• No results found

งานว จ ยในช นเร ยน เร อง ส ารวจความต องการในการเร ยนว ชาการงานอาช พ ของน กเร ยนระด บประถมศ กษาป ท 1-2 ผ ว จ ย ม สร ชน วงศ เสวต

N/A
N/A
Protected

Academic year: 2021

Share "งานว จ ยในช นเร ยน เร อง ส ารวจความต องการในการเร ยนว ชาการงานอาช พ ของน กเร ยนระด บประถมศ กษาป ท 1-2 ผ ว จ ย ม สร ชน วงศ เสวต"

Copied!
9
0
0

Loading.... (view fulltext now)

Full text

(1)

งานวิจัยในชั้นเรียน

เรื่อง

สํารวจความตองการในการเรียนวิชาการงานอาชีพ

ของนักเรียนระดับประถมศึกษาปที่ 1-2

ผูวิจัย

มีสรัชนี

วงศเสวต

กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพอาชีพและเทคโนโลยี

ปการศึกษา

2553

โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี

 

 

(2)

ประกาศคุณูปการ

การศึกษางานวิจัยในครั้งนี้ สําเร็จไดดวยความกรุณาจาก มีสกาญจนา ชูประดิษฐ ครูที่ ปรึกษาที่ไดใหความชวยเหลือใหความรู ความคิด ใหคําแนะนํา คําปรึกษาตลอดจนการตรวจ แกไขขอบกพรองตาง ๆ เปนอยางดี จนการศึกษาวิจัยในครั้งนี้เสร็จสมบูรณ ผูวิจัยขอขอบคุณ เปนอยางสูงไว ณ ที่นี้ ขอขอบพระคุณทานผูอํานวยการโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี ภราดาชํานาญ เหลารักผล ที่กรุณาใหความอนุเคราะห และอํานวยความสะดวกในการศึกษาวิจัยในครั้งนี้เปนอยางดี และ ขอขอบคุณทุกคนที่ใหความรวมมือเปนอยางดีในการวิจัย และเก็บขอมูลที่ใชในการศึกษาวิจัย ครั้งนี้ จนกระทั่งการศึกษาวิจัยครั้งนี้เสร็จสมบูรณ มีสรัชนี วงศเสวต ผูวิจัย กลุมสาระการเรียนรู การงานอาชีพ และเทคโนโลยี โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี                 

(3)

ชื่องานวิจัย สํารวจความตองการในการเรียนวิชาการงานอาชีพ และเทคโนโลยี ของนักเรียน ระดับประถมศึกษาปที่ 1-2 (กรณีศึกษาระดับชั้น ป.1-2 โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี) ชื่อผูวิจัย มีสรัชนี วงศเสวต กลุมสาระการเรียนรู การงานอาชีพ และเทคโนโลยี อาจารยที่ปรึกษา มีสกาญจนา ชูประดิษฐ

บทคัดยอ

การวิจัยในครั้งนี้ มีจุดมุงหมายเพื่อสํารวจความตองการในการเรียนวิชาการงานอาชีพฯ เพื่อนําไปปรับปรุงการเรียนการสอน การจัดกิจกรรมการเรียนรูใหตรงกับความตองการของ นักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 1-2 และสามารถนําไปใชในชีวิตประจําวันได เครื่องมือที่ใชในการทําวิจัยไดแก แบบสํารวจความตองการในการเรียนวิชาการงาน อาชีพและเทคโนโลยีจํานวน 80 ชุด (จํานวนนักเรียนทั้งหมด 700 คน ป.1และ ป.2)                  

(4)

