• No results found

การย นบ ญช แสดงรายการร บ-จ ายของโครงการท ทาส ญญา ก บหน วยงานภาคร ฐ เพรามาตร ห นตรา ท ปร กษาด านเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร กรมสรรพากร

N/A
N/A
Protected

Academic year: 2021

Share "การย นบ ญช แสดงรายการร บ-จ ายของโครงการท ทาส ญญา ก บหน วยงานภาคร ฐ เพรามาตร ห นตรา ท ปร กษาด านเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร กรมสรรพากร"

Copied!
90
0
0

Loading.... (view fulltext now)

Full text

(1)

เพรามาตร หันตรา

ที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

กรมสรรพากร

การยื่นบัญชีแสดงรายการรับ-จ่ายของโครงการที่ท าสัญญา

กับหน่วยงานภาครัฐ

(2)

หัวข้อการน าเสนอ

หลักการและเหตุผล

การกรอกแบบแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายของโครงการ (บช. ๑) ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่ บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2)

(3)

หลักการและเหตุผล

การจัดหาพัสดุของหน่วยงานรัฐใช้เงินของแผ่นดิน (งบประมาณ เงินกู้ เงินช่วยเหลือ หรือรายได้ของหน่วยงานรัฐ) การด าเนินการที่ผ่านมามีการทุจริตแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ท าให้รัฐเสียหาย มีการสมยอมในการเสนอราคา ไม่แข่งขันอย่างเป็นธรรม จ่ายเงินให้ เจ้าหน้าที่รัฐเพื่อให้ได้เป็นคู่สัญญา นักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนร่วมหรือสนับสนุนการท าความผิด ละเว้นไม่ปฏิบัติหน้าที่

(4)

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2)

มาตรา 103/7

มาตรา 103/8

(5)

มาตรา ๑๐๓/๗ ให้หน่วยงานของรัฐด าเนินการจัดท าข้อมูลรายละเอียด ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างโดยเฉพาะราคากลางและการค านวณราคากลาง ไว้ในระบบข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าตรวจดูได้ เพื่อประโยชน์ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ในกรณีที่มี การท าสัญญาระหว่างหน่วยงานของรัฐกับบุคคลหรือนิติบุคคลที่เป็นคู่สัญญากับ หน่วยงานของรัฐ ให้บุคคลหรือนิติบุคคลที่เป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐนั้น มีหน้าที่แสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่เป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ ต่อกรมสรรพากร นอกเหนือจากบัญชีงบดุลปกติที่ยื่นประจ าปี เพื่อให้มีการ ตรวจสอบเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินและการค านวณภาษีเงินได้ในโครงการที่เป็น คู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐดังกล่าวทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ก าหนด พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2)

(6)

ในกรณีที่ปรากฏจากการตรวจสอบหรือการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าบุคคลหรือนิติบุคคลใดที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตของเจ้าหน้าที่ของ รัฐ และกรณีมีความจ าเป็นที่จะต้องตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินหรือการช าระ ภาษีเงินได้ของบุคคลหรือนิติบุคคลนั้น แล้วแต่กรณี ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มี อ านาจประสานงานและสั่งให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องรับเรื่องดังกล่าวไป ด าเนินการตามอ านาจหน้าที่ แล้วให้หน่วยงานของรัฐนั้นมีหน้าที่รายงานผลการ ด าเนินการให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบต่อไป พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2)

(7)

นอกจากกรณีตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ในกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นสมควร เพื่อด าเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งอันเป็นการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต เนื่องจากการใช้อ านาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งคณะกรรมกา ร ป.ป.ช. เห็นสมควรในการก าหนดมาตรการเพื่อให้หน่วยงาน ของรัฐรับไปปฏิบัติ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอ านาจสั่งให้หน่วยงานของรัฐนั้น ด าเนินการไปตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ก าหนดมาตรการในเรื่องนั้นแล้วรายงาน ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบก็ได้ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2)

(8)

