• No results found

หน วยการเร ยนท 7 ความร เบ องต นเก ยวก บโปรแกรมโปรแกรมตารางค านวณ

N/A
N/A
Protected

Academic year: 2021

Share "หน วยการเร ยนท 7 ความร เบ องต นเก ยวก บโปรแกรมโปรแกรมตารางค านวณ"

Copied!
27
0
0

Loading.... (view fulltext now)

Full text

(1)

หนวยการเรียนที่ 7

ความรูเบื้องตนเกี่ยวกับโปรแกรมโปรแกรมตารางคํานวณ

สาระสําคัญ โปรแกรม Microsoft Excel 2007 เปนโปรแกรมตารางคํานวณที่นิยมใชกันมากในสํานักงาน มี สวนประกอบที่เป นเซลล เปนตารางในแผ นงานช วยใหเกิดความสะดวกในการใช สูตร คํานวณ สามารถพิมพ งานไดเชนเดียวกับเวิร ดเพียงแต เปนการพิมพ ลงบนแถวหรือเซลล การแกไข ตัวกรอง เรียงลําดับมีประโยชน ทําใหงานรวดเร็วยิ่งขึ้นการแทรกรูปภาพแผนภูมิหรือกราฟและ วัตถุต างๆ ยัง ทําไดเชนเดียวกับเวิรด จุดประสงคการเรียนรู 1. เพื่อใหผูเรียนมีความรูเบื้องตนเกี่ยวกับโปรแกรม Microsoft Excel 2. เพื่อใหผูเรียนมีความรูความเขาใจเกี่ยวกับสวนประกอบของโปรแกรม MicrosoftExcel 3. เพื่อใหผูเรียนมีความรูความเขาใจและมีหลักการพื้นฐานในการใชงานโปรแกรม MicrosoftExcel จุดประสงคเชิงพฤติกรรม 1. สามารถบอกถึงความสําคัญและประโยชนของโปรแกรม Microsoft Excel ได 2. สามารถอธิบายถึงสวนประกอบของโปรแกรม Microsoft Excel ได 3. สามารถอธิบายและใชงานโปรแกรม Microsoft Excel ได

(2)

บทนํา

Microsoft Excel ลักษณะทั่วไปของโปรแกรม Microsoft Excel เปนโปรแกรมตารางงาน

หรือโปรแกรมสเปรดชีต )Spread Sheet) หรือตารางคํานวณ อิเล็กทรอนิกส เปนโปรแกรมที่อํานวย ความสะดวกในการทํางานเกี่ยวกับการคํานวณขอมูล แสดง ขอมูลในลักษณะเปนคอลัมน หรือเปน ชองตาราง ซึ่งเราสามารถบันทึกขอมูลตางๆ โดยสวนมาก มักจะเปนตัวเลขลงในตารางสี่เหลี่ยมที่แบง ออกเปนชองเล็ก ๆ มากมาย เรียกวา เซลล )Cell) พรอม ทั้งสามารถใสสูตรลงในเซลลบางเซลล เพื่อใหโปรแกรมทําการคํานวณหาผลลัพธ โปรแกรม Microsoft Excel ชวยใหเราคํานวณตัวเลขในตารางไดงาย ๆ ตั้งแตคณิตศาสตร ขั้น พื้นฐานไปจนถึงสูตรทางการเงินที่ซับซอน และเรายังสามารถใช Excel ในการจัดกลุมขอมูล วิเคราะหขอมูล สรางรายงาน และสรางแผนภูมิไดอีกดวย

1. หล ักการพื้นฐานและการใชงานในExcel2007

หล ักการพื้นฐานในการใ ชงานโปรแกร ม MicrosoftExcel ย ังม ีสวนที่เหม ือนก ันก ับการใช งานโปรแกรม Microsoft Word ไดแกการเขา/ออกจากโปรแกรม การเปด/ปดแฟม การบันทึก/บ ัน ท ึกเปน การเร ียกใชค ําสั่งในเมน ู/เมน ูล ัด การใชแถบเครื่องม ือ/การก ําหนดเอง การเล ิกท ํา/ท ําซ้ํา ส ําหร ับการพ ิมพงานตารางจ ําเปนที่ตองเร ียนรูหล ักการพื้นฐานในการใชงานก ับโปรแกรม Microsoft Excel เส ียกอนซึ่งม ีรายละเอ ียดที่ส ําคัญด ังตอไปน ี้ 1.1 การพ ิมพงานหร ือการปอนขอมูล การพ ิมพงานหร ือการปอนขอม ูลในแผนงานนั้นมีขอม ูลอย ูหลายล ักษณะดวยกันซึ่งม ี รายละเอ ียดด ังตอไปน ี้ 1.1.1 การพิมพและการแกไขงานที่พิมพ 1.1.1.1 กา รพ ิมพคร ั้งแรกใหเล ือกเซ ลลแลวพ ิมพงานลงไป ไดเล ยขอความ หร ือขอม ูลที่ม ีความยาวมากกวาความกวางของคอล ัมนเซลลนั้นจะท ับไปในเซลลทางดานขวามือตอไป เร ื่อยๆแตเมื่อใดก็ตามที่เซลลดานขวามือม ีขอความใดๆอย ูเซลลที่พ ิมพจะถ ูกซอน ไวในเซลลนั้นเมื่อจบ งานพ ิมพแลวสามารถใ ชไดทั้ง Enter ผลล ัพธต ําแหนงเซลลจะเลื่อนลงมา หรือกดแปนลูกศรผลลัพธ ตําแหนงเซลล จะไปตาม ท ิศทางของ ล ูกศรหร ือกดแป Tab ผลล ัพธตําแหนงเซลลจะเลือนไปทาง เซลลขวามือ และคลิกปุมปอนคา (เครื่องหมายถูก) ที่แถบสูตรผลลัพธตําแหนงเซลลจะอยูที่เดิม U ร ูปที่3-1Uการพ ิมพงานครั้งแรกการเคาะแปนEnterและการคล ิกป ุมปอนคา ภาพที่ 7-1 การปอนขอมูล

