• No results found

ECL

N/A
N/A
Protected

Academic year: 2021

Share "ECL"

Copied!
35
0
0

Loading.... (view fulltext now)

Full text

(1)

เฉลยขอสอบ ECL test 01: Listening part

1. The instructor asked “Are you going to the dance?” The student said “I’d like to, but I have to study.” What did the student mean?

Answer: B. He can’t go.

Keyword: Going = ไป, I’d like to = สนใจทําตาม, but I have to… = แตผมตองทํา

โจทยขอนี้ถามวาคุณจะไปงานเตนรํา (the dance) ไดไหม คําตอบคือ อยากไป แตตองเรียน (I’d like to, but I have to study) และคําถามคือฝายนักเรียนหมายความวาอยางไร (What did the student mean?) คําตอบจึง ตองเปน ขอ B. He can’t go ที่แปลวา เขาไปงานเตนรําไมได

2. Lieutenant Jones was told to report to the commander at one fifteen. When does he have to be there?

Answer: B. at 1315

Keyword: report = รายงาน, one fifteen = สิบสามนาฬิกาสิบหานาที, When = เมื่อไร

โจทยบอกวา รอยโทโจนสตองไปรายงานทาน ผบ. เมื่อ one fifteenขอใหเราจําคํานี้ใหดี เพราะคํานี้คือ keyword สําคัญซึ่งเปนการบงบอกเวลา แปลวา บายโมงสิบหา และโจทยถามตอวา When (เมื่อไร) ดังนั้น คําตอบของโจทยขอนี้จึงเปน b. at 1315 (สิบสามนาฬิกา สิบหานาที)

3. You should consult your dictionary. What should you dowith it?

Answer: B. looks up word in it

Keyword: consult =ปรึกษา, dictionary = พจนานุกรม

คําวา consult เมื่อใชรวมกับ dictionary จะมีความหมายวา คนหาคําศัพท ซึ่งโจทยขอนี้แปลไดคราวๆ วา เราคนพจนานุกรมเพื่ออะไร คําตอบยอมเปนขอ b. looks up word in it(คนหาศัพท) นั่นเอง

(2)

4. Bob has a new bench vise in his workshop.What does he useitfor? Answer: C. for holding objects

Keyword: Bench Vise = ตัวเลื่อนเหล็กบนโตะ ใชสําหรับยึดวัตถุ

กุญแจสําคัญของโจทยขอนี้อยูที่การรอบรูคําศัพทซึ่งถารูแลวก็จะทําไดอยางงายดาย โดยโจทยถามวาเราจะ ใชเจา Bench Vise ใน workshop หรือโรงชางไปทําอะไร คําตอบก็ตองเปนขอ C. holding objects (สําหรับ ยึดสิ่งของ)

5. Barbara is going to New York by plane. What is Barbara planning to do? Answer: C. travel on a plane

Keyword: Plane = เครื่องบิน, going to =เดินทางไป, planning = วางแผน

คําแปลของโจทยขอนี้ คือ บารบาราจะนั่งเครื่องบินไปนิวยอรค เมื่อโจทยถามวา planning to do คือ วางแผนจะทําอะไร คําตองยอมเปน C.travel on a plane (ทองเที่ยวทางเครื่องบิน) ซึ่งตอบคําถามโจทยได อยางชัดเจน

6. “What color is your coat?”

Answer: A. red

Keyword: color แปลวา สี your coat แปลวา เสื้อของคุณ

โจทยถามวาเสื้อเราสีอะไร(what color?)ดังนั้น คําตอบขอนี้ตองเปนสีใดสีหนึ่งจึงตองเปนขอ A. สีแดง ไมใช wool (ผาชนิดหนึ่ง) rain (ฝน) หรือ small (เล็ก)

7. I heard the men talking about the snack bar. What were they talking about?

Answer: D. a place to eat

Keyword: Heard คือ ไดยิน talking คือพูด snack bar คือหองทานอาหารวาง

คําแปลประโยคนี้คือ ฉันไดยินพวกผูชายพูดเรื่องหองทานอาหารวาง เมื่อเราไดยินคําวาsnackกับ barแมไม ทราบวาแปลวาอะไร แตตองเดาไดวาโจทยขอนี้ตองพูดเกี่ยวกับการรับประทานอาหารหรือสถานที่แน พอ เราดูตอมา จะพบวาโจทยถามตอวา พวกเขาพูดเรื่องอะไรกัน คําตอบจึงเปน D. a place to eat (ที่

(3)

8. What month comes rightafter July?

Answer: C. August

Keyword: month =เดือน, right after = ลําดับถัดจากนั้น, July = กรกฎาคม

โจทยขอนี้เปนการถามความรูรอบตัว จุดสําคัญคือคําวา right after (ถัดมา)ไมใชแค July (กรกฎาคม)โดย เมื่อรวมกันแลว ประโยคนี้จะแปลวา เดือนถัดจากกรกฎาคมคือเดือนอะไร ดังนั้น คําตอบยอมเปนC. August (สิงหาคม)

9. If Jack has an appointment with the dentist, what is probably the matter with him?

Answer: B. He has a toothache.

Keyword: appointment = การนัดหมาย, dentist = หมอฟน

โจทยขอนี้บอกวา แจ็คมีนัด (appointment)กับหมอฟน(dentist) และถามตอวาแจ็คเปนอะไร (what is probably the matter with him?) คือโจทยตองการทราบเหตุผลวาเหตุใดเขาถึงตองไปอยูตรงนั้น คําตอบจึง เปน b. ที่แปลวา เขาปวดฟน (toothache)

10. Lesson 1 is easier than listen 2. Which lesson is less difficult to learn?

Answer: A. lesson one

Keyword: Lesson = บทเรียน, easier = งายกวา, less = นอยกวา, learn = เรียน

โจทยขอนี้เปนการทดสอบความรูเรื่องลําดับมากนอยโดยแปลไดวา โจทยขอที่หนึ่งงายกวาขอที่สอง โจทย ขอใดจะยากนอยกวา เมื่อเราเรียงลําดับผลแลว คําตอบจึงเปนขอ A.lesson one(บทที่หนึ่ง)

11. Alisa asked “What is your given name”, what name did she want to know?

Answer: D. your first name

Keyword: ask = ถาม, given name = ชื่อ (ที่บุพการีเปนผูตั้งให), first name = ชื่อ

ในขอนี้ หากมีความรูเรื่องชื่อ-นามสกุลเปนศัพทภาษาอังกฤษแลวจะสามารถทําไดโดยงาย โดยแปลเนื้อหา โจทยไดวา อลิสาอยากทราบชื่อของเรา และโจทยถามตอวาเธอตองการรูชื่อ(name)หรือนามสกุล (surname) คําตอบจึงเปน D. ชื่อของเรา (given name = first name = ชื่อ)

(4)