ชื่อเรื่อง

สํารวจความตองการในการเรียนวิชาการงานอาชีพฯ ของนักเรียนระดับ ประถมศึกษาตอนตน (กรณีศึกษาระดับชั้น ป.1 และ ป.2 โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี) ความเปนมา และความสําคัญ จากหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานและมาตรฐานการเรียนรูกลุมสาระการเรียนรู การงาน อาชีพ และเทคโนโลยี ชวงชั้นที่ 1 สาระที่ 1 มาตรฐาน ง 1.1 กลาววาเขาใจ มีความคิด สรางสรรค มีคุณธรรม มีจิตสํานึกในการใชพลังงาน ทรัพยากรและสิ่งแวดลอมในการทํางาน เพื่อการดํารงชีวิต และครอบครัวที่เกี่ยวของกับงานบาน งานเกษตร งานชาง งานประดิษฐ และงานธุรกิจ มาตรฐาน ง 1.2 มีทักษะกระบวนการทํางาน และการจัดการ การทํางานเปน กลุม การแสวงหาความรู สามารถแกไขปญหาในการทํางาน รักการทํางาน และมีเจตคติที่ดีตอ งาน จากการที่ไดดําเนินการจัดกิจกรรม การเรียนรูใหกับนักเรียนในระดับชั้น ป.1-2 ตลอดป การศึกษาที่ผานมา พบวามีความลําบากในการจัดกิจกรรม เนื่องจากนักเรียนในแตละหองมีทั้ง นักเรียนชาย และนักเรียนหญิง บางกิจกรรมนักเรียนชายไมมีความถนัด ไมเหมาะสมและ นําไปใชประโยชนไดนอย นอกจากนี้ความสนใจในการเรียนของนักเรียนก็มีความหลากหลาย และประกอบกับผูสอนไมเคยสอนในวิชานี้มากอน เนื่องจากเปนหลักสูตรใหม จึงอาจสงผลให วางแผนการสอน การจัดกิจกรรมการเรียนรู ไมตรงกับความตองการของผูเรียน และนักเรียน ไดรับประโยชนจากการเรียนไมเต็มที่ ดังนั้น ผูวิจัยจึงทําวิจัยนี้ขึ้นมาเพื่อสํารวจความตองการ ของนักเรียนในระดับชั้น ป.1-2 ในการเรียนวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี วัตถุประสงคการวิจัย 1. เพื่อสํารวจความตองการเรียนรูในวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี 2. เพื่อใหการจัดกิจกรรมเรียนรูวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

(5)

สมมติฐานของการวิจัย การสํารวจความตองการในการเรียนรูวิชาการงานอาชีพฯ ของนักเรียนชวงชั้นที่ 1 จะ ทําใหการจัดกิจกรรมการเรียนรูมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ประโยชนของการวิจัย 1. เพื่อใหนักเรียนมีความรูจากการเรียนวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี นําไปใชใน ชีวิตประจําวันไดอยางมีประสิทธิภาพ และตรงกับความตองการของนักเรียน 2. เพื่อเผยแพรการทําวิจัยในชั้นเรียน ขอบเขตของการวิจัย ประชากร นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 1-2 จํานวน 700 คน ตัวแปรตน 1. นักเรียนในระดับชั้น ป.1-2 โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี 2. เนื้อหาวิชาการงานอาชีพ และเทคโนโลยี ชวงชั้นที่ 1(ป.1-2) ตัวแปรตาม นักเรียนไดศึกษากิจกรรมการเรียนรูในวิชาการงานอาชีพฯ ตรงกับความตองการของนักเรียน นิยามศัพทเฉพาะ ความตองการ หมายถึง ความมุงหวังของนักเรียน กิจกรรมการเรียนรู หมายถึง การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในวิชาการงานอาชีพอาชีพและ เทคโนโลยีที่ตรงตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานในปจจุบัน

(6)

วิธีดําเนินการวิจัย

วัน เดือน ป กิจกรรม 18-22 / 12 / 2553 เตรียมเอกสารคนควาขอมูลตาง ๆ สําหรับทําแบบ สํารวจ 3-12 / 1 / 2554 แจกแบบสํารวจใหนักเรียนกลุมเปาหมาย 15-19 / 1 / 2554 ประมวลผลจากแบบสํารวจ 22-26 / 1 / 2554 วิเคราะหขอมูล และนําเสนอขอมูล เครื่องมือที่ใชในการวิจัย แบบสํารวจความตองการในการเรียนวิชาการงานอาชีพฯของนักเรียนระดับประถมศึกษาปที่1-2 ผลการวิจัย จากการสํารวจความตองการของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 1-2 ตอการเรียนวิชา การงานอาชีพและเทคโนโลยี มีดังนี้

