• No results found

EIC_2014-Q1

N/A
N/A
Protected

Academic year: 2021

Share "EIC_2014-Q1"

Copied!
57
0
0

Loading.... (view fulltext now)

Full text

(1)

ภาพรวมเศรษฐกิจป 2014

Bull - Bear:

ราคาน้ำมัน

In focus: มองอนาคตการลงทุนภาคเอกชนไทย

หลังการเมืองคลี่คลาย

In focus: จับตาจีนปรับทัพเศรษฐกิจ

Summary of main forecasts

(2)

ภาพรวม

เศรษฐกิจไทยป

EIC

จะขยายตัวได

ประเมินเศรษฐกิจไทยป 2014

3.0

%

แตความไมสงบทาง

การเมืองเปนปจจัยเสี่ยงสำคัญ ซึ่งอาจ

ทำใหเศรษฐกิจขยายตัวไดเพียง

2.4

%

การสงออกนาจะขยายตัว ไดราว 6% จากเศรษฐกิจ โลกที่มีการฟนตัว ถึงแมวา สัญญาณการฟนตัวของ การสงออกที่ผานมาจะยัง ไมชัดเจนนัก การลงทุนในโครงการขนาดใหญทั้งการบริหารจัดการน้ำ และ โครงสรางพื้นฐานมีโอกาสไมมากนัก นอกจากนี้หากเหตุการณ ยืดเยื้อสงผลใหเกิดความลาชาในการเบิกจายโดยเฉพาะใน โครงการลงทุนที่มีมูลคาสูง ความมั่นใจจากตางชาติที่ลดลงจะสงผลกระทบตอภาคการ ทองเที่ยวไทยโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ การบริโภคภาคเอกชนยังขยายตัวไดอยางจำกัดจากความไมสงบ ทางการเมือง ทำใหความเชื่อมั่นในการใชจายลดลงและยังมีผล จากรถคันแรกเชนเดียวกับการลงทุนภาคเอกชนซึ่งธุรกิจบางสวน ชะลอการลงทุนเพื่อรอความชัดเจนในนโยบายของภาครัฐ ปจจัยที่อาจสงผล ใหปรับขึ้น ปจจัยที่อาจสงผลใหปรับลด ตนทุนการนำเขาอาจปรับตัวสูงขึ้น ตามการออนคา ของคาเงิน อุปสงคในประเทศยังอยูในภาวะชะลอตัว ปจจัยที่ทำใหเงินเฟอเรงตัว ปจจัยที่ทำใหเงินเฟอชะลอตัว อัตราการเติบโตของการลงทุนภาครัฐ อัตราการเติบโตของจำนวนนักทองเที่ยว อัตราการเติบโตของ การสงออกไทยป 2014 ในประเทศคูคาหลัก อัตราการเติบโตของการบริโภคภาคเอกชน อัตราการเติบโตของการลงทุนภาคเอกชน

ภาครัฐ

ภาคการทองเที่ยว

การสงออก

ภาคเอกชน

ราคาน้ำมันดิบมี แนวโนมทรงตัว 8.9 -4.4 -7.8 -10 0 10 2013F 2012 2014F -20 2 4 6 8 2.1% คาเฉลี่ยการเติบโตของการบริโภคภาคเอกชน 2001-2012 = 3.9% 2001 2002 2003 2004 2005 2006 2007 2008 2009 2010 2011 2012 2013 2014F -20 -100 10 20 3.2% คาเฉลี่ยการเติบโตของการบริโภคภาคเอกชน 2001-2012 = 7.7% 2001 2002 2003 2004 2005 2006 2007 2008 2009 2010 2011 2012 2013 2014F

ความไมสงบทางการเมืองอาจสงผลใหเกิดความลาชาในการจัดตั้งรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มที่ในการ

บริหารประเทศ และจะกระทบตอเศรษฐกิจผาน 3 ชองทางหลัก คือ 1)การลงทุนของภาครัฐ

2)ความเชื�อมั่นในการลงทุนและการใชจายของภาคเอกชน และ 3)ความมั่นใจจากตางชาติ

16 19 14 15 16 17 18 19 20 2012 2013 2014F การเติบโตในป 2014 จะชะลอตัวลงจาก ปกอนดวยเหตุผล ความไมสงบทางการเมือง จีนออกกฎหมายควบคุมคุณภาพทัวร

จับตาดูการเคลื�อนยายเงินทุน

เงินบาท

จากผลของการชะลอ QE

อัตราดอกเบี้ยนโยบาย

จะลดลงมาอยูที่ 1.75% ในครึ่งปแรก

จะเทากับป 2013 ที่ระดับ 2.2%

เงินเฟอทั่วไปป 2014

คาเงินบาท

จะอยูที่ระดับ

บาท/ดอลลารสหรัฐฯ

32-35

หนวย: %YOY หนวย: %YOY หนวย: %YOY หนวย: %YOY หนวย: %YOY เงินบาทออนคา เงินทุนไหลออก ปญหาการเมือง อัตราเงินเฟอ ที่อยูในระดับต่ำ 7.5 7 6.5 5 3 6

(3)

สมัครสมาชิกไดที่ www.scbeic.com สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมไดที่ E-mail : [email protected] หรือโทร : +662 544 2953 @SCB_EIC EIC Online เว็บไซตที่รวบรวมขาวสารงานวิเคราะหเชิงลึกเกี่ยวกับเศรษฐกิจ และภาคอุตสาหกรรมเพื�อใหทานไดรับขอมูลที่เปนประโยชน สามารถนำไป ใชวางกลยุทธในการดำเนินธุรกิจไดอยางถูกตองและทันตอเหตุการณ งานวิเคราะหเจาะลึกหัวขอที่น�าสนใจ โดยเสนอแงคิดและมุมมองระยะยาว วิเคราะหประเด็นรอนที่มีผลตอ เศรษฐกิจและธุรกิจของไทย งานวิเคราะหแนวโนมตัวชี้วัดหลัก หรือสถานการณสำคัญที่มีผลตอ เศรษฐกิจและธุรกิจ

03

Houseview

บทวิเคราะหแนวโนมเศรษฐกิจไทย รายเดือน บริการแจงเตือนขาวสารและบทวิเคราะหใหม ๆ ผาน E-mail ของทาน อานบทวิเคราะหยอนหลังภายในเว็บไซตไดทั้งหมด