12. The clerk said “I don’t think this suit needs any alterations, what did he mean by “alterations”?

Answer: D. changes

Keyword: suit = ชุดสูท, alteration = การเปลี่ยนแปลง

คําวา alteration หมายถึง การเปลี่ยนแปลง โจทยขอนี้ใหคําพูดมา และถามซ้ําวาตองการทราบความหมาย เมื่อเราดูคําๆ นี้ แมยังแปลคําไมได แตยังเห็นวาสวนหนึ่งเปน alter (เปลี่ยนแปลง) เมื่อเราทราบดังนี้ จึงหา คําตอบที่คลายกัน และผลลัพธคือขอd. changes(เปลี่ยนแปลง) ซึ่งตรงกันมากที่สุด

13. If the teacher asked you a question,what should you do?

Answer: C. answer it

Keyword: If = ถา, ask = ถาม, question = คําถาม

คําวา If จะถูกใชในประโยคเงื่อนไขคําแปลของโจทยคือ ถาอาจารยถาม (ask)คําถาม (a question) เราควร ทําอยางไร ซึ่งเมื่อเราไดยินคําวา question แลว เมื่อมองหาคําตอบ ก็ยอมตองเปน C. answer it (ตอบ คําถาม)

14. They’re goingto Chicago by jet, how will they get toChicago?

Answer: A. They will fly

Keyword: going to = เดินทางไป, jet = เครื่องบิน

เมื่อโจทยบอกวาพวกเขาจะนั่งเครื่องเจ็ตไป และถามตอวาจะไปอยางไร(how) คําตอบตองเปน A. They will fly (พวกเขาจะนั่งเครื่องบินไป) เพราะคําวา jet นั้นแปลวาเครื่องบิน เราจึงสามารถอนุมานไดวาตอง บินไปอยางแนนอน

15. Today is Friday,I will see Mary tomorrow, when will I see Mary?

Answer: B. on Saturday

Keyword: Today = วันนี้, Friday = วันศุกร, tomorrow = พรุงนี้, when = เมื่อไร

คําแปลของโจทยขอนี้ คือ วันนี้คือวันศุกร ฉันจะพบกับแมรี่พรุงนี้ วันใดฉันจะไดพบแมรี่ เมื่อเราไดยินคํา วา today วันนี้ กับ tomorrow พรุงนี้ แลว วันที่อยูถัดจากวันศุกร ก็คือวันเสาร คําตอบยอมเปน B. saturday

(5)

16. Why did Sam go to the airport?

Answer: D. to meet his friend’s plane Keyword: Why = เหตุใด, Airport = สนามบิน

โจทยถามวา ทําไมแซมตองไปสนามบิน คําตอบที่ควรเลือกในที่นี้มีอยูขอเดียว เพราะเมื่อพูดถึงสนามบิน ก็ตองมีคําวาเครื่องบิน(plane) อยูในคําตอบ ดังนั้น จึงเปนขอ D.to meet his friend’s plane ที่แปลวา ไปรับ เพื่อนลงจากเครื่องบิน

17. What is a mail box used for?

Answer: B. depositing letters

Keyword: mail box = กลองรับจดหมาย, used = ใช

คําวา used for แปลวา ใชเพื่ออะไร เมื่อโจทยถามวา กลองรับจดหมายมีไวทําอะไร คําตอบก็ตองอะไรที่ เกี่ยวกับจดหมาย (letters) ดังนั้น จึงเปน b. สงจดหมาย (depositing letters)

18. Tom waspleasedwith the acceleration of the car. What was he pleased with?

Answer: A. the ability to speed up

Keyword: pleased = พึงพอใจ, acceleration = การเรงความเร็ว, car = รถยนต

คําแปลของโจทยขอนี้คือ ทอมพึงพอใจกับการเรงความเร็วของรถยนต เขาพอใจกับอะไร เมื่อเราไดยินคํา วา acceleration ที่มาจากคําวา accelerate แลว คําตอบขอนี้ยอมเกี่ยวกับการเรงความเร็ว ตัวเลือกที่มีเนื้อหา ตรงกันคือ a. ความสามารถในการเรงความเร็ว (the ability to speed up)

19. My friend lives in a spacious house. Where does he live?

Answer: A. in a large house

Keyword: lives = อยูอาศัย, spacious = กวางใหญ, house = บาน

โจทยขอนี้สามารถแปลไดวา เพื่อนของฉันอาศัยอยูในบานหลังใหญ เมื่อโจทยใหคําวา live (อาศัย) กับ spacious house (บานหลังใหญ)มา และถาม Where (สถานที่ไหน) คําตอบตองเปนสถานที่ที่ใหญ เหมือนกัน นั่นคือ large ดังขอ a. in a large house (บานหลังใหญ)

(6)

20. Joe bought a new horn for his car. What did he buy?

Answer: D. a warning device Keyword: Horn = แตร

คําวา horn ในที่นี้ ไมใช เขาสัตว แตเปน แตร ขอนี้โจทยถามวา โจซื้อ(bought) อะไรใสรถ(car) ของเขา คําตอบคือ D. warning device (อุปกรณเตือน) เพราะแตรคืออุปกรณที่มีไวเตือนภัยนั่นเอง

21. Mr. Jones said I hope Henry wouldget in touch with me. What did Mr. Jones want Henry todo?

Answer: C. contact him

Keyword: get in touch = ติดตอ, want = ตองการ

โจทยขอนี้ คุณโจนสหวังวาเฮนรี่จะติดตอ (get in touch) กับเขาบาง เมื่อเราไดยินคําวา want แลว คําตอบ ของขอนี้จึงตองเปนขอ c. เพราะคุณโจนสตองการให contact (ติดตอ) กับเขา เพราะคําวา get in touch กับ contact มีความหมายเดียวกัน

22. Sam glances through the book. What did he do?

Answer: D. he read it quickly

Keyword: glance = ชําเลือง, book = หนังสือ

คําวา glance through the book นั้นเปนสํานวน มีความหมายวา อานผานอยางรวดเร็ว คําตอบในขอนี้จึง เปนสิ่งที่มีความหมายใกลเคียง ซึ่งก็คือd. he read it quickly (เขาอานมันอยางรวดเร็ว)

23. Bill said “That wire is not insulated.” What did he mean?

Answer: B. the wire is not covered for protection Keyword: wire = สายไฟ, insulated = หอหุมดวยฉนวน

คําวา insulated แปลวา หุมฉนวน แมเราจะเดาไมออกวาคําๆ นี้มีความหมายวาอะไร เราก็พอเดาไดเพราะ คําวา wire (สายไฟ) โดยเฉพาะเมื่อบิลพูดวาสายไฟไมไดหุมฉนวน เราก็ตองเดาไดวามันเปนเปลือยสายอยู และเปนอันตราย คําตอบที่เหมาะสมจึงเปน B. the wire is not covered forprotection (ไมไดหุมกันไวเพื่อ ความปลอดภัย)

(7)

24. Who use this book originally?

Answer: A. Who used this book first? Keyword: use = ใช, originally = แรกสุด

โจทยขอนี้ตองการคําตอบที่มีความหมายเดียวกัน เมื่อไดยินคําวา use (ใช) กับ originally (แลว) ก็จะพอเดา ไดวาคําถามขอนี้คือ ใครอานหนังสือเลมนี้เปนคนแรก คําตอบยอมเปน A. Who used this book first (ใคร อานหนังสือเลมนี้คนแรก) ที่มีความหมายเดียวกัน

25. How far is itto the school?

Answer: C. The school is three miles from here. Keyword: how far =ระยะทางเทาไร

กุญแจของคําถามขอนี้คือคําวา how far ที่เปนการถามถึงระยะทาง เมื่อเราไดยินแลว จึงสามารถเดาไดวา คําตอบตองเปนการบอกจํานวนระยะทางแน ซึ่งตัวเลือกที่เหมาะสมก็คือขอ c. ที่มีคําวา three miles (สาม ไมล) ซึ่งเปนการบอกระยะทางอยูภายใน

26. On Saturday, the traffic is heavy downtown.

Answer: C. There are many cars on the street.

