English Grammar และแบบทดสอบในส่วนต่างๆต่อไปอีกเราหวังเป็นอย่างย่ิงว่าคุณคงจะได้รับประโยชน์จากส่วนนี้ คำานำา คำาคุณศัพท์ คำากริยาวิเศษณ์ คำากริยา กาล คำาบุพบท คำาสรรพนาม คำานาม คำานำาหน้านาม กริยาช่วย การเปรียบเทียบ คำาสันธาน เคร่ืองหมายวรรคตอน กริยารูปพิเศษ The Tenses The simple Tenses
S + V 1 (s, es) S + V2
S + will, shall + V1 The Continuous (Progressive) Tenses
S + is, am, are + Ving S + was, were + Ving S + will, shall + be + Ving The Perfect Tenses
S + has, have + V3 S + had + V3
S + will, shall + have + V3
The Perfect Continuous Tenses
S + has, have + been + Ving S + had + been + Ving
S + will, shall + have been + Ving ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Yindii English Grammar ซ่ึงทางเราจะได้ทำาการ update เพ่ิมเน้ือหา
รวมแบบทดสอบในแต่ละ section Introduction Adjectives Adverbs Verbs Tenses Prepositions Pronouns Nouns Gerunds กริยาท่ีเติม ing Articles Auxiliary verbs Comparisons Conjunctions Punctuation Irregular Verbs 1. Present Simple 2. Past Simple 3. Future Simple 1.Present Continuous
2.Past Continuous (Progressive) 3.Future Continuous (Progressive)
1.Present Perfect 2.Past Perfect 3.Future Perfect
1.Present Perfect Continuous 2.Past Perfect Continuous 3.Future Perfect Contunuous
www.chrisdelivery.com Isan_Poem Isan_Poem_1
Isan_Poem_2 Isan_Poem_3 Isan_Poem_4 Chris Delivery Episode 3
Chris Delivery Episode 4 Chris Delivery Episode 5 Chris Delivery Episode 6 Chris Delivery Episode 7 Chris Delivery Episode 8 Chris Delivery Episode 9 Chris Delivery Episode 10 Chris Delivery Episode 11 Chris Delivery Episode 12 Chris Delivery Episode 13 Chris Delivery Episode 14 Chris Delivery Episode 15 Chris Delivery Episode 16
I love you. ฉันรักคุณ I really love you. ฉันรักคุณจริงๆ I love you with all my heart. ฉันรักคุณหมดหัวใจ
I miss you. ฉันคิดถึงคุณ
I feel so lonely. ฉันเหงามาก
I’m so lonely without you. ไม่มีคุณ ฉันเหงามาก I don’t want to be here without you. ฉันไม่อยากอยู่ท่ีนี ถ้้าไม่มีคุณ Can you be my boy / girlfriend? คุณเป็นแฟนฉันได้ไหม
I am single. ฉันเป็นโสด
I don’t have anyone in my heart. ไม่มีใคร อยู่ในหัวใจ I want to be with you. ฉันอยากอยู่กับคุณ
I want to be with you all the time. ฉันอยากอยู่กับคุณ ตลอดเวลา I want to be with you forever. ฉันอยากอยู่กับคุณตลอดไป Why do you love me? ทำาไมคุณถึงรักฉัน
Because you are………
I can’t forget you. ฉันลืมคุณไม่ได้
I dream about you all the time. ฉันฝันถึงคุณ ตลอดเวลา I will dream about you every night. ฉันจะฝันถึงคุณ ทุกคืน I will dream about you tonight คืนนี ฉ้ันจะฝันถึงคุณ You’re the woman of my dreams. คุณคือผู้ชายในฝัน I want to know all about you. ฉันอยากรู้เร่ืองของคุณ This is my first love. น่ีเป็นรักครัง้แรกของผม You are very beautiful. คุณสวยมาก
You are very handsome. คุณหล่อมาก You are very charming. คุณมีเสน่ห์มาก
You are very cute. คุณน่ารักมาก
You are very beautiful eyes. ตาของคุณสวยมาก You have a cute nose. จมูกของคุณน่ารักมาก I like your smile. ฉันชอบยิม้ของคุณ I like your outfit. ฉันชอบชุดท่ีคุณใส่ I like looking at you. ฉันชอบมองคุณ I want to share my life with you. ฉันอยากใช้ชีวิตกับคุณ
Love at first sight. รักแรกพบ
I’ve never met a man like you. ฉันไม่เคยเจอผู้ชายอย่างคุณ I’ve never met a woman like you. ฉันไม่เคยเจอผู้หญิงอย่างคุณ
ฉันไม่เคยรักใครอย่างนีม้าก่อน I’m serious about you. ฉันจริงใจกับคุณ
I’m crazy about you. ฉันคลัง่ไคล้คุณ
I love you, not your money. ฉันรักคุณ ไม่ใช่เงินของคุณ
ฉันไม่สนใจหรอกว่าคุณมีเงินเท่าไหร่ I’m so happy being around you. ฉันมีความสุขท่ีอยู่ใกล้คุณ
Are you really serious about me? คุณจริงจังกับฉันจริงหรือเปล่า ………
เพราะว่าคุณ ..
I’ve never loved anybody like this before.
I don’t care how much money you have.
* Really จริงๆ
* Yes, I’m serious and sincere. ฉันทัง้จริงจังและจริงใจ Graphics 1
My heart is all yours. หัวใจของฉันเป็นของคุณ You mean everything to me. คุณคือทุกส่ิงทุกอย่างสำาหรับฉัน You are my precious thing. คุณเป็นส่ิงมีค่าของฉัน
I love you only. ฉันรักคุณคนเดียว
I’m so happy being around you. ฉันมีความสุขมากท่ีได้อยู่ใกล้คุณ I will always love you. ฉันจะรักคุณตลอดไป
I can’t love anyone else. ฉันรักใครไม่ได้อีกแล้ว I can’t wait to see you again. ฉันอยากจะเจอคุณเร็วๆ I want to see you as soon as possible. ฉันอยากเจอคุณ ให้เร็วท่ีสุด I don’t want to leave you. ฉันไม่อยากไปจากคุณ
You can trust me. ขอให้เช่ือใจฉัน
I will be faithful to you. ฉันจะซ่ือสัตย์ต่อคุณ I will never cheat on you. ฉันจะไม่นอกใจคุณ I still remember the moment we met. ยังจำาได้ตอนท่ีเราเจอกัน I have fallen in love with you รักคุณเข้าแล้ว
I love you with all my heart. รักคุณหมดใจ
You’re mine. คุณเป็นของฉัน
It’s hard to say how I feel. ยากท่ีจะบอกความรู้สึก Think about me sometimes. คิดถึงฉันบ้าง
You are my sweetheart. คุณคือสุดท่ีรัก ของฉัน
Don’t forget me. อย่าลืมฉัน
* I like you as a friend. ฉันชอบคุณแบบเพ่ือน * I don’t know yet. ฉันยังไม่รู้
Introduction
ประโยคคือกลุ่มของคำาท่ีมีประธานและส่วนขยาย คำานาม คำากริยา คำาสรรพนาม คำากริยาวิเศษณ์ คำาคุณศัพท์ คำาบุพบท คำาสันธานและคำาอุทาน verbs คำากริยา nouns คำานาม pronouns คำาสรรพนาม adverbs คำากริยาวิเศษณ์ adjectives คำาคุณศัพท์ prepositions คำาบุพบท conjunctions คำาสันธาน interjections คำาอุทาน กลับไปยังหน้าเดิม What is a sentence? ความหมายของประโยคWhat are the parts of speech? ชนิดของคำา แบ่งออกได้เป็น 8 ชนิดคือ
Descriptive adjectivesDemonstrative adjectivesProper Adjectives Numeral Adjectives Possessive Adjectives Quantitative Adjectives คำาคุณศัพท์คือคำาท่ีทำาหน้าท่ีขยายคำานามหรือคำาสรรพนาม ท่ีสำาคัญมีดังนี้ Descriptive adjectives คือคำาคุณศัพท์ท่ีบอกลักษณะ คุณภาพ ขนาด สี รูปร่าง ของคำานามท่ีมันประกอบเช่น beautiful สวยงาม ugly ขีเ้หล่ new ใหม่ old เก่า big ใหญ่ small เล็ก clean สะอาด dirty สกปรก good ดี bad เลว She is beatiful.
