1.
ขอบขาย
1.1 เอกสารฉบับนี้กําหนด ขั้นตอนการตรวจประเมิน เพื่อการใหการรับรอง ระบบบริหารจัดการตามมาตรฐาน สากล ซึ่งครอบคลุมถึงขั้นตอนตาง ๆ ในการตรวจประเมินเพื่อการรับรอง การตรวจติดตามผล และการ ตรวจประเมินเพื่อการรับรองใหม2.
เอกสารอางอิง
2.1 มอก. 9001 : ระบบการบริหารงานคุณภาพ : ขอกําหนด 2.2 มอก. 14001 : ระบบการจัดการสิ่งแวดลอม : ขอกําหนดและขอแนะนําในการใช 2.3 มอก.18001 : ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย : ขอกําหนด 2.4 มอก. 19011 : ขอแนะนําในการตรวจประเมินระบบการบริหารงานคุณภาพและ / หรือ ระบบการจัดการสิ่งแวดลอม 2.5 มอก.22000 : ระบบการจัดการความปลอดภัยของอาหาร : ขอกําหนดสําหรับองคกรในหวงโซอาหาร 2.6 มกอช. 9023-2550 : Code of Practice : General Principles of Food Hygiene2.7 มกอช. 9024-2550 : Hazard Analysis and critical control point (HACCP) system and Guidelines for its application
3.
นิยาม
3.1 การใหการรับรองระบบบริหารจัดการตามมาตรฐานสากล หมายถึง การที่หนวยรับรองใหการยอมรับ องคกร หรือผูประกอบการอยางเปนทางการ ในการปฏิบัติตามมาตรฐานและตามขอบขายที่ขอการรับรอง ซึ่งตอไปในเอกสารนี้จะเรียกวา “การใหการรับรอง” 3.2 ลูกคา / ผูยื่นคําขอ หมายถึง องคกรหรือผูประกอบการที่ประสงคจะขอรับการรับรองหรือเพิ่มขอบขายการ รับรอง3.3 ผูไดรับการรับรอง หมายถึง ผูยื่นคําขอที่ผานการตรวจประเมิน และไดรับการรับรองระบบบริหารจัดการ ตามมาตรฐานสากลที่ดําเนินการจากสํานักรับรองระบบคุณภาพ 3.4 สํานักรับรองระบบคุณภาพหมายถึงหนวยรับรองภายใตสังกัดสถาบันวิจัยวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีแหง ประเทศไทย (วว.) ซึ่งใหบริการตรวจประเมินและใหการรับรองระบบบริหารจัดการตามมาตรฐานสากล ซึ่งตอไปในเอกสารนี้จะเรียกวา “สรร.” 3.5 คณะกรรมการบริหารสํานักรับรองระบบคุณภาพ หมายถึง คณะบุคคลที่แตงตั้งโดย คณะกรรมการบริหาร สถาบันวิจัยวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีแหงประเทศไทย (วว.) ทําหนาที่บริหารงานและกํากับดูแลการ รับรองระบบบริหารจัดการตามมาตรฐานสากล ของสํานักรับรองระบบคุณภาพ ซึ่งตอไปในเอกสารนี้จะ เรียกวา “คณะกรรมการบริหารสรร.” 3.6 คณะกรรมการทบทวนการรับรอง หมายถึง คณะบุคคลที่สํานักรับรองระบบคุณภาพแตงตั้งขึ้นเพื่อทํา หนาที่ทบทวนผลการตรวจประเมิน และตัดสินใหการรับรองระบบบริหารจัดการตามมาตรฐานสากล ของผู ยื่น คําขอซึ่งตอไปในเอกสารนี้จะเรียกวา "คณะทบทวนการรับรอง" 3.7 ผูตรวจประเมิน (Assessor) หมายถึงบุคคลที่มีคุณสมบัติที่จะดําเนินการตรวจประเมินได 3.8 การตรวจประเมินเพื่อการรับรอง (Initial Assessment) หมายถึง การตรวจบันทึกหรือกิจกรรมในระบบ บริหารจัดการตามมาตรฐานสากล ที่ลูกคาขอรับการรับรอง เพื่อหาความสอดคลองหรือเปนไปตาม