(3)

1.1.1.2 การแกไขงานพิมพหรือการพิมพครั้งตอไปในเซลลเดิม มีอยู 2 ลักษณะ คือ 1) การแกไขงานทั้งเซลลหรือการพิมพงานใหม ใหเลือกเซลลที่มีขอม ูลหร ือ ขอความเกาแลวพ ิมพงานท ับไดเลยเชนเด ียวก ับการพ ิมพใหมขอความใหมจะท ับลงไปในเซลลเด ิม ภาพที่ 7-2 การพิมพงานใหมทับเซลลงานเดิม 2) การแ กไขงานในเซล ลเปนบาง สวนใหเล ือกเซลลที่ม ีขอม ูลหร ือ ขอความเก าแลวด ับเบ ิลคล ิกใหตําแหนงพ ิมพลงไปในเซลล  (ผลล ัพธตําแหนงการพ ิมพจะเลื่อนยาว ออกไปตาม ขอความ ที่พ ิมพ) หร ือคล ิกต ําแห นงพ ิมพลงไปใน ชองขอความ ที่แถบส ูตร (ผลล ัพธ  ต ําแหนงการพ ิมพจะอยูในเซลลที่พ ิมพไมเลื่อนยาวออกไปตาม ขอความที่พ ิมพ)แลวจ ึงพ ิมพงานที่ตอง การเสร ็จแลวใหคล ิกตกลงหร ือกดแปน Enter เทานั้นไมสามารถใชแปนพ ิมพล ูกศรไดเลย ภาพที่ 7-3 ด ับเบ ิลคล ิกและพมพเพิ่มลงไปในเซลลA1 1.1.2 ตําแหนงการพ ิมพขอความลวนและการพ ิมพขอความเปนต ัวเลขขอความและต ัว เลขที่พิมพนั้นจะอย ูช ิดทางดานซายของเซลล ภาพที่7-4 การพ ิมพขอความและต ัวเลข

(4)

1.1.3 ตําแหนงการพิมพตัวเลขลวน ตัวเลขที่พิมพหร ือปอนคาลงไปจะอย ูช ิดทางดานขวาของเซลล ภาพที่ 7-5 การพ ิมพตัวเลข 0 น ําหนาซึ่งผลล ัพธจะไมม ีเลข 0 และต ัวเลขช ิดขวา 1.1.4 การพิมพเซลลตัวเลขประเภทพ ิเศษ การปอนคาต ัวเลขสวนใหญน ิยมปอนแตตัวเลขทั้งหมด ซึ่งสามารถที่จะเปลี่ยน ร ูปแบบของเซล ลนั้นๆ ไดเชนว ันที่เวลาขอความฯลฯ หร ือถาตองการจ ัดร ูปแบบต ัวเลขเชน สก ุลเง ินค าเปอรเซ ็นตจ ุลภาคเพิ่ม/ลดทศน ิยมเปนตนก ็ใชช ุดค ําสั่งต ัวเลขที่แท ็บหนาแรกของแถบเครื่องมือริบ บอน(Ribbon) และการพ ิมพต ัวเลข 0 น ําหนาจะไมแสดงเลข 0 ออกมาเชน 001 จะแสดง ภาพที่ 7-6 ช ุดค ําสั่งต ัวเลขที่แท ็บหนาแรกของแถบเครื่องมือ Ribbon ที่ใชจ ัดร ูปแบบเซลล

(5)

ว ล า เ ป อ ร เ ซ น ต เ ศ ษ ส ว น เ ช ง ว ท ย า ศ า ส ต ร และขอความ เปอรเซนต ทศนยม ตาราง ป ุมไอคอนช ุดคำสั่งต ัวเลขแทบหนาแรกที่ใชจ ัดร ูปแบบเซลล ปุมค ําสั่ง ชื่อป ุมค ําสั่ง หนาที่และการใช ร ูปแบบต ัวเลข เปลี่ยนร ูปแบบใหเปนทั่วไปตัวเลขสก ุลเงินบ ัญช ีว ันที่  ็   ิ ิ   ร ูปแบบต ัวเลขทาง บ ัญชี ล ักษณะ   สก ุลเงินเชน 25 เปน ฿25.00ฯลฯ คาเปอรเซ ็นตเชน.05 เปน5%ฯลฯ ล ักษณะจ ุลภาค ใสจ ุลภาคใหกบคาต ัวเลขที่เปนหล ักพ ันขนไปเชน 4,540,255 ฯลฯ เพิ่มต ําแหนง ิ เพิ่มหล ักทศนยมท ีละหล ักเชน12.5 เปน12.51ฯลฯ ลดต ําแหนง ทศน ิยม ลดหล ักทศน ิยมท ีละหล ักเชน 12.5 เปน13ฯลฯ 1.1.5 การพิมพสูตรและการใชสูตรฟงกชัน หล ักการพ ิมพส ูตรนั้นตองมีเครื่องหมายเ ทากับ (=) อย ูขางหนาเสมอและ ในขณะที่ต ําแหนงพ ิมพอยูหล ังเครื่องหมายเทาก ับนั้นเมื่อเราน ําเมาสไปคลิกที่เซลลใดๆ จะเปนการน ําเอาชื่อ เซลลนั้นมากรอกใชในการคํานวณเสมอและการพ ิมพส ูตรสามารถท ําได 5 ว ิธ ีคือ 1.1.5.1 การพ ิมพแบบสมการคณิตศาสตรเปนการค ํานวณโดยใชเครื่องหมาย บวก(+) ลบ(-)ค ูณ(*) หาร(/) ยกก ําลัง(^) เชน=5*20% หรือ=A1/(2 +3*A6) ฯลฯ ภาพที่ 7-7 การพ ิมพสมการทางคณ ิตศาสตรแบบต ัวเลขลวนและแบบอางอ ิงเซลล

