Solutions
Colloids
Suspensions
Emulsions
Semisolid dosage forms
Suppositories
Tablets
Modified Release Dosage Forms
Powders & Granules
Capsules
Sterile Dosage Forms
Aerosols
ยานํ้าใส (solution)
• สารต้านออกซิเดชัน เช่น sulfites , ascorbic acid
• บัฟเฟอร์ เช่น acetic acid and its salt
• สารช่วยการละลาย เช่น surfactants
ตัวอย่าง
Paediatric ferrous sulphate oral solution BP
¾ x 19.65 ml ≈ 15 ml
Working formula
App. Vol Ferrous
sulphate
12 g 0.6 g 0.3 g
Ascorbic acid 2 g 0.1 g 0.05 g
Orange syrup 100 ml 5 ml 5 ml
Double strength chloroform water
500 ml 25 ml 25 ml
Water sufficient to produce
1000 ml 50 ml 50 ml
การทํา aliquot
การทํา aliquot ของ ascorbic acid ใน double‐strength chloroform water ค่าการละลาย ascorbic acid 1:20 ต้องการ ascorbic acid 0.1 g ด้วยเครื่อง top loading(นํ้าหนักน้อยที่สุดที่ชั่ง ได้ = 0.5 g)
1.Multiple factor ที่ใช้ = 5 2.ต้องชั่ง ascorbic acid = 0.5 g
3.ต้องละลาย ascorbic acid 0.5 g ใน DS chloroform water จน ได้ 50 ml(ค่าการละลาย ascorbic acid 1:20)
4.กําหนดให้ aliquot part=10 ml(จาก total dilution/multiple factor)
5.ตวงสารละลายข้อ 4 มา 10 ml จะมี ascorbic acid 0.1 g นําไปเตรียม ตํารับสารละลายต่อไป
2.1 ยาเตรียมรูปแบบของเหลวใส
ชนิดของยาเตรียมรูปแบบของเหลวใส แบ่งตามตัวถูกละลายและตัวท าละลาย
รูปแบบ ตัวถูกละลาย ตัวท าละลาย
Solution ของแข็ง/ของเหลวที่ไม่ระเหย น้ า/สารละลายผสมที่ไม่ใช่น้ า Aromatic water ของแข็ง/ของเหลวหอมระเหย น้ า
Spirit ของแข็ง/ของเหลวหอมระเหย น้ า/สารละลายผสมที่ไม่ใช่น้ า
Syrup น้ าตาล/สารรสหวาน น้ า
Elixir น้ าตาล น้ า/สารละลายผสมที่ไม่ใช่น้ า
Tincture สารสกัด น้ า/สารละลายผสมที่ไม่ใช่น้ า
ยาน้ าใส (solution)
ยาน้ าใส หมายถึง ยาเตรียมเหลวที่ประกอบด้วยตัวยาที่ละลายน้ าได้ตั้งแต่ 1 ชนิดขึ้นไป ละลายผสม เข้าเป็นเนื้อเดียวกันในตัวท าละลายที่เหมาะสม โดยทั่วไปตัวยาหรือตัวถูกละลายเป็นสารไม่ระเหย
ส่วนประกอบ
ส่วนประกอบที่ใช้ขึ้นอยู่กับตัวยาส าคัญ จุดประสงค์การใช้ ลักษณะเฉพาะของผู้ป่วย และการเก็บ รักษาผลิตภัณฑ์ โดยที่ส่วนประกอบหลัก คือ
ตัวยาส าคัญ โดยทั่วไปเป็นสารไม่ระเหย
น้ ากระสายยา โดยปกติคือ น้ า หรือมีตัวท าละลายอื่นร่วมด้วย เช่น ethanol, glycerin, propylene glycol หรือของผสมของสารเหล่านี้
สาร ละลาย หมายเหตุ
น้ า Inorganic salt และ organic
compound Alcohol (ethyl
alcohol)
Organic compound มี preservative action Glycerin(glycerol) Tannin,phenol และ boric acid ถ้าใช้ความเข้มข้นสูงช่วยเป็น
preservative ได้(45%v/v) Propylene glycol ละลาย organic compoundที่
ละลายน้ าและที่ไม่ละลายน้ า
เป็น preservative ในยาเตรียม
ส่วนประกอบอื่นๆเพื่อให้ต ารับมีความคงตัวและสวยงามน่าใช้ เช่น
สารกันเสีย เช่น paraben
สารแต่งรสหวาน เช่น nonmedicated syrup
สารต้านออกซิเดชัน เช่น sulfites , ascorbic acid
บัฟเฟอร์ เช่น acetic acid and its salt
สารช่วยการละลาย เช่น surfactants
สารแต่งกลิ่น
สารแต่งสี
หมายเหตุ สารกันเสียที่นิยมใช้ในทางเภสัชกรรม
Alcohol 15 % ใช้ในยากิน ยาทา
Benzoic acid and its salt 0.1-0.3% ใช้ในยากิน ยาทา
Chloroform 0.25% ใช้ใน mixture,extracts
Methyl paraben 0.2% ใช้ในยากิน
Paraben concentrate 1% ใช้ในยากิน
โดยใน paraben concentrate ประกอบด้วย methyl paraben 10%
Propyl paraben 2%
Propylene glycol to 100%
วิธีเตรียม
1. การละลายธรรมดา (solution prepared by simple solution)เตรียมโดยละลายตัวยาในตัวท า ละลายที่เหมาะสม ปรับปริมาตรให้ครบ เตรียมให้ได้สารละลายใส อาจเติมสารเพื่อเพิ่มความคงตัว และท าให้ต ารับน่าใช้
2. การท าให้เกิดปฏิกิริยาเคมี(solution prepared by chemical reaction)เตรียมโดยน าตัวท าละลาย ตั้งแต่ 2 สารขึ้นไป ท าปฏิกิริยากันในตัวท าละลายที่เหมาะสม
เหตุผลที่ต้องเตรียมยาน้ าใสด้วยวิธีนี้ คือ
ตัวยาส าคัญต้องได้จากปฏิกิริยาเคมีและให้ผลการรักษาได้เมื่ออยู่ในรูปสารละลายเท่านั้น