Keyword: traffic = การจราจร, heavy = หนัก, downtown = กลางใจเมือง

สวนสําคัญในขอนี้ คือ Traffic is heavy ที่แปลวา การจราจรติดขัด ซึ่งเมื่อเราไดยินจุดนี้แลว เราก็ตองมอง หาตัวเลือกที่มีความหมายคลายกัน ซึ่งคือขอ c. There are many cars on the street (ถนนมีรถอยูมากมาย) ซึ่งมีความหมายตรงกัน

27. The air in this room is invisible.

Answer: A. It can’t be seen

Keyword: air = อากาศ, invisible = ลองหน

เมื่อโจทยบอกวา อากาศในหองนี้มันลองหน คําตอบที่มีความหมายเดียวกัน ก็คือ มันไมสามารถมองเห็น ได(It can’t be seen) นั่นเอง (seen เปนกริยาชอง 3 ของ see แปลวา เห็น)

(8)

28. John notices the crooked line.

Answer: A. He saw it

Keyword: notice = สงสัย, crooked = เบี้ยว

โจทยในขอนี้อาศัยการวิเคราะหเล็กนอย โดยกุญแจคือคําวา notice (รับรู) เมื่อไดยินแลว เราจึงเดาไดวา โจทยคือ จอหนทราบไดอยางไรวาสายไฟเบี้ยว คําตอบที่มีเหตุผลที่สุดในตัวเลือกที่ใหมา วาการที่คนๆ หนึ่งจะเห็นวาสายไฟมีสภาพเปนอยางไร ก็คือการเห็นมัน (saw it) ดังนั้น คําตอบจึงเปนขอ A.

29. This metal is flexible.

Answer: A. It is easily bent. Keyword: flexible = ยืดหยุน

flexibleแปลวา ยืดหยุน เมื่อโจทยเปนเชนนี้ คําตอบยอมไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งเมื่อพิจารณาจากตัวเลือก แลว ยอมเปนขอ a. easily bent ที่แปลวา งอไดงาย (เพราะไมแข็ง) นั่นเอง

30. This radio functions properly.

Answer: C. It’s in good condition.

Keyword: functions = ทํางาน, properly = ปกติ

โจทยขอนี้แปลวา วิทยุเครื่องนี้ทํางานปกติ เมื่อเนื้อหาเปนดังนี้ คําตอบที่เหมาะสมและสมเหตุผลที่สุดก็คือ c.it’s in good condition (มันมีสภาพดี) มากกวาขออื่นๆ ที่แปลวา มันพัง (broken) หรือ มันถูก (cheap)

31. The main speaker for the convention is a famous person.

Answer: A. He is well known.

Keyword: speaker = วิทยากร, convention = งานประชุม, famous = ชื่อดัง

คําวา speaker ในที่นี้ อาจหลอกเราไดวาแปลวา ลําโพง แตเมื่อพิจารณาใหดี จะเห็นวาทายประโยคมีคําวา person อยูดวย ทําใหทราบวานี่คือบุคคล และเขา famous (มีชื่อเสียง) เมื่อโจทยตองการคําตอบที่มี ความหมายเดียวกัน เราก็ตองเลือก A. He is well known (เขาเปนที่รูจัก)

(9)

32. The teacher introduced a new student to the class.

Answer: D. He presented a new student. Keyword: introduced = แนะนํา

คําวา introduced กับ presented มีความหมายเดียวกัน โจทยบอกวาเขาแนะนํานักเรียนใหมใหชั้นเรียนรูจัก คําตอบก็ตองมีความหมายเดียวกัน คือ D.

33. The carpenter is drilling in the board.

Answer: B. He is making holes in it. Keyword: drilling = เจาะรู

คําวา drilling มาจาก drill ที่แปลวา สวาน เมื่อเติมรูป ingเขาไป คําๆ นี้ก็จะแปลวา เจาะรู ดังนั้น คําตอบ ยอมเปนการกระทําเดียวกัน ซึ่งคือ making holes (เจาะรู) ดังขอ B.

34. He hears a strange noise.

Answer: B. He hears an unfamiliar noise. Keyword: strange = ประหลาด, noise = เสียง

คําวา strange มีความหมายเดียวกันกับคําวา unfamiliar ที่แปลวา ไมคุนเคย ดังนั้น คําตอบของโจทยขอนี้ จึงเปนขอ B.

35. I am going to purchase this car.

Answer: B. I will buy this car. Keyword: purchase = ซื้อ

คําวา purchase กับ buy มีความหมายเดียวกันคือ ซื้อ เพียงอยาหลงไปกับคําวา going to ซึ่งในที่นี้ไมได แปลวา ไป แตแปลวา จะ เมื่อเราทราบแลว คําตอบที่ถูกตองยอมเปนขอ B. ฉันจะซื้อรถคันนี้

36. On his way home,Bill ran into John at a drugstore.

Answer: D. Bill met John. Keyword: ran into = พบ

คําวา ran into ในที่นี้ ไมไดแปลวา ชน หรือ ทับ แตแปลวา พบ มักใชในสถานการณที่ไมนาอภิรมยหรือ เปนเรื่องไมคาดคิด ซึ่งถาเราไมหลงกลแลว ยอมทราบวาคําตอบที่ถูกตองคือ D. ที่แปลวา บิลพบกับจอหน

(10)

37. The lights are blinking.

Answer: D. They are going on and off.