(6)

1.1.5.2 การพ ิมพแบบส ูตรฟงกช ัน เปนการ ค ํานวณโดยใ ชส ูตรฟงกช ันจาก แท ็บหนาแรกช ุดค ําสั่งการแกไขหรือแท ็บส ูตรช ุดค ําสั่งผลรวมอ ัตโนม ัติ ไดแก SUM AVERAGE IF MAX ซึ่งม ีร ูปแบบในการพ ิมพค ือพ ิมพ = ตามดวยชื่อสูตรและวงเล ็บซึ่งในวงเล ็บเปนเซลลอางอ ิงถ ึงขอม ูลที่ จะน ํามาใชในการค ํานวณส ูตรนั้นเชน ส ัญล ักษณ : ใชแทนถ ึง และ ส ัญล ักษณ, ใชแทนอ ีกกล ุมเซลล หนึ่งเชน= SUM (C4:C6,C8) หมายถ ึงการหาผลรวมจากเซลล C4 ถ ึง C6 และเซลล C8 เปนตน ภาพที่ 7-8 การพ ิมพสมการแบบส ูตรฟงกชัน 1.1.5.3 การเร ียกใชส ูตรฟงกช ันที่ใชไปลาส ุด เปนการเร ียกใชส ูตรฟงกช ันที่ใช ไปลาสุดจากแถบเครื่องมือส ูตรโดยเริ่มตนจากกา รพ ิมพเครื่องหมาย = แลวต ําแหนงการอางอิงเซลล ทาง ดานหนาจะเปลี่ยนเปนชื่อส ูตรข ึ้น 1 ส ูตร ถาเปนส ูตรที่ตองการใชก ็คล ิกที่ชื่อส ูตรนี้ไดเลย แตถาตองการใ ชส ูตรอื่นใหคล ิกห ัวล ูกศรเปดรายการ ที่ซอนส ูตรออกม าแลวคล ิกเล ือกส ูตรที่ ภาพที่ 7-9 การพิมพเครื่องหมาย = และเรียกใชฟงกชันลาสุด

(7)

1.1.5.4 การเร ียกใชส ูตรฟงกช ันที่ใหมาบนแถบRibbon เปนการเร ียกใชส ูตร ฟงกช ันที่ไดจ ัดท ํารายการใหมาแลวจากแท็บหนาแรกช ุดค ําสั่งการแกไขหร ือแท ็บสูตรช ุดคําสั่งผลรวม อ ัตโนมัติไดแกผลรวม คาเฉล ี่ย น ับต ัวเลข คามากที่ส ุดและคานอยที่ส ุดฯลฯ

(8)

1.1.5.5 การเร ียกใชส ูตรฟงกช ันเพิ่มเต ิม ที่แถบRibbonเปนการเร ียกใชส ูตร ฟงกช ันเพิ่มเต ิมนอกจาก ที่ใหมาจากแท ็บหนาแรกช ุดค ําสั่งการแกไขหร ือแท ็บส ูตรช ุดค ําสั่ง

ผลรวมอัตโนมัติไดแก ผลรวม คาเฉล ี่ย น ับต ัวเลข คามากที่ส ุด และคานอยที่ส ุดฯลฯ

(9)

ภาพที่ 7-12 กลองโตตอบจากการเร ียกใชส ูตรฟงกช ันเพิ่มเติมใหเล ือกประเภทและส ูตรฟงกช ัน 1.1.6 การใชคําสั่งดวยแปนพิมพ เปนล ักษณะการใ ชคําสั่งที่แปนพ ิมพกับExcel2007ใหม ีประโยชนและม ี ความรวดเร ็วมากที่ส ุด ตาราง แปนพ ิมพและหนาที่ของแป นพ ิมพในExcel 2007 ชื่อแปนพ ิมพ(ป ุม) หนาที่ 1. แปนฟงกชัน F1 แสดงว ิธ ีใชหร ือเร ียกผ ูชวย Office Shift + F1 เปดเผยการจ ัดร ูปแบบ F2 แกไขเซลลที่ใชงานอย ู Shift + F2 แกไขขอค ิดเห็นของเซลล

Alt + F2 หร ือAlt + Shift + F2 บ ันท ึกเปน

Ctrl + S บ ันท ึก Shift + F3 วางฟงกช ันลงในส ูตร Ctrl + F3 ก ําหนดชื่อ Ctrl + Shift + F3 สรางชื่อดวยการใชปายชื่อแถวและคอล ัมน F4 ท ําซ้ํากระท ําครั้งลาส ุด Shift + F4 ท ําซ้ําการคนหาครั้งลาส ุดคนหา(คนหาถัดไป) Ctrl + F4 ปดหนาตาง Alt + F4 ออกจากโปรแกรม F5 ไปที่

(10)

