• No results found

ความเป นมาและความส าค ญของป ญหา

N/A
N/A
Protected

Academic year: 2021

Share "ความเป นมาและความส าค ญของป ญหา"

Copied!
7
0
0

Loading.... (view fulltext now)

Full text

(1)

การเปรียบเทียบผลการเรียนรู้วิธีเรียนแบบความร่วมมือกับวิธีเรียนแบบอิสระ โดยผ่านสื่อคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์) เรื่อง ไมโครซอฟท์เวิร์ด 2010 ส าหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนอนุบาลกาญจนบุรี โดย นางพัฒน์รวี ฉัตรศรีทองกุล

ความเป็นมาและความส าคัญของปัญหา

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2550 ซึ่งประกาศบังคับใช้เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ.2550 ส่วนที่ 8 สิทธิและเสรีภาพในการศึกษามาตรา 49 บุคคลย่อมมีสิทธิเสมอกันในการรับ การศึกษาไม่น้อยกว่าสิบสองปีที่รัฐ จะต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ผู้ยากไร้ ผู้พิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้อยู่ในสภาวะยากล าบาก ต้องได้รับสิทธิ ตามวรรคหนึ่งและการสนับสนุน จากรัฐเพื่อให้ได้รับการศึกษาโดยทัดเทียมกับบุคคลอื่น การจัดการศึกษาอบรมขององค์กรวิชาชีพหรือ เอกชน การศึกษาทางเลือกของประชาชน การเรียนรู้ด้วยตนเอง และการเรียนรู้ตลอดชีวิต ย่อมได้รับ ความคุ้มครองและส่งเสริมที่เหมาะสมจากรัฐ มาตรา 50 บุคคลย่อมมีเสรีภาพในทางวิชาการ การศึกษา อบรม การเรียน การสอน การวิจัย และการเผยแพร่งานวิจัยตามหลักวิชาการ ย่อมได้รับความคุ้มครอง ทั้งนี้ เท่าที่ไม่ขัด ต่อหน้าที่ของพลเมืองหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปแล้วว่าการเรียนรู้ไม่ได้จ ากัดอยู่ภายในห้องเรียนหรือในโรงเรียน ผู้สอนและผู้เรียนสามารถเรียนรู้จากสื่อต่าง ๆ อย่างหลากหลาย สามารถเรียนรู้ได้ทุกเวลาทุกสถานที่ มีความยืดหยุ่น สนองความต้องการของผู้เรียน ชุมชน สังคมและประเทศชาติ สื่อที่น ามาใช้เพื่อการเรียนรู้ ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงเป็นสื่อแห่งการเรียนรู้ซึ่งหมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัว เช่น วัสดุ สิ่งพิมพ์ของจริง บุคคล สถานที่ สถานการณ์ เหตุการณ์และรวมถึงความคิด ขึ้นอยู่กับว่าเราเรียนรู้จาก สิ่งนั้นหรือน าสิ่งนั้น ๆ เข้ามาสู่กระบวนการเรียนการสอน ซึ่งมีความสอดคล้องกับวิธีการเรียนรู้ตาม ธรรมชาติของสาระการเรียนรู้ ศักยภาพของผู้เรียนพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ได้ก าหนด สาระส าคัญ ที่เกี่ยวกับสื่อไว้หลายมาตราโดยเฉพาะในหมวดที่ 9 ที่ว่าด้วยเทคโนโลยีการศึกษา ซึ่งเทคโนโลยีการศึกษา มีความหมายถึงกระบวนการน าวัสดุอุปกรณ์ และระบบวิธีการน ามาช่วยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของการเรียนรู้ให้สูงขึ้น สื่อการเรียนรู้เป็นปัจจัยที่ส าคัญของการศึกษาเพราะเป็น ตัวกลางที่ส าคัญในสื่อความหมายระหว่างผู้สอนกับผู้ที่เรียน ให้มีความเข้าใจในสิ่งที่ถ่ายทอดให้ตรง จุดมุ่งหมายของการเรียนการสอน สื่อการเรียนรู้มีอิทธิพลที่จะจูงใจให้นักเรียนมีความสนใจเรียน ท าให้เกิด

(2)