มาตรา ๑๐๓/๘ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีหน้าที่รายงานต่อ คณะรัฐมนตรีเพื่อสั่งการ ให้หน่วยงานของรัฐจัดท าข้อมูลเกี่ยวกับการ จัดซื้อจัดจ้างตามมาตรา ๑๐๓/๗ วรรคหนึ่ง โดยหน่วยงานของรัฐจะต้อง ด าเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบในการด าเนินการดังกล่าว และให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีหน้าที่ ติดตามผลการด าเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีในกรณีดังกล่าวด้วย หน่วยงานของรัฐใดฝ่าฝืนหรือไม่ด าเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่า ผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องมีความผิดทางวินัยหรือเป็นเหตุที่จะถูกถอดถอนจาก ต าแหน่งหรือต้องพ้นจากต าแหน่ง แล้วแต่กรณี (วรรคสอง) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 2)

(9)

มาตรการที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

๑. การเปิดเผยราคากลางและการค านวณราคากลางไว้ในระบบข้อมูล ทางอิเล็กทรอนิกส์ (อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี) ๒. บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐยื่นบัญชี แสดงรายรับรายจ่ายของโครงการต่อกรมสรรพากร (บังคับใช้วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๕)

(10)

ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของ

โครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ มี ๓ ฉบับ

(11)

ฉบับแรก ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการ

ที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ ประกาศ ณ วันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๔

(12)

2. ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท า และแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ หมวด ๑ : บททั่วไป หมวด ๒ : การจัดท าบัญชีแสดงรายรับรายจ่าย หมวด ๓ : วิธีการยื่นบัญชีแสดงรายรับรายจ่าย หมวด ๔ : การตรวจสอบบัญชีแสดงรายรับรายจ่าย หมวด ๕ : มาตรการเพื่อให้หน่วยงานของรัฐปฏิบัติ

(13)

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติเรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดท าและแสดงบัญชี รายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับ หน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๕๔” ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็นต้นไป 2. ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท า และแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ

(14)

ข้อ ๓ ในประกาศนี้ “คู่สัญญา” หมายความว่า บุคคลหรือนิติบุคคลที่เป็นคู่สัญญากับหน่วยงาน ของรัฐ “บัญชีแสดงรายรับรายจ่าย” หมายความว่า บัญชีแสดงรายการรับจ่ายเงินของ โครงการตามสัญญาที่บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของ รัฐต้องจัดท าและยื่นต่อกรมสรรพากร “หน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน องค์กรตามรัฐธรรมนูญ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. 2. ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท า และแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ

(15)

“สัญญา” หมายความว่า สัญญาทุกประเภทที่ท าขึ้นเพื่อด าเนินการตาม โครงการในการจัดหาพัสดุหรือการพัสดุและบริการไม่ว่าด้วยวิธีการจัดซื้อ หรือการจัดจ้างหรือให้ทุนสนับสนุนหรือวิธีอื่นใดของหน่วยงานของรัฐ และให้หมายความรวมถึงบันทึกข้อตกลงหรือบันทึกแนบท้ายสัญญา ซึ่งมีผลเป็นการแก้ไขสัญญาในส่วนที่เป็นสาระส าคัญด้วย “รายรับ” หมายความว่า จ านวนเงินที่คู่สัญญาได้รับจากหน่วยงานของรัฐ อันเนื่องจากการได้ปฏิบัติตามสัญญาหรือเกี่ยวเนื่องกับสัญญา หรือรายรับ อื่น ๆ ที่ก าหนดไว้ให้คู่สัญญาได้รับ “รายจ่าย” หมายความว่า จ านวนเงินที่คู่สัญญาได้จ่ายไปทั้งสิ้นเพื่อการ ปฏิบัติให้เป็นไปตามสัญญาหรือเกี่ยวเนื่องกับสัญญา 2. ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท า และแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ

(16)

ข้อ ๔ ให้ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ รักษาการตามประกาศนี้และให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติมีอ านาจตีความและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาที่เกิดขึ้นจาก การบังคับใช้ประกาศนี้ หมวด ๑ บททั่วไป ข้อ ๕ ให้คู่สัญญาตามสัญญาซึ่งมีมูลค่าตั้งแต่ห้าแสนบาทขึ้นไปจัดท าบัญชี แสดงรายรับรายจ่ายและยื่นต่อกรมสรรพากรตามแบบแนบท้ายประกาศนี้ การเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐตามวรรคหนึ่ง ให้นับแต่วันที่มีการ 2. ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท า และแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ

(17)

