ทีมาของเรืองร้องเรียน/กล่าวหา
1.จากบุคคลทีร้องเรียน/กล่าวหา
1.1 บัตรสนเท่ห์
1.2 หนังสือร้องเรียน
1.2 หนังสือร้องเรียน
1.3 สือสารมวลชน เช่น นสพ./วิทยุ/โทรทัศน์
2. จากหน่วยงานอืน เช่น
1.1 สตง./ปปช./ปปท./รัฐสภา/สํานักงาน ก.พ.
1.2 สํานักนายกรัฐมนตรี/
1.2 สํานักนายกรัฐมนตรี/
1.3 ผู้ตรวจการแผ่นดิน
1.4 ศูนย์รับเรืองร้องเรียน/หน่วยงานต้นสังกัด
1.5 ตู้รับเรืองร้องเรียน/โทรศัพท์สายตรง
การสืบสวน
คือ การสืบหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในเบื4องต้น
- ผบ.ดําเนินการสืบสวนเอง
- มอบหมายให้ผู้ใต้บังคับบัญชาสืบสวน
- มอบหมายให้ผู้ใต้บังคับบัญชาสืบสวน
- แต่งตั4งคณะกรรมการสืบสวน
การสอบสวน
คือ การรวบรวมพยานหลักฐาน/การดําเนินการ เพือ...
คือ การรวบรวมพยานหลักฐาน/การดําเนินการ เพือ...
- จะทราบข้อเท็จจริง/พฤติการณ์
- พิสูจน์ความผิดว่า กระทําผิด หรือไม่
มาตรา 90 (กรณีสงสัย/กล่าวหา ว่าทําผิดวินัย)
1. เมือมีการกล่าวหา/มีกรณีเป็นทีสงสัย ว่าข้าราชการ
พลเรือนสามัญผู้ใด กระทําผิดวินัย ให้ ผบ. รายงาน
พลเรือนสามัญผู้ใด กระทําผิดวินัย ให้ ผบ. รายงาน
ผบ.ซึงมีอํานาจสังบรรจุตาม ม.57 ทราบโดยเร็ว
2. ให้ ผบ.ซึงมีอํานาจสังบรรจุตาม ม.57 ดําเนินการ
ตาม พรบ.นี4 โดยเร็ว ด้วยความยุติธรรมและ
โดยปราศจากอคติ
โดยปราศจากอคติ
3. อํานาจการดําเนินการทางวินัยของ ผบ.ซึงมีอํานาจ
สังบรรจุตาม ม.57 จะมอบหมายให้ ผบ.ระดับตํา
ลงไปปฏิบัติแทนได้ ตามหลักเกณฑ์ที ก.พ.กําหนด
ผู้มีอํานาจสังบรรจุตาม มาตรา 57
ตําแหน่ง/ประเภท ผู้สังบรรจุ
1. ปลัดกระทรวง รัฐมนตรี
2. ตป.วิชาการระดับทรงคุณวุฒิ รัฐมนตรี
3. รองปลัดฯ/อธิบดี/บส.ที กพ.กําหนด ปลัดกระทรวง
3. รองปลัดฯ/อธิบดี/บส.ที กพ.กําหนด ปลัดกระทรวง
4. ตป.บริหารระดับต้น/อํานวยการระดับสูง ปลัดกระทรวง
5. ตป.วิชาการระดับเชียวชาญ ปลัดกระทรวง
6. ตป.อํานวยการระดับต้น อธิบดี
7. ตป.วิชาการระดับชํานาญการพิเศษ อธิบดี
8. ตป.ทัวไปทักษะระดับพิเศษ อธิบดี
8. ตป.ทัวไปทักษะระดับพิเศษ อธิบดี
9. ตป.วิชาการระดับปฏิบัติการ/ชํานาญการ อธิบดี
10. ตป.ทัวไประดับปฏิบัติงาน/ชํานาญงาน/อาวุโส อธิบดี
11. ตําแหน่งตาม 7,9,10 ในราชการส่วนภูมิภาค ผวจ.
