1. ศ กยภาพในการสร างพ นธม ตรทางเศรษฐก จในภ ม ภาค

16 

Loading....

Loading....

Loading....

Loading....

Loading....

Full text

(1)

บทสรุปผูบริหาร

รศ.ดร.โสตถิธรมัลลิกะมาส1 คณะเศรษฐศาสตรจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย งานวิจัยฉบับนี้เปนการศึกษาศักยภาพและผลกระทบในการจัดตั้งเขตการคาเสรีของไทยในอนาคตทั้งที่เปน ขอตกลงในรูปแบบทวิภาคีไดแกเขตการคาเสรีไทย-ออสเตรเลีย,ไทย-นิวซีแลนดและไทย-อินเดียรวมทั้งขอตกลงในรูปแบบ หลายฝายไดแกอาเซียน-จีน, อาเซียน-ญี่ปุนอาเซียนเกาหลีและอาเซียน+3

การศึกษาผลกระทบนี้อาศัยโปรแกรม Global Trade Analysis Project (GTAP) version 4.0 ซึ่งเปน

แบบจําลองประเภท Computable General Equilibrium Model โดยแบบจําลองประกอบไปดวยภาคการผลิต 50 ภาค

เขตเศรษฐกิจ 45 เขตโดยแบบจําลองใชโครงสรางการผลิตจากตารางปจจัยการผลิตผลผลิต (IO) ป 1995 การศึกษา ผลกระทบการจัดตั้งเขตการคาเสรีนี้สมมติใหปรับลดอัตราภาษีนําเขาใหเหลือรอยละ 0 ในภาคเกษตรและอุตสาหกรรม (โดย ไมไดรวมภาคบริการ) โดยในการศึกษานี้ใชอัตราภาษีนําเขาณสิ้นปค.ศ. 1999 1. ศักยภาพในการสรางพันธมิตรทางเศรษฐกิจในภูมิภาค ในชวงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 การเปดเสรีทางการคาและการลงทุนระหวางประเทศมีแนวโนมเพิ่มขึ้นอยาง ตอเนื่องทั้งรูปแบบพหุภาคีในกรอบองคการการคาโลก (WTO) หรือในรูปแบบเขตการคาเสรีในระดับภูมิภาคเชนสหภาพ

-ยุโรป (EU), NAFTA และ APEC เปนตนโดยในชวง 10 ปที่ผานมาเขตการคาเสรีเปนกลยุทธสําคัญในการเสริมสราง

พันธมิตรในการคาระหวางประเทศ (ดูรูปที่ 1) โดยประเทศที่อยูในภูมิภาคเดียวกันมักจะมีแนวโนมที่จะจัดตั้งเขตการคาเสรี รวมกันสืบเนื่องจากเหตุผลทางเศรษฐกิจการเมืองวัฒนธรรมและประวัติศาสตร รูปที่ 1: จํานวนการรวมกลุมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นในแตละชวงเวลา 1ผูวิจัยขอขอบคุณรศ.ดร.ขวัญใจอรุณสมิทธิ์, คุณศรีรัตนรัษฐปานะ, ผูเชี่ยวชาญจากภาควิชาการและเอกชนในการใหขอเสนอแนะและสนับสนุน งานวิจัยฉบับนี้ตลอดจนขอขอบคุณผูชวยวิจัยทุกทานที่มีสวนสําคัญทําใหงานนี้สําเร็จไปดวยดี 0 5 10 15 20 25 30 35 1948-1954 1955-1959 1960-1964 1965-1969 1970-1975 1976-1980 1981-1984 1985-1989 1990-1994 1995-1996 1997-1998 จํานวน

(2)

สําหรับประเทศในแถบภูมิภาคเอเชีย ซึ่งมักขาดการรวมกลุมทางเศรษฐกิจ หรือสรางพันธมิตรทางเศรษฐกิจ และการเมืองอยางเปนรูปธรรม ทําใหมักเสียเปรียบในการเจรจาตอรองทางการคาระหวางประเทศ ตารางที่ 1: ศักยภาพทางการคาระหวางประเทศในภูมิภาค ที่มา: Frankel (1997)2 ในการพัฒนาศักยภาพในการหาพันธมิตรทางเศรษฐกิจระหวางประเทศ พบวาประเทศในภูมิภาคเอเชียและ โอเชียเนียมีศักยภาพสูงทั้งในดานขนาดตลาดและอัตราการเจริญเติบโตของระบบเศรษฐกิจ นอกจากนั้นพบวาในระหวางปค.ศ. 1990-2000 อัตราการเจริญเติบโตของการคาระหวางประเทศของไทยกับ ประเทศในภูมิภาคเอเชีย และโอเชียเนีย อยูในระดับที่สูงกวาการคากับภูมิภาคอื่นๆ โดยเฉพาะอยางยิ่งอัตราการเจริญเติบโต ทางการคาระหวางไทยกับจีน และประเทศสมาชิกอาเซียน เพิ่มขึ้นถึง 7 เทา และ 5.2 เทา ตามลําดับ รูปที่ 2: มูลคาการคาระหวางประเทศของไทยกับประเทศในภูมิภาคโดยเปรียบเทียบระหวางปค.ศ. 2000 และ19903 2

Jeffrey A. Frankel. 1997. “Regional Trading Blocs: in the world economic system”. Institute for International Economics.

3คํานวณจาก

UNCTAD’s database.

THA CHN JPN KOR AUS NZL IND

ประชากร (ลานคน) 60.7 1,300 126.9 47.3 19.2 3.8 1,000 GDP ($mil) 122.2 1,100 4,800 457.2 390.1 49.9 457.0

GDP Growth 4.3 7.9 2.4 8.8 1.9 2.5 3.9

GNI per Capita ($US) 2,000 840 35,620 8,910 20,240 12,990 450 ประตูทางการคา AFTA - - - CER CER South Asia

3 . 7 5 . 2 3 . 9 2 . 8 4 . 0 3 . 0 2 . 5 7 . 1 4 . 7 0 1 2 3 4 5 6 7 8 W o r ld A S E A N A S E A N + 3 C H N J P N A U S N Z L I N D E U เ ท า

(3)