ขอกําหนดมาตรฐาน การตรวจประเมินเพื่อการรับรองระบบ จะแบงเปน 2 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 และ ขั้นตอนที่ 2 3.9 การตรวจประเมิน ขั้นตอนที่ 1 (Stage 1)หมายถึงการตรวจบันทึกหรือกิจกรรมในระบบบริหารจัดการตาม มาตรฐานสากล ที่ลูกคาขอรับการรับรอง เพื่อหาความสอดคลอง หรือเปนไปตามขอกําหนดมาตรฐานใน เบื้องตน เพื่อเปนการสํารวจตรวจสอบความพรอมของผูยื่นคําขอที่จะรับการตรวจประเมินเพื่อการรับรอง ซึ่งเปนสิ่งที่จะตองดําเนินการสําหรับระบบการบริหารงานคุณภาพ / ระบบ GMP / ระบบ HACCP และเปน ขั้นตอนภาคบังคับของ ระบบการจัดการสิ่งแวดลอม / ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย / ระบบการจัดการความปลอดภัยของอาหาร
3.10 การตรวจประเมิน ขั้นตอนที่ 2 (Stage 2) หมายถึง การตรวจบันทึกหรือกิจกรรมในระบบบริหารจัดการ ตามมาตรฐานสากล ที่ลูกคาขอรับการรับรอง เพื่อหาความสอดคลอง หรือเปนไปตามขอกําหนดมาตรฐาน ณ สถานประกอบการ ของผูรับการตรวจประเมิน เพื่อประเมินการนําระบบการบริหารจัดการ ไปปฏิบัติ รวมถึงประสิทธิผล 3.11 การตรวจติดตามผล (Surveillance assessment) หมายถึง การตรวจประเมินที่ดําเนินการในชวงกอน ครบรอบการตรวจประเมินเพื่อการรับรองใหม เพื่อติดตามและทวนสอบอยางตอเนื่องตอสถานภาพของ ระบบบริหารจัดการตามมาตรฐานสากลที่ลูกคาดําเนินการ เพื่อใหมั่นใจในการรักษาระบบวายังคงเปนไป ตามขอกําหนดมาตรฐาน 3.12 การตรวจประเมินเพื่อการรับรองใหม (Recertification) หมายถึง การตรวจประเมินเพื่อการรับรองระบบ บริหารจัดการตามมาตรฐานสากล ที่ลูกคาขอการรับรองซ้ําใหม หลังครบกําหนด 3 ป เพื่อหาความ สอดคลองหรือการเปนไปตามขอกําหนดมาตรฐาน 3.13 การตรวจติดตาม (Follow-up) หมายถึงการตรวจติดตามประสิทธิผลการแกไขขอบกพรอง 3.13 สิ่งที่ไมเปนไปตามขอกําหนด หรือขอบกพรอง (Nonconformity) หมายถึง ความลมเหลวที่จะเปนไปตาม ขอกําหนด 3.14 ขอบกพรองสําคัญ (Major Nonconformity) หมายถึง ขอกําหนดของมาตรฐานขอใดขอหนึ่ง หรือทั้งหมด ไมมีการนําไปปฏิบัติ และ/หรือ มีเหตุนํามาซึ่งความเสียหายอยางรายแรงตอระบบ และ/หรือ มีขอบกพรอง ประเภทขอบกพรองยอยเกิดขึ้นหลายๆประเด็นในขอกําหนดนั้นๆแลวกระทบกับระบบบริหารจัดการตาม มาตรฐานสากลที่ลูกคาดําเนินการโดยรวม ทั้งนี้สําหรับระบบ GMP / ระบบ HACCP / ระบบ ISO 22000 จะรวมถึงขอบกพรอง ที่ทําใหเกิดความเสี่ยง หรือ สงผลกระทบตอสุขภาพของผูบริโภค และ / หรือ สาธารณชน (Public Health) 3.15 ขอบกพรองยอย (Minor Nonconformity) หมายถึง บางสวนของขอกําหนดของมาตรฐานขอใดขอหนึ่งมี การละเลยหรือปฏิบัติไมครอบคลุม 3.16 ขอสังเกต (Observation) หมายถึง สิ่งที่ไมถือเปนขอบกพรอง แตหากปลอยทิ้งไวหรือละเลย อาจนําไป สูขอบกพรองไดรวมถึงขอเสนอแนะหรือโอกาสเพื่อการปรับปรุง (opportunity for improvement)
4.