Keyword: lights = ไฟประดับ, blinking = วิบวับ

โจทยขอนี้ไมยาก แตที่ยากคือตัวเลือกซึ่งลวนหลอกเราใหเขวทั้งสิ้น โดยคําวา blinking นั้น ชวนใหเราคิด วา lights (ไฟประดับ – สังเกตไดจากตัว s ที่แสดงความเปนพหูพจน) คงจะเสียเปนแนแท แตความจริงแลว ตองการทราบเพียงวา มันเปนอยางไร เทานั้น เพราะโจทยไมไดบอกความตองการอยางอื่นเลย คําตอบจึง เปนขอ D. ที่แปลวา ติดและดับแบบวิบวับๆ

38. We eat a variety of vegetable everyday.

Answer: A. We eat different kinds of vegetables daily. Keyword: variety = หลากหลาย

กุญแจสําคัญของโจทยคือคําวา variety เมื่อทราบแลว เราจึงเดาไดวา เขาตอง eat everyday คือ กิน หลากหลายทุกวัน ดังนั้น จึงสามารถพิจารณาไดวาคําตอบที่เหมาะสมที่สุด คือ A. ที่มีคําวา different kinds ซึ่งแปลวา หลากหลาย เชนเดียวกับในโจทย

39. We were very fortunate to get tickets for the game.

Answer: B. We were lucky to get them Keyword: fortunate = โชคดี

คําวา fortunate กับ lucky มีความหมายเดียวกันคือ โชคดี แมเราไมสามารถเดาไดวาสวนทายของประโยคมี ความหมายอยางไร แตก็สามารถเดาไดวาคําตอบตองเปนขอ B. แน เพราะโจทยขอนี้ตองการคําตอบที่มี ความหมายเดียวกัน

40. Mr. James is a commercial pilot.

Answer: A. The airlines pay him for flying. Keyword: commercial pilot = นักบินพาณิชย

กุญแจสําคัญในโจทยขอนี้คือคําวา commercial ที่แปลวา พาณิชย แมเราไมทราบวาคํานี้มีความหมายใดก็ ขอใหดูคําวา pilot ที่แปลวานักบิน ดังนั้น คําตอบยอมตองอธิบายงานของเขาแน และขอที่สมเหตุสมผล ที่สุดคือ A. สายการบิน (Airline) จางเขาเปนนักบิน เพราะเขาเปน pilot ไมใช soldier และไมใช seller นั่นเอง

(11)

41. Duck is an eager worker.

Answer: B. He likes to work.

Keyword: eager = กระเหี้ยนกระหือรือ

คําวา eager นั้นมีความหมายไปในเชิงบวก ถึงเราจะไมทราบความหมาย แตเมื่อดูคําตอบแลวยอมทราบแน เนื่องจากทุกขอมีคําที่แสดงความหมายในเชิงลบอยาง poor, slowly ทั้งสิ้น คําตอบที่ถูกตองจึงเปนขอ B. He likes to work. ที่แปลวา เขาชอบทํางาน ซึ่งเปนคําตอบเชิงบวกเพียงขอเดียว

42. Mr. Smith looked up his friend.

Answer: C. He visited them. Keyword: looked up = เยี่ยมเยียน

คําวา looked up ในที่นี้ ไมไดมีความหมายวาเห็นหรือมองขึ้น แตแปลวา เยี่ยมเยียน เมื่อทราบดังนี้ คําตอบ จะหาไดงายมาก ซึ่งคือขอ c. ที่แปลวาเขาเยี่ยม (visited) เพื่อน นั่นเอง

43. I feel weak today.

Answer: D. I’m not strong. Keyword: weak = ออนแอ

โจทยขอนี้มีคําวา weak ที่มีความหมายเดียวกับคําวา not strong (ออนแอ) อยูดวย จนอาจทําใหเราหลงไป กับคําตอบหลอกอยางขอ A. ที่แปลวา ฉันแก แตนั่นเปนคําตอบที่ผิด เนื่องจากโจทยไมไดใหขอมูลอื่นใด มาดวยนอกจากใหสวนขยายเพียงวา today (วันนี้) เราจึงอนุมานไดวา เขาไมไดรูสึกเชนนี้ตลอดและโจทย ไมไดใหเนื้อหาอื่นใดมาอีก คําตอบที่ถูกตองที่สุดจึงเปนขอ D. I’m not strong (ฉันรูสึกไมแข็งแรง)

44. I’ll give you a ring sometime after seven o’clock tonight.

Answer: C. I’ll call on you. Keyword: ring = โทร

โจทยในขอนี้ออกจะยากเสียหนอย แตเมื่อพิจารณาคําตอบแลว เราจะพบวา ring ในที่นี้ไมไดแปลวา แหวน แตนาจะเปนการติดตอเสียมากกวา และสํานวนภาษาอังกฤษที่วา give you a ring นั้น มีความหมายคือ โทร ติดตอ เมื่อทราบดังนี้แลว คําตอบที่ถูกตองที่สุดยอมเปนขอ C. I’ll call on you (ฉันจะโทรหาคุณ)

(12)

45. Lee sent a letter to his mother.

Answer: A. He mailed a letter. Keyword: sent = สง, letter = จดหมาย

กุญแจสําคัญในโจทยขอนี้คือเราตองฟงใหออกวา He sent…to ที่แปลวา เขาสงให เมื่อเราทราบแลววาเขา สง ก็จะสามารถมองหาคําตอบที่ถูกตองได และคําตอบที่ถูกตองคือ A. He mailed a letter (เขาสงจดหมาย) เพราะเราทราบแนนอนจากโจทยแลววา He sent… to นั่นเอง

46. The student failed the examination.

Answer: B. He wasn’t successful. Keyword: failed = ผิดพลาด

กุญแจสําคัญในขอนี้มีแคคําขางตน เมื่อเราทราบแลววา failed แปลวา ผิดพลาด คําตอบยอมเปน ผิดพลาด เหมือนกัน ซึ่งก็คือขอ B. He wasn’t (รูปยอของ was not) successful ที่เปนรูปปฏิเสธเชนเดียวกัน

47. Johnson went to the post office and cashed his money order.

Answer: D. He obtained some money.

Keyword: cashed = ขึ้นเงิน, money order = ใบสั่งจายเงิน

โจทยขอนี้คอนขางยากสักหนอย โดยมีคําวา cashedซึ่งฟงออกไดยาก จนอาจคิดวาเปน catch (จับ) หรือคํา ในทายประโยควา order ที่อาจทําใหเราตีความวาเขาจะไปสงของ แตเมื่อพิจารณาแลว คําตอบที่ใหมาจะมี คําวา money อยูทุกขอคํา ดังนั้น คําปริศนาจึงควรเปน cash ที่แปลวาเงิน และโจทยยังมีคําวา money order (ใบสั่งจายเงิน) อยูอีก จึงทําใหเราสามารถเดาไดวา cashedในที่นี้ ควรมีความหมายวา ขึ้นเงิน คําตอบที่ ถูกตองที่สุดจึงเปน D. He obtained some money (เขาไดรับเงิน)

48. The wire is twisted.

Answer: C. It is not straight.

