวัตถุประสงค์ เป้าหมายของ งานที่ก าลังปฏิบัติอยู่ (ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ, 2542, หน้า 11) สอดคล้องกับผลการวิจัยของวรรณระเบียบ บุญเกิด (2550, บทคัดย่อ) ที่ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง สภาพการบริหารงาน อาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อมของโรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 2 ในทัศนะของผู้บริหารและ ครูผู้สอน ผลการวิจัยพบว่า ครูและนักเรียนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นในการประเมินอาคารสถานที่และ สิ่งแวดล้อม มีการได้ใช้ประโยชน์จากผลการประเมินอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อมในการปรับปรุงพัฒนางานอาคาร สถานที่และสิ่งแวดล้อม และสอดคล้องกับผลการวิจัยของสมาน ปรีชา (2548, หน้า 50) ได้ศึกษาวิจัยเรื่องการ พัฒนาการปฏิบัติงานงานอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ โรงเรียนเมียวดีพิทยาคม อ าเภอเมียวดี จังหวัดร้อยเอ็ด ส านักงานเขตพื้นที่ร้อยเอ็ด เขต 3 โดยใช้กลยุทธ์การบริหารการปฏิบัติงานแบบมีส่วนร่วม และกล ยุทธ์นิเทศและประเมินผลการพัฒนาช่วยให้ครูผู้มีหน้าที่รับผิดชอบงานอาคารสถานที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ การปฏิบัติงานดีขึ้นครูและนักเรียนมีจิตส านึกในการให้ความร่วมมือพัฒนาอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น

(8)

4.ด้านสรุป ประเมินผล และรายงานการใช้อาคารสถานที่ พบแนวทางที่ส าคัญ คือ ประชุมผู้เกี่ยวข้องทุก ฝ่าย ทั้งคณะครู คณะกรรมการสถานศึกษา ตัวแทนนักเรียน เพื่อวางมาตรการการควบคุมดูแลและรักษาความ ปลอดภัยอาคารสถานที่ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่าการปรับปรุงแก้ไข การท างาน (Action) สถานศึกษาน าผลการ ประเมินมาปรับปรุงการด าเนินงานในจุดที่ยังด าเนินการ ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย โดยการเผยแพร่ผลการประเมิน ให้ทุกฝ่ายทราบ วิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อน หาสาเหตุของปัญหา หาวิธีการแก้ไข น าวิธีการแก้ไขไปปฏิบัติจริงแล้ว ตรวจสอบผลการด าเนินงาน อีกครั้ง (สุวิมล ว่องวานิช, 2543, หน้า 78) ดังที่สมศักดิ์ สินธุระเวชญ์ (2542, หน้า 190) กล่าวถึงขั้นตอนการแก้ไขปัญหา (Act) ไว้ว่า ผลของการตรวจสอบหากพบว่าเกิดข้อบกพร่องขึ้น ท าให้งานที่ ได้ไม่ตรงตามเป้าหมายหรือผลงานไม่ได้มาตรฐานให้ปฏิบัติการแก้ปัญหาที่ค้นพบ ในการแก้ปัญหาเพื่อให้ผลงานได้ มาตรฐานอาจใช้มาตรการ 3 ประการส าคัญคือ 1) การย้ านโยบาย 2) การปรับปรุงระบบหรือวิธีการท างาน และ 3) การประชุมเกี่ยวกับกระบวนการท างานดังนี้ เป็นต้น

ข้อเสนอแนะ

1.ข้อเสนอแนะในการน าผลการวิจัยไปใช้ จากการศึกษาสภาพ ปัญหา แนวทางพัฒนาการบริหารงานอาคารสถานที่ของสถานศึกษา สังกัดส านักงานเขต พื้นที่การศึกษาก าแพงเพชร เขต 2 ผู้วิจัยขอเสนอแนะต่อผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้องในการน าผลการวิจัยไปใช้โดยการ ใช้กระบวนการบริหารด้วยวงจรเดมมิ่ง (Deming Cycle) หรือ PDCA ซึ่งมี 4 ขั้นตอน ดังนี้