อยางไรก็ดีมูลคาการคาระหวางไทยกับประเทศในแถบภูมิภาคยังอยูในระดับที่ต่ํามากกลาวคือในปค.ศ. 2001 มูลคาการสงออกของไทยไป จีน, อินเดียและออสเตรเลียเทากับ 4.4%, 0.7% และ 2.1% ของมูลคาสงออกรวมของ ไทยในขณะที่การนําเขาของไทยจากประเทศเหลานี้อยูในระดับ 6.0%, 1.1% และ 2.2% ซึ่งนับวาอยูในระดับที่ต่ําเชนกัน ดังนั้นจะเห็นไดวามีเพียงการคากับญี่ปุนเทานั้นที่มีมูลคาอยูในระดับที่สูง รูปที่ 3: สัดสวนมูลคาการคาระหวางประเทศของไทยกับประเทศในภูมิภาคเมื่อเปรียบเทียบกับมูลคาการคาโดยรวมของไทย (%) 2.อุปสรรคทางการคาระหวางประเทศ เหตุผลประการหนึ่งที่สําคัญซึ่งเปนอุปสรรคทางการคาระหวางไทยกับประเทศในภูมิภาคเหลานี้คือการที่ อัตราการกีดกันทางการคาทั้งที่อยูในรูปภาษีนําเขาและไมใชภาษีนําเขาอยูในระดับที่สูงในกรณีของอัตราภาษีนําเขาพบวา ประเทศจีนและอินเดียมีการเก็บภาษีนําเขาตอสินคาไทยในระดับสูงถึง 44.71% และ 24.63% ในขณะที่อัตราภาษีนําเขา ของไทยในปค.ศ.1999 อยูในระดับประมาณ 7.12% และ 13.90% ตามลําดับ สําหรับการกีดกันที่ไมใชภาษีประเทศจีน, ออสเตรเลียและอินเดียมีอัตราการกีดกัน (incident rate ซึ่งหมายถึงสัดสวนประเภทสินคาที่มีการกีดกัน) อยูในระดับที่สูง ประมาณ 77.9%, 34.3% และ 27.2% ตามลําดับ ตารางที่ 2: อัตราการกีดกันทางการคาระหวางประเทศ (%)

CHN IND JPN KOR AUS NZL

Tariff of others on Thai (%) 44.71 24.63 5.82 6.83 1.70 3.22 Tariff of Thai on others (%) 12.19 9.43 13.90 14.23 7.12 8.88 NTM of others on Thai (%) 77.92 27.25 10.23 7.59 34.30 1.72 NTM of Thai on others (%) 22.34 30.85 10.80 18.12 17.69 37.13 4 . 4 0 . 7 1 5 . 3 1 . 9 2 . 1 0 . 3 6 . 0 1 . 1 2 2 . 4 3 . 4 2 . 2 0 . 3 0 5 1 0 1 5 2 0 2 5 C H N I N D J P N K R A U S N Z L E x p o r t I m p o r t

(4)

3.ผลกระทบของการจัดตั้งเขตการคาเสรี ในการศึกษานี้ เปนการศึกษาผลกระทบของการจัดตั้งเขตการคาเสรีในกรณีที่มีการปรับลดอัตราภาษีนําเขา เหลือ 0% ระหวางประเทศสมาชิก 3.1ผลกระทบตอโครงสรางการคาระหวางประเทศ การศึกษาพบวาการจัดตั้งเขตการคาเสรีจะมีผลตอการเปลี่ยนแปลงโครงสรางการคาระหวางประเทศของไทย ในระดับสูง กลาวคือ รูปที่ 4: ผลกระทบตอมูลคาการสงออกและนําเขาของไทยกับประเทศสมาชิกจากการจัดตั้งเขตการคาเสรีตางๆ(%) Trade creation • มูลคาการสงออกของไทยกับประเทศสมาชิกเขตการคาเสรีจะเพิ่มขึ้นในระดับสูงโดยเฉพาะอยางยิ่งเขตการคาเสรีไทย -อินเดีย 113.87% และเขตการคาเสรีอาเซียน-จีน 63.33% ซึ่งทั้งสองประเทศนั้นมีอัตราภาษีนําเขาในระดับสูงและมี ขนาดตลาดที่ใหญ • มูลคาการนําเขาของไทยกัยประเทศสมาชิกจะเพิ่มขึ้นในระดับสูงโดยเฉพาะอยางยิ่งเขตการคาเสรีไทย-ออสเตรเลีย, ไทย-เกาหลี, อาเซียน-เซอรและอาเซียน-ญี่ปุนทั้งนี้เนื่องจากประเทศไทยมีอัตราภาษีนําเขาในระดับสูง และพึ่งพาการ นําเขาสินคาทุนและเทคโนโลยีจากประเทศเหลานี้ • นอกจากมูลคาการคาระหวางประเทศสมาชิกเขตการคาเสรีแลวมูลคาการคาของไทยกับประเทศนอกสมาชิกอาทิเชน สหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปยังมีแนวโนมเพิ่มขึ้นในกรณีเขตการคาเสรีอาเซียน-ญี่ปุน, อาเซียน+3, อาเซียน-เกาหลี และอาเซียน-เซอรทั้งนี้เนื่องจากการจัดตั้งเขตการคาเสรีนําไปสูตนทุนการผลิตที่ลดลงของไทยสงผลใหความสามารถใน ตลาดโลกของไทยมีสูงขึ้น Trade diversion • ในกรณีของเขตการคาเสรีอาเซียน-จีนประเทศไทยสามารถสงออกไปยังจีนไดในระดับสูงสงผลใหการสงออกของไทยไป ยังสหรัฐและสหภาพยุโรปมีแนวโนมลดลง 6 3 . 3 1 1 3 . 9 3 3 . 2 2 2 . 2 5 5 . 0 7 8 . 5 4 0 . 9 5 9 . 8 8 5 . 4 3 3 . 3 2 9 . 5 1 9 . 7 2 0 . 6 2 5 . 9 1 3 . 9 4 2 . 8 0 2 0 4 0 6 0 8 0 1 0 0 1 2 0 C H N I N D A U S N Z L C E R K R J P N A S E A N + 3 E x p o r t I m p o r t

(5)

รูปที่ 5: ผลกระทบตอมูลคาการสงออกของไทยกับสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปจากการจัดตั้งเขตการคาเสรีตางๆ (%)

Total trade impact

• โดยรวมเขตการคาเสรีทุกเขตสงผลใหมูลคาการคาของไทยไปยังตลาดโลกสูงขึ้นโดยเฉพาะอยางยิ่งเขตการคาเสรี อาเซียน-ญี่ปุนและอาเซียน+3 รูปที่ 6: การเปลี่ยนแปลงมูลคาการสงออกและนําเขาของไทยกับตลาดโลกภายใตเขตการคาเสรีตางๆ (%) 3.2 ผลกระทบตอราคาและตนทุนการผลิต รูปที่ 7: ผลกระทบตอราคาและตนทุนการผลิตในประเทศไทยจากการจัดตั้งเขตการคาเสรีตางๆ (%) 0 .3 0 .1 0 .2 7 .9 6 .5 0 .3 0 .1 0 .2 4 .7 - 1 .1 - 1 .5 1 .1 0 .9 6 .6 - 2 0 2 4 6 8 1 0 C H N A U S N Z L C E R K R J P N A S E A N + 3 U S E U 1.1 0.5 0.8 0.1 0.7 1.4 10.8 10.9 1.5 0.7 10.1 10.1 1.3 0.8 0.1 0.8 0 2 4 6 8 10 12

CHN IND AUS NZL CER KR JPN ASEAN+3

Export Import 0 .4 0 .1 - 0 .5 - 3 .1 - 3 .2 - 0 .2 - 0 .1 - 0 .0 3 - 3 .5 - 3 - 2 .5 - 2 - 1 .5 - 1 - 0 .5 0 0 .5 1 C H N IN D A U S N Z L C E R K R J P N A S E A N + 3

(6)

เนื่องจากระดับอัตราภาษีนําเขาของไทยจัดวาอยูในระดับที่คอนขางสูง ดังนั้นการปรับลดอัตราภาษีนําเขาจะทําให ตนทุนและราคาสินคาภายในประเทศลดลง โดยเฉพาะอยางยิ่งในกรณีการจัดตั้งเขตการคาเสรี 1) อาเซียน-ญี่ปุน (-3.07%) 2) อาเซียน+3 (-3.19%) 3) ไทย-สหรัฐอเมริกา (-0.55%) 4) อาเซียน-เกาหลี (-0.49%) และ 5) ไทย-ออสเตรเลีย (-0.11%) 3.3 ผลกระทบตอโครงสรางผลตอบแทนปจจัยการผลิต • การจัดตั้งเขตการคาเสรีสงผลใหคาแรงและคาเชาที่ดินของไทยมีแนวโนมสูงขึ้นโดยเฉพาะอยางยิ่งเขตการคาเสรี อาเซียน-จีนอาเซียน-ญี่ปุนและอาเซียน+3 ทั้งนี้เนื่องจากประเทศไทยสามารถสงออกสินคาเกษตรกรรมเชนขาวและ น้ําตาลในกรณีของอาเซียน-จีนและอาหารแปรรูป, สิ่งทอ และเครื่องแตงกายในกรณีของอาเซียน-ญี่ปุน ซึ่งสินคา เหลานี้ใชที่ดินและแรงงานอยางเขมขน • คาเชาสินคาทุนมีแนวโนมลดลงในระดับสูงในกรณีการจัดตั้งเขตการคาเสรีอาเซียน-ญี่ปุนอาเซียน+3 และอาเซียน -เกาหลีทั้งนี้เนื่องจากประเทศไทยพึ่งพาการนําเขาสินคาทุนจากประเทศเหลานี้ รูปที่ 8: ผลกระทบตอผลตอบแทนของปจจัยการผลิตของไทยภายหลังจากการจัดตั้งเขตการคาเสรีตางๆ (%) 3.4 ผลกระทบตอสินคาทุน • การจัดตั้งเขตการคาเสรีสงผลใหเศรษฐกิจไทยมีการขยายตัวและคาเชาสินคาทุนมีแนวโนมลดลงสงผลใหการลงทุน ภายในประเทศมีแนวโนมเพิ่มขึ้นทําใหสินคาทุนมีระดับที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะอยางยิ่งในกรณีเขตการคาเสรีอาเซียน-ญี่ปุน และอาเซียน+3 0 .9 1 0 .0 0 .3 0 .1 8 .1 1 7 .3 0 .4 0 .4 0 .0 0 .2 0 .3 3 .9 3 .6 0 .5 - 0 .1 1 .0 - 0 .1 0 .0 - 0 .1 0 .0 - 0 .1 - 3 .3 - 3 .4 - 0 .4 -5 0 5 1 0 1 5 2 0 C H N IN D A U S N Z L C E R K R J P N A S E A N + 3 W a g e L a n d C a p ita l

(7)

รูปที่ 9: ผลกระทบตอสินคาทุนของไทยภายใตเขตการคาเสรีตางๆ 3.5 ผลกระทบตอสวัสดิการสังคม • ผลกระทบของการจัดตั้งเขตการคาเสรีตอสวัสดิการสังคมของไทยอาจแบงไดออกเปน 3 กลุมโดยเขตการคาเสรีที่มี ผลกระทบตอสวัสดิการสังคมของไทยในระดับสูงไดแกเขตการคาเสรีอาเซียน-ญี่ปุน ($6848.54 ลาน) และอาเซียน+3 ($6119.53 ลาน) ในขณะที่ผลกระทบในระดับกลางไดแกเขตการคาเสรีอาเซียน-จีน ($422.33 ลาน), ไทย-อินเดีย ($545.21 ลาน) และเขตการคาเสรีที่มีผลกระทบตอสวัสดิการสังคมของไทยในระดับต่ําไดแกเขตการคาเสรีอาเซียน -เซอร($149.18 ลาน ), ไทย-ออสเตรเลีย ($349.04 ลาน) และไทย-นิวซีแลนด ($16.48 ลาน) • ผลประโยชนที่ไดจากเขตการคาเสรีของไทยซึ่งอาจแบงออกเปนประโยชนที่ไดรับจากการที่ประเทศสมาชิกเปดตลาด ใหแกไทยและประโยชนที่ไดจากการที่ไทยเปดตลาดการคาใหประเทศสมาชิกจากการศึกษาพบวาการจัดตั้งเขตการคา เสรีตางๆนั้นสวนใหญแลวประเทศจะไดรับประโยชนจากการที่ประเทศสมาชิกเปดตลาดใหแกไทยเปนสําคัญโดยเฉพาะ อยางยิ่งในกรณีเขตการคาเสรีไทย-อินเดีย, อาเซียน-จีน, ไทย-ออสเตรเลียและอาเซียน-เซอร • ในกรณีเขตการคาเสรีอาเซียน-ญี่ปุนและอาเซียน+3 ผลประโยชนตอสวัสดิการสังคมของไทยสวนใหญมาจากการที่ไทย ปรับลดอัตราภาษีนําเขาแกสินคาของประเทศญี่ปุนซึ่งทําใหตนทุนในการผลิตและราคาสินคาของไทยต่ําลงสงผลให ความสามารถในการแขงขันของไทยสูงขึ้น • เปนที่นาสังเกตวาสวัสดิการของไทยจะเพิ่มขึ้นมากกวาในกรณีของการจัดตั้งเขตการคาเสรีแบบทวิภาคีในระดับประเทศ ตอประเทศอาทิเชนในกรณีของไทย-จีนและไทย-ออสเตรเลียมากกวาในกรณีการจัดตั้งเขตการคาเสรีแบบทวิภาคีใน ระดับภูมิภาคตอภูมิภาคเชนในกรณีเขตการคาเสรีอาเซียน-จีนและอาเซียน-เซอร • ประเทศไทยจะไดรับผลกระทบทางดานลบตอสวัสดิการสังคมในกรณีที่มีการจัดตั้งเขตการคาเสรีระหวางญี่ปุนเกาหลี และจีน • ในกรณีการจัดตั้งเขตการคาเสรีอาเซียน+3 ญี่ปุนจะไดรับผลประโยชนจากการเปดตลาดของอาเซียนและจีนในขนาด ใกลเคียงกันในขณะที่เกาหลีและจีนจะไดรับประโยชนสวนใหญจากการที่ญี่ปุนเกาหลีและจีนเปดตลาดการคาใหแก กันเปนหลัก 0 . 8 0 . 5 0 . 6 0 . 0 0 . 4 0 . 9 9 . 5 8 . 8 0 2 4 6 8 1 0 1 2 C H N I N D A U S N Z L C E R K R J P N A S E A N + 3