ตัวยาส าคัญที่บริสุทธิ์ในสถานะของแข็งไม่คงตัวหรือละลายได้ช้า
ตัวยาส าคัญในต ารับได้จากปฏิกิริยาเคมีในระหว่างการเตรียม
3. การละลายธรรมดาและท าให้ไร้เชื้อ (solution prepared by simple solution with sterilization) วิธีนี้ใช้เตรียมยาน้ าใสที่ต้องท าให้ไร้เชื้อ เช่น ophthalmic solution
4. การสกัดตัวยาส าคัญ(solution prepared by extraction)เตรียมโดยสกัดตัวยาส าคัญจากส่วนของ พืชหรือสัตว์ โดยใช้น้ าหรือน้ าผสมกับตัวท าละลายอื่นเป็นตัวสกัด
ขั้นตอนการเตรียมยาในทางเภสัชกรรม
1. เขียนสูตรต ารับ(master formula)โดยค านวณปริมาณตัวยาส าคัญและสารต่างๆที่จ าเป็นต้องใช้ใน ต ารับ
2. ค านวณ working formula , approximate volume , ¾ vehicle volume 3. เขียนวิธีเตรียมให้ถูกต้อง
4. ท าการเตรียมยา
5. บรรจุภาชนะ และเขียนฉลากให้ถูกต้อง ตัวอย่าง
Paediatric ferrous sulphate oral solution BP
Rx Ferrous sulphate 12 g active ingredient
Ascorbic acid 2 g antioxidant
Orange syrup 100 ml sweetening agent
Double strength chloroform water 500 ml สารกันเสีย และตัวท าละลายร่วม Water sufficient to produce 1000 ml vehicle
Working formula App. Vol
Ferrous sulphate 12 g 0.6 g 0.3 g
Ascorbic acid 2 g 0.1 g 0.05 g
Orange syrup 100 ml 5 ml 5 ml
Double strength chloroform water 500 ml 25 ml 25 ml
Water sufficient to produce 1000 ml 50 ml 50 ml
¾ x 19.65 ml ≈ 15 ml
วิธีเตรียม : ละลาย ascorbic acid ใน double-strength chloroform water แล้วจึงละลาย ferrous sulphate ลงไป คนให้เข้ากัน เติม orange syrup คนให้เข้ากันแล้วปรับปริมาตรให้ครบด้วยน้ า บริสุทธิ์
การท า aliquot ของ ascorbic acid ใน double-strength chloroform water ค่าการละลาย ascorbic acid 1:20 ต้องการ ascorbic acid 0.1 g ด้วยเครื่อง top loading(น้ าหนักน้อยที่สุดที่ชั่งได้ = 0.5 g)
1. Multiple factor ที่ใช้ = 5 2. ต้องชั่ง ascorbic acid = 0.5 g
3. ต้องละลาย ascorbic acid 0.5 g ใน DS chloroform water จนได้ 50 ml(ค่าการละลาย ascorbic acid 1:20)
4. ก าหนดให้ aliquot part=10 ml(จาก total dilution/multiple factor)
5. ตวงสารละลายข้อ 4 มา 10 ml จะมี ascorbic acid 0.1 g น าไปเตรียมต ารับสารละลายต่อไป
น ้าปรุงหอม (Aromatic water)
น้้าปรุงหอม หมายถึง สารละลายใสและอิ่มตัวของน้้ามันหอมระเหยง่าย (volatile oil) หรือสารที่มีกลิ่น หอม หรือสารระเหยอื่นๆซึ่งอาจเป็นของแข็ง ของเหลว ก๊าซ ในน้้า
ส่วนประกอบ
-ตัวยาส้าคัญ ได้แก่ volatile oil aromatic or volatile substance -น้้ากระสายยา คือ purified water
วิธีเตรียม ที่ official ตามเภสัชต้ารับมี 4 วิธี คือ
1.วิธีการกลั่น (distillation method) เตรียมโดยเอาส่วนของพืชหรือยาที่จะเตรียมเป็นน้้าปรุงหอมมาใส่
ในเครื่องกลั่นที่เหมาะสม ใส่น้้าให้เพียงพอที่จะกลั่นได้ ระวังอย่าให้ไหม้ เมื่อเก็บของเหลวที่ได้จากการกลั่น (distillation) ไว้ น้้ามันที่มากเกินพอ(excess oil) จะลอยขึ้นข้างบนและแยกออกไป ส่วนที่เหลือจะเป็น สารละลายอิ่มตัวของน้้ามันหอมระเหยง่ายในน้้า หากไม่แน่ใจว่าสารละลายที่กลั่นได้เป็นสารละลายอิ่มตัว ให้ท้า การกลั่น distillation ซ้้าอีกโดยใส่ distillate ในส่วนของพืชสดแล้วกลั่นซ้้าจนแน่ใจว่าได้สารละลายอิ่มตัว ปกติ
จกรองอีกครั้งเพื่อให้ได้สารละลายใส กรเตรียมวิธีนี้ต้องใช้เครื่องมือและเสียเวลามาก จึงใช้ในการเตรียมน้้าปรุง หอมจากส่วนของพืชสดและไม่สามารถตรียมด้วยวิธีอื่นได้
2.วิธีการละลายธรรมดา (solution method) เตรียมโดยการเขย่าน้้ามันหอมระเหยง่ายกับน้้า (ถ้าเป็น ของแข็งต้องบดให้ละเอียดก่อน) ในภาชนะที่เหมาะสม เป็นเวลา 15 นาที ตั้งทิ้งไว้อย่างน้อย 12 ชั่วโมงเพื่อให้
สารละลายอิ่มตัวและท้าให้น้้ามันที่มากเกินพอรวมกัน (coalesce) เป็นหยดลอยขึ้นข้างบน หรือของแข็งที่มาก เกินพอจะนอนก้น (settle) กรองน้้าปรุงหอมผ่านกระดาษกรองที่ท้าให้เปียกด้วยน้้าโดยไม่ต้องเขย่า การเตรียมวิธี