(ตป. หมายถึง ตําแหน่งประเภท)
ปฏิ บัติ การ ชํา นาญ ชก. พิ เชียว ชาญ ทรง คุณ ปฏิ บัติ งาน ชํา นาญ งาน อา วุ ทักษะ พิ เศษ ระ ดับ ต้น ระ ดับ สูง ระ ดับ ระ ดับ ผู้สังฯ ม.57 วิชาการ ทัวไป อํานวยการ บริหาร
ผู้บังคับบัญชาซึงมีอํานาจสังบรรจุ ตามมาตรา 57
บัติ การ นาญ การ พิ เศษ คุณ วุฒิ บัติ งาน งาน วุ โส เศษ ดับ ต้น ดับ สูง ดับ ต้น ดับ สูง ผวจ. อธิบดี/ ปลัดฯ (สป.) รอง อธิบดี อธิบดี/ รองปลัดฯ/ บส. ปลัดฯ (สป.) ปลัดฯ รมว.มาตรา 91-93,96-97 (การสอบสวนพิจารณา)
1. เมือ ผบ.ซึงมีอํานาจสังบรรจุตาม ม.57 ได้รับรายงาน ให้รีบดําเนินการ สืบสวน/พิจารณาในเบื4องต้น ว่ากรณีมีมูลทีควร กล่าวหาว่ากระทําผิด หรือไม่ - กรณีไม่มีมูล ให้ยุติเรืองได้ - กรณีไม่มีมูล ให้ยุติเรืองได้ - กรณีมีมูล โดยมีพยานหลักฐานในเบื4องต้นอยู่แล้ว ให้ดําเนินการ ตาม 2 และ 3 2. กรณีมีมูลความผิดวินัยไม่ร้ายแรง และได้มีการ - แจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานให้ทราบ - รับฟังคําชี4แจงของผู้ถูกกล่าวหา - รับฟังคําชี4แจงของผู้ถูกกล่าวหา ผบ.ซึงมีอํานาจสังบรรจุตาม ม.57 เห็นว่า - ได้กระทําผิดตามข้อกล่าวหา ให้สังลงโทษตามควรแก่กรณี โดยไม่ตั4งคณะกรรมการสอบสวนก็ได้ - ไม่ได้กระทําผิดตามข้อกล่าวหา ให้สังยุติเรือง3. กรณีมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ให้ ผบ.ซึงมีอํานาจสังบรรจุตาม ม.57 แต่งตั4ง คณะกรรมการสอบสวน เมือสอบสวนเสร็จให้รายงานผล การสอบสวนและความเห็น ต่อผู้สังแต่งตั4งฯและได้ พิจารณาแล้วเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหา (1) ไม่ได้กระทําผิดตามข้อกล่าวหา ให้สังยุติเรือง (1) ไม่ได้กระทําผิดตามข้อกล่าวหา ให้สังยุติเรือง (2) ได้กระทําผิดตามข้อกล่าวหา ให้สังลงโทษ - ผิดวินัยไม่ร้ายแรง ให้สังลงโทษภาคทัณฑ์/ ตัดเงินเดือน/ลดเงินเดือน หรืองดโทษ - ผิดวินัยร้ายแรง ให้สังลงโทษปลดออก/ไล่ออก ทั4งนี4 ก่อนการสังลงโทษ ถ้าคณะกรรมการสอบสวน หรือ ผู้สังแต่งตั4งฯ ก่อนการสังลงโทษ ถ้าคณะกรรมการสอบสวน หรือ ผู้สังแต่งตั4งฯ เห็นว่าผู้ใดกระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง ให้ส่งเรืองให้ อ.ก.พ./จังหวัด/กรม/กระทรวง พิจารณา แล้วสัง ตามมติ ของ อ.ก.พ. (ลงโทษร้ายแรง/ไม่ร้ายแรง)ทั4งนี4 ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที ก.พ.กําหนด
มีการกล่าวหา/สงสัย ว่าข้าราชการกระทําผิดวินัย ผบ. พิจารณาเบื4องต้น ม.91ว.1 ดําเนินการ/สัง สืบสวน ม.91ว.1 ผบ.ผู้สังบรรจุ ม.57 -สืบเอง -มอบหมาย ให้จนท.สืบ -ตั4ง คกก. สืบสวน มูลไม่ร้ายแรง ยุติ เรือง กรณีไม่มีมูลทีควรกล่าวหา ว่ากระทําผิดวินัย ม.91ว.1 กรณีมีมูลทีควรกล่าวหาว่ากระทําผิดวินัย + มีพยานหลักฐานเบื4องต้น ม.91ว.2 ผบ.ผู้สังบรรจุ ม.57 พิจารณาเห็นว่า มูลร้ายแรง สืบสวน มูลไม่ร้ายแรง มูลร้ายแรง ตั4งสอบร้ายแรง ม.93 (สอบสวนตาม กฎ 18) ตั4งสอบไม่ร้ายแรง ม.92 (สอบสวนตาม ว.19/2547) ผบ.ม.57 ดําเนินการ/สังให้ แจ้งข้อกล่าวหา/สรุปพยานฯ ให้ทราบ-รับฟังคําชี4แจง ม.92 (แจ้งเอง/มอบ จนท./มอบ คกก.สืบฯ) พิจารณา/ลงโทษ
มาตรา 94 (การแต่งตั4ง คณะกรรมการสอบสวน
กรณีตําแหน่งต่างกัน/ต่างกรมหรือกระทรวง ถูกกล่าวหาร่วมกัน
ผู้ถูกกล่าวหาร่วมกัน ผู้สังแต่งตั4งฯ
1. กรมเดียวกันทีอธิบดีร่วมกับผู้ใต้ ผบ. ปลัดฯ
กรมเดียวกันทีปลัดฯร่วมกับผู้ใต้ ผบ. รมว.