การเรียนรู้มากขึ้นจดจ าได้นานขึ้น ซึ่งบางครั้งผู้สอนไม่สามารถสร้างแรงจูงใจได้ดีเท่ากับสื่อการเรียนรู้ โดยมุ่งเน้นส่งเสริมการค้นคว้าการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่อง ตลอดชีวิต สื่อการเรียนรู้แต่ละประเภทจะมีคุณค่าและคุณสมบัติเฉพาะในงานตนเอง สิ่งที่ส าคัญอยู่ที่ผู้ใช้ จะพยายามค้นหาประโยชน์ จากข้อดี และข้อจ ากัดของสื่อแต่ละประเภท น าไปใช้ให้เหมาะสมกับ กระบวนการเรียนการสอนความพร้อมของเครื่องมือ สถานที่ เวลา โอกาส และขั้นตอนการผลิตเพื่อพัฒนา ประสิทธิภาพทางการศึกษา ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ก าหนด สังคมและเทคโนโลยีสารสนเทศได้มีการวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการ ระดมสมองสรรพก าลังทั้งมวล การแข่งขันการค้าอย่างเสรีเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ดังนั้นจึงมีวิถีของการ เปลี่ยนแปลงที่เป็นไปอย่างรวดเร็วและซับซ้อนมากกว่ายุคใดๆ ที่ผ่านมา เทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์ ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ดังนั้นคอมพิวเตอร์จึงเป็นอุปกรณ์ที่ส าคัญที่นิยมน าไป ประยุกต์ใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ในวิถีชีวิตประจ าวันของเราได้เป็นอย่างมากและการพัฒนาการใน ด้านการศึกษา ก็เช่นกัน มีการน าบทเรียนคอมพิวเตอร์มาใช้ในงานด้านการศึกษาปัจจุบันพอจะแบ่งลักษณะของการน า คอมพิวเตอร์มาใช้ได้ 5 ลักษณะด้วยกัน เช่น การใช้คอมพิวเตอร์เป็นสื่อการสอน การใช้เทคโนโลยี คอมพิวเตอร์เป็นสื่อเพื่อช่วยในการน าเสนอเนื้อหาให้น่าสนใจ และให้ผลการเรียนรู้ที่ดียิ่งขึ้น การน า คอมพิวเตอร์มาใช้เพื่อช่วยในการบริหารจัดการ ได้แก่ งานทะเบียน งานธุรการ ข้อมูลเกี่ยวกับบุคลากร การแจ้งผลการเรียน การใช้คอมพิวเตอร์ในการจัดการเรียนการสอน ได้แก่ การเก็บข้อมูลเกี่ยวกับผู้เรียน การให้เกรด การจัดท าคลังข้อสอบ การจัดท าเอกสารประกอบในการเรียนการสอน การจัดบุคลากร การ ใช้คอมพิวเตอร์ในการสื่อสารและสืบค้นคว้าข่าวสาร ปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงไปเป็นยุคแห่งข้อมูลข่าวสารพร้อมกับการวิวัฒนาการทางด้าน เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์สารสนเทศเป็นไปอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว และเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ ทางการศึกษาให้สูงขึ้น ท าให้วงการศึกษาให้ความสนใจและตื่นตัวในการน าคอมพิวเตอร์ ระบบ สารสนเทศและสื่อมัลติมีเดีย (Multimedia) มาใช้เป็นสื่อ เป็นอุปกรณ์ในการเรียนการสอนวิชาต่าง ๆ โดยเฉพาะกับการเรียนการสอนในปัจจุบันที่เน้นผู้เรียนเป็นส าคัญต้องค านึงถึงความแตกต่างระหว่าง บุคคล ทั้งนี้เพราะการเรียนด้วยสื่อมัลติมีเดียนั้น ผู้เรียนมีส่วนในการลงมือปฏิบัติและท ากิจกรรมร่วมกับ กลุ่มเพื่อน ผู้วิจัยได้ศึกษาวิเคราะห์หาข้อดีข้อจ ากัดของสื่อมัลติมีเดียแล้ว พอสรุปได้ว่า ในการผลิตสื่อที่ เหมาะสมกับการเรียนการสอนคอมพิวเตอร์ และประยุกต์เข้ากับความสามารถของสื่อมัลติมีเดีย การเรียน การสอนด้วยสื่อมัลติมีเดีย ยังคงเหมาะสมกว่าสื่ออิเล็กทรอนิกส์ประเภทอื่นเพราะสามารถแสดงภาพ ที่มีสีสันสวยงาม สามารถท าภาพเคลื่อนไหวประกอบบทเรียน สามารถใส่เสียงประกอบภาพได้ นักเรียน

