๑
แผนการจัดการเรียนรู้บูรณาการ เพือเสริมสร้างคุณลักษณะอยู่อย่างพอเพียง
รหัสวิชา ท ๒๒๑๐๑ รายวิชาภาษาไทย ชันมัธยมศึกษาปีที ๒ หน่วยการเรียนรู้ เรียง ร้อย ถ้อย ความ เรือง การเขียนเรียงความเชิงสร้างสรรค์ เวลาเรียน ๒ ชัวโมง --- ๑. มาตรฐาน ท ๒.๑ : ใช้กระบวนการเขียน เขียนสือสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรืองราวในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศ และรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ ๒. ตัวชีวัด ม ๒/๓ : การเขียนเรียงความ ๓. สาระสําคัญ เรียงความเป็นงานเขียนประเภทร้อยแก้วทีใช้ถ่ายทอดความคิดของผู้เขียน เนือเรืองมีขอบข่ายและความ มุ่งหมายเฉพาะ เพือสร้างความประทับใจ ข้อคิด หรือโน้มน้าวใจผู้อ่านในด้านใดด้านหนึง โดยมีข้อเท็จจริงเป็นปัจจัย สําคัญ ๔. จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. นักเรียนมีความรู้ความเข้าในเรืองการเขียนเรียงความเชิงสร้างสรรค์ ๒. นักเรียนสามารถแต่งเรียงความเชิงสร้างสรรค์ตามหัวข้อทีได้รับมอบหมายได้ ๕. สาระการเรียนรู้ ๑. ความหมายและลักษณะของเรียงความเชิงสร้างสรรค์ ๒. องค์ประกอบและหลักการเขียนเรียงความเชิงสร้างสรรค์ ๖. สมรรถนะ ๑. ความสามารถในการสือสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา ๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ๗. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๑. ซือสัตย์สุจริต ๒. มีวินัย ๓. ใฝ่เรียนรู้ ๔. อยู่อย่างพอเพียง ๕. มุ่งมันในการทํางาน ๖. รักความเป็นไทย๒ ๘. ชินงาน/ผลงาน เรียงความเชิงสร้างสรรค์ คนละ ๑ เรือง ๙. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขันนําเข้าสู่บทเรียน ๑. ครูนําเข้าสู่บทเรียนโดยพูดคุยกับนักเรียน เรือง การเขียนเรียงความเชิงสร้างสรรค์ในระดับชัน ทีผ่านมา สอบถามถึงความเข้าใจของนักเรียนทีมีต่อการเขียนเรียงความเชิงสร้างสรรค์ ๒. นักเรียนศึกษา จุดประสงค์การเรียนนําทาง/ปลายทาง เพือทราบแนวทางการเรียนรู้และเป็น ภูมิคุ้มกันต่อการเรียนรู้ของตนเองเรืองการเขียนเรียงความเชิงสร้างสรรค์ ๓. ครูให้นักเรียนทําแบบทดสอบก่อนเรียน เรือง การเขียนเรียงความเชิงสร้างสรรค์ จํานวน ๒๐ ข้อ ๔. นักเรียนใช้กระบวนการคิด วิจารณญาณอย่างมีเหตุผลในการทําแบบทดสอบก่อนเรียน ขันการจัดการเรียนรู้ ๑. ครูแจกใบความรู้ เรือง ลักษณะของเรียงความ และ หลักการเขียนเรียงความ จากนันนักเรียน ศึกษาตามคําแนะนําของครู เพือเป็นภูมิคุ้มกันต่อแนวทางการเรียนรู้ ๒. ครูกําหนดเวลาการศึกษาใบความรู้ และนักเรียนทุกคนร่วมกันวางแผนการใช้ เวลาทีครูกําหนดให้ให้พอประมาณ เหมาะสม และทันต่อเวลา ๓. ครูเชือมโยงองค์ความรู้เรืองลักษณะของเรียงความ และ หลักการเขียนเรียงความ ให้นักเรียน เข้าใจ ๔. นักเรียนศึกษาตัวอย่างเรียงความทีครูแจกให้ และใช้กระบวนการวิเคราะห์อย่างมีเหตุผลเพือ ค้นหาลักษณะทีดีทีปรากฏอยู่ในเรียงความตัวอย่าง ๕. นักเรียนจัดสรรเวลาให้พอประมาณต่อการศึกษาใบความรู้และตัวอย่างเรียงความให้เสร็จ ตามเวลาทีกําหนด พร้อมบันทึกสรุปองค์ความรู้เพือเป็นภูมิคุ้มกันมิให้ลืม ลงในสมุด ๖. นักเรียนทุกคนเตรียมตัวก่อนทําแบบทดสอบวัดประเมินผล โดยศึกษา ทบทวนความรู้เรือง การเขียนเรียงความเชิงสร้างสรรค์อีกครังให้เข้าใจเพือเป็นภูมิคุ้มกันทีดีในตัว ๗. ครูและนักเรียนร่วมกันกําหนดหัวข้อเรียงความเชิงสร้างสรรค์ทีจะเขียน ๘. นักเรียนทุกคนวางแผนการทําแบบทดสอบแบบอัตนัย เรืองการเขียนเรียงความเชิงสร้างสรรค์ ตามกรอบเวลาและหัวข้อเรียงความทีร่วมกันกําหนด ให้มีความพอประมาณ ทันต่อเวลา ๙. นักเรียนแต่ละคนฝึกเขียนเรียงความเชิงสร้างโดยใช้ทักษะกระบวนการคิดอย่างมีเหตุผล และเลือกสรรคําในการเขียนเพือสือความให้ตรงตามจุดประสงค์ ขันสรุป ๑. นักเรียนและครูร่วมกันใช้วิจารณญาณอย่างมีเหตุผล อภิปรายและเขียนสรุปลักษณะการเขียน เรียงความเชิงสร้างสรรค์ ๒. ครูและนักเรียนทุกคนร่วมกันใช้ทักษะการคิด วิจารณญาณอย่างมีเหตุผลประเมินผลงาน ของนักเรียนพร้อมเลือกผลงานทีดีเด่นจัดป้ายนิเทศ
๓ ๑๐. สือและแหล่งเรียนรู้ ๑. เรียงความ จํานวน ๑ เรือง ๒. ใบความรู้ เรือง ลักษณะของเรียงความ ๓. ใบความรู้ เรือง หลักการเขียนเรียงความ ๑๑. การบูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ครูผู้สอนนําหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการจัดการเรียนรู้อย่างไร ๓ ห่วง ประเด็น หลักพอประมาณ หลักมีเหตุผล หลักการมีภูมิคุ้มกัน ทีดีในตัว เวลา - ครูจัดเวลาได้เหมาะสม เพียงพอต่อการจัด กิจกรรมการเรียนการ สอน - เพือให้การดําเนิน การสอนเป็นไปอย่าง ราบรืน - ครูใช้เวลาได้คุ้มค่า เหมาะสม ไม่ส่งผล กระทบต่อตนเอง ผู้เรี ยน และเพือน ร่วมงาน อุปกรณ์/สือ - ครูจัดเตรียมอุปกรณ์ ทีสอด ค ล้อง และ เอือ ประโยชน์ต่อการจัดการ เรียนการสอน - เพือนักเรียนจะได้ใช้ สือและอุปกรณ์ต่างๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต่อการเรียนรู้ -ครูจัดการเรียนการ สอนได้ถูกต้องตรง ตามเนือหา ไม่หลง ประเด็นในการสอน เนือหาสาระ - ค รู ว า ง แผ น ใ น ก า ร จัดการเนือหาทีเหมาะสม กับเวลา ผู้เรียน - เพื อให้ผู้เรีย น เกิ ด ทักษะกร ะบวนกา ร ในการเรียนรู้ทีครบถ้วน -ครูจัดการสอนได้ ครบถ้วนเหมาะสม กับผู้เรียนทุกคน ความรู้ ครูมีความรู้ความเข้าใจในการจัดกิจกรรมการรู้เรืองการเขียนเรียงความเชิง สร้างสรรค์ รู้หลักจิตวิทยา และรู้วิธีวัดประเมินผลนักเรียน คุณธรรม ครูมีความขยัน อดทนในการออกแบบการเรียนรู้ มีความรับผิดชอบ ในกิจกรรมการเรียนการสอน และมีเมตตาธรรมต่อนักเรียนทุกคน
๔ นักเรียนเรียนรู้ทีจะอยู่อย่างพอเพียงอย่างไร หลักพอประมาณ หลักมีเหตุผล หลักสร้างภูมิคุ้มกันทีดีในตัว - ทําแบบทดสอบได้ถูกต้อง ตามเกณฑ์และตรงตามเวลา ทีกําหนด - ใช้ภาษาได้เหมาะสมไม่ทํา ให้ตนและผู้อืนเดือดร้อน - การเรียนรู้เรืองการเขียนเรียงความ เ ชิ ง ส ร้ า ง ส ร ร ค์ เ ป็ น ทั ก ษ ะ กระบวนการหนึงในการใช้ทักษะ ทางภาษาในการนําเสนองาน โ ด ย เส ริ ม ทัก ษ ะ ก า ร ใ ช้ภ า ษ า อย่างสร้างสรรค์ - นักเรียนตระหนักถึงคุณค่าทาง ภาษา - นักเรียนมีทักษะกระบวนการด้าน ภาษาและใช้ภาษาได้เหมาะสม - นักเรียนมีทักษะในการวางแผน ในการทํางาน ความรู้ - นักเรียนมีความรู้เรืองลักษณะของเรียงความและการเขียนเรียงความเชิงสร้างสรรค์ คุณธรรม - ขยันในการปฏิบัติงาน มีระเบียบวินัยในการทํางาน มีความรับผิดชอบ ประหยัดในการใช้วัสดุ อุปกรณ์ในการเรียน ทํางานเสร็จตรงตามเวลากําหนด อยู่อย่างพอเพียง สมดุลและพร้อมรับกับการเปลียนแปลง ในด้านต่าง ๆ การวัดผล ประเมินผล หัวข้อ ด้าน วัตถุ สังคม สิงแวดล้อม วัฒนธรรม ความรู้ -มีความรู้เรืองการ ใช้วัสดุอุปกรณ์ ทีมีคุณค่า - มีความรู้ในการทํางาน ร่วมกับผู้อืน - ยอมรับฟังความคิดเห็น ของผู้อืน - มีความรู้เรืองการ อนุรักษ์ทรัพยากร ธรรมชาติ มีความรู้ - ความเข้าใจ ด้าน ภาษา ทักษะ - มีทักษะในการใช้ วัสดุอุปกรณ์ให้ เกิดคุณค่าสูงสุด - มีทักษะกระบวนการใน การทํางานร่วมกับผู้อืน ยอมรับฟังความคิดเห็นของ ผู้อืน ร่วมเป็นส่วนหนึง ในการอนุรักษ์ -ทรัพยากรธรรมชาติ - ใช้ภาษาได้ถูกต้อง เหมาะสม ค่านิยม - ใช้วัสดุอุปกรณ์ ให้เกิดคุณค่าสูงสุด มีความรับผิดชอบต่อคําพูด และการกระทําของตน ยอมรับฟังความคิดเห็นของ ผู้อืน ใช้ทรัพยากรให้เกิด ประโยชน์สูงสุด สืบสานและอนุรักษ์ ภาษา
๕ ๑๒. การวัดผลประเมินผล สิงทีจะวัด ๑. ตัวชีวัด/จุดประสงค์การเรียนรู้ปลายทาง/นําทาง ๒. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ วิธีการวัด ๑. ตรวจแบบทดสอบ แบบฝึกกิจกรรม ๒. ประเมินผลงานเรียงความเชิงสร้างสรรค์ ๓. ประเมิน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ เครืองมือวัด ๑. แบบทดสอบก่อนและหลังเรียน เรือง การเขียนเรียงความเชิงสร้างสรรค์ จํานวน ๒๐ ข้อ ๒. แบบประเมินผลงาน เรียงความเชิงสร้างสรรค์ ๓. แบบประเมินคุณธรรมจริยธรรมและค่านิยมทีต้องการเน้น เกณฑ์การวัดผล ๑. นักเรียนได้คะแนนจากแบบทดสอบ ข้อละ ๑ คะแนน ข้อผิด ให้ ๐ คะแนน ๒. นักเรียนได้คะแนนด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ดังนี ดีมาก ให้ ๙-๑๐ คะแนน ดี ให้ ๗-๘ คะแนน พอใช้ ให้ ๕-๖ คะแนน ปรับปรุง ให้ ๐-๔ คะแนน ๓. เกณฑ์ประเมินการเขียนเรียงความเชิงสร้างสรรค์ เกณฑ์การประเมินการเขียนเรียงความเชิงสร้างสรรค์ หัวข้อ ผู้ถูกประเมิน เน ือห าใ นก าร แต ่ง คว าม สอ ดค ล้อ ง อัก ขร วิธ ี โว หา รใ นก าร เขียน เส ร็จ ตร งต าม เวล าก ําห นด รว ม