1.1 ด้านการวางแผน (P-Plan) 1.1.1 ควรมีการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอาคารสถานที่ เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการวางแผนการจัด อาคารสถานที่ 1.1.2 ควรมีการประชุมชี้แจงและมอบหมายงานให้ครู นักเรียน นักการภารโรง รับผิดชอบร่วมกัน โดยมอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษรไว้อย่างชัดเจน 1.1.3 ควรมีการประชุมผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้งคณะครู คณะกรรมการสถานศึกษา ตัวแทนนักเรียน เพื่อวางมาตรการการควบคุมดูแล และรักษาความปลอดภัยอาคารสถานที่ 1.2 ด้านการปฏิบัติตามแผน (D-Do) 1.2.1 ควรมีการส่งเสริมให้ครู นักเรียน นักการภารโรง มีส่วนร่วมในการบ ารุงรักษาการใช้อาคาร สถานที่ 1.2.2 ควรมีการจัดท าหลักฐานเอกสารการใช้ การบ ารุง การควบคุมการใช้อาคารสถานที่เป็น หมวดหมู่ 1.2.3 ควรมีการสร้างจิตส านึกให้กับชุมชนว่าการวางแผนเกี่ยวกับอาคารสถานที่นั้นเป็นของชุมชน ซึ่งชุมชนควรมามีส่วนร่วมในการจัดการไม่ใช่เป็นหน้าที่ของครูในโรงเรียนนั้นอย่างเดียว 1.3 ด้านการตรวจสอบประเมินผล (C-Check) 1.3.1 ควรมีการส ารวจความพึงพอใจในการให้บริการด้านอาคารสถานที่ของโรงเรียนกับคณะครู นักเรียนเพื่อน ามาปรับปรุงการบริหารงานอาคารสถานที่

(9)

1.3.2 ควรมีการแต่งตั้งคณะท างานการตรวจสอบการประเมินผลการบริหารงานอาคารสถานที่ และ ให้คณะกรรมการสถานศึกษาและชุมชนมีส่วนร่วมในการประเมิน 1.4 ด้านการปรับปรุงงาน (A-Action) 1.4.2 ควรน าข้อมูลประเมินผลการใช้ การดูแลรักษาอาคารสถานที่มารายงานการประเมินตนเอง ของสถานศึกษา เพื่อน าผลการประเมินนั้นมาปรับปรุงงานอาคารสถานที่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 1.4.2 ควรก าหนดให้มีการด าเนินงานโดยเร่งด่วนเมื่อเกิดปัญหาเรื่องการใช้อาคารและความ ปลอดภัย และให้มีการประเมินผลการแก้ไขปัญหาและรายงานงานผลให้ผู้บริหารได้ทราบ เพื่อน าผลการประเมิน นั้นมาปรับปรุงงานอาคารสถานที่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 2.ข้อเสนอแนะในการท าวิจัยครั้งต่อไป 2.1 ควรมีการศึกษาการพัฒนาการปฏิบัติงานด้านอาคารสถานที่โดยใช้เทคนิคต่างๆ เช่น เทคนิค กระบวนการวางแผนแบบมีส่วนร่วม (AIC : Appreciation Influence Control)

2.2 ควรมีการศึกษาความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการประเมินผลการบริหารงานอาคารสถานที่ ของผู้บริหาร และครูผู้สอนในสังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาก าแพงเพชร เขต 2

2.3 ควรมีการศึกษาการเปรียบเทียบการบริหารงานอาคารสถานที่ของสถานศึกษาสังกัดส านักงานเขตพื้นที่ การศึกษาก าแพงเพชร เขต 2 ที่มีขนาดแตกต่างกัน

(10)

