• No results found

ผ ว จ ย ต าแหน ง ว ฒ การศ กษา สถานท ต ดต อ

N/A
N/A
Protected

Academic year: 2021

Share "ผ ว จ ย ต าแหน ง ว ฒ การศ กษา สถานท ต ดต อ"

Copied!
14
0
0

Loading.... (view fulltext now)

Full text

(1)

ชื่อเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักศึกษาระดับชั้น ปวส. ปีที่ 1 สาขาการตลาด วิชาการบัญชีเบื้องต้น 1 โดยใช้วิธีการเรียนแบบเพื่อนช่วยเพื่อน ผู้วิจัย : นางดวงใจ สารภี ต าแหน่ง : ครูผู้สอน วุฒิการศึกษา : บริหารธุรกิจบัณฑิต (การบัญชี) สถานที่ติดต่อ : วิทยาลัยอาชีวศึกษาพณิชยการเชียงราย 1050 ถนนสนามบิน อ าเภอเมือง จังหวัด เชียงราย 57000 โทร. 089 - 7597193 ปีที่ท าวิจัยเสร็จ : ปีการศึกษา 2555 (ภาคเรียนที่ 1) ประเภทงานวิจัย : ประเภทการเรียนการสอน

ความเป็นมาและความส าคัญของปัญหา เศรษฐกิจโลกในยุคปัจจุบันมีความเจริญก้าวหน้าไปมาก ธุรกิจต่างก็มีการแข่งขันกันสูง ในภาคธุรกิจต่าง ๆ จึงต้องมีการคัดเลือกแรงงานที่มีความรู้ความสามารถ และทักษะในการ ปฎิบัติงานในสาขาวิชาชีพ ให้สอดคล้องกับความต้องการของหน่วยงาน ซึ่งใน หลักสูตร ประกาศนี ยบัตรวิชาชีพ ชั้นสูง พุทธศักราช 2546 ก็ได้ก าหนดไว้ว่า เป็นหลักสูตร ที่มุ่งพัฒนา แรงงานระดับผู้ช านาญการเฉพาะสาขาอาชีพให้สอดคล้องกับตลาดแรงงาน สภาพเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ให้ผู้เรียนมีความรู้เต็มภูมิและสามารถปฎิบัติงานได้จริงและ เข้าใจชีวิต ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 22 กล่าวว่า การจัดการศึกษา ต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้และถือว่าผู้เรียนมี ความส าคัญที่สุด กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและ เต็มตามศักยภาพ ดังนั้น ในการจัดการ สอน ครูต้องพัฒนาผู้เรียนให้เกิดความรู้ทั้งด้านวิชาการ และเน้นให้เกิดทักษะทางวิชาชีพ และให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพของผู้เรียน การจัดการเรียนการสอนวิชาบัญชีต้องมุ่งเน้นกระบวนการคิด วิเคราะห์และทักษะในการ ปฎิบัติงานบัญชีที่ถูกต้องและเป็นไปตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไปตามที่สภาวิชาชีพบัญชี ก าหนด การจัดท าบัญชีถือว่ามีความส าคัญอย่างมากต่อภาคธุรกิจ ดังนั้นผู้เรียนควรมีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนที่ดีเพื่อสะท้อนถึงความสามารถในการจัดท าบัญชีได้ดี แต่จากการจัดการเรียนก าร สอนรายวิชาการบัญชีเบื้องต้น 1 ระดับ ปวส. ปีที่ 1 สาขาการตลาด พบว่าผู้เรียนบางส่วนไม่เข้าใจ เนื้อหาวิชาบัญชีเบื้องต้น 1 เนื่องจากผู้เรียนจบจากชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 6 ไม่มีพื้นฐานทางบัญชีมา ก่อน ท าให้ไม่เข้าใจหลักการคิดวิเคราะห์บัญชี จึงท าแบบฝึกหัดบัญชี ไม่ได้และไปคัดลอก

(2)