ชื่อแปนพ ิมพ(ป ุม) หนาที่ 1. แปนฟงกชน ั Shift + F5 คนหา Ctrl + F5 ค ืนขนาดหนาตาง Ctrl + F6 ยายไปที่หนาตางของสม ุดงานถ ัดไป Ctrl + Shift + F6 ยายไปที่หนาตางของสม ุดงานกอนหนา F7 ค ําสั่งสะกด Ctrl + F8 ปร ับขนาดหน าตางใหม Alt + F8 แสดงกลองโตตอบแมโคร Ctrl + F9 ยอสม ุดงาน F10 ท ําใหแถบเมน ูใชงานได Shift + F10 แสดงเมนูล ัด ดวยแปนพ ิมพตอไป Ctrl + F10 ขยายหร ือค ืนหนาตางของสมุดงาน F11 สรางแผนภูมิ Shift + F11 แทรกแผนงานใหม Ctrl + F11 แทรกแผนงานแมโครของ Microsoft Excel 4.0

Alt + F11 แสดงตัวแกไข Visual Basic

F12 ค ําสั่งบ ันท ึกเปน Shift + F12 ค ําสั่งบ ันท ึก Ctrl + F12 ค ําสั่งเปด Ctrl + Shift +F12 ค ําสั่งพิมพ 2. การปอน Enter จบการปอนขอม ูลลงในเซลลและยายลง(ปกต ิ) Esc ยกเล ิกการปอนขอม ูลลงในเซลล Shift + Enter จบการปอนข อม ูลลงในเซลลและยายขน ึ้ F4 หร ือCtrl + Y ท ําซ้ําการกระท ําครั้งลาส ุด Alt + Enter เริ่มบรรท ัดใหมในเซลลเด ียวกัน Backspace ลบอ ักขระทางซายของจ ุดแทรกหร ือลบการเล ือก Delete ลบอ ักขระทางขวาของจ ุดแทรกหร ือลบการเล ือก Ctrl + Delete ลบขอความจนถ ึงทายเซลล

(11)

ชื่อแปนพ ิมพ(ป ุม) หนาที่ 2. การปอนขอมูล (ตอ) แปนล ูกศร ยายหน ึ่งอ ักขระข ึ้นลงทางซายหร ือทางขวา Home ยายไปจ ุดเริ่มตนของแถว Ctrl + D เต ิมเต ็มลง Ctrl + R เต ิมเต ็มไปทางขวา Tab จบการปอนขอม ูลลงในเซลลและยายไปทางขวา Shift + Tab จบการปอนขอม ูลลงในเซลลและยายไปทางซาย 3. การทํางานในเซลลหรือแถบสูตร = เริ่มตนส ูตร Esc ยกเล ิกการปอนขอม ูลลงในเซลลหร ือแถบส ูตร & เชื่อมตอขอความของเซลลเชน A1 & B5ฯลฯ Alt + = แทรกส ูตรผลรวมอัตโนมัติ Ctrl + ; ปอนว ันเด ือนป Ctrl + Shift + : ปอนเวลา Ctrl + K แทรกการเชื่อมโยงหลายมิติ Ctrl + Shift + “ ค ัดลอกคาเซลลดานบนลงในเซลลหร ือแถบส ูตร Ctrl + ‘ ค ัดลอกส ูตรดานบนลงในเซลลหร ือแถบส ูตร Ctrl + A แสดงแผนส ูตรหล ังจากที่พ ิมพชื่อส ูตรแลว Ctrl + Shift + A แทรกวงเล ็บกรอกขอมูลของฟงกช ันส ูตรที่พิมพ Alt + ล ูกศรลง แสดงรายการท ําใหสมบ ูรณโดยอ ัตโนม ัติ 4. การจัดรูปแบบเซลล/แถว/คอลัมน Ctrl + Shift +F แสดงกลองโตตอบจ ัดร ูปแบบเซลล Ctrl + Shift + $ ใชร ูปแบบสกลเง ิน Ctrl + Shift + ! ใชร ูปแบบต ัวเลข(จ ุลภาคและทศน ิยมสองต ําแหนง) Ctrl + Shift + ^ ใชร ูปแบบเช ิงว ิทยาศาสตร Ctrl + Shift + % ใชร ูปแบบเปอรเซ ็นต Ctrl + Shift + @ ใชร ูปแบบก ําหนดเองเวลา 22/1/19000:00:00 Ctrl + Shift + # ใชร ูปแบบก ําหนดเองว ันที่ 22/1/1900 Ctrl + Shift + & ใชเสนขอบโครงราง

(12)

ขอมลอย แ ผ น ง า น (A1) ชื่อแปนพ ิมพ(ป ุม) หนาที่ 4. การจัดร ูปแบบเซลล/แถว/คอล ัมน(ตอ) Ctrl + Shift +_ ลบเสนขอบโครงราง Ctrl + B ใชหร ือลบร ูปแบบต ัวหนา Ctrl + I ใชหร ือลบร ูปแบบต ัวเอียง Ctrl + U ใชหร ือลบร ูปแบบต ัวข ีดเสนใต Ctrl + 5 ใชหร ือลบร ูปแบบต ัวข ีดฆา Ctrl + 9 ซอนแถว Ctrl + Shift + ( ยกเล ิกการซอนแถว Ctrl + 0 ซอนคอล ัมน Ctrl + Shift + ) ยกเล ิกการซอนคอล ัมน 5. การเลือกและการแกไข Shift + ล ูกศร เพิ่มพื้นที่การเล ือกไปตามท ิศทางของล ูกศรท ุกเซลล Ctrl + Shift + ล ูกศร เพิ่มพื้นที่การเล ือกไปตามท ิศทางของล ูกศรตามเซลลที่มี  ู ู Ctrl + Shift + End เล ือกพื้นที่จากเซลลที่เล ือกจนครอบค ล ุมถ ึงเซลลที่ม ีงาน พิมพอย ูทายแผนงาน Ctrl + Shift + Home เล ือกพื้นที่จากเซลลที่เล ือกจนครอบคล ุมถ ึงเซลลที่อย ูตน Ctrl + Shift + Page Up เล ือกจ ัดกล ุมแผนงานกอนหนา