Keyword: wire = สายไฟ, twisted = เบี้ยว

โจทยขอนี้คอนขางงาย เมื่อเราทราบวาสายไฟไมตรง (twisted – รูปอดีตของคําวา twist) เราก็ตองมองหา คําตอบแบบเดียวกัน ซึ่งคือขอ C. It’s not straight ที่แปลวา มันไมตรง จึงถือวาถูกตองที่สุด

(13)

49. This sentence looks like a puzzle to me.

Answer: C. I don’t understand it. Keyword: puzzle = ปริศนา

ขอนี้อาศัยการคิดวิเคราะห คําวา puzzle แปลวาปริศนา แตก็มีความหมายโดยนัยวาชางยากตอการทําความ เขาใจไดดวย เราจึงพออนุมานวามันตองยากแนๆ และคําตอบเพียงขอเดียวที่แตกตางจากขออื่น เพราะมีคํา วา don’t ซึ่งแสดงความเปนทางลบอยูดวย ก็คือขอ C. I don’t understand it (ฉันไมเขาใจ)

50. Mr. Bale said “Please give me some soap.”

Answer: C. He wants some soap from me. Keyword: give me = ขอใหฉัน

เมื่อเราไดยินคําวา give me ก็แปลวาโจทยตองขออะไรจากเราแน แมวาจะฟงไมออกวาคําหลังคืออะไร แต เมื่อดูจากในโจทยแลวจะพบวาคําตอบที่เปนการขอนั้นมีอยูเพียงขอเดียวคือขอ C. He wants some soap from me (เขาขอสบูจากฉัน) สวนเหตุผลที่ไมใชขอ D. ก็เพราะมีคําวามีคําวา no soap อยู ซึ่งทําให คําตอบขอนั้นมีความหมายวา เขาไมตองการสบู นั่นเอง

51. A: “What did the doctor say, Bill?” B: “He told me to cut out smoking.” What did the doctor tell Bill?

Answer: A. to quit smoking. Keyword: cut out = เลิก

โจทยหลังจากนี้ไปจะเปนการวิเคราะหบทสนทนา โดยในขอนี้กลาวคราวๆ ไดวา ก. ถาม ข. วาหมอวา อยางไร ข. ตอบวา หมอบอกใหเลิกบุหรี่

กุญแจสําคัญในขอนี้คือ cut out (เลิก) เมื่อเราทราบดังนี้ เราจะอนุมานไดวาหมอตองบอกให ข. เลิกบุหรี่แน คําตอบที่ถูกตองจึงเปน A.to quit smoking (เลิกบุหรี่)

(14)

52. A: “Susie, would you rather go to the movies or the skating ring?” B: “I like to skate but I’d rather go the movies.”

What did she mean?

Answer: C. She prefers the movie. Keyword: but I’d rather = แตฉันวา...

ในขอนี้เปนการสนทนากันระหวาง ก. ที่ถามวาอยากไปดูหนังหรือเลนสเกต (skating ring)

กุญแจสําคัญคือ I’d rather ที่อยูในประโยคที่ 2 ทําใหเราทราบวาแม ข. จะชอบ (like) เลนสเกค แตเธอเลือก ไปดูหนัง (movie) มากกวา คําตอบจึงเปนขอ C. She prefers the movie (เธอเลือกดูหนัง)

53. A: “How was your son doing in school?” B: “He is highly motivated in his studies.” What did the woman say about her son?

Answer: D. He is very interested in his studies. Keyword: highly motivated = มีแรงจูงใจสูง

มาถึงจุดนี้ เราตองทราบแลววาคําตอบของโจทยจะอยูในสิ่งที่คน ข. พูด ซึ่งในขอนี้ ข. บอกวา highly motived ซึ่งมีความหมายไปในทางบวก แบบเดียวกับคําวา like

เมื่อราพิจารณาคําตอบ จะพบวาทุกขอมีเนื้อหาไปในทางลบเหมือนกันหมด ยกเวนขอ D. เพียงขอเดียวที่ ไปในทางบวก ซึ่งมีเนื้อหาแปลวา คําตั้งใจเรียนมาก (very interested)

54. A: “Will you repair this tire for me?” B: “I would replace it instead of repairing it.” What does the man mean?

Answer: C. He would replace it rather than repair it. Keyword: instead = แทนที่จะ...

คําตอบในขอนี้เปนสิ่งที่ตายตัวอยูแลว เจตนาของ ข. นั้นชัดเจนวาเขาอยากจะเปลี่ยน (change) ไมใช ซอม (repair) แตคําตอบก็มาในทางเดียวกัน ดังนั้นเราจึงตองพิจารณาจากคําวา instead และขอเดียวที่มี ความหมายเชนนี้ คือ C. ที่มีคําวา rather ที่มีความหมายเดียวกับ instead นั่นเอง

(15)

55. A: “You’d better put that food in the refrigerator right now.” B: “Why?”

A: “It spoils easily.” What did the woman mean?

Answer: B. It will decay quickly.

Keyword: food =อาหาร, refrigerator = ตูเย็น, spoils = เสีย

ก. บอก ข. ใหรีบนําอาหารใสตูเย็น ข. ถามวาทําไม ก. ตอบวาเพราะมันจะเสียไดงาย กุญแจสําคัญในขอนี้ คือคําวา spoil ซึ่งแปลวาเสีย เมื่อเรายินคําวา food กับ refrigerator แลว แมไมทราบความหมายของคํานี้ ก็ สามารถเดาไดวาอาหารตองเปนอะไรแน เมื่อไดขอมูลดังนี้แลว ก็ลงมาดูตัวเลือกคําตอบ ซึ่งคือขอ B. เพราะมีคําวา decay ที่แปลวา เนาเสีย อยูดวย

56. A: “How was your trip?” B: “I had a painful experience.” What kind of an experience was it?

Answer: B. an unpleasant one. Keyword: painful = นาเจ็บปวด

กุญแจในการทําขอนี้อยูที่คําวา painful ซึ่งมาจากคําวา Pain (ความเจ็บปวด) ซึ่งนาจะชวยใหเราเดาคําตอบ ในขอนี้ไดวาตองเปนสิ่งไมดีแน และคําตอบที่ถูกตองก็คือ B. ซึ่งมีคําวา unpleasant (ไมนาอภิรมย) อยู ภายใน ซึ่งเปนรูป negativity (ทางลบ) ของคําวา pleasant (นาอภิรมย) จากการเติม un- นําหนา

57. A: “Do you have beacon and egg for breakfast?” B: “Occasionally.”

What did the man mean?

Answer: B. He sometimes has bacons and eggs. Keyword: occasionally = ในบางโอกาส

มาถึงจุดนี้ ทานคงสามารถเดาไดวากุญแจในการทําขอสอบชวงนี้คือสิ่งที่คน ข. พูด ในกรณีนี้คือการถามวา คุณกินเบคอนกับไขเปนอาหารกลางวันใชไหม อีกฝายตอบวา ในบางโอกาส จุดนี้เมื่อเราไดยินแลว ก็ตอง มองหาคําตอบที่ถูกตองจากตัวเลือก ซึ่งคือ B. ที่มีคําวา sometimes (บางครั้งบางคราว) ซึ่งมีความหมาย เดียวกับ occasionally

(16)

58. A: “What’s the matter Jim?” B: “I’m getting tired.” What did the man mean?

Answer: D. He will be tired soon.