การบ้านของเพื่อนมาส่งครูโดยที่ไม่มีความเข้าใจในเรื่องนั้นๆ ส่งผลให้เวลาท าการทดสอบ ผู้เรียน กลุ่มนี้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต ่าไม่ผ่านเกณฑ์ที่ตั้งไว้ ผู้วิจัยเห็นความส าคัญของกลุ่มเพื่อน จึง ได้หาวิธีการที่จะช่วยพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางเรียนของผู้เรียนกลุ่มนี้ให้สูงขึ้น โดยวิธีการให้ผู้เรียนที่มี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูง เป็นผู้คอยดูแลให้ค าแนะน าแก่ผู้เรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต ่า และไม่เข้าใจวิธีคิดวิเคราะห์บัญชี การจัดท าบัญชีที่ถูกต้อง ตามวิธีการเรียนแบบเพื่อนช่วยเพื่อน และวิธีการนี้ช่ว ยให้ผู้เรียนเกิดความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน รักใคร่สามัคคีกัน และยังท าให้ผู้เรียนที่มี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูง มองเห็นคุณค่าของตนเองและเกิดความภาคภูมิใจในตนเองที่ได้ ช่วยเหลือผู้อื่น เป็นไปตามหลักทฤษฎีการสอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อนเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งที่จัดให้ ผู้เรียนได้ช่วยเหลือเกื้อกูลอยู่เสมอ คือ เพื่อนช่วยเพื่อนในลักษณะเก่งช่วยอ่อน วิธีแบบนี้ช่วยให้ คนเก่งมองเห็นคุณค่าของตนเอง เกิดความภาคภูมิใจที่สามารถช่วยเหลือเพื่อนได้ การจัดการเรียน แบบนี้จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดความรักความผูกพันกัน และช่วยให้มีความพร้อมที่ จะเรียน มีความสุข ในการเรียนรู้ ท าให้ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนอย่างการสอนอย่างต่อเนื่อง (อรศิริ เลิศกิตติสุข และดวงกมล ลิมโกมุท) วัตถุประสงค์ของการวิจัย เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาระดับ ปวส. ปีที่ 1 ห้อง m 4/2 สาขา การตลาด ที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต ่าในรายวิชาการบัญชีเบื้องต้น 1 จ านวน 13 คน ให้ผ่าน เกณฑ์ร้อยละ 60 กรอบแนวคิดในการวิจัย/หรือตัวแปรที่จะศึกษา ตัวแปรที่จะศึกษา ตัวแปรต้น –การเรียนการสอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อน ตัวแปรตาม –ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษา ระดับ ปวส. ปีที่ 1 สาขาการตลาดใน รายวิชาการบัญชีเบื้องต้น 1 สามารถแสดงเป็นแผนภูมิได้ ดังนี้ การเรียนการสอน แบบเพื่อนช่วยเพื่อน ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษา ระดับ ปวส. ปีที่ 1 สาขาการตลาดใน รายวิชาการบัญชีเบื้องต้น 1

(3)

