คู่มือการปฏิบัติงาน การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ ( PUBLIC SECTOR MANAGEMENT QUALITY AWARD : PMQA ) 1. หลักการและแนวคิดการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ
เกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐเป็นการนําหลักเกณฑ์และแนวคิดตามรางวัลคุณภาพแห่งชาติของ ประเทศสหรัฐอเมริกา Malcolm Baldrige National Quality Award (MBNQA) และรางวัลคุณภาพแห่งชาติ ของประเทศไทย Thailand Quality Award (TQA) มาปรับให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาระบบราชการไทย และการดําเนินการตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 รวมทั้ง การประเมินผลตามคํารับรองการปฏิบัติราชการ เพื่อให้มีความเหมาะสมตามบริบทของภาคราชการไทย ทั้งนี้เพื่อให้ส่วนราชการใช้เป็นกรอบในการประเมินองค์การด้วยตนเองและเป็นแนวทางในการปรับปรุงการบริหาร จัดการองค์การเพื่อการยกระดับคุณภาพมาตรฐานของหน่วยงานภาครัฐไปสู่มาตรฐานสากล เกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ จัดทําขึ้นโดยอาศัยค่านิยมหลัก (Core Value) 11 ประการ ดังนี้ การนําองค์การอย่างมีวิสัยทัศน์ , ความเป็นเลิศที่มุ่งเน้นผู้รับบริการ , การเรียนรู้ขององค์การและของแต่ละบุคคล, การให้ความสําคัญกับบุคลากรและผู้มีส่วนได้เสีย , ความคล่องตัว , การมุ่งเน้นอนาคต , การจัดการเพื่อนวัตกรรม, การจัดการโดยใช้ข้อมูลจริง , ความรับผิดชอบต่อสังคม , การมุ่งเน้นที่ผลลัพธ์และการสร้างคุณค่า , มุมมองในเชิง ระบบ แนวคิดหลักของการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ คือ ต้องการที่จะเห็นหน่วยงานภาครัฐให้ ความสําคัญกับการปฏิบัติราชการที่มุ่งเน้นให้การนําองค์การเป็นไปอย่างมีวิสัยทัศน์ มีความรับผิดชอบต่อสังคม ให้ ความสําคัญกับประชาชนผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้เสีย ปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการให้มีความยืดหยุ่น คล่องตัว ส่งเสริมให้ข้าราชการพัฒนาตนเอง มีความคิดริเริ่มและเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตัดสินใจโดยอาศัยข้อมูล สารสนเทศโดยแท้จริง สํานักงาน ก.พ.ร. ได้นํา PMQA มาใช้เป็นตัวชี้วัดกับหน่วยงานราชการ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2549 จนถึง ปัจจุบัน ทั้งนี้ ในปี 2552 ได้พัฒนาเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐระดับพื้นฐาน (Fundamental Level :FL) ซึ่งเป็นแนวคิด “การปรับปรุงทีละขั้น” และได้วางแนวทางดําเนินการพัฒนาองค์การ (PMQA Roadmap) ให้ผ่าน เกณฑ์ปีละ 2 หมวด สําหรับกรมและจังหวัด และปี 3 หมวด สําหรับสถาบันอุดมศึกษา สําหรับการดําเนินการขั้นต่อไปเมื่อส่วนราชการดําเนินการพัฒนาองค์การครบทุกหมวดและผ่านการ รับรองเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐระดับพื้นฐาน (Certify Fundamental ; FL ) แล้ว สํานักงาน ก.พ.ร. จะส่งเสริมให้ส่วนราชการยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐตามเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการ ภาครัฐระดับก้าวหน้า (Progressive Level : PL ) และเมื่อส่วนราชการสามารถดําเนินการผ่านเกณฑ์ระดับ ก้าวหน้าและพัฒนาองค์การอย่างต่อเนื่องเพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศและยกระดับมาตรฐานให้เทียบเท่าสากลตาม เกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐต่อไป