ขั้นตอนการตรวจประเมิน
4.1 ทั่วไป ขั้นตอนการตรวจประเมินประกอบดวย 3 ขั้นตอนใหญดังนี้ (1) การแตงตั้งคณะผูตรวจประเมิน (2) การทบทวนเอกสารและการจัดทํากําหนดการตรวจประเมิน (3) การตรวจประเมิน 4.2 การแตงตั้งคณะผูตรวจประเมิน 4.2.1 สรร. จะแตงตั้งคณะผูตรวจประเมิน เพื่อตรวจประเมินความเปนไปตามขอกําหนดของมาตรฐานที่ ลูกคาขอการรับรอง 4.2.2 การแตงตั้งคณะผูตรวจประเมินจะทําอยางเปนทางการ โดยประกอบดวยหัวหนาผูตรวจประเมิน และผูตรวจประเมินอีกจํานวนหนึ่งตามความเหมาะสม ทั้งนี้ อาจมีผูเชี่ยวชาญดวยได (ตามความ จําเปน) ซึ่งตองกําหนดอํานาจหนาที่ใหชัดเจนและแจงใหผูยื่นคําขอทราบ 4.2.3 การแตงตั้งผูตรวจประเมินตองยึดหลักดังนี้ 4.2.3.1 เปนผูที่มีคุณสมบัติสอดคลองตามขอกําหนดมาตรฐาน ISO 19011 4.2.3.2 ผานการอบรม หรือ ศึกษาหลักเกณฑของการใหการรับรอง และขั้นตอนการดําเนินการ เพื่อการใหการรับรองของสรร. 4.2.3.3 ผานการอบรม หลักสูตรการตรวจประเมินในระบบบริหารจัดการตามมาตรฐานสากล ที่ทําการตรวจประเมิน และมีความเขาใจในวิธีการตรวจประเมิน และในเอกสารการ ตรวจประเมินที่เกี่ยวของ 4.2.3.4 คณะผูตรวจประเมินอยางนอย 1 คน ตองมีความรูทางวิชาการ ในกิจกรรมที่ทําการตรวจ ประเมินโดยมี ISIC Code ตรงกับธุรกิจที่ตรวจประเมิน 4.2.3.5 คณะผูตรวจประเมิน ตองประกอบดวยผูมีความรูดานกฎหมายที่เกี่ยวของกับธุรกิจนั้น ๆ เชน กฎหมายอาหาร กฎหมายสิ่งแวดลอม ความรูเรื่องสิ่งแวดลอม ผลกระทบ และการ บําบัดมลพิษสิ่งแวดลอม เปนตน โดยพิจารณาจากความจําเปนของระบบที่ไปตรวจ ประเมินรวมอยูดวย 4.2.3.6 มีความสามารถในการสื่อความ4.2.3.7 ปลอดจากผลประโยชน ที่อาจทําใหสมาชิกในคณะ ปฏิบัติตนอยางไมเปนกลาง ไมนา เชื่อถือหรืออยางไมเสมอภาครวมทั้ง (1) ผูตรวจประเมินตองไมเคยใหคําปรึกษาหรือทําหนาที่เปนผูตรวจประเมินใหกับผู ยื่นคําขอซึ่งอาจมีผลตอกระบวนการและการตัดสินใหการรับรองระบบบริหาร จัดการตามมาตรฐานสากล (2) ผูตรวจประเมินตองไมเปนผูถือหุนในหนวยงานของผูยื่นคําขอหรือมีสวนไดสวน เสียซึ่งอาจมีผลตอการตัดสินใจ (3) ผูตรวจประเมินตองปลอดจากแรงกดดันทางการคาและ/หรือการเงินใดๆ 4.2.4 กอนทําการตรวจประเมิน ผูตรวจประเมินตองลงนามในคําแถลงการรักษาความลับ และการไมมี สวนไดสวนเสีย 4.2.5 สรร. ตองแจงชื่อผูไดรับการแตงตั้งเปนผูตรวจประเมินใหผูยื่นคําขอทราบ และใหการยอมรับ อาจ แนบสําเนาคําแถลงการรักษาความลับ และการไมมีสวนไดสวนเสียของคณะผูตรวจประเมินแตละ คน (กรณีที่มีการรองขอ) 4.3 การทบทวนเอกสารและการจัดทําแผนการตรวจประเมิน คณะผูตรวจประเมินจะตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวของระหวาง สรร. และผูยื่นคําขอ และทบทวนเอกสารของ ผูยื่นคําขอ โดยจัดทํารายงานการตรวจประเมินเอกสารและแผนการตรวจประเมิน สรร. จะจัดสงแผนการ ตรวจประเมินลวงหนากอนการตรวจประเมิน ระยะเวลาเพียงพอใหผูยื่นคําขอพิจารณา ในการยอมรับทีม ผูตรวจประเมินและแผนการตรวจประเมิน 4.4 การตรวจประเมิน การตรวจประเมินประกอบดวย 2 ขั้นตอนดังนี้ 4.4.1 การตรวจประเมินขั้นตอนที่ 1 (Stage 1) การตรวจประเมินขั้นตอนที่ 1 มีวัตถุประสงคที่จะไดรับขอมูลและเขาใจในระบบการบริหารจัดการ ตามมาตรฐานสากลขององคกรที่รับการตรวจประเมินเพื่อวางแผนการตรวจประเมินในขั้นตอนที่ 2 4.4.1.1 การตรวจประเมินขั้นตอนที่ 1 (Stage 1) ตองดําเนินการดังนี้ (1) ตรวจประเมินระบบการจัดการเอกสารของผูรับการตรวจประเมิน (2) ประเมินตําแหนงที่ตั้งและเงื่อนไขเฉพาะตางๆของสถานที่ตั้งและความเขาใจของผูรับ การตรวจประเมินสําหรับการเตรียมการตรวจในขั้นตอนที่ 2
(3) ทบทวนสถานะ และความเขาใจในขอกําหนดของมาตรฐาน โดยเฉพาะกับประเด็นที่ตอง ระบุ การกระทําหลัก ๆ (Key performance) หรือ มุมมองสําคัญ ๆ (Significant aspects) ที่เกี่ยวของกับขอบขายและการดําเนินงานของระบบบริหารจัดการ
(4) เก็บรวบรวมขอมูลที่จําเปนในการตรวจประเมินที่เกี่ยวกับ ขอบขายการรับรอง กระบวนการ ผลิต สถานที่ตั้งกฎหมายและขอกําหนดทางกฎหมายกรณีระบบ ISO 22000 ตองรวบรวม ขอมูลของ ระบบการการบริหารจัดการดานความปลอดภัยของอาหาร เรื่อง food safety, hazard identification analysis, HACCP plan, PRPs, policy and objectives ที่เกี่ยวกับ การดําเนินการของผูรับการตรวจประเมิน (5) ทบทวนการจัดสรรทรัพยากรในการตรวจ ขั้นตอนที่ 2 เชน ผูตรวจประเมินที่มี ISIC Code, ภาษาเปนตน และตกลงกับผูรับการตรวจประเมินถึงขั้นตอนในการตรวจขั้นตอนที่ 2 (6) มุงเนนการวางแผนการตรวจประเมินขั้นตอนที่ 2 โดยทําความเขาใจระบบบริหารจัดการของ ลูกคารวมทั้งการดําเนินงานและมุมมองสําคัญๆ (Significant aspects) (7) ทวนสอบวาไดมีการดําเนินการตรวจติดตามภายในและการทบทวนของฝายบริหารและ พรอมรับการประเมินในขั้นตอนที่ 2 หรือไมอยางไร 4.4.1.2 ตองระบุสิ่งที่ตรวจพบ (Finding) เปนเอกสาร และสื่อสารใหผูรับการตรวจประเมินทราบ รวมทั้ง ระบุจุดที่อาจเปนขอบกพรองในการตรวจประเมินขั้นตอนที่ 2 ซึ่งตองมีการแจงใหลูกคาทราบวาผล จากการตรวจประเมินขั้นตอนที่ 1 อาจจะมีผลใหเลื่อนหรือยกเลิกการตรวจประเมินในขั้นตอนที่ 2 4.4.1.3 จะตองมีระยะเวลาเพียงพอ สําหรับผูรับการตรวจประเมินในการดําเนินการแกไข ในสิ่งที่ถูกตรวจ พบกอนการดําเนินการตรวจประเมินขั้นตอนที่ 2 ทั้งนี้ ตองมีระยะหางระหวางการตรวจประเมิน ขั้นตอนที่ 