หัวข้อวิจัย การศึกษาผลสัมฤทธิ์และความพึงพอใจในการเรียนโดยใช้สื่อ PowerPoint เรื่อง แรง มวล และการเคลื่อนที่ ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ผู้วิจัย วัลลภา กองอินตา การศึกษาปริญญาตรี 4 ปี สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ สุริยา จงสา การศึกษาปริญญาตรี 4 ปี สาขาวิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก สมจิต ไชยมุง การศึกษาปริญญาตรี 4 ปี สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ทั่วไป คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ สถานศึกษาที่สังกัด วิทยาลัยเทคโนโลยีโปลิเทคนิคลานนา เชียงใหม่ เลขที่ 2 ถ. สุขเกษม ต. ป่าตัน อ. เมือง จ. เชียงใหม่ 50300 ปีการศึกษา 2554 ลักษณะกลุ่มงานวิจัย งานนวัตกรรมการสอน ที่มาและความส าคัญของการวิจัย การศึกษาเป็นการพัฒนาไปสู่คุณภาพตามเป้าหมายและมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ สามารถ ด ารงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างเป็นสุข กระบวนการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพจ าเป็นต้องมีการประเมินผลการ ด าเนินการทุกขั้นตอนของการจัดการศึกษา และน าสารสนเทศระบบการศึกษามาเป็นข้อมูลปรับปรุง นโยบายและก าหนดวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นแนวทางในการด าเนินงานของระบบการศึกษาให้มีคุณภาพตามที่ ก าหนด การจัดการศึกษาต้องยึดหลัก ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรู้ และพัฒนาตนเองได้และผู้เรียนมี ความส าคัญที่สุด ส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ และสถานศึกษาต้อง จัดเนื้อหาสาระและกิจกรรม ฝึกทักษะ กระบวนการคิด การเผชิญสถานการณ์และประยุกต์ความรู้มาใช้ เพื่อ ป้องกันและแก้ไขปัญหา โดยเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกปฏิบัติให้ท าได้ ท าเป็นและใฝ่รู้อย่างต่อเนื่อง และส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้สอนสามารถจัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อม สื่อการเรียน และอ านวยความ สะดวกเพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ ดังนั้นคณะผู้ท าวิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษาผลสัมฤทธิ์และความพึงพอใจในการเรียนโดยใช้สื่อ PowerPoint เรื่อง แรง มวลและการเคลื่อนที่ เพื่อเป็นแนวทางในการปรับปรุงการเรียนการสอนที่เหมาะสม
วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อน-หลังเรียนของนักศึกษาผ่านการเรียนรู้โดย การใช้สื่อการสอน PowerPoint เรื่อง แรง มวลและการเคลื่อนที่ ที่สร้างขึ้น 2. เพื่อหาประสิทธิภาพของสื่อการสอน PowerPoint เรื่อง แรง มวล และการเคลื่อนที่ 3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจในการเรียนรู้ของนักศึกษาที่มีต่อบทเรียนผ่านสื่อ PowerPoint เรื่อง แรง มวลและการเคลื่อนที่ งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง จิตติมา พุทธเจริญ (2543) ได้ท าการวิจัยเรื่อง ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจจาก รูปแบบเว็บเพจที่มีการน าเสนอต่างกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและ ต้องการทราบความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อรูปแบบ เว็บเพจทั้ง 2 รูปแบบคือ เว็บเพจ แบบเนื้อหาเลื่อน ลงในหน้าเดียว (scrolling) และแบบเนื้อหาเปลี่ยนที่ละหน้า (page to page) โดยกลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนสระบุรีวิทยาคม จังหวัดสระบุรี ภาคเรียน ที่ 1 ปีการศึกษา 2543 จ านวน 120 คน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 60 คน โดยให้กลุ่มทดลอง A เรียนจากเว็บเพจแบบเนื้อหาเลื่อนลงหน้าเดียว และกลุ่มทดสอง B เรียนจากเว็บเพจแบบเนื้อหาเปลี่ยนทีละหน้า ผลการวิจัยพบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของกลุ่มทดลองทั้งสองกลุ่มไม่มีความ แตกต่างกันแต่มีความพึงพอใจต่อรูปแบบเว็บเพจทั้งสองรูปแบบใน ระดับมาก การวิจัย ของจิตติมา พุทธเจริญ ตังกล่าวแสดงว่าในรูปแบบการน าเสนอทั้งสองแบบล้วนแล้วแต่ ให้ผลถึงความพึงพอใจ ในการใช้สื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอนในระดับสูงทั้งสิ้น ซึ่งผู้วิจัยใช้เป็นตัวแปรในการ วิจัยครั้งนี้ คือ ความพึงพอใจด้านรูปแบบ วันเพ็ญ พวงมะลิ (2543) ได้ศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียน ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ใช้เกมและการ์ตูนเรื่องประกอบการสอนตามคู่มือครู (ซึ่งเป็นการสอนแบบสืบเสาะหา ความรู้) แล้วท าการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ใช้เกมประกอบการสอนตามคู่มือครูกับการสอนโดยใช้การ์ตูนเรื่อง ประกอบการสอนตามคู่มือครู ตลอดจนศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีต่อการการเรียนโดยใช้เกมและการ์ตูนเรื่อง ประกอบการสอนตามคู่มือครู มีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ เรื่อง หญิงและชาย สูงกว่าก่อน การสอนอย่างมีนัยส าคัญที่ระดับ .01 และนักเรียนมีความคิดเห็นต่อการสอน โดยใช้เกมและการ์ตูน ประกอบการสอนตามคู่มือครูอยู่ในระดับดี
ขอบเขตของการวิจัย 1. ก าหนดประชากรที่ศึกษา ก าหนดกลุ่มประชากรที่ศึกษา คือ นักศึกษาสาขางานยานยนต์ ระดับชั้นประกาศนียบัตร วิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) วิทยาลัยเทคโนโลยีโปลิเทคนิคลานนาเชียงใหม่ จ านวน 150 คน ในรายวิชา วิทยาศาสตร์ 7 โดยใช้วิธีการสุ่มอย่างง่าย 2. ตัวแปรที่ต้องการศึกษา 1) ตัวแปรต้น คือ บทเรียนการสอนผ่านสื่อ PowerPoint เรื่อง แรง มวลและการเคลื่อนที่ 2) ตัวแปรตาม คือ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ประสิทธิภาพของสื่อการสอน และความพึง พอใจของนักศึกษาผ่านการเรียนรู้โดยการใช้สื่อการสอน PowerPoint เรื่อง แรง มวลและการ เคลื่อนที่ ที่สร้างขึ้น 3) ตัวแปรควบคุม คือ สื่อการสอน PowerPoint, แบบทดสอบก่อน-หลังเรียน, แบบสอบถามความพึงพอใจ เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย ประกอบด้วย 1. บทเรียนการสอนผ่านสื่อ PowerPoint เรื่อง แรง มวล และการเคลื่อนที่ ซึ่งมีการอธิบายเนื้อหา เกี่ยวกับหัวข้อต่อไปนี้ 1) แรง 2 ) กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 3) กฎการเคลื่อนที่ข้อที่สองของนิวตัน 4) กฎการเคลื่อนที่ข้อที่สามของนิวตัน 5) น ้าหนัก 6) กฎแรงดึงดูดระหว่างมวลของนิวตัน 7) จุดศูนย์กลางมวลและจุดศูนย์กลางของความโน้มถ่วง 8) แรงเสียดทาน 9) การน ากฎการเคลื่อนที่ของนิวตันไปใช้ 2. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ก่อน-หลังเรียน เรื่อง แรง มวล และการเคลื่อนที่ จ านวน 20 ข้อ 4 ตัวเลือก 3. แบบสอบถามความพึงพอใจผู้เรียนต่อการใช้บทเรียน ผ่านสื่อ PowerPoint เรื่อง แรง มวลและ การเคลื่อนที่ มี 5 ระดับ (Rating Scale)
การเก็บรวบรวมข้อมูล ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้ คณะผู้ท าวิจัยได้ใช้เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลทั้งหมด 3 ชุด ดังนี้ 1. บทเรียนการสอนผ่านสื่อ PowerPoint เรื่อง แรง มวลและการเคลื่อนที่ คณะผู้ท าวิจัยได้ท าการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง แล้วสร้างบทเรียนการสอนผ่านสื่อ PowerPoint เรื่อง แรง มวล และการเคลื่อนที่ และน าไปใช้กับกลุ่มตัวอย่าง 2. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง แรง มวลและการเคลื่อนที่ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ก่อนและหลังเรียน คณะผู้ท าวิจัยด าเนินการตามขั้นตอนดังนี้ 1) สร้างตารางวิเคราะห์หลักสูตรเพื่อพิจารณาความสอดคล้องระหว่างเนื้อหากับ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมทั้ง 3 ด้าน โดยออกแบบทดสอบให้ครอบคลุมและวัดประเมินผลได้ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ความรู้ ความเข้าใจ และการน าไปใช้ 2) น าแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สร้างขึ้นตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิง เนื้อหาพิจารณาตรวจสอบข้อสอบว่าวัดได้ตามจุดประสงค์หรือไม่ 3) น าแบบทดสอบที่ปรับปรุงแก้ไขแล้ว จ านวน 20 ข้อ ไปทดลองใช้ (Tryout) กับ นักศึกษาสาขางานยานยนต์ ระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) วิทยาลัยเทคโนโลยีโป ลิเทคนิคลานนาเชียงใหม่ จ านวน 145 คน ในรายวิชาวิทยาศาสตร์ 7 4) น ากระดาษค าตอบมาตรวจให้คะแนน โดยให้1 คะแนน ส าหรับข้อที่นักเรียนตอบถูกให้ 0 คะแนนส าหรับข้อที่นักเรียนตอบผิด ไม่ตอบหรือตอบเกิน 1 ค าตอบ เมื่อตรวจให้คะแนนแล้ว น ามาวิเคราะห์หาคุณภาพของแบบทดสอบ 3. แบบสอบถามความพึงพอใจ เพื่อต้องการทราบความคิดเห็นหรือข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความสนใจ ปัญหา ความต้องการ และ เรื่องราวต่างๆ ของนักศึกษาระหว่างการเรียนการสอน คณะผู้ท าวิจัยได้สร้างแบบสอบถามความพึงพอใจ เพื่อเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บเกี่ยวข้อมูล เกี่ยวกับความสนใจ ปัญหา ความต้องการ และเรื่องราวต่างๆ เพื่อจะได้น าไปพัฒนา ปรับปรุง ให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นต่อไป โดยมีเกณฑ์การให้ คะแนน 5 ระดับ ดังนี้ ระดับ 1 พึงพอใจน้อยที่สุด ระดับ 2 พึงพอใจน้อย ระดับ 3 พึงพอใจปานกลาง ระดับ 4 พึงพอใจมาก ระดับ 5 พึงพอใจมากที่สุด
การวิเคราะห์ข้อมูล 1. วิเคราะห์ผลจากข้อมูลทั้ง 3 ชุด โดยการหาร้อยละ 2. วิเคราะห์คะแนนของนักศึกษาจากแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยการหาค่าความถี่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 3. วิเคราะห์คะแนนแบบสอบถามความพึงพอใจผู้เรียนต่อการใช้บทเรียนผ่านสื่อ PowerPoint เรื่อง แรง มวลและการเคลื่อนที่ โดยการหา ค่าความถี่ ค่าเฉลี่ย ผลการวิเคราะห์มูลส าคัญ ตารางที่ 1 แสดงค่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (ก่อนเรียน) คะแนน (x) จ านวน (f) fx X - (X - )2 f(X - )2 20 0 0 13.35 178.14 0.00 19 0 0 12.35 152.45 0.00 18 0 0 11.35 128.75 0.00 17 0 0 10.35 107.06 0.00 16 0 0 9.35 87.37 0.00 15 0 0 8.35 69.67 0.00 14 0 0 7.35 53.98 0.00 13 2 26 6.35 40.28 80.57 12 1 12 5.35 28.59 28.59 11 6 66 4.35 18.90 113.38 10 14 140 3.35 11.20 156.83 9 25 225 2.35 5.51 137.71 8 24 192 1.35 1.81 43.55 7 17 119 0.35 0.12 2.05 6 12 72 -0.65 0.43 5.12 5 10 50 -1.65 2.73 27.32 4 13 52 -2.65 7.04 91.50 3 9 27 -3.65 13.34 120.10 2 6 12 -4.65 21.65 129.90
คะแนน (x) จ านวน (f) fx X - (X - )2 f(X - )2 1 5 5 -5.65 31.96 159.78 0 6 0 -6.65 44.26 265.57 ผลรวม 150 998 1,005.25 1,361.97 จ านวนนักศึกษาที่สอบ 150 คน คิดเป็น 100 % จ านวนนักศึกษาที่สอบผ่าน 23 คน คิดเป็น 15.33 % จ านวนนักศึกษาที่สอบไม่ผ่าน 127 คน คิดเป็น 84.67 % ค่าเฉลี่ยเลขคณิต (Mean) = 6.65 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 9.08 ตารางที่ 2 แสดงค่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (หลังเรียน) คะแนน (x) จ านวน (f) fx X - (X - )2 f(X - )2 20 0 0 8.23 67.68 0.00 19 0 0 7.23 52.23 0.00 18 1 18 6.23 38.78 38.78 17 5 85 5.23 27.32 136.61 16 4 64 4.23 17.87 71.47 15 9 135 3.23 10.41 93.72 14 13 182 2.23 4.96 64.47 13 17 221 1.23 1.51 25.59 12 20 240 0.23 0.05 1.03 11 32 352 -0.77 0.60 19.12 10 35 350 -1.77 3.14 110.02 9 10 90 -2.77 7.69 76.90 8 2 16 -3.77 14.24 28.47 7 1 7 -4.77 22.78 22.78 6 1 6 -5.77 33.33 33.33
