• No results found

อาจารย พ ชราภรณ เลขย นต คณะว ทยาการจ ดการ. ว ชาการจ ดการการผล ตและการปฏ บ ต การ 1

N/A
N/A
Protected

Academic year: 2021

Share "อาจารย พ ชราภรณ เลขย นต คณะว ทยาการจ ดการ. ว ชาการจ ดการการผล ตและการปฏ บ ต การ 1"

Copied!
20
0
0

Loading.... (view fulltext now)

Full text

(1)

http://www.ssru.ac.th วิชาการจัดการการผลิตและการปฏิบัติการ 1

อาจารย์พัชราภรณ์

เลขยันต์

(2)

ความสําคัญของการจัดการโครงการ โครงการ (Project) หมายถึง กลุ่มงานหรือกิจกรรมที่มีความต่อเนื่องและมีความสัมพันธ์โดยตรงกับผลลัพธ์ที่ เกิดขึ้น การจัดการโครงการสามารถแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนที่สําคัญ 1. การวางแผน (Planning) เป้นกระบวนการกําหนดเป้าหมาย รายละเอียดของโครงการและทีมงาน 2. การกําหนดตารางการทํางาน (Scheduling) เป็นกระบวนการกําหนดทรัพยากรทางด้าน บุคลากร เงิน ลงทุน ปัจจัยการผลิตที่มีความเชื่อมโยงสัมพันธ์กัน 3. การควบคุม (Controlling) เป็นกระบวนการเปรียบเทียบผลที่เกิดขึ้นจริงกับแผนงานที่กําหนดไว้

(3)

http://www.ssru.ac.th วิชาการจัดการการผลิตและการปฏิบัติการ 3 ความสําคัญของการบริหารโครงการ (The importance of project management)

โครงการมีความสําคัญต่อองค์การทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน ถ้าองค์การใดวางโครงการให้สอดคล้องกับ สภาพแวดล้อมและมีการบริหารโครงการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์แล้ว การบริหารโครงการนั้นก็จะดําเนินไปได้อย่าง มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล ความสําคัญของการบริหารโครงการ มีดังนี้

1. ทําให้ทราบถึงวัตถุประสงค์และหน้าที่ต่างๆในการปฏิบัติงาน (Objectives and functions) ซึ่งทําให้เกิด ความชัดเจนในการจัดลําดับงาน

2. ทําให้เกิดการประสานงาน (Coordination) อย่างต่อเนื่องในแต่ละโครงการ โดยมีวัตถุประสงค์รวมในแผน แม่บท และสนองนโยบายขององค์การ

3. ทําให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ (Efficiency in utilization of resources) ในการจัดสรร ทรัพยากรในโครงการควรคํานึงถึงความประหยัดที่สุดเท่าที่จะทําได้

(4)

องค์ประกอบของการบริหารโครงการ (Project management component) เป็นการพิจารณาถึง ทรัพยากรต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการบริหารโครงการ วัตถุประสงค์ของการบริหารโครงการ และความสําเร็จของโครงการ ก็คือ การออกแบบองค์การเพื่อให้มีการบริหารหรือการควบคุมทรัพยากรของบริษัท คือการบรรลุถึงเงื่อนไขต่างๆ ดังนี้ 1. การทําให้โครงการสําเร็จทันเวลาที่กําหนด (Time) ทุกโครงการมีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด ดังนั้นผู้บริหาร โครงการจึงต้องมีความรู้ด้านการบริหารเวลา โดยต้องใช้เวลาให้เกิดประสิทธิภาพ คํานึงถึงความสําคัญและความ เร่งด่วนของงาน 2. การใช้ต้นทุนตามที่กําหนด (Cost) เป็นการกําหนดงบประมาณค่าใช้จ่ายและ/หรือ รายได้ที่คาดว่าจะ เกิดขึ้น 3. การปฏิบัติการ (Performance) เป็นการกําหนดวิธีปฏิบัติ และกระบวนการปฏิบัติของโครงการ ตลอดจนพิจารณาถึงเครื่องมือต่างๆที่ใช้ในการบริหารโครงการ เช่น การใช้ผัง Gantt การประเมินโปรแกรมและ

(5)
(6)