สิทธิประโยชนของสมาชิก

บทวิเคราะหแบบกระชับเกี่ยวกับ สถานการณธุรกิจที่น�าสนใจ

04

05

ภาพรวมเศรษฐกิจป 2014

Bull - Bear: ราคาน้ำมัน

In focus:

มองอนาคตการลงทุนภาคเอกชนไทย

หลังการเมืองคลี่คลาย

จับตาจีนปรับทัพเศรษฐกิจ

Summary of main forecasts

4

29

32

38

50

เรื�องในฉบับ

ภาพรวม

เศรษฐกิจไทยป

EIC

จะขยายตัวได

ประเมินเศรษฐกิจไทยป 2014

3.0

%

แตความไมสงบทาง

การเมืองเปนปจจัยเสี่ยงสำคัญ ซึ่งอาจ

ทำใหเศรษฐกิจขยายตัวไดเพียง

2.4

%

การสงออกนาจะขยายตัว ไดราว 6% จากเศรษฐกิจ โลกที่มีการฟนตัว ถึงแมวา สัญญาณการฟนตัวของ การสงออกที่ผานมาจะยัง ไมชัดเจนนัก การลงทุนในโครงการขนาดใหญทั้งการบริหารจัดการน้ำ และ โครงสรางพื้นฐานมีโอกาสไมมากนัก นอกจากนี้หากเหตุการณ ยืดเยื้อสงผลใหเกิดความลาชาในการเบิกจายโดยเฉพาะใน โครงการลงทุนที่มีมูลคาสูง ความมั่นใจจากตางชาติที่ลดลงจะสงผลกระทบตอภาคการ ทองเที่ยวไทยโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ การบริโภคภาคเอกชนยังขยายตัวไดอยางจำกัดจากความไมสงบ ทางการเมือง ทำใหความเชื่อมั่นในการใชจายลดลงและยังมีผล จากรถคันแรกเชนเดียวกับการลงทุนภาคเอกชนซึ่งธุรกิจบางสวน ชะลอการลงทุนเพื่อรอความชัดเจนในนโยบายของภาครัฐ ปจจัยที่อาจสงผล ใหปรับขึ้น ปจจัยที่อาจสงผลใหปรับลด ตนทุนการนำเขาอาจปรับตัวสูงขึ้น ตามการออนคา ของคาเงิน อุปสงคในประเทศยังอยูในภาวะชะลอตัว ปจจัยที่ทำใหเงินเฟอเรงตัว อัตราการเติบโตของการลงทุนภาครัฐ อัตราการเติบโตของจำนวนนักทองเที่ยว อัตราการเติบโตของ การสงออกไทยป 2014 ในประเทศคูคาหลัก อัตราการเติบโตของการบริโภคภาคเอกชน อัตราการเติบโตของการลงทุนภาคเอกชน

ภาครัฐ

ภาคการทองเที่ยว

การสงออก

ภาคเอกชน

ราคาน้ำมันดิบมี แนวโนมทรงตัว 8.9 -4.4 -7.8 -10 0 10 2013F 2012 2014F -20 2 4 6 8 2.1% คาเฉลี่ยการเติบโตของการบริโภคภาคเอกชน 2001-2012 = 3.9% 2001 2002 2003 2004 2005 2006 2007 2008 2009 2010 2011 2012 2013 2014F -20 -100 10 20 3.2% คาเฉลี่ยการเติบโตของการบริโภคภาคเอกชน 2001-2012 = 7.7% 2001 2002 2003 2004 2005 2006 2007 2008 2009 2010 2011 2012 2013 2014F

ความไมสงบทางการเมืองอาจสงผลใหเกิดความลาชาในการจัดตั้งรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มที่ในการ

บริหารประเทศ และจะกระทบตอเศรษฐกิจผาน 3 ชองทางหลัก คือ 1)การลงทุนของภาครัฐ

2)ความเชื�อมั่นในการลงทุนและการใชจายของภาคเอกชน และ 3)ความมั่นใจจากตางชาติ

16 19 14 15 16 17 18 19 20 2012 2013 2014F การเติบโตในป 2014 จะชะลอตัวลงจาก ปกอนดวยเหตุผล ความไมสงบทางการเมือง จีนออกกฎหมายควบคุมคุณภาพทัวร

จับตาดูการเคลื�อนยายเงินทุน

เงินบาท

จากผลของการชะลอ QE

อัตราดอกเบี้ยนโยบาย

จะลดลงมาอยูที่ 1.75% ในครึ่งปแรก

จะเทากับป 2013 ที่ระดับ 2.2%

เงินเฟอทั่วไปป 2014

คาเงินบาท

จะอยูที่ระดับ

บาท/ดอลลารสหรัฐฯ

32-35

หนวย: %YOY หนวย: %YOY หนวย: %YOY หนวย: %YOY หนวย: %YOY เงินบาทออนคา เงินทุนไหลออก ปญหาการเมือง อัตราเงินเฟอ ที่อยูในระดับต่ำ 7.5 7 6.5 5 3 6

(4)

อีไอซี ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะ ขยายตัว 3.0% ในปี 2014 แต่หากเหตุการณ์ความ ไม่สงบทางการเมืองมีความยืดเยื้อไปจนถึงช่วง ครึ่งหลังของปี 2014 จะมีโอกาสส่งผลให้เกิด ความล่าช้าในการจัดตั้งรัฐบาลที่มีอำานาจใน การบริหารราชการได้อย่างเต็มที่ และอาจทำาให้ การขยายตัวของเศรษฐกิจลดลงไปอยู่ในระดับ 2.4% ซึ่งเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองได้ ส่งผลกระทบต่อการลงทุนภาครัฐอย่างชัดเจน เนื่องจากความล่าช้าในการเบิกจ่ายงบลงทุน และโครงการลงทุนขนาดใหญ่ต่างๆ นอกจาก นี้ความไม่แน่นอนทางการเมืองยังส่งผลกระ ทบต่อความเชื่อมั่นที่เกี่ยวข้องกับทั้งการบริโภค และการลงทุนภาคเอกชน สำาหรับแรงขับเคลื่อน เศรษฐกิจหลักในปี 2014 จะมาจากการส่งออกที่ มีแนวโน้มขยายตัว 6% ตามเศรษฐกิจโลกที่ปรับ ตัวดีขึ้นโดยเฉพาะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งจะชดเชย อุปสงค์ภายในประเทศที่มีแนวโน้มชะลอตัว ใน ส่วนของภาคการเงิน อัตราดอกเบี้ยนโยบายมี แนวโน้มจะลดลงไปอยู่ที่ 1.75% ภายในช่วงครึ่ง ปีแรกเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจใน ภาวะที่เศรษฐกิจไทยขาดแรงกระตุ้นทางการ คลังและมีแรงกดดันด้านเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำา สำาหรับค่าเงินบาท อีไอซี คาดว่าจะเคลื่อนไหว อยู่ในระดับ 32-35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ใน ปี 2014 จากปัจจัยสำาคัญอันได้แก่เสถียรภาพ การเมืองและการลดขนาดมาตรการ QE ของ ธนาคารกลางสหรัฐฯ