นี้ไม่ต้องเครื่องมือยุ่งยาก เสียเวลาน้อยกว่าการกลั่น แต่น้้าปรุงหอมที่ได้ไม่ค่อยใสแม้จะกรองหลายครั้ง 3.วิธีการละลายโดยใช้สารช่วยกระจายตัว (distributing agent) (alternative solution method) เตรียมโดยสารช่วยกระจายตัว เช่น purified talc, purified silicious earth บดผสมกับสารหอมระเหยแล้วเติม น้้าบริสุทธิ์ตามปริมาณที่ต้องการลงไป เขย่าให้เข้ากันดีประมาณ 10 นาที แล้วกรองผ่านกระดาษกรองที่ท้าให้ชื้น ด้วยน้้าบริสุทธิ์ อาจกรองซ้้าได้ถ้ายังไม่ใส โดยกรองผ่านกระดาษกรองอันเดิม ปรับปริมาตรผ่านกระดาษกรอง วิธี
นี้นิยมใช้เพราเตรียมง่ายแลไม่เสียเวลา
4.วิธีการท้าให้เจือจาง (dilution method) (official ใน BP) น้า concentrated aromatic water (มี
alcohol และน้้าเป็นตัวท้าละลาย โดยมี alcohol ประมาณ 50-55%) ที่เตรียมไว้แล้วมาเจือจางด้วย purified water 39 เท่าของปริมาตรเดิม ( มี alcohol น้อยกว่า 1.5%) ข้อเสียของวิธีนี้คือ ในน้้าปรุงหอมมี alcohol ผสม อยู่ เมื่อ alcohol ถูกออกซิไดส์ กลิ่นรสจะเปลี่ยนไปจากเดิมและไม่ถูกต้องตามค้าจ้ากัดความ แต่วิธีนี้ช่วยปัญหาที่
น้้าปรุงหอมไม่ใส
ส่วนวิธีที่ไม่ official คือการน้า nontoxic-nonionic surfactant เช่น Tween ( Polysorbate ) มาเป็น สารช่วยละลาย ( solubilization agent ) ท้าให้น้้ามันหอมระเหยง่ายหรือสารหอมระเหยละลายได้มากขึ้น แต่
วิธีนี้มีข้อเสียคือ มีฟองมาก รสชาติไม่ดี สารที่ไม่ต้องการละลายออกมาได้มากขึ้น
การเก็บรักษา ปกติจะเก็บน้้าปรุงหอมไว้ใน tight light resistant container ที่อุณหภูมิห้อง ประโยชน์ เนื่องจากน้้ามันระเหยง่ายหรือสารที่มีกลิ่นหอมละลายน้้าได้น้อย แม้ว่าน้้าปรุงหอมเป็น สารละลายอิ่มตัวแต่มีความเข้มข้นต่้า จึงไม่ค่อยมีฤทธิ์ในการรักษาโดยตรงนอกจากใช้เสริมฤทธิ์เท่านั้น โดยทั่วไป น้้าปรุงหอมจะใช้ประโยชน์เป็นสารแต่งกลิ่นและรสหรือใช้เป็นน้้ากระสายยาที่มีกลิ่นหอม ตัวอย่างเช่น
Rose Water ใช้เป็น perfume
Hamamelis Water ใช้เป็น perfume และมีฤทธิ์เป็น astringent ใน aftershave lotion Cinnamon Water มีฤทธิ์ carminative ใช้เป็น vehicle ใน Chalk Mixture
ตัวอย่างรูปแบบยาเตรียมน้้าปรุงหอม
Peppermint Water NF
Rx Peppermint Oil 2 ml
Purified Water to 100 ml
Talc. 15 g
วิธีเตรียม บดผสม Peppermint Oil กับ Talc. 15 กรัม ให้เข้ากันจนน้้ามันกระจายตัวทั่ว Talc. เติมน้้า บริสุทธิ์ 1000 มล. เขย่าให้เข้ากันดีประมาณ 10 นาที กรองส่วนผสมผ่านกระดาษกรอที่ท้าให้ชื้นด้วยน้้าบริสุทธิ์
จนได้สารละลายใส ถ้าไม่ใสให้กรองซ้้าแล้วปรับปริมาตรให้ครบผ่านกระดาษกรองอันเดิม
อิลิกเซอร์ (Elixirs)
อิลิกเซอร์ หมายถึง ยาเตรียมประเภทของเหลวส้าหรับรับประทาน เป็นสารละลายใส รสหวาน ตัวท้า ละลายที่ใช้จะเป็นน้้าผสมกับแอลกอฮอล์ แลมีการตกแต่งกลิ่นรสให้น่ารับประทาน
ประเภทของอิลิกเซอร์มี 2 ประเภท คือ
1.non-medicaed elixirs ประกอบด้วยตัวท้าละลาย (alc+ น้้า), สารแต่งรสหวาน, สารแต่งกลิ่นหรือ แต่งรส อาจใช้เป็นน้้ากระสายยาปรุงแต่งรส เพื่อเจือจางต้ารับยาหรือใช้เป็นตัวท้าละลายตัวยา
2.medicated elixirs ใช้เพื่อการรักษาโรค มีตัวยาส้าคัญละลายในน้้ากระสายยา ส่วนประกอบ
1. ตัวยาส้าคัญ ซึ่งมักละลายได้น้อยในน้้าแต่ละลายได้ดีใน alc หรือ hydroalcoholic solution แต่ตัวยาที่ละลายน้้าได้ดีก็สามารถเตรียมเป็น elixir ได้
2. ตัวท้าละลาย มักเป็นน้้า+alc (Hydroalcoholic solution)ความแรงของalc จะมากหรือน้อย ขึ้นกับความสามารถในการละลายน้้าหรือalc ของตัวยา หรือสารอื่นในต้ารับโดย medicate elixir มี alc 5-15%
Paediatric preparation ไม่ควรมี alc เกิน 5% Non-medicated elixir มี alc มากหรือน้อยก็ได้
นอกจากนี้อาจใช้ cosolvent อื่นร่วมด้วย เช่น PEG 400, propylene glycol, glycerin 3. สารแต่งรสหวาน ที่นิยมใช้มากที่สุด คือ Sucrose
4. สารกันเสีย 5. สารแต่งกลิ่น 6. สารแต่งสี
วิธีเตรียม ท้าได้ 2 วิธี คือ
1. การละลายธรรมดา ( Simple solution ) เตรียมโดยน้าตัวยามาละลายในน้้ากระสายยาหรือตัวท้า ละลายหรือตัวท้าละลายร่วมจนได้สารละลายใส แล้วจึงเติมสารอื่นในต้ารับ ผสมให้เข้ากัน ปรับปริมาตร วิธีนี้
