107
บทวิจารณหนังสือ (Book Review):
Structural Equation Modeling with AMOS: Basic Concepts, Applications, and Programming. Second Edition. 2010
ทองใบ สุดชารี
a*, Ph.D.
aรองศาสตราจารย คณะบริหารธุรกิจและการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี
*Corresponding Author. E-mail address: [email protected] เนื้อหาของหนังสือ
หนังสือเลมนี้ ผูแตงไดปรับปรุงและจัดพิมพขึ้นเปนครั้งที่ 2 ตีพิมพในป 2010 สวนการ พิมพครั้งแรกตีพิม พในป 2001 โดยผูแตงไดแบงการนําเสนอในหนังสือเลมนี้ออกเปน 5 สวน (Section) มีเนื้อหาจํานวน 13 บท และความยาวในการนําเสนอ 396 หนา ดังนี้
สวนที่ 1 บทนํา (Introduction) เปนการนําเสนอความรูเบื้องตนของตัวแบบสมการ โครงสราง และการใชโปรแกรม AMOS (Analysis of Moment Structure) มีเนื้อหา 2 บท คือ
บทที่ 1 ตัวแบบสมการโครงสราง (Structural Equation Models: SEM ) เปนการ กลาวนําถึงแนวคิดเบื้องตนของตัวแปรแฝง (Latent Variables) ตัวแปรสังเกตได (Observed Variables) และการนําเสนอแนวคิดพื้นฐานที่สําคัญของตัวแบบสมการโครงสราง
บทที่ 2 การใชโปรแกรมเอมอส (Using the AMOS Program) เปนการนําเสนอการ ใชโปรแกรม AMOS พรอมกับการยกตัวอยางที่จําเปนสําหรับผูที่เริ่มใชโปรแกรมนี้ และทําใหสามารถ ใชงานไดอยางมีประสิทธิภาพ
สวนที่ 2 การประยุกตใชโปรแกรมในการวิเคราะหขอมูลจากกลุมตัวอยางที่เปนกลุมเดียว (Applications in Single-group Analyses) เปนการนําเสนอวิธีการวิเคราะหของมูลของตัวแบบ สมการโครงสราง สําหรับกลุมตัวอยางเพียงกลุมเดียว มีเนื้อหา 4 บท คือ
บทที่ 3 การทดสอบความเที่ยงตร งทางโครงสรางในทางทฤษฎี (Testing for the Factorial Validity of a Theoretical Construct) เปนการทดสอบ องคประกอบเชิงยืนยันของ โครงสรางในทางทฤษฎี (Confirmatory Factor Analysis: CFA) ซึ่งเปนการทดสอบองคประกอบเชิง ยืนยันของตัวแบบในขั้นที่ 1 (First-order CFA Model)
บทที่ 4 การทดสอบความเที่ยงตรงทางโครงสรางของคะแนนจากการวัด (Testing for the Factorial Validity of Scores from a Measuring Instrument) เปนการทดสอบองคประกอบ เชิงยืนยันของสมการโครงสรางที่ไดจากการวัด และเปนการทดสอบองคประกอบเชิงยืนยันของตัวแบบ ในขั้นที่ 1
บทที่ 5 การทดสอบความเที่ยงตรงทางโครงสรางของคะแนนจากการวัด (Testing for the Factorial Validity of Scores from a Measuring Instrument) เปนการทดสอบองคประกอบ
108
เชิงยืนยันของโครงสรางจากการวัด (CFA) โดยเปนการทดสอบองคประกอบเชิงยืนยันของตัวแบบใน ขั้นที่ 2 (Secondary-order CFA Model)
บทที่ 6 การทดสอบความเที่ยงตรงของตัวแบบโครงสรางเชิงสาเหตุ (Testing for The Validity of a Causal Model) เปนการทดสอบตัวแบบเชิงสาเหตุที่ผูวิจัยพัฒนาขึ้นมาจากขอมูลเชิง ประจักษ ผูแตงไดอธิบายเกณฑตางๆ ที่ใชวัดความสอดคลองกับดัชนี ความกลมกลืนแบบตางๆ (Goodness-of-Fit Indices)
สวนที่ 3 การประยุกตใชโปรแกรมในการวิเคราะหขอมูลหลายกลุม (Applications in Multiple-group Analyses) เปนการนําเสนอวิธีการวิเคราะหขอมูลของตัวแบบสมการโครงสราง สําหรับกลุมตัวอยางตั้งแต 2 กลุมขึ้นไป มีเนื้อหา 3 บท คือ