-๒- 2 . องค์ประกอบของการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ แบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ คือ 2.1 ลักษณะสําคัญขององค์กร เป็นการอธิบายถึงภาพรวมในปัจจุบันของส่วนราชการ สภาพแวดล้อมในการปฏิบัติภารกิจ ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานกับผู้รับบริการ ส่วนราชการอื่นและประชาชนโดยรวม สิ่งสําคัญที่มีผลต่อการ ดําเนินการและความท้าทายที่สําคัญในเชิงยุทธศาสตร์ที่ส่วนราชการเผชิญอยู่ รวมถึงระบบการปรับปรุงผลการ ดําเนินการของส่วนราชการ 2.2 เกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ ประกอบด้วยคําถามต่าง ๆ ในแต่ละหมวด ซึ่งเป็นแนวทางในการบริหารจัดการที่จะนําส่วน ราชการไปสู่องค์การแห่งความเป็นเลิศได้และเกณฑ์ในแต่ละหมวดจะมีความเชื่อมโยงกันระหว่างหมวดต่างๆ เพื่อ แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการที่ดีต้องมีความสอดคล้องและบูรณาการกันอย่างเป็นระบบ หมวด 1 การนําองค์การ เป็นการตรวจประเมินว่าผู้บริหารของส่วนราชการดําเนินการอย่างไร ในเรื่องวิสัยทัศน์ เป้าประสงค์ระยะสั้นและระยะยาว ค่านิยมและความคาดหวังในผลการดําเนินการ รวมถึงการให้ ความสําคัญกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้เสียทั้งหลาย การกระจายอํานาจการตัดสินใจ การสร้างนวัตกรรม และการเรียนรู้ในส่วนราชการ รวมทั้งตรวจประเมินว่าส่วนราชการมีการกํากับดูแลตนเองที่ดี และดําเนินการ เกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนอย่างไร หมวด 2 การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ เป็นการตรวจประเมินวิธีการกําหนดประเด็นยุทธศาสตร์ เป้าประสงค์เชิงยุทธศาสตร์และกลยุทธ์หลัก รวมทั้งแผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการและการถ่ายทอด เป้าประสงค์เชิงยุทธศาสตร์และกลยุทธ์หลัก รวมถึงแผนปฏิบัติราชการที่ได้จัดทําไว้ เพื่อนําไปปฏิบัติและการวัดผล ความก้าวหน้า
-๓- หมวด 3 การให้ความสําคัญกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เป็นการตรวจประเมินว่าส่วน ราชการกําหนดความต้องการ ความคาดหวัง และความนิยมชมชอบของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างไร รวมถึงส่วนราชการมีการดําเนินการอย่างไรในการสร้างความสัมพันธ์กับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การ กําหนดปัจจัยที่สําคัญที่ทําให้ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีความพึงพอใจ และนําไปสู่การกล่าวถึงส่วน ราชการในทางที่ดี หมวด 4 การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้ เป็นการตรวจประเมินว่าส่วนราชการเลือก รวบรวม วิเคราะห์ จัดการและปรับปรุงข้อมูลและสารสนเทศและจัดการความรู้อย่างไร