สมมติฐานงานวิจัย นักศึกษาระดับ ปวส. ปีที่ 1 ห้อง m 4/2 สาขาการตลาดในรายวิชาการบัญชีเบื้องต้น 1 จ านวน 13 คน มีผลคะแนนการทดสอบหลังจากจัดการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่ อน ผ่านเกณฑ์ร้อย ละ 60 แนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การท าวิจัยชั้นเรียน เรื่องการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาระดับชั้น ปวส. ปี ที่ 1 สาขาการตลาด วิชาการบัญชีเบื้องต้น 1 โดยใช้วิธีการเรียนแบบเพื่อนช่วยเพื่อน ผู้วิจัยได้ศึกษา เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยครั้งนี้ ดังนี้ หลักการ แนวคิด ทฤษฎี เพื่อนช่วยเพื่อน เพื่อนช่วยเพื่อน ( Peer Assist) เป็นเครื่องมือที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใช้ในครั้งแรกที่บริษัท BP- Amoco ซึ่งเป็นบริษัทน ้ามันยักษ์ใหญ่ของประเทศอังกฤษ โดยการสร้างให้เกิดก ลไกการ เรียนรู้ประสบการณ์ผู้อื่น ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์หรือร่วมวิชาชีพ ( peers) ก่อนที่จะเริ่มด าเนิน กิจกรรมหรือโครงการใดๆ ทั้งนี้ความหมายของ เพื่อนช่วยเพื่อน จะเกี่ยวข้องกับ 1. การประชุมหรือปฏิบัติการร่วมกันโดยมีผู้ที่ได้รับเชิญจากทีมภายนอกหรือทีมอื่น (ทีม เยือน) เพื่อมาแบ่งปันประสบการณ์ความรู้กับทีมเจ้าบ้าน (ทีมเหย้า) ที่เป็นผู้ร้องขอความช่วยเหลือ-เครื่องมือส าหรับแบ่งปันประสบการณ์ ความเข้าใจ ความรู้ในเรื่องต่างๆ 2. กลไกส าหรับแลกเปลี่ยนความรู้ผ่านการเชื่อมโยงติดต่อระหว่างบุคคลส าหรับข้อดีของ การท า Peer Assist นั้น ได้แก่

2.1 เป็นกลไกการเรียนรู้ก่อนลงมือท ากิจกรรม (Learning Before Doing) ผ่าน ประสบการณ์ผู้อื่น เพื่อให้รู้ว่าใครรู้อะไรและไม่ท าผิดพลาดซ ้าในสิ่งที่เคยมีผู้ท าผิดพลาด ตลอดจน เรียนลัดวิธีการท างานต่างๆ ที่เราอาจไม่เคยรู้มาก่อนจากประสบการณ์ของทีมผู้ช่วยภายนอก 2.2 ช่วยให้ทีมเจ้าบ้านได้ความช่วยเหลือ ความคิดเห็นและมุมมองจากทีมผู้ช่วยภายนอกซึ่ง อาจน าไปสู่แนวทางในการแก้ปัญหาหรือการท างานใหม่ จากแนวทฤษฎีแบบเพื่อนช่วยเพื่อน สามารถแบ่งประเภทของเพื่อนช่วยเพื่อนได้ ดังนี้ การสอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อน การสอนแบบเพื่อน ช่วยเพื่อนเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งที่จัดให้ผู้เรียนได้ช่วยเหลือเกื้อกูลอยู่ เสมอ คือ เพื่อนช่วยเพื่อนในลักษณะเก่งช่วยอ่อน วิธีแบบนี้ช่วยให้คนเก่งมองเห็นคุณค่าของ ตนเอง เกิดความภาคภูมิใจที่สามารถช่วยเหลือเพื่อนได้ การจัดการเรียนแบบนี้จะช่วยให้ผู้เรียน

(4)