2. ต่างกรมในกระทรวงเดียวกัน ปลัดฯ
ต่างกระทรวงกันผู้กล่าวหาร่วมกัน ผู้สังบรรจุร่วมกันตั4ง
2. ต่างกรมในกระทรวงเดียวกัน ปลัดฯ
3. ต่างกระทรวงกันผู้กล่าวหาร่วมกัน ผู้สังบรรจุร่วมกันตั4ง
ต่างกระทรวงกันและ ตป.บริหารระดับสูง ร่วมด้วย นายกฯ
4. กรณีอืนๆ ตามทีกําหนดใน กฎ ก.พ.
มาตรา 98 วรรคสอง (การกันผู้ร่วมทําผิดไว้เป็นพยาน)
ข้าราชการพลเรือนสามัญ ผู้ใดทีอยู่ในฐานะทีอาจ
จะถูกกล่าวหาว่าร่วมกระทําผิดวินัยกับข้าราชการอืน
จะถูกกล่าวหาว่าร่วมกระทําผิดวินัยกับข้าราชการอืน
ให้ข้อมูลต่อ ผบ.หรือให้ถ้อยคําต่อบุคคลหรือ
คณะบุคคล (ผู้มีหน้าทีสืบสวนสอบสวน ตรวจสอบ
ตามกฎหมายหรือระเบียบของทางราชการ) เกียวกับ
การกระทําผิดวินัยทีได้กระทํามา จนเป็นเหตุให้มีการ
สอบสวนพิจารณาวินัยแก่ผู้เป็นต้นเหตุแห่งการ
สอบสวนพิจารณาวินัยแก่ผู้เป็นต้นเหตุแห่งการ
กระทําผิด
ผบ.อาจใช้ดุลพินิจกันผู้นั4นไว้เป็นพยานหรือ
พิจารณาลดโทษทางวินัยตามควรแก่กรณีได้
การดําเนินการทางวินัยอย่างไม่ร้ายแรง
ตามหนังสือสํานักงาน ก.พ. ที นร 1011/ว19 ลว 14
ก.ค.2547
หลักประกันความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกกกล่าวหา
หลักประกันความเป็นธรรมแก่ผู้ถูกกกล่าวหา
1. แจ้งข้อกล่าวหาและสรุปพยานหลักฐานทีสนับสนุน
ข้อกล่าวหาทีมีให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ
(เพือให้ทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอ)
(เพือให้ทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอ)
2
. ให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาชี4แจงและนําสืบแก้ข้อกล่าวหา
(เพือให้โอกาสโต้แย้งและแสดงพยานหลักฐานของตนสอบสวนโดยอนุโลมขั4นตอนตามกฎ ก.พ.ฉบับที 18
1. เรียกผู้ถูกกล่าวหามาแจ้ง/อธิบายข้อกล่าวหา
(สว.2)
(สว.2)
2. ถามว่าได้กระทําการตามทีถูกกล่าวหา หรือไม่/อย่างไร
3. ถ้ารับสารภาพ
3.1 ให้แจ้งให้ทราบว่าเป็นความผิดวินัย กรณีใด/อย่างไร
3.2 หากยังยืนยันคําสารภาพ ให้บันทึก
(สว.4 )
3.2 หากยังยืนยันคําสารภาพ ให้บันทึก
(สว.4 )
-
ถ้อยคํารับสารภาพ
- เหตุผลทีรับสารภาพ
- สาเหตุแห่งการกระทําผิด