(8)

รูปที่ 10: ผลกระทบตอสวัสดิการสังคมของไทยจากการจัดตั้งเขตการคาเสรีตางๆ (ลานเหรียญสหรัฐ)

3.6 ผลกระทบในระดับภาคการผลิต

การตั้งเขตการคาเสรีอาจมีผลกระทบตอภาคการผลิตไดทั้งในแงบวกซึ่งจะทําใหการผลิตมีการขยายตัวซึ่ง

อาจเกิดจาก 1) การปรับลดอัตราการกีดกันทางการคาของประเทศคูสัญญาทําใหการสงออกของไทยมีแนวโนมที่สูงขึ้น

(Trade Effect) 2) การปรับลดการกีดกันทางการคาของประเทศไทยทําใหตนทุนและราคาสินคาภายในประเทศลดลง (Cost Effect) หรือ 3) ความเชื่อมโยงของอุตสาหกรรมตนน้ํา-ปลายน้ําของภาคการผลิตนั้นกับภาคการผลิตอื่นๆซึ่งมีการขยายตัว (Activity Effect) ในขณะเดียวกันการจัดตั้งเขตการคาเสรีอาจสงผลกระทบดานลบตอภาคการผลิตไดเชนกันจาก 4) การ นําเขาเพื่อทดแทนการผลิตในประเทศจากการปรับลดการกีดกัน (Substitution Effect) เนื่องจากสินคานําเขามีราคาที่ต่ําลง 5) การปรับปรุงประสิทธิภาพในการผลิตจากการปรับโครงสรางทําใหประเทศไทยมีความสามารถในการแขงขันที่ลดลงใน -5 0 0 0 5 0 0 1 0 0 0 1 5 0 0 2 0 0 0 2 5 0 0 3 0 0 0 3 5 0 0 T H A IN D T H A C H N T H A A S E A N C H N In te rn a l E x te rn a l -5 0 0 0 5 0 0 1 0 0 0 1 5 0 0 2 0 0 0 T H A A U S T H A N Z L T H A A S E A N C E R In te rn a l E xte rn a l -5000 0 5000 10000 15000 20000 TH A A S EA N C H N TH A A SEA N JPN TH A A SEA N JP N C H N K O R

Internal External R egional

ASEAN-China ASEAN-Japan ASEAN-+3 ASEAN-China Thai-China Thai-India Thai-Australia

(9)

ตลาดโลก (Extra Competition Effect) และ 6) การโยกยายปจจัยการผลิตไปภาคการผลิตที่ไดรับประโยชนจากการคา

ระหวางประเทศ (Resource Constraint Effect)

(1) ผลกระทบทางดาน Trade Effect เขตการคาเสรีอาเซียน-จีนและไทย-จีน ขาวที่สีแลวและยางพารานาจะเปนสินคาเกษตรแปรรูปที่ไทยสามารถสงออกไปยังจีนไดสูงเนื่องจากไทยมี ตนทุนในการผลิตที่ต่ํากวาและในปจจุบันจีนมีอัตราภาษีนําเขาในระดับที่สูง เคมีภัณฑ, ยางและพลาสติก และเหล็กกลา เปนสินคาอุตสาหกรรมของไทยที่มีโอกาสสงออกไปจีนไดสูงขึ้น เนื่องจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนทําใหมีอุปสงคในสินคาเหลานี้เพิ่มขึ้นและไทยมีความไดเปรียบทางดานอัตราภาษี นําเขา นอกจากนี้ ในกรณีการปรับลดอัตราการกีดกันที่ไมใชภาษีสินคาไทยที่คาดวาจะไดรับประโยชนจากการ สงออกในระดับสูงไดแก ผลิตภัณฑจากหนัง, เหล็กกลาและน้ําตาล • เขตการคาเสรีอาเซียน-ญี่ปุน ผลิตภัณฑอาหารอื่นๆ และผลิตภัณฑเนื้อสัตวอื่นๆ จะเปนสินคาที่ไทยสงออกไปยังญี่ปุนไดสูง เนื่องจากการ ผลิตในประเทศไทยมีตนทุนที่ต่ําและญี่ปุนมีอัตราการนําเขาที่สูง สําหรับในกรณีการปรับลดอัตราการกีดกันที่ไมใชภาษีสินคาไทยที่คาดวาจะไดรับประโยชนจากการสงออกใน ระดับสูงไดแกผลิตภัณฑอาหารอื่นๆ, เครื่องและยาสูบ และพืชอื่นๆ • เขตการคาเสรีอาเซียน+3 ผลิตภัณฑอาหารอื่นๆ, ผลิตภัณฑเนื้อสัตวอื่นๆ และสิ่งทอ จะสามารถสงออกไปยังญี่ปุนไดเพิ่มขึ้น ในขณะที่ ขาวที่สีแลวน้ําตาลและสิ่งทอจะสามารถสงออกไปยังจีนไดในระดับที่สูง ในกรณีการปรับลดอัตราการกีดกันที่ไมใชภาษีสินคาไทยที่คาดวาจะไดรับประโยชนจากการสงออกใน ระดับสูงไดแกน้ําตาล, ผลิตภัณฑจากหนัง, ผลิตภัณฑอาหารอื่นๆและสิ่งทอ • เขตการคาเสรีไทย-ออสเตรเลียและอาเซียน-อารเซอรตาร สิ่งทอ, เครื่องแตงกายและผลิตภัณฑจากหนังของไทยจะสามารถสงออกไปยังออสเตรเลียไดสูงขึ้นเนื่องจาก เปนภาคการผลิตที่ใชแรงงานเขมขนซึ่งไทยมีตนทุนที่ต่ํากวาและออสเตรเลียมีระดับการกีดกันที่สูง สําหรับในกรณีการปรับลดอัตราการกีดกันที่ไมใชภาษีสินคาไทยที่คาดวาจะไดรับประโยชนจากการสงออกใน ระดับสูงไดแกผลิตภัณฑอาหารอื่นๆ, อุตสาหกรรมอื่นๆ, น้ํามันและไขมันจากพืชและขาวที่สีแลว • เขตการคาเสรีไทย-นิวซีแลนด ไทยไมไดรับประโยชนในดาน Trade Effect มากนักเนื่องจากอัตราภาษีนําเขาของประเทศนิวซีแลนดอยูใน ระดับที่ต่ําอยูแลวและนิวซีแลนดเปนตลาดที่เล็ก ในกรณีที่มีการปรับลดอัตราการกีดกันที่ไมใชภาษีสินคาไทยที่คาดวาจะไดรับประโยชนจากการสงออกใน ระดับสูงไดแกผลิตภัณฑจากหนัง