เกิดความรักความผูกพันกัน และช่วยให้มีความพร้อมที่จะเรียน มีความสุขในการเรียนรู้ ท าให้ ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนอย่างการสอนอย่างต่อเนื่อง การสอนด้วยวิธีการเพื่อนช่วยเพื่อน การสอนด้วยวิธีการเพื่อนช่วยเพื่อน เป็นวิธีการที่มุ่งเน้นให้นักศึกษาเกิดแรงจูงใจต่อการ เรียนมากขึ้น เนื่องจากนักศึกษาทุกคนเป็นผู้ที่มีบทบาทในกิจกรรมการเรียนการสอน การน าวิธีการ สอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อนมาช่วยแก้ปัญหาการจัดการเรียนการสอน ควรจะต้องสร้างแรงจูงใจแก่ เพื่อนนักศึกษาที่ช่วยสอน ให้ได้รับผลประโยชน์ตอบแทนทั้งรูปธรรมและนามธรรม ซึ่งเป็น บันไดขั้นแรกแห่งความส าเร็จ ด้วยการหากิจกรรมที่กระตุ้นให้นักศึกษาพร้อมที่จะให้ความร่วมมือ ช่วยเหลือครูและเพื่อนนักศึกษาอย่างเต็มใจและพึงพอใจ ผู้สอนจะมีบทบาทส าคัญในการส่งเสริมพัฒนาทักษะ ความสามารถของผู้เรียนให้เต็ม ศักยภาพ ด้วยการออกแบบกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้ เรียนใช้ความรู้ความสามารถอย่างเต็มที่ มี ความสุข การจัดการเรียนการสอนเพื่อให้ผู้เรียนมีความสุขทั้งกายและใจนั้น จะเริ่มจากการสร้าง ความศรัทธาทั้งต่อผู้สอนและต่อวิชาที่เรียนให้เกิดในตัวผู้เรียน ให้ผู้เรียนมองเห็นถึงความจริงใจ ของผู้สอน สรุปได้ว่าการจัดกิจก รรมการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อนนั้นเป็นกิจกรรมที่ให้คนเรียนเก่ง ได้ช่วยเหลือเกื้อกูลคนเรียนอ่อนโดยให้ค าปรึกษาแนะน าด้านการเรียน ซึ่งเป็นวิธีการหนึ่งในการ แก้ปัญหาให้กับผู้เรียนที่มีผลการเรียนต ่าได้ งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง นวกานต์ มณีศรี(2552: บทคัดย่อ) ได้วิจัยเรื่องการพัฒนาทักษะการใช้โปรแกรม Microsoft office Excel 2007 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้เทคนิคการสอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อน สรุป ได้ว่าจากการใช้เทคนิคการสอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อน ท าให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาทักษะการใช้ โปรแกรม Microsoft office Excel 2007 ได้ดีและรวดเร็วขึ้นและนักเรียนที่เรียนอ่อนมีความรู้และ ทักษะการปฏิบัติงานโดยใช้โปรแกรม Microsoft office Excel 2007 มากขึ้นแต่ยังไม่สามารถเท่า เทียมกับนักเรียนที่เก่งกว่าได้เนื่องจากนักเรียนที่เก่งกว่าได้พัฒนาตนเองได้มากกว่าในระยะเวลา เท่ากัน และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของประชากรโดยใช้เทคนิคการสอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อนดีขึ้น โดยคิดค่าเฉลี่ยของคะแนนก่อนเรียนได้ 3.56 ค่าเฉลี่ยของคะแนนหลังเรียนได้ 6.68 คิดค่า ความก้าวหน้าจากผลการท าแบบทดสอบได้ 3.11

(5)