(3)

สามารถอภิปรายชิ้นงานที่ตนเองผลิตได้ ซึ่งจะท าให้เกิดอารมณ์ร่วมในการเรียนการสอน กระตุ้นความ สนใจของนักเรียนได้เป็นอย่างดี จากเหตุผลดังกล่าวท าให้ผู้วิจัยสนใจที่จะศึกษาเกี่ยวกับการสร้าง และ พัฒนาสื่อมัลติมีเดียร่วมกับวิธีการเรียนแบบร่วมมือกัน เพื่อน าความสามารถของคอมพิวเตอร์และสื่อ มัลติมีเดียไปใช้กับการเรียนการสอน กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์)

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

1. เพื่อพัฒนาสื่อคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์) เรื่อง ไมโครซอฟท์เวิร์ด 2010 ส าหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ให้มีประสิทธิภาพ ตามเกณฑ์ 2. เพื่อเปรียบเทียบผลการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยวิธีเรียนแบบร่วมมือ กับวิธีเรียนแบบอิสระที่ได้รับการเรียนผ่านสื่อคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย 3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียร่วมกับรูปแบบการ เรียนแบบร่วมมือ และการเรียนแบบอิสระ เรื่อง ไมโครซอฟท์เวิร์ด 2010

สมมติฐานทางการวิจัย

1. สื่อคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์) เรื่อง ไมโครซอฟท์เวิร์ด 2010 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2. ผลการเรียนรู้ของนักเรียนที่เรียนผ่านสื่อคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียร่วมกับวิธีเรียนแบบร่วมมือ และการเรียนผ่านสื่อคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียร่วมกับวิธีเรียนแบบอิสระ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ และเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์) เรื่อง ไมโครซอฟท์เวิร์ด 2010 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 3. ความพึงพอใจของนักเรียน ที่มีต่อสื่อคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียร่วมกับการเรียนแบบร่วมมือและ การเรียนแบบอิสระ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์) เรื่อง ไมโครซอฟท์เวิร์ด 2010 อยู่ในระดับมาก

(4)

ขอบเขตการวิจัย

1. พื้นที่การวิจัย โรงเรียนอนุบาลกาญจนบุรี อ าเภอเมืองกาญจนบุรี ส านักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 2. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 2.1 ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนอนุบาล กาญจนบุรี อ าเภอเมืองกาญจนบุรี ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2554 จ านวน 6 ห้องเรียน จ านวนนักเรียน 300 คน 2.2 กลุ่มตัวอย่าง คัดเลือกโดยการสุ่มห้องเรียน ด้วยวิธีการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) จ านวน 2 ห้องเรียน จากจ านวน 6 ห้องเรียน แล้วสุ่มซ ้าเพื่อให้ได้กลุ่มทดลอง 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 เรียนด้วยวิธีเรียนแบบร่วมมือผ่านสื่อคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียจ านวน 50 คน กลุ่มที่ 2 เรียนด้วยวิธีเรียนแบบ อิสระผ่านสื่อคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย จ านวน 50 คน 3. เนื้อหา เนื้อหาในการวิจัยในครั้งนี้ ผู้วิจัยน าเนื้อหาจากกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและ เทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์) เรื่อง ไมโครซอฟท์เวิร์ด 2010 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ซึ่งมีเนื้อหา การเรียนการ สอนตามที่ ได้ก าหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 4. เวลา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2554 5. ตัวแปรที่ศึกษา ได้แก่ ตัวแปรที่ศึกษามี 2 ตัวแปร ดังนี้ 5.1 ตัวแปรต้นคือ 5.1.1 รูปแบบการเรียนด้วยวิธีการเรียนแบบอิสระผ่านสื่อคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย 5.1.2 รูปแบบการเรียนด้วยวิธีการเรียนแบบร่วมมือผ่านสื่อคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย 5.2 ตัวแปรตาม ได้แก่ 5.2.1 ผลการเรียนรู้ เรื่อง ไมโครซอฟท์เวิร์ด 2010 5.2.2 ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อสื่อคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียร่วมกับรูปแบบการ เรียนแบบร่วมมือและการเรียนแบบอิสระ เรื่อง ไมโครซอฟท์เวิร์ด 2010