4. ถ้าไม่รับสารภาพ
4.1 ให้สอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน
-พยานบุคคล
(สว.5)
-พยานเอกสาร/พยานวัตถุ
4.2 พิจารณาพยานหลักฐานทีสนับสนุนข้อกล่าวหา
4.2 พิจารณาพยานหลักฐานทีสนับสนุนข้อกล่าวหา
-ข้อกล่าวหา(ทําอะไร/ทีไหน/อย่างไร/วันและเวลาใด)
-พยานหลักฐานทีสนับสนุน/ผิดวินัย มาตราใด
4.3 แจ้งข้อกล่าวหาและ
สรุป
พยานหลักฐานทีสนับสนุน
ข้อกล่าวหา ให้ทราบ
(สว.3)
5. ให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหา
5. ให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหา
- ชี4แจงแก้ข้อกล่าวหา
(เป็นหนังสือ/ให้ถ้อยคํา)
- นําสืบแก้ข้อกล่าวหา
(นํามาเอง/อ้างให้สอบ)
6. พิจารณาเปรียบเทียบพยานหลักฐาน
ทีสนับสนุน
ข้อกล่าวหา/ทีหักล้างข้อกล่าวหา และวินิจฉัย
ว่า....ไม่ผิด/ผิดกรณีใด มาตราใด ควรได้รับโทษ
สถานใด
สถานใด
7. พิจารณา
รายงาน
ผลการสอบสวน/เสนอความเห็น
- ไม่ผิดวินัย ให้สังยุติเรือง
- ผิดวินัยไม่ร้ายแรง ให้สังลงโทษ
- ผิดวินัยเล็กน้อยและมีเหตุอันควรงดโทษ
- ผิดวินัยเล็กน้อยและมีเหตุอันควรงดโทษ
ให้งดโทษ โดยทําทัณฑ์บนเป็นหนังสือ
หรือว่ากล่าวตักเตือน
การสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง
1
. กรณีกล่าวหาว่ากระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง
1
. กรณีกล่าวหาว่ากระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง
ให้แต่งตั4งคณะกรรมการสอบสวน
2. ผู้แต่งตั4งและสังลงโทษ คือ ผู้มีอํานาจสังบรรจุ
ตาม ม.57 พรบ.ฯ2551
3. ดํา
เนินการสอบสวนตามขั4นตอนและวิธีการ
3. ดํา
เนินการสอบสวนตามขั4นตอนและวิธีการ
ตามทีกําหนดใน กฎ ก.พ.ฉบับที 18 (พ.ศ.2540)
ว่าด้วยการสอบสวนพิจารณา
กฎ ก.พ.ฉบับที 13 กรณีความผิดทีปรากฏชัดแจ้ง
ผบ.จะดําเนินการฯ โดยไม่สอบสวน/งดการสอบสวนก็ได้
1. กรณีกระทําผิดวินัยไม่ร้ายแรง
1. กรณีกระทําผิดวินัยไม่ร้ายแรง
(1) กระทําผิดอาญาต้องคําพิพากษาถึงทีสุดผู้นั4นกระทําผิด
และ ผบ.เห็นว่าข้อเท็จจริงตามคําพิพากษาประจักษ์ชัด
(2)
ทําผิดวินัยไม่ร้ายแรง และ
- รับสารภาพเป็นหนังสือต่อ ผบ.
- รับสารภาพเป็นหนังสือต่อ ผบ.