ข้อ ๖ กรณีที่คู่สัญญาไม่อาจปฏิบัติตามประกาศนี้ได้ เนื่องจากเป็น นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ และไม่มีตัวแทน หรือผู้แทนในประเทศ แต่มีการส่งมอบหรือให้บริการในประเทศ และหน่วยงานของรัฐได้ช าระเงินตามสัญญาให้แก่คู่สัญญาออกไป ต่างประเทศโดยตรง คณะกรรมการ ป.ป.ช. อาจก าหนด หลักเกณฑ์และวิธีการเพื่อให้คู่สัญญาปฏิบัติก็ได้ ข้อ ๗ ให้ส านักงาน ป.ป.ช. จัดให้มีการเชื่อมโยงข้อมูลตามประกาศนี้ ระหว่างกรมบัญชีกลางกรมสรรพากร และส านักงาน ป.ป.ช. 2. ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท า และแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ

(18)
(19)

หมวด ๒ : การจัดท าบัญชีแสดงรายรับรายจ่าย ข้อ ๘ ในการบันทึกรายรับรายจ่ายเพื่อจัดท าและแสดงบัญชีรายรับรายจ่าย ต่อกรมสรรพากรตามประกาศนี้ ให้คู่สัญญาบันทึกรายรับรายจ่ายที่เกิดขึ้น ในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีหรือรอบปีภาษีนั้นแล้วแต่กรณี โดยแยกเป็น รายโครงการตามสัญญา ข้อ ๙ เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบตามข้อ ๑๓ นอกจากคู่สัญญาต้อง จัดท าและแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายต่อกรมสรรพากรตามแบบแนบท้าย ประกาศนี้แล้ว ให้คู่สัญญาบันทึกบัญชีเป็นรายโครงการตามสัญญา โดยให้ เก็บและรักษาเอกสารหลักฐานประกอบไว้ ณ สถานประกอบการ หรือ ที่อยู่อาศัยของคู่สัญญาเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าห้าปีนับแต่วันสิ้นสุด ระยะเวลาสัญญา หรือจนกว่าการด าเนินการตามข้อ ๑๓ เสร็จสิ้น 2. ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท า และแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ

(20)

หมวด ๓ : วิธีการยื่นบัญชีแสดงรายรับรายจ่าย ข้อ ๑๐ ให้คู่สัญญายื่นบัญชีแสดงรายรับรายจ่ายต่อกรมสรรพากร โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ตามก าหนดระยะเวลา ดังต่อไปนี้ (๑) กรณีบุคคลธรรมดาเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ (ก) หากการรับจ่ายเงินตามสัญญาทั้งหมดเสร็จสิ้นภายใน ปีภาษีเดียวกัน ให้ยื่นพร้อมกับการยื่นช าระภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดาของปีภาษีนั้น (ข) หากการรับจ่ายเงินตามสัญญาทั้งหมดมิได้เสร็จสิ้น ภายในปีภาษีเดียวกัน ให้ยื่นบัญชีแสดงรายรับรายจ่ายซึ่ง ประกอบด้วยรายรับรายจ่ายที่เกิดขึ้นในแต่ละปีภาษีพร้อม 2. ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท า และแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ

(21)

(๒) กรณีนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ (ก) หากการรับจ่ายเงินตามสัญญาทั้งหมดเสร็จสิ้นภายในรอบระยะเวลาบัญชี เดียวกันให้ยื่นเมื่อสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชีพร้อมกับการยื่นช าระภาษีเงินได้ นิติบุคคลของรอบระยะเวลาบัญชีนั้น (ข) หากการรับจ่ายเงินตามสัญญาทั้งหมดมิได้เสร็จสิ้นภายในรอบระยะเวลา บัญชีเดียวกันให้ยื่นบัญชีแสดงรายรับรายจ่ายซึ่งประกอบด้วยรายรับรายจ่ายที่ เกิดขึ้นในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชีพร้อมกับการยื่นช าระภาษีเงินได้นิติบุคคลของ รอบระยะเวลาบัญชีนั้น ให้คู่สัญญายื่นบัญชีแสดงรายรับรายจ่ายต่อกรมสรรพากรตาม (๑) และ (๒) จนกว่าจะสิ้นสุดภาระผูกพันตามสัญญา 2. ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท า และแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ

(22)