ไชยวัฒน์ วิเชียรไชย (2554: บทคัดย่อ) ได้วิจัยเรื่องการแก้ปัญหาพฤติ กรรมไม่ส่งงานโดย ใช้เทคนิคการสอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/3 โรงเรียนดงบังพิสัยนว การนุสรณ์ อ าเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม พบว่าก่อนใช้วิธีการสอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อน นักเรียนมีพฤติกรรมส่งงานในชั้นเรียน คิดเป็นร้อนละ 3.9 แต่เมื่อน า วิธีการสอนแบบเพื่อนช่วย เพื่อนมาใช้ นักเรียนมีพฤติกรรมการส่งงานเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 4.9 แสดงว่าวิธีการสอนแบบ เพื่อนช่วยเพื่อนสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมไม่ส่งงานของนักเรียนได้เป็นผลส าเร็จ กัมพล ติปิน ( 2554 : บทคัดย่อ) ได้ศึกษาการใช้กระบวนการกลุ่มเพื่อพัฒนาทัก ษะการ ท างานของนักศึกษาระดับชั้น ปวส . 1/2 วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการเชียงใหมาในรายวิชาการ เพิ่มประสิทธิภาพในองค์กร พบว่านักศึกษามีคะแนนพฤติกรรมทักษะในการท างานก่อนเรียนโดย ใช้กระบวนการกลุ่มอยู่ที่ 12 คะแนน หลังจากนักศึกษาเรียนโดยใช้กระบวนการกลุ่มแล้วมี คะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมทักษะการท างานเพิ่มขึ้นเป็น 17.9 คะแนน ทั้งนี้เนื่องมาจากผลของการ จัดการเรียนรู้แบบกระบวนการกลุ่ม ท าให้นักศึกษาเกิดการมีปฎิสัมพันธ์กัน มีความกระตือรือร้น ในการเรียน ขนิษฐา หวังกั้นกลาง ( 2551 : บทคัดย่อ ) ได้ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาบัญชีห้าง หุ้นส่วนระดับชั้น ปวช . 2/2 แผนกวิชาการบัญชีโดยใช้กิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อน พบว่าผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนของนักเรียนที่ได้รับการพัฒนาโดยใช้กิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อนในการจัดการเรียนการ สอนวิชาบัญชีห้างหุ้นส่วนแ ล้วเพิ่มสูงขึ้นกว่าก่อนการใช้กิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อนอย่างมีนัยส าคัญ ทางสถิติที่ระดับ 0.05 ระเบียบวิธีวิจัย ประชากร ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือนักศึกษาระดับชั้น ปว ส. ปีที่ 1ห้อง m 4/2 สาขา การตลาด ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2555 วิทยาลัยอาชีวศึกษาพณิชยการเชียงราย อ าเภอเมือง จังหวัดเชียงราย จ านวน 32 คน กลุ่มตัวอย่าง นักเรียน ปวส. ปีที่ 1 ห้อง m 4/2 สาขากาตลาด ที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต ่า จ านวน 13 คน โดยการเลือกแบบเฉพาะเจาะจง ขอบเขตด้านเวลา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2555

(6)

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1. แบบทดสอบก่อนท ากิจรรมการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อน หน่วยเรียนเรื่องการวิเคราะห์ รายการค้า 2. แบบทดสอบหลังท ากิจกรรมการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อน หน่วยเรียนเรื่องการวิเคราะห์ รายการค้า 3. ผลคะแนนการทดสอบของนักเรียนก่อนท ากิจกรรมและหลังท ากิจกรรมการเรียนรู้แบบเพื่อน ช่วยเพื่อน หน่วยเรียนเรื่องการวิเคราะห์รายการค้า การรวบรวมข้อมูล การวิจัยเรื่องการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักศึกษาระดับชั้น ปวส. ปีที่ 1 สาขา การตลาด วิชาการบัญชีเบื้องต้น 1 โดยใช้วิธีการเรียนแบบเพื่อนช่วยเพื่อน ครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิง ทดลองโดย เปรียบเทียบผลคะแนนของนักศึกษาก่อนจัดกิจกรรมการเรียนและหลังจัดกิจกรรมการ เรียนแบบเพื่อนช่วยเพื่อน มีขั้นตอนดังนี้ ขั้นเตรียมการ 1) น าข้อมูลจากการวัดประเมินผลครั้งที่ 1 หน่วยเรียนเรื่องการวิเคราะห์รายการค้า ใน รายวิชาการบัญชีเบื้องต้น 1 ระดับ ปวส. ปีที่ 1 ห้อง m 4/2 มาสรุปปัญหา 2) ก าหนดหัวข้อที่จะท าการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อแก้ปัญหา 3) ศึกษาแนวคิด ทฤษฎีและเอกสารที่เกี่ยวข้อง 4) เตรียมสร้างเครื่องมือ ขั้นด าเนินการ 1) ผู้วิจัยได้ทดลอง โดยวิธีการจัดการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อน หน่วยเรียนเรื่องการ วิเคราะห์รายการค้า โดยจัดกลุ่มแบ่งผู้เรียนที่มีผลการเรียนต ่าออกเป็น 4 กลุ่ม ๆ ละ 3-4 คน และให้ ผู้ที่มีผลกา รเรียนสูง 1 คน เข้าร่วมกลุ่มเพื่อช่วยเหลือกัน ให้ค าแนะน าแบบเพื่อนช่วยเพื่อนเป็น วิธีการที่ท าให้นักศึกษาสนใจท างานมากขึ้น 2) อธิบายท าความเข้าใจในเรื่องการดูแลแบบเพื่อนช่วยเพื่อน คือให้ช่วยดูแลแนะน าใน กรณีที่ไม่เข้าใจเนื้อหาที่เรียน ให้ค าปรึกษาหารือในการท าแบบฝึกหัด ช่วยตักเตือนเกี่ยวกับการส่ง งาน ช่วยอธิบายตามที่เพื่อนขอค าแนะน า แต่ไม่ให้ช่วยท าแบบฝึกหัดให้เพื่อนหรือให้เพื่อนคัดลอก