องค์ประกอบของการบริหารโครงการ (ต่อ)

4. เทคโนโลยีที่ต้องการ (Technology) เป็นความรู้ เครื่องมือ เทคนิคและกิจกรรมซึ่งเป็นปัจจัยนําเข้า

(Input) เพื่อแปรสภาพ (Transformation) ออกมาเป็นผลผลิต (Output)

5. การใช้ทรัพยากร (Resources) การบริหารโครงการจะเกี่ยวข้องกับการจัดสรรทรัพยากรให้เกิด ประสิทธิผล และมีประสิทธิภาพ โดยให้เกิดการประหยัดหรือใช้ต้นทุนต่ําสุด

(7)

http://www.ssru.ac.th วิชาการจัดการการผลิตและการปฏิบัติการ 7 การวางแผนโครงการ

การวางแผนโครงการ (Project planning) โครงการ (project) เป็นชุดของงาน/กิจกรรมที่มีความสัมพันธ์กัน ที่มุ่งไปสู่ผลลัพธ์

องค์การแบบโครงการ (Project organization) หมายถึง องค์การชั่วคราวที่มีการออกแบบหรือกําหนด ขึ้นมาเพื่อให้ประสบความสําเร็จตามเป้าหมาย โดยใช้ผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานที่มีหน้าที่แตกต่างกันในองค์การ หรือ เป็นการกําหนดแผนงานในการดําเนินงานต่างๆของโครงการการใช้ทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพจําเป็นที่จะต้องมีการ จัดระบบการวางแผนให้ครอบคลุมงานที่มีการแบ่งให้ย่อยลงของหน่วยงานต่างๆ

(8)

การวางแผนโครงการ (ต่อ) องค์การแบบโครงการ (Project organization) ถือได้ว่าเป็นวิธีจัดองค์การที่มีประสิทธิผลวิธีหนึ่งโดยการ นําเอาบุคลากร และทรัพยากรมาดําเนินการ มีการวางแผน การจัดองค์การ การสั่งการ และการควบคุม ในช่วง ระยะเวลาหนึ่งจนจบโครงการนั้นๆ องค์การแบบโครงการนี้จะประสบความสําเร็จได้นั้นจะต้องมีลักษณะ ดังนี้ 1. งาน/ภารกิจนั้นต้องมีเป้าหมายหรือจุดมุ่งหมายเฉพาะ และมีการกําหนดเวลาสิ้นสุดที่แน่นอน 2. เป็นงาน/ภารกิจเฉพาะ หรือที่ไม่เหมือนกับงานลักษณะทั่ว ๆ ไป ขององค์การ 3. เป็นงาน/ภารกิจที่มีลักษณะซับซ้อนสัมพันธ์กัน และต้องอาศัยทักษะเฉพาะด้าน 4. เป็นโครงการแบบชั่วคราว แต่มีความสําคัญอย่างยิ่งต่อองค์การ

(9)

http://www.ssru.ac.th วิชาการจัดการการผลิตและการปฏิบัติการ 9 ผู้บริหารโครงการ

ผู้บริหารโครงการหรือผู้จัดการโครงการ (The Project manager) เป็นผู้ที่รับผิดชอบในการประสานงานและ ประสานกิจกรรมต่างๆ ระหว่างสายงานในหน้าที่และกิจกรรมอื่นๆ ผู้จัดการโครงการจําเป็นจะต้องมีทักษะในการ สื่อสารระหว่างบุคคล คุ้นเคยกับการดําเนินงานในโครงการต่าง ๆ และจะต้องมีความรู้ความสามารถในการใช้และ ถ่ายทอดเทคโนโลยี และการนําผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคเข้ามาช่วยในการตัดสินใจ ผู้บริหารโครงการ (Project manager) ควรเป็นผู้ที่มีความสามารถหลายด้าน ซึ่งจะต้องมีประสบการณ์และ ความรู้ที่กว้างขวาง สามารถดูแลหน้าที่ต่าง ๆ ได้หลายหน้าที่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผู้จัดการโครงการจะต้องมี คือ การนํา ความสามารถต่างๆ มาประสานกันเพื่อให้เกิดแรงยึดเหนี่ยวในลักษณะรวมเพื่อให้เกิดการปฏิบัติงานที่ดีแก่โครงการ สิ่งที่ผู้บริหารโครงการต้องรับผิดชอบโดยตรงในด้านต่อไปนี้ (1) ความสําเร็จของโครงการ โดยบริหารโครงการ ให้แล้วเสร็จตามลําดับ และตรงเวลา (2) งบค่าใช้จ่ายของโครงการต้องเป็นไปตามแผนที่วางไว้ (3) โครงการต้องมี คุณภาพตรงตามเป้าหมาย (4) ต้องมั่นใจว่า บุคลากรได้รับการจูงใจ การกําหนดทิศทาง และการกระจายข่าวสารที่ จําเป็นต่อความสําเร็จของโครงการ