หมวด ๔ : การตรวจสอบบัญชีแสดงรายรับรายจ่าย ข้อ ๑๑ กรณีที่คู่สัญญาได้ยื่นบัญชีงบดุลประจ าปีหรือยื่นช าระภาษีเงินได้ของ บุคคลหรือนิติบุคคลแล้วแต่กรณี ให้กรมสรรพากรตรวจสอบว่าคู่สัญญาได้ยื่น บัญชีแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายด้วยหรือไม่ กรณีที่กรมสรรพากรตรวจพบว่า คู่สัญญารายใดไม่ยื่นบัญชีแสดงรายรับรายจ่าย ให้รายงานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบ เพื่อด าเนินการตามอ านาจหน้าที่ต่อไป ข้อ ๑๒ กรมสรรพากรอาจน าบัญชีแสดงรายรับรายจ่ายของโครงการไป พิจารณาประกอบการตรวจสอบบัญชีงบดุลประจ าปีของนิติบุคคลหรือตรวจ ภาษีเงินได้ของบุคคลหรือนิติบุคคล แล้วแต่กรณีตามที่เห็นสมควรก็ได้ 2. ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท า และแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ

(23)

ข้อ ๑๓ ในกรณีที่ปรากฏจากการตรวจสอบหรือการไต่สวนของ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าคู่สัญญาใดที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตของ เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายไม่ถูกต้องครบถ้วนใน สาระส าคัญ หรือกรณีมีความจ าเป็นที่จะต้องตรวจสอบธุรกรรมทางการ เงินหรือการช าระภาษีเงินได้ของบุคคลหรือนิติบุคคลนั้น แล้วแต่กรณี ให้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ประสานงานและสั่งให้หน่วยงานของรัฐที่ เกี่ยวข้องรับเรื่องดังกล่าวไปด าเนินการตามอ านาจหน้าที่ แล้วให้ หน่วยงานของรัฐนั้นรายงานผลการด าเนินการให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบต่อไป หรือในกรณีจ าเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลของหน่วยงานหรือ สถาบันการเงินให้น าระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการ ทุจริตแห่งชาติว่าด้วยการเข้าถึงข้อมูลของหน่วยงานหรือสถาบันการเงิน มาใช้บังคับ 2. ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท า และแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ

(24)

หมวด ๕ : มาตรการเพื่อให้หน่วยงานของรัฐปฏิบัติ ข้อ ๑๔ เพื่อประโยชน์ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ในการ ด าเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งคู่สัญญาตามข้อ ๕ ให้หน่วยงานของรัฐต้อง ปฏิบัติตามความในหมวดนี้ ข้อ ๑๕ ให้หน่วยงานของรัฐก าหนดเงื่อนไขและคุณสมบัติของบุคคลหรือ นิติบุคคลที่จะเข้าเป็นคู่สัญญาและก าหนดให้คู่สัญญาต้องปฏิบัติ ดังนี้ (๑) บุคคลหรือนิติบุคคลที่จะเข้าเป็นคู่สัญญาต้องไม่อยู่ในฐานะ เป็นผู้ไม่แสดงบัญชีรายรับรายจ่าย หรือแสดงบัญชีรายรับรายจ่าย ไม่ถูกต้องครบถ้วนในสาระส าคัญ 2. ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท า และแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ

(25)

(๒) บุคคลหรือนิติบุคคลที่จะเข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ ซึ่งได้ด าเนินการจัดซื้อจัดจ้างด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Government Procurement : e-GP) ตามข้อ ๑๖ ต้องลงทะเบียนในระบบอิเล็กทรอนิกส์ ของกรมบัญชีกลางที่เว็บไซต์ศูนย์ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (๓) คู่สัญญาต้องรับจ่ายเงินผ่านบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน เว้นแต่ การรับจ่ายเงินแต่ละครั้งซึ่งมีมูลค่าไม่เกินสามหมื่นบาทคู่สัญญาอาจรับจ่าย เป็นเงินสด ก็ได้ 2. ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท า และแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ

(26)