Daeng's room is dirty.
Tammy is a good tennis player.
คำาคุณศัพท์ท่ีบอกสี
blue American leather
red Thai silk
a small blue car a thick glass bottle
the first two weeks the next three men Demonstrative adjectives กลับไปยังหน้าเดิม
Adjectives
คำำคุณศัพท์
1. การเรียงลำาดับคำาคุณศัพท์ท่ีมีอยู่ในประโยคเรียงได้ตามนี้ ท่ีมา(มาจากไหน) วัสดุ(ทำาจากอะไร) 2. ถ้ามีคำาคุณศัพท์ท่ีบอกขนาด ความสูง ความยาวจะวางไว้ข้างหน้าจากข้อหน่ึง3. ถ้ามีคำาว่า first, last และ next จะวางไว้หน้าจำานวนนับ
คือคุณศัพท์ชีเ้ฉพาะได้แก่ This, That, These, Those This ใช้กับคำานามเอกพจน์ท่ีอยู่ใกล้ (นี้)
That ใช้กับคำานามเอกพจน์ท่ีอยู่ไกล (นัน้) These ใชักับคำานามพหูพจน์ท่ีอยู่ใกล้(เหล่านี้) Those ใชักับคำานามพหูพจน์(เหล่านัน้)
This is my pen.
That is my motorcycle. These books are theirs. Proper Adjectives คือคำาคุณศัพท์ท่ีเก่ียวกับเช้ือชาติเป็นคำาศัพท์ท่ีมีรูปมา จากช่ือของประเทศเช่น Thailand Thai คนไทย Canada Canadian คนแคนาดา U.S.A. American คนอเมริกัน China Chinese คนจีน Switzerland Swiss คนสวิส คือคุณศัพท์ท่ีบอกจำานวนนับ ลำาดับท่ีและจำานวนท่ีไม่แน่นอน บอกจำานวนท่ีไม่แน่นอนได้แก่คำาว่า
I have three dogs. That's his second wife. I will be away several weeks. Possessive Adjectives
คือคำาคุณศัพท์ท่ีแสดงความเป็นเจ้าของ
My book is on the table. I lost her coat.
May I borrow your pen? Numeral Adjectives
จำานวนนับได้แก่ one,two, three, four,five,six,seven,eight, nine,ten...
ลำาดับท่ีได้แก่ first,second,third,fourth, fifth, sixth, seventh, eighth, nineth,tenth... many มาก much มาก double ทัง้สอง few /a few น้อย จำานวนน้อย สองสาม several หลาย a little/little เล็กน้อย all ทัง้หมด no ไม่มี some มีบ้าง enough. เพียงพอ my ของฉัน her ของเธอ his ของเขา its ของมัน your ของคุณ our ของพวกเรา their ของพวกเขา
Quantitative Adjectives
คือคุณศัพท์ท่ีแสดงปริมาณบอกถึงความมากน้อยของส่ิงนับไม่ได้ได้แก่คำาว่า
Give me some food.
I do not have enough water. Do you have any money?
Adjectives ได้แก่คำาว่า good ดี bad เลว tall สูง dirty สกปรก wise ฉลาด red แดง fat อ้วน thin ผอม this นี้ those เหล่านัน้ short สัน้ white ขาว some บ้าง much มาก little น้อย enough เพียงพอ all ทัง้หมด no ไม่มี any บ้าง whole ทัง้หมด กลับไปยังหน้าเดิม Adjectives คือ คุณศัพท์ หมายถึง คำาท่ีไปทำาหน้าท่ีขยายนามหรือสรรพนาม (ขยายสรรพนามต้องอยู่หลังตลอดไป หรือคุณสมบัติของนามหรือสรรพนามนัน้ว่า เป็นอย่างไร? ชนิดของ Adjective Adjective ในภาษาอังกฤษแบ่งออกเป็น 11 ชนิด คือ 1. Descriptive Adjective คุณศัพท์บอกลักษณะ 2. Proper Adjective คุณศัพท์บอกสัญชาติ 3. Quantitative Adjective คุณศัพท์บอกปริมาณ 4. Numbearl Adjective คุณศัพท์บอกจำานวนแน่นอน 5. Demonstrative Adjective คุณศัพท์ชีเ้ฉพาะ 6. Interrogative Adjective คุณศัพท์บอกคำาถาม
good, bad, tall, shot, black, fat, thin, fat, thin, clever, foolish, poor, rich, brave, cowardly, pretty, agly, happy, sorry, etc.
Proper Noun Proper Adjective
England English America American Thailand Thai India Indian Germany German Italy Italian Japan Japanese China
much, many, little, some, any, enough, half, great, all, whole, sufficent, etc. He ate much rice at school yesterday.