หมวด 5 การมุ่งเน้นทรัพยากรบุคคล เป็นการตรวจประเมินว่า ระบบงานและระบบการเรียนรู้ ของบุคลากรและการสร้างแรงจูงใจช่วยให้บุคลากรพัฒนาตนเองและใช้ศักยภาพอย่างเต็มที่เพื่อให้มุ่งไปใน แนวทางเดียวกันกับเป้าประสงค์และแผนปฏิบัติการโดยรวมของส่วนราชการอย่างไร รวมทั้งตรวจประเมินความใส่ ใจในการสร้างและรักษาสภาพแวดล้อมในการทํางาน สร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการปฏิบัติงานของบุคลากร ซึ่งจะ นําไปสู่ผลการดําเนินการที่เป็นเลิศและความเจริญก้าวหน้าของบุคลากรและส่วนราชการ หมวด 6 การจัดการกระบวนการ เป็นการตรวจประเมินแง่มุมที่สําคัญทั้งหมดของการจัดการ กระบวนการ การให้บริการ และกระบวนการอื่นที่สําคัญที่ช่วยสร้างคุณค่าแก่ผู้รับบริการ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและ การบรรลุพันธกิจของส่วนราชการ ตลอดจนกระบวนการสนับสนุนที่สําคัญต่างๆ หมวดนี้ครอบคลุมกระบวนการที่ สําคัญและหน่วยงานทั้งหมด หมวด 7 ผลลัพธ์การดําเนินการ เป็นการตรวจประเมินผลการดําเนินการและแนวโน้มของส่วน ราชการในมิติต่าง ๆ ได้แก่ มิติด้านประสิทธิผล มิติด้านคุณภาพการให้บริการ มิติด้านประสิทธิภาพของการปฏิบัติ ราชการ และมิติด้านการพัฒนาองค์การนอกจากนี้ยังตรวจประเมินผลการดําเนินการของส่วนราชการโดย เปรียบเทียบกับส่วนราชการ หรือองค์กรอื่นที่มีภารกิจคล้ายคลึงกัน โดยเกณฑ์ทั้ง 7 หมวดสามารถอธิบายได้เป็น 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่เป็นกระบวนการและส่วนที่เป็นผลลัพธ์ ส่วนที่เป็นกระบวนการ (หมวด 1 - 6) สามารถจัดเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ (1) กลุ่มการนําองค์การ ประกอบด้วย หมวด 1: การนําองค์กร , หมวด 2 : การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ และ หมวด 3 : การให้ความสําคัญ กับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้เสีย , (2) กลุ่มพื้นฐานของระบบ ประกอบด้วย หมวด 4 : การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้ และ (3) กลุ่มปฏิบัติการ ประกอบด้วย หมวด 5 : การมุ่งเน้นทรัพยากรบุคคล และหมวด 6 : การจัดการกระบวนการ ส่วนที่เป็นผลลัพธ์ (หมวด 7) เป็นเกณฑ์เพื่อใช้ประเมินประสิทธิผลของส่วนราชการ ใน 4 มิติ ที่มีความ สอดคล้องตามคํารับรองการปฏิบัติราชการ ได้แก่ มิติด้านประสิทธิผล , มิติด้านคุณภาพการให้บริการ , มิติด้าน ประสิทธิภาพของการปฏิบัติราชการ และมิติด้านการพัฒนาองค์การ การประเมินตามเกณฑ์ PMQA ใช้แนวทางการบริหารจัดการแบบ “ADLI” โดยตอบคําถามตามเกณฑ์ใน แต่ละหมวด ซึ่งเป็นเสมือนการตรวจสุขภาพองค์การ ที่จะทําให้ทราบจุดแข็งและโอกาสในการปรับปรุง และนํา โอกาสในการปรับปรุงที่พบไปวางแผนพัฒนาองค์การให้มีประสิทธิภาพโดยเลือกเครื่องมือทางการบริหารที่ เหมาะสมมาดําเนินการต่อไป ทั้งนี้ เพื่อให้การดําเนินการพัฒนาองค์การในเรื่องต่าง ๆ เป็นไปอย่างเป็นระบบและ ต่อเนื่อง ซึ่งจะทําให้ส่วนราชการมีระดับการบริหารจัดการที่ได้มาตรฐานเทียบเท่าสากล