- ให้ถ้อยคํารับสารภาพต่อผู้มีหน้าทีสืบสวน/คกก.สอบสวน
และมีการบันทึกถ้อยคํารับสารภาพเป็นหนังสือ
2. กรณีกระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง (1) กระทําผิดอาญาจนได้รับโทษจําคุก/หนักกว่า โดย คําพิพากษาถึงทีสุด เว้นแต่ประมาท/ลหุโทษ (2) ละทิ4งฯ ติดต่อกันเกิน 15 วัน และ ผบ.สืบสวนแล้ว (2) ละทิ4งฯ ติดต่อกันเกิน 15 วัน และ ผบ.สืบสวนแล้ว เห็นว่าไม่มีเหตุผลสมควร/จงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบฯ (3) ทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง และ - รับสารภาพเป็นหนังสือต่อ ผบ. - ให้ถ้อยคํารับสารภาพต่อผู้มีหน้าทีสืบสวน/คกก.สอบสวน - ให้ถ้อยคํารับสารภาพต่อผู้มีหน้าทีสืบสวน/คกก.สอบสวน และมีการบันทึกถ้อยคํารับสารภาพเป็นหนังสือ - ให้ถ้อยคํารับสารภาพต่อผู้มีหน้าทีสืบสวน/คกก.สอบสวน และมีการบันทึกถ้อยคํารับสารภาพเป็นหนังสือ
การออกคําสังและวันทีได้รับโทษ
1. ภาคทัณฑ์ (ตั4งแต่บัดนี4 เป็นต้นไป)
2. ตัด งด. (ตั4งแต่เดือน....)
2. ตัด งด. (ตั4งแต่เดือน....)
3. ลดเงินเดือน (ยังไม่ออกหลักเกณฑ์)
4. ปลด/ไล่ ออก (ตั4งแต่บัดนี4/ตั4งแต่วัน
ละทิ4งฯ/ตั4งแต่วันพักราชการหรือสังให้ออกฯ/
ละทิ4งฯ/ตั4งแต่วันพักราชการหรือสังให้ออกฯ/
ตั4งแต่วันลาออก)
การแจ้งสิทธิอุทธรณ์
/
โต้แย้ง ให้ทราบ
คําสังทางปกครอง ทีอาจอุทธรณ์/โต้แย้ง ต่อไปได้ให้ระบุ - กรณีทีอุทธรณ์/โต้แย้ง - กรณีทีอุทธรณ์/โต้แย้ง - การยืนคําอุทธรณ์/โต้แย้ง - ระยะเวลาสําหรับการอุทธรณ์/โต้แย้ง (อุทธรณ์ต่อใคร ภายในกีวัน ถ้าไม่แจ้ง เวลาจะขยาย 1 ปี)กม./ระเบียบ เกียวกับการอุทธรณ์
กม./ระเบียบ เกียวกับการอุทธรณ์
ข้าราชการ : พรบ.พลเรือนฯ2551 ม.114-121/กฎ ก.พ.ค.
ลูกจ้างประจํา : หนังสือ กค 0527.6/ว 50 ลว.26 พค.41
ผู้ถูกลงโทษ โทษวินัย ผู้ลงนามในคําสังลงโทษ อุทธรณ์ต่อ ข้าราชการ อย่างร้ายแรง - นายกฯ/รมว./ปลัดฯ/ผวจ. - อธิบดี / ผวจ. (อธิบดี มอบอํานาจ) ก.พ.ค. ก.พ.ค. ผู้มีอํานาจพิจารณาอุทธรณ์ลงโทษข้าราชการ/ลูกจ้างประจํา - อธิบดี / ผวจ. (อธิบดี มอบอํานาจ) ก.พ.ค. ข้าราชการ ไม่ร้ายแรง นายกฯ/รมว./ปลัดกระทรวงฯ ก.พ.ค. ข้าราชการ ไม่ร้ายแรง อธิบดี ก.พ.ค. ลูกจ้างประจํา อย่างร้ายแรง และไม่ร้ายแรง อธิบดี/ผวจ. (อธิบดี มอบอํานาจ) อ.ก.พ.กระทรวง ข้าราชการ ลูกจ้างประจํา ไม่ร้ายแรง ไม่ร้ายแรง หน.หน่วยงาน/หน.ส่วนราชการของกรม (อธิบดีมอบอํานาจ ตามเกณฑ์ ก.พ.) หน.หน่วยงาน/หน.ส่วนราชการของกรม ก.พ.ค. อ.ก.พ.กรม
ข้อควรระวังเกียวกับการดําเนินการทางวินัย
1. ลงโทษวินัยไม่ร้ายแรง ต้องปฏิบัติตามขั4นตอนของ ว.19
2. รายงานการสอบสวน
2. รายงานการสอบสวน
- สรุปข้อเท็จจริงทีรับฟังได้จากการสอบสวนให้ชัดเจน
- ปรับบทความผิดให้ถูกต้องกับข้อเท็จจริง
- ระบุฐานความผิดและมาตรา ให้ถูกต้อง/ครบถ้วน
3. คําสังลงโทษวินัยไม่ร้ายแรง
3. คําสังลงโทษวินัยไม่ร้ายแรง
- ข้อความต้องครบถ้วนตามแบบของ ก.พ.