Linda did not give any money to her younger brother. Take great care of your health.
one, two, three, four, five, six, seven, etc. 7. Possessive Adjective คุณศัพท์บอกเจ้าของ 8. Distributive Adjective คุณศัพท์แบ่งแยก 9. Emphaszing Adjective คุณศัพท์เน้นความ 10. Exclamatory Adjective คุณศัพท์บอกอุทาน 11. Relative Adjective คุณศัพท์สัมพันธ์ 1. Descriptive Adjective คือ "คำาคุณศัพท์บอกลักษณะ" หมายถึง คำาท่ีใช้ลักษณะหรือคุณภาพของคนสัตว์ ส่ิงของและสถานท่ีเพ่ือให้รู้ว่า นามนัน้มีลักษณะอย่างไร ได้แก่คำาว่า ตัวอย่างเช่น :
The rich man lives in the big house. (คนรวยอาศัยอยู่บ้านหลังใหญ่)
A clever pupil can answer the difficult problem. (นักเรียนท่ีฉลาดสามารถตอบปัญหายากได้ The black cat cuagh a smail bird. (แมวดำาตัวนัน้จับนกได้)
ข้อสังเกต : rich, big, clever, difficult, black และ small เป็นคุณศัพท์บอกลักษณะ
2. Proper Adjective คือ "คุณศัพท์บอกสัญชาติ" หมายถึง คำาท่ีไปขยายนามเพ่ือบอกสัญชาติ ซ่ึงอันท่ีจริงมีรูปเปล่ียนมาจาก
(เป็นนามเฉพาะ) (เป็นคุณศัพท์บอกสัญชาติ)
Chinese ตัวอย่างเช่น :
John employs a chinese cook. (จอห์นจ้างพ่อครัวชาวจีนคนหน่ึง) Do you learn French literature? (คุณเรียนวรรณคดีฝรัง่เศสหรือ)
The English language is used by every nation. (ภาษาอังกฤษใช้ในทุกประเทศ ข้อสังเกต : Chinese, French, English เป็นคำาคุณศัพท์บอกสัญชาติ
3. Quantitive Adjective คือ "คำาคุณศัพท์บอกปริมาณ" หมายถึง คำาท่ีไปขยายนาม เพ่ือบอกให้ทราบปริมาณของส่ิงเหล่านัน้ว่า มีมากหรือน้อย
(เขากินข้าวมากท่ีโรงเรียนเม่ือวานนี้) (ลินดาไม่ได้ให้เงินแก่น้องชายของหล่อน) (เอาใจใส่ต่อสุขภาพของคุณให้มากหน่อย)
ข้อสังเกต : much, any, great ในประโยชน์ทัง้ 3 เป็นคำาคุณศัพท์บอกปริมาณ ตัวอย่างเช่น :
4. Numberal Adjective คือ "คำาคุณศัพท์บอกจำานวนแน่นอน" หมายถึง คำาท่ีไปขยายนาม เม่ือบอกจำานวนแน่นอนของนามว่ามีเท่าไหร่ แบ่งเป็นช่ือย่อยได้ 4.1 Cardinal Numberal Adjective คือ คุณศัพท์ท่ีใช้บอกจำานวนนับท่ีแน่นอนของนาม ได้แก่
She gave me two apples and three organes. Bill wants to buy seven pens.
first, second, third, fifth, sixt, seventh, etc.
Tom is the first boy to be rewarded in this school.
Sam won the third prize last month and the second one last week. I am the seventh son of my family.
Some roses are double.
Buddha, Dhamma, and Sangha are triple gems.
I invited that man to come in.
Jan hated such things because they made her ill. They said the same thing two or three times.
What book is he reading in the room? Which way shall we go?
Whose shoes are these?
This is my table.
(หล่อนให้แอปเปิ้ลสองผล และส้มสามผลแก่ฉัน) (บิลต้องการซ้ือปากกาเจ็ดด้าม)
ข้อสังเกต : two, three, seven เป็นคุณศัพท์บอกจำานวนแน่นอนวางไว้หน้านาม
4.2 Ordinanal Numberal Adjective คือ "คำาคุณศัพท์ท่ีใช้ขยายนามเพ่ือบอกลำาดับท่ีของนามนัน้ๆ ได้แก ตัวอย่างเช่น :
(ทอมเป็นเด็กคนแรกท่ีได้รับรางวัลในโรงเรียนนี้)
(แซมได้รับรางวัลท่ี 3 เม่ือเดือนท่ีแล้ว และสัปดาห์ท่ีผ่านมา ได้รับรางวัลท่ี 2) (ฉันเป็นลูกคนท่ี 7 ของครอบครัว)
ข้อสังเกต : first, third, second, seventh เป็นคุณศัพท์บอกลำาดับท่ีวางไว้หน้านาม
4.3 Mutiplicative Adjective คือ "คุณศัพท์บอกจำานวนทวีของนาม" ได้แก่ double, triple, fourfold ตัวอย่างเช่น :
(ดอกกุหลาบบางดอกก็มีกลีบ 2 ชัน้)
(พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ คือแก้ว 3 ประการ)
ข้อสังเกต : double, triple, เป็นคำาคุณศัพท์บอกจำานวนทวีของนาม
5. Demonstrative adjective คือ คุณศัพท์ชีเ้ฉพาะหรือนิยมคุณศัพท์หมายถึง คำาท่ีชีเ้ฉพาะให้กับนามใดนามหน่ึง ได้แก่ these ,those (ใช้กับนามพหูพจน์) such, same
ตัวอย่างเช่น: (ฉันได้เชิญผู้ชายคนนัน้ให้เข้ามาข้างใน) (แจนเกลียดส่ิงเหล่านัน้เพราะมันทำาให้เธอไม่สบาย) (พวกเขาพูดถึงส่ิงเดียวกันนี้2หรือ3ครัง้แล้ว) ข้อสังเกต: that,such,same เป็นคุณศัพท์ชีเ้ฉพาะวางไว้หน้านาม 6.interrogative adjective คือ คุณศัพท์บอกคำาถามหมายถึง คุณศัพท์ท่ีใช้ขยายนามเพ่ือให้เป็นคำาถามโดยจะวางไว้ ต้นประโยคและมีนามตามหลังเสมอ ได้แก่ what, which, whose
ตัวอย่างเช่น: (เขากำาลังอ่านหนังสืออะไรอยู่ในห้อง) (เราจะไปทางไหนกันน่ี?) (รองเท้านีเ้ป็นของใคร) ข้อสังเกต: what,which,whose เป็นคุณศัพท์บอกคำาถามอยู่หน้าประโยค 7. Possessive adjective คือ คุณศัพท์บอกเจ้าของหรือสามีคุณศัพท์ หมายถึง คำาคุณศัพท์ท่ีใช้ขยายนามเพ่ือบอกความเป็นเจ้าของของนาม ได้แก่ ตัวอย่างเช่น : (น่ีคือโต๊ะของฉัน)
Her pen is on my desk. Our nation needs solidarity.
Their parents work hard every day.
The two men had each a gun.
Every soldier is punctually in his place. Either side is a narrow lane.
Neither accusation is true.
Linda said that she had seen it with her own eyes. He is the very man who stole my wrist watch last night. Jean is my own girl-friend.
What a man he is! What an idea it is!
What a piece of work he does!
เช่ือมความในประโยคของตัวเองกับประโยคข้างหน้าให้สัมพันธ์กันอีกด้วย ได้แก่ Give me what money you have.
I will take whichever horse you don t want. He will read what book he wishes.