ภาพรวมเศรษฐกิจปี 2014

(5)

ภาพรวมเศรษฐกิจโลกในปี 2014 จะปรับตัวดีขึ้นนำาโดยเศรษฐกิจสหรัฐฯ เศรษฐกิจสหรัฐฯ ฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่องทั้งการใช้จ่าย ภาคครัวเรือนและตลาดแรงงาน เช่นเดียวกับยูโรโซนที่เศรษฐกิจจะกลับมาขยายตัวอีกครั้งในปีนี้ เศรษฐกิจญี่ปุ่นมีแนวโน้มการ ส่งออกและการลงทุนที่ดีขึ้น แต่ก็ยังมีความเสี่ยงจากการปรับขึ้นภาษีการบริโภค (Sales tax) ในไตรมาส 2 ขณะที่เศรษฐกิจจีนจะ ยังเติบโตใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาตามเป้าหมายของรัฐบาลจีน ส่วนเศรษฐกิจอาเซียนมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นตามทิศทางเศรษฐกิจ โลก โดยรวมแล้วเศรษฐกิจโลกมีสัญญาณที่ดีขึ้น แต่ต้องให้ความสำาคัญกับการลดขนาดการเข้าซื้อสินทรัพย์ของธนาคารกลาง สหรัฐฯ ความต่อเนื่องของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยูโรโซน และภาคการเงินของจีนที่ยังมีโอกาสผันผวน

เศรษฐกิจโลก

ประมาณการ

การเติบโตของ GDP

1

ที่มา: ประมาณการของสำานักวิจัยต่างประเทศ (Goldman Sachs, J.P. Morgan, Deutsche Bank, Bank of America) และ EIC

ประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยูโรโซน ญี่ปุ่น และจีน ปี 2014 หน่วย: %YOY 2013 2014 (F) 1.9 1.7 3.0 1.0 1.4 สหรัฐฯ ยูโรโซน ญี่ปุน จีน 7.5 7.7 -0.4

(6)

เศรษฐกิจสหรัฐฯ

เศรษฐกิจสหรัฐฯ ฟื้นตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2013 และมีแนวโน้มขยายตัวค่อนข้างดีในปี 2014 ตลาดแรงงานปรับตัวดีขึ้น อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงไตรมาส 3 ปี 2013 เป็นต้นมา การจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 186,000 คนต่อเดือน ในช่วงเดือน สิงหาคมถึงธันวาคม สูงกว่าในช่วง 5 เดือนก่อนหน้าซึ่งเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเพียง 156,000 คนต่อเดือน การจ้างงานที่เพิ่มขึ้นนี้ส่งผลให้ อัตราการว่างงานลดลงมาอยู่ที่ 6.7% ในเดือนธันวาคม จาก 7.5% ในช่วงไตรมาส 2 (รูปที่ 2) นอกจากนี้ การบริโภคภาคเอกชนซึ่ง มีสัดส่วนสูงถึง 70% ของเศรษฐกิจสหรัฐฯก็มีการฟื้นตัวที่ชัดเจนเช่นกัน เห็นได้จากยอดค้าปลีกที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องเฉลี่ย 0.4%MOM (เทียบกับเดือนก่อนหน้า) ในช่วงไตรมาส 4 สูงขึ้นจากไตรมาส 3 ที่ขยายตัวเฉลี่ย 0.2%MOM แม้ว่าความเชื่อมั่นผู้บริโภค จะลดลงบ้างจากการปิดทำาการของภาครัฐในเดือนตุลาคม แต่ก็ไม่กระทบต่อการใช้จ่ายมากนัก (รูปที่ 3) สำาหรับแนวโน้มเศรษฐกิจ สหรัฐฯในปี 2014 น่าจะขยายตัวได้ในระดับ 3% จากสัญญาณการฟื้นตัวของการใช้จ่ายภาคเอกชนที่ต่อเนื่องมาจากปี 2013 และ แรงกดดันทางการคลังที่ลดลง โดยดุลการคลังจะเกินดุลเพียง 0.4% ของ GDP ในปี 2014 ลดลงจาก 1.5% ของ GDP ในปี 2013 Fed จะลดขนาดการซื้อสินทรัพย์ในการประชุมครั้งต่อๆ ไป หากเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีสัญญาณที่ดีต่อเนื่อง ตัวเลขเศรษฐกิจ ที่แข็งแกร่งส่งผลให้ Fed เริ่มประกาศลดขนาดมาตรการ QE ลงในเดือนธันวาคมและมกราคมที่ผ่านมา เดือนละ 10 พันล้าน ดอลลาร์สหรัฐฯ จาก 85 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน เหลือ 65 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน เนื่องจาก Fed ประเมินว่า ผลประโยชน์ของมาตรการ QE ที่เกิดขึ้นต่อภาคเศรษฐกิจเริ่มลดลงเมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในด้านเสถียรภาพการเงิน ทั้งนี้ อีไอซี ประเมินว่า Fed น่าจะลดขนาดมาตรการ QE ลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามที่ได้ประกาศไว้ ซึ่งจะทำาให้มาตรการ QE สิ้น สุดลงภายในสิ้นปี 2014 และทำาให้อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะเวลา 10 ปี มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นจากที่อยู่ในระดับ ราว 2.7% ณ ปลายเดือนมกราคม 2014 (รูปที่ 4) อย่างไรก็ตาม Fed น่าจะยังผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อไป โดยยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในปีนี้ ที่ผ่านมา Fed ได้ส่ง สัญญาณล่วงหน้า (Forward Guidance) อย่างชัดเจนว่าจะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตราบใดที่อัตราการว่างงานยังสูงกว่าระดับ 6.5% แต่ถึงแม้อัตราการว่างงานจะลดลงมาอยู่ที่ระดับดังกล่าวแล้ว อีไอซี มั่นใจว่า Fed จะยังไม่ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในปีนี้ เนื่องจากอัตราการว่างงานที่ลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมาส่วนหนึ่งเกิดจากแรงงานบางส่วนหยุดหางานและออกจาก กำาลังแรงงาน นอกจากนี้ อัตราเงินเฟ้อก็ยังอยู่ในระดับต่ำากว่าเป้าหมายของ Fed ที่ 2% ค่อนข้างมาก (รูปที่ 5) ทำาให้นโยบายการ เงินยังมีความจำาเป็นต้องอยู่ในระดับผ่อนคลายต่อไป โดย อีไอซี มองว่าอัตราดอกเบี้ยน่าจะคงอยู่ในระดับต่ำาที่ 0-0.25% จนกระทั่ง อัตราการว่างงานลดลงมาอยู่ที่ระดับ 6.0% ซึ่งเป็นระดับที่ธนาคารโลก (World Bank) ประเมินว่าไม่ก่อให้เกิดเงินเฟ้อ (NAIRU: Non Accelerated Inflation Rate of Unemployment) ในปี 2014 เรายังต้องให้ความสำาคัญกับการลดขนาดมาตรการ QE และการเจรจาปรับขยายเพดานหนี้สาธารณะ อัตราดอกเบี้ย ระยะยาวที่จะเพิ่มขึ้นเนื่องจากการลดขนาดมาตรการ QE จะเป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวของตลาดที่อยู่อาศัยซึ่งมีความสำาคัญ อย่างมากต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ นอกจากนี้ หากการจ้างงานของสหรัฐฯ ฟื้นตัวเร็วกว่าที่คาดหรืออัตราเงินเฟ้อมีการเร่งตัวขึ้น ก็ อาจส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ลดขนาด QE ในอัตราที่เร็วกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความผันผวนในภาค การเงินได้ ยังไม่รวมความเสี่ยงอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องให้จับตาดูให้ดีเช่นกัน คือการเจรจาขยายเพดานหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ที่ จะมีขึ้นในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน

(7)

2

3

4

5

6

7

การเปลี่ยนแปลงของการจ้างงานนอกภาคการเกษตรและอัตราการว่างงาน ยอดค้าปลีกในประเทศและดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (University of Michigan sentiment Index) อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลระยะ 10 ปี และอัตราดอกเบี้ยคงที่กู้ซื้อ บ้านระยะ 30 ปี อัตราเงินเฟ้อและอัตราการว่างงาน การเริ่มก่อสร้างบ้านและยอดขายบ้านใหม่ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (Real GDP) และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ(ISM Manufacturing)

อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ

มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากการลดขนาดมาตรการ QE

อัตราการว่างงานลดลงใกล้เคียง 6.5%

ขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังอยู่ต่ำากว่าเป้าหมายที่ 2%

Fed ตัดสินใจลดขนาดมาตรการ QE ในเดือนธันวาคม

หลังจากที่หมดความกังวลเรื่องการปิดทำาการภาครัฐ

ตลาดที่อยู่อาศัย

เริ่มปรับตัวดีขึ้นอีกครั้ง

ภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ

ปรับตัวดีขึ้น

หนวย: %QOQ SAAR หนวย: ดัชนี 0 10 20 30 40 50 60 70 80 -10 -8 -6 -4 -2 0 2 4 6 Ja n-0 8 Ap r-08 Ju l-0 8 O ct -0 8 Ja n-0 9 Ap r-09 Ju l-0 9 O ct -0 9 Ja n-1 0 Ap r-10 Ju l-1 0 O ct -1 0 Ja n-1 1 Ap r-11 Ju l-1 1 O ct -1 1 Ja n-1 2 Ap r-12 Ju l-1 2 O ct -1 2 Ja n-1 3 Ap r-13 Ju l-1 3 O ct -1 3 อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (แกนซาย) ดัชนีผูจัดการฝายจัดซื้อ (แกนขวา) หนวย: พันคน MOM SA 5.0 5.5 6.0 6.5 7.0 7.5 8.0 8.5 0 50 100 150 200 250 300 350 การจางงานนอกภาคการเกษตร (แกนซาย) อัตราการวางงาน (แกนขวา) หนวย: % การจางงานเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 186,000 คนตอเดือน การจางงานเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 159,000 คนตอเดือน 0.0 1.0 2.0 3.0 4.0 5.0 6.0 7.0 0.0 0.5 1.0 1.5 2.0 2.5 3.0 3.5 4.0 4.5 5.0

Jan-12 Apr-12 Jul-12 Oct-12 Jan-13 Apr-13 Jul-13 Oct-13 Jan-14

หนวย: % อัตราดอกเบี้ยคงที่กูซื้อบานระยะเวลา 30 ป อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลระยะ เวลา 10 ป หนวย: % หนวย: % หนวย: % -4.0 -2.0 0.0 2.0 4.0 6.0 8.0 Ja n-1 1 Ma r-11 Ma y-11 Ju l-1 1 Se p-1 1 N ov -1 1 Ja n-1 2 Ma r-12 Ma y-12 Ju l-1 2 Se p-1 2 N ov -1 2 Ja n-1 3 Ma r-13 Ma y-13 Ju l-1 3 Se p-1 3 N ov -1 3 3.0 3.5 4.0 4.5 5.0 5.5 6.0 6.5 7.0 7.5 8.0 8.5 9.0 9.5 10.0 อัตราการวางงาน (แกนซาย) อัตราเงินเฟอ (แกนขวา) อัตราวางงานเปาหมายของธนาคารกลางสหรัฐฯ = 6.5% อัตราเงินเฟอเปาหมายของธนาคารกลางสหรัฐฯ = 2.0% -8 -6 -4 -2 0 2 4 6 8 10 -40 -30 -20 -10 0 10 20 30 40 50 การเริ่มกอสรางบาน (แกนซาย) ยอดขายบานใหม(แกนขวา) หนวย: %YOY คาเฉลี่ยเคลื่อนที่ 3 เดือน หนวย: %YOY คาเฉลี่ยเคลื่อนที่ 3 เดือน หนวย: %MOM SA คาเฉลี่ยเคลื่อนที่ 3 เดือน หนวย: 1966=100 (คาเฉลี่ยเคลื่อนที่ 3 เดือน) 60 65 70 75 80 85 90 -0.6 -0.4 -0.2 0.0 0.2 0.4 0.6 0.8 1.0 1.2 ยอดคาปลีก ดัชนีความเชื่อมั่นผูบริโภค