ข้อ ๑๗ ห้ามมิให้หน่วยงานของรัฐก่อนิติสัมพันธ์กับบุคคล หรือ นิติบุคคลซึ่งได้มีการระบุชื่อไว้ในบัญชีรายชื่อว่าเป็นคู่สัญญาที่ไม่ได้แสดง บัญชีรายรับรายจ่าย หรือแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายไม่ถูกต้องครบถ้วน ในสาระส าคัญ เว้นแต่บุคคลหรือนิติบุคคลนั้นจะได้แสดงบัญชีรายรับ รายจ่ายตามประกาศนี้ หรือได้มีการปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้อง และมีการสั่ง เพิกถอนรายชื่อจากบัญชีดังกล่าวแล้ว 2. ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท า และแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ

(27)

ข้อ ๑๖ ให้หน่วยงานของรัฐซึ่งด าเนินการจัดซื้อจัดจ้างด้วยระบบ อิเล็กทรอนิกส์(e-Government Procurement : e-GP) ของกรมบัญชีกลาง บันทึกข้อมูลของคู่สัญญาที่ต้องแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายในระบบ อิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวด้วย หน่วยงานของรัฐใดที่มิได้ด าเนินการจัดซื้อ จัดจ้างด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมบัญชีกลาง(e-Government Procurement : e-GP) ให้รายงานข้อมูลของคู่สัญญาที่ต้องแสดงบัญชี รายรับรายจ่ายต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. และกรมสรรพากร 2. ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท า และแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ

(28)

ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการ ที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ (ฉบับที่ ๒)

(29)

แก้ไขประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของ โครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ ดังนี้ “ข้อ ๒ ให้ยกเลิกความในข้อ ๒ แห่งประกาศ ฯและให้ใช้ความต่อไปนี้แทน ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๕ เป็น ต้นไป เว้นแต่ข้อ ๕ วรรคหนึ่ง ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๖ เป็นต้นไป” ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความในบทนิยามค าว่า “หน่วยงานของรัฐ” และ “สัญญา” ในข้อ ๓ แห่งประกาศฯ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน 3. ประกาศ ฯเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่าย ของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ (ฉบับที่ ๒)

(30)

“หน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม ราชการ ส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หน่วยงาน ธุรการขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ หรือ หน่วยงานอื่นใดที่ด าเนินกิจการของรัฐตามกฎหมายและได้รับเงินอุดหนุน หรือเงิน หรือทรัพย์สินลงทุนจากรัฐ 3. ประกาศ ฯเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่าย ของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ (ฉบับที่ ๒)

(31)

สัญญา” หมายความว่า สัญญาใด ๆ ที่ท าขึ้นเพื่อด าเนินการตาม โครงการในการจัดหาพัสดุหรือการพัสดุไม่ว่าด้วยวิธีการซื้อหรือการจ้างหรือ วิธีอื่นใดของหน่วยงานของรัฐตามระเบียบส านักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการ พัสดุหรือระเบียบ ข้อก าหนด กฎ หรือข้อบังคับว่าด้วยการพัสดุของหน่วยงาน ของรัฐนั้น ๆ สัญญาสัมปทาน และสัญญาให้ทุนสนับสนุนของหน่วยงานของ รัฐเพื่อการวิจัยหรือเพื่อด าเนินกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง และให้หมายความ รวมถึงบันทึกข้อตกลงหรือบันทึกแนบท้ายสัญญา ซึ่งมีผลเป็นการแก้ไขสัญญา ในส่วนที่เป็นสาระส าคัญด้วย” 3. ประกาศ ฯเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่าย ของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ (ฉบับที่ ๒)

(32)

ข้อ ๔ ให้ยกเลิกความในข้อ ๖ แห่งประกาศคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และ วิธีการจัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือ นิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๕๔ และให้ใช้ ความต่อไปนี้แทน 3. ประกาศ ฯเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่าย ของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ (ฉบับที่ ๒)

(33)

“ข้อ ๖ ความในข้อ ๕ มิให้ใช้บังคับในกรณีดังต่อไปนี้ (๑) คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายเป็นหน่วยงานของรัฐ เว้นแต่เป็นหน่วยงาน ของรัฐซึ่งมีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคล (๒) คู่สัญญาเป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ และไม่มีตัวแทนหรือผู้แทนในประเทศ แต่มีการส่งมอบหรือให้บริการใน ประเทศ และหน่วยงานของรัฐได้ช าระเงินตามสัญญาให้แก่คู่สัญญาออกไป ต่างประเทศโดยตรง กรณีตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการ ป.ป.ช. อาจก าหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการเพื่อให้คู่สัญญาปฏิบัติก็ได้” 3. ประกาศ ฯเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่าย ของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ (ฉบับที่ ๒)