(ปากกาของหล่อนอยู่บนโต๊ะฉัน) (ชาติของเราต้องการความสามัคคี) (พ่อแม่ของพวกเขาทำางานหนักทุกวัน)
ข้อสังเกต : my, her, our, their เป็นคุณศัพท์บอกเจ้าของวางไว้หน้านาม
8. Distributive คือ คุณศัพท์แบ่งแยก หมายถึง คำาคุณศัพท์ท่ีไปขยายนาม เพ่ือแยกนามออกจากกันเป็น อันหน่ึง หรือส่วนหน่ึงได้แก่ ตัวอย่างเช่น : (ชายสองคนนีม้ีปืนคนละกระบอก) (ทหารทุกคนเข้าประจำาท่ีของตัวตรงเวลาดี) (ไม่ข้างใดก็ข้างหน่ึงเป็นซอยแคบ) (ข้อกล่าวหาทัง้สองข้อไม่เป็นความจริง) ข้อสังเกต: each,every,either,neither เป็นคุณศัพท์แบ่งแยกมาขยายนาม 9. Emphasizing Adjective คือ คุณศัพท์เน้นความ หมายถึงคุณศัพท์ท่ีใช้ขยายนามเพ่ือเน้นความให้มีนำาหนักขึ้น ได้แก่ ตัวอย่างเช่น: (ลินดาพูดว่าหล่อนได้เห็นมันมากับตาเธอเอง) (เขาคือชายคนนัน้ผู้ซ่ึงได้ขโมยนาฬิกาข้อมือของฉันไปเม่ือคืนนี้) (จีนคือแฟนผมเอง) ข้อสังเกต : own,very เป็นคุณศัพท์เน้นความขยายนามท่ีตามหลังให้มีนำาหนักขึ้น 10. Exclamatory Adjective คือ คุณศัพท์บอกอุทาน หมายถึง คุณศัพท์ท่ีใช้ขยายเพ่ือให้เป็นคำาอุทาน ได้แก่ ตัวอย่างเช่น: (เขาเป็นผู้ชายอะไรนะเน่ีย!) (มันเป็นความคิดอะไรกันหนอ!) (เขาทำางานได้เย่ียมจริงๆ!) ข้อสังเกต : what ทัง้ 3 คำา ในประโยคเหล่านีเ้ป็นคุณศัพท์บอกอุทาน 11. Relative Adjective คือ คุณศัพท์สัมพันธ์ หมายถึง คุณศัพท์ท่ีใช้ขยายนามท่ีตามหลังและในขณะเดียวกันก็ยังทำาหน้าท่ีคล้ายส้นธาน what(อะไรก็ได้),whichever(อันไหนก็ได้) ตัวอย่างเช่น: (จงให้เงินเท่าท่ีคุณมีอยู่แก่ฉัน) (ฉันจะนำาเอาม้าตัวท่ีคุณไม่ต้องการ) [ แซมจะอ่านหนังสืออะไรก็ได้ท่ีเขาปราถนา (จะอ่าน) ] ข้อสังเกต : What, Whichever เป็นคุณศัพท์สัมพันธ์ ไปขยายนามท่ีตามหลัง และในขณะเดียวกันก็ทำาหน้าท่ีเช่ือมประโยคหน้าและประโยคหลังให้กลมกลืนกันอีกด้วย
* The thin man can run very quickly.
* A wise boy is able to answer a difficult problem. * The beautiful girl is wanted by a young boy.
คุณศัพท์เรียงขยายไว้หน้านามโดยตรง
ท่ีเรียงตามกริยาเหล่านี ถ ้ ือว่าขยายประธานแต่วางตามหลังกริยา * I'm feeling a bit hungry.
* Sugar tastes sweet.
* Sam made his wife happy. * I consider that man mad. *This matter made me foolish.
* A parcel posted by mail today will reach him tomorrow.
* I have known the manager suitable for his position.
ท่ีจะกล่าวต่อไปนีแ้ล้วให้มีวิธีใช้ขยายนามหรือประกอบนาม ได้เพียงข้อใดข้อหน่ึงเท่านัน้ คือ ประกอบหน้านาม หรือเรียงหลังกริยา จะใช้ทัง้ Adjective เวลานำาไปพูดหรือเขียนมีวิธีใช้อยู่ 4 อย่างคือ 1. เรียงไว้หน้าคำานามท่ีคุณศัพท์นัน้ไปขยายโดยตรงได้ เช่น (คนผอมสามารถว่ิงได้เร็วมาก) (เด็กฉลาดสามารถตอบปัญหาท่ียากได้) (สาวสวยย่อมเป็นท่ีหมายตาของเด็กหนุ่ม)
ข้อสังเกต : thin , wise , difficult , beautiful ,young เป็น 2. เรียงไว้หลัง Verb to be, look feel,seem,get,taste,smell, turn,go,appear,keep,become,sound,grow,etc. ก็ได้ Adjective เพราะฉะนัน้จึงมีช่ือเรียกได้อีกอย่างหนึงว่า Subjective Complement เช่น (ฉันรู้สึกหิวนิดๆ)
(น้ำาตาลมีรสหวาน)
ข้อสังเกต: hungry และ sweet เป็น Adjective เรียงไว้หลัง กริยา feeling และ tastes ทัง้นัน้ 3. เรียงคำานามท่ีไปทำาหน้าท่ีเป็นกรรม (Object) ได้ ทัง้นีเ้พ่ือ ช่วยขยายเน้ือความของกรรมนัน้ให้สมบรูณ์ขึ้น Adjiective ท่ีใช้ใน ลักษณะเช่นนีเ้รียกว่าเป็นObjiective Complement เช่น (แซมทำาภรรยาของเขาให้มีความสุข) (ฉันพิจารนาดูแล้วว่า ชายคนนัน้เป็นบ้า) (เร่ืองนีท้ำาให้ฉันโกรธไปได้)
ข้อสังเกต: happy,mad และ foolish เป็น Adjective ให้เรียง หลังนาม และสรรพนามท่ีเป็น Object คือ wife,man,me
4. เรียง Adjective ไว้หลังคำานามได้ ไม่ว่านามนัน้จะทำาหน้าท่ีเป็นอะไรก็ตาม ถ้า Adjective บุพบทวลี (Perpositional Phrase)มาขยายนามตามหลัง เช่น
(พัสดุท่ีส่งทางไปรษณีย์วันนีจ้ะถึงเขาวันพรุ่งนี้)
ข้อสังเกต: posted เป็น Adjective เรียงตามหลังนาม parcal ได้เพราะมีบุพบทวลี by mail today (ฉันได้รู้จักผู้จัดการซ่ึงก็มีความเหมาะสมสำาหรับตำาแหน่งของเขา)
ข้อสังเกต: suitable เป็นคุณศัพท์ เรียงไว้หลังนาม manager ได้เพราะมีบุพบท วลี for his position * ข้อยกเว้น ในการใช้ Adjecive บางตัวเม่ือไปขยายนาม
การใช้ Adjecive ไปขยายนามหรือประกอบนามตามแบบตัง้แต่ ข้อ 1 ถึง 4 นัน้ หมายถึง Adjecive 2 อย่างไม่ได้ นัน้คือ ( มีต่อค่ะ )
Adjective - Equivalent เป็นคุณศัพท์ท่ีจะกล่าวต่อไปนี้
Yale University is the place for political studies.