Ctrl + Shift + Page Down เล ือกจ ัดกล ุมแผนงานถ ัดไป Ctrl

+ C ค ัดลอกการเล ือก Ctrl + V วางการเล ือก Ctrl + X ตัดหร ือยายการเล ือก Ctrl + D เต ิมอ ัตโนม ัติลง Ctrl + R เต ิมอ ัตโนม ัติขวา Delete ลบเนื้อหาแตไมลบร ูปแบบ Ctrl + + เปดเมนูแทรก\เซลล... โดยสามารถเล ือกแทรกแถวและ คอล ัมนไดดวย Ctrl + - เปดเมนแกไข\ลบ...เซลลหร ือแถวหร ือคอล ัมน

(13)

ชื่อแปนพ ิมพ(ป ุม) หนาที่ 5. การเลือกและการแกไข(ตอ) Ctrl + Z, Alt + Backspace ยกเล ิกการกระท ําครั้งลาส ุด 6. การยายหรือเลื่อนบนแ ผนงานหรือสมุดงาน แปนล ูกศร ยายท ีละเซลลไปตามท ิศทางของล ูกศร Ctrl + 1 การจ ัดร ูปแบบแผนขอมูล Tab ยายไปทางซายท ีละเซลลจนส ุดแถว Ctrl + F6, Ctrl + Tab Ctrl + Shift +F6, Ctrl + Shift + Tab ยายไปสม ุดงานหร ือหนาตางถ ัดไป ยายไปสม ุดงานหร ือหนาตางกอนหนา Home ยายไปที่ห ัวแถว Ctrl + Home ยายไปจ ุดเริ่มตนของแผนงาน Page Down ยายลงหน ึ่งหนาจอ Page Up ยายข ึ้นหน ึ่งหนาจอ

Alt + Page Down ยายไปทางขวาหน ึ่งหนาจอ

Alt + Page Up ยายไปทางซายหน ึ่งหนาจอ Ctrl + Page Down ยายไปแผนงานถ ัดไป Ctrl + Page Up ยายไปแผนงานกอนหนา Ctrl + แปนล ูกศร ยายไปที่ขอบเขตของขอม ูลที่ม ีจนถ ึงเซลลส ุดทาย 7. การพิมพออกทางเครื่องพิมพ Ctrl + P ค ําสั่งพ ิมพ...เปดกลองโตตอบการพ ิมพ 1.2 การเล ือกและการแกไข กอนที่จะพ ิมพงานหร ือแกไขงานตางๆเราจ ําเปนที่ตองเล ือกเซลลแถวคอล ัมนหร ือ ตาราง ใหเปนเส ียกอนโดยวิธ ีการใชเมาสเน ื่องจากไดอธ ิบายการใชแปนพ ิมพจากตารางมาแลวซึ่งม ีรายละเอ ียดต อไปน ี้

(14)

1.2.1 การเลือก เมื่อเปดโปรแกรมขึ้นมาแลวต ําแหนงพ ิมพเริ่มแรกจะอย ูที่ A1 และใหสังเกต ร ูป ต ัวชี้จะม ีล ักษณะเปนกากบาทแบบบ ล ็อก ( ) ซึ่งใชในกา รเล ือกต ําแหนงที่จะใชงานเมื่อเล ือก มากกวาหนึ่งเซลลแลวจะเก ิดขอบเขตที่เล ือกไวม ีส ีเขมขึ้นใหเราส ังเกตไดซึ่งม ีรายละเอ ียดด ังนี้ 1.2.1.1 การเลือกเซลลใ นการจะใชคําสั่งจ ัดการเซลลใดๆ ตองเล ือกเพื่อระบุ ตําแหนงเซลลที่จะถ ูกด ําเน ินการตามค ําสั่งนั้นๆ เส ียกอนซึ่งมีว ิธ ีการเล ือกด ังนี้ 1) การเล ือกเซลลเดียวใหคล ิกเล ือกเซลลที่ตองการ ภาพที่ 7-13 การเล ือกเซลลA1เซลลเด ียว 2) การเล ือกหลายเซล ลต ิดก ันใหคล ิกเล ือกเซล ลที่ห ัวหร ือทายหร ือ เซลลทายในล ักษณะทแยงม ุมของกรอบพื้นที่เซลลทั้งหมดที่จะเล ือก แลวลากไปในท ิศทางตรงขามที่ต องการหร ือหล ังจากค ล ิกเล ือกเซล ลแรกแ ลวใหกดแปน Shift+คล ิก เล ือกที่เซลลทายหร ือหล ังจาก คล ิกเล ือกเซลลแรกแลวใหกดแปน Shift + แปนล ูกศรก ็ไดด ังร ูป ภาพที่ 7-14การเล ือกหลายเซลลและเริ่มตนที่เซลลA1ลากไปที่B4 3) การเ ล ือกหลายเซล ลที่ไมต ิดก ันใหคล ิกเล ือกเซล ลหร ือลากพื้นที่ หลายๆเซลลที่ไมอยูต ิดกันโดยกดแปน Ctrl คางไวการเล ือกว ิธ ีนี้ไมสามารถใชคําสั่งแกไข ตัด หร ือ ค ัดลอกไดด ังร ูป ภาพที่ 7-15 การเล ือกหลายเซลลที่ติดก ันและไม ติดก ัน

(15)