(7)

การบ้านและอธิบายถึงข้อดีในการให้ความช่วยเหลือให้ค าแนะน ากับเพื่อนว่าเป็นการทบทวน เนื้อหาความรู้ของตนเองอีกทางหนึ่ง 3) ท าการทดสอบหลังจากจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อน 4) ข้อมูล คะแนนการทดสอบก่อนและหลังการจัดกิจกรรมการเรียนแบบเพื่อนช่วย เพื่อน ของนักศึกษาที่มีผลการเรียนต ่า ระดับ ชั้น ปวส. ปี 1 ห้อง m 4/2 สาขาการตลาด จ านวน 13 คน ในสมุดบันทึกคะแนนรายวิชาการบัญชีเบื้อ งต้น 1 มาวิเคราะห์ เปรียบเทียบ ดูการพัฒนา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนแต่ละคน และหาค่าร้อยละของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ ผู้เรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต ่ากว่าเกณฑ์ว่าหลังจากจัดการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อนผู้เรียนมี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 ที่ตั้งไว้ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยน าผลคะแนนก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อนมาเปรียบเทียบและ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าร้อยละ (Percentage) การวิเคราะห์ข้อมูล ตารางที่ 1 แสดง ผลการทดสอบก่อนและห ลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบเพื่อนช่วยเพื่อน ของ นักศึกษาที่มีผลการเรียนต ่า ระดับ ชั้น ปวส. ปีที่ 1 ห้อง m 4/2 สาขาการตลาด หน่วยเรียนการ วิเคราะห์รายการค้า ในรายวิชาการบัญชีเบื้องต้น 1 คนที่ คะแนนก่อนเรียน (คะแนนเต็ม 10 คะแนน ) คะแนนหลังเรียน (คะแนนเต็ม 10 คะแนน ) เกณฑ์ผ่าน ร้อยละ 60 1 3 7 ผ่าน 2 4 9 ผ่าน 3 2 6 ผ่าน 4 2 7 ผ่าน 5 4 9 ผ่าน 6 5 10 ผ่าน 7 3 8 ผ่าน 8 1 6 ผ่าน

(8)

คนที่ คะแนนก่อนเรียน (คะแนนเต็ม 10 คะแนน ) คะแนนหลังเรียน (คะแนนเต็ม 10 คะแนน ) เกณฑ์ผ่าน ร้อยละ 60 9 2 7 ผ่าน 10 0 5 ไม่ผ่าน 11 3 9 ผ่าน 12 3 8 ผ่าน 13 4 10 ผ่าน ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 92.31 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล จากการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลัง การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบเพื่อนช่วยเพื่อน หน่วยเรียนเรื่องวิเคราะห์รายการค้า ของนักศึกษา ระดับ ปวส. ปีที่ 1 ห้อง m 4/2 จ านวน 13 คน ก่อนเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อน นักศึกษากลุ่มนี้มีผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนไม่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 ทุกคน เมื่อได้เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อนได้มีการช่วยเหลือดูแล กันจากเพื่อน ผลปรากฏว่านักศึกษามีผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 เป็นจ านวน 12 คน จากจ านวนทั้งหมด 13 คน คิดเป็นร้อยละ 92.31 อภิปรายผลการศึกษา จากผลการวิจัยพบว่าการให้นักศึกษาที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงได้ดูแลช่วยเหลือให้ ค าแนะน าแก่นักศึกษาที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต ่าสามารถพัฒนาผลสัมฤทธิ์ท างการเรียนของ ผู้เรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต ่าให้สูงขึ้นได้ โดยผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 คิดเป็นร้อยละ 92.31 สอดคล้องกับงานวิจัยของนวกานต์ มณีศรี ที่วิจัย เรื่องการพัฒนาทักษะการใช้โปรแกรม