(8)

เศรษฐกิจยูโรโซน

เศรษฐกิจยูโรโซนขยายตัวได้ต่อเนื่อง GDP ยูโรโซน ในไตรมาส 3 ของปี 2013 ขยายตัวได้ 0.5%QOQ SAAR1 ต่อเนื่องจากการ ปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 2 (รูปที่ 8) โดยประเทศเศรษฐกิจอันดับ 1 อย่างเยอรมนีขยายตัวได้ในระดับดี นอกจากนี้ สเปนซึ่งเป็นหนึ่ง ในประเทศที่ประสบปัญหาหนี้สาธารณะก็สามารถกลับมาขยายตัวได้เป็นครั้งแรกในรอบ 9 ไตรมาส การขยายตัวของเศรษฐกิจ ยูโรโซนได้รับแรงสนับสนุนหลักมาจากการใช้จ่ายในประเทศ (Domestic Demand) โดยเฉพาะในเยอรมนีที่ขยายตัวได้ถึง 2.8%QOQ SAAR สูงที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 3 ของปี 2011 สำาหรับในปี 2014 นั้น อีไอซี มองว่าเศรษฐกิจของยูโรโซนน่าจะยังขยาย ตัวได้ต่อเนื่องจากการบริโภคในประเทศซึ่งปรับตัวดีขึ้นตามความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นจนมากกว่าค่าเฉลี่ยระยะ ยาวในเดือนล่าสุด (รูปที่ 9) โดยดัชนีค้าปลีกในส่วนของปริมาณเดือนพฤศจิกายนขยายตัวได้มากที่สุดนับตั้งแต่ช่วงต้นปี 2007 ที่ระดับ 1.5%YOY SA นอกจากดัชนีค้าปลีกแล้ว เครื่องชี้นำาเศรษฐกิจอื่นๆ เช่น ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อโดยรวม (Composite Purchasing Manager Index: Composite PMI) หรือ ดัชนีชี้วัดความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ (Economic Sentiment Index) ล้วน ยังคงแข็งแกร่งและมีแนวโน้มดีขึ้น สหภาพธนาคาร (Banking Union) ใกล้เสร็จสมบูรณ์ โดยสองในสามเสาหลักได้ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาของยุโรปแล้ว ได้แก่ ระบบคุ้มครองผู้ฝากเงิน ซึ่งมีเนื้อหาสำาคัญคือ ผู้ที่มีเงินฝากต่ำากว่า 1 แสนยูโรจะได้รับการคุ้มครองจากกองทุนที่ก่อตั้งขึ้น โดยธนาคารเอง และ กลไกการควบคุมสถาบันการเงินแบบหนึ่งเดียว (Single Supervisory Mechanism: SSM) ที่อนุมัติให้ธนาคาร กลางยุโรป (European Central Bank: ECB) เป็นผู้ดูแลและกำากับสถาบันการเงินของยูโรโซนทั้งหมดเพียงผู้เดียว ส่วนอีกหนึ่ง เสาหลักคือ กลไกแก้ไขปัญหาสถาบันการเงินแบบเบ็ดเสร็จแห่งเดียว (Single Resolution Mechanism: SRM) ที่มีเนื้อหาหลัก คือการปิดธนาคารที่มีความเสี่ยงก่อนที่จะสร้างความเสียหายในวงกว้าง และใช้เงินสะสมโดยธนาคารเพื่อรองรับความเสียหาย ก็ได้ผ่านความเห็นชอบจากรัฐมนตรีคลังของยุโรปและเตรียมนำาเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาแล้ว ทั้งนี้ หากรัฐสภายุโรปอนุมัติ SRM ก็หมายความว่าการตั้ง Banking Union เสร็จเรียบร้อยโดยสมบูรณ์ ซึ่งจะทำาให้รัฐบาลและประชาชนไม่ต้องแบกรับความ เสียหายของธนาคารพาณิชย์อีกต่อไป และช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุนว่า จากนี้ไปยูโรโซนจะมีกลไกป้องกันและแก้ไข ปัญหาสถาบันการเงินที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นหากเกิดวิกฤติขึ้นอีก อีไอซี มองว่า นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเพิ่มเติมยังคงจำาเป็นอยู่สำาหรับเศรษฐกิจยูโรโซนเพื่อรักษาโมเมนตัม ของการ เติบโต แม้ว่าตัวเลขในภาคเศรษฐกิจจริง ดัชนีชี้นำา รวมถึงเสถียรภาพของภาคการเงินจะปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง (รูปที่ 10) แต่ยูโรโซนก็ยังเผชิญกับปัญหาที่สำาคัญอันได้แก่ อัตราการว่างงานในระดับสูงที่ยังไม่มีแนวโน้มจะลดลงแม้เศรษฐกิจ จะกลับมาขยายตัวได้ อัตราเงินเฟ้อซึ่งลดลงมาอยู่ต่ำากว่าเป้าหมายของ ECB ที่ 2% ค่อนข้างมาก (รูปที่ 11) และการปล่อยสินเชื่อ ให้แก่ภาคธุรกิจที่ยังคงอ่อนแอ (รูปที่ 12) ปัญหาเหล่านี้ทำาให้เศรษฐกิจ ยูโรโซนขยายตัวได้ไม่มากนักในช่วงที่ผ่านมาเมื่อเทียบ กับประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ และเป็นความเสี่ยงที่ทำาให้การเติบโตในปี 2014 ยังคงมีความเปราะบางอยู่ ดังนั้น อีไอซี จึงประเมิน ว่า ECB น่าจะใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมทั้งการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเหลือ 0-0.25% และการอัดฉีดปริมาณเงิน เข้าระบบเพื่อรักษาโมเมนตัมของการเติบโต นอกจากนี้ ยังต้องจับตาดูการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ว่าจะสามารถช่วยเหลือ การส่งออกไปยังตลาดนอกยูโรโซนซึ่งยังคงอ่อนแออยู่ได้มากน้อยเพียงใด (รูปที่ 13) โดยรวมแล้ว GDP ของยูโรโซนน่าจะขยาย ตัวได้ประมาณ 1% ในปี 2014

(9)

หนวย: %YOY SA หนวย: % SA 0.0 2.0 4.0 6.0 8.0 10.0 12.0 14.0 0.0 0.5 1.0 1.5 2.0 2.5 3.0 3.5 อัตราเงินเฟอ (แกนซาย) อัตราการวางงาน (แกนขวา)