(10)

เขตการคาเสรีไทย-อินเดีย โลหะอื่นๆ, สิ่งทอ, เคมีภัณฑ,ยางและพลาสติกและยานยนตและชิ้นสวนจะเปนสินคาที่ไทยนาจะไดรับ ประโยชนในระดับสูงจากการปรับลดอัตราภาษีนําเขาของอินเดียที่ปจจุบันอยูในระดับที่คอนขางสูง นอกจากนี้ในกรณีการปรับลดอัตราการกีดกันที่ไมใชภาษีสินคาไทยที่คาดวาจะไดรับประโยชนจากการสงออก ในระดับสูงไดแก โลหะอื่นๆ, พืชอื่นๆ, และน้ําตาล (2) ผลกระทบทางดาน Cost Effect เขตการคาเสรีอาเซียน-จีนและไทย-จีน เครื่องจักรและอุปกรณอื่นๆ, อุปกรณไฟฟาและยานยนตและชิ้นสวนจะเปนภาคการผลิตของไทยที่ไดรับ ประโยชนจากการเปดเสรีในแงที่มีตนทุนในการผลิตลดลงเนื่องจากเปนสินคาอุตสาหกรรมที่ใชสินคาทุนเขมขนและใช เทคโนโลยีในระดับสูงจึงมีสัดสวนการนําเขาสินคาทุนและสินคาขั้นกลางในระดับสูง • เขตการคาเสรีอาเซียน-ญี่ปุน ผลิตภัณฑอาหารอื่นๆผลิตภัณฑจากหนังสิ่งทอและเครื่องแตงกายจะไดประโยชนจากการที่ตนทุนลดต่ําลง ซึ่งสงผลใหมีการสงออกเพิ่มขึ้น • เขตการคาเสรีอาเซียน-เกาหลี อุปกรณคมนาคมอื่นๆ, เครื่องจักรและอุปกรณอื่นๆและอุปกรณไฟฟาจะเปนภาคการผลิตของไทยที่ไดรับ ประโยชนจากการเปดเสรีในแงที่มีตนทุนในการผลิตลดลงเนื่องจากเปนสินคาอุตสาหกรรมที่ใชสินคาทุนเขมขนและใช เทคโนโลยีในระดับสูงจึงมีสัดสวนการนําเขาวัตถุดิบในระดับสูงในขณะที่ภาคผลิตภัณฑจากหนังและเครื่องแตงกายมีตนทุน ที่ลดลงซึ่งเปนผลมาจากการปรับลดอัตราภาษีนําเขาใหกับสิ่งทอ • เขตการคาเสรีอาเซียน+3 อุปกรณคมนาคมอื่นๆ, เครื่องจักรและอุปกรณอื่นๆและอุปกรณไฟฟาจะไดรับประโยชนจากการเปดเสรีในแง ที่มีตนทุนในการผลิตลดลงเนื่องจากเปนภาคการผลิตที่ใชสินคาทุนเขมขนและใชเทคโนโลยีในระดับสูงจึงมีสัดสวนการ นําเขาวัตถุดิบในระดับสูงในขณะที่ภาคผลิตภัณฑจากหนังและเครื่องแตงกายมีตนทุนที่ลดลงซึ่งเปนผลมาจากการปรับลด อัตราภาษีนําเขาใหกับสิ่งทอ • เขตการคาเสรีไทย-ออสเตรเลีย สิ่งทอเครื่องแตงกายเครื่องจักรและอุปกรณอื่นๆอุปกรณไฟฟาและอุตสาหกรรมอื่นๆของไทยจะมีตนทุนการ ผลิตและระดับราคาลดลงทั้งนี้เนื่องจากเปนภาคที่มีอัตราภาษีนําเขาอยูในระดับสูงและเปนสินคาอุตสาหกรรมที่ไทยนําเขา วัตถุดิบหรือสวนประกอบจากออสเตรเลียพอสมควร • เขตการคาเสรีไทย-นิวซีแลนด สิ่งทอเครื่องแตงกายและผลิตภัณฑจากหนังจะมีตนทุนการผลิตและระดับราคาลดลงทั้งนี้เนื่องจากเปน ภาคที่มีอัตราภาษีนําเขาอยูในระดับสูง • เขตการคาเสรีอาเซียน-อารเซอรตาร คลายกับเขตการคาเสรีไทย-ออสเตรเลียและไทย-นิวซีแลนดภาคการผลิตที่มีตนทุนและระดับราคาลดลง ไดแกเครื่องแตงกายสิ่งทอผลิตภัณฑจากหนังเครื่องจักรและอุปกรณอื่นๆและเหล็กกลา

(11)