Keyword: What’s the matter = เปนอะไร, getting tired = เหนื่อย

คําถามของขอนี้แมฟงไมคุนหู แตเปนการถามถึงสภาพ (the matter) ของอีกฝายหนึ่ง โดยเมื่อ ข. ตอบวา เริ่มเหนื่อยแลว (getting tired สังเกตไดจากรูป -ingกับ V2 ซึ่งบงบอกวายังไมเหนื่อยหนัก) คําตอบจึงเปน ขอ D. He will be tired soon (เขากําลังจะเหนื่อย) เพราะ getting กับsoon นั้นมีความหมายคลายคลึงกัน

59. A: “Do you work all the time?” B: “We have 2 breaks a day” What is a break?

Answer: D. a rest period Keyword: work = การทํางาน

โจทยขอนี้ตองการถามวา break คืออะไร ถึงเราไมทราบความหมายคํานี้ ก็สามารถเดาไดจากคําวา work (การทํางาน) เมื่อไรทราบคํานี้ ยอมทราบวา break ยอมเปนการพักแน ตอมาเมื่อมาดูตัวเลือกคําตอบ เรา จะตองมองหาขอที่มีคําวา การพักผอนหรือ ชวงเวลาซึ่งลวนมีความหมายคลายคลึงกัน และขอนั้นคือ D. a rest period (ชวงเวลาพักผอน)

60. A: “Bill, did you go the game with John?” B: “I thought I would, then I changed my mind.” What did Bill mean?

Answer: C. He decided not to go.

Keyword: did you = คุณไดทําไหม, change = เปลี่ยน

โจทยขอนี้มีการหลอกลอ คือทีแรกถามคําถามวา บิลไปดูเกมกับจอหนไหม คําตอบที่ไดคือ ฉันคิดวาจะไป (I thought I would) ซึ่งจุดนี้เปนเนื้อหาลวง เพราะเอาเขาจริงแลวจอหนไมไดไปตางหาก เนื่องจากเขาพูด ตอวา but I changed my mine (แตฉันเปลี่ยนใจเสียกอน) โดยขอนี้ใหสังเกตคําวา changeซึ่งถาเราเห็นคํานี้ อยู คําตอบจะตองไปในทิศทางตรงขามกับเนื้อหาทีแรกแนนอน เพราะแปลวา เปลี่ยน ดังนั้นเมื่อเราดู คําตอบ ก็ตองหาขอที่เปนการปฏิเสธ นั่นคือ C. He decided not to go. (เขาตัดสินใจไมไป)

(17)
(18)

เฉลยขอสอบ ECL test 01: Reading part

1. If he ___ his sweater, he wouldn’t have caught a cold. a. had worn b. wear c. wears d. wearing คําแปล: ถาเขา...เสื้อสเวตเตอรละก็ เขาคงไมตองติดหวัดหรอก คําตอบ: a. เหตุผล โจทยขอนี้พูดถึงเหตุการณในอดีตที่จบลงแลวในขณะที่เรากําลังพูด สังเกตไดจากทายโจทยที่ มีคําวาwouldn’t havecaught ซึ่งบงบอกถึงความเปนpresent perfect tense โดยwouldกับ caught ในที่นี้ คือกริยาชอง 2,3 ของwill และ catchเปนอยูในรูปอดีตทั้งคู ดังนั้น คําตอบที่วางหนาประโยคควรเปน กริยาที่แสดงรูปเดียวกันจึงเปนขอ a.had wornที่มี tense แตกตางจากขออื่นๆ เพียงขอเดียว

2. He is ___ in the military service. a. an officer b. officer c. a officer d. officers คําแปล: เขาเปน...ในกองทัพ คําตอบ: a.

เหตุผล เพราะในประโยคนี้ คําวา officer ไมใชคํา definite หรือคําเอกพจนเชนชื่อคน (คําวา officer หมายถึงนายทหาร ซึ่งไมไดมีอยูเพียงหนึ่งเดียว)จึงตองใช a ที่แสดงความเปน indefinite นําหนา และ สุดทาย คําวาofficer มีตัวอักษรนําหนาเปนตัว o จึงตองเปลี่ยน a เปน an กอนนั่นเอง

(19)

3. Jones has only a few days to learn to drive. a. He will need a lot of time.

b. He has little time left. c. He has studied every day. d. He has many days

คําแปล: เขามีเวลาเพียงไมกี่วัน ที่จะเรียนขับรถ คําตอบ: b.

เหตุผล โจทยขอนี้ตองการคําตอบที่มีความหมายเดียวกันกับคําถาม คําตอบขอแรกแปลวา “เขา ตองการเวลาอีกมาก” ขอที่สามคือ “เขาเรียนมาทุกๆ วัน” ขอสุดทายคือ “เขามีหลายวัน” ดังนั้น คําตอบที่มีเหตุผลที่สุด จึงตองเปนขอ b ที่แปลวา “เขามีเวลาเหลือไมมาก”

4. Clark has a lot of friends. a. no b. a few c. many d. five คําแปล: คลารคมีเพื่อนมากมาย คําตอบ: c.โจทยขอนี้ถามถึงความหมายของคําศัพทที่ขีดเสนใต คําวา no แปลวาไม a few แปลวาไม มากนัก five แปลวาหา ดังนั้นคําตอบที่สมเหตุสมผลที่สุดจึงตองเปน many ที่มีความหมายเดียวกับ a lot of ที่แปลวา มากมาย

5. The material can be used for camouflage. a. to hide things b. for firewood c. to mark positions d. for lumber คําแปล: วัสดุประเภทนี้ สามารถใชเพื่ออําพรางได คําตอบ: a.

(20)

c.แปลวา เพื่อกําหนดตําแหนงบนแผนที่ ขอ d.แปลวาเพื่อเปนเปนทอนไม ดังนั้นคําตอบที่ สมเหตุสมผลที่สุดจึงเปนขอ a.ที่แปลวา เพื่อซอนสิ่งนั้นๆ

6. He has an expensive item. a. a broken b. a bad c. a costly d. a cheap คําแปล: คํามีของราคาแพง คําตอบ: c. เหตุผล โจทยขอนี้ถามถึงความหมายของคําศัพทที่ขีดเสนใต ซึ่งแปลวา แพง คําตอบขอ a แปลวา แตกหัก b คือ ไมดี สวนขอ d คือถูก ดังนั้นคําตอบที่สมเหตุสมผลที่สุดคือขอ c ที่แปลวา มีมูลคามาก 7. I like to read __ when I have enough time.

a. books b. the garden c. a movie d. the piano คําแปล: ฉันชอบอาน... เมื่อฉันมีเวลาวางพอ คําตอบ: a. เหตุผลคําถามขอนี้เปนการเติมคําศัพทลงในชองวาง จุดสําคัญในขอนี้คือคําวา read ซึ่งเปน transitiveverb (สกรรมกริยา) โดยคําศัพทขอ a.แปลวา หนังสือหลายเลม ขอ b. คือ สวนพฤกษา ขอ c. คือภาพยนตร สวนขอ d.คือเปยโน ดังนั้น สิ่งที่มาเปน object หรือกรรมที่สมเหตุสมผลในขอนี้ ยอม เปน a. นั่นเอง

(21)