8

9

10

11

12

13

ที่มา: การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ Eurostat, Bloomberg ECB และ CEIC

อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (Real GDP) และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) อัตราการเติบโตของดัชนีค้าปลีกและดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลระยะ 10 ปี และอัตราดอกเบี้ยคงที่กู้ซื้อ บ้านระยะ 30 ปี อัตราเงินเฟ้อ และอัตราการว่างงานของยูโรโซน เงินให้กู้ยืมของธนาคารพาณิชย์ อัตราการเติบโตของการส่งออกตลาดภายในและตลาดภายนอกยูโรโซน

ภาคการเงิน

มีเสถียรภาพต่อเนื่อง

เงินเฟ้อในระดับต่ำา และอัตราว่างงานในระดับสูงจะเป็น

ปัจจัยให้มีการใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม

เศรษฐกิจยูโรโซนกลับมาขยายตัว

สองไตรมาสติดต่อกัน

ดัชนีค้าปลีกปรับตัวดีขึ้นยังคงขยายตัวได้อย่าง

แข็งแกร่ง สอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค

การปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์

ในยูโรโซนยังคงอ่อนแอ โดยเฉพาะในภาคธุรกิจ

การส่งออกในตลาดภายในยูโรโซนยังคงหดตัว

นอกจากนี้ตลาดภายนอกยูโรโซนก็ยังเติบโตได้ไม่สูงมากนัก

หนวย: %QOQ SAAR หนวย: ดัชนี 30 35 40 45 50 55 60 -12 -10 -8 -6 -4 -2 0 2 4 6 1Q 2008 2Q 2008 3Q 2008 4Q 2008 1Q 2009 2Q 2009 3Q 2009 4Q 2009 1Q 2010 2Q 2010 3Q 2010 4Q 2010 1Q 2011 2Q 2011 3Q 2011 4Q 2011 1Q 2012 2Q 2012 3Q 2012 4Q 2012 1Q 2013 2Q 2013 3Q 2013 4Q 2013 อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (แกนซาย) ดัชนีผูจัดการฝายจัดซื้อ (แกนขวา) หน่วย: basis point หนวย: %YOY SA คาเฉลี่ยเคลื่อนที่ 3 เดือน หนวย: จุด SA คาเฉลี่ยเคลื่อนที่ 3 เดือน -45 -40 -35 -30 -25 -20 -15 -10 -5 0 5 10 15 20 -9.0 -8.0 -7.0 -6.0 -5.0 -4.0 -3.0 -2.0 -1.0 0.0 1.0 2.0 3.0 4.0 Ja n-0 7 Ma y-07 Se p-0 7 Ja n-0 8 Ma y-08 Se p-0 8 Ja n-0 9 Ma y-09 Se p-0 9 Ja n-1 0 Ma y-10 Se p-1 0 Ja n-1 1 Ma y-11 Se p-1 1 Ja n-1 2 Ma y-12 Se p-1 2 Ja n-1 3 Ma y-13 Se p-1 3 ดัชนีคาปลีก: ปริมาณ (แกนซาย) ดัชนีความเชื่อมั่นผูบริโภค: มุมมองตอเศรษฐกิจในอีก 12 เดือนขางหนา (แกนขวา) คาเฉลี่ยระยะยาวของดัชนีความเชื่อมั่นผูบริโภค = -13 เริ่มประกาศใช มาตรการ OMT 0 100 200 300 400 500 600 700 Ja n-0 8 Ap r-08 Ju l-0 8 O ct -0 8 Ja n-0 9 Ap r-09 Ju l-0 9 O ct -0 9 Ja n-1 0 Ap r-10 Ju l-1 0 O ct -1 0 Ja n-1 1 Ap r-11 Ju l-1 1 O ct -1 1 Ja n-1 2 Ap r-12 Ju l-1 2 O ct -1 2 Ja n-1 3 Ap r-13 Ju l-1 3 O ct -1 3 เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน ปญหาวิกฤติหนี้สาธารณะ ของยูโรโซนเริ่มประทุ หนวย: %YOY -20 -15 -10 -5 0 5 10 15 20 25 รัฐบาล สถาบันการเงินที่ไมใชธนาคาร บริษัทเอกชน ครัวเรือน รวม หนวย: %YOY SA -6 -4 -2 0 2 4 6 8 10 12 14 16

2011 2012 Jan-13 Feb-13 Mar-13 Apr-13 May-13 Jun-13 Jul-13 Aug-13 Sep-13 Oct-13

การสงออกตลาดภายนอกยูโรโซน การสงออกตลาดภายในยูโรโซน

(10)