(7)

ผลการวิเคราะหขอมูล

ตารางที่

1

ผลการสํารวจความตองการของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 1-2 ตอการ เรียนวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี ระดับความคิดเห็น ที่ คําถาม มากที่สุด (4) มาก (3) ปาน กลาง (2) นอย (1) 1 ระยะเวลาในการเรียนวิชาการงานอาชีพฯ เหมาะสม 2 กิจกรรมการเรียนรูนาสนใจ 3 ความรูที่ไดรับนําไปใชประโยชนใน ชีวิตประจําวันได 4 มีการใชสื่อการสอนเหมาะสม 5 รูปแบบการเรียนการสอนตรงตามตองการ 6 นักเรียนมีความกระตือรือรนที่จะเรียนวิชานี้ 7 สถานที่เรียนเหมาะสม 8 วัสดุอุปกรณในการเรียนเพียงพอ

(8)

ผลการวิเคราะหขอมูล

ตารางที่

2

ผลวิเคราะหความตองการของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 1-2 ตอการเรียน วิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี ระดับความคิดเห็น ที่ คําถาม มากที่สุด (4) มาก (3) ปาน กลาง (2) นอย (1) 1 ระยะเวลาในการเรียนวิชาการงานอาชีพฯ เหมาะสม 2 กิจกรรมการเรียนรูนาสนใจ 3 ความรูที่ไดรับนําไปใชประโยชนใน ชีวิตประจําวันได 4 มีการใชสื่อการสอนเหมาะสม 5 รูปแบบการเรียนการสอนตรงตามตองการ 6 นักเรียนมีความกระตือรือรนที่จะเรียนวิชานี้ 7 สถานที่เรียนเหมาะสม 8 วัสดุอุปกรณในการเรียนเพียงพอ 9. ความตองการในการเรียนรูกิจกรรมใน 10. ขอเสนอแนะอื่น ๆ

(9)

สรุปผลการศึกษาวิจัย

จากการสํารวจความตองการของนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 1 และ 2 ทั้งหมด 80 คนพบวา นักเรียนมีความสนใจในการเรียนรูวิชานี้ และมีความมั่นใจวาความรูที่ไดรับจาก วิชานี้สามารถนําไปใชในชีวิตประจําวันได เวลาในการเรียนตอสัปดาหมีความเหมาะสม ผูเรียน มีความกระตือรือรนในการเรียนรูมาก แตยังพบปญหาวัสดุอุปกรณในการเรียนลาชา และสื่อ การสอนมีนอยนอกจากนี้รูปแบบการเรียนการสอนยังไมตรงกับความตองการของนักเรียน ดังนั้น ในปการศึกษาตอไป ควรมีการปรับกิจกรรม และรูปแบบการเรียนการสอนให ตรงกับที่นักเรียนสนใจ และตองการมากขึ้น

References

Related documents

If STI is defined, conceptualized, and understood as a mechanism that is, for example, useful in converting African history, stories and folklores, crafts, culture and traditions, and

The lion’s share of transaction activity took place in the first quarter of the year: the housing companies Vitus (30,000 apartments) and Dewag (11,500 apartments) were sold

International academic mobility has evolved from people mobility (students, faculty, and scholars) to program mobility (twinning, joint/double degree, franchise, massive open

(1) If SOCIETY has reason to believe that the Source License furnished by LICENSEE pursuant to Subparagraph 5.G.(1) above is or may be legally insufficient to convey music

Patrick’S Day: the comPlete GuiDe to Social meDia marketinG for BuSineSSeS...

Social Relationship Management Disorder refers to the negative perception of SNS usage when users have awkward interpersonal communication situations or try to avoid

Evidence for the ‘‘situational-specificity’’ hypothesis was obtained among our sample of substance abusing women: More frequent PTSD symptoms were significantly associated with

[r]