คอมพิวเตอร์สามารถจ าแนกได้หลายประเภท ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความแตกต่างของขนาดเครื่อง ความเร็วในการประมวลผล และราคาเป็นข้อพิจารณาหลัก ซึ่งโดยทั่วไปนิยมจ าแนกประเภทคอมพิวเตอร์ เป็น 7 ประเภทดังนี้ คือ ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ( Supercomputer) คอมพิวเตอร์เมนเฟรม (Mainframe computer) มินิคอมพิวเตอร์(Minicomputer) คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ (Desktop computer) โน้ตบุ๊คคอมพิวเตอร์ (Notebook computer)
คอมพิวเตอร์พกพาขนาดฝ่ามือ (Hand-held Personal computer) คอมพิวเตอร์แบบฝัง (Embedded computer) ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้ 1.ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ (Supercomputer) เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพในการท างานสูงสุด จึงมีราคา แพงมาก ความสามารถในการประมวลผลที่ท าได้ถึงพันล้านค าสั่งต่อวินาที ตัวอย่างการใช้งานคอมพิวเตอร์ ประเภทนี้ เช่น การพยากรณ์อากาศ การทดสอบทางอวกาศ และงานอื่นๆ ที่มีการค านวณที่ซับซอน ปัจจุบัน มีการน าซูเปอร์คอมพิวเตอร์ไปใช้กับงานออกแบบชิ่นส่วนรถยนต์ งานวิเคราะห์สิงค้าคงคลัง หรือแม้แต่การ ออกแบบงานด้านศิลปะ หน่วยงานที่มีการใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ได้แก่ องค์การนาซา (NASA) และหน่วยงาน ธุรกิจขนาดใหญ่ เช่น บริษัท General Motorsและ AT&T เป็นต้น
ภาพที่ 2.2
2. เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ (Mainframe Computer) หรือ คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ เป็นคอมพิวเตอร์ที่มี ประสิทธิภาพรองจากซูเปอร์คอมพิวเตอร์ สามารถรองรับการท างานจากผู้ใช้ได้หลายร้อยคนในเวลา เดียวกัน ประมวลผลด้วยความเร็วสูง มีหน่วยความจ าหลักขนาดใหญ่ ตลอดจนการจัดเก็บข้อมูลได้เป็นจ านวน มาก คอมพิวเตอร์เมนเฟรมนิยมใช้กับองค์กรขนาดใหญ่ที่มีการเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้จ านวนมากในเวลา เดียวกัน (Multiple Users) เช่น งานธนาคาร การจองตั๋ว เครื่องบิน การลงทะเบียนและการตรวจสอบผลการ เรียนของนักศึกษาเป็นต้น ภาพที่ 2.3 3. มินิคอมพิวเตอร์ (Minicomputer) หรือคอมพิวเตอร์ขนาดกลาง เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพในการ ท างานด้านความเร็วและความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลน้อยกว่าเมนเฟรม แต่สูงกว่าคอมพิวเตอร์ตั้ง โต๊ะ (Desktop computer) และสามารถรองรับการท างานจากผู้ใช้ได้หลายคนในการท างานที่แตกต่างกัน จาก จุดเริ่มต้นในการพัฒนาที่ต้องการให้คอมพิวเตอร์ประเภทนี้ท างานเฉพาะอย่าง เช่น บริษัทที่ให้บริการ โทรศัพท์เคลื่อนที่ โรงงานผลิตปูนซีเมนต์ ตลาดหลักทรัพย์สถานศึกษา รวมทั้งการให้บริการข้อมูลแก้ ลูกค้า เช่น การจองห้องพักของโรงแรม เป็นต้น ภาพที่ 2.4
4. คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ (Desktop C0mputer) หรือเดสก์ท็อปเป็นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Personal Computer หรือ PC) ที่มีขนาดเล็กเหมาะกับโต๊ะท างานในส านักงาน สถานศึกษา และที่บ้าน รูปทรง ของ ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์จะมีทั้งแบบวางนอน และแบบแนวตั้งที่เรียกว่าทาวเวอร์(Tower) เพื่อประหยัดเนื้อที่เป็น การวางทั้งบนโต๊ะและที่พื้น ภาพที่ 2.5 การแบ่งประเภทของคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะยังจ าแนกได้ ดั้งนี้ Ü All-in Computer เป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่รวมจอภาพและหน่วยประมวลผลอยู่ในอุปกรณ์เดียวกัน Ü Workstation