เศรษฐกิจญี่ปุ่น

อีไอซี ประเมินว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นโดยรวมชะลอลงในช่วงปลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากตลอดปี 2013 ญี่ปุ่นต้อง นำาเข้าเชื้อเพลิงมาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า เพื่อทดแทนอุปทานที่หายไปจากการหยุดดำาเนินการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และเพื่อรองรับ ความต้องการในประเทศที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ ทำาให้การส่งออกสุทธิ (Net exports) ที่เคยเร่งขึ้นสูงสุดในช่วง ไตรมาสแรกของปี 2013 ที่ราว 36.5%QOQ SA (เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยปรับผลของฤดูกาล) กลับมาหดตัวอยู่ที่ 21.9% ใน ไตรมาสที่ 3 ขณะที่การเติบโตของอุปสงค์ในประเทศตลอดสามไตรมาสแรกของปีนั้นยังค่อนข้างทรงตัวอยู่ที่ราว 0.7%QOQ SA ดังนั้นการขยายตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นในครึ่งหลังของปี 2013 จึงมีแนวโน้มชะลอลงจากครึ่งปีแรก แต่โดยรวมทั้งปีน่าจะขยาย ตัวได้ใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า (รูปที่ 14) อย่างไรก็ดี การส่งออกของญี่ปุ่นยังคงเติบโตได้ดีตลอดปีที่ผ่านมา และน่าจะเป็นปัจจัยสำาคัญต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจใน ปี 2014 เห็นได้จากการส่งออกสินค้าในรูปเงินเยน 2 เดือนแรกของไตรมาสสุดท้ายของปี 2013 ที่ขยายตัวถึง 18.5%YOY (เทียบกับ ช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า) เร่งขึ้นจาก 6.9% ในช่วงครึ่งแรกของปีค่อนข้างมาก และการส่งออกสินค้าในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ทยอยปรับตัวดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป (รูปที่ 15) ดังนั้น อีไอซี จึงประเมินว่าการส่งออกน่าจะยังมีแรงส่งต่อเนื่องมาถึงปี 2014 ตามการขยายตัวของเศรษฐกิจคู่ค้าสำาคัญโดยเฉพาะการฟื้นตัวของสหรัฐฯ ที่มีความชัดเจนมากขึ้น และเป็นปัจจัยสำาคัญที่สนับสนุน การเพิ่มผลตอบแทนในตลาดแรงงานและการบริโภคภาคครัวเรือน ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นขยายตัวได้ราว 1.4% ในปี 2014 นี้ ในขณะเดียวกัน การลงทุนก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่น่าจับตามองในปีนี้ โดยเฉพาะการลงทุนเพิ่มเติมในสิ่งปลูกสร้าง เห็นได้จาก ยอดการสั่งสร้างสิ่งปลูกสร้างในภาคบริการที่กลับมาสู่ภาวะปกติในเดือนกันยายน2 (รูปที่ 16) ซึ่งเป็นการตอกย้ำาระดับการเติบโต ของการลงทุนในญี่ปุ่นมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ นโยบายส่งเสริมการลงทุนจากภาครัฐทั้งในส่วนของมาตรการสนับสนุนธุรกิจเอกชน ให้มีการลงทุนเพื่อรองรับการจัดงานโอลิมปิกในปี 2020 ที่มีมูลค่าราว 1.4 ล้านล้านเยน และในส่วนของการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจ พิเศษที่น่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นในปีนี้ ก็จะเป็นอีกแรงผลักดันที่ช่วยให้การลงทุนสามารถขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่งในปี 2014 จับตามองการปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานและผลกระทบจากการปรับขึ้นภาษีการบริโภคในช่วงต้นปี แม้ว่ารัฐบาลของนายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ จะมีการผลักดันให้เอกชนปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานมาโดยตลอด แต่ในช่วงที่ผ่านมาก็ยังไม่มีการตอบรับนโยบายดัง กล่าวจากภาคเอกชนเท่าที่ควร ดังนั้น จึงต้องจับตามองในช่วงเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งปกติเป็นช่วงเวลาของการตกลงค่าจ้าง ในภาคเอกชน ว่าแผนดังกล่าวจะเป็นรูปธรรมได้มากน้อยเพียงใด อย่างไรก็ตาม พบว่าแนวโน้มการปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานในปีนี้มี ความเป็นไปได้มากขึ้น เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่เร่งขึ้นตั้งแต่ในช่วงต้นปี 20133 (รูปที่ 17) ซึ่งส่งผลให้ค่าจ้างที่แท้ จริงปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว (รูปที่ 18) ในขณะเดียวกัน อุปสงค์ในตลาดแรงงานก็ส่งสัญญาณดีขึ้น โดยเห็นได้จากอัตราการ ว่างงานและอัตราส่วนงานต่อผู้สมัครงาน (Jobs-to-applicants ratio) ที่มีแนวโน้มกลับเข้าสู่ระดับเดียวกันกับช่วงก่อนวิกฤติ ซับไพรม์ในปลายปี 2008 (รูปที่ 19) ดังนั้น ปัจจัยทั้งสองจะช่วยสนับสนุนให้ภาคเอกชนขึ้นค่าจ้างแรงงานในระยะต่อไปมากขึ้น นอกเหนือจากการเจรจาระหว่างภาครัฐและเอกชนในเรื่องการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่บริษัทที่ให้ความร่วมมือปรับเพิ่มค่า จ้างแรงงานซึ่งเริ่มมาระยะหนึ่งแล้วแต่ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน นอกจากนี้ การปรับขึ้นภาษีการบริโภคที่มีจะมีผลบังคับใช้ในไตรมาส 2 ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงอีกประการหนึ่งที่อาจทำาให้เศรษฐกิจ ญี่ปุ่นในปีนี้ขยายตัวต่ำากว่าที่คาดไว้ การปรับขึ้นภาษีมีความจำาเป็นต่อการบรรเทาภาระทางการคลังของญี่ปุ่นซึ่งอยู่ในระดับสูง แต่ก็จะส่งผลกระทบต่อการบริโภคที่เริ่มฟื้นตัว อย่างไรก็ดี อีไอซี ประเมินว่าผลกระทบดังกล่าวน่าจะมีไม่มากนัก เนื่องจากรัฐบาล ได้จัดเตรียมแผนกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่าราว 5.5 ล้านล้านเยนไว้รองรับแล้ว ในขณะเดียวกัน ธนาคารกลางญี่ปุ่นก็พร้อมจะดำาเนิน นโยบายแบบผ่อนคลายเพิ่มเติม ทำาให้ความเสี่ยงดังกล่าวจะยังอยู่ในกรอบที่ภาครัฐสามารถบริหารจัดการได้ 2 หลังจากที่ยอดการสั่งสร้างสิ่งปลูกสร้างในเดือนดังกล่าวหายไปราว 3 ปีนับตั้งแต่ปี 2009 เป็นผลให้ยอดการสั่งสร้างสิ่งปลูกสร้างที่หักภาคอสังหาริมทรัพย์ในเดือนกันยายน 2013

(11)

สิ่งที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นต้องให้ความสำาคัญในระยะต่อไปคือการควบคุมระดับเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบที่กำาหนดไว้ เนื่องจากหาก เงินเฟ้อกลับมาชะลอลงอีกครั้งอาจจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในภาคเอกชนจนทำาให้ภาคครัวเรือนลดการใช้จ่ายลงและ บริษัทในประเทศเกิดความลังเลที่จะปรับขึ้นค่าจ้างแรงงาน ซึ่งจะนำาไปสู่การหยุดชะงักของเศรษฐกิจอีกครั้ง แต่หากนักลงทุน ขาดความมั่นใจในฐานะการคลังของรัฐบาลญี่ปุ่น และส่งผลให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าอย่างรวดเร็ว จนส่งให้เกิดภาวะเงินเฟ้อรุนแรง (hyperinflation) และตามมาด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลาง นอกจากจะส่งผลกระทบต่ออำานาจซื้อ และการออมของภาคครัวเรือนแล้ว ก็อาจทำาให้สถาบันการเงินในประเทศซึ่งถือพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (Japanese Government Bonds: JGBs) อยู่ราว 28% ของทรัพย์สินทั้งหมดต้องปรับฐานะการลงทุนใหม่เนื่องจาก JGBs มีมูลค่าลดลง จนอาจทำาให้เกิดความ ผันผวนในตลาดการเงินได้ นอกจากนี้ การปรับอัตราดอกเบี้ยให้สูงขึ้นยังเป็นการสร้างแรงกดดันต่อระดับหนี้สาธารณะที่มีสูงกว่า 220% ของ GDP เพิ่มเติมจากภาระดอกเบี้ยจ่ายที่สูงขึ้นอีกด้วย อย่างไรก็ดี ในระยะสั้น ความกังวลด้านเงินเฟ้อดังกล่าวจะยังเป็น ประเด็นรองจากการผลักดันให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นหลุดจากภาวะเงินฝืดผ่านการคาดการณ์เงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น