เตรียมง่ายและรวดเร็ว
2. การผสมสารละลายของตัวยา / สาร ตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไปเข้าด้วยกัน ( The Admixture of two or more liquid ingredient ) โดยตัวยา / สารในสูตรต้ารับมีคุณสมบัติการละลายต่างกัน ให้น้าสารละลายในน้้า ค่อย ๆ เทลงในสารละลายใน alcohol อย่างช้า ๆ คนตลอดเวลา ปรับปริมาตรด้วยน้้ากระสายยา ถ้าสารละลายที่
เตรียมได้ขุ่นให้กรองจนใส โดยท้ากระดาษกรองให้ชื้นด้วย hydroalcoholic solution ที่มีความแรงของ alcohol เท่ากับ elixir ที่ต้องการกรอง
Iso-alcoholic Elixir
ได้จากการผสม low alcoholic elixir ( Alcohol 9 % v/v ) กับ high alcoholic elixir ( alcohol 75% v/v ) ในอัตราส่วนต่าง ๆ เพื่อให้ได้ความแรงของ alcohol ตามต้องการ
การค้านวณ Iso-alcoholic elixir
สมมุติต้องการเตรียม Iso-alcoholic elixir ที่มี alcohol 40 %
9 35
40
75 31
66
เตรียม Iso-alcoholic elixir 66 ml ต้องใช้ high alcoholic elixir 31 ml เตรียม Iso-alcoholic elixir 100ml ต้องใช้ high alcoholic elixir (31x100)/66 = 47 ml
เตรียม Iso-alcoholic elixir 66 ml ต้องใช้ low alcoholic elixir 35 ml เตรียม Iso-alcoholic elixir 100ml ต้องใช้ low alcoholic elixir (35x100)/66 = 53 ml ดังนั้น การเตรียม Iso-alcoholic elixir ที่มี alcohol 40 %v/v ท้าได้โดยการน้า high alcoholic elixir 47
ml ผสมกับ low alcoholic elixir 53 ml
Syrups ( ยานํ้าเชื่อม )
ความหมายของ ยานํ้าเชื่อม
• ยาเตรียมประเภทของเหลวสําหรับรับประทาน
• มีลักษณะเป็นสารละลายใสของนํ ้าตาลหรือสารที่ใช้แทนนํ ้าตาลในนํ ้า
• มีความหนืด
• มีรสหวาน
• อาจะเติมสารแต่งกลิ่นรส
ประเภทของยานํ้าเชื่อม
• Flavoring Syrup ใช้เป็น vehicle
• Medicated Syrup มีส่วนประกอบของยา
ส่วนประกอบในยานํ้าเชื่อม
1. ตัวยาสําคัญ ( Medication agent )
‐ ควรเป็นสารที่ละลายนํ ้าได้ดี
‐ หากยาไม่ละลายนํ ้า ใช้ Cosolvent
2. สารแต่งรสหวาน ( Sweetening agent ) ได้แก่
2.1. นํ ้าตาล ( Sucrose , dextrose )
Syrup USP ( simple syrup ) 85 % w/v , 64.74 w/v Syrup BP 66.7 w/v
2.2. สารให้ความหวานแทนนํ้าตาล ( Sorbitol , Glycerine ) 2.3. สารสังเคราะห์ ( Saccharin , Aspartam ,Xylitol
ส่วนประกอบในยานํ้าเชื่อม
3. สารกันเสีย
Benzoic acid 0.1-0.2 % Paraben Concentrate 0.1 % Alcohol 15-20 %
ส่วนประกอบในยานํ้าเชื่อม
3. สารกันเสีย
การคํานวณหาปริมาณสารกันเสีย Rx
• ตัวยาสําคัญ 5 ml
• ตัวยาอื่น ๆ 3 ml
• Glycerin 15 ml
• Sucrose 25 g
• Ethanol 95 % q.s. สารกันเสียในตํารับ
• Purified water q.s. 100 ml
ส่วนประกอบในยานํ้าเชื่อม
3. สารกันเสีย การคํานวณ
1. หาปริมาณ free water
จาก simple syrup มี sucrose 85% w/v นั้นคือ ใน Syrup 100 ml จะมี sucrose 85 g
( simple syrup มีความถ่วงจําเพาะ = 1.313 ดังนั้น simple syrup 100 ml หนัก 131.3 g )
ส่วนประกอบในยานํ้าเชื่อม
3. สารกันเสีย ( การคํานวณ ) 1. หาปริมาณ free water
ใน Simple syrup 131.3gมีนํ ้าอยู่ 131.3‐85 = 46.3 ml หรือ 46.3 g ใน simple syrup 100mlมี sucrose อยู่ 100‐46.3 =
53.7 ml
ส่วนประกอบในยานํ้าเชื่อม
7. อื่น ๆ เช่น Thickeness , solubilizing agent
วิธีการเตรียม
ยาน ้าเชื่อม ( Syrup )
ยาน้้าเชื่อม หมายถึง ยาเตรียมประเภทของเหลวส้าหรับรับประทาน มีลักษณะเป็นสารละลายใสของ น้้าตาลหรือสารที่ใช้แทนน้้าตาลในน้้า มีความหนืด มีรสหวาน อาจะเติมสารแต่งกลิ่นรส
ประเภทของยาน ้าเชื่อม มี 2 ประเภท คือ
1. น้้าเชื่อมแต่งกลิ่นรส ( Flavoring syrup ,Flavored syrup , non-medicated syrup ) จะไม่มีตัว ยาส้าคัญละลายอยู่ใช้กลบรสหรือแต่งรสตัวยา
2. ยาน้้าเชื่อม ( Medicated syrup ) จะมีตัวยาที่มีฤทธิ์ในการรักษา นิยมใช้มากในผู้ป่วยเด็ก มักไม่มี
alcohol หรือมีน้อยมาก ส่วนประกอบ
1. ตัวยาส้าคัญมักละลายน้้าได้ดี ( เช่น CPM , Dextromethorphan ) ส่วนตัวยาที่ละลายน้้าไม่ดี ( เช่น Paracetamol ,Ibuprofen ) ก็สามารถเตรียมได้โดยใช้ตัวท้าละลายร่วม ( Co-solvent ) ที่เหมาะสมช่วย หรือ form complex ให้ละลายน้้าได้ดีขึ้น