1 กับการตรวจประเมินขั้นตอนที่ 2 ไมเกิน 6 เดือน หากเกินเวลาตองทําการตรวจ ประเมินขั้นตอนที่ 1 ใหม 4.4.1.4 การตรวจประเมิน ขั้นตอนที่ 1 ควรดําเนินการ ณสถานประกอบการ ทั้งนี้ขึ้นอยูกับหัวหนาผูตรวจ ประเมินกับผูรับการตรวจประเมินจะตกลงกัน ถึงวิธีการที่ดีที่สุดในการบรรลุตามวัตถุประสงคของ การตรวจประเมินขั้นตอนที่ 1 4.4.1.5หากไมดําเนินการณสถานประกอบการในขั้นตอนที่ 1 ตองระบุเหตุผล 4.4.1.6กรณี ระบบ ISO 14001 และ ISO 22000 ตองทําการตรวจประเมิน ณ สถานประกอบการใน ขั้นตอนที่ 1 และผลจากการตรวจประเมิน หากพบวาระบบการบริหารจัดการถูกนําไปปฏิบัติ และ
มีประสิทธิผล อาจไมตองตรวจบางขอกําหนดในขั้นตอนที่ 2 แตตองระบุอางอิงวาสอดคลองตาม ขอกําหนดจากการตรวจประเมินในขั้นตอนที่ 1 ไวในรายงานการตรวจประเมินขั้นตอนที่ 2 4.4.2 การตรวจประเมินขั้นตอนที่ 2 (Stage 2) 4.4.2.1 หัวหนาผูตรวจประเมิน / ผูตรวจประเมิน ตองดําเนินการตรวจประเมิน ขั้นตอนที่ 2 ณ สถาน ประกอบการของผูรับการตรวจประเมิน เพื่อประเมินการนําระบบบริหารจัดการไปปฏิบัติ รวมถึง ประสิทธิผลของระบบ 4.4.2.2 การตรวจประเมินขั้นตอนที่ 2 อยางนอยตองประกอบดวย (1) หลักฐานของการเปนไปตามขอกําหนดทั้งหมด (2) ผลการดําเนินงานตามวัตถุประสงคและเปาหมายหลัก (3) ผลการดําเนินงานเปนไปตามกฎหมาย (4) การควบคุมกระบวนการ (5) การตรวจประเมินภายในและการทบทวนของฝายบริหาร (6) ฝายบริหารมีหนาที่ความรับผิดชอบในนโยบาย (7) ความเชื่อมโยงระหวางขอกําหนด นโยบาย ผลการดําเนินงานตามวัตถุประสงคและเปาหมายที่ สอดคลองกับความคาดหมายของมาตรฐาน กฎหมาย หนาที่ความรับผิดชอบ ความรู ความสามารถของบุคลากรขอมูลผลการดําเนินงานและผลสรุปการตรวจประเมินภายใน 4.4.2.3 การตรวจประเมินณสถานประกอบการ 4.4.2.3.1 การประชุมเปดการตรวจประเมิน (Opening meeting) การตรวจประเมินจะเริ่มดวยการประชุมเปดการตรวจประเมิน รวมกับผูบริหารระดับสูง หรือผูแทนผูบริหารของผูยื่นคําขอวัตถุประสงคของการประชุมเปดการตรวจประเมินคือ (1) เปนการแนะนําคณะผูตรวจประเมินตอผูบริหารระดับสูงของบริษัท (2) เพื่อเปนการทบทวนขอบขายและวัตถุประสงคของการตรวจประเมิน (3) เพื่อชี้แจงรูปแบบและวิธีการที่ใชในการตรวจประเมิน (4) เพื่อสรางความสัมพันธในการสื่อสาร ระหวางผูตรวจประเมิน และผูรับการตรวจ ประเมิน (5) เพื่อเปนการยืนยันความพรอมทรัพยากร และสิ่งอํานวยความสะดวกตาง ๆ ที่ จําเปนสําหรับคณะผูตรวจประเมิน