บรรณานุกรม

การประถมศึกษาแห่งชาติ, ส านักงานคณะกรรมการ. (2545). เอกสารประกอบการศึกษาด้วยตนเอง หลักสูตรผู้ช่วยผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: องค์การรับส่ง สินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.). การศึกษาเอกชน, ส านักงานคณะกรรมการ. (2542). การติดตาม ตรวจสอบและปรับปรุง : เอกสารประกอบการอบรมหลักสูตรการพัฒนาบุคลากรเพื่อการประกันคุณภาพ และการรับรอง มาตรฐานคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเอกชน. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ. เขตพื้นที่การศึกษาก าแพงเพชร เขต 2, ส านักงาน. (2547). การแต่งตั้งคณะกรรมการส ารวจคุณภาพ และมาตรฐานของสถานศึกษาที่ปรับปรุงอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อม. ก าแพงเพชร: ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาก าแพงเพชร เขต 2. เฉลิมศักดิ์ ส าลี. (2550). การด าเนินงานอาคารสถานที่และสภาพแวดล้อมของสถานศึกษา สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาศรีสะเกษ เขต 4. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี. ชาญสินธุ์ กิจแสงทอง. (2546). การศึกษาปัญหาการบริหารงานอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อม ในโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดเล็ก สังกัดกรมสามัญศึกษา อ าเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยบูรพา. ทองใส วิทยา. (2548). การพัฒนาการปฏิบัติงานอาคารสถานที่และสภาพแวดล้อม โรงเรียนบ้านดอนแคน ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาร้อยเอ็ด เขต 1. วิทยานิพนธ์ การศึกษามหาบัณฑิตบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. ธีระ รุณเจริญ. (2550). การบริหารโรงเรียนยุคปฏิรูปการศึกษา. กรุงเทพฯ: เอ็กซเปอร์เน็ท. ปฏิรูปการศึกษา, ส านักงาน. (2545). ข้อเสนอแนวทางการปฏิรูปการศึกษาตามภารกิจ สปศ. กรุงเทพฯ: ส านักงานปฏิรูปการศึกษา. วรพงศ์ ตัณฑ์เจริญรัตน์. (2545). ปัญหาการบริหารอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อมโรงเรียน มัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดฉะเชิงเทรา. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยบูรพา. วรรณระเบียบ บุญเกิด. (2550). สภาพการบริหารงานอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อมของโรงเรียน ในเขตพื้นที่การศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 2 ในทัศนะของผู้บริหารและครูผู้สอน. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่. ศึกษาธิการ, กระทรวง. (2540). แนวทางการปฏิรูปโรงเรียนและสถานศึกษาตามนโยบาย การปฏิรูปการศึกษา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว. สมศักดิ์ สินธุระเวชญ์. (2542). การประกันคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน. กรุงเทพฯ: ซี.ดี.เน็ท แอนด์มัลติมีเดีย.

(11)

สมาน ปรีชา. (2548). การพัฒนาการปฏิบัติงานงานอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อ การเรียนรู้ โรงเรียนเมียวดีพิทยาคม อ าเภอเมียวดี จังหวัดร้อยเอ็ด ส านักงานเขตพื้นที่ ร้อยเอ็ด เขต 3. การศึกษาค้นคว้าอิสระ การศึกษามหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. สวาท ภูค าแสน. (2540, กุมภาพันธ์ – มีนาคม). การพัฒนาสถานศึกษาตามแนวนโยบายการปฏิรูป การศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ. วารสารข้าราชการครู, 17 – 25. สุทิน พรมมา. (2553). งานอาคารสถานที่. [Online]. Available: http://gotoknow.org/blog/sutin001/161662. [2553, กรกฎาคม 11]. สุรพงษ์ หิมะนันท์. (2550). แนวทางในการบริหารงานอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อมของโรงเรียน ในเขตพื้นที่การศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 1. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่. สุวิมล ว่องวานิช. (2543). รายงานการวิจัยเรื่อง การวิจัยและพัฒนาระบบประเมินผลภายใน ของสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ.