2. สารแต่งรสหวาน
a. สารประเภทน้้าตาล เช่น Sucrose , Dextrose ( ใช้กรณีต้ารับเป็นกรดค่อนข้างสูง ) Syrup BP มี Sucrose 66.7 % w/w
Syrup USP = simple syrup มี sucrose 85 % w/v หรือ 64.74 % w/w ทั้ง Syrup BP และ Syrup USP เป็น Self preservative เนื่องจากไม่มีน้้าเพียง พอที่จะท้าให้เชื้อจุลินทรีย์เจริญได้
b. สารแต่งรสหวานที่ใช้แทนน้้าตาล เช่น sorbital , glycerin
c. สารแต่งรสหวานเทียม ( Artificial sweeteners ) ได้แก่ saccharin , aspartame 3. สารกันเสีย ยาเตรียมเหลวที่มีน้้าเป็นส่วนประกอบต้องเติมสารกันเสีย ในยาน้้าเชื่อมนั้นการใช้
สารกันเสียต้องค้านึงถึงปริมาณน้้าในต้ารับ , ดูว่าเป็น self Preservative ไหม๊ , ดูความสามารถของ
Preservative ว่าป้องกันเชื้อขึ้นได้มากแค่ไหน ด้วยโดยทั่วไปมักใช้ benzoic acid 0.1-0.2 % หรือ sodium benzoate 0.1-0.2 % หรือ Paraben concentrate 1.0 % หรือ Alcohol 15-20%
4. สารแต่งกลิ่นและสารแต่งรส อาจะเป็นสารสังเคราะห์หรือได้จากธรรมชาติก็ได้
5. สารแต่งสี ( ควรเลือกให้สอดคล้องกับสารแต่งกลิ่น )
6. น้้าบริสุทธิ์ ( ได้จากการกลั่น หรือ reverse osmotic มี pH 5-7 )
7. อื่น ๆ เช่น cosolvent ,solubilizers , Thickness ( Na alginate 2.5 % , Na CMC 1.5 % ) , Stabilizers ( สาร antioxidant )
การค้านวณ
การค้านวณหา Free water ( น้้าที่เติมในการปรับปริมาตร )
- จงค้านวณหา free water ของ Syrup USP ( Simple syrup ) ก้าหนดให้ specific gravity = 1.313 ( Syrup USP 1 ml หนัก 1.313 g )
จาก Syrup USP มีความเข้มข้นของ Sucrose เป็น 85 % w/v
จากค่า Specific gravity แสดงว่า Syrup 100 ml จะหนักเท่ากับ 100 x 1.313 = 131.3 g นั่นคือมีน้้าเป็นส่วนประกอบในต้ารับ = น.น.ของต้ารับ – น.น. น้้าตาล Sucrose
= 131.3 – 85 = 46.3 g หรือ 46.3 ml
จากค่าการละลายของ Sucrose ในน้้า ( 1g : 0.5 ml ) นั้นคือ Sucrose 1 g ละลายในน้้า 0.5 ml นั้นคือถ้าในต้ารับมี sucrose 85 g ก็ต้องใช้น้้าในการละลาย sucrose 85 g เป็นจ้านวน 85x0.5 = 42.5 g หรือ 42.5 ml
ดังนั้น มี free water = 46.3-42.5 = 3.8 g
การค้านวณปริมาณสารกันเสียที่ต้องเติมในยาน้้าเชื่อม Rx
ตัวยาส้าคัญ 5 ml
ตัวยาอื่น ๆ 3 ml
Glycerin 15 ml
Sucrose 25 g
Ethanol 95 % q.s. สารกันเสียในต้ารับ Purified water q.s. 100 ml
วิธีท้า
1. หาปริมาณ free water
จาก simple syrup มี sucrose 85% w/v นั้นคือ ใน Syrup 100 ml จะมี sucrose 85 g ( simple syrup มีความถ่วงจ้าเพาะ = 1.313 ดังนั้น simple syrup 100 ml หนัก 131.3 g ) ใน Simple syrup 131.3 g มีน้้าอยู่ 131.3-85 = 46.3 ml หรือ 46.3 g
ใน simple syrup 100 ml มี sucrose อยู่ 100-46.3 = 53.7 ml 2. หาปริมาณ Preservative
2.1. Sucrose 85 g สามารถ Preservative น้้าได้ 46.3 ml Sucrose 1 g สามารถ Preservative น้้าได้ 46.3 / 85 = 0.54 ml
ในต้ารับ มี sucrose 25 g จะสามารถ preservative น้้าได้ 25 x 0.54 = 13.5 ml
2.2. Sucrose 85 g มีปริมาตร 53.7 ml
Sucrose 1 g สามารถ Preserves น้้าได้ 0.63 ml Sucrose 25 g สามารถ Preserve น้้าได้ 0.63 x 25 = 15.75 ml 2.3. ปริมาตรของตัวยาส้าคัญและตัวยาอื่น ๆ = 5+3 = 8 ml
2.4. Glycerin 1 ml สามารถ preservativeน้้าได้ 1 ml Glycerin 15 ml สามารถ preservativeน้้าได้ 15 ml
และตัว Glycerin เองสามารถที่จะท้าหน้าที่เป็นสารกันเสียได้อีกด้วย ดังนั้นจึงสามารถ Preserve ได้อีก 15 ml
2.5. ส่วนที่ได้รับการ preservative แล้วคิดเป็นปริมาตร = 13.5 + 15.75 + 8 + 30 = 67.25 ดังนั้น free water จะมีปริมาตร 100 -67.25 = 32.75 ml
2.6. ในการ Preservative น้้านั้นต้องใช้ alcohol ความเข้มข้นประมาณ 18 % ดังนั้นต้องใช้ Alcohol ( 100 % ) ปริมาตร 0.18 x 32.75 = 5.9 ml 2.7. ถ้าใช้ alcohol 95 % จะต้องใช้ปริมาตร 5.9/0.95 = 6.21 ml
เพราะฉะนั้นในต้ารับนี้ต้องใช้ Alcohol 95 % จ้านวน 6.21 ml เพื่อใช้เป็นสารกันเสียในต้ารับนี้
ตัวอย่าง