บทที่ 7 การทดสอบความเทากันของคะแนนองคประกอบจากการวัด (Testing for the Factorial Equivalence of Scores from a Measuring Instrument) เปนการทดสอบ องคประกอบเชิงยืนยันของโครงสรางจากการวัด เพื่อประเมินปญหาตางๆ ที่เกิดขึ้นจากการทดสอบ โดยการใชขอมูลของกลุมตัวอยางตั้งแต 2 กลุมขึ้นไป นํามาเปรียบเทียบกัน ซึ่งถือวาเปนการทดสอบ องคประกอบเชิงยืนยันขั้นที่ 1
บทที่ 8 การทดสอบความเทากันของโครงสรางคาเฉลี่ยของตัวแปรแฝง (Testing for the Equivalence of Latent Mean Structures) เปนการทดสอบองคปร ะกอบเชิงยืนยันของ คาเฉลี่ยของโครงสรางของตัวแปรแฝงขั้นที่ 1 โดยการใชขอมูลของกลุมตัวอยางตั้งแต 2 กลุมขึ้นไป นํามาเปรียบเทียบกัน
บทที่ 9 การทดสอบความเทากันของโครงสรางตัวแบบเชิงสาเหตุ (Testing for The Equivalence of a Causal Structures) เปนการทดสอบเพื่ อยืนยันตัวแบบเชิงสาเหตุของสมการ โครงสราง โดยการใชขอมูลจากกลุมตัวอยางตั้งแต 2 กลุมขึ้นไป นํามาเปรียบเทียบกัน
สวนที่ 4 การประยุกตใชโปรแกรมในงานวิจัยที่สําคัญอื่นๆ (Other Important Applications) เปนการนําเสนอวิธีการวิเคราะหตัวแบบสมการโครงสรางที่สําคัญอีก 2 ตัวแบบที่
นักวิจัยควรใหความสนใจ มีเนื้อหา 2 บท คือ
บทที่ 10 การทดสอบความเที่ยงตรงของโครงสราง (Testing for Construct Validity) เปนการทดสอบองคประกอบเชิงยืนยันของตัวแบบที่หลากหลาย (The Multitrait- multimethod Model: MTMM) โดยมีตัวแบบยอยที่สําคัญจํานวน 5 ตัวแบบ นํามาเปนตัวอยางใน การประยุกต
บทที่ 11 การทดสอบตัวแบบที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา (Testing for Construct Change Overtime) เปนการนําเสนอการทดสอบตัวแบบของตัวแปรแฝงที่มีการเปลี่ยนแปลง ตลอดเวลา
109
สวนที่ 5 การนําเสนอหัวขอสําคัญอื่นๆ (Other Important Topics) เปนการนําเสนอ วิธีการทดสอบตัวแบบสมการโครงสรางที่เกี่ยวของกับประเด็นสําคัญอื่นๆ นอกจากที่ไดนําเสนอไปแลว ในสวนอื่นๆ ของหนังสือเลมนี้ โดยแบงการนําเสนอเนื้อหาออกเปน 2 บทสุดทาย คือ
บทที่ 12 การทดสอบดวยวิธีการบูทสแทร็ปปงสําหรับการวิเคราะหขอมูลที่ไมปกติ
(Bootstrapping as an Aid to Nonnormal Data) เพื่อใชในการประมาณคาพารามิเตอรที่เหมาะสม ที่สุด
บทที่ 13 การทดสอบประเด็นปญหาที่เกิดจากคาไมสมบูรณของขอมูล (Addressing the Issue of Missing) เปนการวิเคราะหองคประกอบเชิงยืนยันของตัวแบบสมการโครงสรางที่ใช
ขอมูลไมสมบูรณ หรือขอมูลขาดหายไปของตัวแปรบางตัวแปร บทวิจารณ
ผูแตงหนังสือเลมนี้ คือ Barbara M. Byrne สําเร็จการศึกษาระดับปริญญาโททางสังคม วิทยา และปริญญาเอกทางการศึกษา จากมหาวิทยาลัยออตตาวา (University of Ottawa) ประเทศ แคนนาดา ปจจุบันเธอเปนอาจารยประจําภาควิชาจิตวิทยามหาวิทยาลัยออตตาวา ดํารงตําแหนง ศาสตราจารยเกียรติคุณ (Emeritus Professor) เธอแตงหนังสือเลมนี้ เปนคนแรกๆ ของโลก และใน ระหวางการเรียบเรียงเธอไดประสานงานกับผูพัฒนาโปรแกรม AMOS คือ James L. Arbuckle จาก การติดตามผลงานของเธอพบวา ผูแตงเปนผูมีความสนใจการวิจัยที่ประยุกตใชสถิติสําหรับการ วิเคราะหตัวแปรเชิงพหุ โดยเฉพาะการวิเคราะหตัวแบบสมการโครงสราง (SEM Model) หนังสือที่เธอ แตงนอกเหนือจากเลมนี้ คือ A Primer of LISREL: Basic Applications and Programming for Confirmatory Factor Analytic Models (1989), Structural Equation Modeling with EQS and EQS/WINDOWS: Basic Concepts, Applications, and Programming (1994), Structural Equation Modeling With Lisrel, Prelis, and Simplis: Basic Concepts, Applications, and Programming (1998), Structural Equation Modeling With Eqs: Basic Concepts, Applications, And Programming (Multivariate Applications) (2006), Structural Equation Modeling with Mplus: Basic Concepts, Applications, and Programming (2011)
การแตงและเรียบเรียงหนังสือเลมนี้ ผูแตงไดใชโปรแกรม AMOS เวอรชั่น 17 ในการ วิเคราะหขอมูลและนํามาใชเปนตัวอยางในหนังสือเลมนี้ โดยมีวัตถุประสงคสําคัญในการแตงหนังสือ เพื่อใหผูใชสถิติที่ใช SEM ในการวิเคราะหขอมูล และเกิดปญหายุงยากในการเขียนคําสั่งเพื่อการ วิเคราะหขอมูล เชน กรณีการใช้โปรแกรม LISREL ได้เกิดความสะดวกในการวิเคราะห์ข้อมูล โดย การใช้โปรแกรม AMOS และให้สามารถใช้กราฟฟิกจากโปรแกรมนีได้ทันที
จากการวิเคราะหเปรียบเทียบศักยภาพการใชงาน ของโปรแกรม AMOS กับโปรแกรมอื่น ของ Albright & Park (2009) จากศูนยใหบริการการวิเคราะหขอมูลทางสถิติและคอมพิวเตอร แหง มหาวิทยาลัย Indiana University at Bloomington ประเทศสหรัฐอเมริกา พบวา ศักยภาพการใช
110
งานในการวิเคราะหองคประกอบเชิงยืนยัน ไมแตกตางจากการใชโปรแกรมอื่นๆ มากนัก สถิติที่จําเปน สําหรับการทดสอบความกลมกลืนของตัวแบบถือวาครบถวน แตที่สําคัญที่สุดในการใชโปรแกรม AMOS คือความงายในการใชงาน โดยเฉพาะอยางยิ่ง เหมาะสําหรับนักวิจัยที่ไมชํานาญในการใช
โปรแกรมคอมพิวเตอรที่ตองเขียนคําสั่งในการวิเคราะหขอมูลในเชิงลึก
กรณีของผูวิจารณหนังสือนี้มีความประทับใจในการใชโปรแกรมนี้มาก เพราะไมเคยไดเรียน การใช SEM ในการวิเคราะหขอมูล แตก็มีความสนใจในการวิเคราะหองคประกอบเชิงยืนยัน (CFA) และไดใชความพยายามเรียนรูดวยตนเอง และทดลองใชโปรแกรม LISREL แตปรากฏวาไมสามารถ ใช
โปรแกรม LISREL ไดเลย จนไดมีโอกาสไดพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณกับเพื่อนนักวิชาการวา มี
โปรแกรม AMOS ที่สามารถใชงานไดงาย จึงได Download โปรแกรมและคูมือการใชงานที่เปน pdf ไฟล ไดทดลองใชโปรแกรมนี้ พรอมกับคนหาหนังสือ AMOS จึงไดสั่งซื้อหนังสือนี้จากสหรัฐอเมริกา และไดศึกษาเพิ่มเติมจนเขาใจได และใชวิเคราะหองคประกอบเชิงยืนยันไดในระดับหนึ่ง เมื่อ
เปรียบเทียบกับการใชโปรแกรม LISREL พบวา โปรแกรม AMOS ใชงายกวาโปรแกรม LISREL ประมาณ 20 เทา
หนังสือเลมนี้มีตัวอยางการใชงาน การแปลผลการวิเคราะหขอมูล และการแปลความหมาย ของผลการวิเคราะหขอมูลไดอยางนาสนใจ และเปนประโยชนตอการพัฒนางานวิจัยที่ใชสถิติชั้นสูงได
เปนอยางดี สวนตัวอยางการใชกราฟฟกโดยโปรแกรม AMOS ที่ปรากฏในหนังสือเลมนี้ พิจารณาได
จากภาพที่ 1, 2 และ 3
ภาพที่ 1 ตัวแบบเชิงสมมติฐานของสมการโครงสรางที่สมบูรณ
ที่มา: Byrne 2010, p. 45.