(6) เพื่อยืนยันวันและเวลาในการปดประชุม (Closing meeting) เพื่อทําความเขาใจ และแกไขขอของใจจุดที่ยังไมชัดเจนในกําหนดการตรวจประเมิน 4.4.2.3.2 การตรวจประเมิน การตรวจประเมิน จะประกอบดวย การสัมภาษณ การตรวจเอกสาร และการสังเกต กิจกรรม และสภาวะของพื้นที่ที่ตรวจ พรอมบันทึกสิ่งที่อาจเปนเหตุนําไปสูความไม เปนไปตามขอกําหนดของระบบที่ทําการตรวจประเมิน ทั้งนี้ การตรวจประเมินสามารถ ครอบคลุมถึงรายละเอียดที่ไมไดเขียนไวในรายการตรวจประเมิน (Checklist) ขอมูลที่ได จากการสัมภาษณจะตองยืนยันจากแหลงขอมูลอิสระอื่น ๆ เชน การสังเกต การวัด และ การบันทึกในระหวางการตรวจประเมิน หัวหนาผูตรวจประเมินอาจเปลี่ยนแปลง กําหนดการตรวจประเมินได ตามความเหมาะสม โดยความเห็นชอบของผูรับการตรวจ ประเมิน เพื่อใหการตรวจประเมิน เปนไปอยางมีประสิทธิผล และบรรลุวัตถุประสงคของ การตรวจประเมิน 4.4.2.3.3 การบันทึกสิ่งที่พบจากการตรวจประเมิน สิ่งที่พบจากการตรวจประเมินทั้งหมด ตองบันทึกไว และหลังจากเสร็จสิ้นการตรวจ ประเมิน คณะผูตรวจประเมินตองประชุมรวมกัน เพื่อสรุปวาสิ่งที่ตรวจพบรายการใด ถือเปนขอบกพรอง การเขียนรายงานขอบกพรองตองกระชับ และมีหลักฐานสนับสนุนที่ เปนรูปธรรม และใหอางถึงขอกําหนดใหชัดเจน โดยเขียนรายงานขอบกพรองในแบบ รายงานความไมเปนไปตามขอกําหนด 4.4.2.3.4 การประชุมปดการตรวจประเมิน (Closing meeting) หลังจากการตรวจประเมินแลวเสร็จ คณะผูตรวจประเมินดําเนินการประชุมปดการตรวจ ประเมินเพื่อรายงานขอบกพรองที่พบจากการตรวจประเมิน (ถามี) ตอผูบริหารระดับสูง ของผูรับการตรวจประเมิน เพื่อทําความเขาใจผลของการตรวจประเมินใหถูกตองตรงกัน และตัวแทนของฝายบริหารของผูรับการตรวจประเมินลงชื่อรับทราบขอบกพรอง ในแบบ รายงานความไมเปนไปตามขอกําหนดและถายสําเนารายงานขอบกพรองไว 1 ชุด
4.5 การเขียนรายงานการตรวจประเมินใหผูยื่นคําขอทราบ หลังจากตรวจประเมินแลวเสร็จ หัวหนาผูตรวจประเมิน / ผูตรวจประเมิน ตองเขียนรายงานผลการตรวจ ประเมินใหแลวเสร็จภายใน 2 สัปดาหและสรร. จะแจงผลการตรวจประเมินใหผูยื่นคําขอทราบเอกสารที่สง ใหผูยื่นขอรับการรับรองประกอบดวย - จดหมายนําสงรายงานผลการตรวจประเมินกรณีที่สงรายงานในวันที่ตรวจประเมินไมตอง จัดทําจดหมายนําสงรายงาน - รายงานผลการตรวจประเมิน - รายงานขอบกพรอง (ถามี) 4.6 ในกรณีที่พบขอบกพรองใหปฏิบัติผูยื่นคําขอตองสงแนวทางการแกไขขอบกพรองโดย (1) กรณี ISO 9001 / ISO 14001 / มอก. 18001 / OHSAS 18001