จงค้านวณหาปริมาณ free water ใน sucrose substance ความเข้มข้น 65 % w/v และถ้าต้องการ alcohol เป็น Preservative ในความเข้มข้น 18 % จะต้องใช้ Alcohol กี่ ml
จาก Syrup USP ( 85%w/v ) เป็น Self preservative นั้นคือ
Sucrose 85 g ใน syrup 100 ml จะเป็น 85 % w/v นั้นคือ ใน syrup 100 ml มี sucrose 85 g Sucrose 65 g ถ้าคิดเป็น 85 % w/v จะได้สารละลาย = ( 65x100 ) / 85 = 76.5 ml
Free water = 100 – 76.5 = 23.5 ml
ดังนั้นปริมาณ alcohol ที่ใช้ = ( 18 x 23.5 ) /100 = 4.23 ml
**** simple syrup สามารถผสมกับ alcohol ได้ไม่เกิน 10 % ถ้ามากกว่านี้จะตกตะกอน *****
วิธีเตรียม ที่นิยมมี 4 วิธี
1. การละลายโดยใช้ความร้อน เตรียมโดยเติม sucrose ในน้้า น้าไปให้ความร้อนระยะหนึ่งจน sucrose ละลายหมด เติมตัวยาหรือสารที่ไม่สลายตัวด้วยความร้อนลงใน syrup ที่เตรียมได้ คนผสมจนละลาย หมด ถ้ามีสารที่สลายตัวหรือระเหยเมื่อโดนความร้อน ให้เติมตอน syrup มีอุณหภูมิเท่า T ห้องแล้ว การให้ความ ร้อนสูงท้าให้ syrup หวานมากขึ้นแต่ syrup ที่ได้จะเป็นสีเข้มจนถึงสีขาหรือน้้าตาลเข้มข้นเนื่องจากเกิด caramelization ของ sucrose
2. การละลายโดยการเขย่าและไม่ใช้ความร้อน เตรียมโดยละลาย sucrose หรือสารอื่นที่ละลาย น้้าดีมาละลายในน้้า เขย่าจนละลายหมด หรือเตรียมในถังขนาดใหญ่ที่มีเครื่องกวนติดอยู่ วิธีนี้ใช้เวลาเตรียม มากกว่าการใช้ความร้อน แต่ syrup ที่ได้จะคงตัวดีกว่า
3. การเติม sucrose ลงในของเหลวที่มีตัวยาหรือของเหลวที่ปรุงแต่งรส เช่น การเติม sucrose ลง ใน tincture หรือ Fluidextracts
4. Percolation เตรียมโดยน้าน้้ามาไหลผ่าน sucrose ซึ่งบรรจุใน Percolator อย่างช้า ๆ โดยใช้
แรงโน้มถ่วงหรือความดันช่วยก็ได้ สารละลายที่ได้เรียกว่า percolate
ทิงเจอร์(Tincture)
ทิงเจอร์ หมายถึง ยาเตรียมของเหลวที่ประกอบด้วยตัวยาจากพืชหรือสารเคมี โดยมี alc หรือ alc ผสมน้้าเป็นน้้ากระสายยา มีทั้งชนิดรับประทานและใช้ภายนอก ถ้าเตรียมจาก crude drug มากกว่า 1 ชนิด มักมีค้าว่า compound น้าหน้า
ประเภทของทิงเจอร์ แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ
1. potent tincture เตรียมได้จาก potent drug คือ tincture 100 ml ที่เตรียมจาก potent drug จะใช้ crude drug ในการสกัด 10 g หรือเรียกว่า 10% tincture
2. non-potent tincture เตรียมได้จาก non-potent drug คือ tincture 100 ml ที่เตรียมจาก non-potent drug จะใช้ crude drug ในการสกัด 20 g หรือเรียกว่า 20% tincture
นอกจากนี้ยังมี 50% tincture ที่ได้จากการสกัดพืชสด คือ tincture 100 ml จะใช้พืชสด 50 g วิธีเตรียม มี 3 วิธี คือ
1. Maceration (process M)
USP ก้าหนดวิธีเตรียม tincture 1000 ml ไว้ดังนี้
- หมัก crude drug ด้วย solvent 750 ml ในภาชนะที่ปิดสนิทและเก็บไว้ในที่อุ่น หมักไว้ 3 วัน เขย่าเป็นครั้งคราว หรือหมักจนสารที่ต้องการละลายออกมาหมด
- กรอง บีบกาก ล้างกากที่เหลือบนตัวกรองเพื่อปรับปริมาตรให้ครบ 1000 ml
BP ให้หมัก crude drug ด้วย menstruum ที่ใช้ทั้งหมด เป็นเวลา 7 วันหรือตามที่ระบุ(ถ้าสกัดจาก พืชสด ให้หมัก นาน 14 วัน)
ตัวอย่างสูตรต้ารับ
Compound Benzoin Tincture USP
Benzoin (in moderately corse powder) 100 g Aloe (in moderately corse powder) 20 g
Storax 80 g
Toru Balsam 40 g
To make 1000 ml
2. Percolation (process P) มีขั้นตอน ดังนี้
1. การเตรียม crude drug โดยบดให้มีขนาดเล็กลง ให้บรรจุใน percolator ได้ และเพิ่มพื้นที่ผิว ในการสัมผัสกับ menstruum
2. การท้า crude drug ให้ชื้น โดยหมัก crude drug ด้วย menstruum ปริมาณเพียงพอที่จะท้า ให้ crude drug พอง ตัวเต็มที่ เพื่อป้องกันไม่ให้ crude drug พองตัวใน percolator ซึ่งจะท้าให้การ ไหลของ menstruum ไม่สม่้าเสมอ
3. การบรรจุ crude drug ใน percolator ก่อนอื่นต้องน้า crude drug ที่ชื้นไปผ่านแร่ง แล้วต้อง บรรจุใน percolator โดยล้าดับการบรรจุเป็นดังนี้
ด้านบน ถ้า menstruum ระเหยง่ายต้องปิดด้านบน percolator ไว้ ใช้ทรายละเอียดทับอีกชั้นหนึ่ง ปิดผิวหน้าด้วยกระดาษกรอง บรรจุทรายสะอาด 2/3 หรือ 3/4 ของความสูง percolator วางส้าลีบางๆ ที่ท้า ให้เปียกด้วย menstruum ป้องกัน crude drug อุดรูเปิด