(10)

โครงสร้างแบบแยกย่อยงาน

โครงสร้างแบบแยกย่อยงาน [Work Breakdown Structure (WBS)] เป็นเทคนิคซึ่งเกี่ยวข้องกับการ จัดสรรทรัพยากรและขอบเขตของงาน ขั้นตอนแรกของการบริหารโครงการก็คือ มีการกําหนดวัตถุประสงค์ของ โครงการก่อน จากนั้นจึงค่อยแบ่งโครงการออกเป็นส่วนๆ แล้วแตกลึกลงไปถึงรายละเอียดของแต่ละส่วนเป็นกลุ่มของ กิจกรรมที่เกี่ยวข้อง วัตถุประสงค์ของการแยกย่อยงาน (1) เพื่อให้การบริหารงานมีประสิทธิผลดียิ่งขึ้น (2) สามารถทํางานได้อย่างมีอิสระและทําให้เกิดความคล่องตัว (3) มีการประสานความร่วมมือในการทํางาน

(11)

http://www.ssru.ac.th วิชาการจัดการการผลิตและการปฏิบัติการ 11 การจัดตารางการทํางานของโครงการ การจัดตารางการทํางานของโครงการ (Project Scheduling) เป็นการจัดลําดับและการจัดสรรเวลาให้กับแต่ ละกิจกรรมของโครงการ ผู้บริหารโครงการต้องศึกษาว่า กิจกรรมแต่ละอย่างใช้เวลา ใช้บุคลากร และวัตถุดิบเท่าใด ผู้บริหารโครงการอาจวาดผังตารางการทํางาน ด้วยเครื่องมือการวาดแผนโครงการที่นิยมมากที่สุดคือผัง Gantt เป็นผังที่ช่วยในการวางแผนการจัดสรรเวลาสําหรับการทํางานตามลําดับขั้นตอนความก้าวหน้าของงาน วัตถุประสงค์ของการจัดตารางการทํางานของโครงการ (1) เพื่อแสดงถึงความสัมพันธ์ของแต่ละกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกันตลอดทั้งโครงการ (2) เพื่อกําหนดลําดับความสัมพันธ์แบบ ก่อน-หลัง ของกิจกรรมโดยรวม (3) ช่วยคํานวณเวลาและต้นทุนของแต่ละกิจกรรม (4) ช่วยทําให้เกิดการใช้บุคลากร เงินทรัพยากร ได้อย่างคุ้มค่า

(12)

การควบคุมโครงการ

การควบคุมโครงการ (Project controlling) เป็นการติดตามดูแลทรัพยากร ต้นทุน คุณภาพ และ งบประมาณอย่างใกล้ชิด

ปัจจุบันมีโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่สามารถนํามาใช้เพื่อควบคุมการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิผล

เทคนิคการบริหารโครงการ : PERT และ CPM (Project management techniques : PERT and CPM) การประเมินโปรแกรมและเทคนิคการตรวจสอบ เป็นเทคนิคการบริหารโครงการ ซึ่งผู้บริหารจะกําหนดลําดับ ขั้นตอนของกิจกรรมที่เหมาะสม เวลาที่คาดคะเนไว้เพื่อให้โครงการเสร็จสมบูรณ์ และการใช้ทรัพยากรที่ดีที่สุดภายใน โครงการที่สลับซับซ้อน

เทคนิคการบริหารโครงการ (PERT/CPM) ในความหมายของการบริหารการปฏิบัติการ หมายถึง แนวทาง อย่างหนึ่งของการวางแผนการประสานงานโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งคาดคะเนเวลาได้ไม่แน่นอนสําหรับกิจกรรมมีการ