BIBLIOGRAPHY

Chansin Kitsangthong. (2003). A study of buildings and environment problems of small size secondary school under Secondary Education, Thatoom district Surin province. The thesis of Master of Education, Graduated Study. Burapha

University.

Education, the Ministry. (1997). The guidelines for school Reformation By the policy of Reformational Education. Bangkok : The press of Ladprao Kurasapa.

Informational Education, the office. (2002). The suggestion for reformational Education through the task of the office of Reformational Education.

Kamphaeng Phet Educational Service Zone 2, the office. (2004). The appointment of the committees for quality server and school’s standard of schools which improved buildings and environment. Kamphaeng Phet Educational service area zone 2.

National Primary Education, the commission office. (2002). Self-Study Document for deputy school administrator and school administrator. Bangkok: The Express Transportation Organization of Thailand.

Private Education, the commission office. (1999). Monitoring, checking and improving : The document for personnels’ development in quality assurance and educational certification of Private schools. Bangkok: The ministry of Education.

(12)

Salermsak Samlee. (2007). The operation of schools’ buildings and environment under Srisaket the educational Service office zone 4. The thesis of Master of Education Graduated study, Ubon Rochathani Rajabhat University.

Saman Preecha. (2005). The development for buildings and environment for

learning enhancement of Miawadepittayakhom school, Miawadee district, Ror-Et province. Roi-Et the Education service area office 3. Independent Study.

Master of Education. Graduated Study Mahasarakham University.

Sawat Phukhamsan. (1997, February-March). School’s development through the policy of Reformational Education of the Ministry of Education. Teacher’s Magazine, 17-25. Somsak Sinthurawet. (1999). School’s Educational Quality Assurance. Bangkok : C.D.Net

and Multimedia.

Suraphong Himanan. (2007). The guidelines for schools’ buildings and environment administration under Mahongson, the Education service area office 1. The thesis of Master of Education. Graduated Study. Chiang Mai Rajabhat University. Suthin Promma. (2010). Buildings Affair. [Online] Available :

http://gotoknow.org/blog/sutin001/161662. [2010, July 11].

Suwiman Wongwanit. (2000). The research report of “The Research and

development for internal evaluation of schools. Bangkok, The office of the commission for National Education.

Theera Runcharoen. (2007). School administration in Reformational Education. Bangkok : Explorenet.

Thongsai Witthaya. (2005). The development for buildings and environment of Bandonkhan school Roi-Et the Educational Service area office 1. The thesis of Master of Education. Graudated Study. Mahasarakham University.

Wanrabiab Boonkert. (2007). The administrator’s and teachers’ opinions through conditions of buildings and environment administration of schools under Mahongson the Education service area office 2. The thesis of Master of Education Graduated Study, Chiang Mai Rajabhat Unibersity.

Woraphong Tancharoenrat. (2002). Administrative problems for buildings and

environment of Secondary schools under Secondary Education, Charoengsao province. The thesis of master of Education Graduated study, Burapha University.

References

Related documents

Forgiveness should take place during or soon after the offense - Ephesians 4:26-27. Forgiveness is evaluated in observable

The flight programs described acquired research- quality data in a timely and cost-effective manner us- ing instrumentation systems built around commercially available data loggers

The result of the consultation process was the inclusion of 40 concrete action lines proposed by the civil society along nine different themes: the country’s global vision;

Since unofficial dollarization is very high in Armenia, the effective money supply cannot be measured solely by including domestic monetary assets and foreign currency deposits..

Advantage of using the orthophotos is the option to search for more adequate places for SUDS: Information on roof types (pitch or flat roofs), green area, differentiation

This work, therefore, was intended to measure the effects of playing com- mercial video games on the attainment of certain graduate attributes, testing the hypothesis that

[Anytown, USA]: The National Crime Prevention Council (NCPC), home of McGruff the Crime Dog®, is marking this year’s Crime Prevention Month, October, with a focus on preventing

3, item 6, the need to evaluate “possible alternatives for satisfying the energy demand or transmission needs including but not limited to … distributed