8. John spent his ___ instead of putting it in the bank. a. time b. gasoline c. wallet d. money คําแปล: จอหนใช...ของเขา แทนที่จะเอาไปฝากธนาคาร คําตอบ: d. เหตุผลโจทยขอนี้เปนการเติมคําศัพทลงในชองวาง โดยจุดสําคัญอยูที่คําวา bank ที่แปลวาธนาคาร คําถามขอนี้ตองการถามถึงสิ่งที่จอหนตองการนําไปฝาก คําตอบในขอ a.แปลวา เวลา ขอ b.แปลวา น้ํามัน ขอ c.แปลวา กระเปาสตางค ดังนั้น คําตอบที่สมเหตุสมผลที่สุดควรเปนขอ d.ที่แปลวา เงิน 9. I can’t go with you ___ I’m busy.

a. that b. and c. but d. because คําแปล: ฉันไปกับคุณไมได...ฉันยุงอยู คําตอบ: d. เหตุผลโจทยขอนี้ตองการถามหาคํา conjunction หรือคําเชื่อมระหวางสองประโยคที่บงบอกถึงเหตุผล วา ทําไมถึงไปไมได ทั้งนี้ แมคําตอบทุกขอสามารถเปน conj. ไดก็จริง แตเมื่อนํามาใสในรูปประโยค แลว จะไมสามารถตอบโจทยได โดยขอa.thatไมใชการถามถึงเหตุผล ขอ b.and ในที่นี้หมายถึง และ c. จะมีความหมายวา แต ดังนั้น คําตอบที่เปนเหตุเปนผลที่สุด ยอมเปนขอ d ที่แปลวา เพราะวา ซึ่ง สามารถบงบอกเหตุผลไดตามที่โจทยตองการนั่นเอง

(22)

10. The air traffic controller announced the arrival of the flight. a. landing b. captain c. leaving d. number คําแปล: พนักงานควบคุมการบินไดประกาศการมาถึงของเที่ยวบิน คําตอบ: a. เหตุผลคําวา arrival แปลวา มาถึง โจทยขอนี้ตองการถามถึงความหมายของคําที่ขีดเสนใต คําตอบขอ b.แปลวากัปตันเครื่องบิน ขอ c.คือการออกไป ขอ d.คือหมายเลข คําตอบที่ถูกตองจึงเปนขอ a.ที่ แปลวา เครื่องลงจอด เพราะมีความหมายเดียวกับ arrival เมื่ออยูในโจทย

11. They have been waiting for me ___ 5 o’clock. a. during b. since c. between d. for คําแปล: พวกเขารอฉันมา...5 โมง คําตอบ: b. เหตุผล โจทยขอนี้ตองการถามหาคํา preposition ที่แสดงเงื่อนไขของเวลา โดยจุดสําคัญในขอนี้คือ have been waiting ซึ่งเปน past continuous tense ที่แสดงรูปอดีต และการบงบอกเวลาวาเปน 5 o’clock ดังนั้น คําตอบจึงตองเปนขอ b. ทันที เพราะ since แปลวา ตั้งแต เปนคํา prep. ที่จะใชเมื่อมี การกําหนดเวลาที่ชัดเจนแนนอนเทานั้น

12. Most people ___ to read newspapers. a. likes

b. like c. are alikes d. were alike

(23)

เหตุผลโจทยขอนี้ตองการใหเราการเติม verb ที่ถูกตองลงในชองวาง คําวา like ในที่นี้เปน transitive verb หรือสกรรมกริยาที่แปลวา ชอบ สวน alike เปนคํา adj. แปลวา เหมือนกัน จึงสามารถตัดทิ้งไป ไดเลยเพราะผิด ตอมาใหดูประธานของประโยคที่เขียนวา Most people ซึ่งเปนพหูพจน รูปแบบ verb ที่ตามจึงไมตองเติม s ตอทายเหมือนเอกพจน คําตอบจึงเปนขอ b.

13. John would have called the police if he ___ the accident. a. see b. saw c. had seen d. sees คําแปล: จอหนคงเรียกตํารวจไปแลวถาเขา...อุบัติเหตุ คําตอบ: c. เหตุผลโจทยขอนี้พูดถึงเหตุการณที่จบสมบูรณไปแลวในอดีตทั้งสองเหตุการณ สังเกตไดจากหนา โจทยที่มีคําวา would have called ซึ่งเปนรูปกริยาที่บงบอกถึงความเปน past tense โดย called เปน กริยาชอง 2, 3 ที่แสดงรูปอดีตของคําวา call ดังนั้น คําตอบที่ใหมาทั้งสี่ขอคือ see ที่แปลวาเห็น เมื่อ พิจารณาจากโจทยแลว ชองวางหลังประโยคควรเปน past perfect tense ที่ตองการแสดง verb ชองที่ 3 เทานั้น จึงตองเปนขอ c. had seen

14. I was exhausted after working all day. a. feeling fine b. active c. tired d. asleep คําแปล: ฉันเหนื่อยหลังจากทํางานมาทั้งวัน คําตอบ: c. เหตุผลโจทยขอนี้ตองการคําศัพทที่มีความหมายเดียวกับคําที่ขีดเสนใต ขอ a.แปลวา รูสึกดีขอ b. แปลวา กระตือรือรน ขอ d.แปลวา งวงนอน ดังนั้น คําตอบของขอนี้จึงเปนคําที่มีความหมายเดียวกัน อยางขอ c.ที่แปลวา เหนื่อย

(24)

a. listened to b. listens by c. to listen d. listening to คําแปล: เขาไดเสร็จสิ้นจากการ...เทปของเขา คําตอบ: d.

เหตุผลโจทยขอนี้ตองการทดสอบความรูเรื่อง verb ที่เมื่ออยูในรูป infinitive แลว จําตองมี verbing ตามหลัง คําวา finishedที่แปลวา เสร็จสิ้น นั้น จําเปนตองมี verb ที่ลงทายดวย ingตอทาย โดย verb ที่ โจทยเลือกมาใหคือ listen ที่แปลวา ฟง โดยมาในรูปแบบตางๆดังนั้น จึงตองเปลี่ยนรูปเปน listening แลวใสto ตอทายตามรูปแบบของภาษา คําตอบจึงเปนขอ d.