- ต้องแจ้งสิทธิอุทธรณ์/แจ้งให้ถูกต้อง
- ระบุกรณีกระทําผิดวินัยในคําสังให้ถูกต้อง
ขั4นตอนและเอกสารในรายงานการดําเนินการทางวินัย
1. รายงานผ่าน ผู้บังคับบัญชาตามลําดับจนถึงผ่านอธิบดี 2. เอกสารทีต้องส่งพร้อมกับการรายงานฯ 2.1 สําเนาคําสังลงโทษ จํานวน 10 ฉบับ หลักฐานการรับทราบคําสังลงโทษ 2.1 สําเนาคําสังลงโทษ จํานวน 10 ฉบับ 2.2 หลักฐานการรับทราบคําสังลงโทษ 2.3 สํานวนการสอบสวน - สําเนาคําสังแต่งตั4ง คกก./การแจ้งคําสัง - รายงานการสืบสวน/สอบสวน - บันทึกปากคําพยาน/ผู้ถูกกล่าวหา - พยานเอกสาร/พยานวัตถุ - พยานเอกสาร/พยานวัตถุ - เอกสารอืนทีเกียวข้องทั4งหมด 2.4 สําเนา ก.พ.7/สมุดประวัติข้าราชการบทเฉพาะกาล
ม. 132
ในระหว่างทียังมิได้ตราพระราช
กฤษฎีกาหรือออกกฎ ก.พ. ข้อบังคับ หรือระเบียบ
หรือกําหนดกรณีใด เพือปฏิบัติการตาม พ.ร.บ.นี4
หรือกําหนดกรณีใด เพือปฏิบัติการตาม พ.ร.บ.นี4
ให้นําพระราชกฤษฎีกา กฎ ก.พ. ข้อบังคับ หรือ
ระเบียบหรือกรณีทีกําหนดไว้แล้ว ซึงใช้อยู่เดิม
มาใช้บังคับเท่าทีไม่ขัดหรือแย้งกับ พ.ร.บ.นี4
ในกรณีทีไม่อาจนําพระราชกฤษฎีกา กฎ ก.พ.
ในกรณีทีไม่อาจนําพระราชกฤษฎีกา กฎ ก.พ.
ข้อบังคับ หรือระเบียบ หรือกรณีทีกําหนดไว้แล้ว
มาใช้บังคับได้ตามวรรคหนึง การจะดําเนินการ
ประการใดให้เป็นไปตามที ก.พ. กําหนด
ม.133 เมือลักษณะ 4 ใช้บังคับ (11 ธค.51)
1.ให้ ผบ.ตาม พรบ.2551
สังลงโทษ/สังให้ออก ตาม
วันที
ก.พ.
ประกาศ
11 ธค.51
ทําผิดวินัย/มี
กรณีสมควร
ให้ออก...อยู่ก่อน
11 ธค.51
สังลงโทษ/สังให้ออก ตาม
พรบ. ทีใช้ในอยู่ขณะนั4น
(เช่น พรบ.2535)
2.สอบสวน/พิจารณา/
ดําเนินการ เพือลงโทษ
11 ธค.51
11 ธค.51
2.สอบสวน/พิจารณา/
ดําเนินการ เพือลงโทษ
หรือให้ออก ให้ดําเนินการ
ตาม พรบ.2551 เว้นแต่
2.1 ผบ.สังสอบสวน
ถูกต้องตาม พรบ.
2535 ก่อน 11 ธค.51
แต่ยังสอบสวน
2.1 ให้สอบสวน
ตาม พรบ.2535
จนกว่าจะแล้วเสร็จ
วันที
ก.พ.
ประกาศ
11 ธค 51
แต่ยังสอบสวน
ไม่แล้วเสร็จ
จนกว่าจะแล้วเสร็จ
2.2 มีการสอบสวน/
พิจารณา ถูกต้อง
11 ธค 51
2.2 ให้การสอบ
2.2 มีการสอบสวน/
พิจารณา ถูกต้อง
ตาม พรบ.2535
เสร็จก่อน 11 ธค.51
2.2 ให้การสอบ
สวน/พิจารณา
เป็นอันใช้ได้
วันที
2.3 ให้ อ.ก.พ.