Microsoft office Excel 2007 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้เทคนิคการสอนแบบเพื่อนช่วย เพื่อน พบว่าการใช้เทคนิคการสอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อน ท าให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาทักษะการใช้ โปรแกรม Microsoft office Excel 2007 ได้ดีและรวดเร็วขึ้นและนักเรียนที่เรียนอ่อนมีความรู้และ ทักษะการปฏิบัติงานโดยใช้โปรแกรม Microsoft office Excel 2007 มากขึ้น และผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนของประชากรโดยใช้เทคนิคการสอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อนดีขึ้น โดยคิดค่าเฉลี่ยของ คะแนนก่อนเรียนได้ 3.56 ค่าเฉลี่ยของคะแนนหลังเรียนได้ 6.68 คิดค่าความก้าวหน้าจากผลการ

(9)

ท าแบบทดสอบได้ 3.11 และยังสอดคล้องกับงานวิจัยของไชยวัฒน์ วิเชียรไชย ได้วิจัยเรื่องการ แก้ปัญหาพฤติกรรมไม่ส่งงานโดยใช้เทคนิคการสอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อน ของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6/3 โรงเรียนดงบังพิสัยนวการนุสรณ์ อ าเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม พบว่า ก่อนใช้วิธีการสอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อน นักเรียนมีพฤติกรรมส่งงานในชั้นเรียน คิดเป็นร้อนละ 3.9 แต่เมื่อน าวิธีการสอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อนมาใช้ นักเรียนมีพฤติกรรมการส่งงานเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อย ละ 4.9 แสดงว่าวิธีการสอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อนสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมไม่ส่งงานของนักเรียน ได้เป็นผลส าเร็จ และยังสอดคล้องกับงานวิจัยของกั มพล ติปิน ที่ได้ศึกษาการใช้กระบวนการ กลุ่มเพื่อพัฒนาทักษะการท างานของนักศึกษาระดับชั้น ปวส . 1/2 วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการ เชียงใหมาในรายวิชาการเพิ่มประสิทธิภาพในองค์กร ซึ่งพบว่านักศึกษามีคะแนนพฤติกรรมทักษะ ในการท างานก่อนเรียนโดยใช้กระบวนการกลุ่มอยู่ที่ 12 คะแนน หลังจากนักศึกษาเรียนโดยใช้ กระบวนการกลุ่มแล้วมีคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมทักษะการท างานเพิ่มขึ้นเป็น 17.9 คะแนน ทั้งนี้ เนื่องมาจากผลของการจัดการเรียนรู้แบบกระบวนการกลุ่ม ท าให้นักศึกษาเกิดการมีปฎิสัมพันธ์กัน มีความกระตือรือร้นในการเรียน และยังสอดคล้อ งกับการวิจัยของขนิษฐา หวังกั้นกลาง ที่ศึกษา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาบัญชีห้างหุ้นส่วนระดับชั้น ปวช . 2/2 แผนกวิชาการบัญชีโดยใช้ กิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อน พบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่ได้รับการพัฒนาโดยใช้ กิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อน ในการจัดการเรียนการ สอนวิชาบัญชีห้างหุ้นส่วนแล้วเพิ่มสูงขึ้นกว่าก่อน การใช้กิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อนอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน แบบเพื่อนช่วยเพื่อนนี้จะช่วย ให้ผู้เรียนเกิดความรักความผูกพันกัน และช่วยให้มีความพร้อมที่จะเรี ยน มีความสุขในการเรียนรู้ และเป็นกิจกรรมที่ให้คนเรียนเก่งได้ช่วยเหลือเกื้อกูลคนเรียนอ่อนโดยให้ค าปรึกษาแนะน าด้านการ เรียน ซึ่งเป็นวิธีการหนึ่งในการแก้ปัญหาให้กับผู้เรียนที่มีผลการเรียนต ่าได้ ข้อเสนอแนะ ผลการวิจัยครั้งนี้ ควรน าวิธีการจัดการเรียนการสอนแ บบเพื่อนช่วยเพื่อนไปใช้กับรายวิชา อื่น ๆ ที่มีปัญหานักเรียนมีผลการเรียนต ่ากว่าเกณฑ์