(34)

ข้อ ๕ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๐ แห่งประกาศคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และ วิธีการจัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือ นิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๕๔ และให้ใช้ ความต่อไปนี้แทน 3. ประกาศ ฯเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่าย ของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ (ฉบับที่ ๒)

(35)

Page  35 “ข้อ ๑๐ ให้คู่สัญญายื่นบัญชีแสดงรายรับรายจ่ายต่อกรมสรรพากร โดยวิธีการทาง อิเล็กทรอนิกส์ตามก าหนดระยะเวลา ดังต่อไปนี้ (๑) กรณีบุคคลธรรมดาเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ (ก) หากการรับจ่ายเงินตามสัญญาทั้งหมดเสร็จสิ้นภายในปีภาษี เดียวกัน ให้ยื่นพร้อมกับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ของปีภาษีนั้น (ข) หากการรับจ่ายเงินตามสัญญาทั้งหมดมิได้เสร็จสิ้นภายในปีภาษี เดียวกัน ให้ยื่นบัญชีแสดงรายรับรายจ่ายซึ่งประกอบด้วยรายรับรายจ่าย ที่เกิดขึ้นในแต่ละปีภาษีพร้อมกับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดาของปีภาษีนั้น (๒) กรณีนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ (ก) หากการรับจ่ายเงินตามสัญญาทั้งหมดเสร็จสิ้นภายในรอบ ระยะเวลาบัญชีเดียวกันให้ยื่นเมื่อสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชีพร้อมกับ การยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลของรอบระยะเวลาบัญชีนั้น 3. ประกาศ ฯเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่าย ของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ (ฉบับที่ ๒)

(36)

(ข) หากการรับจ่ายเงินตามสัญญาทั้งหมดมิได้เสร็จสิ้น ภายในรอบระยะเวลาบัญชีเดียวกันให้ยื่นบัญชีแสดงรายรับรายจ่าย ซึ่งประกอบด้วยรายรับรายจ่ายที่เกิดขึ้นในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชี พร้อมกับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลของรอบ ระยะเวลาบัญชีนั้นให้คู่สัญญายื่นบัญชีแสดงรายรับรายจ่ายต่อ กรมสรรพากรตาม (๑) และ (๒) จนกว่าจะสิ้นสุด ภาระผูกพันตาม สัญญา” 3. ประกาศ ฯเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่าย ของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ (ฉบับที่ ๒)

(37)

ข้อ ๖ ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของข้อ ๑๑ แห่งประกาศ ฯ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน ข้อ ๑๑ กรณีที่คู่สัญญาได้ยื่นบัญชีงบดุลประจ าปีหรือยื่นแบบแสดง รายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล แล้วแต่กรณี ให้กรมสรรพากร ตรวจสอบว่าคู่สัญญาได้ยื่นบัญชีแสดงรายรับรายจ่ายด้วยหรือไม่” 3. ประกาศ ฯเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่าย ของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ (ฉบับที่ ๒)

(38)

ข้อ ๗ ให้ยกเลิกแบบแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายของโครงการที่แนบ ท้ายประกาศฯและให้ใช้แบบแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายของโครงการที่แนบ ท้ายประกาศนี้แทน ข้อ ๘ ในระหว่างที่ข้อ ๕ วรรคหนึ่ง แห่งประกาศคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการ จัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็น คู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๕๔ ยังไม่ใช้บังคับ ให้คู่สัญญาตาม สัญญาซึ่งมีมูลค่าตั้งแต่สองล้านบาทขึ้นไปจัดท าบัญชีแสดงรายรับรายจ่าย และยื่นต่อกรมสรรพากรตามแบบแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายของโครงการที่ แนบท้ายประกาศนี้ 3. ประกาศ ฯเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่าย ของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ (ฉบับที่ ๒)

(39)