16. He left the office early ___ he could do some shopping. a. if b. unless c. that d. so คําแปล: เขาออกจากที่ทํางานกอนเวลา...เขาจะไดไปซื้อของ คําตอบ: d. เหตุผลโจทยขอนี้ตองการถามหา conjunction หรือตัวเชื่อมประโยคที่เหมาะสม ขอ a แปลวา ถา ขอ b แปลวานอกเสียจาก ขอ c แปลวา ดังนั้นซึ่งลวนมีเนื้อหาแสดงความไมคลอยตามกันทั้งหมด คําตอบที่ เหมาะสมจึงเปนขอ d. so (เพื่อวา) เนื่องจากคําคํานี้บงบอกถึงเนื้อความของทั้งสองประโยค ที่มีเนื้อหา คลอยตามกัน

17. ___ you mind closing the window? a. May

b. Could c. If d. Would

(25)

เหตุผลโจทยขอนี้เปนประโยคคําถามที่ตองการหา nounมานําหนาประโยคอยางสุภาพและถูกตอง จึง สามารถตัดขอ a. กับขอ c. ทิ้งไดกอนเลย เพราะผิด สวนขอ b. couldนั้น เปนเพียง auxiliary verb หรือ กริยาชวย

ประโยคนี้ สามารถเขียนเปน informal form ไดวา Do you mind closing the window? สาเหตุที่ตอง เปน Do เพราะเกี่ยวเนื่องกับการกระทํา ดังนั้น จึงเปลี่ยน Do ใหเปนรูปสุภาพและถูกตองซึ่งคือ Would นั่นเอง

18. The name of the last month of the year is ___. a. Winter b. December c. past d. Saturday คําแปล: ชื่อของเดือนสุดทายของปคือ... คําตอบ: b. เหตุผลประโยคนี้เปนการถามความรูรอบตัวและคําศัพท จุดสําคัญของคําถามนี้อยูที่คําวา month ที่ แปลวา เดือน ตัวเลือกขอ a. แปลวาฤดูหนาว ขอ c.คืออดีต ขอ d.คือเมื่อวาน ดังนั้นคําตอบที่ถูกตองจึง เปนขอ b.ที่แปลวา ธันวาคม

19. The students are all set for the examination. a. studying b. not there c. ready d. getting ready คําแปล: นักเรียนทุกคนพรอมแลวสําหรับการสอบ คําตอบ: c. เหตุผลโจทยขอนี้ตองการหาคําที่มีความหมายเดียวกับคําในชองวางและความรอบรูในการใช ภาษาอังกฤษ สํานวน all set แปลวา พรอม โดยคําตอบขอ a.แปลวา กําลังเรียนอยู ขอ b.แปลวาไมอยู สวนขอ d.แปลวากําลังเตรียมพรอม ดังนั้นคําตอบจึงเปนขอ c.ที่แปลวา พรอม ซึ่งมีความหมาย เดียวกันกับโจทย

(26)

20. You ___ review this lesson before you take the test. a. did b. had to c. ought to d. would คําแปล: คุณ...อานบทเรียนบทนี้อีกรอบกอนจะทําสอบ คําตอบ: c.

เหตุผล ought to เปน auxiliary verb ที่เทียบเทากับ should กลาวคือเปนการพูดถึงสิ่งที่ควรกระทําอยาง เรงดวน ซึ่งคําตอบในขอ a, b, d เปนคํากริยาที่ออกไปในทางคําสั่งแกมบังคับ ไมเหมาะสมกับการพูด ที่ถูกกาลเทศะเสียเทาไหร ดังนั้นคําวา ought to ซึ่งเปนคําที่มีความสุภาพจึงเปนคําตอบที่เหมาะสม ที่สุด

21. The conductor __ the train’s departure. a. announced b. spoke c. said d. told คําแปล: ผูควบคุมทางรถ...การแลนออกของรถไฟ คําตอบ: a. เหตุผลประโยคขอนี้ตองการ verb ที่ถูกตองเหมาะสมที่สุด ซึ่งในที่นี้ควรเปนคําวา บอก สังเกตไดจาก คําตอบทุกขอ ลวนมีความหมายเปนนัยวา บอก ทั้งสิ้น ทวาคําวา announce แปลวา การปาวประกาศ เปนคําตอบที่ถูกตองที่สุด เพราะในสถานที่ใหญโตเปนทางการอยางสถานีขนสงมวลชนนั้น จะ หลีกเลี่ยงการใชคําประเภท informal อยาง spoke กับ said หรือ told ดังนั้น คําตอบจึงเปนขอ a. 22. He has been studying English ___ four years.

a. for b. since c. during d. until

(27)

คําตอบ: a.

เหตุผลโจทยขอนี้เปนคําถามแบบเดียวกับขอที่ 11 คือถามถึงชวงเวลา สวนทายของประโยคระบุวา four years ซึ่งเปนการบอกหวงระยะเวลา โดยเมื่อกําหนดเงื่อนไขมาเชนนี้ คําตอบจึงตองเปน for เทานั้น เนื่องจาก since จะใชเมื่อมีการบอกกําหนดเวลา เชน May, yesterday, 6.00 PM เปนตน สวน during ที่แปลวา ระหวาง กับ until ที่แปลวา จนกวาจะถึง... นั้น ถือวาอยูนอกเหนือจากเนื้อหาของ โจทยไป

23. The visibility was poor yesterday. I ___. a. couldn’t see very far

b. didn’t have much money c. was sick

d. made a bad grade

คําแปล: ทัศนะวิสัยมันแยมากเมื่อวาน ฉัน... คําตอบ: a. เหตุผลโจทยขอนี้ตองการถามความรอบรูดานคําศัพท คําวา visibility ในโจทยนั้น มาจากคําวา visible ที่แปลวา มองเห็น คําตอบในขออื่นๆ อยางขอ b.แปลวา ฉันไมมีเงิน กับขอ c.แปลวา ปวย และขอ d.ที่ แปลวา ไดผลการเรียนไมดี นั้น ไมมีความเปนเหตุเปนผลเลย ดังนั้นเมื่อโจทยบอกวา ทัศนะวิสัยไมดี คําตอบจึงตองเปนขอ a.ที่แปลวา มองเห็นไดไมไกลมากนัก

24. Martin wants approximately one hundred fifty dollars for that table. He will accept between ___. a. $50.00 and $ 54.00 b. $100.00 and $ 104.00 c. $113.00 and $ 117.00 d. $148.00 and $ 152.00 คําแปล: มารตินตองการประมาณหนึ่งรอยหาสิบดอลลารสําหรับโตะ เขาจะยอมรับเงินระหวาง... คําตอบ: d. เหตุผลโจทยขอนี้ตองการทดสอบความรูดานศัพท กุญแจของโจทยอยูที่คําวา approximate แปลวา ประมาณ กับ between ที่แปลวา ระหวาง ดังนั้นเมื่อโจทยแจงชัดเจนวาเขาตองการหนึ่งรอยหาสิบ

References

Related documents

These were chosen in order to help me shape my research question which is, “How does the creative use of technology change Drama teachers’ practice?” In order to understand how

We measure C iii] λλ1907,1909 ˚ A emission lines in eleven gravitationally–lensed star-forming galaxies at z ∼ 1.6–3, finding much lower equivalent widths than previously

PUT: It is used to create files on the server; it necessitates write access on the particular virtual directory, where the file is to be created.. Microsoft Telnet>telnet

Making a Payment using China CITIC Bank Step 3: Payment Method.. Select the payment method “Pay by bank transfer in your

This paper reviews the 2011 SFS Business Investment Confidence Index findings, examines their link with actual investment trends, describes current credit conditions in the countries

On the other hand, neural network techniques were used to model satisfactorily the hourly values of diffuse radiation combining the clearness index with some environmental

If there is an existing Image Service (glance) backend (for example, cloud files) but want to add Object Storage (swift) to use as the Image Service back end, re-add any images from

Please Note: If you book a Royal Caribbean International holiday in conjunction with other services (such as flights, on-shore accommodation and/or ground transfers) which