1.2.1.2 การเล ือกแถวใหคล ิกเล ือกที่ห ัวแถวต ัวเลขที่ตองการหากเล ือกหลาย แถวใหท ําล ักษณะเด ียวก ันกับการเล ือกเซลล ภาพที่ 7-16 การเล ือกแถว 1.2.1.3 การเล ือกคอล ัมนใหคล ิกเล ือกที่ห ัวคอล ัมนต ัวอ ักษรที่ตองการหาก เล ือกหลายคอล ัมนใหท ําล ักษณะเด ียวก ันกับการเล ือกเซลล ภาพที่ 7-17 การเล ือกคอล ัมน 1.2.1.4 การเล ือกทั้งหมดหร ือทั้งแผนงานใหคล ิกเล ือกที่วางม ุมบนซายหร ือ บน ห ัวแถวที่1 หร ือหนาห ัวคอล ัมนที่ A หรือกดแปน Ctrl + A ภาพที่ 7-18 การเล ือกทั้งแผนงาน

(16)

1.2.1.5 การยกเล ิกการเ ล ือกใหคล ิกที่เซลลใดเซล ลหนึ งหร ือกดปุมESC ขอบเขตที่เล ือกไวจะหายไปท ันท ี 1.2.2 การแกไข การพ ิมพงานยอมตองม ีการแกไขงานอยูเสมอหล ังจากที่เราเปนการเล ือกแลว เราจะ มาแกไขงานตอไปไดซึ่งม ีอย ูหลายห ัวขอด ังตอไปน ี้ 1.2.2.1 การเลิกท ําหรือการท ําซ้ําจากแถบเครื่อง มือดวนใหคล ิกปุมคําสั่งเล ิก ท ําหร ือท ําซ้ํา ภาพที่ 7-19 รายการค ําสั่งเล ิกทําหร ือท ําซ้ําบนแถบเครื่องม ือดวน 1.2.2.2 การ ต ัดหร ือการ ยายเนื้อห าใหเขาไปในเซล ลแลวเล ือกเนื้อ หาที่ตองการ แลวใชค ําสั่งต ัดคล ิกที่ปุมไอคอน ต ัดที่ช ุดเครื่องม ือคล ิปบอรดของแท ็บหนาแรกหร ือคลิกขวาเปดเมน ูล ัด หร ือใชแปน Ctrl + X เนื้อหาจะหายไปอย ูในคล ิปบอรดจากนั้นคลิกเลือกเซลล ตําแหนงที่จะวางแลวใช ค ําสั่งวางที่ช ุดเครื่องม ือคล ิปบอรดของแท ็บหนาแรกหร ือคล ิกขวาเปดเมนูล ัดหร ือใชแปน Ctrl + V ซึ่ง สามารถวางไดหลายครั้งในกรณ ีที่ไมไดวางหร ือล ืมวางเนื้อหาก ็จะอย ู ที่คล ิปบอรดซึ่งสามารถนํามาวางอ ีกหร ือลบออกจากคล ิปบอรดก ็ได ภาพที่ 7-20 การใชค ําสั่งต ัดในการยายเนื้อหาบางสวนในเซลล

(17)

ภาพที่ 7-21 เนื้อหาถ ูกจ ําเขาไปในคล ิปบอรดสามารถวางหร ือลบออกไปได 1.2.2.3 การค ัดลอกเนื้อหาใหเขาไปในเซล ลแลวเลือกเนื้อหาที่ตองการแลวใชค ําสั่ง ค ัดลอกคล ิกที่ปุมไอคอนค ัดลอกที่ช ุดเครื่องม ือคลิปบอรดของแท ็บหนาแรกหร ือคล ิกขวาเปดเมน ูล ัดหร ือใช แปน Ctrl+C เนื้อหาจะเขาไปอยูในคล ิปบอรดจากนั้นคล ิกเล ือกเซลลต ําแหนงที่จะวางแลวใชค ําสั่งวางที่ ช ุดเครื่องม ือคล ิปบอรดของแท ็บหนาแรกหร ือคล ิกขวาเปดเมน ูล ัดหร ือ ใชแปน Ctrl+V ซึ่งสามารถวางได หลายครั้งในกรณ ีที่ไมไดวางหร ือล ืมวางเนื้อหาก ็จะอย ูที่คล ิปบอรดซึ่งสามารถนํามาวางอ ีกหร ือลบออก จากคล ิปบอรดก ็ได ภาพที่ 7-22 การใชค ําสั่งค ัดลอกเนื้อหาบางสวนในเซลล ภาพที่ 7-23 เนื้อหาถ ูกจ ําเขาไปในคล ิปบอรดสามารถวางหร ือลบออกไปได

(18)