ข้อ ๙ ในระหว่างที่การจัดท าระบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อปฏิบัติตาม ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการ ที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๕๔ ยัง ไม่แล้วเสร็จ ให้คู่สัญญายื่นบัญชีแสดงรายรับรายจ่ายตามข้อ ๑๐ แห่ง ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการที่ บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. ๒๕๕๔ เป็นเอกสารต่อกรมสรรพากร 3. ประกาศ ฯเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่าย ของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ (ฉบับที่ ๒)

(40)

ข้อ ๑๐ ให้ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการ ทุจริตแห่งชาติรักษาการตามประกาศนี้

3. ประกาศ ฯเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่าย

(41)

ประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของโครงการ ที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ (ฉบับที่ ๓)

(42)

แก้ไขประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่ายของ โครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ ดังนี้ “ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความใน( ๓) ของข้อ ๑๕ แห่งประกาศ ฯและให้ใช้ความ ต่อไปนี้แทน “ (๓) คู่สัญญาต้องรับและจ่ายเงินผ่านบัญชีธนาคาร เว้นแต่การ จ่ายเงินแต่ละครั้งซึ่งมีมูลค่าไม่เกินสามหมื่นบาท คู่สัญญาอาจจ่ายเป็นเงินสด ก็ได้ ” ข้อ ๔ ให้เพิ่มความต่อไปนี้ เป็นวรรคสองของข้อ ๑๕ แห่งประกาศฯ “ ความใน (๓) มิให้น ามาใช้บังคับกับการรับเงินของคู่สัญญาใน 3. ประกาศ ฯเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่าย ของโครงการที่บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ (ฉบับที่ ๓)

(43)

ข้อ ๕ การใดๆ ที่คู่สัญญาหรือหน่วยงานของรัฐได้กระท าไปตาม บทบัญญัติแห่งประกาศนี้ ก่อนวันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับให้เป็นอันใช้ได้

3. ประกาศ ฯเรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการจัดท าและแสดงบัญชีรายการรับจ่าย

(44)

สรุปสาระส าคัญของประกาศ ฯ

1. จัดท าและยื่นบัญชีแสดงรายรับรายจ่ายต่อกรมสรรพากร พร้อม การยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ 2. สัญญาที่ลงนามตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2555 มีมูลค่าสัญญาตั้งแต่ 2,000,000บาท ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการฯ 3. สัญญาที่ลงนามก่อน 1 เมษายน 2555 หากมีการแก้ไขสัญญาและ เพิ่มวงเงิน ต้องยื่นแบบแสดงบัญชีหลังจากวันที่ลงนามแก้ไข สัญญา 4. การจ่ายเงินของโครงการ หากเกิน 30,000 ต้องผ่านบัญชีธนาคาร

(45)

5. ต้องยื่นแบบแสดงบัญชี ฯ จนกว่าจะสิ้นสุดภาระผูกพันตามสัญญา 6. ต้องจัดเก็บเอกสารไว้ที่สถานประกอบการ 5 ปี หลังจากหมดประกัน 7. หากไม่ยื่นแบบแสดงบัญชี หรือยื่นขาดในสาระส าคัญ ให้ถือว่าเป็น ผู้ขาดคุณสมบัติที่จะเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ

(46)

สรุปประกาศทั้งสามฉบับใช้บังคับกับ

๑. บุคคลหรือนิติบุคคลที่เป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ บุคคลธรรมดา นิติบุคคล (ทั้งตามกฎหมายไทย , กฎหมายต่างประเทศ) ๒. หน่วยงานของรัฐ ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หน่วยงานอื่นของรัฐ

(47)

วันใช้บังคับ

(48)

ขอบเขตการใช้บังคับ

ผู้ที่มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายรับรายจ่าย

ใช้บังคับบุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งเข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงาน ของรัฐทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ เช่น หน่วยบริการรูปแบบพิเศษ

(49)

ขอบเขตการใช้บังคับ

ประเภทของสัญญา ๑.สัญญาที่เกี่ยวกับการจัดหาพัสดุหรือการพัสดุตามระเบียบ ข้อบังคับว่าด้วยการพัสดุ (ไม่รวมถึงสัญญาทางธุรกิจ) ๒. สัญญาสัมปทาน ๓. สัญญาให้ทุนสนับสนุนเพื่อการวิจัย ๔. สัญญาให้ทุนสนับสนุนเพื่อด าเนินกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง * กรณีมีการแก้ไขสัญญาในส่วนที่เป็นสาระส าคัญภายหลัง ประกาศฯ มีผลบังคับใช้ คู่สัญญาต้องยื่นบัญชีรายการรับจ่ายด้วย