เขตการคาเสรีไทย-อินเดีย ไมมีภาคการผลิตใดของไทยเลยที่ไดรับผลกระทบดานนี้ทั้งนี้เพราะประเทศไทยในปจจุบันไมไดพึ่งพาการ นําเขาสินคาทุนหรือสินคาขั้นกลางจากอินเดียนั่นเอง (3) ผลกระทบทางดาน Activity Effect เขตการคาเสรีอาเซียน-จีนและไทย-จีน การลดอัตราภาษีนําเขาของไทย (Internal Effect) ทําใหเกิดการขยายตัวของยานยนตและชิ้นสวนสงผลให เกิดอุปสงคตอวัตถุดิบของภาคการผลิตดังกลาวเพิ่มขึ้นอันไดแกเหล็กกลาและสงผลใหผลผลิตเพิ่มขึ้นในที่สุด • เขตการคาเสรีอาเซียน-ญี่ปุน การลดอัตราภาษีนําเขาของไทย (Internal Effect) ทําใหเกิดการขยายตัวของ เครื่องจักรและอุปกรณอื่นๆ, ผลิตภัณฑ-ปศุสัตว, ผลิตภัณฑอาหารอื่นๆและสิ่งทอสงผลใหเกิดอุปสงคตอวัตถุดิบของภาคการผลิตดังกลาวเพิ่มขึ้นอัน ไดแกเหล็กกลา, ฟารมปศุสัตว, น้ํามันและไขมันจากพืชและพืชเสนใยตามลําดับและสงผลใหผลผลิตเหลานี้เพิ่มสูงขึ้นใน ที่สุด • เขตการคาเสรีอาเซียน+3 การลดอัตราภาษีนําเขาของไทย (Internal Effect) ทําใหเกิดการขยายตัวของเครื่องจักรและอุปกรณอื่นๆ, เครื่องแตงกาย, อุปกรณไฟฟาและสิ่งทอสงผลใหเกิดอุปสงคตอวัตถุดิบของภาคการผลิตดังกลาวเพิ่มขึ้นอันไดแกเหล็กกลา, สิ่งทอ, โลหะอื่นๆและเคมีภัณฑ,ยางและพลาสติกตามลําดับและสงผลใหผลผลิตเหลานี้เพิ่มสูงขึ้นในที่สุด • เขตการคาเสรีอาเซียน-อารเซอรตาร การลดอัตราภาษีนําเขาของอารเซอรตาร (External Effect) ทําใหสิ่งทอ, เครื่องแตงกายและผลิตภัณฑจาก ไมของไทยสามารถสงออกไดเพิ่มขึ้นสงผลใหเกิดอุปสงคตอวัตถุดิบของภาคการผลิตดังกลาวเพิ่มขึ้นอันไดแกพืชเสนใย, ขน สัตวและไหม (ซึ่งเปนวัตถุดิบของสิ่งทอและเครื่องแตงกาย) และผลผลิตจากปา (ซึ่งเปนวัตถุดิบหลักของผลิตภัณฑจากไม) และสงผลใหผลผลิตของพืชเสนใยเพิ่มสูงขึ้นในที่สุด • เขตการคาเสรีไทย-อินเดีย การลดอัตราภาษีนําเขาของอินเดีย (External Effect) ทําใหสิ่งทอและยานยนตและชิ้นสวนของไทยสามารถ สงออกไดเพิ่มขึ้นสงผลใหเกิดอุปสงคตอวัตถุดิบของภาคการผลิตดังกลาวเพิ่มขึ้นอันไดแกพืชเสนใย (ซึ่งเปนวัตถุดิบของสิ่ง ทอ), เหล็กกลาและเครื่องจักรและอุปกรณอื่นๆ (ซึ่งเปนวัตถุดิบของยานยนตและชิ้นสวน) (4) ผลกระทบทางดาน Substitution Effect เขตการคาเสรีอาเซียน-จีน ไทยจะมีการนําเขาผักผลไมและเมล็ดถั่วและเมล็ดพืชน้ํามันจากจีนเพิ่มขึ้นภายหลังการเปดเสรีทั้งนี้เพราะ เปนภาคการผลิตที่เดิมไทยมีการเก็บภาษีนําเขาจากจีนในอัตราที่สูงรวมทั้งเปนสินคาเกษตรกรรมที่จีนมีความสามารถในการ แขงขันสูงเพราะมีคาจางแรงงานที่ถูกกวาไทย • เขตการคาเสรีอาเซียน-เกาหลี ไทยจะมีการนําเขายานยนตและชิ้นสวนผลิตภัณฑปโตรเลียมและถานหินและพืชอื่นๆจากเกาหลีเพิ่มขึ้น ภายหลังการเปดเสรีทั้งนี้เพราะเปนภาคการผลิตที่เดิมไทยมีการเก็บภาษีนําเขาจากเกาหลีในอัตราที่สูง

(12)

เขตการคาเสรีอาเซียน+3 และอาเซียน-ญี่ปุน ไทยจะมีการนําเขายานยนตและชิ้นสวนเพิ่มขึ้นเปนอยางมากภายหลังการเปดเสรีโดยสวนมากเปนการ นําเขาจากญี่ปุนทั้งนี้เพราะภาคยานยนตและชิ้นสวนเปนภาคที่ญี่ปุนมีศักยภาพในการแขงขันที่สูงมากนั่นเองนอกจากนี้เดิม ไทยยังมีการเก็บภาษีนําเขาจากญี่ปุนในอัตราที่สูงอีกดวย • เขตการคาเสรีอาเซียน-อารเซอรตาร, ไทย-ออสเตรเลียและไทย-นิวซีแลนด ไทยจะมีการนําเขาผลิตภัณฑนม, ฟารมปศุสัตวและผลิตภัณฑปศุสัตวจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด เพิ่มขึ้นเปนอยางมากภายหลังการเปดเสรีทั้งนี้เพราะเปนภาคการผลิตที่ออสเตรเลียและนิวซีแลนดมีศักยภาพในการแขงขันที่ สูงมากนั่นเองนอกจากนี้เดิมไทยยังมีการเก็บภาษีนําเขาภาคการผลิตเหลานี้ในอัตราที่สูงอีกดวย • เขตการคาเสรีไทย-อินเดีย ไทยจะมีการนําเขาแรธาตุอื่นๆผลิตภัณฑอาหารอื่นๆเชนเกลือ, ชา,พริกไทย และเครื่องแตงกายจาก อินเดียเพิ่มขึ้นภายหลังการเปดเสรีทั้งนี้เพราะเปนภาคการผลิตที่เดิมไทยมีการเก็บภาษีนําเขาจากอินเดียในอัตราที่สูง • เขตการคาเสรีไทย-สหรัฐอเมริกา ไทยจะมีการนําเขาเครื่องดื่มและยาสูบจากสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นเปนอยางมากภายหลังการเปดเสรีทั้งนี้ เพราะเปนภาคการผลิตที่เดิมไทยมีการเก็บภาษีนําเขาจากสหรัฐอเมริกาสูงที่สุด

(5) ผลกระทบทางดาน Extra Competition Effect เขตการคาเสรีไทย-จีนและอาเซียน-จีน หลังการเปดเสรีจะทําใหจีนมีตนทุนในการผลิตเครื่องแตงกายลดลงอยางมากทําใหไทยมีความสามารถใน การแขงขันลดลงเมื่อเทียบกับจีน • เขตการคาเสรีไทย-อินเดีย เชนเดียวกับกรณีเขตการคาเสรีไทย-จีนและอาเซียน-จีนหลังการปรับลดการกีดกันทางดานภาษีนําเขาของ อินเดียจะทําใหอินเดียมีตนทุนในการผลิตเครื่องแตงกายและอุตสาหกรรมอื่นๆลดลงทําใหไทยมีความสามารถในการ แขงขันลดลงเมื่อเทียบกับอินเดีย 4. ขอเสนอแนะเชิงนโยบาย จากการศึกษาศักยภาพและผลกระทบของการจัดตั้งเขตการคาเสรีขางตนพอจะสามารถนําเสนอแนวนโยบาย ในการจัดตั้งเขตการคาเสรีไดดังนี้ 4.1 แนวนโยบายในภาพรวมของการจัดตั้งเขตการคาเสรี จากผลการวิเคราะหผลกระทบของการจัดตั้งเขตการคาเสรีในรูปแบบตางๆสามารถนําไปสูแนวทางเชิงนโยบายใน การจัดตั้งเขตการคาเสรีดังนี้ (1.1)เปาหมายในการกําหนดนโยบายการจัดตั้งเขตการคาเสรีควรคํานึงถึงสวัสดิการสังคมเปนหลักไมควร คํานึงถึงเฉพาะการสงออกและนําเขาของไทยกับประเทศสมาชิกเขตการคาเสรีเทานั้น การคาระหวาง ประเทศที่เพิ่มขึ้นในระดับสูงอาจเกิดจากการเบี่ยงเบนทางดานการคาจากประเทศนอกกลุมสมาชิกได Welfare, not trade as objective