111
ภาพที่ 2 ตัวแบบเชิงสมมติฐานขององคประกอบเชิงยืนยัน 4 องคประกอบ ที่มา: Byrne 2010, p. 55.
112
ภาพที่ 3 ตัวแบบเชิงสมมติฐานของสมการโครงสรางของครูที่เกิดอาการเมื่อยลาจากการสอน ที่มา: Byrne 2010, p. 165.
113
การใชโปรแกรม AMOS ที่ Arbuckle พัฒนาขึ้นมานี้ ขณะนี้บริษัท SPSS Inc ซื้อลิขสิทธิ์
ไปแลว ทานที่คุนเคยกับการใชโปรแกรม SPSS จะสามารถใชโปรแกรม AMOS ไดสะดวกมาก และ ขอมูลก็สามารถใชรวมกันไดโดยไมตองแปลงไฟลขอมูลแตอยางใด แ ตอยางไรก็ตาม การวิเคราะห
ขอมูลอาจมีขอจํากัดอยูบาง และไมอาจจะทําตามคูมือไดทั้งหมด ตัวอยางเชนกรณีที่ผูวิจารณเคย วิเคราะห CFA และตองการเขียนเสนประตามที่คูมือการใชโปรแกรม AMOS (Arbuckle 2009, p.
344) แนะนําไว แตไมสามารถทําได ตองเหนื่อยอยูเป นเดือน ผูวิจารณไดสง e-mail ไปขอคําแนะนํา จาก Byrne และเธอไดใหคําแนะนําเปนอยางดีคือ ไมสามารถเขียนเสนประจากโปรแกรม AMOS ได
วิธีแกคือ ใหเขียนเสนประจากเวอรด หรือ Microsoft Word นั่นเอง พิจารณาขอความใน e-mail จากภาพที่ 4
Tue, January 25, 2011 8:25:39 AM Re: How drawing dashed line by AMOS
From: Barbara Byrne <e-mail address>
Add to Contacts
To: Thongbai Sudcharee <[email protected]>
Dear Thongbai,
I'm sorry to be late in answering your note, but I have been out of the country and only just returned. One way to get a dotted line is to convert the AMOS figure to Word and then work with the Word draw program.
I hope this information is helpful to you.
Sincerely,
Barbara Byrne
--- Original Message ---
ภาพที่ 4 คําแนะนําของ Byrne ในการเขียนเสนประ
ผูวิจารณเห็นวา หนังสือเลมนี้ เปนทางออกสําหรับนักวิจัยที่ตองการวิเคราะหขอมูลโดยใช
สถิติชั้นสูง เชน SEM, Path Analysis หรือการวิเคราะหองคประกอบเชิงยืนยัน (CFA) ถาไดทดลองใช
โปรแกรม AMOS นาจะเปนอีกทางเลือกหนึ่งในการหาคําตอบตอการแกปญหาการวิเคราะหขอมูลของ นักวิจัย ซึ่งผูแตงหนังสือนี้ก็เปนผูที่มีความรูอยางลึกซึ้งและมีความเชี่ยวชาญมาก หรือแมแตทานมี
ปญหาในการวิเคราะหขอมูลก็อาจจะสง e-mail ไปขอคําแนะนําจากผูแตงหนังสือนี้ได เพราะเจาของ
114
หนังสือเลมนี้มีความเปนมิตรมาก (สวน Arbuckle เกษียณแลว ไมสามารถติดตอได) และหวังวา บท วิจารณนี้จะเปนประโยชนแกทานที่สนใจตามสมควร
เอกสารอางอิง
Albright, Jeremy J. & Park, Hun Myoung. (2009). Confirmatory Factor Analysis using Amos, LISREL, Mplus, SAS/STAT CALIS. (Online). (Cited August 12, 2011), From: http://www.indiana.edu/~statmath/stat/all/cfa/index.html
Arbuckle, James L. (2009). Amos 18.0 User’s Guide. Chicago, IL: Amos Development Corporation.
Byrne, Barbara M. (2010). Structural Equation Modeling with AMOS: Basic Concepts, Applications, and Programming. 2nd ed. New York: Routledge.