เป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่มีความสามารถและราคาสูงกว่าคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะทั้วไปออกแบบ มาเพื่อใช้งานด้านการค านวณและกราฟิก ผู้ใช้ส่วนใหญ่จะเป็นสถาปนิก วิศวกร และนักออกแบบภาพกราฟิก Ü Stand-alone Computer หรือคอมพิวเตอร์ระบบเดียว เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถท างานที่ เรียกว่า IPOS cycle โดยที่ไม่ได้เชื่อมต่อระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ แต่ในปัจจุบันคอมพิวเตอร์ประเภทนี้มี ความสามารถในการเชื่อมต่อข่ายได้ Ü Server Computer เป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่มีความสามารถเช่นเดียวกันหรือใกล้เคียงกับคอมพิวเตอร์ เซิร์ฟเวอร์ (เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ท าหน้าที่ให้บริการต่างๆ เช่น ข้อมูลโปรแกรมจัดสรรงานพิมพ์ เป็นต้น) 5.คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค (Notebook Computer) หรือบางครั้งเรียกว่า แลปท็อป คอมพิวเตอร์ (Laptop Computer) เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็กกว่าเครื่องพีซีแบบตั้งโต๊ะน้ าหนักเบา จึง สามารถน าติดตัวไปยังสถานที่ต่างๆ ได้ เครื่องโน้ตบุ๊คมีสมรรถนะในการท างานเทียบเท่าเครื่องพีซีแบบตั้ง โต๊ะ และมีแผงแป้นพิมพ์และจอภาพติดกับตัวเครื่องรวมทั้งมีแบตเตอรี่ภายในเครื่อง จึงสามารถท างานได้ใน ช่วงเวลาหนึ่งโดยไม่ต้องใช้ไฟบ้าน เหมาะกับงานส่วนบุคคลและงานส านักงานที่จ าเป็นต้องออกนอกสถานที่
ภาพที่ 2.6 นอกจากโน้ตบุ๊คคอมพิวเตอร์ที่เห็นและใช้งานกันทั่วไปแล้ว ยังมีคอมพิวเตอร์พกพาที่เริ่มได้ รับความนิยม มากขึ้น นั้นคือ Tablet PC ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดก าลังเหมาะ น้ าหนักเบา หมุนได้ 180 องศา มีทั้งแบบมี แป้นพิมพ์ในตัว และแบบไม่มีแป้นพิมพ์ในตัวแต่มีแป้นพิมพ์แยกต่างหาก การรับข้อมูล (Input) สามารถใช้ทั้ง แบบสัมผัสและใช้ปากกาชนิดพิเศษ(Stylus)เขียนแบบจอภาพได้ หรือแม้กระทั้งเสียงพูด ระบบเชื่อมต่อ เครือข่ายทั้งแบบแลง (LAN) และแบบเครือข่ายไร้สาย (Wireless LAN)
6. คอมพิวเตอร์ฝ่ามือ (Hand-held Personal Computer) หรือ ปาล์มท็อป Palmtop Computer) หรือเครื่องพีซี ขนาดมือถือ หรือเครื่องพีดีเอ(Personal Digital Assistant-PDA) เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเท่ากับเครื่อง คิดเลขขนาดเล็ก น้ าหนักเบามาก จึงสามารถวางบนฝ่ามือได้โดยมีสมรรถนะในการท างานเฉพาะกับโปรแกรม ส าหรับงานส่วนบุคคล เช่น การรับส่งอี-เมล์ การบันทึกตารางนัดหมาย และการเข้าถึงข้อมูลบนอินเตอร์เน็ต เครื่อง PDA
(Personal Digital Assistant) บางครั้งก็ เรียกว่า Pen-based Computer เนื่องจากเป็นคอมพิวเตอร์แบบพกพาที่ใช้ ปากกาที่เรียกว่า สไตลัส(Stylus) เป็นอุปกรณ์ในการบันทึกข้อมูล ในบางครั้งก็จะใช้ปากกาในการเขียนข้อมูล ด้วยลายมือลงบนหน้าจอ และในบางครั้งอาจจะใช้ปากกานี้ส าหรับเป็นอุปกรณ์เพื่อเลือกการท างานบน จอภาพ ซึ่ง Personal Digital Assistant ในปัจจุบันนอกจากจะท าหน้าที่พื้นฐานทั่วไปแล้วยังสามารถรับ-ส่ง อีเมล์ และส่งโทรสาร (Fax) ได้ด้วย
7. คอมพิวเตอร์แบบฝัง (Embedded Computer) หรือไมโครคอนโทรลเลอร์ (Micro Controller) เป็น
คอมพิวเตอร์ขนาดเล็กมากที่ใช้ไมโครโพรเซสเซอร์ชนิดพิเศษเพื่อฝัง (Embed) ไว้ในอุปกรณ์ประเภทต่างๆ เช่น บัตรสมาร์ทการ์ด (Smart Card )โทรศัพท์มือถือ ตู้เย็น เตาไมโครเวฟ และ รถยนต์ ทั้งนี้เพื่อเพิ่มคุณลักษณะและ ความสามารถพิเศษบางประการ เช่น การเก็บข้อมูลส่วนบุคคล การให้บริการด้านบันเทิง การค้นหาข้อมูลบน เครือข่ายอินเทอร์เน็ต การควบคุมเรื่องเวลาและอุณหภูมิ และการให้ข้อมูลเพื่อช่วยในการเดินทาง เป็นต้น