(13)

นอกจากนั้นเปาหมายที่ชัดเจนเปนสิ่งจําเปนเนื่องจากในทางปฏิบัติจําเปนตองมีการใหความสําคัญกอนหลัง สําหรับการจัดตั้งเขตการคาเสรีตางๆ (1.2)ควรมีการจัดตั้งเขตการคาเสรีเนื่องจากพบวาการปรับลดอัตราการกีดกันทางการคาไมวาจะเปนภาษีนําเขา และการกีดกันที่ไมใชภาษีสามารถนําไปสูสวัสดิการสังคมที่เพิ่มขึ้นของทุกๆประเทศสมาชิก (1.3)ควรเริ่มจัดทําในเวลาที่เร็วเพื่อใหไดประโยชนเต็มที่ ทั้งนี้เนื่องจากหากการปรับลดการกีดกันภายใตการ เจรจาในกรอบพหุภาคีขององคการการคาโลกดําเนินตอไป ผลประโยชนของการปรับลดอัตราการกีดกัน ภายใตเขตการคาเสรีตางๆมีนอยลง (1.4)การมีนโยบายทางการคาในลักษณะอยูกับที่โดยไมมีการปรับลดอัตราการกีดกันการคาหรือจัดตั้งเขตการคา เสรีใดๆอาจสงผลดานลบตอเศรษฐกิจไดในกรณีที่ประเทศอื่นๆจัดตั้งกลุมการคาเสรีขึ้น (1.5)การปรับลดอัตราการกีดกันควรเปนไปอยางคอยเปนคอยไปเนื่องจากภาคการผลิตบางภาคของไทยยังมี ความสามารถในการแขงขันต่ําไมพรอมที่จะแขงขันกับตางประเทศการปรับลดการกีดกันทางการคาของ ไทยควรคํานึงถึงตนทุนในการปรับตัว (Adjustment Cost) ซึ่งคาดวาจะมีในระดับสูงดวย (1.6)การจัดตั้งเขตการคาเสรีในรูปแบบทวิภาคีในระดับประเทศตอประเทศจะไดประโยชนในระดับที่สูงกวาการ จัดตั้งเขตการคาเสรีในรูปแบบทวิภาคีในระดับภูมิภาคตอภูมิภาคทั้งนี้เนื่องจากการจัดตั้งเขตการคาเสรีแบบ ทวิภาคีในระดับภูมิภาคตอภูมิภาคนั้นผลประโยชนทางการคาระหวางประเทศจะถูกเฉลี่ยกันไปตามประเทศ สมาชิกตางๆ (1.7)การจัดตั้งเขตการคาเสรีในกรอบตางๆตั้งแตกรอบองคการการคาโลก, เขตการคาเสรีในแบบหลายฝายและ เขตการคาเสรีในกรอบทวิภาคีควรมีความสอดคลองและลดหลั่นกันตามลําดับ (1.8)การจัดทําเขตการคาเสรีควรมีการปรับลดการกีดกันในลักษณะกวางขวางครอบคลุมทุกๆภาคการผลิตทั้งนี้ เพื่อไมใหเกิดการไดเปรียบหรือเสียเปรียบระหวางประเทศในการเจรจาการคาและไมใชเกิดการบิดเบือนใน การจัดสรรทรัพยากร (Distortion) (1.9)ควรมีการเจรจาปรับลดทั้งอัตราภาษีนําเขาและการกีดกันที่ไมใชภาษีควบคูกันไป (1.10) ในการเจรจาตอรองทางการคานั้นควรพิจารณาประโยชนที่ไทยไดรับจากการที่ประเทศคูสัญญาปรับลด

การกีดกันทางการคาใหไทย (External Effect) โดยเฉพาะในแง Trade Effect เปนหลักในขณะที่ไทยควร

ปรับลดอัตราการกีดกันในกรณีที่ไดประโยชนในดานตนทุน (Cost Effect) และควรมีการพิจารณาอยาง รอบคอบคอยเปนคอยไปในกรณีผลกระทบทางดานลบจากการทดแทนการนําเขา (Substitution Effect) (1.11) ไมควรปรับลดการกีดกันทางการคาในลักษณะฝายเดียว (Unilateral) ถึงแมวาจะไดประโยชนในแงตนทุน (Cost Effect) แตควรลดการกีดกันในลักษณะทวิภาคีหรือพหุภาคีเพราะไทยจะไดประโยชนจากการเจรจา ใหคูสัญญาปรับลดการกีดกันใหแกฝายเราดวยซึ่งไทยจะไดประโยชนในแง Trade Effect มาอีกทางหนึ่ง ดวย Positive Net Benefit Quick Start Standstill is a bad policy High Adjustment Cost È Gradual Approach Bilateral vs. Multilateral Consistency and Harmony across framework Comprehensive Coverage

Tariff & Non tariff External Effect

as main FTA benefit

No unilateral liberalization

(14)