(13)

http://www.ssru.ac.th วิชาการจัดการการผลิตและการปฏิบัติการ 13 การควบคุมโครงการ (ต่อ) เส้นทางวิกฤต [Critical Path (CP)] เป็นการลําดับของเหตุการณ์และกิจกรรมซึ่งใช้ประเมินโปรแกรมและ ตรวจสอบเครือข่ายเทคนิค PERT ซึ่งต้องการช่วงเวลานานที่จะทําให้งานสําเร็จ หรือเป็นเส้นทางเส้นหนึ่งที่ผ่าน เครือข่ายโครงการ โดยใช้เวลานานที่สุดที่จะทําให้งานเสร็จตามโครงการ หรือเป็นเส้นเดียวที่งานเสร็จช้าที่สุด วิธีการของเส้นทางวิกฤต เป็นเทคนิคการวางแผนและควบคุมซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดแสดงโครงการที่ สลับซับซ้อนเป็นเครือข่าย ด้วยการคาดคะเนเวลาของแต่ละขั้นตอนในโครงการ หรือเป็นแนวทางในการวางแผนและ การประสานงานโครงการขนาดใหญ่ โดยการจัดการ สั่งการ ที่มุ่งเน้น ทิศทางของเส้นวิกฤตที่ อยู่ในโครงการมากที่สุด เพื่อการเตรียมการประมาณค่าระยะของเวลาของเส้นทาง

(14)

การควบคุมโครงการ (ต่อ) กรอบงานของ PERT และ CPM มีขั้นตอนพื้นฐาน 6 ขั้นตอน ดังนี้ 1. กําหนดโครงการและเตรียมโครงสร้างแยกย่อยของงาน 2. พัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรม และเลือกกิจกรรมที่ต้องทําก่อนและทําที่หลัง 3. วาดเครือข่ายเชื่อมแต่ละกิจกรรม 4. กําหนดเวลา และ/หรือ ต้นทุนให้กับแต่ละกิจกรรม 5. คํานวณเส้นทางที่ใช้เวลายาวนานที่สุด 6. ใช้เครือข่ายช่วยในการวางแผน กําหนดตารางการทํางาน ติดตามและควบคุมโครงการ

(15)

http://www.ssru.ac.th วิชาการจัดการการผลิตและการปฏิบัติการ 15 การควบคุมโครงการ (ต่อ) ประโยชน์ของการใช้ PERT และ CPM 1. โครงการจะเสร็จสมบูรณ์เมื่อใด 2. มีกิจกรรมใดวิกฤตบ้าง (ใช้เวลายาวนานที่สุด) ถ่วงให้โครงการเกิดความล่าช้า ไม่เสร็จตามกําหนดเวลา 3. มีกิจกรรมใดที่ไม่มีความสําคัญบ้าง (ใช้เวลาน้อย) สามารถยืดเวลาออกไปได้โดยไม่มีผลต่อความสําเร็จของ โครงการ 4. ความน่าจะเป็นในความสําเร็จของโครงการมีมูลค่าเท่าใด 5. ณ เวลาหนึ่ง โครงการดําเนินเป็นเช่นไร (รุดหน้า ช้ากว่า เร็วกว่า ตรงตามกําหนด) 6. ณ เวลาหนึ่ง งบประมาณของโครงการเป็นอย่างไร (มากกว่า น้อยกว่า เท่ากับ) 7. มีทรัพยากรเพียงพอสําหรับความสําเร็จของโครงการหรือไร

(16)