-๔- 3 .ประโยชน์ที่จะได้รับจาการนํา PMQA เข้ามาภายในหน่วยงาน 3.1 เป็นการสนองตอบต่อเป้าหมายของ พรฏ. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 3.2 เพื่อให้หน่วยใช้เป็นเกณฑ์ในการพัฒนาการปฏิบัติงานและเป็นพื้นฐานในการประเมินตนเองด้วย เกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ 3.3 เป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาหน่วยและเป็นข้อมูลป้อนกลับเพื่อนําไปพัฒนาหน่วยของตนเอง 4.แนวทางการดําเนินการการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐของ ทบ. ปีงบประมาณ 2554 4.1 การแต่งตั้งคณะกรรมการ / คณะทํางานพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐของ ทบ. ประจําปี งบประมาณ 2554 4.1.1 คณะกรรมการอํานวยการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐของ ทบ. ประจําปี งบประมาณ 2554 มี ปช.ทบ. เป็นประธาน , จก.กบ.ทบ. เป็นกรรมการ และผู้แทน กพร.สปช.ทบ. เป็นเลขานุการ มีอํานาจหน้าที่ ดังนี้ (1) อํานวยการและกํากับดูแลการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐของ ทบ. ให้ บรรลุวัตถุประสงค์ (2) ตรวจติดตามผลการดําเนินการตามเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (3) ปรับปรุงแก้ไขผลการดําเนินการตามเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐโดยรวม (4) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการและคณะทํางานได้ตามความเหมาะสม 4.1.2 คณะทํางานดําเนินการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐของ ทบ. ประจําปี งบประมาณ 2554 มี รอง ปช.ทบ. เป็นประธาน และในส่วนของ กบ.ทบ. มี พ.อ. ธนภูมิ ดวงแก้ว และ พ.อ. หญิง สุทธินีกาญจน์ ทองศรีอ้น ร่วมเป็นคณะทํางาน มีอํานาจหน้าที่ ดังนี้ (1) จัดเตรียมข้อมูลเพื่อทบทวนรายงานผลการดําเนินการของ ทบ. สําหรับใช้ ประกอบการประเมินองค์กรด้วยตนเอง (Self – Assessment) ตามเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (2) ประเมินองค์กรตามมาตรฐานที่กําหนด (Check List ) (3) วิเคราะห์และประเมินหาจุดแข็งและโอกาสในการพัฒนาองค์การ (4) จัดทําแผนพัฒนาองค์การและติดตามผลการดําเนินการตามแผน (5) จัดทํารายงานต่าง ๆ ตามตัวชี้วัด “ระดับความสําเร็จของการพัฒนาคุณภาพการ บริหารจัดการภาครัฐ” และเสนอแผนพัฒนาองค์การต่อ เสธ ทบ. / ผู้นําการบริหารการเปลี่ยนแปลงของ ทบ. เพื่อให้ความเห็นชอบ 4.2 การแบ่งมอบความรับผิดชอบการดําเนินการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐของ ทบ. ประจําปี 2554 ปีงบประมาณ 2554 ก.พ.ร. กําหนดให้การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐเป็นตัวชี้วัดตาม กรอบการประเมินผลการปฏิบัติราชการของส่วนราชการ ประจําปีงบประมาณ 2554 ตัวชี้วัดที่ 12 “ระดับ ความสําเร็จของการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ” (PMQA) โดยให้ส่วนราชการนําเกณฑ์คุณภาพการ บริหารจัดการภาครัฐมาใช้เป็นกรอบแนวทางในการประเมินองค์กรด้วยตนเองและเป็นบรรทัดฐานในการติดตาม ประเมินผลการบริหารจัดการของส่วนราชการ เพื่อปรับปรุงองค์การและยกระดับคุณภาพการทํางานของหน่วย ไปสู่มาตรฐานสากล ซึ่งการบริหารจัดการภาครัฐ แบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ คือ ลักษณะสําคัญขององค์การ