๖ ระดับคุณภาพ ด้านเนือหาในการแต่ง เนือหาครบถ้วนสมบูรณ์ ตรงประเด็นกับหัวข้อ ๓ คะแนน เนือหาบกพร่องบางส่วน ๒ คะแนน เนือหาบกพร่อง ไม่มีความสมบูรณ์ ๑ คะแนน ด้านความสอดคล้อง สอดคล้องกันทังส่วนนํา เนือหา และสรุปเรือง ๓ คะแนน สอดคล้องกัน ๒ ส่วน ๒ คะแนน ไม่ค่อยสอดคล้องกัน ๑ คะแนน ด้านอักขรวิธี เขียนอักขระถูกต้องสมบูรณ์ทุกคํา ๓ คะแนน เขียนอักขระผิด ๑ -๓ คํา ๒ คะแนน เขียนอักขระผิดมากว่า ๓ คํา ๑ คะแนน ด้านโวหารการเขียน ใช้โวหารในการเขียนโดดเด่น เหมาะสม ๓ คะแนน ใช้โวหารในการเขียนพอใช้ ๒ คะแนน ไม่ใช้โวหารในการเขียน ๑ คะแนน เสร็จตรงตามเวลากําหนด เสร็จตรงตามเวลากําหนดหรือเร็วกว่าเวลากําหนด ๓ คะแนน เสร็จช้ากว่าเวลาทีกําหนด ๑๐ นาที ๒ คะแนน ไม่เสร็จหรือเสร็จช้ากว่าเวลาทีกําหนดมากกว่า ๑๐ นาที ๑ คะแนน
๗
ใบความรู้
เรือง ลักษณะของเรียงความเชิงสร้างสรรค์
เรียงความ เป็นทักษะการเขียนทีแสดงออกถึงความรู้สึกนึกคิด ความเห็น ความเข้าใจ ตลอดจน
ความรู้ให้ผู้อ่านได้รับทราบ เป็นการเขียนทีมีรูปแบบและวิธีการเขียนทีมีแบบแผน เป็นการถ่ายทอด
ความคิด ความรู้สึกของตนออกมาเป็นตัวอักษร เพือให้ผู้อ่านเกิดการรับรู้ ความเข้าใจ อีกทังยังเป็น
พืนฐานของการเขียนทังมวลไม่ว่าจะเป็นบทความ นวนิยาย หรืองานเขียนอืนๆ
ลักษณะของการเขียนเรียงความทีดีนัน ต้องประกอบไปด้วย
๑. มีจุดหมายทีแน่นอน และประมวลข้อคิดทีสําคัญ ๆ เข้าสู่จุดหมายนันอย่างมีระเบียบ
๒. มีเอกภาพ คือ ความเป็นอันหนึงอันเดียวกันของเรือง หมายถึง ความคิดรวบยอดของเรืองเด่นชัด
และมีสัมพันธภาพ คือ มีความสัมพันธ์กลมกลืนกับความคิด ทังยังต้องมีสารัตถภาพ คือ การเน้นข้อคิด
ทีสําคัญ
๓. มีรูปแบบดี คือ หัวเรือง การย่อหน้าข้อความ การเว้นวรรคตอน การใช้เครืองหมายต่าง ๆ รวมถึง
ความสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อยของการเขียน
๔. มีโครงเรืองดี คือ ความยาวของเรืองพอเหมาะกับเวลาทีให้เขียน เหมาะกับหัวเรืองและระดับของ
ผู้เขียน
๕. มีการใช้ถ้อยคําภาษาดี การเขียนเรียงความ จําเป็นต้องใช้คําให้ถูกต้องตรงความหมาย เหมาะสมกับ
บุคคล และผูกประโยคได้ถูกต้อง สละสลวย กะทัดรัด และมีท่วงทํานองการเขียนดี
๖. มีเนือหาดี คือ เนือหาสอดคล้องกับหัวเรือง เนือความสัมพันธ์กันและมีเนือหาพอทีจะทําให้ผู้อ่านเกิด
ความรู้ ความเข้าใจตามหัวเรืองทีกําหนดไว้
๗. มีความคิดดี ความคิดดีต่างกับเนือหาดี เพราะเนือหาเป็นสาระทีเกียวกับความรู้
หลักวิชา ข้อเท็จจริง แต่ความคิดเป็นเรืองของความเข้าใจ ข้อเสนอแนะ ความคิดเห็น การคิดหา
เหตุผลซึงเป็นเรืองภูมิปัญญาของผู้เขียน
๘. คํานึงถึงองค์ประกอบของการเขียนเรียงความ เช่น จุดประสงค์ของการเขียน กลุ่มผู้อ่าน รูปแบบ
ของการเขียน วิธีการนําเสนอ กลไกการเขียนและอืน ๆ
วิชาภาษาไทย ชันมัธยมศึกษาปีที ๒๘