ด้านล่าง เปิดรูเปิดด้านล่าง (lower orifice) จากนั้นจึงริน menstruum ลงไป เมื่อ percolator ไหล ออกมาถึงรูเปิดด้านล่าง จึงปิดรูเปิดด้านล่างและหมักทิ้งไว้
4. ระยะเวลาในการหมัก crude drug ประมาณ 1-24 ชั่วโมง หรือจนกว่ามีตัวยาละลายออกมา มากพอควร และ เวลาหมักต้องให้ menstruum ท่วมผิวหน้า crude drug เสมอ
5. การไขและควบคุมการไหลของ percolate ถ้าไหลเร็วไป menstruum จะผ่านเข้าไปละลายตัว ยาออกมาได้น้อย ถ้าไหลช้าไป menstruum จะละลายตัวยาออกมาเข้มข้นมากไป ท้าให้เกิดการ อุดตันไม่ผ่านชั้นส้าลีออกมา
โดยอัตราการไหลของ percolate มีดังนี้
slow rate ไม่เกิน 1 ml/min moderately rate ไม่เกิน 1-3 ml/min rapidly rate ไม่เกิน 3-5 ml/min
การเตรียม tincture โดยวิธี percolation ที่ระบุใน USP (ส้าหรับ 1000 ml) 1. ท้า crude drug ให้ชื้นด้วย menstruum ทิ้งไว้ 15 นาที
2. บรรจุ crude drug ที่ชื้นลงใน percolator ใส่ menstruum ให้เหนือ crude drug ที่บรรจุไว้
3. หมัก crude drug 24 ชั่วโมง หรือตามที่ระบุ
4. ให้ percolate ไหลลงมาด้วย slowly rate หรือตามอัตราเร็วที่ระบุไว้จนได้ปริมาตรตามที่
ต้องการ
การเตรียม tincture โดยวิธี percolation ที่ระบุใน BP 1. ท้าให้ crude drug ชื้นเป็นเวลา 4 ชั่วโมง 2. บรรจุใน percolator
3. เก็บ percolate 3/4 ของปริมาตรที่ต้องการเตรียม 4. บีบกากแล้วน้ามาผสมกับ percolate ที่เก็บไว้ครั้งแรก 5. ปรับปริมาตรให้ครบด้วย menstruum
ตัวอย่างสูตรต้ารับ
Belladonna tincture USP
Belladonna leaf (in moderately corse powder) 100 g
To make about 1000 ml
3. simple solution เป็นการเตรียม tincture จากสารเคมี ซึ่งเป็นวิธีที่ท้าได้รวดเร็ว เพราะได้จาก การละลายสารเคมีที่ต้องการโดยตรง
ยาสกัดเหลว (Fluidextracts)
Fluidextractsg หมายถึง ยาเตรียมที่ประกอบด้วยตัวยาจากพืชโดยมี alcohol เป็นตัวท้าละลายหรือ เป็นสารกันเสียหรือท้าหน้าที่ทั้งสองอย่าง แต่ละ ml ของ Fluidextract จะมีตัวยาส้าคัญซึ่งสกัดได้จาก crude drug 1 กรัม (Fluidextracts ของ potent drug จะมีความแรงเป็น 10 เท่าของ tincture)
Fluidextracts จะมีรสขมมาก สามารถเติมสารแต่งกลิ่น แต่งรสหวานก็ได้ มักใช้เป็นแหล่งของตัวยาที่
น้าไปผสมกับตัวยาอื่น (ไม่มีการใช้โดยตรงเท่าไหร่) ไม่นิยมใช้เนื่องจากมีความแรงมากเกินไป วิธีเตรียม
มักเตรียมโดยวิธี percolation โดยเลือกใช้ menstruum ให้เหมาะสมกับตัวยาที่ต้องการ ตัวอย่างสูตรต้ารับ
Belladonna fluidextract
Belladonna leaf (in moderately corse powder) 1000 g
To make about 1000 ml
เหล้ายา ( Spirits of Essence )
เหล้ายา หมายถึง ยาเตรียมเหลวหรือสารละลายใจของสารระเหย ( Volatile substance ) ใน alcohol หรือใน alcohol ผสมน้้า โดยที่สารระเหยที่ใช้ส่วนใหญ่จะเป็นน้้ามันระเหยง่าย หรือ สารระเหยที่เป็นของแข็ง
ในการเก็บรักษาเหล้ายานั้นควรเก็บรักษาใน tight container ( ภาชนะที่มีคุณสมบัติในการป้องกัน ความชื้น , ของแข็ง , ของเหลว , gas ) และควรเป็น light resistance container
ส่วนประกอบ
- ตัวยาส้าคัญ คือ volatile หรือ aromatic substance ชนิดเดียวหรือหลายชนิดร่วมกัน
- Vehicle คือ Alcohol หรือ Alcohol ผสมน้้า โดยทั่วไปแล้วในต้ารับเหล้ายาจะมีปริมาณ alcohol ที่สูงท้าให้สารหอมระเหยในเหล้ายาละลายได้ดี จึงมีความเข้มข้นของตัวยาสุงกว่าในน้้าปรุงหอม ( Aromatic water )
- สารอื่นๆ ที่เหมาะสม วิธีเตรียม มี 4 วิธี ได้แก่
1. การละลายธรรมดา ( Simple solution ) เป็นวิธีที่ง่ายและรวดเร็ว โดยผสมสารระเหยกับ Alcohol ที่เป็นกระสายยา คนหรือเขย่าให้เข้ากัน ปรับปริมาตรด้วย alcohol ถ้าขุ่นให้กรองผ่านกระดาษกรองที่
ท้าให้ชื้นด้วย alcohol ที่เป็นกระสายยา จนใส ไม่ต้องปรับปริมาตรอีก อาจใช้ purified talcum เป็นตัวช่วย กรอง เช่น Camphor Spirit USP
2. การละลายด้วยการหมัก ( Solution with maceration ) เตรียมโดยหมักส่วนของพืชในตัวท้า ละลายที่เหมาะสมเพื่อแยกส่วนที่ต้องการไว้หรือแยกส่วนที่ไม่ต้องการออก โดยทั่วไปส่วนที่ต้องการจะละลายได้ใน alcohol ส่วนที่ไม่ต้องการจะละลายได้ในน้้า เช่น Pepermint Spirit USP