(1.12) ในการจัดตั้งเขตการคาเสรีตางๆควรพิจารณาวางแผนการปรับลดการกีดกันใหสอดคลองประสานกันเปน แผนกลยุทธอันหนึ่งอันเดียวซึ่งจะทําใหไดประโยชนสูงสุดจากการเปดเสรี (1.13) ในการตอรองในการปรับลดการกีดกันทางการคานั้นอํานาจตอรองของประเทศขึ้นอยูกับผลประโยชน เปรียบเทียบจากการเปดตลาดของประเทศคูสัญญา รูปที่ 11: ผลกระทบตอสวัสดิการสังคมจากการที่ประเทศคูสัญญาปรับลดอัตราภาษีซึ่งแสดงถึงอํานาจการตอรอง (ลานเหรียญสหรัฐ) 4.2 แนวทางการเจรจาและสงเสริมการคาระหวางประเทศ (1) การเจรจาตอรองในการปรับลดการกีดกันทางการคา ประเทศไทยควรพิจารณาตอรองปรับลดการกีดกันในภาคการผลิตที่มีอัตราการกีดกันอยูในระดับสูง นอกจากนั้นในการเจรจาควรเนนการตอรองปรับลดการกีดกันในสินคาที่ประเทศไทยมีศักยภาพและโอกาสในการสงออกสูง หากมีการปรับลดการกีดกัน (2) การสงเสริมการสงออก ทั้งภาครัฐบาลและภาคเอกชนของไทยควรมีมาตรการในการสงเสริมการตลาดในสินคาที่ประเทศไทยมี ศักยภาพในการสงออกสูงจากการปรับลดการกีดกันของประเทศคูสัญญา (Trade Effect) อาทิเชนในกรณีอุตสาหกรรม อาหารแปรรูปทําการสงออกสินคาไปสูประเทศญี่ปุน, เกาหลีและสหรัฐอเมริกากรณีของอุตสาหกรรมที่ใชแรงงานเขมขน ไดแกเครื่องแตงกายและผลิตภัณฑจากหนังไปยังญี่ปุนสหรัฐอเมริกา เกาหลี และออสเตรเลีย หรือในกรณีของสินคาที่ใช Relative external welfare effect indicated bargaining power 5 5 5 .1 2 ,7 8 5 .7 1 ,1 9 1 .7 1 ,5 6 8 .5 3 ,0 8 7 .9 7 ,3 8 8 .5 2 ,2 3 5 .6 6 ,8 4 0 .26 ,5 5 6 .2 1 ,0 1 3 .2 -1 0 6 .8 -1 0 0 0 0 1 0 0 0 2 0 0 0 3 0 0 0 4 0 0 0 5 0 0 0 6 0 0 0 7 0 0 0 8 0 0 0 T H A A S E A N C H N T H A A S E A N J P N T H A A S E A N J P N C H N K O R 2 7 7 .1 7 9 3 .6 1 6 4 3 .3 2 7 4 .5 4 6 1 .3 1 7 .8 6 0 .8 5 3 6 .0 1 8 5 .8 0 2 0 0 4 0 0 6 0 0 8 0 0 1 0 0 0 1 2 0 0 1 4 0 0 1 6 0 0 1 8 0 0 T H A A S E A N C E R T H A A U S T H A N Z L T H A IN D Synergy among FTAs

(15)

เทคโนโลยีระดับสูงซึ่งไทยมีตนทุนที่ไดเปรียบไดแกอุปกรณไฟฟา หรือยานยนตและชิ้นสวนไปยังอินเดีย, สหรัฐอเมริกา, ญี่ปุนและออสเตรเลียเปนตน (3) ชะลอการปรับลดการกีดกันของไทยในภาคการผลิตที่ไดรับผลกระทบดาน Substitution Effect จากการศึกษาพบวาภาคการผลิตของไทยบางภาคอาจไดรับผลกระทบจากการนําเขาเพื่อทดแทนการผลิตใน ประเทศในระดับสูง (Substitution Effect) ซึ่งจะมีผลทําใหผลผลิตนั้นๆลดลงในกรณีที่ภาคการผลิตไมพรอมตอการปรับตัว เนื่องจากตนทุนในการปรับตัวสูง (Adjustment Cost) อาทิเชนยังไมสามารถโยกยายแรงงานไปสูภาคการผลิตอื่นๆไดหรือมี ตนทุนคงที่ในระดับสูงดังนั้นในการเจรจาตอรองทางการคาอาจพยายามชะลอการเปดเสรีทางการคาในภาคการผลิตดังกลาว 4.3 แนวทางการสงเสริมและปรับปรุงโครงสรางอุตสาหกรรมและแรงงาน (1) ภาครัฐควรใหขอมูลแกภาคการผลิตและแรงงานในมาตรการจัดตั้งเขตการคาเสรีตางๆผลกระทบที่อาจ เกิดขึ้นและกรอบเวลาที่ชัดเจนลวงหนาเพื่อใหผูผลิตและแรงงานเตรียมพรอม (2) ภาครัฐควรมีมาตรการชวยเหลือหรือชะลอการจัดมาตรการเปดเสรีในกรณีที่มีตนทุนการปรับตัวในระดับสูง อาทิเชนการจัดตั้งศูนยฝกอบรมเพื่อใหแรงงานสามารถโยกยายภาคการผลิต (3) ควรมีการเรงปรับปรุงประสิทธิภาพในการผลิตเพื่อใหทันกับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นกับการแขงขันที่ มีแนวโนมสูงขึ้น 4.4 แนวนโยบายดานการพัฒนาระบบการกํากับดูแลตลาดและโครงสรางพื้นฐาน (1) เรงพัฒนากฎระเบียบดาน Rule of Origin ทั้งนี้เนื่องจากสินคานําเขาจากประเทศนอกกลุมอาจใชประเทศ สมาชิกเปนตลาดเขาสูไทยโดยอาศัยจุดออนในการพิสูจน country of origin (2) พยายามทําความเขาใจและรับรองระบบมาตรฐานสากลของมาตรการทางการคาที่มิใชภาษีระหวาง ประเทศสมาชิก (3) เรงพัฒนาระบบมาตรฐานทางการคาของไทย เชนมาตรฐานสุขอนามัยความปลอดภัยและสิ่งแวดลอม เพื่อคุมครองผูบริโภคและสิ่งแวดลอมภายในประเทศซึ่งอาจไดรับความเสียหายจากการนําเขาสินคาที่มีมาตรฐานต่ํา และ ทั้งนี้ในกรณีจําเปนสามารถใชเปนมาตรการในการคุมครองผูผลิตภายในประเทศและเปนมาตรการในการตอบโตทางการคา ระหวางประเทศ (4) เรงพัฒนาระบบการกํากับดูแลโครงสรางตลาดที่มีการผูกขาดโดยเฉพาะในกรณีที่เปนการผูกขาดในระดับ ภูมิภาค (5) เรงพัฒนาระบบและกฎระเบียบในการยุติขอพิพาททางการคาระหวางประเทศในกลุมสมาชิกที่อาจมีมาก ขึ้น 4.5 แนวนโยบายดานการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานเพื่ออํานวยความสะดวกตอการคาระหวางประเทศ (1) พัฒนาการขนสง ทาเรือหลักเสนทางเดินเรือและการบินพาณิชยเพื่อลดตนทุนคาขนสงรวมทั้งรองรับ ภาคการผลิตที่เติบโตเพิ่มขึ้นหลังการจัดตั้งเขตการคาเสรี

(16)

(2) พัฒนาและเพิ่มความรวมมือดานเทคโนโลยีสารสนเทศระหวางประเทศสมาชิก เพื่อสงเสริมใหการคาขาย

และการลงทุนระหวางประเทศไดรับความสะดวกมากขึ้นเนื่องจากจะชวยใหตนทุนในการหาขอมูลลดตลอดจนตนทุนในการ

ทําธุรกรรมลดลง

(3) พัฒนาระบบการศึกษาและวิจัยเพื่อใหเกิดความเขาใจในสภาพเศรษฐกิจสังคมและวัฒนธรรมระหวาง

Figure

Updating...

References

Updating...

Related subjects :