(5)

นิยามศัพท์เฉพาะ

1. รูปแบบการเรียนแบบร่วมมือ หมายถึง การจัดการเรียนการสอนที่แบ่งผู้เรียนออกเป็นกลุ่ม เล็ก ๆ สมาชิกในกลุ่มมีความสามารถแตกต่างกัน มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น มีการช่วยเหลือ สนับสนุนซึ่งกันและกัน และมีความรับผิดชอบร่วมกันทั้งในส่วนตนและส่วนรวม เพื่อให้กลุ่มได้รับ ความส าเร็จตามเป้าหมายที่ก าหนดไว้ การวิจัยครั้งนี้ใช้รูปแบบการเรียนร่วมมือแบบ (Student Teams Achievement Division: STAD) โดยมีขั้นตอนดังนี้

1.1 ขั้นน า 1.2 ขั้นเสนอบทเรียนต่อนักเรียนทั้งชั้น 1.3 ขั้นการศึกษากลุ่มย่อย 1.4 ขั้นการทดสอบย่อย 1.5 แจ้งคะแนนจากการท าแบบฝึกหัดย่อย 1.6 สะท้อนผลการท างานกลุ่มพร้อมเสนอผลการประเมินและสิ่งที่ต้องปรับปรุงต่อชั้นเรียน 2. รูปแบบการเรียนแบบอิสระ หมายถึง การจัดการเรียนการสอนที่เรียนตามแผนการจัดการ เรียนรู้ โดยมีขั้นตอนดังนี้ 2.1 ขั้นน า 2.2 ขั้นเสนอบทเรียนต่อนักเรียนทั้งชั้น 2.3 ขั้นวัดผลและประเมินผล 2.3.1 จากการสังเกต 2.3.2 จากการตรวจงาน 3.สื่อคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย คือ การน าเอาสื่อหลายๆ ชนิด เช่น ภาพถ่าย สไลด์ เทป เสียง ภาพ วิดีทัศน์ ภาพกราฟิก ภาพเคลื่อนไหว และอื่นๆ มารวมกันอยู่ในชุดเดียวกันและน ามาใช้ร่วมกัน อย่าง มีระบบ อย่างมีความสัมพันธ์ โดยสื่อแต่ละประเภทจะส่งเสริมซึ่งกันและกัน ทั้งนี้เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการ เรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ 4.ประสิทธิภาพของสื่อคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย หมายถึง คุณภาพของผู้เรียนบรรลุตามกฎเกณฑ์ มาตรฐาน 80/80 เกณฑ์ 80 ตัวแรก หมายถึง ร้อยละของคะแนนเฉลี่ยระหว่างที่ได้จากการท าแบบทดสอบ ท้ายหน่วยการเรียนรู้แต่ละหน่วย เกณฑ์ 80 ตัวหลัง หมายถึง ร้อยละของคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนที่ได้จากการทดสอบหลังเรียน 5. ผลการเรียนรู้ หมายถึง ความสามารถในการเรียนรู้ของนักเรียนจากการเรียนกลุ่มสาระการ เรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์) เรื่อง ไมโครซอฟท์เวิร์ด 2010 เป็นการวัดผลด้าน

(6)