-๕- (หมวด P) และเกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ หมวด 1-7 โดย สปช.ทบ. ได้ขออนุมัติ ผบ.ทบ. / ประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการของ ทบ. แบ่งมอบความรับผิดชอบการดําเนินการพัฒนาคุณภาพการ บริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) ของ ทบ. โดย กบ.ทบ. มีส่วนเกี่ยวข้อง ดังนี้ 4.2.1 หมวด p : กบ.ทบ. รับผิดชอบคําถามที่ 4 เทคโนโลยี , อุปกรณ์สิ่งอํานวยความสะดวกที่ สําคัญในการบริการและการปฏิบัติงาน 4.2.2 หมวด 1,3,5 : กบ.ทบ. ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง 4.2.3 หมวด 2 : กบ.ทบ.เป็นหน่วยรับผิดชอบรองในข้อย่อย SP2 , SP6 และ SP7 4.2.4 หมวด 4 : กบ.ทบ.เป็นหน่วยรับผิดชอบรองในข้อย่อย IT1 , IT2 , IT3 ,IT 5
4.2.5หมวด 6 กบ.ทบ. เป็นหน่วยรับผิดชอบหลักและกรมฝ่ายยุทธบริการเป็นหน่วยรับผิดชอบ ถ่วงน้ําหนักในการบรรลุเป้าหมายตามแผนปฏิบัติราชการ 4.2.6 หมวด 7 : กบ.ทบ. เป็นหน่วยรับผิดชอบหลักในข้อย่อย RM 6.3 ( ร้อยละของกระบวนการ สร้างคุณค่าที่มีการจัดทําคู่มือการปฏิบัติงาน (Work Mannul) และเป็นหน่วยรับผิดชอบรองให้แก่ สปช.ทบ. ในข้อ ย่อย RM 2.1 ( ระดับความสําเร็จของร้อยละเฉลี่ยถ่วงน้ําหนักในการบรรลุเป้าหมายตามแผนปฏิบัติราชการ) 4.3 การดําเนินการตามหมวด 6 (การจัดการกระบวนการ) เกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) หมวด 6 การจัดการกระบวนการ กําหนดให้ ส่วนราชการกําหนดกระบวนการที่สร้างคุณค่าและกระบวนการสนับสนุนจากยุทธศาสตร์ พันธกิจ และความ ต้องการของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้เสีย โดยจัดทําข้อเสนอที่สําคัญของกระบวนการ และออกแบบกระบวนการ ให้มีระบบรองรับภาวะฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้ส่วนราชการสามารถดําเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง มีการกําหนด มาตรฐานการปฏิบัติงาน รวมทั้ง มีการปรับปรุงกระบวนการเพื่อให้ผลการดําเนินงานดีขึ้นและป้องกันข้อผิดพลาด การทํางานซ้ําและความสูญเสียจากผลการดําเนินงาน ผบ.ทบ. / ประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการของ ทบ. กรุณาแบ่งมอบความรับผิดชอบ การดําเนินการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (PMQA) ของ ทบ. ประจําปีงบประมาณ 2554 โดยใน ส่วนของหมวด 6 : การจัดการกระบวนการ ให้ กบ.ทบ. เป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก และ กรมฝ่ายยุทธบริการเป็น หน่วยรับผิดชอบรอง กบ.ทบ. ได้จัดตั้งคณะทํางานจัดการกระบวนการของ ทบ. ประจําปีงบประมาณ 2554 ตาม คําสั่ง กบ.ทบ. (เฉพาะ) ที่ 3/54 ลง 3 พ.ค. 54 มี รอง จก.กบ.ทบ. (1) เป็นหัวหน้าคณะทํางาน , ผู้แทนกรมฝ่าย ยุทธบริการและผู้แทน นขต.กบ.ทบ. เป็นกรรมการ โดยมี ผู้แทน กนผ.กบ.ทบ. เป็นคณะทํางานและเลขานุการ ผบ.ทบ. (เสธ.