การควบคุมโครงการ (ต่อ) ศัพท์และสัญลักษณ์ที่ใช้กับ PERT และ CPM กิจกรรม (Activity) หรืองานที่ปฏิบัติ หมายถึง งานที่จําเป็นเพื่อให้เครือข่าย PERT เสร็จสมบูรณ์ เป็น กิจกรรมที่ระบุเวลา ตัวแปรต่างๆในระบบ PERT ประกอบด้วย การคาดคะเนเวลา 3 ประการ สําหรับแต่ละกิจกรรม (1) เวลาที่น้อยที่สุดดีที่สุด (2) เวลาที่มากที่สุดที่แย่ที่สุด (3) เวลาที่เป็นไปได้มากที่สุด ซึ่งเวลาทั้งหมดจะแทนด้วยลูกศร เหตุการณ์ (Event) หรือจุดเชื่อมโยง (Node) เป็นภาวะที่เกิดขึ้นในเวลาใดเวลาหนึ่งแสดงการเริ่มต้นและ สิ้นสุดของกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง แทนด้วยวงกลม (node) เป็นเครื่องหมายแสดงการเริ่มต้น หรือการสิ้นสุดของ กิจกรรมของเครือข่าย เครือข่าย (Networks) เป็นความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมต่าง ๆ ของโครงการ กิจกรรมบนสัญลักษณ์รูปลูกศร [Activity-on-Arrow (AOA)] เป็นลักษณะของเครือข่ายโครงการซึ่ง

(17)

http://www.ssru.ac.th วิชาการจัดการการผลิตและการปฏิบัติการ 17 เครือข่าย PERT และการคาดคะเนของกิจกรรม มี 3 ช่วง 1. เวลาที่น้อยที่สุดที่ทําให้งานเสร็จ 2. เวลาที่มากที่สุดที่ทําให้งานเสร็จ 3. เวลาที่เป็นไปได้มากที่สุด สําหรับกิจกรรมใน PERT ใช้เวลาทั้ง 3 คํานวณหาค่าเวลาที่คาดไว้ว่า งานจะบรรลุผลสําเร็จและหาผลต่าง สําหรับแต่ละกิจกรรม คํานวณได้จากสมการ เวลาที่คาดไว้ (t) = และ ความแปรปรวนของเวลา (v) = a+4m+b 6 6 b - a 2

(18)

การใช้ PERT และ CPM เพื่อบริหารโครงการ เพื่อหา

1. เวลาเริ่มต้นงานที่เร็วที่สุดที่ดีที่สุด (Earliest Start-ES) 2. เวลาเสร็จงานที่เร็วที่สุดที่ดีสุด (Earliest Finish-EF) 3. เวลาเริ่มต้นงานที่ช้าที่สุดที่ดีที่สุด (Latest Start-LS) 4. เวลาเสร็จงานที่ช้าที่สุดที่ดีที่สุด (Latest Start-LF)

(19)

http://www.ssru.ac.th วิชาการจัดการการผลิตและการปฏิบัติการ 19 สูตร การหา ES และ EF การหา ES ให้หาจากเครือข่าย 1. ให้เอาค่าของเวลาก่อนหน้ากิจกรรมที่ต้องทํามาก่อนมาเป็นคําตอบ 2. ถ้ามีหลายสายกิจกรรม ให้บวกเวลาย้อนหลัง แล้วเลือกค่ามาก การหา EF ให้หาจากสูตร สูตร EF = ES + t

(20)

สูตรการหา LS และ LF การหา LS หาจากเครือข่าย 1. เอา EF สูงสุดตั้ง 2. เดินหน้าสุดสาย – ค่าเวลาย้อนหลัง 3. ถ้ามีหลายสายเลือกค่าน้อย การหา LF หาจากสูตร สูตร LF = LS + t

References

Related documents

The RTAA supports the current code structure and specifically those covering the broader construction industry ( Code of Practice: Managing Risks in Construction Work)

used No community volunteers & only select partner staff will be used 3 days for the unsheltered count 8 days for the unsheltered count.. Staging locations No staging

Broadcast advertisements must also either list all of the drug’s risks (like print ads) or ensure that consumers are at least told where they can access an advertised product’s

As mentioned above, the metric used for the evaluation of AppAware is the total traffic volume that is transported by the data center network once all overloaded VMs have been

reasons: (1) reasonable accommodations exist that allow disabled persons to play live call bingo, the only bingo “service” that may lawfully be offered to non- disabled persons

Inc.’s operations, performance and financial position for the quarter ended January 31, 2016, compared with the quarter ended January 31, 2015, and should be read in conjunction with

We will adopt a pragmatic and open approach, only withholding information where disclosure would not be in the public interest – for example data which individually or

Connect the spark plug leads in the proper sequence to the cap, starting with the wire for the number one cylinder at the position pointed to by the rotor of the '123'.... Also