คะแนนความรู้ ความเข้าใจด้วยแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ และประเมินจากคะแนนผลงานจากการปฏิบัติ โดยมีผู้วิจัยเป็นผู้ตรวจให้คะแนน 6. ความพึงพอใจในการเรียน หมายถึง ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อวิธีการเรียนด้วยวิธีเรียน แบบร่วมมือและรูปแบบการเรียนด้วยวิธีเรียนแบบอิสระผ่านสื่อคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย วิธีด าเนินการวิจัย 1. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนอนุบาล กาญจนบุรี อ าเภอเมืองกาญจนบุรี ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ภาค เรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2554 จ านวน 6 ห้องเรียน จ านวนนักเรียน 300 คน กลุ่มตัวอย่าง คัดเลือกโดยการสุ่มห้องเรียน ด้วยวิธีการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) จ านวน 2 ห้องเรียน จากจ านวน 6 ห้องเรียน แล้วสุ่มซ ้าเพื่อให้ได้กลุ่มทดลอง 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 เรียนด้วยวิธีเรียนแบบร่วมมือผ่านสื่อคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียจ านวน 50 คน กลุ่มที่ 2 เรียนด้วยวิธีเรียน แบบอิสระผ่านสื่อคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย จ านวน 50 คน 2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 2.1 เครื่องมือวิจัย 2.1.1 สื่อคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์) เรื่อง ไมโครซอฟท์เวิร์ด 2010 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 2.2 เครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล ไดแก่ 2.2.1 แบบทดสอบวัดผลการเรียนรู กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์) เรื่อง ไมโครซอฟท์เวิร์ด 2010 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 2.2.2 แบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อสื่อคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียร่วมกับรูปแบบการเรียน แบบร่วมมือและการเรียนแบบอิสระ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์) เรื่อง ไมโครซอฟท์เวิร์ด 2010 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 3. การทดลองใช้และเก็บข้อมูล ทดลองใช้เครื่องมือและเก็บข้อมูลจากประชากรและกลุ่มตัวอย่างภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2554 4. การวิเคราะห์และการสรุปผล สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ ข้อที่ 2.1.1 ใช้ E1 / E2

(7)

ข้อที่ 2.2.1 ใช้ x S.D. และ ค่า t ข้อที่ 2.2.2 ใช้ x และ S.D.

ประโยชน์ของผลการวิจัย

1. ได้สื่อคอมพิวเตอร์มัลติมีเดียที่มีประสิทธิภาพ ใช้ส าหรับการเรียนการสอนในกลุ่มสาระการ เรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์) เรื่อง ไมโครซอฟท์เวิร์ด 2010 ของโรงเรียนอนุบาล กาญจนบุรี และเป็นประโยชน์ในด้านการขาดแคลนครูที่มีความช านาญการเฉพาะทางในโรงเรียนอื่น ๆ 2. ได้รู้ถึงประโยชน์และคุณค่าในการสร้างสรรค์งานจากโปรแกรมไมโครซอฟท์เวิร์ด 2010 3. ประโยชน์และคุณค่าในชีวิตประจ าวัน ในการพัฒนาตนเอง ผู้เรียนจะได้น าความรู้ ความ เข้าใจ โปรแกรมไมโครซอฟท์เวิร์ด 2010 มาใช้ในการเรียน การสร้างสรรค์งานเนื่องในโอกาสวันส าคัญ ต่าง ๆ หรือรวมกลุ่มจัดนิทรรศการ ตลอดจนการวิพากษ์วิจารณ์ การชื่นชม ก่อเกิดอารมณ์ความรู้สึกอย่างมี ความสุขในการเรียน

References

Related documents

• Meanwhile 200 measuring devices were positioned accordingly to the results of the study in 40 MV grids of the above mentioned grid operator results of the study in 40 MV grids of

This file contains only the coordinates of each one of the networks process, reason for which the only information shown in the map is the location of

IT service level agreements Project management Coordination/communication between central ITS and IT outside central ITS Technology training for IT/technical support IT budgeting

Please Note: If you book a Royal Caribbean International holiday in conjunction with other services (such as flights, on-shore accommodation and/or ground transfers) which

generally that the action of the Division is in violation of law, contrary to the language of the denial letter and in violation of Applicants' rights. Applicant

Moreover, Omid lightly replicates a read-only copy of the transaction metadata into the clients where they can locally service a large part of queries needed by SI. At the core of

[r]

of the next SC meeting on-site. Moreover, concerning the future board of the SC Dr Seigner announced that she had decided to resign as secretary and as