ทบ. / ผู้นําการบริหารการเปลี่ยนแปลงของ ทบ.) ได้กรุณาอนุมัติกระบวนการที่ สร้างคุณค่าและกระบวนการสนับสนุนของ ทบ. ประจําปีงบประมาณ 2554 ประกอบด้วย กระบวนการที่สร้าง คุณค่า จํานวน 2 กระบวนการ ได้แก่ กระบวนการบริหารจัดการที่ดินของรัฐในความครอบครองของ ทบ. , กระบวนการช่วยเหลือประชาชนและการบรรเทาสาธารณภัยของ ทบ. โดย กบ.ทบ. เป็นหน่วยรับผิดชอบทั้ง 2 กระบวนการ และกระบวนการสนับสนุน จํานวน 3 กระบวนการ ได้แก่ กระบวนการบริหารจัดการกําลังพล : การ ตรวจเยี่ยมการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจําการ ประจําปี (กพ.ทบ.เป็นหน่วย รับผิดชอบ) , กระบวนการส่งกําลังบํารุงการซ่อมบํารุงอากาศยานของ ทบ. (กบ.ทบ. เป็นหน่วยรับผิดชอบ). และ กระบวนการให้บริการทางการแพทย์ (พบ. เป็นหน่วยรับผิดชอบ) กบ.ทบ. ได้จัดประชุมคณะทํางานจัดการกระบวนการของ ทบ. ประจําปีงบประมาณ 2554 เพื่อจัดทําข้อกําหนดที่สําคัญของกระบวนการ , ออกแบบกระบวนการ และระบบรองรับภาวะฉุกเฉิน
-๖- (แผนรองรับภาวะฉุกเฉินไฟฟ้าขัดข้องสําหรับโรงพยาบาลสังกัด ทบ.) และคู่มือการปฏิบัติงานของกระบวนการ โดย ผบ.ทบ. (เสธ.ทบ. / ผู้นําการบริหารการเปลี่ยนแปลงของ ทบ). ได้กรุณาอนุมัติให้ใช้คู่มือการปฏิบัติงาน ฯ ดังกล่าว เป็นคู่มือการปฏิบัติงานของกระบวนการที่สร้างคุณค่าและกระบวนการสนับสนุนของ ทบ.ประจําปี งบประมาณ 2554 และให้หน่วยรับผิดชอบกระบวนการดําเนินการตามคู่มือการปฏิบัติงานและรายงานผลการ ปฏิบัติให้ กบ.ทบ. / ฝ่ายเลขานุการ ฯ ทราบ เพื่อปรับปรุงกระบวนการให้มีผลการทํางานดีขึ้นต่อไป ซึ่ง กบ.ทบ. / ฝ่ายเลขานุการคณะทํางาน ฯ ได้วิเคราะห์ปัญหาอุปสรรคของแต่ละกระบวนการ เพื่อนํามาปรับปรุงคู่มือการ ปฏิบัติงานให้มีผลการทํางานดีขึ้น ต่อมา พบ. ได้รายงานผลการปฏิบัติตามคู่มือการปฏิบัติงานของกระบวนการ สนับสนุนของ ทบ. ประจําปีงบประมาณ 2554 ได้แก่ กระบวนการให้บริการทางการแพทย์ งานตรวจ รักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกของ รพ.ทบ. ให้ กบ.ทบ. ทราบว่า รพ.ทบ. ทั้ง 37 แห่ง สามารถปฏิบัติตามขั้นตอนการ ปฏิบัติได้จริง รวมทั้ง กร.ทบ. ได้รายงานผลการปฏิบัติตามคู่มือการปฏิบัติงานของกระบวนการที่สร้างคุณค่า ได้แก่ กระบวนการช่วยเหลือประชาชนและการบรรเทาสาธารณภัยของ ทบ. ให้ กบ.ทบ. ทราบเช่นกันว่าสามารถ ปฏิบัติงานได้ตามนั้นจริงและไม่มีข้อแก้ไขเพิ่มเติมในกระบวนการดังกล่าว 5. เอกสารอ้างอิง 5.1 คู่มืออธิบายตัวชี้วัดการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐปีงบประมาณ พ.ศ. 2552 ระดับ ความสําเร็จของการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ ส่วนราชการระดับกรม 5.2 คู่มือการนําองค์กรเข้าสู่การพัฒนาคุณภาพบริหารจัดการภาครัฐของสํานักงานคณะกรรมการพัฒนา ระบบราชการ (สํานักงาน ก.พ.ร.) พิมพ์ครั้งที่ 1 (ต.ค. 48) 5.3 เกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ พ.ศ. 2550 ของสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบ ราชการ (สํานักงาน ก.พ.ร.) พิมพ์ครั้งที่ 1 (พ.ย. 49) 5.4 พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 5.5 แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการไทย (พ.ศ. 2551 – 2555) ของสํานักงานคณะกรรมการ พัฒนาระบบราชการ ...