1.2.2.4 การ ต ัดหร ือการยายเซล ล/แถว/คอล ัมนเมื่อเล ือกเซล ลหร ือแถวห ร ือ คอล ัมนที่ตองการแลวแลวใชค ําสั่งต ัดดวยว ิธ ีใดก ็ไดจะปรากฏแนวเสนประเคล ื่อนไหวรอบบร ิเวณพื้นที่ถ ูก เล ือกจากนั้นคล ิกเล ือกเซลลต ําแหนงแรกส ุดของดานบนซายของพื้นที่ที่จะวางแลวใชค ําสั่งวางดวยว ิธ ีใด ก ็ไดหร ือกดแปนEnter ซึ่งสามารถวางไดเพ ียงครั้งเด ียวเทานั้นหากตองการวาง อ ีกตองใชการวางที่คล ิปบอร ดและเราสามารถใ ชเมาสลากมาว างก ็ไดแตตองวางเมา สไวที่ขอบของ เซลลที่เล ือกใหร ูปต ัวช ี้เมาสจะม ี ล ักษณะเปนล ูกศรส ีขาวห ันไปทางซาย ( ) จ ึงจะเปนการยาย ภาพที่ 7-24 การใชช ุดค ําสั่งต ัดและวาง(ยาย)เซลลจากแท ็บหนาแรก 1.2.2.5 การคัดลอกเซล ล/แถว/คอลัมนเมื่อเล ือกเซลลหรือแถวห รือคอล ัมนที่ตอง การแลวใชค ําสั่งค ัดลอกดวยว ิธีใดก็ไดจะปรากฏแนวเสนประเคล ื่อนไหวรอบบ ร ิเวณพื้นที่ที่ถ ูกเล ือกจากนั้น คล ิกเล ือกเซลลต ําแหนงแรกส ุดของดานบนซายของพื้นที่ที่จะวางแลวใชค ําสั่งวาง ดวยว ิธ ีใดก ็ไดหร ือกด แปน Enter ซึ่งสามารถวางไดหลายครั้งและย ังเก ็บไวที่คล ิปบอรดใหสามารถวางในภายหลังอีกไดและเรา สามารถใชเมาสลากพรอมทั้งกดแปน Ctrl คางไวมาวางก ็ไดแตตองวางเมาสไวที่ขอบของเซลลที่เลือกให รูปตัวชี้เมาสจะมีลักษณะเปนลูกศรสีขาวหันไปทางซายมี เครื่องหมาย + ( )จ ึงจะเปนการค ัดลอก

(19)

ภาพที่ 7-25 การใชค ําสั่งค ัดลอกเซลล การใชป ุมต ัวเล ือกการวา งในกา รค ัดลอกและวางแ ลวจะปรากฏปุม ต ัวเลือกการวาง ข ึ้นมา สามารถ ที่จะปร ับเปลี่ยน การวางทั้งเนื้อหาและ ร ูปแบบไดอ ีกหลายร ูปแบบ ไดแกร ักษาการ จ ัดร ูปแบบ ตาม ตนฉบ ับใชช ุดร ูปแบบของปลายทา งตรง ก ับการ จ ัดร ูปแบบของ ปลายทา งคาและการ จ ัดรูปแบบ ตัวเลขเก ็บความกวางคอลัมนตามตนฉบ ับการจัดรูปแบบเทานั้นและการเชื่อมโยงเซลล ภาพที่ 7-26 การค ัดลอกและต ัวเลือกการวางแบบตางๆ ภาพที่ 7-27 ตัวเล ือกการวางแบบรักษาการจดร ูปแบบตามตนฉบับ

(20)

สื่อการสอน 1. เอกสารประกอบการสอน 2. บทเรียนออนไลนวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู (http://elearning.ipe.ac.th/chaiyaphum/) การวัดผลและประเมินผล 1. ความสนใจในการเรียนรู การคนควา การมีสวนรวมในกิจกรรม 2. การซักถามและการตอบคําถาม 3. ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยการใชแบบทดสอบในบทเรียนออนไลน

(21)

ตํารา หนังสือ หรือเอกสารอานประกอบ วาสนา สุขกระสานติ. โลกของคอมพิวเตอร สารสนเทศ และอินเทอรเน็ต. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย, 2545. ลอง, ลารี่. เทคโนโลยีสารสนเทศ ในสังคมแหงภูมิปญญา. กรุงเทพฯ : เพียรสัน เอ็ดดูเคชั่น อินโดไชนา, 2548. ไพบูลย เกียรติโกมล และณัฏฐพันธ เขจรนันทน. ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ. กรุงเทพฯ : ซีเอ็ด ยูเคชั่น, 2551 ชัชวาล วงษประเสริฐ. การจัดการสารสนเทศเบื้องตน. กรุงเทพฯ : เอ็กซเปอรเน็ท, 2548 โปรแกรมวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร สถาบันราชภัฏนครราชสีมา. เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู. นครราชสีมา, 2548 มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี. เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู. อุดรธานี, 2552

โกเมศ ศรีมงคล และคณะ. คูมือการใชงาน Windows Vista + Office 2007. นนทบุรี: ไอดีซีฯ, 2550. พันจันทร ธนวัฒนเสถียร และอัมรินทร เพ็ชรกุล. Microsoft Windows Vista Office 2007 ฉบับ สมบูรณ . กรุงเทพฯ: ซัคเซสมีเดีย, 2550.

วรชัย ศรีเมือง. เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อชีวิต. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก :

http://computer.pcru.ac.th/worachai/index.php. (วันที่คนขอมูล : 16 กันยายน 2554). ศักดิ์สิทธิ์ วัชรารัตน. Microsoft Windows Vista. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก :

http://e-learning.vec.go.th/elearning/elearning/index2.htm. (วันที่คนขอมูล : 16 กันยายน 2554).