My younger brother wishes to study at Suan Dusit College.
They have worked in New York City for two years.
ขยายนามได้ และให้เรียงไว้หน้านามตัวนัน้ตลอดไป เช่น
John's house was built in Denver five years ago.
The teacher's table is larger than the students.
He has no money to give me for buying a pen.
This book is good for you to read.
The standing boy is afraid of the running dog.
Now he is waiting for you in the meeting room.
The man in this room is our guest.
He wants to buy the corner.
คือ "คำาท่ีใช้เสมือนเป็นคุณศัพท์" ทัง้นีก้็เน่ืองจากว่า คำาท่ีจะนำามาใช้เสมือนหน่ึง
1. คำานาม (Noun) นำามาใช้เป็น Adjective ขยายนามด้วยกันได้ แต่ให้วางไว้หน้านามท่ีมันไปขยายนัน้ทุกครัง้ไป เช่น (มหาวิทยาลัยเยลเป็นสถานท่ีสำาหรับการศึกษาวิชาการเมือง)
ข้อสังเกต : Yale เป็นนามนำามาใช้เป็นคุณศัพท์ขยาย university ซ่ึงเป็นนามด้วยกัน (น้องชายของฉันประสงค์จะเรียนท่ีวิทยาลัยสวนดุสิต)
ข้อสังเกต : Suan Dusit เป็นนาม แต่นำามาใช้เป็นคุณศัพท์ขยายนาม college ได้ (พวกเขาได้ทำางานอยู่ท่ีเมืองนิวยอร์คเป็นเวลา 2 ปีแล้ว)
ข้อสังเกต : New York เป็นนามนำามาใช้เป็นคุณศัพท์ขยายนามท่ีตามหลัง คือ City 2. คำานามท่ีใช้แสดงความเป็นเจ้าของ โดยมี Apostrophe ( 's ) มาใช้ควบนัน้ นำามาใช้เป็น (บ้านของจอห์นได้สร้างไว้ท่ีเดนเวอร์ เม่ือ 5 ปีมาแล้ว) ข้อสังเกต : เป็นคำานามท่ีนำามาใช้เป็นคุณศัพท์ขยายนาม house ได้ (โต๊ะของครูมีขนาดใหญ่) ข้อสังเกต : teacher's เป็นนาม นำามาใช้บยายนาม table ทำาหน้าท่ีเป็นคุณศัพท์ได้ 3. Infinitive (กริยาสภาวมาลา ได้แก่ to + V.1) นำามาใช้เป็นคุณศัพท์ขยายนามหรือสรรพนามได้ แต่วางไว้หลังนามท่ีมันขยายเสมอ เช่น (เขาไม่มีเงินท่ีจะให้ฉันซ้ือปากกา)
ข้อสังเกต : to give เป็น Infinitive นำามาใช้เป็น Adjective ขยายนาม money (หนังสือเล่มนีด้ีสำาหรับคุณท่ีจะอ่าน)
ข้อสังเกต : to read เป็น Infinitive นำามาใช้เป็นคุณศัพท์ขยายสรรพนาม you ได้ 4. Participle นำามาใช้เป็นคุณศัพท์ขยายนามได้ และให้วางไว้หน้านามท่ีมันไปขยายทุกครัง้ เช่น (เด็กชายท่ียืนอยู่กลัวสุนัขท่ีว่ิงมา)
ข้อสังเกต : standing, running เป็น Participle นำามาใช้เป็นคุณศัพท์ขยายนามได้ 5. Gerund (กริยานาม คือ Verb เติม ing แล้วนำามาใช้อย่างนามซ่ึงจะได้กล่าวในบทต่อไปนีเ้ช่นกัน (เดี๋ยวนีเ้ขากำาลังรอคุณอยู่ท่ีห้องประชุม)
ข้อสังเกต : meeting เป็น gerund นำามาใช้ทำาหน้าท่ีเป็นคุณศัพท์ขยายนาม room
6. Phrase (วลีทุกชนิด) นำามาใช้เป็น Adjective ขยายนามหรือสรรพนามได้ ส่วนตำาแหน่งวางของวลีคุณศัพท์นัน้อยู่หน้านามก็มี อยู่หลังนามก็มี เช่น (ผู้ชายท่ีอยู่ในห้องนีเ้ป็ฯแขกของเรา)
ข้อสังเกต : in this room เป็นวลีมาทำาหน้าท่ีเป็นคุณศัพท์มาขยายนาม man ท่ีอยู่ข้างหน้า (เขาต้องการซ้ือบ้านท่ีอยู่มุมถนนนัน้)
This is the house that Jack built.
I know Mr. Clinton whom you want to see.
7. Subordinate Clause (อนุประโยค) นำามาใช้เป็น Adjective ขยายนามได้ และให้วางไว้หลังนามท่ีไปขยายทุกครัง้ เช่น (นีค้ือบ้านท่ีแจ๊คสร้างเอาไว้)
ข้อสังเกต : that Jack built เป็น Subordinate Clause (ประเภทคุณานุประโยค (ฉันรู้จัก มิสเตอร์คลินตัน ผู้ซ่ึงคุณต้องการพบ)
Quantitative Adjectives
คำานาม
sport shoes
business tie
a small blue car a thick glass bottle
the first two weeks the next three men Demonstrative adjectives
Adjectives
คำำคุณศัพท์
This is my pen.
That is my motorcycle. These books are theirs. Proper Adjectives
คือคำาคุณศัพท์ท่ีเก่ียวกับเช้ือชาติเป็นคำาศัพท์ท่ีมีรูปมา จากช่ือของประเทศเช่น
คือคุณศัพท์ท่ีบอกจำานวนนับ ลำาดับท่ีและจำานวนท่ีไม่แน่นอน
บอกจำานวนท่ีไม่แน่นอนได้แก่คำาว่า
I have three dogs. That's his second wife. I will be away several weeks. Possessive Adjectives
คือคำาคุณศัพท์ท่ีแสดงความเป็นเจ้าของ
My book is on the table. I lost her coat.
May I borrow your pen?
one,two, three, four,five,six,seven,eight, nine,ten...
Quantitative Adjectives
คือคุณศัพท์ท่ีแสดงปริมาณบอกถึงความมากน้อยของส่ิงนับไม่ได้ได้แก่คำาว่า
Give me some food.