(10)

บรรณานุกรม

กัมพล ติปิน.(2554).การใช้กระบวนการกลุ่มเพื่อพัฒนาทักษะการท างานของนักศึกษาระดับชั้น ปวส. 1/ 2 วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการเชียงใหม่ ในรายวิชาการเพิ่มประสิทธิภาพใน องค์กร. เชียงใหม่ ขนิษฐา หวังกั้นกลาง.(2551). ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาบัญชีห้างหุ้นส่วนระดับชั้น ปวช. 2/ 2 แผนกวิชาการบัญชฃีโดยใช้กิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อน วิทยาลัยเทคนิคหลวงพ่อคูณปริสุท โธ.นครราชสีมา คณะกรรมการศึกษาแห่งชาติ, พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. กรุงเทพมหานคร: ส านักงาน,2542. ไชยวัฒน์ วิเชียรไชย. (2554). การแก้พฤติกรรมไม่ส่งงานโดยใช้เทคนิคการสอนแบบเพื่อนช่วย เพื่อน โรงเรียนดงบังพิสัยนวการนุสรณ์. มหาสารคาม

นวกานต์ มณีศรี. (2552). การพัฒนาทักษะการใช้โปรแกรม Microsoft office Excell 2007 โรงเรียนวัดไทร(สินศึกษาลัย).นครปฐม หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง พุทธศักราช 2546,กระทรวงศึกษาธิการ อรศิริ เลิศกิตติสุขและดวงกมล ลิมโกมุท. การสอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อน[ออนไลน์] . เข้าถึงได้ จาก http://www.thaigoodiew.com/node(สืบค้นวันที่ 1 พฤศจิกายน 2555)

(11)

(12)

(13)

(14)

References

Related documents

US High Yield Specialist (16) Richard Woolnough Fund Manager (28) Jim Leaviss Head of Retail Fixed Interest (21) Ben Lord Fund Manager (11) James Tomlins Fund

I request you to appreciate me, so that I can change my dreams into you to appreciate me, so that I can change my dreams into reality regarding the service of humanity through

Thermal management is increasingly becoming a challenge in the electronics industry, as rapid advancements in computational performance are accompanied by a

For example, IMF (2010) combined the compliance gap estimates from Reckon (2009) with total gap estimates (estimated using the c-efficiency measure and based on EUROSTAT

One such example is that when the UN’s Commission on the Status of Women (CSW) held its annual meeting in 2014, the Nordic ministers expressed their joint support for the

If the expenditures are capitalized (recognized as a cost of an asset), there is no direct impact on total assets or net income Net income is affected in the period of

Regions Code Description 0 United States Completions Year 2013 Jobs Timeframe 2013 - 2014 Datarun 2014.3 – QCEW Employees... Appendix A - Data Sources

In order to understand how key stakeholder groups experience the professionalism of financial planners, it is necessary to understand the history of financial planning. An analysis