คะแนน (x) จ านวน (f) fx X - (X - )2 f(X - )2 5 0 0 -6.77 45.87 0.00 4 0 0 -7.77 60.42 0.00 3 0 0 -8.77 76.97 0.00 2 0 0 -9.77 95.51 0.00 1 0 0 -10.77 116.06 0.00 0 0 0 -11.77 138.60 0.00 ผลรวม 150 1,766 836.01 722.29 จ านวนนักศึกษาที่สอบ 150 คน คิดเป็น 100 % จ านวนนักศึกษาที่สอบผ่าน 136 คน คิดเป็น 90.67 % จ านวนนักศึกษาที่สอบไม่ผ่าน 14 คน คิดเป็น 9.33 % ค่าเฉลี่ยเลขคณิต (Mean) = 11.77 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน = 5.15 และจากแบบสอบถามความพึงพอใจในการเรียน โดยใช้สื่อ PowerPoint เรื่อง แรง มวล และการ เคลื่อนที่ ในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง พบว่า นักศึกษามีความเข้าใจสนใจและมีเจตคติที่ดีกับสื่อที่ น ามาใช้ประกอบการเรียนการสอนมากกว่าร้อยละ 60 อภิปรายและสรุปผลการวิจัย การวิจัยในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อน-หลังเรียนของ นักศึกษาผ่านการเรียนรู้ โดยการใช้สื่อการสอน PowerPoint เรื่อง แรง มวลและการเคลื่อนที่ ที่สร้างขึ้น สื่อ การสอนที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพที่ดี เหมาะสม และเพื่อศึกษาความพึงพอใจในการเรียนรู้ของผู้เรียนที่มี ต่อบทเรียนผ่านสื่อ PowerPoint กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ นักศึกษาสาขางานยานยนต์ ระดับชั้น ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) วิทยาลัยเทคโนโลยีโปลิเทคนิคลานนาเชียงใหม่ จ านวน 145 คน ใน รายวิชาวิทยาศาสตร์ 7 โดยใช้วิธีการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ บทเรียนการสอนผ่านสื่อ PowerPoint เรื่อง แรง มวล และการเคลื่อนที่ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ก่อน-หลังเรียน และแบบสอบถาม ความพึงพอใจ ซึ่งวิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าร้อยละ ค่าความถี่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน จากผลการวิจัยพบว่า
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนของนักศึกษาโดยการใช้สื่อการสอน PowerPoint เรื่อง แรง มวล และการเคลื่อนที่ ที่สร้างขึ้น สูงกว่าผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน นักศึกษามีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนการสอนผ่านการเรียนรู้ โดยการใช้สื่อการสอน PowerPoint เรื่อง แรง มวลและการเคลื่อนที่ ที่สร้างขึ้น อยู่ในระดับมาก และมีเจตคติที่ดีกับสื่อที่น ามาใช้ ประกอบการเรียนการสอนมากกว่าร้อยละ 60 ข้อเสนอแนะ 1. มีการพัฒนาสื่อ และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ประกอบการเรียนการสอนมากขึ้น 2. มีรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่มีความหลากหลาย ประโยชน์ที่ได้รับจากการวิจัย 1. นักศึกษามีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยการใช้สื่อการสอน PowerPoint ที่สร้างขึ้น เรื่อง แรง มวล และการเคลื่อนที่ โดยคะแนนสอบหลังเรียนสูงกว่าคะแนนสอบก่อนเรียน 2. สื่อPowerPoint ที่ใช้ประกอบในกิจกรรมการเรียนการสอนเป็นสื่อที่มีประสิทธิภาพที่ดี มีความ เหมาะสม 3. นักศึกษามีความพึงพอใจต่อบทเรียน การสอนผ่านสื่อ PowerPoint เรื่อง แรง มวล และการ เคลื่อนที่ อยู่ในระดับพึงพอใจมาก บรรณานุกรม กรมวิชาการกระทรวงศึกษาธิการ.(2545). คู่มือพัฒนาสื่อการเรียนรู้.กรุงเทพฯ. กมล และนิตยา เวียสุวรรณ.(2544). แนวคิดการพัฒนาสื่อการเรียนการสอน.กรุงเทพฯ: ต้นอ้อ1999 จ ากัด. กิดานันท์ มลิทอง.(2544). สื่อการสอนและฝึกอบรมจากสื่อพื้นฐานถึงสื่อดิจิทัล.ห้างหุ้นส่วนจ ากัดอรุณการ พิมพ์,กรุงเทพฯ. ชัยยงค์ พรหมวงศ์, สมเชาว์ เนตรประเสริฐ,สุดา สินสกุล. (2520).ระบบสื่อการสอน. คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมธิราช.(2540).การพัฒนาแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน.เอกสาร ประกอบการสอนบัณฑิตสาขาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมธิราช เยาวดี วิบูรณ์ศรี.(2540).การวัดผลและการสร้างแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์.(พิมพ์ครั้งที่2).กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.