I do not have enough water. Do you have any money?
good, bad, tall, shot, black, fat, thin, fat, thin, clever, foolish, poor, rich, brave, cowardly, pretty, agly, happy, sorry, etc.
คำาแปล
much, many, little, some, any, enough, half, great, all, whole, sufficent, etc.
หมายถึง คำาท่ีใช้ลักษณะหรือคุณภาพของคนสัตว์ ส่ิงของและสถานท่ีเพ่ือให้รู้ว่า นามนัน้มีลักษณะอย่างไร ได้แก่คำาว่า นักเรียนท่ีฉลาดสามารถตอบปัญหายากได้) เป็นคุณศัพท์บอกลักษณะ หมายถึง คำาท่ีไปขยายนามเพ่ือบอกสัญชาติ ซ่ึงอันท่ีจริงมีรูปเปล่ียนมาจาก Proper noun นัน่เอง ได้แก่ อังกฤษ, คนอังกฤษ อเมริกา, คนอเมริกัน ไทย, คนไทย อินเดีย, คนอินเดีย เยอรมัน, คนเยอรมัน อิตาลี, คนอิตาเล่ียน ญ่ีปุ่น, คนญ่ีปุ่น จีน, คนจีน ภาษาอังกฤษใช้ในทุกประเทศ) หมายถึง คำาท่ีไปขยายนาม เพ่ือบอกให้ทราบปริมาณของส่ิงเหล่านัน้ว่า มีมากหรือน้อย (แต่ไม่บอกจำานวนแน่นอน)ได้แก่ หมายถึง คำาท่ีไปขยายนาม เม่ือบอกจำานวนแน่นอนของนามว่ามีเท่าไหร่ แบ่งเป็นช่ือย่อยได้ 3 ชนิด คือ คือ คุณศัพท์ท่ีใช้บอกจำานวนนับท่ีแน่นอนของนาม ได้แก่
Sam won the third prize last month and the second one last week.
คำาคุณศัพท์ท่ีใช้ขยายนามเพ่ือบอกลำาดับท่ีของนามนัน้ๆ ได้แก่
เป็นคุณศัพท์บอกลำาดับท่ีวางไว้หน้านาม
ได้แก่ double, triple, fourfold
คือ คุณศัพท์ชีเ้ฉพาะหรือนิยมคุณศัพท์หมายถึง คำาท่ีชีเ้ฉพาะให้กับนามใดนามหน่ึง ได้แก่ this, that (ใช้กับนามเอกพจน์),
คือ คุณศัพท์บอกคำาถามหมายถึง คุณศัพท์ท่ีใช้ขยายนามเพ่ือให้เป็นคำาถามโดยจะวางไว้
คือ คุณศัพท์แบ่งแยก หมายถึง คำาคุณศัพท์ท่ีไปขยายนาม เพ่ือแยกนามออกจากกันเป็น อันหน่ึง หรือส่วนหน่ึงได้แก่ each(แต่ละ), every(ทุกๆ), either(ไม่อันใดก็อันหน่ึง), neither(ไม่ทัง้สอง
คือ คุณศัพท์เน้นความ หมายถึงคุณศัพท์ท่ีใช้ขยายนามเพ่ือเน้นความให้มีนำาหนักขึ้น ได้แก่ own(เอง),very(ท่ีแปลว่า นัน้,นัน้เอง,นัน้จริงๆ)
คือ คุณศัพท์บอกอุทาน หมายถึง คุณศัพท์ท่ีใช้ขยายเพ่ือให้เป็นคำาอุทาน ได้แก่ what
คือ คุณศัพท์สัมพันธ์ หมายถึง คุณศัพท์ท่ีใช้ขยายนามท่ีตามหลังและในขณะเดียวกันก็ยังทำาหน้าท่ีคล้ายส้นธาน
ท่ีจะกล่าวต่อไปนีแ้ล้วให้มีวิธีใช้ขยายนามหรือประกอบนาม ได้เพียงข้อใดข้อหน่ึงเท่านัน้ คือ ประกอบหน้านาม หรือเรียงหลังกริยา จะใช้ทัง้ ไว้หลังคำานามได้ ไม่ว่านามนัน้จะทำาหน้าท่ีเป็นอะไรก็ตาม ถ้า Adjective ตัวนัน้มี ได้เพราะมีบุพบทวลี by mail today มาขยายตามหลัง
ได้เพราะมีบุพบท วลี for his position มาขยายตามหลัง
ขยายนามด้วยกันได้ แต่ให้วางไว้หน้านามท่ีมันไปขยายนัน้ทุกครัง้ไป เช่น ซ่ึงเป็นนามด้วยกัน เป็นนามนำามาใช้เป็นคุณศัพท์ขยายนามท่ีตามหลัง คือ City มาใช้ควบนัน้ นำามาใช้เป็น Adjective ทำาหน้าท่ีเป็นคุณศัพท์ได้ นำามาใช้เป็นคุณศัพท์ขยายนามหรือสรรพนามได้ แต่วางไว้หลังนามท่ีมันขยายเสมอ เช่น ขยายนาม money ได้ นำามาใช้เป็นคุณศัพท์ขยายสรรพนาม you ได้ นำามาใช้เป็นคุณศัพท์ขยายนามได้ และให้วางไว้หน้านามท่ีมันไปขยายทุกครัง้ เช่น นำามาใช้เป็นคุณศัพท์ขยายนามได้ แล้วนำามาใช้อย่างนามซ่ึงจะได้กล่าวในบทต่อไปนีเ้ช่นกัน) นำามาใช้เป็น Adjective ขยายนามได้และวางไว้หน้านามนัน้ตลอดไป เช่น นำามาใช้ทำาหน้าท่ีเป็นคุณศัพท์ขยายนาม room ขยายนามหรือสรรพนามได้ ส่วนตำาแหน่งวางของวลีคุณศัพท์นัน้อยู่หน้านามก็มี อยู่หลังนามก็มี เช่น เป็นวลีมาทำาหน้าท่ีเป็นคุณศัพท์มาขยายนาม man ท่ีอยู่ข้างหน้า เป็นวลีมาทำาหน้าท่ีเป็นคุณศัพท์ขยายนาม house ท่ีอยู่ข้างหน้า
ขยายนามได้ และให้วางไว้หลังนามท่ีไปขยายทุกครัง้ เช่น
ประเภทคุณานุประโยค) มาทำาหน้าท่ีเป็นคุณศัพท์ขยายนามhouse ท่ีวางอยู่ข้างหน้า
Adverbs of Frequency Adverbs of Manner
Adverbs of Place Adverbs of Degree
คำากริยาวิเศษณ์ทำาหน้าท่ีขยายคำาคุณศัพท์ ขยายคำากริยาหรือ ขยายคำากริยาวิเศษณ์ด้วยกันซ่ึงแบ่งออกเป็นชนิดต่างดังต่อไปนี้ Adverbs of Frequency สมำ่าเสมอ เป็นประจำา บ่อยๆ frequency บ่อย ถ่ี ตามปกติ sometimes บางครัง้บางครา generally โดยทัว่ๆไป seldom ไม่ค่อยจะ hardly ever แทบจะไม่ never ไม่เคยเลย
She is always late.