(12)

-3.0 -2.0 -1.0 0.0 1.0 2.0 3.0 เงินเฟอทั่วไป เงินเฟอพื้นฐาน: ไมรวมราคาอาหารสด เงินเฟอพื้นฐาน: ไมรวมราคาพลังงานและอาหารสด หนวย: %YOY เปาหมายเงินเฟอพื้นฐานที่ไมรวมราคาอาหารสด ณ สิ้นปงบประมาณ 2014 ที่ระดับ 2%

14

15

16

17

18

19

ที่มา: การวิเคราะห์โดย EIC จากข้อมูลของ CEIC และ Bloomberg

อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (Real GDP) และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ การส่งออก การนำาเข้า และค่าเงินเยน ยอดการสั่งซื้อเครื่องจักรและสิ่งปลูกสร้าง อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ค่าจ้าง อัตราการว่างงานและอัตราส่วนงานต่อผู้สมัครงาน

ยอดการสั่งซื้อเครื่องจักรและสิ่งปลูกสร้างยังคงมี

ทิศทางที่ดี สะท้อนถึงการลงทุนที่น่าจะมีบทบาทมาก

ขึ้นในปีนี้

เศรษฐกิจญี่ปุ่นหลุดพ้นจากภาวะเงินฝืดที่เผชิญมากว่า

15 ปี และอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เศรษฐกิจญี่ปุ่นมีแนวโน้มชะลอลงในช่วงปลายปี

ที่ผ่านมาจากการนำาเข้าเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น

การส่งออกสินค้าขยายตัวได้ต่อเนื่องตลอดปีที่แล้ว

และจะยังรักษาแรงส่งต่อเนื่องในปี 2014

ค่าจ้างที่แท้จริงลดลงอย่างรวดเร็วหลังจากเงินเฟ้อ

ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่ออำานาจซื้อของครัวเรือน

อุปสงค์ต่อแรงงาน

ส่งสัญญาณที่ดีขึ้นตามลำาดับ

-80 -60 -40 -20 0 20 40 60 -40 -30 -20 -10 0 10 20 30 ยอดการสั่งซื้อเครื่องจักรภาคเอกชน: หัก ภาคการผลิตเรือและไฟฟา (แกนซาย) ยอดการสั่งสรางสิ่งปลูกสรางภาคเอกชน: หัก ที่อยูอาศัย (แกนขวา) วิกฤติซับไพรม ในสหรัฐฯ ชวงฟนฟูสิ่งปลูกสรางใหม หลังจากเกิดแผนดินไหว และสึนามิ หนวย: %YOY คาเฉลี่ยเคลื่อนที่ 6 เดือน หนวย: %YOY คาเฉลี่ยเคลื่อนที่ 6 เดือน 20 30 40 50 60 70 80 -20 -15 -10 -5 0 5 10 15 20 1Q 2008 2Q 2008 3Q 2008 4Q 2008 1Q 2009 2Q 2009 3Q 2009 4Q 2009 1Q 2010 2Q 2010 3Q 2010 4Q 2010 1Q 2011 2Q 2011 3Q 2011 4Q 2011 1Q 2012 2Q 2012 3Q 2012 4Q 2012 1Q 2013 2Q 2013 3Q 2013 4Q 2013 อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (แกนซาย) ดัชนีผูจัดการฝายจัดซื้อ (แกนขวา) หนวย: %QOQ SAAR หนวย: ดัชนี 70 80 90 100 110 -60 -40 -20 0 20 40 60 การสงออก: รูปเงินเยน (แกนซาย) การนําเขา: รูปเงินเยน (แกนซาย) คาเงินเยน (แกนขวา) 70 75 80 85 90 95 100 105 110 -60 -40 -20 0 20 40 60 การสงออก: รูปดอลลารสหรัฐฯ (แกนซาย) การนําเขา: รูปดอลลารสหรัฐฯ (แกนซาย) คาเงินเยน (แกนขวา) หนวย: %YOY หนวย: เยน/ดอลลารสหรัฐฯ หนวย: %YOY คาเฉลี่ยเคลื่อนที่ 3 เดือน -3.0 -2.5 -2.0 -1.5 -1.0 -0.5 0.0 0.5 1.0 1.5 รายรับที่เปนตัวเงินเฉพาะในสวนของเงินเดือน รายรับที่เปนตัวเงินเฉพาะในสวนของเงินเดือน: ปรับเงินเฟอ 0 0.5 1 1.5 2 0 1 2 3 4 5 6 7 8 อัตราการวางงาน (แกนซาย) อัตราสวนงานตอผูสมัครงาน (แกนขวา) หนวย: %YOY SA หนวย: เทา

References

Related documents

from pension split plus top-up; middle of SSAG range, leaves wife with 46.5% of income Briere v. on unequalized pension, SSAG rejected by judge Spousal support varied to

Meets expectations -- student demonstrates sufficient knowledge, skills, and abilities or does what is expected of students in collegiate business programs.. Does not meet

5.4.1 The Head of PSD holds responsibility for the management of police information and as such has responsibility for overseeing all related functions for

The Canadian Federal Government, on the other hand, manages the industrial quota, sets a target milk price each year, operates a support price program for butter and skim milk

Family Conference » entitled “CROSS ROADS 2019 VISIONARY DEVELOPMENTS IN CHILD AND FAMILY LAW”. Under the supervision of the Legal Officer Frédéric BREGER, I worked on

Quantitative Structure Analysis • Crystal structure determination • Crystal structure refinement • Charge density

Cell Phones No student cell phones visible in common spaces. [ES:

The first presentation will be on an element of popular culture relating specifically to the concept we are discussing that week (e.g., gender, race, culture, social norms, etc.)