y ถาพบ Major nonconformity ใหสงแนวทางการแกไขภายใน 30 วัน และสงเอกสาร หลักฐานการแกไขภายใน 90 วัน นับจากวันที่ออกรายงานขอบกพรอง ทั้งนี้ ในกรณีที่ จําเปนตองมีการตรวจติดตามผลการปฏิบัติการแกไข (Follow - up) ตามดุลยพินิจของ หัวหนาผูตรวจประเมิน ตองดําเนินการภายใน 6 เดือน นับจากวันสุดทายของการตรวจ ประเมิน y ถาพบ Minor nonconformity ใหสงแนวทางการแกไขภายใน 30 วัน และ/หรือสง เอกสารหลักฐานการแกไขภายใน 90 วัน นับจากวันที่ออกรายงานขอบกพรอง ตาม ดุลยพินิจของหัวหนาผูตรวจประเมิน และตรวจติดตามผลการปฏิบัติการแกไข ในการ ตรวจติดตามผลครั้งตอไป (Surveillance Assessment) (2) กรณี GMP / HACCP / ISO 22000 y ถาพบ Major nonconformity ใหสงแนวทางการแกไขภายใน 30 วัน และสงเอกสาร หลักฐานการแกไขภายใน 90 วัน นับจากวันที่ออกรายงานขอบกพรอง ทั้งนี้ ในกรณีที่ จําเปนตองมีการตรวจติดตามผลการปฏิบัติการแกไข (Follow - up) ตามดุลยพินิจของ หัวหนาผูตรวจประเมิน ตองดําเนินการภายใน 6 เดือน นับจากวันสุดทายของการตรวจ ประเมิน
y กรณี Major nonconformity ที่พบสงผลกระทบตอสาธารณชน (Public health) ตอง ดําเนินการแกไขทันที และตองใหแลวเสร็จภายใน 7 วัน หรือขึ้นกับดุลยพินิจของ หัวหนาผูตรวจประเมินนับจากวันที่ออกรายงานขอบกพรอง y ถาพบ Minor nonconformity ใหสงแนวทางการแกไขภายใน 30 วัน และ/หรือสง เอกสารหลักฐานการแกไขภายใน 90 วัน นับจากวันที่ออกรายงานขอบกพรอง ตาม ดุลยพินิจของหัวหนาผูตรวจประเมิน และตรวจติดตามผลการปฏิบัติการแกไข ในการ ตรวจติดตามผลครั้งตอไป (Surveillance Assessment) y การตัดสินวาจะเลือกกรณีใดพิจารณาจากหลักเกณฑดังนี้ - ความรุนแรงของขอบกพรองนั้น - การสงผลกระทบตอความปลอดภัยของผูบริโภค หมายเหตุ : (1) กรณีที่ลูกคาไมสงแนวทางการแกไขภายใน 30 วัน หรือไมสงเอกสารหลักฐานการแกไข ภายใน 90 วัน ตามที่กําหนด ตองชี้แจงเหตุผลใหทราบเปนลายลักษณอักษร โดย ผูอํานวยการ สรร. เปนผูทบทวน และตัดสินในการอนุมัติขยายเวลา ซึ่งตองไมเกิน 30 วัน นับจากเวลาแลวเสร็จที่กําหนดไวกอนหนา (2) กรณีที่ลูกคาสงเอกสารหลักฐานการแกไขเกินกําหนดระยะเวลา 120 วัน (นับรวมระยะเวลา ที่อนุมัติขยายเวลาการแกไขเพิ่มอีก 30 วันแลว) สรร. ขอสงวนสิทธิในการพิจารณาใหมี การตรวจติดตามผลการปฏิบัติการแกไขขอบกพรอง (Follow-up) หรือการตรวจติดตาม ซ้ําใหม (Re-Assessment) ทั้งนี้ ขึ้นกับระดับความรุนแรงของขอบกพรองและความมั่นใจใน ความสามารถในการรักษาระบบของผูยื่นคําขอ และคิดคาใชจายที่เกิดขึ้นในการดําเนินการ ดังกลาวกับผูยื่นคําขอ เมื่อสรร. ไดรับแนวทางการแกไขขอบกพรองและ/หรือหลักฐานการแกไขหัวหนาผูตรวจประเมิน/ ผูตรวจ ประเมินจะพิจารณาวาแนวทางการแกไขดังกลาวสามารถยอมรับไดหรือไม และตองการหลักฐานการ แกไขหรือไมอยางไร ซึ่งจะแจงผลการพิจารณาแนวทางการแกไขดังกลาวใหลูกคาทราบ หากแนวทาง ดังกลาว และ/หรือ หลักฐานการแกไขเปนที่ยอมรับ หัวหนาผูตรวจประเมินจะจัดทํารายงานเสนอ คณะกรรมการทบทวนการรับรองพิจารณาใหการรับรองตอไป
5.