He has never traveled by train. Don often goes to the park. Adverbs of Manner happily อย่างมีความสุข quickly อย่างอย่างรวดเร็ว beautifully อย่างสวยงาม late ล่าช้า well ดี carefully อย่างระมัดระวัง เร็ว She walks slowly.
The children sing beautifully.
Adverbs of Time today วันนี้ tonight คืนนี้ yesterday เม่ือวาน finally ในท่ีสุด กลับไปยังหน้าเดิม
Adverbs
กริยำวิเศษณ์
คือ adverb ท่ีบอกความถ่ีว่าทำาส่ิงนีส้่ิงนัน้บ่อยหรือถ่ีมากน้อยแค่ไหนได้แก่คำาว่า always often usually กำรวำงตำำแหน่ง Adverbs of Frequency1.ถ้าประโยคนัน้มี verb to be หรือ verb to have ให้วางไว้หลัง verb to be หรือ verb to have
2. วางไว้หน้าคำากริยาแท้เช่น คือ adverb ท่ีบอกอาการ หรือท่าทาง สถานะ คุณภาพเช่น fast It is important to write carefully. คือ adverb ท่ีบอกเวลา ได้แก่คำาว่า
last ครัง้สุดท้าย already เรียบร้อยแล้ว soon ในเร็วๆนี้ before ก่อน still ยังคง every week ทุกๆสัปดาห์
We'll soon be home.
When did you last see your family? Adverbs of Place here ท่ีน่ี around รอบๆ there ท่ีนัน่ somewhere ท่ีไหนสักแห่ง near ใกล้ๆ
We are playing here.
Adverbs of Degree
very มาก
too quite
almost เกือบจะ
He is too big to run. The bag is very heavy. I am almost finished. Note: fast เร็ว hard ยาก แข็ง ไกล pretty มาก ทีเดียว early เช้า เร็ว แต่เช้า He runs fast. He is a fast runner. She works hard. She is a hard worker. คือ adverb ท่ีบอกสถานท่ี ได้แก่คำาว่า
The boy is sitting there.
คือ adverb ท่ีบอกปริมาณจะวางไว้หน้าคำา adj., adv. หรือกริยาท่ีมันขยาย ได้แก่คำาว่า
มาก(เกินไป) มาก(ทีเดียว)
1.ในกรณีท่ีประโยคหน่ึงมีคำากริยาวิเศษณ์อยู่หลายชนิดให้เรียงลำาดับดังนี้manner, place The kids go to bed early.
He works hard every week.
He sang beautifully at the concert last night.
2. คำาท่ีมีรูปเหมือนกันเป็นได้ทัง้คำาคุณศัพท์และคำากริยาวิเศษณ์ ได้แก่คำาว่า
beautifully quiet quietly wonderful wonderfully truly happy happily angry angrily simply possible possibly ADVERBS ขยายกริยาเช่น ขยายคุณศัพท์เช่น ขยายกริยาวิเศษณ์เช่น ขยายทัง้ประโยคเช่น คำากริยาวิเศษณ์ ส่วนใหญ่มาจากคำาคุณศัพท์โดยการเติม ly ท้ายคำาโดยมีหลักการทำาดังนี้ 1. เอาคำาคุณศัพท์มาเติม ly ได้เลย เช่น beautiful 2. คำาคุณศัพท์ท่ีลงท้ายด้วย e ให้ตัด e ออก แล้วเติม ly true 3. คำาคุณศัพท์ท่ีลงท้ายด้วย y ให้เปล่ียน y เป็น i แล้วเติม ly เช่น 4. คำาคุณศัพท์ท่ีลงท้ายด้วย le ให้ตัด e ออก แล้วเติม y simple Note: คำาท่ีลงท้ายด้วย lyอยู่แล้วแต่เป็นคำาคุณศัพท์ได้แก่คำาว่า friendly เป็นมิตร lovely น่ารัก lonely โด่ดเด่ียว ugly น่าเกียด silly ง่ีเง่า กลับไปยังหน้าเดิม Adverbs คือ "กริยาวิเศษณ์"(บางตำาราเรียd"คำากริยาวิเศษณ์"เฉยๆก็ได้)มีไว้ สำาหรับ"ใช้ทำาหน้าท่ีขยายกริยา,ขยายคุณศัพท์,ขยายกริยาวิเศษณ์(ด้วยกันเอง), ขยายประโยคและขยายสรรพนาม บุรพบทวลีและจำานวนนับ"ดังตัวอย่างต่อไปนี้ My mother works hard every day.
(แม่ของฉันทำางานหนักทุกๆวัน)
ข้อสังเกต:hardเป็นAdverbขยายกริยาworks These students are very intelligent. (นักศึกษาเหล่านีเ้ฉลียวฉลาดมำก)
ข้อสังเกต:veryเป็นAdverbขยายคุณศัพท์intelligent She drives very carefully.
(ลินดาขับรถด้วยความระมัดระวังอย่างย่ิง)
ข้อสังเกต:veryเป็นAdverbขยายAdverb"carefully" Foutunately,no one complained of me.
ขยายสรรพนามเช่น
ขยายบรุพบทวลีเช่น
ขยายจำานวนนับเช่น
Adjtive and Adverb
HOW TO LEARN ?
A little, A few; Little, Few
(โชคดีจริงๆไม่มีใครร้องเรียน(หรือบ่น)ฉันเลย)
ข้อสังเกต:fortunatelyเป็นAdverbทำาหน้าท่ีขยายทัง้ประโยคท่ีตามหลัง What else can I say.
(แล้วฉันจะพูดอะไรได้อีก)
ข้อสังเกต:elesเป็นAdverbมาขยายสรรพนามwhat
You ought to go right to the end of the road. (คุณควรจะไปจนสุดถนนสายนี้)
ข้อสังเกต:rightเป็นAdverbมาขยายบรุพบทวลีto the end of the road We go to the movie almost every Sunday.
(เราไปดูหนังสือเกือบทุกวันอาฑิตย์)
ข้อสังเกต:almostเป็นAdverbมาขยายจำานวนนับevery
a little a few, little, few adjetive adverb much many some any tool as well , too fairly , rather already , yet
(a) litte ใช้กับนามท่ีนับไม่ได้ (uncountable noun) ซ่ึงย่อมต้องเป็นเอกพจน์เสมอ เช่น
(b) few ใช้กับนามท่ีนับได้ (countable noun) ซ่ึงต้องเป็นพหูพจน์เสมอ เช่น (a) few books, (a) few people ข้อแตกต่ำงระหว่าง a little ( มี a) กับ little (ไม่มี a) a few ( มี a) กับ few (ไม่มี a)
เม่ือมี a นำาหน้า little หรือ few มีความหมายในทางรับ คือรับว่ามีอยู่บ้าง แม้จะน้อยก็ตาม เช่น There is alittle milk in that bottle.