3. การเกิดปฏิกิริยาทางเคมี ( chemical reation ) สารส้าคัญเกิดจากปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้น เช่น สูตรต้ารับ aromatic ammonia spirit ซึ่งมี ammonium carbonate เป็นสารส้าคัญ เตรียมโดย
NH4HCO3.NH2COONH4 + NH4OH 2(NH4)2CO3 4. การกลั่น ( distillation ) ปัจจุบันไม่มีต้ารับเหล้ายาเตรียมโดยวิธีนี้แล้ว หมายเหตุ
- ในการเตรียมเหล้ายา อุปกรณ์ที่ใช้ต้องแห้งสนิท ถ้ามีน้้าอาจจะท้าให้ต้ารับเหล้ายาขุ่นได้
- ถ้าต้องมีการกรองเหล้ายาให้กรองผ่านกระดาษกรองที่แห้งสนิท หรือกระดาษกรองที่ท้าให้ชื้นด้วย alcohol ที่มีความเข้มข้นตามต้ารับ ห้าม !!!! ท้าให้กระดาษกรองชื้นด้วยน้้า
Col loid al Dis pe rsi on Dosage Fo rms
ค าจ ากัดความ ระบบจะประกอบด้วย 2 วัฏภาค คือ - วัฏภาคภายในหรือวัฏภาคกระจายตัว (Internal/Dispersed phase) กระจายตัวหรือ พองตัวอยู่ใน - ตัวกลางการกระจายหรือวัฏภาคภายนอก (External/Continuous phase) Colloidal dispersions = ขนาดอนุภาค 1 nm-0.5 µm หรือเล็กกว่า 0.5 µmMucilage Magma,Mi lk Mi xture In org an ic Gel (ใช ้ภายใ น)
ค าจ ากัดความของเหลวที่มีลักษณะข้นเหนียว ของเหลวที่มีลักษณะข้นหนืด ของเหลวส าหรับรับประทานของเหลว ยาน้ ากระจายตัว -วัฏภาคภายในสารอนินทรีย์โมเลกุลขนาดใหญ่ เช่น -gum = ยางของพืช (พองตัว/ละลายน้ าน้อย) ตย. Acacia, tragacanth, guar gum ประโยชน์ thickening agent, protective colloid -mucilage มี 2 แบบ มาจากธรรมชาติ เช่น gelatin, starch, agar กับที่มาจากการสังเคราะห์ เช่นพวก Cellulose derivative (MC, CMC, HEC)-สารอนินทรีย์ที่ไม่ละลายน้ าแต่ พองตัวในน้ า เช่น bentonite,Veegum, hectorite -ตะกอนจากปฏิกิริยาของสาร อนินทรีย์ เช่น MgSO4+NaOH= Mg(OH)2 -ไม่ต้องใช้สารช่วยแขวนตะกอน -ทิ้งไว้จะแยกตัวเป็น 2 -บางต ารับขุ่นขาวเหมือนน้ านม ตัวยาหรือส่วนผสมของตัวยา ซึ่งอาจมากกว่า 1 -แบ่งตามระยะเวลาการเตรียม มักเตรียมขึ้นในระยะเวลาอัน สั้น เพื่อใช้ทันที มี 2 แบบ 1 freshly prepared เตรียมล่วงหน้าไม่เกิน 24 hr 2 recently prepared เตรียมล่วงหน้า 2-3วัน -แบ่งตามส่วนประกอบของ ต ารับ คือแบบธรรมดากับแขวน ตะกอน
เรียกว่า two phase gel สารอนินทรีย์อนุภาคขนาดเล็ก กระจายตัวอยู่ในตัวกลางการ กระจายที่มีขอบเขตของสารทั้ง สอง บางครั้งเรียกว่า Magma (ส่วน organic gel/single phase เป็นยาใช้ภายนอก ที่มีลักษณะ กึ่งแข็ง จะอยู่ในหัวข้อ gellies) -วัฏภาค ภายนอกที่นิยม คือ น้ า น้ าน้ าหรือhydroalcoholic vehecle น้ า
Mucilage Magma,Mi lk Mi xture Gel
การบรรจุและ การเก็บรักษาขวดปากกว้างปิดสนิท , เขย่าขวดก่อนใช้ ห้ามเก็บในที่เย็นเพราะจะท าให้จับตัวกันเป็น ก้อนเทออกจากขวดไม่ได้เหมือน mucilageเก็บในภาชนะปิดสนิท , เขย่า ขวดก่อนใช้ วันหมดอายุ 1 freshly prepared หลังทานdoseสุดท้ายไป 2 วัน 2 recently prepared 1 เดือนหลังได้รับยา แต่ถ้าเป็นยาน้ าผสมที่เจือจาง จะอยู่ได้ 14
เหมือน mucilage ประโยชน์-ใช้เป็นยาบรรเทาอาการระคายเคือง (demulcent) -เป็น suspending agent, emulsifier เพิ่มความหนืดในยาน้ า หรืออาจใช้กลบรสยา
-ยาลดกรด/แก้ท้องร่วง เช่น MOM -เป็น suspending agent เช่น ในbentonite magma, calamine lotion
ยาแก้ไอ เช่น brown mixture ท้องเสีย ท้องผูก อาหารไม่ย่อย ยาลดกรด เช่น Al(OH)3 gel
วิธ ีการเ ตรียม
1. บดผสมตัวยากับกระสายยา ทิ้งไว้จนพองตัว หรือละลายหมด อาจใช้น้ าร้อน หรือน้ าเย็น ขึ้นกับคุณสมบัติของ disperse phase 2. เติมสารอื่นๆลงในต ารับ 3. หนักอื่นๆ Dispersing agent จะช่วยให้วัฏภาคภายในกระจายตัวและเปียกน้ าได้ ง่าย ไม่จับตัวเป็นก้อน ที่นิยมได้แก่ alcohol, glycerin Acacia mucilage ไม่นิยมใช้ภายนอก เพราะเหนียวเหนอะหนะ หนืด ต่ า ตกตะกอนง่าย (tragacanthนิยมกว่า
M uci lag e
Gum
Acacia:ประจุลบ ตกตะกอนเมื่อมี alcohol ละลายทั้งน้ าร้อน/ เย็น
Tragacanth: มี 2 ส่วน คือ -tragacanthin30-40% ละลายน้ า -bassorin 60-70% พองตัวในน้ า