ขอเสนอแนะตอการใหการรับรอง
5.1 ในการสรุปขอเสนอแนะตอคณะทบทวนการรับรองหัวหนาผูตรวจประเมินตองพิจารณาถึง (1) ความพรอมของฝายบริหารของผูยื่นคําขอในการดําเนินการระบบบริหารจัดการตามมาตรฐานสากล ในสวนที่เกี่ยวกับขอบขายที่ขอรับการรับรอง (2) จํานวนและระดับความรุนแรงของขอบกพรองแตละขอที่พบในการตรวจประเมิน 5.2 ในกรณีที่พบวามีความสามารถและไมพบขอบกพรองใด ๆ หรือในกรณีที่มีขอบกพรองอยูบาง และไดรับ การแกไขกอนประชุมสรุปผลการตรวจประเมิน หรือไดรับการแกไขภายในระยะเวลาที่กําหนดไวในขอ 4.6 โดยทั่วไปหัวหนาผูตรวจประเมินจะเสนอเพื่อใหการรับรอง 5.3 ในกรณีที่ (1) พบวาไมมีความสามารถหรือ (2) จํานวนและระดับความรุนแรงของขอบกพรองที่พบ ทําใหเห็นไดชัดวาระบบบริหารจัดการตาม มาตรฐานสากลโดยรวมของผูยื่นคําขอไมมีความพรอมเพียงพอ หัวหนาผูตรวจประเมินจะเสนอเพื่อ ไมใหการรับรอง 5.4 หากคณะทบทวนการรับรอง มีขอสงสัยเกี่ยวกับผลการตรวจประเมินตามรายงาน อาจขอใหมีการตรวจ ประเมินเพิ่มเติม ซึ่งจะนํามาพิจารณาดวย หรืออาจเสนอใหเพิ่มความถี่ของการตรวจติดตามผล หลังจาก ใหการรับรองแลวจนกวาการปฏิบัติงานของผูยื่นคําขอ / ผูไดรับการรับรองเปนที่ยอมรับได 5.5 เมื่อคณะทบทวนการรับรองเห็นชอบในผลการตรวจประเมิน จะพิจารณาอนุมัติใหการรับรอง และเสนอ ประธานคณะกรรมการบริหารสรร. เพื่ออนุมัติการใหการรับรองตอไป6.
การตรวจติดตามผล
การตรวจประเมิน
กรณีขยายขอบขาย
และการตรวจประเมินเพื่อการรับรองใหม
6.1 สรร. จะตรวจติดตามผลการรักษาระบบของผูไดรับการรับรองแลวอยางสม่ําเสมออยางนอยปละ 1 ครั้งซึ่ง อาจตรวจประเมินระบบทั้งหมด หรือเพียงบางสวนตามความเหมาะสม โดยจัดทําแผนการตรวจติดตามผล ใหครอบคลุมขอกําหนดในการรับรองระบบทุกขอกอนครบรอบการตรวจประเมินเพื่อการรับรองใหม6.2 ผูไดรับการรับรองตองรักษาและปฏิบัติตามขั้นตอนการดําเนินงานของตน ใหเปนไปตามหลักเกณฑของ การรับรองหากผูไดรับการรับรองไมสามารถปฏิบัติได อาจมีผลใหตองลดขอบขายพักใชยกเลิก หรือ เพิก ถอนการรับรอง 6.3 สรร. สงวนสิทธิ์ในการปรับแผนการตรวจติดตามผลใหบอยครั้งขึ้นในกรณีดังตอไปนี้ (1) เปนผลการพิจารณาของคณะทบทวนการรับรอง (2) มีเหตุอันทําใหสงสัยวาสมรรถนะลดหยอนลง (3) มีการปรับเปลี่ยนในสาระสําคัญที่มีผลตอกิจกรรม และการดําเนินการของผูไดรับการรับรอง เชน มี การปรับเปลี่ยนโครงสรางองคกรที่สําคัญ (4) เมื่อมีการวิเคราะหขอรองเรียนหรือขอมูลแลวเห็นวา ผูไดรับการรับรองไมเปนไปตามขอกําหนดของ มาตรฐานระบบคุณภาพที่ไดรับการรับรองและของสรร. (5) มีการเปลี่ยนแปลงขอบขายการรับรอง 6.4 การตรวจติดตามผลที่กําหนดแผนไวนี้ ตองดําเนินการใหครบถวนทุกหัวขอ และหัวหนาผูตรวจประเมินอาจ เพิ่มเติมหัวขอที่จะตรวจประเมินไดตามความเหมาะสม 6.5 การตรวจประเมิน กรณีขยายขอบขายการรับรอง และการตรวจประเมินเพื่อการรับรองใหม ใหดําเนินการ เชนเดียวกับการตรวจประเมินเพื่อการรับรองตามที่กําหนดไวในเอกสารนี้ 6.6 การดําเนินการเพื่อแกไขขอบกพรองที่พบจากการตรวจติดตามผล การตรวจประเมินกรณีขยายขอบขาย การรับรอง หรือการตรวจประเมินเพื่อการรับรองใหม ตองเปนไปเชนเดียวกับการตรวจประเมินเพื่อการ รับรองครั้งแรกตามขอ 4.6