There are a few people in the room.
ถ้าไม่มี a นำาหน้า แสดงความหมายในทางปฎิเสธ คือบ่งว่า แทบจะไม่มี เช่น There is little money left.
(แทบจะไม่มีเงินเหลืออยู่เลย)
การจะใช้ a นำาหน้า little หรือ few นัน้ ขึ้นอยู่ท่ีใจของผู้พูด
ADJECTIVES & ADVERBS
He is agood student.
That student is good.
a big town, a blue car, an interesting movie.
a tall young man, six red roses
a big, square box ; amodern, small car
a black and white cat
Much, Many ,Very, A lot of, lots of
much time = a lot of time = lots of time many people = lots of people = a lot of people
plenty(of), a great deal(of), a large number(of), a large amount(of), a large quantity(of) กำรใช้คำำ adjective คำา adjective อาจใช้ได้ 2 วิธี คือ : ใช้ประกอบหน้านาม ( attributive use ) เช่น ใช้หลังกริยา ( predicative use ) เช่น ตำำเเหน่ง ( position ) ของคำำ adjective 1.โดยปกติ adjective อยู่หน้าคำานาม เช่น 2.เม่ือมี adjective 2 คำาประกอบคำานามคำานามคำาเดียวโดยปกติไม่นิยมใช้เช่ือม เช่น 3.นิยมใช้ comma คัน่ระหว่าง adjective เม่ือเป็นคำาประเภทเดียวกัน เช่น
4.เเต่ถ้าคำา adjective 2 คำานัน้เป็นadjective บอกสีทัง้คู่ให้ใช้ and เช่น
much ใช้ประกอบนามนับไม่ได้ (uncountable) เช่น much water
many ใช้ประกอบนามท่ีนับได้ (countable) ดังนัน้นามหลัง many จึงเป็นนามพหูพจน์เสมอ เช่น
a lot of หรือ lots of ใช้ได้เหมือนกัน ใช้ประกอบได้ทัง้นามนับได้เเละนับไม่ได้ในประโยคบอกเล่า ถ้าเป็นคำาถามหรือปฏิเสธนิยมใช้
ในภาษาพูด (spoken English)คำาเเสดงความมากยังมีคำาอ่ืนๆอีก เช่น
very (มาก) เป็นคำา adverd จึงไม่ใช้ประกอบนาม เเต่ใช้ขยาย adjective หรือ adverd เช่น very much, very old
Some&Any
Too&Enough
This tea is too hot to drink.
ประโยคข้างบนนีม้ีความหมายว่า ชานีร้้อนเกินไปท่ีจะด่ืม ปัญหาจึงอาจเกิดว่าร้อนมากเกินไปสำาหรับใคร อีกคนหน่ึงอาจว่าไม่ร้อนก็ได้ This tea is too hot for me to drink.
= This tea is very hot; I can't drink it.
- He also went there yesterday =He went there yesterday,too. = He went there yesterday as well.
Nearly, Almost
-- Tom is nearly five feet tall.
-- John almost succeeded in cilmbing that tall tree. Any,any ใช้ในประโยคคำาถาม(interrogative) และปฏิเสธ (nagative)
ทัน้นีร้วมทัง้คำาประสม (compound) ของ some และ any ด้วย เช่นsomebody,anybody,something,anythingsome
To เม่ือใช้เป็นคำา adverb ประกอบคำา adjective หรือ adveb อ่ืนๆมีความหมายว่า มากเกินไปมักตามหลังด้วย
ดังนัน้จึงนิยมใช้ for สำาหรับบอกว่า เกินไปสำาหรับใคร เช่น
as well ใช้ในภำษำพูดเหมือนกัน และเป็นคำำที่นิยมมำกกว่ำ too (วำงไว้ท้ำยประโยคอย่ำง too
nearly= เกือบ, เกือบถึง (ในกำรบอกปริมำณและ อ่ืนๆ)
Almost= เกือบจะ (ในกำรกระทำำ) คือกำรกระทำำที่ไม่สำำเร็จ แต่เกือบจะสำำเร็จ เช่น
(ทอมสูงเกือบ 5 ฟุต)
Adverbs of Time
คำากริยาวิเศษณ์ทำาหน้าท่ีขยายคำาคุณศัพท์ ขยายคำากริยาหรือ ขยายคำากริยาวิเศษณ์ด้วยกันซ่ึงแบ่งออกเป็นชนิดต่างดังต่อไปนี้
He has never traveled by train.
กริยำวิเศษณ์
ท่ีบอกความถ่ีว่าทำาส่ิงนีส้่ิงนัน้บ่อยหรือถ่ีมากน้อยแค่ไหนได้แก่คำาว่า
When did you last see your family? Adverbs of Place
We are playing here.
He runs fast. He is a fast runner. She works hard. She is a hard worker.
หรือกริยาท่ีมันขยาย ได้แก่คำาว่า
อย่างสวยงาม อย่างเงียบๆ อย่างยอดเย่ียม อย่างแท้จริง อย่างมีความสุข อย่างฉุนเฉียว ง่ายๆ ชัดเจน เป็นไปได้ ท้ายคำาโดยมีหลักการทำาดังนี้
ซ่ึงย่อมต้องเป็นเอกพจน์เสมอ เช่น (a) little water, (a) little snow ซ่ึงต้องเป็นพหูพจน์เสมอ เช่น (a) few books, (a) few people
มีความหมายในทางรับ คือรับว่ามีอยู่บ้าง แม้จะน้อยก็ตาม เช่น
plenty(of), a great deal(of), a large number(of), a large amount(of), a large quantity(of)
จึงเป็นนามพหูพจน์เสมอ เช่น many books, many people, many cars
ใช้ได้เหมือนกัน ใช้ประกอบได้ทัง้นามนับได้เเละนับไม่ได้ในประโยคบอกเล่า ถ้าเป็นคำาถามหรือปฏิเสธนิยมใช้ much หรือ many เช่น
ประโยคข้างบนนีม้ีความหมายว่า ชานีร้้อนเกินไปท่ีจะด่ืม ปัญหาจึงอาจเกิดว่าร้อนมากเกินไปสำาหรับใคร อีกคนหน่ึงอาจว่าไม่ร้อนก็ได้
somebody,anybody,something,anythingsomeและany ใช้ประกอบได้ทัง้นามนับได้และนามนับไม่ได้ ถ้าประกอบนามนับได้ นามนัน้จะต้องเป็นพหูพจน์ เช่น
อ่ืนๆมีความหมายว่า มากเกินไปมักตามหลังด้วยto-infinitive (=to+กริยาช่องท่ี 1) เช่น