(50)

ขอบเขตการใช้บังคับ

มูลค่าของสัญญา ปีแรก (๑ เม.ย. ๕๕ – ๓๑ มี.ค. ๕๖) ใช้บังคับกับสัญญาที่มีมูลค่า ตั้งแต่ ๒ ล้านบาท ตั้งแต่วันที่ ๑ เม.ย. ๕๖ เป็นต้นไป ใช้บังคับกับสัญญาที่มูลค่า ตั้งแต่ ๕ แสนบาท

(51)

ข้อยกเว้นการใช้บังคับ

๑. ไม่ใช้บังคับกับสัญญาที่ได้ท าก่อนวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๕ เว้นแต่มีการแก้ไขสัญญาในส่วนที่เป็นสาระส าคัญ เช่น (๑) ข้อตกลงเรื่องรูปแบบ ปริมาณ จ านวน ราคา (๒) การขยายเวลา งด หรือลดค่าปรับ (๓) การปรับ (๔) การประกันความช ารุดบกพร่อง

(52)

ข้อยกเว้นการใช้บังคับ

๒. ไม่ใช้บังคับกับกรณีคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายเป็นหน่วยงานของรัฐ เว้นแต่เป็นหน่วยงานของรัฐซึ่งมีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการ ภาษีเงินได้นิติบุคคล เช่น ปตท. การบินไทย เป็นต้น ๓. ไม่ใช้บังคับกับคู่สัญญาที่เป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมาย ต่างประเทศ และไม่มีตัวแทนหรือผู้แทนในประเทศ แต่มีการส่งมอบ หรือให้บริการในประเทศ และหน่วยงานของรัฐได้ช าระเงิน ตามสัญญาให้แก่คู่สัญญาออกไปต่างประเทศโดยตรง

(53)

วิธีการใช้จ่ายเงินของคู่สัญญา

ต้องรับจ่ายเงินผ่านบัญชีธนาคาร** เว้นแต่เป็นการจ่ายเงินสดในแต่ละครั้ง

(54)

ค านิยาม (บัญชีแสดงรายรับรายจ่าย)

บัญชีแสดงรายรับรายจ่าย หมายถึง บัญชีแสดงรายการรับจ่ายเงินของ โครงการตามสัญญาที่บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งเป็นคู่สัญญากับหน่วยงาน ของรัฐต้องจัดท าและยื่นต่อกรมสรรพากร รายรับ หมายความว่า จ านวนเงินที่คู่สัญญาได้รับจากหน่วยงานของรัฐ อันเนื่องจากการได้ปฏิบัติตามสัญญาหรือเกี่ยวเนื่องกับสัญญา หรือ รายรับอื่นๆ ที่ก าหนดไว้ให้คู่สัญญาได้รับ รายจ่าย หมายความว่า จ านวนเงินที่คู่สัญญาได้จ่ายไปทั้งสิ้นเพื่อการ ปฏิบัติให้เป็นไปตามสัญญาหรือเกี่ยวเนื่องกับสัญญา

References

Related documents

(3) The right to be assessed is forfeited and permanent withdrawal from the programme is required when the graded and non-graded assessments for the Foundation Level Studies have

In the Commerzbank Service Centre Rittal installed over 2800 Rittal TS 8 Server and Network Racks with various configurations of accessories and special cable management

The special (“vertical”) rules of the Satellite and Cable Directive are indeed quite different from the “horizontal” provisions of the Information Society Directive of 2001,

We evaluate the following algorithms of charging volume prediction: (1) the algorithm based on Equation (3), (2) a basic sliding window algorithm that uses the recent I intervals

From Facebook, Twitter, and YouTube, to Foursquare, Yelp, and Instagram, social media marketing presents options for every restaurant company.. Getting started is easy, but the

Electron cloud effects have not been observed in the present operation mode of the PETRA II ring used as a preaccelerator for HERA, but with the high perfor- mance goals of the

Instructors are asked to sit on committees on campus, participate in team building days and understand all the CIVI culinary and baking program offerings and apprenticeship

Our NetVision family of network appliances and Spectrum24 wireless LANs redefine communications by enabling integrated voice and data on a single wireless backbone. With technology