2.3 มีการรายงาน/
ส่งเรือง/
นําสํานวนเสนอ
หรือส่งเรือง
วันที
ก.พ.
ประกาศ
11 ธค.51
2.3 ให้ อ.ก.พ.
สามัญ พิจารณา
ตาม พรบ.2535
จนเสร็จ
หรือส่งเรือง
ให้ อ.ก.พ.สามัญ
พิจารณา ถูกต้อง
ตาม พรบ.2535
แต่ อกพ.
11 ธค.51
จนเสร็จ
แต่ อกพ.
พิจารณา
ยังไม่เสร็จ
-กรณีมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ให้ ผบ.ซึงมีอํานาจสังบรรจุ ตาม ม.57 แต่งตั4งคณะกรรมการสอบสวน เมือสอบสวนเสร็จให้รายงาน
การส่งเรือง ให้ อ.ก.พ.พิจารณา
กรณี คกก.สอบสวน/ผู้สังฯ
เห็นว่ากระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง ม. 97
ตาม ม.57 แต่งตั4งคณะกรรมการสอบสวน เมือสอบสวนเสร็จให้รายงาน ผลการสอบสวนและความเห็น ต่อผู้สังแต่งตั4งฯและได้พิจารณาแล้ว เห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาได้กระทําผิดตามข้อกล่าวหา ให้สังลงโทษ กรณีผิดวินัยอย่างร้ายแรง ให้สังลงโทษปลดออก/ไล่ออก -ทั4งนี4 ก่อนการสังลงโทษ ถ้าคณะกรรมการสอบสวน หรือ ผู้สัง แต่งตั4งฯ เห็นว่าผู้ใดกระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง ให้ส่งเรืองให้ อ.ก.พ./จังหวัด/กรม/กระทรวง ทีผู้ถูกกล่าวหาสังกัดอยู่ แล้วแต่ แต่งตั4งฯ เห็นว่าผู้ใดกระทําผิดวินัยอย่างร้ายแรง ให้ส่งเรืองให้ อ.ก.พ./จังหวัด/กรม/กระทรวง ทีผู้ถูกกล่าวหาสังกัดอยู่ แล้วแต่ กรณี พิจารณา เมือ อ.ก.พ. มีมติประการใดแล้วให้ผู้บังคับบัญชา ซึงมีอํานาจสังบรรจุตามมาตรา 57 สังตามมติ ของ อ.ก.พ. ทั4งนี4 ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที ก.พ.กําหนดหนังสือ ที นร 1011/ว 13 ลงวันที 11 ธันวาคม 2551
การดําเนินการเพือลงโทษ/ให้ออกจากราชการ
ในกรณีทีจะต้องส่งให้ อกพ.สามัญ พิจารณา ตาม ม.104
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2535
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2535
ผู้แต่งตั4ง คกก.สอบสวน ให้ส่ง อกพ.พิจารณา
1. ผวจ. อกพ.จังหวัด
2. อธิบดี อกพ.กรม
3. ปลัดฯ(อธิบดี สป.) อกพ.สป.
3. ปลัดฯ(อธิบดี สป.) อกพ.สป.
4. ปลัดฯ/รมว./นายกฯ อกพ.กระทรวง
การลงโทษภาคทัณฑ์
พรบ.2535 ม.103 ....แต่สําหรับโทษภาคทัณฑ์ ให้ใช้เฉพาะ
กรณีกระทําผิดวินัยเล็กน้อย
หรือ
มีเหตุ
กรณีกระทําผิดวินัยเล็กน้อย
หรือ
มีเหตุ
อันควรลดหย่อน
ซึงยังไม่ถึงกับจะต้อง
ถูกลงโทษตัดเงินเดือน...
พรบ.2551 ม.96 ....ในกรณีมีเหตุอันควรลดหย่อน จะนํา
พรบ.2551 ม.96 ....ในกรณีมีเหตุอันควรลดหย่อน จะนํา
มาประกอบการพิจารณาลดโทษก็ได้
แต่
สําหรับการลงโทษภาคทัณฑ์ให้ใช้เฉพาะ
กรณีทีกระทําผิดวินัยเล็กน้อย...