(22)

แบบทดสอบทายหนวยการเรียนที่ 7 คําชี้แจง เลือกคําตอบที่ถูกตองที่สุดเพียงขอเดียวเทานั้น 1. ขอใดคือคําสั่งสําหรับคัดลอกขอความที่เลือกไว ก. Ctrl+C ข. Ctrl+X ค. Ctrl+V ง. Ctrl+A 2. ขอใดคือคําสั่งสําหรับตัดขอความที่เลือกไว ก. Ctrl+C ข. Ctrl+X ค. Ctrl+V ง. Ctrl+A 3. ขอใดคือคําสั่งสําหรับวางขอความที่เลือกไว ก. Ctrl+C ข. Ctrl+X ค. Ctrl+V ง. Ctrl+A 4. แผนงานในโปรแกรมเอ็กซเซลลมีชื่อเรียกวาอะไร ก. Sheet ข. WorkSheet ค. WorkBook ง. Cell 5. การพิมพขอความทับตําแหนงเซลลเดิมจะปรากฏผลอยางไร ก. ขอความจะไปตอทายขอความเดิม ข. ขอความจะไปแทนที่ขอความเดิม ค. ขอความจะไปอยูดานหนาขอความเดิม ง. ขอความเดิมจะยังอยูที่เดิม 6. ชองตารางสําหรับพิมพขอมูลใสลงไปเรียกวาอะไร ก. WorkSheet ข. WorkBook ค. Cell ง. ActiveCell

(23)

7. ขอใดไมใชวิธีแกไขขอมูลในชองที่เราพิมพไปแลว ก. กดปุม F2 ข. คลิกในชองแถบสูตร ค. ดับเบิลคลิกที่ชองนั้นเลย ง. พิมพขอมูลลงไปเลย 8. ถาตองการกําหนดชนิดของขอมูลเปนตัวเลขจะตองเลือกที่ริบบอนใด ก. หนาแรก ข. แทรก ค. สูตร ง. ขอมูล 9. โดยทั่วไปเมื่อปอนขอมูลเปนตัวเลขลงในชองขอมูลหรือเซลล ขอมูลจะชิดดานใด ก. ซาย ข. กึ่งกลาง ค. ขวา ง. ดานบน 10. โดยทั่วไปเมื่อปอนขอมูลเปนตัวอักษรลงในชองขอมูลหรือเซลล ขอมูลจะชิดดานใด ก. ซาย ข. กึ่งกลาง ค. ขวา ง. ดานบน เฉลยแบบทดสอบทายหนวยการเรียนที่ 1. ก 6. ค 2. ข 7. ง 3. ค 8. ก 4. ข 9. ค 5. ข 10. ก

(24)

บันทึกผลหลังการเรียนการสอน หัวขอเนื้อหา/เรื่อง ครั้งที่ วันที่ เดือน พ.ศ. 1. ผลการสอน 2. ปญหาและอุปสรรค (ถามี) 3. ขอเสนอแนะและแนวทางแกไข (ถามี) ลงชื่อ ผูสอน ( )

(25)

แบบประเมินทักษะกระบวนการ รายการสังเกต ชื่อ – สกุล การวางแผน ทํางาน รวมกัน (3 คะแนน) การมีสวนรวม และความ รับผิดชอบ (3 คะแนน) กระบวนการ กลุม (3 คะแนน) รวม 9 คะแนน เกณฑการประเมิน ผลการประเมิน 9 คะแนน ดีมาก 7 – 8 คะแนน ดี 5 – 6 คะแนน พอใช นอยกวา 5 คะแนน ควรปรับปรุง ลงชื่อ ผูประเมิน ( ) อาจารยผูสอน หมายเหตุ คะแนนจากแบบประเมินทักษะคุณลักษณะที่พึงประสงค ทําการประเมินทายบทเรียนทุก บท และคิดเปนคะแนนในการวัดผลการเรียนในวิชา

(26)

แบบประเมินคุณลักษณะที่พึงประสงค รายการสังเกต ชื่อ – สกุล ความตั้งใจใน การเรียน (3 คะแนน) การรับฟงและ การกลา แสดงออก (3 คะแนน) ตรงเวลา (3 คะแนน) รวม 9 คะแนน เกณฑการประเมิน ผลการประเมิน 9 คะแนน ดีมาก 7 – 8 คะแนน ดี 5 – 6 คะแนน พอใช นอยกวา 5 คะแนน ควรปรับปรุง ลงชื่อ ผูประเมิน ( ) อาจารยผูสอน หมายเหตุ คะแนนจากแบบประเมินทักษะคุณลักษณะที่พึงประสงค ทําการประเมินทายบทเรียนทุก บท และคิดเปนคะแนนในการวัดผลการเรียนในวิชา

(27)

แบบสรุปผลการประเมินและการทดสอบ คนที่ ชื่อ – สกุล ผลการประเมิน/การทดสอบ ปร ะเม ินกอ นเ รีย (ไม มีค ะแ นน ) กา รทด สอ บท าย บท กา รท ดส อบ ยอ ทัก ษะก ระบ วน กา คุณ ลักษ ณะ ที่พ ึงป ระ สง ค หมายเหตุ ผาน ปรับปรุง 10 9 9 ลงชื่อ ผูประเมิน ( )

References

Related documents

With the passage in 2009 of Bill 133, which amended both the Family Law Act (FLA) and the Pension Benefits Act (PBA), and the promulgation of new Regulations in 2011 under

I like having the tutoring program in my school My tutor makes learning fun I can learn everything in math if I work hard. My tutor talks to me about my work to help me understand

Secure File Transfer (SFT) is an innovative statewide shared service operated by the California Technology Agency’s Office of Technology Services (OTech) to

What does arise from these variations is a need for a whole system model that takes into account the whole range of the dynamic speed curves, allowances for train

Furthermore, Linde provides cryogenic process technologies, equipment and plants to reject nitrogen from natural gas streams associated with the production of oil and condensate,

Undergraduate programs are filled with social activities that are aimed at integrating the students into the social life within the college/university so to minimize the feeling

Parameter α is a constant; φ i is an account fi xed e ff ect; ψ time is a time fi xed-e ff ect; Spline ( T enure i,t) is a spline 10 that takes account tenure (time since account

Building a Generic Platform for Smarter City Applications. 3) Best Practice in Data Management.. This will involve continuing the current work, including Training for Egyptian